Group Blog
พฤศจิกายน 2564

 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
19 พฤศจิกายน 2564
I can't breathe - บทที่ ๔ (YURI)

 

หลังออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านารีอุปถัมภ์ สองสาวก็แวะทานอาหารเย็นที่ร้านประจำ หลังสั่งเสร็จ จู่ๆ สายตากรวินเหลือบไปเห็นผู้ที่ไม่อยากเจอที่สุดในโลก...เก็จมณี

“สงสัยเมื่อกี้ก้าวเท้าผิดเข้าร้าน” เพื่อนหล่อนพึมพำขึ้น

หล่อนทำหน้าไม่เข้าใจ

“อะไร?”

“ยายคุณสะเก็ดมา”

เฮ้อ!

คนฟังทำหน้าเซ็งเบื่อโลก โดยไม่เหลียวไปมอง ไม่อยากโดนอีกฝ่ายเดินมาชี้หน้าแล้วบอกว่า… “อยากมีเรื่องใช่ไหม?”

เก็จมณีพร้อมที่จะหาเรื่องไอศิกาเสมอ ด้วยผู้หญิงคนนี้เคยเป็นคู่แข่งคู่ชิงตำแหน่งนางเอกมาหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะแพ้ไอศิกา

ปีที่แล้ว สาวร้ายได้ผันตัวไปตั้งบริษัทสร้างดาราแบบเดียวกันกับบริษัท Prix ต้นสังกัดของหล่อน ทั้งยังชอบแย่งดาราหน้าใหม่ที่โดดเด่นจากบริษัทอื่นเป็นประจำ โดยเสนอเงินและสวัสดิการที่สูงกว่า น้อยมากที่จะปั้นนักแสดงของตัวเองขึ้นมา

...เป็นบริษัทที่ชอบใช้ทางลัดมากกว่าทางตรง

“แค่ไม่มาหาเรื่องกันก็พอ” นางเอกสาวพูดอย่างเนือยๆ จิบน้ำเพื่อดับกระหาย

ไอศิกาไม่อยากมีความขัดแย้ง ส่วนหนึ่งมาจากเป็นช่วงกำลังจะเปิดกล้องละครเรื่องใหม่ ไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของตัวเองดูแย่ เพราะอาจจะส่งผลกับเรตติ้งของละครได้

...แม้จะเป็นคนสบายๆ แต่หล่อนก็ต้องรักษาชื่อเสียงในฐานะนักแสดงมืออาชีพ

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ”

กรวินส่ายหัวกับนิสัยร้ายๆ ของเก็จมณี จึงหันหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นเห็น แล้วตรงรี่มาหาเรื่อง เพื่อสร้างกระแสบนโลกโซเชียล

...กระแสในทางไม่ดีเท่าไหร่

แต่โชคร้ายที่เก็จมณีเห็นสองสาวเสียก่อน และไม่พลาดโอกาสที่จะมาทักทายเช่นทุกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นบอกกับอีกสองคนที่มาด้วยว่า

“ขอตัวไปทักทายกับคนรู้จักก่อน”

พูดแล้ว สาวร้ายก็เดินนวยนาดมาที่โต๊ะของพวกไอศิกา

“คิดไม่ถึงว่าวันนี้ จะโชคดีได้เจอคุณที่นี่ด้วย” เก็จมณีจีบปากจีบคอทักทาย พร้อมยืนค้ำหัวคู่สนทนาอย่างไม่เกรงใจ ทั้งที่อายุน้อยกว่าหล่อนสองสามปี

“โลกคงกลมมั้งคะ” ดาราสาวทักตอบตามมารยาท รับรู้ได้ถึงสายตาเกลียดชังของอีกฝ่าย ที่ไม่รู้ว่าจงเกลียดจงชังอะไรกันนักหนา ถึงได้จองล้างจองผลาญกันถึงขนาดนี้

ฉันไปด่าแม่คุณหรือไง ถึงได้มาวุ่นวายกับชีวิตฉันนัก

คิดประชดในใจ

“ได้ข่าวว่า คุณกำลังจะเล่นละครเรื่องใหม่” คู่แข่งตามทุกข่าวของไอศิกาเกาะติดไม่พลาดพอๆ กับสต๊อกเกอร์โรคจิต

“ใช่ค่ะ” หล่อนตอบเสียงเรียบ

เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ความลับอะไร ค่ายหนังชอบเอามาโปรโมทเพื่อสร้างกระแสเป็นประจำอยู่แล้ว

“หวังว่าเรื่องนี้จะราบรื่นนะคะ”

หืม?

