Group Blog
ธันวาคม 2564

 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
29
30
31
 
 
I can't breathe - บทที่ ๙ (YURI)

 

“สำหรับบทพระเอก ผมขอเลือก...” ปกรณ์ตัดสินใจเลือก

หลังชายสูงวัยพูดค้างๆ คาๆ เกือบทุกคนที่อยู่ในโรงซ้อมแทบจะลืมหายใจกันเลยทีเดียว

พี่พงษ์หรือชนิญญา?

...คำตอบมีแค่สองคนนี้

“ผมขอเลือกพงษ์…” ชายสูงวัยพูดเสียงเรียบ “แล้วก็ญาด้วย”

การตัดสินใจของเขา เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่านักแสดงคนอื่นดังขึ้นอีกรอบ มีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ โดยเฉพาะจากฝั่งโรงละครที่เป็นเจ้าถิ่น ซึ่งเหมือนแพ้สองรอบติดต่อกัน แต่ปกรณ์ไม่สนใจ

“ผมมองว่า การแสดงของทั้งคู่มีเสน่ห์มาก แต่เป็นเสน่ห์คนละแบบ ทำให้การตัดสินใจเลือกทำได้อย่างลำบากมาก เพราะผมอยากเห็นเจ้าชายทั้งสองแบบ และเชื่อว่าหลายคนก็คงคิดไม่ต่างจากผม” ปกรณ์อธิบายความคิดความรู้สึกของตัวเองออกมา

คำอธิบายของชายอาวุโส ทำให้หลายคนคิดคล้อยตาม และบรรเทาความคิดลำเอียงออกไปได้ในระดับหนึ่ง

หนึ่งในสมาชิกของโรงละครยกมือ

“ครูครับผมมีคำถาม”

“อะไร?”

“คือเรามีนางเอกสองคน พระเอกสองคน แล้วจะแสดงยังไงล่ะครับ?”

“ก็ซ้อมตามปกติไปก่อน เดี๋ยวผมจะไปลองคิดดู” เจ้าของโรงละครกล่าว กวาดตามองคนที่เหลือ “มีคำถามอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีผมจะคัดนักแสดงบทอื่นต่อ”

เมื่อไม่มีใครคัดค้านอะไรอีก ปกรณ์ก็พูดต่อ

“ต่อไปเป็นบทแม่เลี้ยงใจร้าย ขอให้นักแสดงที่พร้อมขึ้นไปบนเวทีด้วย…”

 

“ยินดีด้วยนะญา” จุลพงษ์เอ่ยกับนักแสดงหน้าใหม่

“ยินดีเช่นกันค่ะพี่พงษ์ เรามาพยายามด้วยกันนะคะ” ชนิญญาพูดกับหนุ่มรุ่นพี่อย่างสุภาพ ขณะก้าวลงจากเวที เพื่อไปนั่งที่เดิม

หลายวันที่มาซ้อมละคร ณ สถานที่แห่งนี้ จุลพงษ์ต้อนรับขับสู้และดูแลเธอกับเพื่อนอย่างดี ไม่ได้แบ่งพรรคแบ่งพวก เหมือนบางคน จึงทำให้สาวร่างสูงมองเขาอย่างเป็นมิตร แค่ตะขิดตะขวงใจตรงที่ชายหนุ่ม แสดงความชื่นชมไอศิกาออกนอกหน้าไปสักหน่อย

...แต่จะมีสักกี่คนที่ไม่หลงใหลได้ปลื้มหล่อน

ขณะที่ชายหนุ่มที่ชื่อเขตซึ่งตกรอบ ก้มหน้างุดๆ ลงไปก่อนแบบไม่รอใคร คาดว่าคงหงุดหงิดไม่น้อย

“อือ” ลูกชายเจ้าของโรงละครพยักหน้า

จุลพงษ์คนข้างชอบบุคลิกนิ่งๆ เรียบง่ายของสาวหน้าคม ดูสบายๆ ไม่ถือตัวจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เฟรนลี่เข้าถึงง่าย

