กันยายน 2550

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ไมเคิลมีตอนใหม่แล้วววววววว
เมื่อหลายวันก่อน หรืออาจจะเดือนก่อนเลยมั้ง พี่ชายเอาการ์ตูนที่เราชอบตั้งแต่เด็ก มาให้อ่านแล้วบอกว่า "นี่ เรื่องใหม่ไม่เคยอ่านเลยนะเฟ้ย" เราก็รีบตระครุบในทันใด อ่านไปก็อมยิ้มไปเหมือนเคย

เรื่องนั้นก็คือ ...

ไมเคิลแมวจอมกวน (ชื่อเก่า) หรือ เหมียวไม่ธรรมดา (ชื่อใหม่)

แต่ไม่ว่าจะชื่ออะไร ก็คือเรื่องของไมเคิล แมวเต้นรำได้นั่นเอง

อ่านแล้วหัวเราะท้องแข็ง น่ารักสุดๆ ถ้าใครชอบแล้วไม่รู้ว่ามีออกให้ ซื้อได้นะ เล่ม 9 (เล่มอื่นน่าจะเป็นพิมพ์ซ้ำของเก่า) แต่เขาทำเป็นสี เล่มละตั้ง 90 แต่ก็ยอมนะ ชอบจัง

***********************************

ขอเอามุขเฮฮาต่างๆ ที่เป็นประสบการณ์ที่ผ่านๆ มามาแปะไว้ในนี้เพราะว่าจะหายบ่อย ก็เลยอยากเก็บเป็นหมวดหมู่ไว้ ปกติจะโพสไว้ในเวปเจเจ ก็เลยไปลองรื้อๆ เวปดูก็เจอเยอะแยะเลย ใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่าที่ทำงานคุ้นๆ ก็นะ อย่าคิดมาก ที่คุณคิดน่ะ ถูกแล้ว เพราะออฟฟิศแบบนี้คงมีที่เดียวในประเทศไทย ^^"

-----------------------------------------------


เรื่องที่ 1

ทำงานอยู่ในห้องสมุด ก็นั่งแปลพิมพ์คอมกุ๊กๆกั๊กๆไปอย่างมีสมาธิ น้องฝึกงานที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่ก็เรียก

น้องฝึกงาน -- พี่รุ้งๆ

รุ้ง -- จ๋า

น้องฝีกงาน -- ช่วยแปลคำๆนี้หน่อยนะคะ ว่าแปลว่าอะไร (แล้วก็ชูหนังสือขึ้นแล้วชี้ไปที่ชื่อหนังสือ)

รุ้ง -- (เหลือบไปดูด้วยโฟกัสนกแก้วแล้วตอบว่า) มองไม่เห็น (แล้วก็หันมาทำงานต่อ)

น้องฝึกงาน -- (ชี้ๆต่อ) นี่ๆ ตัวนี้ๆ แปลว่าอะไรคะ

รุ้ง -- (เหลือบไปมองด้วยโฟกัสเดิม) มองไม่เห็น

น้องฝึกงาน -- (เริ่มโมโหที่เราไม่สนใจ) พี่รุ้งๆ นี่ๆ เห็นไหม ใส่คอนแทกอยู่รึเปล่า สะกดว่า...

รุ้ง -- (โมโหแล้วนะ) ก็ไอ้นั่นแหละ มันแปลว่ามองไม่เห็น (โว้ย)

มันถามว่าคำว่า invisible -_-'

------------------------

เรื่องที่ 2

พอดีว่าไปเดินช้อปปิ้งตามระเบียบกะเพื่อน ก็มีน้องนักศึกษาคนหนึ่งมาขอความช่วยเหลือให้ตอบแบบสอบถามหน่อย เราก็ใจดี ช่วยน้องเขาตอบ ก็ถามเกี่ยวกะพวกครีมบำรุงผิว (แหม ถามถูกคนจริงๆไอ้น้อง) คำถามก็ถามไปเรื่อยๆ จนมาถึงคำถามหนึ่ง

น้องนักศึกษา -- พี่เคยเห็นโฆษณานี้ไหมครับ (เอาภาพให้ดูเป็นภาพของเจี๊ยบ โสภิตนภา)

รุ้ง -- คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นนะ แต่จำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาอะไร (เพื่อนแอบด่าในใจว่าเอสเคทูโว้ย)

น้องนักศึกษา -- ครับๆ (จดๆใหญ่เลย) นี่เป็นโฆษณาเอสเคทูครับ แล้วพี่คิดว่าคุณประโยชน์ของโฆษณานี้คืออะไรครับ

รุ้ง -- (มั่นใจมาก) ขายของค่ะ

เพื่อน -- -_-'(มันมาบอกทีหลังว่าแอบด่ารุ้งในใจอยู่นานแล้วสงสารน้องคนนั้นมาก) รุ้งๆ เอ่อ มันคือ benefit น่ะ

รุ้ง -- อ๋อๆ -_-' ก็ทำให้หน้าใสเด้งไง แหะแหะ

-----------------------------------

เรื่องที่ 3

ก็คุยกะน้องต่อ

น้องนักศึกษา -- พี่ดูฆษณาของเอสเคทูแล้วรู้สึกว่าอยากใช้ผลิตภัณฑ์ไหมครับ

รุ้ง -- ไม่ค่ะ (ด้วยความมั่นใจ) มันแพงน่ะ

น้องนักศึกษา -- พี่รู้จักสินค้าตัวไหนบ้างครับ (เอาลิสต์รายชื่อให้ดู)

รุ้ง -- รู้จักทุกตัวแหละค่ะ

น้องนักศึกษา -- แล้วในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พี่ใช้สินค้ายี่ห้อไหนบ้างครับ

รุ้ง -- ก็เอสเคทูนี่แหละ

น้องนักศึกษา -- เอ่อ -_-' เมื่อกี้พี่บอกว่าไม่สนใจผลิตภัณฑ์ไง ไหงใช้ล่ะ

รุ้ง -- ก็คนให้มาฟรี ก็เลยลองใช้ไง

เพื่อน -- รุ้ง ชั้นบอกตรงๆนะ ถ้าชั้นเป็นนัองนะ ชั้นจะไม่สัมภาษณ์แก

แหะแหะ ก็ดูโฆษณาแล้วไม่คิดซื้อไง แต่ได้ฟรีมานี่หว่า ก็เลยใช้ ผิดตรงไหนเนี่ย

--------------------------------

เรื่องที่ 4

ไปเคาน์เตอร์เครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง มีเซรั่มตัวหนึ่ง ใช้ดีมาก ได้ตัวทดลองมาแม่ใช้คืนเดียวหน้าขาวใสอย่างเห็นได้ชัด แต่รู้มาว่าตัวนั้นขวดละหมื่น เลยไปสืบรายละเอียดเผื่อว่ามันจะให้เยอะและมีของแถมเยอะ