กรวินขมวดคิ้วกับคำอวยพรแปร่งๆ ที่ดูไม่จริงใจเอาเสียเลย

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?”

เก็จมณีปั้นหน้าใสซื่อ

“ก็อวยพรไงคะ”

“มันเหมือนแช่งมากกว่าไหม?” เพื่อนหล่อนย้อนถาม

สาวร้ายยักไหล่แบบกวนๆ

“ก็แล้วแต่จะคิดค่ะ บังเอิญฉันเป็นคนไม่ค่อยคิดมากซะด้วย”

ถ้าคนอย่างคุณไม่คิดมาก ก็คงไม่มีคนคิดน้อยกระมัง

ไอศิกาคิดตอบในใจ แต่เลือกที่จะนิ่ง ไม่อยากสติแตกไร้สาระไปด้วย นางเอกสาวเชื่อคำพูดที่ว่า ‘คนบ้ามักไม่ยอมรับว่าตัวเองบ้า’ จึงไม่ควรเป็นคนบ้าอีกคน

...โลกนี้มีคนวิกลจริตมากพอแล้ว

ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ปกติแน่ แค่แช่งกับอวยพรยังแยกไม่ออก

เพื่อนหล่อนแค่นหัวเราะ แล้วส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

เมื่ออีกฝ่ายไม่เล่นด้วย เก็จมณีจึงหันไปสนใจคนสวยคู่แข่งคนสำคัญแทน ใบหน้าสวยระดับนางเอกเปื้อนรอยยิ้ม ประหนึ่งว่าตนกำลังเป็นต่อ

“ระวังด้วยนะคะ เรื่องนี้อาจจะเป็น นางเอกเรื่องสุดท้ายของคุณ” น้ำเสียงไม่จริงใจอย่างมาก

ปากหรือนั่น?

สาวสวยขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยักโค้งขึ้น

“อนาคตของฉันยังมาไม่ถึงค่ะ คุณอาจจะพูดผิดก็ได้” น้ำเสียงของหล่อนเคลือบไปด้วยน้ำตาล ยิ้มหวานปานจะหยด “แต่สำหรับอนาคตของคุณเกรซ คงเป็นนางเอกยากสักหน่อย...ยกเว้นแต่ว่า คุณจะผันตัวไปเป็นภรรยาผู้กำกับ”

โห แรง!

กรวินแทบอ้าปากค้าง นานๆ ทีถึงจะได้ยินคำจิกกัดจากปากของไอศิกา บ่งบอกว่าตอนนี้คงอารมณ์เดือดไม่น้อย

มากไปแล้ว!

เก็จมณีหุบยิ้มแทบจะทันที หลังได้ยินคำดูถูก ราวกับว่าตนเก่งไม่พอสวยไม่พอ ควันจึงแทบพุ่งออกหู

“แก แกดูถูกฉัน”

ประโยคนี้ของสาวร้ายดังไม่ต่างจากตะโกน ทำให้เหล่าลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งนั้นหันขวับไปมองอย่างสนใจ พอเห็นนางเอกชื่อดังกำลังมีปากเสียงกับนางเอกคู่กัด ยิ่งทำให้ชาวมุงยกมือถือขึ้นบันทึกคลิปวีดีโอไว้ เพื่อแชร์ต่อบนโลกโซเชียล

...ทำตัวไม่ต่างจากเป็นนักข่าวสมัครเล่น

ฉันแค่พูดความจริง

คนถูกกล่าวหายักไหล่ เคยได้ข่าวว่า เก็จมณีไปอ้อนผู้กำกับคนหนึ่งจนได้เป็นนางเอก แต่ไม่ได้รู้ลึกว่า สาวร้ายอ้อนอีกท่าไหน หรืออ้อนไปกี่ท่า? แต่ไม่นานข่าวพวกนี้ก็เงียบหายไป

