Group Blog
พฤศจิกายน 2564

 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
5 พฤศจิกายน 2564
I can't breathe - บทที่ ๒ (YURI)

 

“คิดมากอะไรอีก ญาอยากเป็นดาราไม่ใช่เหรอ?” กิ่งฟ้าเพื่อนสนิทของเธอถาม หลังชนิญญาเล่าเรื่องที่กรวินทาบทามให้เข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งนับเป็นความฝันอันสูงสุดของนักเรียนการแสดงเลยทีเดียว

ความจริงหญิงสาวอยากได้โอกาสแบบนี้บ้าง แต่ก็เจียมตัวที่ตนมีความสามารถไม่โดดเด่นเท่ากับสาวร่างสูง ไม่ได้รักชอบใฝ่ฝันจะเป็นดารา หากเรียนจบคงไม่พ้นไปสมัครงานบริษัท หรือไม่ก็ไปช่วยที่บ้านขายของ

“เรื่องแบบนี้มันต้องคิดเยอะนะ ถ้ามันง่าย คนคงเป็นดารากันทั้งเมือง”

“ก็คงงั้น” เพื่อนสนิทยักไหล่ ก่อนเอ่ยท้าทายออกมา “แต่ถ้ามีโอกาสแล้วไม่กล้าไขว่คว้า เขาเรียกว่าปอดแหกนะ”

แขวะเก่งจริง!

สาวหน้าคมค้อนเพื่อนที่พูดแบบไม่เกรงใจกันเลย

“ฉันเป็นคนแบบนั้น?”

คู่สนทนายิ้มกวน

“บางครั้ง”

ชิส์!

คนฟังกลอกตามองบน

“มันต้องเล่นตัวหน่อยไหม”

ฟอร์มจัดเกิ๊น ที่แท้ก็อยากเป็นล่ะสิ

กิ่งฟ้าหัวเราะคิกคัก พอเดาได้ว่าอีกคนคิดอะไรอยู่

“พูดออกมาตรงๆ ก็จบ ทำเป็นยึกยัก”

ชนิญญาไม่ตอบ ถอนใจยาว เมื่อคิดถึงคำชวนของกรวิน ซึ่งคิดไม่ถึงว่า โอกาสของตนจะมาเร็วกว่าที่คาด เธอยอมรับว่ายังเตรียมใจไม่ทันตั้งตัวไม่ติด

ญาจะเข้าสู่วงการแบบแม่แล้วนะคะ แต่ญายังไม่มั่นใจว่า จะทำได้ดีขนาดไหน

คิดคุยกับมารดาในใจ ถึงแม้นว่าผู้ให้กำเนิดจะจากไปนานหลายปี แต่ยังคงอยู่ในใจของตนเสมอ ประหนึ่งว่ายังคงอยู่ข้างกาย คอยดูแลปกป้องคุ้มครองตลอดเวลา

“ว่าแต่ละครที่นารีอุปถัมภ์แสดงวันไหน?” เพื่อนเธอถาม

“เสาร์ที่จะถึงนี้แหละ”

“แล้วการซ้อมเป็นอย่างไรบ้าง?”

สาวร่างสูงทำหน้าเบื่อ ไม่ถึงกับพอใจผลงานชิ้นนี้นัก

“ทุกคนจำบทได้ แต่ยังแสดงขาดๆ เกินๆ”

“พวกนั้นไม่ได้ฝึกมาเหมือนกับญา ได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละ” อีกคนพูดปลอบใจ ไม่อยากให้เธอจริงจังเกินไป

“ก็คงงั้นแหละ”

“แล้วญาจะติดต่อคุณกรวินเมื่อไหร่ อย่าทำเป็นเล่นตัวนานมากล่ะ เธออาจจะมีตัวสำรองไว้ในใจอีกก็ได้” เพื่อนเธอเตือน

ชนิญญายิ้มแบบกวน ให้กับเพื่อนที่อายุเท่ากัน แต่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่กว่า เหมือนคบเพื่อนแล้วได้ผู้อาวุโสพ่วงมาด้วย

“เข้าใจแล้วค่ะคุณแม่”

คนฟังเบะปาก แล้วแลบลิ้นให้

“ชิส์ ฉันไม่ได้อายุเยอะขนาดนั้นซะหน่อย”

เธอหัวเราะร่วน

บทสนทนาชะงักไปเป็นนาที แล้วกิ่งฟ้าก็พูดขึ้นแบบอ้อนๆ

“ขอลายเซ็นของคุณไอซ์ให้ฉันหน่อยสิ” เพื่อนเธอเป็นแฟนคลับตัวยงของไอศิกา

ขอกันดื้อๆ เนี่ยนะ พูดง่ายเกิน!