รุ้ง -- ขวดนี้ปริมาณเท่าไหร่คะ

บีเอ -- 50 มิลค่ะ สนใจไหมคะ มีของแถมด้วย (แล้วชี้ไปที่ขวดคลีนซิ่งและก็โทนเนอร์และขวดเล็กๆน้อยๆอีก 5 ขวด) ถ้าซื้อตัวนั้น 1 ขวดก็ได้ของแถมพวกนี้ค่ะ

รุ้ง -- แต่มันแพงน่ะ ไม่ไหวหรอก ขวดละหมื่นแหน่ะ

บีเอ -- (รีบตอบมากเลย) ไม่ใช่ขวดละหมื่นค่ะ ขวดละหมื่นสอง

รุ้ง -- -_-'

------------------------------------

เนื่องจากความเครียดของงาน ทำให้ไม่ค่อยมีกระทู้พวกนี้บ่อยนัก และอีกอย่าง เรื่องบางอย่างก็ไม่ควรเอามาเล่าให้ฟังแม้ว่าจะฮามากก็ตาม

อย่างที่รู้ๆ ว่าออฟฟิศนี้คนจีนเยอะมากๆ ก็เลยจะมีมุขที่เป็นเรื่องภาษาและแก๊ประหว่างวัฒนธรรมความคิดค่อนข้างเยอะ เลยไม่ขอลงเพราะว่ามันคงดูไม่ดี แต่พอดีมีเรื่องน่ารักๆ เกิดขึ้นเลยมาเล่าให้ฟัง

(คงจะน่ารักมั้ง) ^^"

เรื่อง - ภาษาไทยวันละคำ

พอดีว่ามีพนักงานใหม่เข้ามา เป็นคนจีนที่พูดภาษาไทยได้พอสมควรเลย ทำให้คนไทยเดี๋ยวนี้ก็ต้องระวังตัวเวลานินทาซะแล้ว ^^" ทีนี้ เรื่องก็มีอยู่ว่า รุ้งกำลังทำงานอยู่ก๊อกแก๊กๆ ก็ได้ยินเสียงตานี่คุยกะน้องที่ทำงานอยู่ เขาคงพูดกันนานแล้ว แต่รุ้งไม่สนใจ บทสนทนาเลยเริ่มในหูรุ้งอย่างนี้

ตานี่ - - - - - แล้ว "เสนอ" แปลว่าอะไร

น้องที่ทำงาน - - - - - เสนอก็แปลว่า Offer น่ะ

ตานี่ - - - - - ก็เหมือนคำว่า "ให้" น่าสิ ทำไมไม่ใช้ "ให้"

รุ้ง (ทนไม่ได้ต้องไปช่วย) - - - - - มันไม่ได้แปลว่า Offer อย่างเดียว แปลว่า Propose ดีกว่านะ

ตานี่ - - - - - มันก็คือ "ให้" น่ะสิ แล้วมันต่างกันยังไง

รุ้ง - - - - - ให้ ก็คือให้สิ่งของแบบเป็นๆ แบบนี้ (ยื่นสมุดโน้ตให้) แต่ถ้าใช้กะเจ้านี่ เราไม่ใช้เสนอ เสนอมักจะให้อะไรที่เป็นนามธรรม จับไม่ได้ ถ้าจับได้ก็มักจะเป็นเอกสาร Requirement หรือว่า Adventages อะไรพวกนี้น่ะ พอเสนอแล้ว คนได้รับต้องเอาไป Consider น่ะ เกตป่ะ

ตานี่ - - - - - อ๋อ เกตแล้ว เสนอ เสนอ เสนอ (ท่องทำไมก็ไม่รู้) เขียนให้ดูหน่อยเป็นภาษาไทย

รุ้ง - - - - - โอเค (ก็เขียนให้) มีอีกคำเกี่ยวกับเสนอที่ต้องสอน คือคำว่า "เสนอหน้า" แปลว่า ด่าว่าอย่างมายุ่งกับเรื่องนี้ อย่ามาเสนอหน้า เกตมั้ย ถ้าได้ยินคำนี้ ก็ให้ด่ากลับไป

น้องที่ทำงาน - - - - - -_-' (เอ่อ พี่ ไปถึงคำนั้นได้ไง)

------------------------------------

เรื่อง - ภาษาไทยวันละคำ 2

พอดีได้คุยกะตานี่บ่อยๆ เลยสอนเขาบางอย่าง

รุ้ง - - - - - นี่ ก็เวลาทำงานก็ต้องขยันๆ นะ มีอะไรไม่เข้าใจก็ให้ถาม พนักงานที่นี่ใจดีทุกคน

ตานี่ - - - - - ขอบคุณครับ

รุ้ง - - - - - แล้วก็กับบางคน ถ้าเขามาไม่ถูกต้องก็ต้องสู้นะ เดี๋ยวจะสอน "วิธีวางอำนาจในที่ทำงาน" ให้ เข้าใจมั้ย

ตานี่ - - - - - อะไรนะครับ ไม่เข้าใจ

รุ้ง - - - - - วิธีวางอำนาจในที่ทำงาน เข้าใจมั้ย

ตานี่ - - - - - (อึ้งไป 30 วิ เหมือนว่าพยายามเรียงคำอยู่) ไม่เข้าใจครับ

รุ้ง - - - - - (ส่ายหน้า ถอนหายใจ) แปลได้ง่ายๆ ว่า How to dominate the office

ตานี่ - - - - - -_-'

-----------------------------------------------

เอาแค่นี้ดีกว่า สงสารตานี่ ^^" ตอนนี้ตานี่ก็ยังเป็นของเล่นที่สนุกสนานของรุ้งอยู่

******************************************


เชอะ งอนสุดๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ก็เมื่อวานเพื่อนที่ทำงานไปชลบุรี แล้วก็ซื้อข้าวหลามกับขนมจากมาฝาก รุ้งชอบมากๆ

แต่

ข้าวหลามยังไม่ได้ทุบ -_-'

ช่างมัน กินขนมจากก็ได้

ตอนที่กินก็มีคนจีนมาคุยๆ ด้วย แต่ก็ไม่มีอะไร

พอมาวันนี้ เพื่อนร่วมงานที่ซื้อหนมมาฝากนั่นแหละ เล่าให้ฟังว่า

เพื่อน - - - - - เมื่อวานนี้คนจีนมันเห็นรุ้งกินหนมจาก แล้วงงๆ แล้วก็ถามออกมาว่า ...

รุ้ง - - - - - ว่าอะไรล่ะ

เพื่อน - - - - - มันถามว่า What did Rung eat yesterday? I saw her eat a lot of Bamboo.

รุ้ง - - - - - กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

บ้านแกสิ ชั้นไม่ใช่แพนด้านะ .............................

ไอ้บ้า ชั้นจะฆ่ามัน .......................

