Group Blog
มิถุนายน 2564

 
 
1
2
3
4
6
7
9
10
11
13
14
16
17
18
20
21
22
23
24
26
27
28
29
 
 
All Blog
No Romance หยุดหัวใจที่เธอ - บทที่ 12 (YURI)

๑๒

 

“ใคร?” น้ำเสียงของร่มฉัตรเย็นเยียบ แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสง่างามสูงส่งดุจนางพญาลดถอยลง

เมื่อกี้ยังน่ารักขี้อ้อนอยู่เลย ไม่กี่นาทีกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ซะแล้ว ไบโพล่าร์รึเปล่าเนี่ย?

จีนไม่ค่อยเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายนัก จึงกระชับมือคนเจ็บไว้

“ใจเย็นค่ะพี่ฉัตร”

“ขอโทษค่ะ” เธอฝืนยิ้ม มองไปทางลูกน้องด้วยสายตาคาดคั้น

“คุณฐานีย์ค่ะ” จงรักยอมปริปาก

“บ้าเอ๊ย!” สาวร่างสูงหลุดสบถออกมา ไม่คิดเลยว่า อดีตคนรักจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ “ทำไมต้องทำวิธีต่ำช้าแบบนี้ด้วย น้องจีนไม่ได้ทำอะไรให้เธอสักหน่อย”

คุณคนนั้นคงหึงสินะ

จีนยิ้มเย็น เดาหัวใจของฐานีย์ตามประสาผู้หญิงได้ว่า คงไม่อยากให้ใครเป็นที่หนึ่งในใจของร่มฉัตร...นอกจากตนเอง

ถ้าเป็นหล่อน หากตกกระป๋องแบบผู้หญิงคนนั้น ก็คงไม่สบอารมณ์เหมือนกัน เพียงแต่ไม่คิดใช้วิธีต่ำทรามขนาดนี้

...วิธีการ คือ การแยกแยะคนดีออกจากคนชั่ว

จงรักคิดไม่ต่างจากหล่อน ต้นเหตุคงมาจากร่มฉัตร เพียงแต่ไม่พูดออกมาดังๆ

ช่างไม่รู้จักหัวใจผู้หญิงเอาเสียเลย...คนอะไร

“แล้วสามคนนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน?” ร่มฉัตรถามถึงสามคนร้ายที่ทำร้ายตน

“อยู่ที่เซฟเฮ้าส์ค่ะ”

เธอพยักหน้าน้อยๆ เม้มปากแทบเป็นเส้นตรง ในใจขุ่นเคืองแทบระเบิด ไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่ตนเคยทุ่มเทหัวใจให้จะใจทมิฬ โหดเหี้ยมอำมหิต

ฉันนี่ตาต่ำจริงๆ ไปรักยายจอมโหดนี่ได้อย่างไร

ได้แต่นึกตำหนิตัวเอง คิดเสียดายเวลาหลายปีที่คบกัน ยังไม่รวมอีกสองปีกว่าที่อาลัยอาวรณ์ คร่ำครวญจะเป็นจะตาย

แต่พอเห็นธาตุแท้แบบนี้ ไม่ใช่แค่หมดรักหมดเยื่อใยอยากอยู่ห่าง เข้าขั้นแขยงแขงขนกันเลยทีเดียว

บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้น

“พี่ฉัตรพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว” จีนเตือน ยืนขึ้นเต็มความสูง ยื่นมือให้คนพี่แล้วชวน “นอนค่ะพี่ฉัตร”

ร่มฉัตรยอมทำตามอย่างว่าง่าย ให้หล่อนประคองตนขึ้นเตียง และห่มผ้าให้

“กู๊ดไนท์ค่ะ”

“ขอกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ พี่จะได้หายเร็วๆ” น้ำเสียงออดอ้อนถูกนำมาใช้อีกรอบ “นะคะ”

ร้ายจริงๆ

จีนนึกต่อว่า ก่อนปรายตาไปเห็นจงรักที่จ้องเขม็งมา จึงอดเขินอายไม่ได้ ลืมไปสนิทว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน

“พี่รักอยู่นะคะ”

สาวร่างสูงปรายตาไปทางจงรัก

“รัก หันหลังหน่อยสิ”

ลูกน้องสาวเบะปากอย่างหมั่นไส้ ที่เห็นเธอคิดจะจีบสาวต่อหน้าต่อตา ทั้งที่ยังบาดเจ็บ

“โหย เกินไปรึเปล่าคะ”

“ไม่เกินสักนิด นะๆ รัก”

สาวคนสนิทแค่นหัวเราะ

หน้าไม่อายจริงๆ ให้ตายสิ!

คนกลางหน้าแดงเป็นลูกตำลึง รีบผละออกห่างจากเตียงคนป่วย แล้วพูดแก้เกี้ยว

“รีบนอนเลยค่ะ จีนจะไปอาบน้ำ”

พูดจบ หล่อนรีบค้นชุดนอนจากเป้ แล้วเข้าห้องน้ำอย่างเร็ว

เสียดายอ่ะ

เจ้าของร่างสูงทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอย

จงรักมองเจ้านายที่ทำตาละห้อย จึงโคลงศีรษะไปมา แล้วเดินไปหาที่ข้างเตียง

“คุณมนให้การ์ดสองคนมาเฝ้าประตูนะคะ บอกว่าเป็นห่วง”

“อืม” เธอขานรับเสียงต่ำในลำคอ “อย่าให้น้องจีนเป็นอะไร ไม่ต้องห่วงฉัน เข้าใจนะ?”

ลูกน้องสาวนิ่งไป ไม่คิดว่าหล่อนจะสำคัญกับอีกฝ่ายขนาดนี้

“ค่ะ” รับคำเสียงแผ่ว ก่อนถามต่อ “แล้วคุณฐานีย์?”

“ฉันต้องเคลียร์แน่ ไม่ต้องห่วง” ร่างสูงหาวหวอดออกมา

“คุณฉัตรพักผ่อนเถอะ”

“อือ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ” คนป่วยปิดเปลือกตาลง เหนื่อยจนผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย

หลังจีนอาบน้ำเสร็จ จงรักก็ไปทำธุระต่อบ้าง

หล่อนจึงเดินมาดูคนเจ็บใกล้ๆ เหม่อมองใบหน้าสวยคมยามนี้ที่ดูไร้พิษสง คนละเวอร์ชั่นกับตอนตื่นสิ้นเชิง หลายนาทีต่อมารู้สึกตัว จึงเดินไปนอนยังโซฟา มองไปทางเตียงคนเจ็บ

หายเร็วๆ นะคะพี่ฉัตร

 

สายวันรุ่งขึ้น มีหนึ่งหญิงหนึ่งชายมาเยี่ยมร่มฉัตร คือพ่อแม่ของเธอ คนเจ็บทำหน้าแหยๆ รู้ว่าต้องโดนบ่นแน่ เดาว่าจงรักคงรายงานกับแม่ แล้วแม่ก็คงบอกพ่ออีกทอด

ปากโป้งมากนะคุณจงรัก

ได้แต่คิดเคืองลูกน้องในใจ

ขณะที่จีนสบตาจงรักเหมือนถามว่าอะไร อีกฝ่ายส่ายหน้าแทนคำตอบว่าให้อยู่เฉยๆ

“เลิกทำงานที่ผับซะ มันอันตรายเกินไป แกเป็นผู้หญิงนะ” กำชัยสั่งลูกสาวเสียงเข้ม โดยไม่สนใจถามไถ่อาการอีกฝ่ายสักคำ

เจอหน้าก็ออกคำสั่ง ฉัตรคงเชื่อฟังหรอก ไม่รู้จักลูกเลยจริงๆ ...พ่อประสาอะไร

รยามองสามีอย่างไม่พอใจนัก แต่ไม่พูดอะไร เดินไปหาลูกสาวข้างเตียงทรุดนั่งเก้าอี้ว่าง ลูบวงหน้าที่คล้ายคลึงกับตนในวัยสาวไม่น้อย

“กี่แผลล่ะคราวนี้?” น้ำเสียงเรียบราบ จนยากจะทายอารมณ์ออก

เธอฝืนยิ้ม

“สองค่ะแม่”

“เจ็บมากไหม?”