“ถ้าไม่ลืมนะ”

ร่างสูงไม่อยากรับคำ หลังสาวสวยคนนั้นดูเหนือชั้นกว่าตนชนิดฟ้ากับเหว หล่อนแสดงบทบาทอะไรก็ดูดีดูอินไปเสียหมด

ซุปตาร์คนนั้นเป็นผู้หญิงที่สวยสง่าและดูสูงส่ง น้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะ บุคลิกอ่อนโยน มีเสน่ห์ทางเพศหรือ Sex Appeal ที่ดึงดูดแบบไร้ขีดจำกัดในแบบที่ผู้หญิงและผู้ชายหลงใหลได้ง่ายๆ

การเจอนางเอกสาวคราวก่อน ทำเอาภูมิต้านทานของเธอทรุดฮวบไปไม่น้อย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้น เพราะมันไม่ส่งผลดีกับหัวใจเอาเสียเลย

ไอศิกาเป็นอะไรที่ไม่ต่างจากไอดอลของเธอ แต่หากอยู่ในวงการอาชีพเดียวกัน ก็ต้องเพิ่มฐานะคู่แข่งเข้าไปด้วย

คู่แข่ง! ฉันยังไม่คู่ควรกับคำนี้เลย

ชนิญญาไม่อยากจะยอมรับว่า ดีใจขนาดไหนที่ได้เจอกับนางเอกดังตัวเป็นๆ ทั้งยังจดจำบทสนทนาที่หล่อนเอ่ยกับตน แบบไม่ตกหล่นสักคำ แถมยังเก็บไปฝันอีกต่างหาก

พอคิดถึงความฝัน เธออยากจะตบศีรษะตัวเอง เป็นความฝันที่มีความสุขเกินความจริงไปมาก

...มากจนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นไปได้

 

“ญาแสดงเป็นอย่างไรบ้างคะ?” เธอในความฝันถามไอศิกา

มุมปากของหล่อนมีรอยยิ้มสวยที่อบอุ่นและอ่อนโยน ช่วยให้คนมองหัวใจกระเพื่อมแรง

“น้องญาแสดงได้ดีมากค่ะ อีกไม่นานต้องได้เป็นนางเอกแน่นอน” ถ้อยคำที่เป็นไม่ต่างจากน้ำทิพย์ชโลมใจ

ร่างสูงยิ้มออกมา

“ญาอยากแสดงเรื่องเดียวกับคุณจัง”

“คงอีกไม่นานต้องเป็นไปได้ค่ะ พี่กลัวแต่ว่าน้องญาจะดังกว่าพี่” อีกฝ่ายพูดหยอกเย้าแบบไม่จริงจัง

“ญาไม่สนใจเรื่องนั้น ญาสนใจแต่คุณไอซ์มากกว่า”

“พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

นางเอกสาวหอมแก้มคนช่างพูดเป็นรางวัลหนึ่งฟอด จับไม้จับมือ พร้อมคลอเคลียซุกไซ้ จนเธอหวิววาบ ปลายนิ้วเรียวเลื่อนมาลูบไล้ยังส่วนนั้น ก่อนแทรกผ่านเข้าไปด้านใน

สาวหน้าคมชะงักเล็กน้อย เพียงไม่นานก็ครวญครางเสียงหวานล้ำออกไปไม่ขาดสาย สะโพกคอดขยับตอบรับกับการรุกล้ำนั้น ร่วมบรรเลงขับขาน ไม่นานก็กรีดร้องสุดเสียง

 

เฮ้ย!

ชนิญญาสะดุ้งตื่น หลังทบทวนความฝันที่เพิ่งจบไป ใบหน้าคมร้อนฉ่าไม่ต่างจากเตาย่างบาบีคิว รับรู้ได้ถึงกลางกายที่เปียกแฉะ อายจนแทบจะเอาศีรษะมุดธรณี

บ้าไปแล้วใช่ไหมฉัน!

ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่า แค่คุยกับหล่อนไม่กี่คำ พร่ำเพ้อขนาดเก็บเอามาฝันเป็นตุเป็นตะ

...แทบลามกมากอีกต่างหาก

นี่ถ้าทำงานด้วย ฉันไม่คลั่งใจตายไปแล้วเหรอ

คิดประชดตัวเอง

ที่ผ่านมา ชนิญญาสงสัยตัวเองมาตลอดว่า ตนถูกใจเพศไหน ชายหรือหญิง? หลังมีคนเข้ามาแจกขนมจีบทั้งสองเพศ แต่สาวร่างสูงก็ไม่เคยที่จะจริงจังกับเรื่องนี้ ไม่เคยให้ความหวังกับใคร โดยบอกปัดอย่างสุภาพว่า

“เราเป็นเพื่อนกันเถอะ”

เธอทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการเรียนการแสดง โดยมีจุดหมายคือ เป็นดาราดังมากกว่ามารดาของตน เพื่อที่จะได้มีเงินมาจุนเจือสถานเด็กกำพร้านารีอุปถัมภ์ แสดงความกตัญญูกับคุณปราณี ป้าแท้ๆ ที่ช่วยดูแลเลี้ยงดูตนมาอย่างดี

...หากไม่มีคุณปราณี คงไม่มีชนิญญาในวันนี้

“ญาเป็นอะไร ทำไมหน้าแดงจัง?” กิ่งฟ้าอดถามไม่ได้ หลังเพื่อนมีสีหน้าหลากหลายอารมณ์จนเดาไม่ถูก

“ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดเรื่อยเปื่อยน่ะ” เธอตอบอย่างรวดเร็ว ใครจะไปยอมเล่ากันว่า ตนเองคิดเพ้อเจ้อไปไกลขนาดไหน เป็นเรื่องน่าอับอายที่ต้องปิดปากสนิท

“บอกฉันด้วยว่า ใครเป็นแฟนตัวจริงของคุณไอซ์” เพื่อนเธอจ้อตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น ดาราสาวมีข่าวคราวเรื่องความรักน้อยมาก หลังมีข่าวว่าไอศิกาเลิกกับแฟนเก่าหลายปีก่อน ก็ไม่มีคนรักเป็นตัวตน ระยะหลังมีแต่คู่จิ้นเป็นพระเอกที่ร่วมแสดง ซึ่งถูกมองว่าสร้างกระแสเพื่อโปรโมทหนังเท่านั้น

ซอกแซกไปนะ

ร่างสูงคิดต่อว่าเพื่อนสนิทในใจ ที่นิยมชมชอบกับข่าวซุบซิบของคนดัง ซึ่งมีทั้งเรื่องจริงบ้างเท็จบ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะติดตาม ซึ่งเธอมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเสียเวลา

“คุณนางเอกคงบอกฉันหรอกนะ” พูดประชดออกมา

“ก็เผื่อรู้ไง” กิ่งฟ้าพูดยิ้มอารมณ์ดี

ชนิญญาได้ส่ายหน้า จนคำพูดจะเถียงด้วย

กลัวฉันไม่ถูกเขม่นหรือไง...ให้ตายสิ!

“อย่าทำหน้างอสิ เดี๋ยวจะได้เป็นนางเอกแล้วยิ้มเยอะๆ หน่อย”

“แบบนี้เป็นไง” เธอย้อนถาม พร้อมฉีกยิ้มกว้าง

“นี่มันแยกเขี้ยว” กิ่งฟ้าทำหน้าเซ็ง ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุย “ไปกินข้าวกันดีกว่า”

“ไปสิ”

 

ศจีผู้จัดการใหญ่ของค่ายนักแสดง Prix (ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ‘รางวัล) ต้นสังกัดของไอศิกา เรียกประชุมด่วน หลังเด็กใหม่คนหนึ่งถูกบริษัทคู่แข่งแย่งตัวไป ทำให้บรรยากาศในการประชุมวันนี้ดูเคร่งเครียดมาก

“เป็นคนที่ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย” ศจีบ่นอย่างหัวเสีย ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดน ‘เก็จมณี’ แย่งเด็กใหม่ที่ดูมีแววก้าวหน้าไป หงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนโดนแย่งอ้อยไปจากปากช้าง

...แล้วเชื่อว่าครั้งนี้ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

“นิสัยขี้ขโมย แก้ยาก” กรวินเอ่ยโพล่งออกมา ในฐานะที่มีหน้าที่ดูแลเด็กใหม่โดยตรง โมโหมากที่สุด เพราะเด็กคนนั้นไปโดยไม่บอกตนสักคำ จึงรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย

ถ้าเจอหน้า คงต้องเฉ่งกันสักหน่อยแล้ว

“ได้ข่าวว่าไปฉกเด็กของค่ายอื่นมาเหมือนกัน” มยุรี เลขาของศจี พูดขึ้นบ้าง

“แล้วนภัสเคยมีปัญหากับเด็กคนอื่นบ้างหรือเปล่า?” ไอศิกาถามขึ้นบ้าง ไม่อยากจะเชื่อว่า เด็กคนนั้นจะอยากไปอยู่ค่ายอื่นที่เล็กกว่าที่นี่

สาวสวยเคยคุยกับนภัสหลายครั้ง ดูแล้วไม่น่าใช่เด็กที่เกเร น่าจะมีเหตุผลบางอย่าง

...ไม่น่าใช่ปัญหาเรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการแน่

ตอนนี้ในค่ายมีดาราหน้าใหม่ในสังกัดเหลืออยู่สามคน คนแรกชื่อแสงแข เป็นหลานสาวของศจี คนที่สองชื่อปัทมา เป็นเพื่อนสนิทของแสงแข คนสุดท้ายชื่อชนาภา

ส่วนคนที่เพิ่งออกไปชื่อนภัส เป็นเด็กที่มีความสามารถดีที่สุดในกลุ่มนี้

เด็กใหม่ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดูแลของกรวิน และมยุรี ซึ่งช่วงนี้จะถูกฝึกพื้นฐานการแสดงตามตารางของบริษัท มีกิจกรรมไปข้างนอกบ้าง แล้วแต่ว่าบริษัทจะได้รับงานใดมาบ้าง ซึ่งมีทั้งละคร และโฆษณา

เร็วๆ นี้บริษัท Prix เพิ่งได้รับการติดต่อให้ไปร่วมแสดงละครเวทีการกุศล โดยทางนั้นขอเชิญมาสี่คน เพื่อร่วมคัดตัวแสดง จึงทำให้ตำแหน่งว่างไปทันที

...และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องเรียกประชุมด่วนในวันนี้

กรวินหันสบตากับมยุรี ก่อนหันมาตอบไอศิกา

“คิดว่าไม่มีนะ”

ฉันเชื่อว่ามี แต่แกไม่รู้มากกว่า

นางเอกดังไม่คิดเชื่อ หลังเคยได้ยินแสงแขพูดจาไม่ค่อยดี กับเพื่อนร่วมงานหลายครั้ง อวดเบ่งว่าเป็นหลานสาวคนโปรดของผู้จัดการค่าย Prix ควบกับตำแหน่งลูกสาวสปอนเซอร์ใหญ่ของบริษัท จึงใหญ่แทบจะคับบริษัท

แต่หล่อนไม่คิดจะก้าวล่วงไปตักเตือนหรือพูดอะไรมาก ไม่อยากผิดใจกับศจี เจ้านายที่เคารพรักของตน

...บางเรื่องคงต้องรอให้สุกงอม

ไอศิกาจึงเลือกที่จะปิดปากสนิท แล้วเออออ

“งั้นเหรอ”

“ไก่” ผู้จัดการบริษัทเรียกชื่อลูกน้อง

“คะ?”

“ช่วงนี้เจอใครเข้าตาบ้างไหม?” ศจีถามตรงๆ

เดิมทีบริษัทไม่ได้คิดจะปั้นหน้าใหม่ออกมาทีละเยอะๆ แต่ตอนนี้คงต้องปรับแผนนิดหน่อย

คนถูกถามกลอกตาไปมา

“จริงๆ ก็มีนะคะ ไก่เจอที่นารีอุปถัมภ์หลายวันก่อน”

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า?

สาววัยสี่สิบเศษนึกออก ประสานมือเท้าโต๊ะ แล้วพูดอย่างเป็นงานเป็นการ

“เจอยังไง?”

“ไก่ไปแจกของกับไอซ์ค่ะ เห็นน้องเขากำลังซ้อมละคร ก็เลยดูไปพักหนึ่ง” กรวินเล่าแบบสั้นย่อ

เล่นละครเป็นด้วย...น่าสนใจ

นัยน์ตาศจีเป็นประกายขึ้นมาทันที หลังเด็กใหม่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีพื้นฐานการแสดง มีแต่หน้าตาหรือรูปร่างที่ดูเข้าท่า จึงต้องมาสอนกันใหม่ กว่าจะออกงานจริงก็ต้องฝึกกันหลายเดือน นับว่าเสียเวลาไปไม่น้อย

“ชวนหรือยัง?”