ดูๆ แล้วญานิสัยคล้ายกับไอซ์เหมือนกัน

เขามองเห็นความเหมือน ในความต่างของร่างสูงกับนางเอกสาว แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนใจไปรักชอบในเชิงชู้สาว แค่มองเห็นเธอเป็นไม่ต่างจากเศษเสี้ยวเงาของหล่อน

หลายปีที่ผ่านมา จุลพงษ์ยังคงปักใจกับไอศิกาไม่เปลี่ยนแปลง ชนิดไม่เหลียวแลสาวใดเป็นพิเศษเลยสักคน ทั้งที่มีหลายคนมาทอดสะพานให้ แต่เขาก็สงวนท่าที จนบางคนเข้าใจผิดคิดว่า ชายหนุ่มคนนี้ฝักใฝ่ในไม้ป่าเดียวกัน กลายเป็นเรื่องขบขันไป ระยะหลังจึงไม่ค่อยมีผู้หญิงมาวุ่นวายกับชีวิตมากนัก

...ซึ่งถือเป็นเรื่องดีไปซะอีก จะได้ไม่ต้องรำคาญ

หากไม่ใช่ไอซ์ ฉันก็ไม่คิดที่จะแต่งงานกับใคร

ชายหนุ่มตั้งใจไว้แบบนั้น แม้จะเคยโดนอีกฝ่ายปฏิเสธมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า

“ขอโทษด้วยค่ะ ไอซ์ไม่ได้รู้สึกกับพี่พงษ์แบบนั้น ไอซ์มีคนที่ชอบแล้ว”

จุลพงษ์รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มทลายตรงหน้า แต่เขาก็ยังเลือกที่จะมีความหวังต่อไป คิดไม่ถึงเลยว่า ความรักของหล่อนจะจบลงได้เวลาไม่นาน แต่เขาก็ไม่ได้ถูกเลื่อนเป็นตัวจริง ชายหนุ่มจึงได้แต่เป็นคนแอบรักต่อไป

ไอซ์!

จุลพงษ์ชะงักฝีเท้า หลังเห็นนางในดวงใจนั่งอยู่เก้าอี้แถวหลัง แต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจมองมาที่ตน เหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ นัยน์ตาคู่สวยดูหวานสะกดหัวใจคนมานักต่อนัก มองไปทางผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขาต่างหาก

ทำไมไอซ์ถึงมองญาแบบแปลกๆ

ชายหนุ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กน้อยของสาวสวย พลันรู้สึกเจ็บแปลกอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่กำหมัดข้างตัวแน่น แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เดิมของตน เขาอยากได้สายตาใส่ใจแบบนั้นจากหล่อนบ้าง คิดอิจฉาแม้แต่กระทั่งพระเอกทุกคนที่ไอศิกาแสดงละครด้วย

มันคงไม่มีทางเป็นไปได้สินะ!

จุลพงษ์หดหู่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“น้องญา!” กรวินโบกไม้โบกมือเรียกนักแสดงหน้าใหม่ของตน ก่อนที่อีกฝ่ายจะนั่งประจำที่

เจ้าของชื่อหันมองต้นเสียง เห็นกรวินนั่งอยู่กับศจีและไอศิกานั่งรวมกลุ่มกันอยู่ด้านหลัง จึงเดินตรงเข้าไปหา โดยไม่ลืมที่จะทำความเคารพ

“สวัสดีค่ะพี่ศจี คุณไอซ์” เธอเอ่ยทักทาย หลังทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ว่าง

“ยินดีด้วยนะที่คัดตัวผ่าน เมื่อกี้เล่นได้ดีมากเลย พี่ชอบนะ” หญิงวัยสี่สิบเศษพูดชมอย่างใจจริง ประทับใจกับเจ้าชายแสนเสน่ห์ของชนิญญาไม่น้อย

“ขอบคุณค่ะ” ร่างสูงรับคำชมนั้น หัวใจพองฟูขึ้น

แต่พอหันไปทางซุปตาร์คนสวยที่ทำหน้านิ่งๆ เธอจึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ฉันเล่นไม่ดีเหรอ?

