Group Blog
พฤษภาคม 2564

 
 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
8
9
10
12
13
14
16
18
19
20
22
23
24
26
27
29
30
 
 
All Blog
No Romance หยุดหัวใจที่เธอ - บทที่ 6 (YURI)

 

แฟนเก่าพี่ฉัตร!

จีนอึ้งหลังได้ยินชัดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร หันหลังแล้วก้าวขายาวขึ้น เพื่อจะไปให้พ้นจากตรงนั้นโดยเร็ว ไม่อยากรู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวใจ ทั้งที่ตนกับร่มฉัตรแสดงเป็นแฟนหลอกๆ

...เป็นความรู้สึกว้าวุ่นใจที่ไม่ชินเอาเสียเลย

เป็นบ้าอะไรจีน! มีสมาธิสิ เดี๋ยวต้องร้องเพลงแล้วนะ

หล่อนเตือนตัวเอง ขณะเลือกชุดของร้านเพื่อที่จะเปลี่ยนก่อนขึ้นเวที พอเลือกได้ก็เข้าไปห้องแต่งตัวเล็กๆ หวังจะสงบสติอารมณ์ แต่หลังผับมีคนสอดรู้สอดเห็นจำนวนไม่น้อย เพียงไม่กี่นาทีเรื่องของร่มฉัตรพบกับสาวแปลกหน้าก็ลอยมาหลังร้าน

“นี่ๆ พวกแก แฟนเก่าคุณฉัตรมาแหละ คนนี้สวยโคตร” หน่วยสอดแนมกระซิบกระซาบ

“คนไหน? คุณฉัตรเคยมีแฟนตั้งหลายคน” คนที่สองถาม ขณะแต่งหน้าอยู่กับกระจกเงา เป็นผู้หญิงสามสิบกลางๆ ทำงานที่นี่ตั้งแต่เปิดร้าน ข้อมูลจึงแน่นกว่าหลายคน

“จำชื่อไม่ได้”

“ว่าแต่มาทำไมอ่ะ?” อีกคนถามบ้าง

“ถามแปลกๆ” ผู้หญิงคนที่สองแค่นหัวเราะ เหมือนได้ฟังคำถามโง่ๆ “แฟนเก่ามาหาจะมีเหตุผลอะไร คงจะมารื้อฟื้นความสัมพันธ์น่ะสิ”

“แล้วยายนักร้องใหม่?”

คนถูกถามยักไหล่

“จะไปรู้ได้ไง ฉันไม่ใช่คุณฉัตรนะ”

“ถ้าเป็นฉัน ฉันคงเลือกน้ำพริกถ้วยเก่า กินแล้วมันแซ่บถึงใจ”

“ก็ไม่แน่หรอก เท่าที่จำได้ยายคนนี้ เลิกเพื่อไปแต่งงานกับคนรวย หักอกคุณฉัตรซึมไปตั้งนาน หน้าด้านกลับมา ใครจะไปรู้ว่าอนาคตจะทรยศอีกหรือเปล่า”

“มันก็จริง”

บทสนทนาเรื่องร่มฉัตรยังคงดำเนินต่อไป ทำให้จีนที่อยู่ในห้องแต่งตัวได้เข้าใจสถานการณ์ต่างๆ มากขึ้น

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าพี่ฉัตรถึงทำหน้าลำบากใจขนาดนั้น

แม้จะเข้าใจ แต่หล่อนก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะทำอะไร จีนไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของร่มฉัตร ยกเว้นแต่สาวร่างสูงจะเอ่ยปากออกมาตรงๆ

หล่อนไม่มีโทรจิต อ่านใจใครไม่ได้ หากไม่พูดออกมาตรงๆ ก็ถือว่าไม่รู้ก็แล้วกัน

...การแกล้งโง่บ้าใบ้ไม่ใช่เรื่องยาก

ฟุ้งซ่านอะไรจีน เตรียมตัวไปทำงานได้แล้ว

บอกกับตัวเอง แล้วเปิดประตูออกมาจากห้องแต่งตัว แต่แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นคนในความคิดยืนกอดอกพิงผนัง สายตาคู่คมจ้องเขม็งมาที่ตน ทำเอาหัวใจสั่นระริกแบบไร้สาเหตุ

พี่ฉัตร...