*******************************************

เรื่องแถม

จำหมอนั่นที่เป็นคนจีนพูดไทยได้ไหม ถ้าจำไม่ได้ ลองไปหากระทู้เก่าๆ ดู

แต่ถ้าจำได้ ก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีก

รุ้งเอาขนมไปแจกเพื่อนๆ ที่บริษัท แล้วก็ยื่นให้หมอนี่แล้วบอกว่า

รุ้ง - - - - - อ่ะ กินหนม

หมอนั่น - - - - - หา อะไรนะ

รุ้ง - - - - - กินหนมไง (ทำไมไม่เกตวะ)

หมอนั่น - - - - - (ไม่พูดอะไร ทำหน้างงๆ)

รุ้ง - - - - - รู้จักมั้ย หนมน่ะ ขนม รู้จักมั้ย

หมอนั่น - - - - - ขนม ผมรู้จัก

รุ้ง - - - - - นั่นแหละ เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเรียกขนมแล้ว เชยมากๆ ยาวสุดๆ เขาเรียกกันว่า "หนม" ง่ายๆ สั้นๆ เข้าใจมั้ย

หมอนั่น - - - - - เข้าใจๆ (ทำหน้าเกตในบัดดล)

เพื่อนๆ รอบๆ ข้าง - - - - - -_-' (เอ่อ ไอ้หมอนี่มันจะเก่งภาษาไทยขึ้นไหมเนี่ย มาเจอรุ้งมันสอนภาษาไทย)

^^"

**********************************************


ช่วงนี้งานยุ่ง (มันก็ยุ่งทุกทีแหละ ทำงานมาหลายเดือนเคยว่างอยู่ 2 วัน คือ 2 วันแรก -_-' รันทดจริงๆ) แต่ทีนี้สิ่งที่ตามมากับงานยุ่งคือ ไม่อยากคิดจะทำอะไร ไร้แรงจินตนาการจริงๆ เอาเถอะ ก็เก็บๆเรื่องที่ทำงานมาฝากอีกละกัน

------------------------

มีคนจีนคนนึงเพิ่งมาจากเมืองจีนได้ไม่ถึงเดือน ยังดูเด็กๆอยู่เลย น่าจะอายุประมาณหรือพอๆ กับรุ้ง เราเรียกเขาคนนั้นว่า "ไอ้อ้วน" ^^" เมื่อวาน อ้วนมาดู Booking details ของลูกค้า

รุ้ง - เนี่ยเช็คชื่อดีๆนะ อย่าให้สะกดผิด แล้วด่วนสุดๆด้วย

อ้วน - รอหน่อย เดี๋ยวเช็คให้ เราก็ไม่ค่อยว่าง แต่จะให้คนอื่นทำก็ไม่ไว้ใจ

รุ้ง - แล้วนี่ใครเป็นคนเช็คชื่อส่งบุ๊กกิ้งมาให้ล่ะ เขาต้องเช็คมาก่อนแล้วจิ

อ้วน - คงจะเช็คแล้วมั้ง แต่ไม่ไว้ใจ นายกอไก่ (ชื่อสมมติ) เช็คละมั้ง

รุ้ง - อ๋อ งั้นไม่ต้องเช็คมากก็ได้ ถ้านายกอไก่เช็คแล้ว เชื่อใจได้ เขาน่าเชื่อถือกว่านายอีก

อ้วน - เอ๊ะ ไหงงั้นน่ะ นายกอไก่ทำไมน่าเชื่อถือกว่า

รุ้ง - (ใจจริงอยากจะบอกอ้วนว่าเพราะว่าแกโง่ไงล่ะ แต่กลัวมันจะช้ำใจไปฆ่าตัวตาย แล้วไม่รู้จะตอบไงดีก็เลย...) ก็เพราะว่านายกอไก่หล่อกว่านายไง

อ้วน - -_-' (มันเกี่ยวไหมเนี่ย)

----------------------------

เรื่องไอ้อ้วนอีกแล้ว แต่ว่าไม่ได้มีอะไรหรอก พอดีไอ้อ้วนเขาเป็นคนน่ารัก คุยด้วยแล้วฮาดี ชอบถามวิธีการใช้ภาษาจีนกับมัน

รุ้ง - เนี่ย Bluetooth เนี่ย ภาษาจีนใช้คำว่าอะไรเหรอ

อ้วน - อะไรนะ (ภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องเล้ย เดี๋ยวก็ด่าซะเนี่ย)

รุ้ง - Bluetooth ที่ใช้เวลาโทรมือถือไง

อ้วน - อ๋อ ลองทายดูจิ

รุ้ง - (แล้วชั้นจะรู้มั๊ยเนี่ย) ก็ไม่รู้หรอก (ภาษาจีนไม่ได้เรื่องเล้ย มันจะด่าไหมเนี่ย) ^^"

อ้วน - ก็ใช้คำว่า Lan Ya, Lan = Blue, Ya = tooth

รุ้ง - -_-' โอ้แม่เจ้า มันแปลตรงๆอย่างนี้เลยเหรอ (แล้วของไทยไม่เป็นฟันฟ้าเหรอเนี่ย คิดดูจิ "เราไปซื้อฟันฟ้ามาใช้กันดีกว่า" เขาจะนึกว่าเราไปซื้อฟันปลอมไหมเนี่ย)

-----------------------------

ก่อนสงกรานต์ คนจีนทั้งหลายก็หาวิธีทางกลับบ้านหรือไปเที่ยว หลายคนไม่ได้ตั๋วกลับแล้วมาวีน รุ้งก็ให้พายเรือกลับบ้านไปหลายคนแล้ว ^^" แต่คนนี้มาแปลก จะไปสมุย ก็มาถามโน่นถามนี่

นายเอ(นามสมมติ) - รุ้ง ถ้าผมจะไปสมุย By train จะดีไหม (ขอโทษเถอะ ภาษาจีนฟังออกหมด เจอทำว่า By train เข้าไปงงตึ๊บ)

รุ้ง - อะไรนะ ไปสมุยแล้วทำไมนะ

นายเอ - ไป By train ไง

รุ้ง - -_-'

นายเอ - ก็โดยรถไฟไง

รุ้ง - อ๋อ By train (ออกเสียงชัดแล้วยาวมากกกกก)

คนอื่นๆข้างๆประมาณ 7-8 คน หัวเราะกันใหญ่ (พยายามจะแอบหัวเราะกันเลยเป็นเสียงคิกๆคักๆ แม๋น ฟังไม่ได้ยินเลยนะ)

นายเอ - ใช่ๆ By train (ทำเสียงยาวๆเลียบแบบ)

รุ้ง - (พยายามช่วยมันแก้หน้า) โทษทีๆ ไม่ใช่หนี่พูดไม่ชัดหรอก แต่ชั้นคิดว่าหนี่พูดภาษาจีน ^^"

เสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิมอีก (หรือว่าเราจะช่วยทำให้เขาอายขึ้นหว่า)

-----------------------------------

เจ้านายเรียกเข้าไปเหมือนว่าจะด่า เพราะเอกสารไม่สมบูรณ์ขาดข้อมูลบางอย่างแล้วเอามาให้เขาเซ็นได้ไง เราก็เข้าไป

รุ้ง - มีอะไรคะ

เจ้านาย - ก็นี่ไง เอกสารไม่เติมข้อมูลให้ครบเอามาให้เซ็นอีกแล้ว พูดไปหลายรอบแล้ว นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เซ็นให้ ... (ชะงักเพราะเหลือบไปเห็นว่าเป็นเอกสารของแผนกอื่นม่ใช่ที่รุ้งทำขึ้น แล้วก็แอบมองรุ้งเล็กๆ)