“คุณไอซ์คิดว่า ฉันแสดงเป็นอย่างไรคะ?”

อยากให้ฉันชม...

ไอศิกาเดาอย่างรู้ทันเจตนาของอีกฝ่าย จึงคลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“น้องญาทำได้...เกือบดีค่ะ”

เกือบดี?

ชนิญญาชะงักกับคำตอบของหล่อน

“แปลว่าอะไรคะ?”

“แปลว่ายังดีไม่พอค่ะ” ซุปตาร์สาวพูดตามตรง

ถ้าเป็นคุณไอซ์ ต้องแสดงได้ดีกว่านี้สินะ

ร่างสูงเม้มปาก นิ่งคิดไปอึดใจ แล้วตัดสินใจถามออกมาแบบไม่อ้อมค้อม

“แล้วอย่างไรถึงจะดีพอล่ะคะ?”

ไม่หยิ่งยโสโอหัง ถ้าเป็นคนอื่นคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปแล้ว

ศจีกับกรวินคิดไม่ต่างกัน หลังได้ยินการวิจารณ์ที่แสนคมกรีดหัวใจของนางเอกสาว

ทั้งคู่รู้ว่า ไอศิกาต้องการทดสอบชนิญญา ว่าจะเป็นคนจริงจังและรับฟังขนาดไหน?

...แล้วก็ไม่รู้สึกผิดหวัง

หากเป็นแสงแขหรือคนอื่นโดนแบบนี้ คงหน้าซีดเปลี่ยนสี ไม่ยอมรับง่ายๆ หรือไม่ก็พาลตะแบงไปเลย

“อยากให้พี่สอน?” ไอศิกาแกล้งย้อนถาม

ฉันต้องเก่งขึ้นให้ได้

ชนิญญาบอกกับตัวเองแบบนั้น จึงพยักหน้า

“ค่ะ”

‘คนฉลาดจะเรียนรู้จากตัวเอง คนเก่งจะเรียนรู้จากคนอื่น คนที่เก่งกว่า จะเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จ’ ...นั่นคือสิ่งที่เธอรู้ และเลือกจะเป็นคนเก่ง เพราะจะประหยัดเวลากว่ามาก

หล่อนอมยิ้ม หลังเห็นสายตากระตือรือร้นจริงจังของเธอ

สายตามุ่งมั่นดี

“น้องญาควรที่จะหัดซ้อมกับกระจกให้มากกว่านี้ อมยิ้มนิดๆ เหมือนไม่ยิ้มน่ะ สายตาต้องดูอ่อนโยนกว่านี้อีกหน่อย บทพูดต้องให้อารมณ์สัมพันธ์กับภาษากาย เจ้าชายไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวตัวมาก แต่ก็อย่าแข็งทื่อ ต้องแสดงให้เป็นธรรมชาติ ไปลองดูนะ สงสัยก็เขียนมาถาม”

“ค่ะ” เธอตั้งใจจดจำทุกคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนพยักหน้า

“แต่ลุงกรคงชอบการแสดงของน้องญา คงมองว่าแปลกดี”

หืม?

คนถูกวิจารณ์กระพริบตาถี่ พยายามตีความหมายของอีกฝ่าย

“นี่คือชมใช่ไหมคะ?”

“ก็แล้วแต่จะคิดค่ะ” มุมปากเรียวสวยขยับยกขึ้น

ง่า อย่ายิ้มแบบนี้สิ!

แก้มเนียนของชนิญญาซับสีเลือดร้อนไปถึงหู เผลอจ้องเรียวปากสีสดของซุปตาร์สาว จนต้องเฉมองไปทางอื่น ยิ่งใกล้หัวใจยิ่งไม่เชื่อฟัง หลังเจ้านายนั่งอยู่ใกล้ๆ กลัวเสียภาพลักษณ์กุลสตรีไทย

จ้องแบบนี้ คิดอะไรอยู่รึเปล่า?