“ชวนแล้วค่ะ แต่น้องบอกว่าขอคิดดูก่อน” เพื่อนหล่อนตอบ

ผู้จัดการบริษัทถอนใจเบาๆ ไม่ถึงกับพอใจคำตอบสักเท่าใด

“เราต้องรออีกนานแค่ไหน?” พึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง

ระยะหลังวงการบันเทิงมีเด็กหน้าใหม่มากมาย แต่ไม่ถึง 10% ที่จะก้าวไปสู่นักแสดงชั้นนำของวงการบันเทิงได้

บางคนดังเร็ว แต่วูบวาบไม่ต่างจากดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ศจีไม่อยากให้เด็กในสังกัดของตนเป็นแบบนั้น จึงค่อนข้างพิถีพิถันในการคัดคน

...เน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ

แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียที่ร้ายแรงไม่น้อย เหมือนดังในตอนนี้ จำนวนคนไม่พอ

กรวินทำหน้าแหย แล้วส่ายหน้า

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” กรวินบอกเจ้านาย “เดี๋ยวไก่โทรหาเลยแล้วกัน”

“ยังไม่ต้องรีบ ใจเย็นๆ ฉันว่าน้องน่าจะตัดสินใจได้แล้ว” สาวสวยรีบห้ามเพื่อน

ทำไมมั่นใจนัก?

ผู้จัดการนักแสดงใหม่ทำหน้าสับสน แต่ไม่ทันถามอะไร

“เด็กคนนี้น่าสนใจเหรอไอซ์?” ผู้บริหารสาวถามความเห็นของสาวสวยแทน

“ค่ะ”

“ตรงไหน?” ศจีซักต่อทันที

“ครูปราณีเล่าว่า น้องญาเรียนด้านการแสดง กำลังจะจบแล้วด้วยค่ะ

“ว้าว แบบนี้ก็น่าจะเก่งพอตัวเลยสิ”

“เท่าที่เห็น น่าจะเป็นแบบนั้นค่ะ” ซุปตาร์สาวตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

สาวอาวุโสหยุดคิดไปเล็กน้อย

“พี่ว่าแทนที่จะให้ไก่ติดต่อกับน้อง ไอซ์ลองชวนแทนดีไหม เด็กคนนี้อาจจะตอบตกลงง่ายขึ้น”

หืม?

หล่อนทำหน้าสับสนกับข้อเสนอของเจ้านาย

ปกติไอศิกาแทบไม่เคยคิดที่จะชักชวนใครเข้าวงการนี้เลย ถึงในหลายครั้งจะมีคนชอบพูดว่า อยากเป็นเหมือนหล่อนก็ตาม

...อาชีพดารามันเลียนแบบกันได้ด้วยหรือ?

“จะดีเหรอคะ?”

สาวสวยไม่คิดว่านี่เป็นไอเดียที่ดี หลังชนิญญาไม่ได้แสดงความสนใจอะไรตนมากมาย ดูไม่เหมือนเป็นพวกบ้าดารา จนทำให้ไอศิการู้สึกเสียเซลฟ์ไม่น้อยที่โดนมองข้าม แต่อาศัยที่ปั้นหน้านิ่งเก่ง คนทั่วไปจึงดูไม่ออก

“แกลองดูสิ อาจจะได้ผลก็ได้” กรวินพยักหน้าเห็นด้วย กับความคิดของศจี ดาราชื่อดังย่อมมีอิทธิพลกับจิตใจของผู้ชมบ้างไม่มากก็น้อย ถือว่าซุปตาร์สาวมีภาษีในการโน้มน้าวใจมากกว่าผู้จัดการดาราตัวเล็กๆ

“ลองดูหน่อยเถอะค่ะคุณไอซ์” มยุรีช่วยพูดอีกคน

เลขาสาวไม่อยากให้ชื่อเสียงของบริษัท Prix ต้องย่ำแย่ไปกว่านี้ สาเหตุหนึ่งมาจากดาราหน้าใหม่ผุดเป็นดอกเห็ด การแข่งขันรุนแรง หากธุรกิจยังดำเนินไปแบบนี้ อีกไม่นานต้องขาดทุนแน่