“หมดฤทธิ์ยาแก้ปวดก็เจ็บค่ะ” ลูกสาวไม่คิดอวดเก่ง แผลยาวตั้งหลายนิ้วบอกไม่เจ็บ...ก็เก่งเกินคนไปหน่อย

คนฟังนึกสงสาร

“ฝ่ายนั้นมีกี่คน?”

“สามค่ะ”

รยาปรายตามองไปทางกำชัยที่นั่งโซฟาไม่ไกล แล้วแกล้งพูดประชดออกมา

“เสียแรงส่งไปเรียนที่ค่ายมวยตั้งหลายปี หลบมีดแค่นี้ก็ไม่ได้ ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ลูกฉัน”

“ขอโทษค่ะ”

แม้คนเป็นแม่จะพูดต่อว่า แต่ก็ไม่ได้ดุจริงจัง ซึ่งคนที่คุ้นเคยดีย่อมมองออก

มีเพียงจีนที่เลิกคิ้วขึ้นแบบงงๆ

ทำไมคุณแม่พี่ฉัตรถึงพูดแบบนั้น

“ทีหลังต้องหลบให้พ้น ถึงจะเป็นลูกปืนก็ห้ามโดน เข้าใจนะ” รยาพูดประชดกระทบไปยังสามี ที่ค้อนปะหลับปะเหลือก

โห! แม่ขา ฉัตรไม่ใช่ยอดมนุษย์นะคะ พูดง่ายเกิ๊น

สาวหน้าคมทำตาปริบๆ กับคำสั่งที่ยากจะทำตามได้

รยายิ้มกว้าง หลังได้รังแกลูกสาวเล็กๆ น้อยๆ แล้วเคาะหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ อย่างเอ็นดู แล้วพูดตบท้าย

“แม่รักลูกนะ”

ร่มฉัตรยิ้มกว้างดูแล้วไม่ต่างจากเด็กๆ

“ฉัตรทราบค่ะแม่ ฉัตรก็รักแม่ที่สุด”

เชอะ!

กำชัยได้แต่มองสองแม่ลูกคุยกันอย่างสนิทสนม เหมือนตนเป็นแค่ส่วนเกินหรือหัวหลักหัวตอ ลูกสาวมักจะทำตัวเหินห่างเย็นชา ไม่เคยสนใจจะคุยกับเขาเกินความจำเป็น แถมพูดกันไม่กี่คำ ก็มักจะจบด้วยการทุ่มเถียง ให้ต้องโมโหอยู่ร่ำไป

แม่มันให้ท้ายตลอด มันถึงได้ไม่เห็นหัวฉัน

พ่อเธอคิดอย่างหงุดหงิด

เขายอมรับว่าในลูกทั้งสามคน ร่มฉัตรเก่งเหนือกว่าปูชิตากับกนธี ทั้งสติปัญญา ไหวพริบ หรือแม้แต่ทักษะการต่อสู้ แต่ลูกสาวคนเล็กไม่ยอมมาช่วยงานที่บ้าน ทั้งที่เขาอยากจะให้รับสืบทอดธุรกิจมากที่สุด สร้างความผิดหวังให้คนเป็นพ่อไม่น้อย

กำชัยคัดค้านตั้งแต่ตอนลูกสาวคนเล็กเปิดผับ มองว่าเป็นธุรกิจสีเทาที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล มีเรื่องเส้นสายของนักการเมือง และมีคนในเครื่องแบบมาวุ่นวาย จึงสบประมาทว่า ผู้หญิงเพิ่งเรียนจบสองคนจะทำได้สักกี่น้ำ

คิดไม่ถึงว่า ผ่านไปไม่กี่ปี ผับแห่งนั้นจะขยายใหญ่โตมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ส่วนกำไรคงมากมายมหาศาลจนไม่กล้าจะคิด เขาจึงยิ่งเสียดายอยากให้ร่มฉัตรมาช่วยงานที่บริษัทตนมาก