หลายวินาทีกว่าที่จีนจะขยับปากถามออกไป

“มะ มีอะไรคะ?”

“ก็ไม่มีอะไรมาก พี่แค่อยากมาให้กำลังใจน้องจีน” ร่มฉัตรยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หลังกวาดตาสำรวจเครื่องแต่งกายของหล่อน “วันนี้เป็นนางแมวเหรอคะ...น่ารักจัง”

คำชมนั้นทำให้จีนไปไม่เป็นเลยทีเดียว ลึกๆ แอบดีใจที่อีกฝ่ายมาหาตน แทนที่จะสนใจแฟนเก่า

“เอ่อ...”

สมองประมวลผลไม่ทัน จึงได้แต่หลบสายตา แล้วเดินหลบเอาเสื้อผ้าที่เปลี่ยนไปใส่ตู้ล็อคเกอร์ เดินไปยังหน้ากระจกเงา เพื่อแต่งหน้าอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนขึ้นร้องเพลง

เขิน?

ความคิดนั้นวูบเข้ามาทำให้ร่มฉัตรยิ้มกว้างกว่าเดิม ขยับตัวเดินมาข้างกายของหล่อน

“พี่ช่วยแต่งหน้าให้นะคะ รับรองว่าพี่จะทำให้จีนเป็นน้องแมวที่มีเสน่ห์ที่สุด”

“เอางั้นเหรอคะ?”

“หันหน้ามาสิคะ” เธอบอกเสียงอ่อนโยน ปลายนิ้วเชยคางมนของหล่อนขึ้นสบสายตา แล้วลูบไล้คางนั้นเบาๆ “พี่ว่าน้องจีนเหมาะกับแต่งหน้าอ่อนๆ เพราะสวยหวานอยู่แล้ว โอเคนะคะ?”

หัวใจของจีนเต้นรัวแรงเหมือนยกกลองชุดมาไว้ในอก ลำคอแห้งผากเหมือนขาดน้ำ ทั้งที่เพิ่งดื่มไปไม่นาน

“ละ แล้วแต่พี่ฉัตรเลยค่ะ”

“หลับตาก่อนค่ะ”

หล่อนทำตามอย่างว่าง่าย ขยับเปลือกตาปิดลง

สาวหน้าคมหยิบอุปกรณ์แต่งหน้าออกจากถุงกระดาษ บรรจงแต้มเติมใบหน้าสวยหวานอย่างเบามือที่สุด ตบท้ายด้วยป้ายลิปสติกสีชมพูบางๆ

สวยไปนะคะนางแมวขา

เธอเพิ่งจ้องเรียวปากหยักชวนลิ้มลอง จนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ข่มใจที่จะไม่ทำอะไรล่วงเกินออกไป

“เสร็จแล้วค่ะ”

จีนลืมตาขึ้น แล้วหันมองกระจกเงา เพื่อสำรวจใบหน้าตัวเอง แล้วก็มีรอยยิ้มเปื้อนหน้า

“แต่งสวยกว่าจีนแต่งเองเยอะเลย ขอบคุณค่ะ”

“ยินดีค่ะ ถ้าอยากได้ช่างแต่งหน้าประจำตัวก็บอกพี่นะคะ รับรองว่าพี่จะทำให้น้องจีนสวยที่สุด”

หล่อนเห็นรอยยิ้มมั่นใจของอีกคน จึงอยากแกล้งบ้าง

“ฟรี?”