อย่ามองฉันแบบนี้สิคะ ฉันลำบากใจนะ

เมื่อทุกสายตามองตนอย่างคาดหวัง คนสวยไม่มีทางเลือก ได้แต่ยอมรับปากในที่สุด

“ก็ได้ค่ะ”

“บ่ายวันเสาร์ ลองแวะไปดูละครที่น้องเขาแสดงจริง เสร็จแล้วค่อยชวนน่าจะง่ายขึ้น” เพื่อนหล่อนเสนอวันเวลาที่เหมาะสมออกมา “แกว่างหรือเปล่า?

กรวินอยากเห็นฝีมือของชนิญญา เพื่อประกอบการตัดสินใจครั้งนี้ แต่เท่าที่ประเมินจากวันนั้น ถือว่าหญิงสาวมีฝีมือเข้าตามาก

เมื่อย้อนมองเด็กหน้าใหม่สามคนในสังกัด ที่ฝึกมาหลายเดือนแต่การแสดงยังไม่ถึงขั้น แสดงอารมณ์ได้ไม่ถึงกับเป็นธรรมชาติ

...จะดูดีหน่อยก็คงแสงแข หลานสาวของผู้จัดการบริษัท

เสาร์มีงานอะไร?

ซุปตาร์สาวคิดถึงตารางงานของตัวเอง หลังอังสนา ผู้จัดการส่วนตัวของตนไม่ว่างมาร่วมประชุมวันนี้ด้วย เนื่องจากไม่สบายต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล

“เช้ามีคิวถึงสิบเอ็ดโมง บ่ายว่าง”

“ไปด้วยกันนะ?”

“ได้” สาวสวยพยักหน้า อยากดูผลงานของร่างสูงเหมือนกัน ว่าบ้านทรายทองของเธอจะยอดเยี่ยมขนาดไหน

“แบบนี้ก็มีหวังขึ้นอีกหน่อย” ศจีพูดเสียงร่าเริงกว่าตอนแรก

อย่างน้อยงานละครเวทีก็คงไม่ถึงกับหน้าแตกยับเยิน เมื่อเทียบกับการส่งนักแสดงที่ไร้ฝีมือไปทั้งหมด

การแสดงละครเวทีอาจมองว่า เป็นการฝึกซ้อมฝีมือของนักแสดง ให้เจิดจรัสโด่งดัง หรืออีกนัยก็คือการฆ่าดาราตายบนเวทีมาก็ไม่น้อย

หวังว่าจะเก่งจริงนะ

ผู้จัดการค่าย Prix ได้แต่แอบคาดหวัง

 

“แสดงได้สุดยอดเลย” กรวินเอ่ยชมกับนางเอกสาว หลังมานั่งดูละครเวทีที่เก้าอี้แถวหลังเกือบสุด เสียงปรบมือดังรัวดังก้อง ภายในโรงอาหารของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านารีอุปถัมภ์ ซึ่งใช้เป็นเวทีแสดงละคร

สองสหายมาถึงในช่วงก่อนบ่ายโมงเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีแขกมาในงานวันนี้เยอะ เป็นอะไรที่ผิดคาดมาก มีที่นั่งตรงไหนว่างก็นั่งชมอย่างใจจดใจจ่อ

เสียงปรบมือรัวดังกึกก้องเป็นนาที ขณะเหล่านักแสดงออกมาปรากฏตัว พร้อมค้อมหัวต่ำรับเสียงปรบมือนั้น ทุกคนมีสีหน้าร่าเริงระคนโล่งใจที่ภารกิจวันนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

“ดีกว่าวันซ้อมมากจริงๆ” ไอศิกาพูดชมตามตรง ไม่อยากจะเชื่อว่า เวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ เด็กพวกนี้จะพัฒนาตัวเองได้เร็วแบบก้าวกระโดด

เป็นเพราะน้องญาหรือเปล่า?

หล่อนตั้งคำถามในใจ

“ไปหลังเวทีกันเถอะ” เพื่อนหล่อนชวน ในมือมีช่อกุหลาบสีแดงสด เตรียมมาเพื่อให้กับ ‘พจมาน สว่างวงศ์’

...กรวินเชื่อว่า นักแสดงทุกคนชอบรับคำชื่นชม น่าจะทำให้การเจรจาวันนี้สำเร็จง่ายขึ้น

“อือ” หล่อนขานรับเบาๆ

“เดี๋ยวแกคุยนะ” เพื่อนหล่อนยัดช่อดอกไม้ให้ไอศิกา “นะๆ เพื่อบริษัท”

ให้ตายสิ!