...หลังร่มฉัตรได้พิสูจน์แล้วว่าเหนือกว่าพี่สาวและพี่ชาย

โดยเฉพาะเวลานี้ ที่บริษัทกำลังประสบกับปัญหาการเงินอย่างหนัก จากหลายสาเหตุ อาทิ ลูกหนี้ผิดนัดชำระ หนี้สูญ และเงินบางส่วนหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่จับมือใครดมไม่ได้ จะให้คนนอกมาตรวจสอบก็ไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับธุรกิจเงินกู้นอกระบบ เป็นเรื่องที่ทำให้กำชัยปวดประสาทไม่น้อย

คนพ่อนั่งมองแม่ลูกคุยกันกระหนุงกระหนิง ลืมเลือนเขาไปเสียสนิท จึงกวาดตามองไปยังผู้หญิงอีกสองคนที่นั่งอยู่เงียบๆ อีกด้านของห้องพิเศษนั้น คนหนึ่งคือจงรัก ซึ่งเขารู้จักคุ้นเคยแต่ไม่สนิท ส่วนอีกคนนั้นไม่เคยเห็นหน้า

ใครล่ะเนี่ย...หน้าตาน่ารักทีเดียว

กำชัยคิดชมในใจ ตามประสาผู้ชายที่ชอบดอกไม้งาม ระยะหลังเขาลดละพฤติกรรมชอบตีหม้อไปหลังมีปัญหาสุขภาพ จึงทำได้แค่มองเป็นอาหารตาแทน

“น้องจีนคะ มาหาพี่หน่อยสิคะ” ร่มฉัตรเรียกสาวสวยหน้าหวาน พอหล่อนลุกไปหาใกล้ๆ ก็แนะนำกับมารดาว่า “นี่แม่พี่ค่ะ น้องจีน”

“สวัสดีค่ะคุณน้า”

“ไหว้พระเถอะลูก” รยามองหญิงสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วสังเกตเห็นนัยน์ตาสีฟ้า จึงคลี่ยิ้มออกมา “สวยน่ารักมากทีเดียว เป็นลูกครึ่งเหรอคะ?”

“ค่ะ” หล่อนสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจากผู้หญิงอาวุโสตรงหน้า

พี่ฉัตรเหมือนคุณแม่นี่เอง

“พูดได้ชัดเจนดีมากเลย”

“แม่สอนจีนตั้งแต่เด็กค่ะคุณน้า”

“น้องจีนเรียกคุณน้าไม่ได้ค่ะ ต้องเรียกคุณแม่ต่างหาก” คนป่วยพูดแก้ขึ้น

หืม!

แม่เธอเข้าใจความหมายทันที ด้วยที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยพาใครมาแนะนำแบบนี้...ยกเว้นฐานีย์ แต่สุดท้ายรักล่มเรือจม เพราะอีกฝ่ายไปเข้าหอกับเจ้าสัว แล้วร่มฉัตรก็ไม่คบใครจริงจังอีกเลย

“จริงเหรอลูก?” คนเป็นแม่คลี่ยิ้มยินดี

“ฉัตรชอบน้องจีนค่ะ เรากำลังดูๆ ใจกันอยู่” สาวร่างสูงพูดโมเมเข้าข้างตัวเองเสร็จสรรพ

“ไว้ว่างๆ ก็พาน้องไปทานข้าวกับแม่นะ จะได้คุยกันนานๆ”

“ค่ะแม่”

ไปดูใจกันตอนไหนคะ จีนไม่เห็นรู้?

หล่อนทำหน้ายุ่งเหมือนกินยาขม แล้วรีบอธิบาย

“ไม่ใช่นะคะ จีนยังไม่ตกลงสักหน่อย”

“นานแค่ไหนพี่ก็รอได้ค่ะ” เธอไม่คิดฉวยโอกาสผูกมัด

ฉันไม่แน่ใจตัวเองด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่ พี่ฉัตรจะรอจริงๆ เหรอคะ?