รุ้ง - อืมๆ (สารภาพว่าเตรียมจะลุย บังอาจมาด่าผิดคน)

เจ้านาย - (รีบพูดต่ออย่างรวดเร็ว) เนี่ยไปบอกเลขาคนอื่นๆด้วยนะว่าไม่เอาอีกแล้วนะ

รุ้ง - อืมๆ ค่ะ มีอีกนิดนึง ตอนนี้อยากให้ช่วยดูเอกสารการจ่ายเงินนิดนึง ยังไงช่วยๆเซ็นเร็วๆนะคะ (หุหุหุหุหุ หน้ามารมากๆในตอนนั้น)

(เจ้านายทำไม่รู้ไม่ชี้ เซ็นเอกสารต่อ รู้สึกว่าตัวเองโหดขึ้นทุกวัน)

-----------------------

^^" มีแต่เรื่องเครียดๆเนอะ

*************************************************


คือว่าหายไปนานเพราะว่างานยุ่ง ^^" เกิดมาเพิ่งจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าคำว่า "งานโคตรยุ่ง" เป็นเช่นไร

ช่างๆ เข้าเรื่องๆ ก็พยายามจะเก็บเรื่องฮาๆ จากที่ทำงานมาฝาก (แม้ว่าจะหาได้น้อยเหลือเกิน)

1. เมื่อพี่ที่บริษัทจะพาลูกค้าไปเมืองจีน

พี่ๆ : (คุยจุ๊กๆจิ๊กๆ กะลูกค้าเกี่ยวกะทริปที่จะไปแล้วหันมาถาม) รุ้งๆ ไอ้เมืองที่จะไปมันอ่านว่ายังไงนะ

รุ้ง : เมืองหายโข่ว (Haikou)

พี่ๆ : (หันไปคุยกะลูกค้าต่อ) อ๋อ ครับๆ พี่ครับ เมืองที่จะไปคือเมืองหอยโข่งครับ

รุ้ง : เอ่อ -_-' (หอยโข่งก็หอยโข่งวุ้ย ไม่รุด้วยแล้ว)

(พี่มาสารภาพที่หลังว่าก็คิดๆอยู่เหมือนกันว่าเมืองบ้าอะไรวะชื่อหอยโข่ง)

2. เนื่องจากทริปไปเมืองหอยโข่ง (ตามที่เขาเรียกกัน) ไฟท์ตรงมันเต็ม รุ้งก็จองไฟท์ตรงให้แบบ wait list คือต่อคิวไว้ ใครแคนเซิลก็จะได้ที่นั่ง พี่เขาก็ถามทุกวันว่าเมื่อไหร่จะได้ไฟท์

พี่ๆ : รุ้ง เมื่อไหร่จะได้ไฟท์ตรงอ่ะ

รุ้ง : บอกได้เลยว่ายากนะพี่ ทำใจเถอะ

พี่ๆ : นี่ถ้าวันนี้รุ้งมาบอกพี่ว่าได้ไฟท์ตรงนะ พี่เลี้ยงซิซเลอร์เลย เอามั๊ย

รุ้ง : เอางี้ดีกว่าพี่ ถ้าวันนี้เป็นต้นไปพี่เลิกถามและเลิกหวังนะ รุ้งเลี้ยงเบอร์เกอร์คิงพี่มื้อใหญ่เลย เอาป่ะ ไปกันเลย

พี่ : -_-' (มาบอกทีหลังว่ารุ้งน่ากลัว)

(ช่วงนี้โหดดีป่ะ หุหุหุหุหุ)

3. เจอพี่แก๊งค์จอมบ่นเหมือนรุ้งนั่งอ่านหนังสืออยู่ในตอนเช้า เลยถามทักทาย

รุ้ง : พี่อ่านหนังสือแต่เช้าเลย หนุกเหรอ เล่มนี้น่ะ

พี่ : อืม น่าสนใจดีนะ อ่านแล้วเป็นประโยชน์ได้ความรู้ดี

รุ้ง : เหรอ เรื่องอะไรล่ะ เกี่ยวกับอะไร เผื่อจะได้ยืมอ่านมั่ง

พี่ : อ๋อ (แล้วก็โชว์หนังสือขึ้นมา) เรื่อง "จับมือกับปีศาจ" บทย่อยๆก็ วิธีรับมือกับเจ้านายปีศาจในที่ทำงาน

รุ้ง : -_-"

4. มีประชุมสัมมนาแล้วเราการันตีคนเข้าที่ประมาณ 45 คน แต่คนไปแค่ 30 กว่าๆ เจ้านายก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ่าย 45 คนทั้งๆที่ไปไม่ถึง ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องอธิบาย (เจ้านายเป็นคนเข้าใจอะไรยากด้วยจิ ปกติก็ต้องอธิบายยาว)

เจ้านาย : รุ้ง นี่ทำไมเราต้องจ่าย 45 คน

รุ้ง : ก็เราการันตีไว้ 45 คนนี่

เจ้านาย : แล้วถ้าหากว่าเราเอาคนมามากขึ้นเขาก็ต้องคิดเพิ่มรึเปล่า

รุ้ง : ใช่จิ

เจ้านาย : อย่างนี้ทำไมเราเอาคนมาน้อยกว่าเขาไม่คิดลดลงบ้างล่ะ

รุ้ง : (แม๋น ช่างสงสัยจริงๆ แถมใช้โลจิกดีด้วย) ก็เขาต้องดูห้องด้วยไง .... (เตรียมจะร่ายยาว)

เจ้านาย : โอเค เข้าใจ (พยักหน้าหงึๆ)

รุ้ง : O_O" (เฮ้ย เดี๋ยวจิ เตรียมคำพูดตั้งเยอะ ยังอธิบายไม่ถึงไหน ฟังก่อนจิ)

----------------------

จริงๆมีฮากว่านี้ แต่มันเป็นมุขไม่สมควรให้เด็กอ่าน เก็บไว้ถามนอกรอบละกัน ^^

******************************************


คือว่ากริ่นหน่อยว่าช่วงนี้อยากตั้งกระทู้จัด เลยมีในหน้าแรก 2 กระทู้เลย แต่ว่าแปะคนละวัน ก็ไม่น่าจะผิดกฏเนอะ ^^"

**************

ว่าด้วยเรื่องชื่อคน

ที่ทำงานรุ้ง คนจีนเป็นกระตั๊ก เพื่อความสะดวกในการทำงาน บางคนจะคิดชื่ออังกฤษขึ้นมาซึ่งก็มีหลายแบบ

1. แบบที่ไม่ดูตัวเองเลยว่าชื่ออังกฤษจะสัมพันธ์กับชื่อจีนรึเปล่า

2. ตั้งชื่อแบบสัมพันธ์เกินเหตุ สัมพันธ์แบบ....