สาวร่างสูงแทบจะหุบยิ้มลงในทันที

“โห น้องจีนขา ให้รางวัลพี่บ้างก็ได้นะคะ อะไรก็ฟรีตลอด พี่ขาดทุนแย่เลย”

จีนอมยิ้มขำกับปฎิกิริยาของเธอ

“นี่แกล้งพี่เหรอคะเนี่ย” เธอโวยวายแบบไม่จริงจัง

“เปล่าสักหน่อย แล้วพี่ฉัตรอยากได้อะไรคะ?”

“ตอนนี้ยังคิดไม่ออกค่ะ ไว้คิดออกจะบอกแล้วกัน”

ลูกครึ่งสาวลุกยืนเต็มความสูง

“คิดไปนะคะ จีนขอไปร้องเพลงก่อน”

“เดี๋ยวค่ะ”

ร่มฉัตรขยับตัวเข้าสวมกอดจีนที่ทำหน้าสงสัย วงแขนที่สวมกอดนั้นไม่แน่นไม่หลวมจนเกินไป ก่อนเบียดแก้มของตนกับหล่อน แล้วกระซิบข้างหูเบาๆ

“ทำให้เต็มที่นะคะคนเก่ง พี่จะรอฟัง”

พูดจบเธอหอมแก้มเนียนนุ่มหนึ่งฟอด แล้วผละออกช้าๆ

บ้าน่า!

หัวใจของสาวลูกครึ่งเต้นรัวไม่เป็นส่ำ ร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง หน้าขึ้นสีแน่นอน ยกมือลูบแก้มที่โดนขโมยหอมอย่างลืมตัว

ยามนี้สาวสวยรู้แล้วว่า อาการนี้คืออาการของโรคอะไร

...โรคหัวใจ!

“พะ พี่ฉัตร...”

แก้มหอมเนียนนุ่มมาก

ร่มฉัตรคิดชม หลิ่วตาให้หล่อน แล้วจูงมือไปยังหลังเวที

“สู้ๆ ค่ะ”

จีนยังคงมึนเบลอไปหลายวินาที ก่อนพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“ค่ะ”

หลังส่งนางแมวไปหน้าเวที ร่มฉัตรเดินไปหาสภากาแฟที่นั่งชมการแสดงสดเมื่อกี้ กวาดตามองพวกซุบซิบที่หลบตาไปคนละทาง

“เลิกพูดเรื่องของฉันได้แล้ว ฉันไม่รีเทิร์นคนเก่า จบข่าว” เธอใช้โทนเสียงวางอำนาจชัดเจน

พวกพนักงานผงกหัวหงึกๆ ไม่กล้าหืออือมาก กลัวได้ซองกฐิน แต่พอเธอคล้อยหลัง การจับกลุ่มก็เริ่มสุมหัวอีกรอบ

“ท่าทางคุณฉัตรจะชอบยายนักร้องจริงๆ นะเนี่ย”

“ใช่ ปกติเคยดูแลใครแบบนี้ที่ไหน”

“น่าอิจฉาชะมัด”

“พอได้แล้ว ถ้าพูดมากอีกคำ ฉันหักเงินเดือนทุกคนเลยนะ” เธอชะโงกหน้าออกมาอีกรอบ “ไปทำงานได้แล้ว”

พนักงานรีบสลายตัวโดยไม่ต้องให้เจ้านายสั่งซ้ำ

“ให้ตายสิ!” สาวร่างสูงส่ายหน้าอย่างเซ็ง ก่อนเดินกลับไปห้องทำงานเพื่อเปลี่ยนชุดสวย

แม้จะไม่มีนัดกับลูกค้า แต่เธอชอบที่จะแต่งตัวสวยเพื่อนั่งดื่ม หรือทักทายกับคนคุ้นหน้าคุ้นตา ดูแลพนักงาน อันเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่คิดเอาเปรียบปล่อยให้ชนมนต้องทำงานหนักเพียงลำพัง

แทบจะทันทีที่ร่มฉัตรโผล่เข้าไปในห้องผู้จัดการ ชนมนที่นั่งโต๊ะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน

“ได้ข่าวว่าเมียเก่ามา?”