ไอศิกาหลุดหัวเราะเบาๆ รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก

เป็นคนที่แกล้งได้สนุกดี

หล่อนเป็นคนขี้เล่น แต่ไม่ใช่คนขี้แกล้ง จึงอดรู้สึกแปลกใจตัวเองไม่ได้ ที่ชมชอบยามเห็นใบหน้าสวยคมหักงอเพราะตน

นี่ฉันเป็นอะไรไป?

“ท่าทางคนนี้จะมีโอกาสรุ่งนะคะ ไอซ์ติวเองเลย” กรวินกระซิบกับเจ้านาย หลังเห็นซุปตาร์สาวคุยกับเจ้าชายคนใหม่อย่างถูกคอ

“นั่นสิ”

ศจีเห็นด้วย ไม่ค่อยเห็นสาวสวยแนะนำใครละเอียดยิบแบบนี้มานานแล้ว เกือบทุกคนที่เชื่อคำแนะนำของไอศิกา ล้วนแล้วแต่สร้างผลงานที่โด่งดังออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ไอซ์มีสายตาแยกแยะการแสดงได้ดีมาก ถ้าเลิกเป็นนางเอกเปลี่ยนมาเป็นพวกเบื้องหลังละครก็ยังได้

แม้จะรู้แบบนี้ แต่ผู้จัดการบริษัทไม่ก้าวก่ายอนาคตของสาวสวย ด้วยหล่อนมีความคิดเป็นตัวของตัวเอง น่าจะวางแผนอนาคตเอาไว้บ้างแล้ว

ถ้าแขไม่ดื้อ ไอซ์คงยอมสอนให้บ้าง...น่าเสียดาย

ศจีคิดแบบนั้น หลังหลานสาวของตัวเองเคยแผลงฤทธิ์กับหล่อน ไอศิกาจึงไม่ชี้แนะอะไรให้อีก แค่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไรเกินความจำเป็น

...ตามตำราที่ว่า ‘พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง’

เรื่องครั้งนั้นไม่ใช่ความผิดของคนสอน แต่เป็นความไม่เปิดใจให้กว้างของคนเรียนต่างหาก

หน้าที่การแนะนำเด็กหน้าใหม่จึงตกมาเป็นของกรวินแทน ซึ่งระยะหลังแสงแขไม่ค่อยกล้าที่จะดื้อกับเพื่อนหล่อน หลังโดนศจีเรียกไปตักเตือนให้เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่เช่นนั้นจะถูกไล่ออกจากบริษัทต้นสังกัด

ศจีเข้มงวดกับหลานสาวมากขึ้น ไม่อยากเสียการปกครอง ไม่อยากเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อหน้าลูกน้อง ถึงจะเป็นลูกสาวสปอนเซอร์ใหญ่ก็ตาม

 

ทำไมพี่ไอซ์ถึงได้คุยกับยายญานั่นอย่างสนิทสนม?

แสงแขคิดหงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แทบไม่มีสมาธิมองไปทางเวทีสักเท่าใด ไม่ชอบเอาเสียเลยยามที่หล่อนให้ความพิเศษกับใครนอกจากตน

และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้นักแสดงหน้าใหม่หลายคน โดนหลานสาวเจ้าของบริษัทบีบให้ลาออกไป

...รวมถึงนภัสที่พึ่งลาออกไปอยู่กับบริษัทคู่แข่งด้วย

พี่ไอซ์สนิทกับฉันได้แค่คนเดียว

ซินเดอเรลล่าผู้เอาแต่ใจคิด โดยมีความเชื่อว่า หากตนเป็นนักแสดงชื่อดังได้ ไอศิกาจะหันมาสนใจ และชอบตนมากกว่านี้

 