3. ตั้งชื่อโดยไม่ดูความหมายเล้ยยยยยยยยยยยยยยยย

มีตัวอย่าง แต่ข้อ 1 ไม่มีให้เพราะไม่ต้องการระบุชื่อจริงลงมาในกระทู้ (รู้สึกว่าจะมีหลายคนในบริษัทอ่านนิยายทางเนตด้วยจิ เดี๋ยวเขารู้กันหมดว่าเราชอบมาแอบเล่นเถวๆนี้)

มีคนจีนอยู่คนนึง รุ้งได้ยินชื่อครั้งแรกก็งงๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็เห็นเขาเรียกกัน ทีนี้ รุ้งคุยกับเพื่อนร่วมงาน 2 คน (คือรุ้งแอบฟังซะมากกว่า) บทสนทนาเป็นดังนี้

รุ้ง - เนี่ยๆ คนในห้องนั้นเขาเป็นใครเหรอ ชื่ออะไร รุ้งไม่ค่อยได้ติดต่อด้วยเลย

เพื่อน 1 - ชื่อ Star

เพื่อน 2 - หา ชื่ออะไร นะ

เพื่อน 1 - ชื่อ Star ไม่ต้องแปลกใจ เพราะตอนแรกเราก็งง คนอะไร(วะ) ชื่อ Star พอไปถามๆ ดูว่า ชื่อจีนหนี่ชื่ออะไร ก็อ๋อ

เพื่อน 2 - เขาชื่ออะไรล่ะ

เพื่อน 1 - ชื่อ Yuanxing คือว่ามันตอนจะตั้งชื่อ คงจะเปิดดิกเอาน่ะ ว่าชื่อตัวเองภาษาอังกฤษว่าอะไร แล้วก็มาตั้งเป็นชื่อซะเลย ประมาณ "อ๊ะ Yuanxing แปลว่า Star นิ กูเอาชื่อนี้ละกัน" (ลีลาเยอะมาก)

รุ้ง - เอ่อ -_-' (ตกลงชื่อ Star เนี่ย มันผิดใช่มั๊ยเนี่ย)

ปล. เพิ่งรู้ว่ามีคนชื่อ Winter ด้วย ก็คงแปลมาเหมือนกัน แต่พอโอเค ฝรั่งมันก็พอมีชื่อ Winter แต่ชื่อ Star เนี่ย คนไปเรียนอังกฤษ เมกา ออสเต และเมืองจีน ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน ใครเคยได้ยินช่วยแจ้งด้วย จะได้ช่วยไปแก้ตัวแทนเขาให้

****************

มีพนักงานมาจากเมืองจีนคนนึง มาใหม่ มาแทนคนเก่าที่ชื่อว่าเฮเลนออกไป ที่นี้ ทุกๆ คนจะรู้จักเขาในชื่อภาษาจีน ไม่มีใครรู้ว่าเขาชื่ออะไร จนกระทั่งวันนึง มีเพื่อนหน้าตาตื่นมาบอกว่า คนนี้เนี่ย ก็ชื่อเฮเลน (คือชื่อโคตรไม่เหมาะกะตัวเลย) ก็โอเค ไม่สนใจ แต่มาวันหนึ่ง ไปกินข้าวกันยกแก๊ง ก็เลยเมาส์คนจีนกันสนั่นเมือง

เพื่อน 3 - เนี่ยๆ รู้รึเปล่าว่า คนนี้(บอกชื่อจีน) ชื่อเฮเลน

รุ้ง - อืมๆ มีคนบอกแล้ว

เพื่อน 3 - ก็ตอนแรก พอรู้ว่าชื่อเฮเลน ก็ยังทักเลยว่าชื่อเหมือนคนเก่า แต่เขาบอกว่าไม่เหมือน เพราะของเขามีแอล 2 ตัว คนอะไร (วะ) ชื่อ เฮลเลน (Hellen = Hell + en)

รุ้ง - -_-"""""" (มันคิดอะไรก่อนตั้งชื่อตัวเองมั๊ยเนี่ย)

******************

มีเรื่องประหลาดๆ เกิดขึ้นในบริษัทเสมอ วันนึงรุ้งไปเปิดสมุดนามบัตรของบริษัทดู เจอคนนึงชื่อว่าปัญญา เลยหันไปถามพี่ๆ เขาว่าเป็นใคร

รุ้ง - พี่ๆ ปัญญานี่ใครอ่ะ ตำแหน่งนี้รุ้งว่ารู้จักหมดนะ ทำไมไม่เคยได้ยินเลย

พี่ - ไหนๆ (มองดูนามบัตร) อ๋อ ก็คนนี้ไง (บอกชื่อคนจีน) ก็ลูกค้าเขาบอกว่าชื่ออังกฤษของเขามันฟังเป็นผู้หญิงไป เลยตั้งชื่อไทยให้ ตานี่มันก็บ้าจี้ ไปทำนามบัตรเลย

รุ้ง - เอ่อ -_-'

พี่ - อย่าเพิ่งเอ่อ มีอีกคน ตอนนี้ชื่อ สุเชาว์ เวลาได้ยินก็อย่างงละกัน ชินได้แล้วล่ะรุ้ง บริษัทนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้

รุ้ง - ..... (ทำมาครึ่งปีแล้ว ยังชินไม่ลงเลย)

******************


ไม่ได้มาเขียนซะนาน ก็เลยเก็บเรื่องประหลาดๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา (ไม่รู้ว่าเรื่องมันประหลาดหรือคนที่ทำให้เกิดเรื่องมันประหลาดก็ไม่รู้) ^^"

เรื่องที่ 1 รุ้งกับยาคูลล์

ถ้าที่ผ่านมาใครออนเอ็มก็จะรู้ว่า รุ้งมี matter กับยาคูลล์อยู่ไม่น้อย เรื่องมันก็มีอยู่ว่า

"รุ้งอยากกินยาคูลล์"

แค่นี้แหละ ไม่มีเหตุผลอย่างอื่นเลย แต่ใครจะรู้เล่าว่าการหาซื้อยาคูลล์มันช่างยากเย็นแสนเข็ญใช้เวลาเป็นวีคเลย เล่ารายวันละกัน

วันที่ 1 - เดินไปทำงานอยู่ สาวยาคูลล์ขี่จักรยานโฉบผ่านหน้า รุ้งก็เกิดอยากกินในบัดดล ก็โบกมือเรียกๆ ขอซื้อซธหน่อย แต่สาวยาคูลล์บอกว่า "ไม่พอขายค่ะ" แปลง่ายๆ ว่าไม่ขาย เชอะ หยิ่งชะมัด ว่าแล้วเลยไปหาบีทาเก้นกินแก้เซ็ง

วันที่ 2 - สาวยาคูลล์โฉบผ่านอีก ก็ยังไม่เข็ด เรียกใหม่ และแล้วคำตอบก็เหมือนเดิม กรี๊ดๆๆๆๆ สาวยาคูลล์หยิ่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่าแล้วก็ไปกินไพเก้นต่อ (ลองของใหม่)

