Oakyman @ Bloggang
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
*** รับน้อง ***

พอดี ไป Comment ที่ Blog ของน้องแตง

ไหนๆ ก็เขียนซะยาวแล้ว ขอดัดแปลงมาลงซะหน่อย

ในความคิดผมเนี่ย
จริงๆ การรับน้องนี่ น่าจะแยกได้เป็นสองแบบ คือ
1. แบบโหด (ว้าก ฯลฯ)
2. แบบฮา (เต้นบ้าๆ)
แต่แบบฮาบางทีก็เลยเถิดเป็นลามกอนาจารแบบสุดๆ

ในฐานะที่เคยผ่านการรับน้องแบบเต้นบ้าๆ มา
ก็รู้สึกเสียดายที่จะถูกยกเลิก
ถ้าเป็นการเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ

ส่วนการรับน้องแบบห้องเชียร์ที่มีการว้าก
อันนี้ไม่ชอบเลย และเข้าร่วมอยู่ทีสองทีก็โดดตลอด
นับว่าเป็นโชคดีที่ได้อยู่คณะที่ถึงจะว้ากโหด
แต่ก็ไม่มีการบังคับแบบทำโทษคนที่เป็นเพื่อนของคนที่ไม่มา

อันนี้ไม่ชอบ และเห็นว่ายกเลิกไปก็ไม่เสียหาย
ถึงแม้จะไม่ได้เข้าร่วมประชุมเชียร์
ก็จบมาได้แบบมีเพื่อนๆ ทั้งในคณะและนอกคณะเยอะแยะ

พี่ไม่ทราบว่าของมหา'ลัยแตงเป็นการรับน้องแบบไหน
คนเราผูกผัน ก็เสียใจเป็นธรรมดา
ยังเห็นด้วยกับการรับน้อง
แต่ในแนวทางสนุกสนาน ไม่ต้องมาบีบบังคับ หรือต้องทำให้เครียด
แล้วบอกว่าทำงานเครียดกว่าเยอะ (ไม่จริงเสมอไปนะ)

บอกตามตรง เคยไปเข้าร่วมการรับน้องแบบทรมาน ตอนเป็นรุ่นพี่
เห็นน้องๆ เหนื่อยก็ละเหี่ยใจเหมือนกันว่าจะทำไปทำไม (พี่ก็เมื่อย)
ตอนจบที่มีการ "ปาใบจามฯ" ก็ดูประทับใจดีอยู่หรอก
แต่ข้อเสียมันก็เยอะแยะ
อย่างต้องตัดไม้ (มันอยู่ของมันดีๆ) มหาศาล
คือมันก็กระชับความสัมพันธ์ของรุ่นพี่ดีอยู่
ตอนริดใบจามฯ ก็คุยเฮฮากันไป

อืมม์
คงไม่ต้องบอกสถาบัน ของแต่ละที่ก็มีรายละเอียดต่างๆ กันไป

ป.ล. เมื่อคืนลองดู DVD(-R) ด้วย PS2 แล้ว ไม่มีปัญหานัก
แต่กระตุกเล็กน้อย
ยังไม่ได้ลองกับเกม


Create Date : 16 มิถุนายน 2548
Last Update : 16 มิถุนายน 2548 9:16:56 น. 9 comments
Counter : 575 Pageviews.

 
ของเราไม่มีรับน้องฟ่ะ มีแต่รับเพื่อนใหม่ (แต่จริงๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับรับน้องเลย) บางกลุ่มก็ยังมีว๊ากบ้าง แต่ไม่ว๊ากโหด ส่วนใหญ่ก็เป็นว๊ากแฮปปี้เอนดิ้ง 2-3 ชม.น่ะ

แต่เชื่อเหอะ ห้ามไม่ได้หรอก รับน้องน่ะ เว้นแต่เด็กสมัยนี้มันจะหัวอ่อนจริงๆ


โดย: KMS&หมาป่าสำราญ วันที่: 16 มิถุนายน 2548 เวลา:9:29:50 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ

แต่จะว่าไปแล้ว

ถึงการรับน้องจะไม่ได้ทำให้คนรักกันน้อยลง

แต่มันก็มีส่วนทำให้เรารักสถาบันมากขึ้นนะคะ

เพราะกว่าจะจบ กิจกรรมพวกนี้ทำให้เราผูกพันกะสถาบันมากขึ้น

เดะสมัยใหม่ๆเนี่ย

เค้าไม่ได้ทำอะไรแรงๆแบบรุ่นเก่าๆ

ก็เลยออกแนวปัจเจกไปเรื่อย

เรียนแล้ว จบแล้ว

อยู่กะเพื่อน

มอไม่เกี่ยว อย่างนี้อ่ะค่ะ


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 16 มิถุนายน 2548 เวลา:11:03:09 น.  