ซุปตาร์สาวเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย สายตาคู่สวยชำเลืองมองไปทางมือถือที่กำลังบันทึกภาพไว้ ราวกับเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

ต้องเป็นข่าวอีกแล้วสินะ

สาวสวยค่อนข้างเบื่อหน่ายกับเรื่องแบบนี้ แต่ในฐานะบุคคลสาธารณะจึงไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้

“ฉันดูถูกคุณตรงไหนไม่ทราบ?” ไอศิกาย้อนถาม พร้อมทำหน้าใสซื่อ “ฉันหมายถึง ฉันกำลังรอการ์ดแต่งงานของคุณต่างหาก”

“นั่นสิ” กรวินรับมุก

“พวกแกรวมหัวกันแกล้งฉัน!” เก็จมณีโวยวาย หลุดแสดงกิริยากระทืบเท้าเหมือนเด็กถูกขัดใจออกมา ลืมตัวคว้าแก้วน้ำเปล่ามาสาดน้ำใส่หน้าของไอศิกา “อย่ามาทำปากดีกับฉัน!”

สาวร้ายคลี่ยิ้มอย่างสะใจที่ได้เอาคืนหล่อน ไม่รู้เลยสักนิดว่า ตนถูกบันทึกภาพเอาไว้

นิสัยแย่มาก!

หล่อนต่อว่าในใจ

“ทำบ้าอะไร!” กรวินหงุดหงิดแทนเพื่อนสนิท ลุกมายืนประจันหน้ากับคู่กรณีทันที ทำให้อีกฝ่ายที่ตัวบางกว่า ตกใจถอยหลังไปหลายก้าว

“อย่ามาแสดงนิสัยแย่ๆ แบบนี้ มันน่าอายรู้ตัวบ้างหรือเปล่า” ดาราสาวเอ่ยเตือน ชี้นิ้วไปทางมือถือที่กำลังกดเรคคอร์ดอย่างต่อเนื่อง “ถ้าภาพเมื่อกี้หลุดออกไป คุณจะลำบาก”

บ้าจริง!

สาวร้ายสบถในใจ หลังเห็นว่าตนโดนบันทึก ไม่อยากให้เรื่องชั่วร้ายถูกเผยแพร่ลงไปในโลกโซเชียล เพราะจะทำให้ชื่อเสียงของตนเองและบริษัทตกต่ำลง ก่อนเดินตรงรี่ไปหาตากล้องโชคร้ายคนนั้น พร้อมออกคำสั่ง

“หยุด หยุดถ่ายเดี๋ยวนี้นะ”

“เป็นอะไรไหมแก?” เพื่อนหล่อนถามอย่างเป็นห่วง ยื่นกระดาษทิชชูทั้งห่อให้เพื่อน

“แค่น้ำเปล่าไม่เป็นไรหรอก” ไอศิกาดึงกระดาษซับหน้า ผุดยิ้มร้ายมุมปาก “แต่ยายคนนั้นอาจจะซวย”

“นั่นสิ”

กรวินมองออกว่า คนสวยจงใจเล่นบทนางเอกโชคร้ายนอกจอ และนั่นอาจจะทำให้เรตติ้งละครของหล่อนพุ่งขึ้นอย่างมาก

ผู้จัดการดารารู้ว่า เพื่อนของตนเป็นพวกแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเก่งขนาดไหน หลายครั้งที่เจอเรื่องแย่ๆ ไอศิกาก็ผ่านมันไปได้เสมอ

คราวนี้คงต้องขอบใจยายคุณสะเก็ดสินะ!

 

และเป็นไปตามคาด หลังข่าวฮอตในสื่อโซเชียลตลอดบ่ายวันนั้น เป็นคลิปนางเอกปะทะคารมกับนางเอกร้ายในร้านอาหาร ทำให้ผู้คนหันไปรุมต่อว่าเก็จมณี ที่เป็นฝ่ายเสียมารยาทกับไอศิกาก่อน แล้วหันมาเข้าข้างและให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างล้นหลาม

ตอนแรกที่ศจีเห็นข่าวนี้ก็ตกใจ จึงรีบโทรไปหาหล่อนด้วยความเป็นห่วง หลังรู้เรื่องจึงคลายใจลงที่ไอศิกาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