คำพูดแสนจริงใจของคนเจ็บ ทำให้สาวสวยพูดไม่ออก ไม่ใจร้ายพอที่จะพูดทำลายความหวังร่มฉัตร

นี่เหรอเหตุที่ปฎิเสธการแต่งงาน บ้าบอที่สุด!

กำชัยที่นั่งฟังอยู่ควันออกหู ยอมรับไม่ได้กับเรื่องนอกลู่นอกทาง ลูกสาวคนนี้ดีพร้อมทุกอย่าง ยกเว้นแค่เรื่องรสนิยมทางเพศ ที่เขารู้สึกอับอาย

“ฉันไม่เห็นด้วยกับเรื่องความรักไร้สาระพวกนี้” เขากล่าวเสียงดังลั่น ทุกคนในห้องต้องหันมามอง

ใครถาม?

ลูกสาวคนเล็กขมวดคิ้ว กับคำพูดต่อว่าซึ่งหน้าของบิดา ที่กำลังก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของตน

เขาชี้นิ้ว แล้วออกคำสั่งว่า

“แกต้องแต่งงานกับคิรากรภายในปีนี้”

“ไม่ค่ะ” คนเจ็บตอบสวนไปทันควัน “ฉัตรเคยปฎิเสธไปแล้ว และฉัตรไม่มีทางเปลี่ยนใจ”

“ทำไมแกถึงได้ดื้อด้านแบบนี้”

“ฉัตรไม่ชอบคิรากร และไม่มีวันชอบคิรากร ถ้าพ่ออยากได้เงินของเขานัก ก็แต่งงานเองเถอะค่ะ”

“แก”

คนพ่ออารมณ์เดือดพล่าน หลังอีกฝ่ายเถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่

รยากำหมัดแน่น หลังได้ยินการโต้เถียงของสองพ่อลูก จนได้รู้เหตุผลแท้จริงที่สามีติดตามมาพบร่มฉัตรในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพราะความห่วงใยอย่างที่เข้าใจแต่อย่างไร

ที่แท้มาเพราะความเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน...ฉันนี่มันโง่จริงๆ ที่คิดว่า เวลาจะเปลี่ยนสันดานคนได้

แม่เธอรู้สึกสิ้นหวังในตัวสามีอย่างบอกไม่ถูก และแน่นอนว่าหากให้เลือกระหว่างสองคนนี้ รยาย่อมเลือกเข้าข้างเลือดเนื้อเชื้อไขอย่างไม่คิดลังเล

“คุณคะ” น้ำเสียงของรยาเรียบราบ ไม่ได้ดังหรือเบาจนเกินไป ทว่าเรียกความสนใจของกำชัย และคนอื่นในห้องให้หันมองเป็นตาเดียว แล้วรอฟัง

นัยน์ตาของสามีที่ดุดันดูผ่อนคลายลง หลังสบกับภรรยารอง ซึ่งเขาไม่กล้าที่จะวางอำนาจบาตรใหญ่ด้วย มีความเกรงอกเกรงใจอยู่หลายส่วน

“อะไร?”

“ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนปูชิตาแต่งงาน คุณให้ตาเลือกคู่ครองเองใช่ไหมคะ?”

คำถามแรกเปิดขึ้นชนิดต่อยตรงหน้าแหก โดยอ้างไปถึงลูกสาวคนโต ซึ่งเกิดจากภรรยาคนแรกของเขา ที่เพิ่งแต่งงานไปปีที่แล้ว และตอนนี้มีหลานตัวน้อยอายุไม่กี่เดือน

“ใช่” กำชัยตอบเสียงเข้ม เพราะเขาเป็นคนอนุญาตเอง

“ถ้าปูชิตาเลือกคนรักเองได้ แล้วทำไมร่มฉัตรถึงเลือกเองไม่ได้ละคะ? เมื่อก่อนฉันคิดว่าคุณเป็นคนยุติธรรม แต่ตอนนี้ฉันเริ่มไม่เชื่อแล้ว” คำถามที่สองตามมาติดๆ แบบไม่เว้นจังหวะให้หายใจ

ฉึก!