ส่งไปอยู่หน่วยข่าวกรองน่าจะดี

เธอคิดประชดเพื่อนในใจ

“เออ” ตอบสั้นๆ เบะปากนิดๆ

เพื่อนเธอหลุดขำ

“ไล่ไปแล้วเหรอ?”

“ไม่รู้อ่ะ ไม่ได้สนใจ ฉันไปแต่งหน้าให้น้องจีน” ร่มฉัตรตอบแบบไม่ใส่ใจ เดินต่อไปห้องน้ำ “ขอแต่งตัวก่อน จะรีบออกไปฟังน้องจีนร้องเพลง”

ชนมนทำหน้าเหวอจนแมลงวันเข้าไปวางไข่ได้ ผ่านไปหลายนาทีจึงเอ่ยขึ้น

“มาถึงคำก็น้องจีน สองคำก็น้องจีน จะหวานไปรึเปล่า” เพื่อนรักเอ่ยแซว

“ก็แล้วไง” ตะโกนตอบออกมาจากห้องน้ำ

ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่

คนฟังคิดสงสัย ด้วยเป็นเพื่อนกับอีกคนมานานหลายปี จึงพอจะมองออก

“ตกลงแกมีอะไรอยากเล่าให้ฉันฟังรึเปล่า?”

เธอในชุดเดรสสีส้มออกมาจากห้องน้ำ

“หมายถึงเรื่องอะไร?”

เฉไฉเก่งจริงๆ

ผู้จัดการผับใช้สองแขนเท้าคาง มองสาวหน้าคมเขม็ง เหมือนจะคาดคั้นเอาคำตอบ

“เมื่อคืนแกทำอะไรจีนรึเปล่า?”

ถามอะไรบ้าๆ

“ไม่มี๊ กลับถึงห้องฉันทำโจ๊กให้น้องทาน นั่งคุยกันนิดหน่อย แล้วให้น้องนอนอีกห้อง ก็แค่นั้น”

“แน่ใจ?”

“เออสิ” สาวหน้าคมเอาเสื้อผ้าชุดเดิมพาดราว เดินไปแต่งหน้าที่โต๊ะเครื่องแป้ง “น้องจีนบอกแล้วว่า จะพักกับฉันไม่เกินสองเดือน จากนั้นเที่ยวสักหน่อยแล้วกลับอเมริกา”

“สองเดือนก็แค่แป๊บเดียว” ผู้จัดการพยักหน้ารับรู้ เดาว่าเพื่อนคงไม่อยากปลูกต้นรักที่อายุสั้น

...ความรักมักจะแพ้ระยะทาง

“อือ”

เธอถอนใจเบาๆ ขยับมือแต่งหน้าให้เจิดจ้าในแบบฉบับของตน ก่อนปิดท้ายด้วยลิปสติกสีสดเข้ากับชุดสวย เมื่อมองว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็หันไปมองเพื่อนรัก ที่กำลังลงบัญชีใบเสร็จต่างๆ เหมือนทุกวัน ซึ่งเป็นงานจุกจิกที่ร่มฉัตรไม่ค่อยชอบ จึงมอบให้อีกฝ่ายรับผิดชอบแทน

“ไม่ออกไปตรวจงานรึไง?”

“ขอทำบัญชีแป๊บนะคะคุณหุ้นส่วน”

“เดี๋ยวนี้ประชดเก่งนะ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ กลัวโดนตัดเงินเดือน”

“ใครจะกล้า ฉันรอก็ได้ วันนี้ว่าง” ร่มฉัตรหัวเราะคิกคัก

ชนมนย่นจมูก

“ย่ะ ยายคนว่างงาน”

 

ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสองออกจากห้องทำงาน เดินวนไปรอบๆ ผับหนึ่งรอบ จากนั้นไปนั่งแปะที่บาร์ยาว อันเป็นที่นั่งประจำของแขกที่มาเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเขม็ง

“วันนี้ดื่มอะไรดีครับ?” บาร์เทนเดอร์คนเดิมถามเจ้านายทั้งสองคนของเขา

“ไวท์เลดี้แล้วกัน?” ร่มฉัตรบอก เปลี่ยนมาดื่มค็อกเทลอ่อนๆ ที่มีรสเปรี้ยวบ้าง

เขาหันไปทางผู้หญิงอีกคน

“ผู้จัดการล่ะครับ?”