“ทีหลังไอซ์ก็อย่าไปกวนประสาทยายคนนั้นก่อนสิ” ผู้จัดการค่ายพูดอย่างเป็นห่วง ไม่อยากให้หล่อนได้รับบาดเจ็บ

“ไอซ์เปล่าเริ่มสักหน่อย ยายเกรซชอบหาเรื่องก่อน เจอแบบนี้คงไม่กล้าที่จะซ่าอีกนาน”

ขิงก็รา ข่าก็แรง...เรื่องคงจบหรอก

ศจีคิดในใจ ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุยไปสอบถามถึงเรื่องที่ไหว้วานให้ไปดำเนินการ ซึ่งหล่อนก็ตอบว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี รอแค่ชนิญญาเข้ามาเซ็นสัญญาที่บริษัทเท่านั้น

“ขอบใจนะไอซ์” คนอายุมากกว่าพูดอย่างซาบซึ้งใจ

ที่ผ่านมาบริษัท Prix แห่งนี้เจริญเติบโตและอยู่รอดมาได้ สาเหตุสำคัญมาจากไอศิกาเป็นแม่เหล็กดึงดูดงาน และดาราหน้าใหม่เข้ามาอยู่ในสังกัด รวมถึงมารดาของหล่อนที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หากไม่มีหล่อนเสียคนหนึ่ง อนาคตของบริษัทคงดับไปนานแล้ว

“พี่ศจีคะ เราคนกันเองไม่ต้องเกรงใจหรอกนะคะ” สาวสวยกล่าวเสียงจริงจัง ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่เลย

สำหรับไอศิกา ศจีคือผู้ปลุกปั้นและเป็นผู้จัดการส่วนตัวคนแรกตั้งแต่เริ่มเข้าวงการบันเทิง หล่อนมองอีกฝ่ายว่าเป็นผู้มีพระคุณ

“ยังไงพี่ก็ต้องขอบใจ”

“รับทราบค่ะ”

“ว่าแต่วันนี้ การแสดงของน้องเขาเป็นอย่างไรบ้าง?” คนอายุมากกว่าถามถึงชนิญญาอย่างสนใจ

“น้องญาแสดงได้ดีค่ะ ดีกว่าวันซ้อมมาก ผู้ชมเต็มโรงอาหารทีเดียว” สาวสวยกล่าวชม

“ขนาดนั้นเชียว น่าสนใจซะแล้วสิ”

ไม่บ่อยที่ศจีจะได้ยินคำชื่นชมเด็กหน้าใหม่จากไอศิกา ยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกตื่นเต้น และอยากเจอชนิญญาเร็วๆ

“แต่นิสัยกวนประสาทมากไปหน่อย”

กวนประสาท?

ผู้หญิงวัยสี่สิบเศษทำหน้าประหลาดใจ หลังได้ยินคำบ่นจากปากของอีกฝ่าย

“ทำไมล่ะ?”

“ก็น้องญาของพี่ศจี กว่าจะยอมรับปากเซ็นสัญญา มีตั้งเงื่อนไขกับไอซ์ด้วยสิคะ” น้ำเสียงติดประชดเล็กน้อย

“เงื่อนไขอะไร?”

ไอศิกาจึงเล่าทุกอย่าง ที่ตนกับกรวินพยายามพูดหว่านล้อมเด็กคนนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบ

ผู้จัดการใหญ่หัวเราะร่วน

“เป็นเด็กที่ร้ายกาจจริงๆ” ศจีพูดว่าออกมาแบบไม่จริงจัง “แต่พี่ว่าเป็นเด็กที่น่าสนใจมากเลยนะเนี่ย”

แสดงว่าเด็กคนนี้ ต้องเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้ามาก แล้วมองไอซ์เป็นไอดอลชัวร์

หล่อนเบะปากน้อยๆ กับมือถือ

“ซะงั้น”

“เอาน่า ถ้าเด็กคนนี้เก่งพอ พี่ว่าคุ้มนะ” ศจีกล่าวตามเนื้อผ้า รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอชนิญญา

ไม่ทันไรก็ลำเอียงซะแล้ว!