 
โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยเห็นคุณค่าของการรับน้องแบบว้ากและกิจกรรมหื่นๆ เลยนะคะ
ถ้าจะมีบายศรี จัดกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกันก็น่าจะพอ

ที่บอกว่าจัดไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์น้องพี่และเพื่อนๆ
ในความคิดเรามันก็แค่นั้นค่ะ... เฉพาะในกลุ่มนั้นๆ
หรือขยายหน่อยก็เฉพาะคณะและสถาบันนั้นๆ

มันก็ปัจเจกนั่นล่ะค่ะ

ถ้าจัดแล้วทำให้นิสิตนักศึกษาที่จะเป็นว่าที่บัณฑิตในอนาคต
ตระหนักและใส่ใจสังคมโดยรวม... ก็ว่าไปอย่าง


โดย: กาน้ำชากะเชี่ยนหมาก วันที่: 16 มิถุนายน 2548 เวลา:15:06:31 น.  

 
คณะเราไม่แย่ รับน้องดี ไม่เดือดร้อนอ่ะ


โดย: dont wanna no วันที่: 16 มิถุนายน 2548 เวลา:18:11:53 น.  

 
เข้ามาแอบๆ อ่านเจ๋ยๆ ค่า

ไม่บอกใครหรอก ว่าเคยเป็นว้ากเกอร์

แต่ไม่โหดนะคะ อิอิ



โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 16 มิถุนายน 2548 เวลา:20:05:32 น.  

 
แวะมาอ่านและมาเยี่ยม สหายเก่าๆ


โดย: ปริเยศ (Pariyed ) วันที่: 18 มิถุนายน 2548 เวลา:11:18:45 น.  

 
"คุณคิดว่าผมเป็นใคร"
ผมเป็นสันทนาการคร้า-------------บ
(ปี๒)

อีกปีผมเป็นว้ากตลกครับ ว้ากได้แต่ห้ามน้องขำ
(ปี๓)

แล้วผมก็เป็นว้ากเกอร์ด้วย ว้ากคร่ำเครียด พี่สอนน้อง
(ปี๔)


โดย: อ.ปมโปโกะ วันที่: 20 มิถุนายน 2548 เวลา:22:18:59 น.  

 
ตอนเราเรียนไม่มีว้าก
ตอนนี้ไม่รู้มีรึเปล่า

แต่รับน้องแบบฮาฮาบางทีเรายังเบื่อเลย - -" เพราะมันไป ๆ มา ๆ ต้องวกไปเรื่องลามกซะทีสิน่า ทำไมกันนะ??


โดย: too IP: 203.185.154.226 วันที่: 21 มิถุนายน 2548 เวลา:9:52:06 น.  

 
ผมว่าเปลี่ยนรับน้องเป็นพาน้องออกไปบำเพ็ญประโยชน์ดีกว่า เช่น พาน้องไปช่วยกันทำความสะอาดวัด โรงเรียน หรือสาธารณะชนต่างๆหรือสถาบันของตัวเองก็ได้
จะดีกว่ามั้ย หรือพาไปบริจาคเลือที่โรงพยาบาลก็ได้


โดย: หนุ่ย IP: 203.155.51.89 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:34:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Oakyman
Location :
Kanagawa Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง
หลังจากจบโทที่ญี่ปุ่น ก็ทำงานเป็น Salary man (หรือเรียกว่า ซาลารี่มัง ในภ.ญี่ปุ่น)
กลับไทยแล้ว

การ์ตูน คือ ชีวิต (ดู TKO Comics)
หนัง คือ ส่วนเติมเต็ม
ฟุตบอล เพื่อสุขภาพ (แม้เชียหงส์จะทำให้เสียสุขภาพจิตไปบ้าง)
เพลง ฟังเพลิน
หนังสือ อ่านบ้าง โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวไกลๆ
แต่ส่วนใหญ่จะชอบอ่านนิตยสาร โดยเฉพาะพวกคอลัมน์ต่างๆ
เพราะชอบ "อ่าน" ความเห็นของคนอื่น

ถ้าแวะมาแล้ว ก็ขอเชิญลงชื่อที่ สมุดเยี่ยมชมด้วยครับ

ย้ายบล็อกไปอยู่ที่ใหม่ (แม้จะไม่ค่อยอัพเดตเหมือนเดิม)
พบกันที่ http://blog.oakyman.com/
Friends' blogs
[Add Oakyman's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.