“ไม่อ่ะขอบใจ”

ชนมนไม่ใช่เป็นพวกชอบดื่มอะไรนักหนา หากไม่ใช่งานฉลองของร้านก็แทบไม่แตะเลยด้วยซ้ำ ผิดกับสาวร่างสูงที่ดื่มแทบทุกวันที่มา จนน่าเป็นห่วงสุขภาพตับอย่างยิ่ง แต่พูดไปเธอก็ทำเป็นหูทวนลม จนอีกคนขี้เกียจจะพูด จึงปล่อยเลยตามเลย

จำได้ว่าครั้งแรกที่ร่มฉัตรชวนร่วมเปิดผับ ชนมนถามถึงเหตุผลที่เลือกทำธุรกิจอโคจรแห่งนี้

“ตกลงที่แกคิดจะเปิดผับ เพื่อสนองนี๊ดตัวเองใช่ไหม?”

“เออสิ ได้ดื่มฟรีทุกวัน ดีจะตายไป”

“ฉันไม่น่าหลงคารมแกเลยจริงๆ เวร!”

ร่มฉัตรหัวเราะร่วน จากนั้นทั้งคู่ก็ลงขันเปิดผับแห่งนี้ ซึ่งตอนแรกเป็นแค่ร้านเล็กๆ

ตอนนั้นคิดว่าเพื่อนสนิทพูดเล่น แต่ต่อมาถึงรู้ว่า ร่มฉัตรเอาจริงเมาจริง แถมยังทำงานใต้ดินที่ไม่ยอมให้ชนมนเข้าร่วมด้วย โดยบอกว่า

“ฉันรักแกนะมน แกเป็นเพื่อนรักของฉัน ฉันไม่อยากเอาแกมาเสี่ยงด้วย เข้าใจนะ”

ตอนแรกชนมนก็เข้าใจไปว่า เพื่อนสนิททำไปเพื่อเงิน ต่อมารู้เหตุผลที่แท้จริง ก็ไม่คิดห้ามปรามอีก แต่ก็ยังอดเป็นห่วงความปลอดภัยไม่ได้

“วันนี้ลูกค้าเยอะเหมือนกันนะ” ร่มฉัตรเปรยขึ้น สายตามองไปยังน้องแมวบนเวที ที่ร้องเพลงอย่างร่าเริงไม่ต่างจากเมื่อวาน

เสียงเพราะจริงๆ

เธอเห็นลูกค้าหลายสิบคนออกไปขยับแข้งขยับขาหน้าเวที รู้แก่ใจว่าพวกนั้นอยากไปจ้องหล่อนใกล้ๆ เพราะชุดน้องแมวนั้นค่อนข้างจะเน้นสัดส่วน จึงรู้สึกขัดใจไม่น้อย

ทีหลังจะไม่ให้ใส่ชุดนี้อีก มองแล้วชวนใจสั่นชะมัด

ร่มฉัตรรู้สึกหวงจีน ทั้งที่เราไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย ไม่ชอบสายตาหลายคู่ที่มองหล่อนอย่างไม่ปกปิด ไม่บอกก็รู้ว่า

...กำลังคิดในทางชั่วร้ายอยู่

ไอ้พวกหื่นเอ๊ย!