คิดบ่นในใจ แต่ไม่คิดที่จะเถียงกับอีกฝ่าย จึงพูดเออออไป

“ค่ะคุ้มก็คุ้ม”

ทั้งสองคุยกันอีกหลายคำ ก่อนศจีกล่าวทิ้งท้าย

“แค่นี้ก่อนนะไอซ์ วันจันทร์เจอกัน”

“ค่ะ บายค่ะ”

นางเอกสาวกดวางสายโทรศัพท์ พลันคิดไปถึงชนิญญาเป็นรอบที่ร้อยของวันนี้

ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า เธอจะเก่งจริงหรือเปล่า?

 

“ฉันมาขอพบคุณกรวินค่ะ” สาวร่างสูงกล่าวอย่างสุภาพกับประชาสัมพันธ์สาว ที่อยู่ชั้นล่างของอาคาร Prix ในเช้าวันจันทร์ก่อนเวลานัดสิบกว่านาที พร้อมสะพายเป้หลังกับลากกระเป๋าล้อมาด้วย ตามที่กรวินกำชับไว้

หากใครไม่รู้จะคิดว่า เป็นคนต่างจังหวัดเพิ่งเข้าเมืองหลวง

ผู้หญิงที่ถูกถามเงยหน้ามองเธออย่างสังเกต แต่ไม่คุ้นหน้าอีกคนเลย จึงเดาว่า น่าจะเป็นคนใหม่ที่มาสมัครเป็นนักแสดงในสังกัด

สงสัยจะนัดมาดูตัว หน้าตาดีทีเดียว

“นัดไว้หรือเปล่าคะ?” ประชาสัมพันธ์สาวถามเสียงนุ่ม

“ค่ะ” เธอยิ้มเล็กน้อย

ไม่ทันที่พนักงานคนนั้นจะหยิบโทรศัพท์ ไอศิกาที่เพิ่งมาถึงก็เดินมาด้านหลัง

“มาแล้วเหรอคะน้องญา”

เสียงคุ้นๆ

ชนิญญาหันไปทางต้นเสียง พอเห็นเป็นหล่อนก็รีบยกมือไหว้

“สวัสดีค่ะคุณไอซ์”

“มากับพี่ค่ะ”

“ค่ะ” ร่างสูงรับคำ

“เดี๋ยวฉันพาน้องเขาไปเอง” สาวสวยบอกกับพนักงานสาว

“เอ่อ ค่ะคุณไอซ์” ประชาสัมพันธ์สาวยิ้ม ไม่คิดว่าเด็กหน้าใหม่จะรู้จักกับไอศิกาด้วย จึงมองตามหลังของสองสาวที่เดินไปยังลิฟท์อย่างสนใจ

ท่าทางคนนี้จะสำคัญ อยากรู้จริงว่าเป็นใคร?

 

“ตื่นเต้นหรือเปล่า?” สาวสวยชวนคนข้างกายคุย ไหนๆ ก็ต้องทำงานร่วมกัน จึงไม่มีเหตุผลที่จะทำตัวเย็นชาเหินห่าง

“นิดหน่อยค่ะ” ชนิญญาตอบเหมือนเก่งไปแบบนั้น ทั้งที่เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ รีบตื่นตั้งแต่ 04:00 น. กลัวนาฬิกาไม่ปลุก

“งั้นเหรอ” หล่อนยกยิ้มมุมปาก ชำเลืองมองคู่สนทนา แล้วพูดเหมือนล้อๆ “ขอบตาดูช้ำไปหน่อย ไม่ค่อยตื่นเต้นเลยนะคะ”

รู้ดีไปอีก

เธอเฉมองไปทางอื่น

“อยู่ต่อหน้าพี่ ไม่ต้องเก๊กมากก็ได้ พี่ชอบคนจริงใจมากกว่า” ดาราสาวกล่าวเสียงเรียบ

สาวหน้าคมชะงัก เอียงหน้าไปสบตาคู่สนทนา

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“ในฐานะที่น้องญาจะมาเป็นผู้ช่วยของพี่ พี่ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ?”

“ว่ามาค่ะ”

“ในวงการนี้ คำว่าความจริงใจหายาก แต่พี่คิดว่าน้องญาคงไม่เหมือนคนอื่น ดังนั้นสิ่งเดียวที่พี่ขอก็คือ...อย่าทรยศกัน” ซุปตาร์สาวพูด พร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง เหมือนสังเกตปฏิกิริยาของเธอ “ถ้ามีอะไรข้องใจ ไม่เข้าใจ หรือแม้กระทั่งอยากไปอยู่กับคนอื่น ขอให้บอกพี่ตรงๆ ตกลงไหมคะ?”