สามีหน้าม้าน หลังโดนด่ากลายๆ ว่ารักลูกไม่เท่ากัน ซึ่งมันเป็นความจริง เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาต่อหน้าเขา

“สำหรับฉัน ร่มฉัตรคือลูกสาวคนเดียวของฉัน ฉันอาจไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แต่ฉันรักลูกมาก ฉันไม่คิดจะขายลูกเพื่อเงิน ฉันต้องการให้ลูกมีความสุข” รยาเบนสายตาไปมองลูกสาว ก่อนวกกลับมามองสามี “ถ้าคุณจะบังคับลูกเรื่องนี้อีก ฉันจะย้ายออกจากบ้าน ไปอยู่กับฉัตร และฉันจะหย่าให้คุณด้วย คุณกำชัย”

“เฮ้ย! ได้ไง ผมไม่ยอม” กำชัยโวยวาย

“ตกลงตามนี้นะคะ?”

บ้าเอ๊ย!

สามีสบถในใจ ปิดปากแน่นไม่ตอบรับหรือปฎิเสธ

รยาได้แต่คิดอ่อนใจถึงความดื้อรั้นดันทุรังเลเวล 99 ที่ไม่ค่อยจะรับฟังอะไรใคร เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่สุด

หัวดื้อหัวรั้นไม่มีใครเกิน

นึกต่อว่าเขาในใจ ก่อนหันไปคุยกับลูกสาวต่อ

“ถ้าพ่อเขาบังคับอีก ก็บอกแม่นะฉัตร”

“ค่ะแม่” ร่มฉัตรยิ้มกว้าง “รักแม่นะคะ”

“ไม่ต้องมาอ้อนเลยเรา”

สองแม่ลูกหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข ขณะที่สาวลูกครึ่งกลับยิ้มไม่ออก

แบบนี้แปลว่าพี่ฉัตรมีตัวจริงแล้ว...ฉันควรทำอย่างไรดี?

จีนไม่สบายใจ หลังรู้ว่าร่มฉัตรมีคู่หมายที่บิดาเตรียมไว้ให้แล้ว ไม่อยากแย่งชิงแฟนคนอื่น หรือสมบัติของคนอื่น...เพราะมันบาป เกรงผลกรรมจะตามทัน

โชคดีที่พ่อฉันไม่หน้าเงินขนาดนี้

จงรักถอนใจเบาๆ กับปัญหาครอบครัวของเจ้านาย ซึ่งรู้มานานแล้ว และไม่คิดว่าครั้งนี้พ่อเธอจะยอมยุติง่ายๆ จึงอดวิตกไม่ได้

กำชัยปั้นหน้าเครียดขรึม หลังโดนภรรยาขู่ กลอกตาไปมาเล็กน้อย แล้วหยุดมองวงหน้าสาวสวย หรี่ตาเจ้าเล่ห์ตัดสินใจเปลี่ยนแผน

...เขาเชื่อว่าทุกคนรักเงิน

แกไม่อยากได้เงิน แต่คนอื่นคงไม่คิดเหมือนแกทุกคนหรอกมั้ง

OOOO

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นอีกแล้ว พี่ฉัตรประกาศจุดยืนชัดเจน ส่วนน้องจีนจะไปต่อหรือถอย? ต้องติดตามต่อค่ะ 

...เขียนใกล้จบแล้วค่ะ ตอนแรกกะว่าจะเขียนสั้นๆ สัก 350 หน้าพอ แต่ก็เกินอีกแล้วค่ะ เขียนเพลินไปหน่อย น้อยๆ ไรท์เขียนไม่ค่อยเป็น 5555

ถูกใจก็คอมเม้นท์หรือแจกหัวใจ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

นาง ^^

OOOO 




Create Date : 05 มิถุนายน 2564
Last Update : 5 มิถุนายน 2564 15:13:04 น.
Counter : 192 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com