นึกด่าในใจ ก่อนจิบเครื่องดื่มที่เพิ่งได้มาไปหลายอึก

“อืม อร่อย”

“ขอบคุณครับคุณฉัตร” หนุ่มชงเหล้าค้อมหัวรับคำชม

“จีนทำงานได้แค่สองวัน ได้ทิปเยอะน่าดูเลยนะนั่น” ชนมนยิ้มกว้าง หลังเห็นหนุ่มใหญ่หนุ่มน้อยแย่งกันยื่นธนบัตรสีเทาให้หล่อน เจตนาเพื่อหลอกจับมือนิ่มๆ หาเศษหาเลยมากกว่า ซึ่งทางร้านไม่มีกฎห้ามรับทิปสำหรับนักร้องแต่อย่างใด

พวกดาวร้านหรือเด็กดริงค์ จะยอมให้ลูกค้าแตะเนื้อต้องตัวได้บ้าง แต่หากทำอะไรประเจิดประเจ้อเกินงาม หรือขายเนื้อหนังมังสาจะโดนตักเตือน หรือโทษสูงสุดคือไล่ออกจากงาน เพราะถือว่าทำลายชื่อเสียงหรือหน้าตาของผับ

...ด้วยเหตุผลว่า ผับนี้ไม่ใช่สถานที่อย่างว่า

แถมเจ้าของทั้งสองคนก็ไม่ชอบให้ใครเหยียดเพศหญิง ด้วยมองว่าไม่ว่าเพศชายหรือหญิงล้วนแล้วแต่เป็นคนเท่ากัน

หลอกแต๊ะอั๋งสิไม่ว่า

“ก็ดีแล้วไง” สาวร่างสูงกลั้นใจตอบ ยักไหล่เล็กน้อย หลังมองว่านั่นเป็นงานของหล่อน ลำพังแค่เงินค่าจ้างร้องเพลงไม่สูงมากพอที่จะนำไปใช้จ่ายเป็นค่าท่องเที่ยวตามที่หล่อนตั้งใจไว้ แถมยังค่าตั๋วเครื่องบินอีกหลายหมื่นบาท

...ค่าทิปจึงถือว่าสำคัญมากสำหรับจีน

แม้การจะยื่นมือช่วยเรื่องเงินไม่ได้ยากอะไรเลย แต่ถ้าทำแบบนั้นเหมือนเธอก้าวล้ำเส้นหล่อน อาจจะถูกเข้าใจผิดหรือมองไม่ดีได้

...บางคนรักศักดิ์ศรีมาก หากคิดจะคบหาก็ต้องเข้าใจและยอมรับเรื่องพวกนี้ด้วย

จีนที่กำลังร้องเพลงส่งสายตาไปทางร่มฉัตร ซึ่งเธอก็ชูแก้วในมือขึ้นเล็กน้อย ทำให้หล่อนเขินจนต้องหลบสายตา แต่ยังคงมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า

ร่มฉัตรรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเสน่ห์ของหล่อนดึงดูดเข้าไปเรื่อยๆ ลึกๆ ยังนึกเข็ดกับความรักครั้งเก่า จึงยกแก้วขึ้นจิบ นัยน์ตาจ้องไปที่จีน

อย่าน่ารักนักสิคะ...พี่กลัวใจตัวเอง

 

อีกด้านของร้าน ฐานีย์ที่นั่งอยู่มุมมืดจ้องเขม็งไปยังร่มฉัตร แล้วมองตามสายตาของเธอ ที่หยุดอยู่บนเวที จึงหรี่ตาลงเล็กน้อย

อย่าบอกนะที่ฉัตรปฎิเสธพี่ เพราะชอบยายนักร้องนี่...พี่ไม่ยอมหรอกนะคะ

OOOO

ฐานีย์ท่าทางจะร้ายไม่เบา ตอนต่อๆ ไปจะค่อยแผลงฤทธิ์ 

ดูทรงแล้วพี่ฉัตรหลงน้องจีนน่าดู ต้องดูสิว่าจะอดใจได้นานแค่ไหน 5555

นาง ^^

OOOO




Create Date : 15 พฤษภาคม 2564
Last Update : 15 พฤษภาคม 2564 17:00:32 น.
Counter : 181 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com