วันที่ 3 - สาวยาคูลล์โฉบผ่านอีก แน้ ยังไม่เข็ญ เรียกใหม่ แล้วผลก็เหมือนเดิม แต่วันนี้พิเศษ ตอนกลางวันไม่ได้กินบีทาเก้น เพราะไปเจอร้านน้ำปั่นขายยาคูลล์ปั่น เลยซื้อยาคูลล์ปั่นใส่ปีโป้ อร่อยจัง (ปล. ตอนบ่ายก็ยังไปหาบีทาเก้นกินเหมือนเดิม)

วันที่ 4 - สาวยาคูลล์โฉบผ่าน แต่เราเมิน เชอะ อย่าคิดนะว่าจะง้อ และวันนี้ก็กินยาคูลล์ปั่นร้านใหม่ ใส่ยาคูลล์ 2 ขวดกับปีโป้ (ตอนกลางวันแอบลงมาหาไพเก้นกินต่อ)

วันที่ 5 - สาวยาคูลล์โฉฐผ่าน เราก็ทำเชิด ไม่สน แต่สาวยาคูลล์เห็นเรา ก็ชะลอๆๆๆ แล้วถามว่า พี่ที่ถามหายาคูลล์ทุกวันใช่ไหมคะ เอางี้ พี่สมัครสมาชิกเลยดีกว่าไหม หนูจะได้ส่งทุกวัน พี่จะได้ไม่ต้องถามอีก เราก็ชั่งใจเล็กน้อยว่า จะเชิดต่อดีไหม และสุดท้าย ความอยากก็ชนะทุกสิ่ง รุ้งน้อยก็เป็นสมาชิกยาคูลล์ได้กินสมใจอยากทุวัน

สรุป ตอนนี้กินยาคูลล์ 1 ขวดทุกวัน พร้อมบีทาเก้น (หรือไพเก้น) แบบ 10 บาท 1 ขวด แล้วก็ยาคูลล์ปั่นปีโป้แบบ 1 ขวดบ้าง 2ขวดบ้างกินต่อวัน ทำให้น้องรุ้งเข้าห้องน้ำทุกวันวันะล 2-3 รอบ มิน่า ช่วงนี้กินเยอะ แต่น้ำหนักไม่ขึ้น ใครอยากไดเอทก็ลองละกัน ^^"

----------------------------------------------

เรื่องที่ 2 ชื่อแปลกๆ ของคนที่ติดต่อด้วย

ช่วงนี้ต้องติดต่อกับคนหลายประเทศ ก็พบเจอชื่อน่ารักๆ เยอะแยะ เป็นมุขในที่ทำงานมาล้อเล่นกันว่าใครติดต่อกับคนชื่อประหลาดเยอะที่สุด คนไหนไม่มีก็จะโดนล้อ 5555 ของรุ้งมี 2 คน แต่ลองรวมๆ กับคนอื่นๆ ดูก็มีประมาณนี้

คนที่ 1 ชื่อ เดวิด ปลาช่อน สัญชาติเมกา แต่ชื่อไทยมาก ตอนแรกเห็นแล้วตกใจ คนอะไรชื่อปลาช่อน ^^" ตาคนนี้แหละที่รุ้งขอเครดิตโน้ตมูลค่า 4 เหรียญ (และก็มีอีกส่งมาให้อีก 6 เหรียญ)

คนที่ 2 ชื่อ เฟลิกซ์ เสม็ดส์ สัญชาติเนเธอร์แลนด์ นามสกุลน่ารัก เพิ่งติดต่อเป็นครั้งแรก แต่ท่าทางเขาจะไม่ค่อยชอบรุ้งเพราะเจอรุ้งจิกไป 2 ครั้ง แหะแหะ

คนที่ 3 ชื่อ กิมหยงเชี่ย สัญชาติสิงคโปร คนนี้รุ้งไม่ได้ติดต่อด้วยโดยตรง แต่ว่าได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ เรียกกันไปหลายๆ ครั้งก็ได้อารมณ์ดี

คนที่ 4 ชื่อ ฟิลิป เจี๊ยบ สัญชาติเนอเธอร์แลนด์เหมือนคนที่ 2 ฝรั่งอะไรชื่อเจี๊ยบ -_-'

สรุป งานเยอะ เลยหาความหรรษาจากอย่างอื่นมาจรรโลงใจ 55555

----------------------------------------------

เรื่องที่ 3 รุ้งยี้เจอผี

เพิ่งเกิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้ เกิดมาไม่เคยมีเซนส์ เลยคาดว่าชาตินี้คงไม่ต้องมาพบเจอกัน ถือว่าเป็นโชคดีที่สุดในชีวิต เพราะกลัวผีมากๆ ทว่า ความย่ามใจนี้ได้หมดไปเมื่อวานนี้เอง

คือเรืองก็มีอยู่ว่า รุ้งต้องนั่งรถตู้กับบ้านตามปกติ ทีนี้ รุ้งจะต้องลงรถเป็นป้ายสุดท้าย ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีคนลงด้วย ส่วนใหญ่เขาจะลงที่ป้ายก่อนสุดท้าย

ทีนี้ รุ้งก็นั่งอยู่ตรงหลังคนขับเลย ติดกับหน้าต่างด้านขวา (ด้านซ้ายเป็นประตู) รุ้งมองไปที่ฝั่งตรงข้ามของถนนที่อยู่ด้านขวา ตามปกติ เมื่อเราหันไปทางขวาเป็นมุม 90 องศา หรือมองตรงๆ ไปทางหัวไหล่ หางตาเราจะมองเห็นด้านหลังด้วย รุ้งยี้ก็เช่นกัน รุ้งมองไปฝั่งตรงข้าม แล้วหางตาก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงผมยาว ใส่เสื้อสีขาวนั่งอยู่ตรงเบาะหลังสุดติดหน้าต่างตรงกับรุ้ง รุ้งก็รีบชักตามองกลับมาแล้วคิดในใจว่า ดีจัง มีคนลงป้ายสุดท้ายเหมือนกัน

พอรถไปจอดป้าย รุ้งก็เปิดประตูลงไปก่อน พอลงไปเสร็จ รุ้งก็ชะโงกตัวเข้าไปมองว่าน้องคนนั้นจะลงมารึยัง พอมองเข้าไปก็พบว่า

ไม่มีคนเหลืออยู่ในรถแล้ว

รุ้งยี้ปิดประตูควับเลย คาดว่าผีคงลงมาไม่ทันรุ้ง และก็ติดไปกับรถนั้นแล้ว

บ๊าบ บาย อย่าได้มาเจอกันอีกเลย T-T

ปล. พอเล่าให้น้องที่ทำงานฟัง น้องบอกว่า สบายใจได้เลย พี่รุ้งปิดประตูไล่ผีไปแล้ว คงไม่ได้เจอแล้วล่ะ ^^"

-------------------------------------------------

จริงๆ เมื่อวานก็กะว่าจะมาเขียนกระทู้วันนี้ นับเรืองที่จะเขียนได้ 5 เรื่อง แต่นี่เขียนได้ 3 เรื่องก็ลืมไปว่าอีก 2 เรื่องคืออะไร ต๊ะไว้ก่อนละกันนะ