ซุปตาร์สาวค้อนเพื่อน

 

เมื่อไปถึงหลังเวที ชนิญญายิ้มกว้างรับคำชื่นชมจากเพื่อนร่วมแสดง ที่ยืนห้อมล้อมพูดชื่นชมไม่ขาดปาก ไม่เว้นแม้แต่กิ่งฟ้า ที่แวะมาให้กำลังใจอยู่หลังเวทีด้วย

“ทำได้ดีมากญา” อินทิราเอ่ยชมน้องสาว ที่ทำให้ละครเวทีวันนี้น่าประทับใจเกินกว่าที่คิดไว้ ความสำเร็จเกินครึ่งของงานนี้ ต้องยกความดีความชอบให้ชนิญญา

“เป็นความพยายามของทุกคนค่ะ” สาวหน้าคมไม่คิดจะรับความดีความชอบเอาไว้เพียงลำพัง การแสดงละครเวทีต้องอาศัยทีมเวิร์ค ก่อนหันไปหานักแสดงคนอื่น “เก่งมากทุกคน”

“เยส!”

เสียงของนักแสดงหลายคนขานรับ ขณะที่เกือบทุกคนยิ้มกว้างแก้มแทบปริ

“พี่ญา พี่ญามีผู้หญิงสวยๆ มาหาค่ะ ตั้งสองคนแน่ะ” เสียงแก้วลูกน้องคนสนิทวิ่งจู๊ดมากระซิบข้างหู

ใคร?

เธอทำหน้าสงสัย ก้าวเท้าไปตรงทางเข้าประตูหลังเวที แล้วเจอกับผู้หญิงที่คุ้นหน้าคุ้นตา ที่เจอกันในฝันบ่อยๆ ทำตาโตตกใจเล็กน้อย

“มะ มีอะไรคะ?” น้ำเสียงตะกุกตะกักอย่างลืมตัว

“ยินดีด้วยค่ะ น้องญาเล่นเก่งมากเลย พี่ชอบ” ไอศิกายิ้มสวยให้กับเธอ พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ของกรวินส่งให้ ‘พจมาน’

ชนิญญาเบิกตากว้างหลังได้รับดอกไม้ช่อใหญ่ ใหญ่และสวยกว่าทุกช่อที่เคยได้รับ จึงยิ้มกว้างเต็มหน้า

“ขอบคุณค่ะ”

“แสดงได้เยี่ยมมาก” กรวินพูดบ้าง

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มรับคำชม สายตายังมองจ้องดอกไม้สีสวยในวงแขน

ช่อนี้คงเป็นพัน

“ฝีมือขนาดนี้ พี่คิดว่าน้องญาเหมาะจะเป็นนักแสดงอาชีพมาก” ไอศิกาพูดเข้าเรื่อง “ไม่สนใจมาร่วมงานกับพี่เหรอคะ?”

“นั่นสิคะ พี่อยากปั้นน้องให้เป็นดาราดังค่ะ” เพื่อนหล่อนเสริม

ว่าแล้วเชียว

สาวร่างสูงยกยิ้มมุมปาก มีคำตอบให้กับเรื่องนี้แล้ว

“จริงๆ ฉันก็ตั้งใจจะโทรไปหาคุณไก่เหมือนกัน”

“จริงเหรอคะ? แปลว่าจะเซ็นสัญญากับเรา” กรวินกล่าวอย่างมีความหวัง หันสบตากับสาวสวย

“ค่ะ” ชนิญญาตอบ หยุดเล็กน้อยหันมองไปที่นางเอกสาว แล้วพูดต่อ “แต่ฉันมีเงื่อนไขนะคะ”

สองสาวทำหน้างง หันมองหน้ากัน พร้อมเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า

เงื่อนไข?

OoXoO

ต้องมาดูกันต่อว่า น้องญาจะเสนอเงื่อนไขอะไร? แล้วทางคุณไอซ์จะโอเคด้วยหรือเปล่า?

ขอบคุณทุกการติดตาม ทุกหัวใจ และทุกคอมเม้นท์ค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 05 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2564 19:18:25 น.
Counter : 194 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com