การแสดงของเหล่าแม่เลี้ยงใจร้ายจบลง ผู้ที่ได้บทนี้เป็นคนของโรงละครที่มีประสบการณ์ในการแสดงมากกว่า ทำให้ชนาภารู้สึกผิดหวัง จนยิ้มไม่ออก

...ซึ่งเป็นไปตามที่กรวินคาดเอาไว้

“น้องนาวยังต้องฝึกอีกมาก” ผู้จัดการดาราเปรยขึ้น

“อือ แต่พี่คิดไม่ถึงเลยนะว่านาวจะเลือกบทแม่เลี้ยง” ศจีนึกแปลกใจ ดูเหมือนว่านักแสดงในสังกัดของตนจะมีความคิดที่ค่อนข้างจะนอกกรอบ ตั้งแต่ชนิญญามาจนถึงชนาภา

คนหนึ่งเลือกเล่นเป็นเจ้าชาย อีกคนอยากเป็นแม่เลี้ยง สมัยฉันคงคิดแต่บทนางเอกเท่านั้น...ยุคสมัยเปลี่ยนไปจริงๆ

“ค่ะ” เพื่อนหล่อนยิ้ม

กรวินเคยมีโอกาสคุยกับชนาภาแบบเปิดใจหลายครั้ง สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายค่อนข้างจะประเมินตัวเองต่ำเตี้ยเกินไป จึงพูดให้กำลังใจไปหลายคำ รวมถึงให้คำแนะนำไปว่า

“สวยแค่หน้าตา ไม่พอจะเป็นนางเอกได้นานหรอกนะ ดูอย่างพี่ไอซ์สิ เล่นเก่งด้วยสวยด้วยใช่ไหม?”

ชนาภาพยักหน้า มองหล่อนหนึ่งเป็นไอดอลของตน และอยากประสบความสำเร็จแบบซุปตาร์คนนี้บ้าง จึงรวบรวมความกล้าที่มีน้อย มาสมัครงานที่นี่

“ค่ะ”

“กว่าจะถึงจุดนี้ นาวคิดว่าพี่ไอซ์ต้องฝึกหนักขนาดไหน” ตั้งคำถามให้คนฟังคิดตาม

นักแสดงหน้าใหม่นิ่ง กรวินเลยพูดต่อ

“การแสดงต้องมีความสมจริงสมจังด้วย ดังนั้นความสามารถจะต้องมาก่อน ส่วนหน้าตาจะสวยแค่ไหนก็ได้ สมัยนี้สวยเพราะฝีมือมีดหมอกันทั้งนั้น ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องสวยมากนักก็ได้ เข้าใจนะ?”

“เข้าใจค่ะ”

หากให้รางวัลความพยายามสูงในเด็กใหม่ทั้งสี่คน เพื่อนหล่อนเชื่อว่า ชนาภามีความพยายามและความอดทนสูงไม่น้อยหน้าใคร แม้จะโดนแสงแขกับปัทมาพูดเหน็บแนมอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ถือสา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วตั้งหน้าตั้งตาฝึกเพื่อเป็นนักแสดงมืออาชีพ โดยตั้งใจว่าจะเป็นตัวประกอบ หรือตัวร้ายที่ยอดเยี่ยม

พี่เชื่อว่าเธอทำได้นาว อย่ายอมแพ้นะ!

กรวินนึกเอ็นดูเด็กคนนี้มากกว่าใคร จึงอดเอาใจช่วยไม่ได้

“แล้วปุ้ยล่ะ?” ศจีถามถึงคนที่เหลือ

“เห็นบอกว่าจะเป็นพี่สาวของนางซินนะคะ”

เจ้านายสาวทำหน้าเหลอหลา ก่อนหลุดอุทานออกมา

“โห!”