สาวร่างสูงนิ่งคิดไม่ถึงอึดใจ พอรู้มาบ้างว่า หล่อนเคยโดนคนใกล้ชิดหักหลัง จึงไม่แปลกใจที่ได้ยินคำขอแบบนี้

“ตกลงค่ะ”

ไอศิกาเผยรอยยิ้มสวย ยื่นมือขวาออกมาตรงหน้าอีกฝ่าย

“หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน”

“เช่นกันค่ะ” ชนิญญายิ้มมุมปาก ยื่นมือออกไปสัมผัสมือนุ่มนิ่มของหล่อน

มือนิ่มจัง

หลังสัมผัสมือเบาๆ ทั้งคู่ก็ชักมือกลับ

“แต่บอกก่อนนะว่า พี่ไม่ชอบสอนคนอื่น เพราะพี่จริงจังและดุมาก พี่ไม่ชอบคนทำอะไรเล่นๆ” โทนเสียงของดาราสาวเข้มขึ้น

คนฟังเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย รับรู้อารมณ์อีกฝ่ายจากโทนเสียงที่เปลี่ยนไปแม้จะเล็กน้อยก็ตาม

“ฉันก็ไม่ชอบทำอะไรเล่นๆ เหมือนกัน”

“พี่จะคอยดู”

“คุณอาวุโสกว่าฉันหลายปี ฉันควรจะเรียกคุณแบบไหนดีคะ?”

“จะเรียกคุณ เรียกพี่ หรืออะไรก็ได้ เอาที่น้องญาสะดวกค่ะ” คนสวยไม่ใช่พวกเจ้ายศเจ้าอย่าง

“ฉันเรียกคุณป้าแล้วกัน” เธอแกล้งพูดขึ้น

ลองดูสิ!

หล่อนตวัดสายตาจิกใส่ มีผู้หญิงคนไหนชอบใจที่ถูกเรียกว่า ‘ป้า’ กัน

“ป้าไม่เหมาะ งั้นเปลี่ยนเป็นน้า น่าจะดี”

ให้ตายสิ!

ไอศิกาสบถในใจ กลอกตามองบน

“หาเรื่องใช่ไหมคะ?” เสียงหวานชักไม่หวานสักเท่าใด

ร่างสูงหัวเราะเบาๆ ยักไหล่

“ฉันก็แค่ล้อเล่นเอง เรียกคุณตามเดิมก็ได้ค่ะ”

เด็กบ้านี่!

ไอศิกาถอนใจเบาๆ

ทั้งคู่สบสายตากันเล็กน้อย แต่ก่อนที่บรรยากาศในลิฟท์จะร้อนแรงมากกว่านี้ เสียงติ๊งก็ดังขัดจังหวะขึ้น เมื่อถึงชั้นบนสุด ประตูเหล็กเปิด

“ยินดีต้อนรับสู่บริษัท Prix” น้ำเสียงของหล่อนราบเรียบ พร้อมผายมือให้เธอออกก่อน “เชิญค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” ชนิญญาพูดอย่างสุภาพ

นี่คือก้าวแรกสู่วงการบันเทิงของฉัน...

OoXoO

ตอนนี้น้องญาเริ่มก้าวแรกสู่วงการบันเทิงแล้ว จะเจอกับอะไรบ้าง? แล้วคุณไอซ์เริ่มหมั่นไส้น้องซะแล้ว ต่อไปจะช่วยหรือแกล้งน้องญากันนะ? 

สำหรับท่านที่สนใจหนังสือเรื่อง Women in White กับ No Romance สอบถามได้นะคะ สั่งสองเล่มได้ราคาพิเศษถึง 8 ธันวาคม 64 ค่ะ

พรุ่งนี้วันเกิดไรท์ ไรท์จะทำบุญเผื่อนักอ่านทุกคนนะคะ จะได้มีความสุข โชคดี สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้า

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม ทุกคอมเม้นท์ และทุกหัวใจค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 19 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2564 17:09:41 น.
Counter : 244 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com