***************************************


ตอนต่อจากตอนที่แล้ว บอกว่าต๊ะไว้ 2 เรื่อง ตอนนี้ก็เลยเอามาปะให้อ่านกันต่อ (อาจจะไม่ประหลาดก็ได้แฮะ) -_-'

เรื่องที่ 4 ว่าด้วยการทำข้อสอบ

คือก็พอจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนเรียนเก่ง (เหมือนยอตัวเองเลยเนอะ) แต่ที่เก่งเนี่ย จะเก่งเฉพาะที่ชอบเท่านั้น ไอ้ที่ไม่ชอบก็จะดิ่งลงเหวไปเลย

แต่ว่า นอกจากเรื่องภาษาที่ชอบแล้วดูเหมือนจะเรียนได้ดี อีกอย่างที่เก่งแล้วก็เพิ่งมั่นใจแน่ๆ นอนๆ ว่าเก่งจริงๆ ก็คือ

ทำข้อสอบเก่ง

ไม่ได้แปลว่ามั่วเก่งนะ แค่ทำข้อสอบเก่งเท่านั้นเอง

ตอนเด็กๆ ก็รู้สึกตัวพอสมควรแหละว่า ตัวเองเป็นคนที่อยู่ในห้องสอบแล้ว ความสามารถจะพุ่งกระฉูดจนทำให้คะแนนทะลุเกินความสามารถที่มี มีหลายครั้งที่อาจารย์จะเข้าใจว่าเรียนเก่งมาก มักจะถามคำถามโน่นนี่ แล้วเราก็ตอบไม่ได้ -_-'

แต่มันก็ไม่มีอะไรมาวัดได้นี่ว่าเราเก่งในเรื่องทำข้อสอบจริงๆ รึเปล่าเนอะ

พอดีช่วงนี้มีเรื่องที่มาคอนเฟิร์มว่าเราถ้าจะทำเก่งจริงแฮะ

หลายๆ คนจะรู้ว่ารุ้งยี้ลงเรียนเศรษฐศาสตร์ อยู่โดยที่ความสามารถทางคณิตศาสตร์ติดลบ เพราะพออยูมอปลายก็ไม่ได้เรียนคณิตเลย แล้วมันมีอยู่ 2 วิชาที่ต้องเจอกับคณิตศาสตร์ตรงๆ นั่นก็คือ วิชาคณิตศาสตร์ กับสถิติ

วิชาแรก มีหนังสือให้อ่าน 3 เล่ม (ตอนนี้ 2 เล่มเอามารองหน้าจอคอม) อ่านไปได้เล่มครึ่ง มีคนใจดีมาติวให้ครึ่งเล่ม เข้าใจอยู่ครึ่งเล่ม ก็ยังอาจกล้าไปสอบ ข้อสอบ 60 ข้อ ต้อง 60 เปอร์เซนต์ถึงผ่าน มีช้อยส์ 5 ข้อ กอไก่ถึงจอจาน (ไม่รู้จะให้มาทำไมเยอะๆ แยะๆ) ตอนสอบก็มั่ว นั่งเอาแพะชนแกะ บัญญัติไตรยางค์ก็ใช้เข้าไป

และแล้ววันนึง พี่ชายสุดที่รักก็ส่งแมซเซสมาว่า

"วิชาคณิตรุ้งได้ S"

รุ้งก็โทรกลับไปทันทีด้วยความตื่นเต้นว่า

" S แปลว่าอะไร" -_-' (ก็ไม่แน่ใจนี่หว่า)

สรุปว่า ผ่าน

คนที่บ้าน คนที่ติว คนรอบข้าง ล้วนแล้วแต่ surprised

พอวิชาสถิติ รุ้งก็รู้ว่าปาฏิหารย์ไม่มีหลายครั้ง รุ้งก็เลยตั้งใจอ่านหนังสือ หนังสือมี 2 เล่ม ทั้งหมด 15 บท รุ้งขยันมาก อ่านได้ 4 บท ก็ตายขึ้นอืด -_-' ยากมาก

สอบผ่านอีกรอบ

คราวนี้ก็เลยมั่นใจว่า เราทำข้อสอบเก่งจริงๆ นะ เชื่อเถอะ ^^"

-----------------------------------------------------

เรื่องที่ 5 ร้านแบบนี้ก็มีด้วยแฮะ

เรื่องนี้เกิดมาเมื่อหลายเดือนที่แล้ว พอดีเพื่อนพี่ชายได้เปิดร้านอาหาร เราก็ไปกินกัน แต่ร้านนั้นไม่ใช่ธรรมดา

เพราะร้านนั้นคือ ร้านคาราโอเกะลีลาศ!!!!!

ถ้านึกภาพไม่ออกก็จะบรรยายให้ ร้านออกมืดๆ ออกทำนองแบบลูกทุ่งๆ หน่อย มีเวทีเล็กๆ อยู่ตรงมุม แล้วก็มีอยู่ประมาณ 10 โต๊ะ หน้าเวทีมีลานว่างๆ แล้วก็มีลูกกลมๆ ที่มีไฟแว๊บๆ อยู่ข้างบน นั่นก็คือลานเต้นลีลาศ แต่ละโต๊ะจะมีโควต้าให้ขึ้นไปร้องได้โต๊ะละ 2 เพลง

เล่าให้ฟังแล้วธรรมดาเนอะ แต่ที่ประหลาดคือลูกค้าที่ร้านต่างหาก

ถ้าให้คุณสมบัติของคนส่วนใหญ่ที่เข้าร้านละก็

1. อายุเกิน 50

2. ร้องสุนทราภรณ์เป็น

3. ถ้าไม่ร้องสุนทราภรณ์ ก็จะร้องเพลงลูกทุ่งหรือเพลงฝรั่งเก่าๆ จะไม่มีแบบเรน แดนบีม ลิเดีย อะไรแบบนี้

3. เต้นลีลาศได้ในทุกๆ เพลง ทุกๆ จังหวะ

คือรุ้งไปนั่งกินซักพัก ก็จะเห็นคนร้องสุนทราภรณ์ แล้วก็คนออกไปเต้นลีลาศ พอถึงคราวโต๊ะรุ้ง รุ้งกับหนิงก็ขอใช้สิทธิออกไปร้องเพลง

Love Love ของโฟร์มด

ตอนร้องก็รู้สึกว่าเหมือนตัวประหลาดของร้าน ^^"

แต่ที่ร้ายไปกว่านั้น

มีคนออกมาเต้นลีลาศด้วย กับเพลง Love Love เนี่ยแหละ -_-'

นั่งๆ ฟังไปเรื่อยๆ ก็จะมีคุณลุงชอบร้องเพลงพี่เบิร์ด ร้องเพลงพี่เบิร์ดแล้วฟังไม่ออกเลยว่า พี่เบิร์ดเคยร้อง ร้องได้โบราณมาก ^^" แล้วพี่ชอยเล่าให้ฟังว่า ลุงคนนี้จะวิ่งรอกนั่ง 2 ร้านคือร้านนี้กับร้านข้างบน พอสั่งอาการได้แป๊บๆ ลุงแกก็จะหายไป หายไปได้ซักพักก็ลงมาร้องเพลง ร้องเพลงจบก็วิ่งไปร้านข้างบนต่อ