“อ้าวนึกว่าปุ้ยอยากเป็นนางฟ้าซะอีก” ไอศิกาหันมาพูดทีเล่นทีจริง

เพื่อนหล่อนหัวเราะคิก

“ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้น”

คำสนทนาของเพื่อนสองคน พลอยทำให้ศจีที่เข้าใจยิ้มตาม ด้วยบุคลิกของปัทมาไม่ใกล้เคียงกับคำว่านางฟ้าเลย ค่อนข้างจะเหมาะกับบทนางร้ายมากกว่า เพียงแต่ไม่มีใครพูดออกมาตรงๆ

คุณไอซ์นี่เห็นเงียบๆ แต่ปากร้ายมาก

ชนิญญาอดคิดแบบนั้นไม่ได้ แต่ไม่คิดจะร่วมวงสนทนาด้วย หลังมองตัวเองเป็นเด็กจึงเลือกที่จะฟังเงียบๆ ตามคำสอนของคุณปราณีที่ว่า

“คนเรามีสองหูหนึ่งปาก ดังนั้นจึงควรเปิดหู ให้มากกว่าเปิดปาก แล้วเราจะเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น”

“พรุ่งนี้ไอซ์ต้องไปถ่ายโฆษณาใช่ไหม?” ศจีนึกขึ้นมาได้

“ค่ะ” ไอศิกาหันไปตอบ

“อังยังไม่หาย ไอซ์จะไปกับใครล่ะ?”

“ไอซ์ไปคนเดียวได้ค่ะ”

“ไม่ดีมั้ง เดี๋ยวพี่ถามให้ว่า พรุ่งนี้ใครว่าง” ผู้จัดการใหญ่ทำท่าจะหยิบมือถือมาโทรหาเลขาของตัวเอง

กรวินที่นั่งอยู่ด้วย ชำเลืองมองไปทางชนิญญา แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงสะกิดแขนเจ้านายเบาๆ

“เดี๋ยวค่ะพี่ศจี”

“อะไรไก่?” ศจีมองลูกน้องอย่างสงสัย

“ขอถามคนนั้นก่อนค่ะ” เพื่อนหล่อนกระซิบ เจ้านายสาวนิ่งก่อนพยักหน้า

กรวินจึงเรียกชื่อเจ้าชายที่ตั้งใจชมการแสดงบนเวทีอยู่

“น้องญาคะ”

“คะ?” เจ้าของชื่อหันมองคนเรียก

“พรุ่งนี้ไม่มีซ้อม น้องญามีธุระหรือเปล่าคะ?”

“ไม่มีค่ะ คิดว่าจะซ้อมบทที่ห้อง” เธอตั้งใจว่าจะยังไม่กลับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในวันหยุดนี้ หลังเขียนไปคุยกับอินทิราเกือบทุกวัน เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่สบายใจ

“แล้วอยากไปดูงานถ่ายโฆษณาไหมคะ?” กรวินเกริ่น อีกฝ่ายทำหน้างงจึงกล่าวต่อ “คือพรุ่งนี้พี่ไอซ์ต้องไปทำงานคนเดียวน่ะค่ะ พี่อังผู้จัดการส่วนตัวไม่สบาย พี่อยากให้น้องญาไปด้วย ช่วยขับรถ คอยดูแล แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนพี่ไอซ์”

ดาราดังไปไหนคนเดียวก็น่าเป็นห่วง

สาวร่างสูงเข้าใจความจำเป็นของคนพูด เอียงคอมองใบหน้าสวยหวานแวบหนึ่ง ก่อนหันไปตอบแบบไม่ต้องใช้เวลาคิด

“ได้ค่ะ”

“ขอบคุณนะคะ” กรวินพูดยิ้ม รู้ได้ว่าเธอเป็นคนที่พึ่งพาได้

คิดแล้วเชียวว่าน้องญาต้องช่วย

“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ เรื่องนี้เล็กน้อย ฉันก็อยากจะเรียนรู้อะไรแปลกใหม่อยู่แล้ว”

ศจีหันสบตากับผู้จัดการดาราอย่างพอใจ

ถ้าเป็นน้องญา ก็น่าจะดีกว่าคนอื่น

เจ้านายสาวคิดแบบนั้น ไม่อยากให้ซุปตาร์สาวต้องอึดอัดใจ เวลาไปกับคนอื่นที่ไม่คุ้นเคย เพราะอาจจะส่งกระทบกับคุณภาพในการทำงานได้

เอาจริง?

ไอศิกาขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าสาวหน้าคมจะตกลงง่ายๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ว่างมากมาย การซ้อมละครเวทีต้องใช้พลังงานสูงมาก และเครียดมาก จำเป็นต้องมีเวลาพักผ่อน เพื่อชาร์จพลังงาน

“วันหยุดน้องญาควรจะพักผ่อน หรือไม่ก็ท่องบทมากกว่าไปตะลอนกับพี่นะคะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยเตือนอย่างหวังดี

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะเอาบทติดไปด้วย ถ้ามีตรงไหนสงสัย ฉันถามคุณไอซ์ได้ ใช่ไหมคะ?”

นี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนสินะ

สาวสวยคิดในใจ รับรู้ได้ถึงความเฉลียวฉลาดเป็นกรดของอีกฝ่ายที่ต่อรองได้แนบเนียน จนทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณกัน แต่ไอศิกาก็ไม่ได้มองข้ามเรื่องนี้ มองออกว่าอีกฝ่ายแสร้งทำตัวเป็นคนไม่ยอมเสียเปรียบใคร

...แต่แท้จริงแล้ว ชนิญญาเป็นคนที่จิตใจดีมากๆ

“ได้สิคะ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ”

“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดแบบนั้น ถือว่าฉันได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยของคุณวันแรกก็แล้วกัน” ร่างสูงพูดยิ้ม หลังเตือนความจำไปถึงข้อตกลงของเราที่เคยขอไว้ก่อนเซ็นสัญญา

ซุปตาร์สาวพยักหน้า ยังคงจำเรื่องนั้นได้ดี

“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” ไอศิกาไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือ ยิ้มมุมปากให้กับผู้ช่วยจำเป็นของตน “บางทีการเห็นเบื้องหลังการทำงาน อาจจะทำให้น้องญาไม่อยากเป็นดาราเลยก็ได้”

ชนิญญาทำหน้างงเล็กน้อย

“แย่ขนาดนั้นเชียว”

หล่อนหัวเราะเบาๆ แทนคำตอบ

แปลว่าอะไร?

เธอได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ แล้วหันไปสนใจการคัดตัวบนเวทีต่อ

การคัดตัวแสดงเสร็จสิ้นในเวลาไม่นาน ปกรณ์ได้เน้นย้ำให้ทุกคนกลับไปตั้งใจซ้อมบทให้ดี ก่อนบอกเลิก เพื่อให้ทุกคนไปพักผ่อนหนึ่งวัน

ศจีพอใจมาก ที่นักแสดงของตนได้เป็นนางเอกกับพระเอก ในขณะที่ชนาภากับปัทมาตกรอบทั้งคู่ แต่อาจได้แสดงเป็นตัวประกอบเล็กๆ เจ้าของค่ายจึงจัดเลี้ยงฉลองใหญ่ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในมื้อเย็นวันนั้น สร้างความยินดีให้กับเหล่านักแสดงหน้าใหม่เป็นอันมาก

OoXoO

ในที่สุดน้องญาก็ได้เป็น 'เจ้าชาย' นะคะ ส่วนในตอนหน้า สองสาวของเราจะไปต่างจังหวัดด้วยกัน ความสัมพันธ์จะก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ ต้องติดตามค่ะ

E-book เรื่องนี้ วางขายที่ MEB แล้วนะคะ ท่านใดสนใจอยากอ่านสองสาวแบบเต็มๆ ก็จัดได้เลยค่ะ ราคาพิเศษ 7 วันเท่านั้น...รออะไร?

ขอบคุณทุกโดเนท ทุกคอมเมนท์ ทุกหัวใจ และทุกการติดตามค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 24 ธันวาคม 2564
Last Update : 24 ธันวาคม 2564 17:51:57 น.
Counter : 247 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com