มีคุณน้าอีกคนเสียงมีพลังมาก มาร้องเพลงที่รุ้งชอบมาก ไม่รู้จักหรอกว่าชื่อเพลงอะไร แต่เนื้อเพลงประมาณ "ป๋ารู้หนูชอบ ป๋าป๋าขา วันนี้ป๋ามานะจ๊ะ" อะไรประมาณนี้ แล้วคนที่ร้านก็จะมีเขย่าแซ็ก แล้วก็เคาะแทมบูรินให้เข้าจังหวะ

ซักพักก็จะมีคุณน้าชอบร้องสุนทราภรณ์ เสียงดีมากๆ แต่ร้องได้ดีเลย์จังหวะตลอด แล้วเขาก็ดีเลย์ทั้งเพลงและทุกเพลง สามารถจริงๆ ^^"

แล้วตอนดึกๆ ก็มีคุณลุงอีกคนชอบร้องเพลงฝรั่ง ใส่หมวกแก๊ปร้องเพลงของเดอะบีทเทิ่ล (แล้วตอนกลับบ้านก็เห็นลุงคนนี้แหละ ที่ขับเบนซ์รุ่นใหม่โฉบหน้าไป)

พี่ชายบอกว่า บางทีเขามากันเป็นชมรมเต้นลีลาศ เต้นกันกระจาย

น่ารักดีเนอะ เป็นประสบการณ์ประหลาดๆ ดี ไม่เคยเจอ

**************************


ตั้งชื่อกระทู้แปลกๆ เนอะ แต่เรื่องที่จะเล่าก็แปลกด้วย (มั้ง)

เรื่องที่จะเล่าก็เป็นเรื่องธรรมดาของรุ้งเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ที่แปลกก็คงจะเป็นเพราะเป็นเรื่องเล่าธรรมดา คิดอยู่ในหัว ไม่ได้ไปคุยอะไรกับใคร ^^"

เรื่องของเรื่องก็คือ ช่วงนี้รุ้งยี้อยู่ในโหมดธรรมะธรรมโม หลังเลิกงานก็ไปนั่งสมาธิที่วัด (ถ้าเลิกงานเร็ว) อยู่บ้านก็สวดมนต์นั่งสมาธิ ตอนเช้าๆ ถ้าไม่รีบเร่งมากก็จะใส่บาตร เพื่อ slow down ตัวเองลง ใจเย็นมากขึ้น แล้วก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น (สนใจก็แนะนำนะจ๊ะ) เรื่องที่จะเล่าก็เลยจะเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นั่นเอง

เอาล่ะ เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้มี 2 เรื่อง

เรื่องที่ 1 ใส่บาตร

อย่างที่บอกว่าตอนเช้าๆ ก็จะใส่บาตรถ้ามีเวลา มีอยู่วันหนึ่ง เลาๆ ว่าเป็นวันสารทจีน รุ้งยี้ก็เอาขนมเทียนไปที่ทำงาน 30 อัน

รุ้ง 1 - - - - - วันนี้มาเช้า ใส่บาตรท่าจะดี

รุ้ง 2 - - - - - เห็นด้วย ใส่บาตรด้วยขนมเทียนนี้ก็ท่าจะดี พระท่านน่าจะเบื่อข้าวแกงที่ขายที่ตลาดแล้วล่ะ

รุ้ง 3 - - - - - (เดินไปได้ 3 ก้าวก็นึกได้) เอ๊ะ ... หนมเทียนนี่เพิ่งเอาไปไหว้เจ้ามานี่หว่า -_-' (มันจะเป็นการ reuse เกินไปไหมเนี่ย)

สรุป - ไม่ได้ใส่บาตรเพราะพระไม่อยู่

------------------------------------------

เรื่องที่ 2 อะไรอยู่ข้างหลัง

มีอยู่วันนึง อยากนั่งสมาธิมากๆ แต่ว่าไม่ได้ไปวัด ก็เลยนั่งอยู่ที่หน้าหิ้งพระ ขอบรรยายสถานที่นิดนึง ด้านขวาของรุ้ง เดินไปหน่อยจะเป็นลานซักล้าง แล้วก็หน้าต่าง (อยู่ชั้น 2) ไม่มีทางออกไปไหน ส่วนด้านซ้ายก็จะมีบันไดที่จะขึ้นไปชั้น 3 โดยจะมีประตูเหล็กที่เปิดแล้วเสียงจะดังกั้นระหว่างชั้น 2 กับชั้น 3

หลังจากที่สวดมนต์ รุ้งก็นั่งสมาธิ เวลาที่เรานั่งสมาธิ ทุกอย่างรอบๆ ตัว บรรยากาศจะเงียบมากๆ เวลาที่มีเสียงอะไรดังขึ้น เราจะได้ยินค่อนข้างชัด (ถึงชัดมาก)

วันนั้นนั่งได้อยู่ซักพัก ก็ได้ยินเสียงประตูเปิด แล้วก็เสียงผีเท้า ในใจก็คิดว่า ป๊าคงลงมาข้างล่าง เราก็นั่งต่อ ใจก็จดจ่ออยู่กับสมาธิ ซักพักหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแล้วก็เสียงเปิดประตูอีกที ก็เลยรู้ว่าป๊าคงจะขึ้นไปแล้ว

ทว่า ...

หลังจากเสียงประตูปิดไปไม่ถึงนาที จู่ๆ รุ้งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางลานซักล้าง (ซึ่งไม่มีคน) เดินผ่านหลังรุ้งไปอย่างช้าๆ แต่ฝีเท้าเสียงดังมาก (ดังสวบๆ)

วินาทีนั้น รุ้งก็รู้สึกว่ามีอะไรไม่ถูกต้องแล้ว จึงลืมตาทันทีแล้วก็หันไปมองเลย

แล้วก็เจอ ...



















































































































... ไอ้หง่าว...

ตัวเหลืองมาก -_-' ไอ้แมวบ้า บังอาจมาลูบคมเลยนะเนี่ย แมวอะไร เดินเสียงดังสุดๆ มีการหันมามองรุ้งด้วยนะ

สรุป วันนั้นก็เลยไม่ได้นั่งต่อเลย -_-' เสียเส้นหมด

ปล. ไอ้หง่าวเป็นแมวลายเสือสีเหลือง (เหมือนไมเคิล) ที่ชอบมารุกรานนกๆ ไก่ๆ ของรุ้งนั่นเอง

***************************************


รู้สึกว่าจะหาได้แค่นี้ เดี๋ยวลองไปค้นๆ อีกว่ายังเหลือไหมหนอ




Create Date : 20 กันยายน 2550
Last Update : 20 กันยายน 2550 22:41:24 น.
Counter : 708 Pageviews.

1 comments
  
ว่างๆเอารูปการ์ตูนที่อ่านมาสแกน โพสเข้าบล๊อคมั่งสิคะ
โดย: กระพรวนน้อยเสียงใส วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:0:03:05 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ

  •  Bloggang.com