มะเขือส้ม, มะเขือปู : รสชาดที่หายไป







มะเขือส้ม, มะเขือปู : รสชาดที่หายไป

4 กุมภาพันธ์ 2555






สมัยเด็กๆผมอยู่กับปู่ย่าที่อุตรดิตถ์ ย่าของผมเป็นสาวเชียงใหม่ ทำอาหารเหนือ ซึ่งรสชาดจะออกมาเปรี้ยว เผ็ด หรือหวานเป็นส่วนมาก แต่จะไม่มีอะไรเค็มนำนัก ถ้าเป็นของทอดที่เค็มนำก็จะต้องมีรสเปรี้ยวแทรกจากเครื่องแนม ผมเลยออกจะเป็นคนติดกินอาหารรสเปรี้ยว หรือมีรสเปรี้ยวแทรกมาด้วย ส่วนแม่ผมเป็นคนชอบทำอาหารรสเค็มนำตามแบบคุณยาย ตอนผมย้ายมาอยู่กับแม่ที่พิษณุโลกก็เลยบ่นบ่อยๆเรื่องรสเค็มในอาหาร แต่แม่ก็ปรับให้เรื่อยๆจนถูกปาก(ปากผมแต่ไม่ถูกปากแม่) อาหารหลายอย่างผมจะให้แม่ใส่มะเขือเทศลงไปด้วย แต่ก็ยังรู้สึกว่ารสชาดอาหารของแม่ขาดอะไรไปบางอย่าง มะเขือเทศที่แม่ใส่ก็จะเป็นมะเขือเนื้อลูกโตๆแต่ผมชอบมะเขือเทศสีดาลูกเล็กๆมากกว่า เพราะมีรสอมเปรี้ยว แต่แม่ก็ไม่ชอบบอกว่าเปรี้ยวเกินไป เพราะอาหารที่ใส่มะเขือเทศสีดาน้ำเปรี้ยวจะออกมาเปลี่ยนรสอาหารให้เปรี้ยวขึ้นทั้งหมด



เมื่อไม่นานมานี้ไปทานยำไข่ดาวร้านไฮปิงข้างปทุมทอง รู้สึกว่ามันอร่อยมาก มีรสชาดที่คุ้นเคย บอกไม่ถูกว่าอะไร แต่คุ้นๆและชอบมาก เขี่ยๆดูในอาหาร สิ่งที่แตกต่างจากร้านอื่นคือมะเขือเทศที่ใส่ลูกมันเล็กๆคล้ายๆมะเขือเทศสีดา แต่มีหลายสี ทั้งแดง ส้ม เขียว สีเขียวมีลายคล้ายแตงไทย เนื้อไม่ค่อยมี น้ำมาก กรอบนิดๆ รสเปรี้ยวจัดจ้านแสบลิ้นทีเดียว แต่กินๆรวมๆกันก็ลงตัว ถามแม่ค้าก็บอกมะเขือเทศสีดา ผมก็ค้านว่าไม่ใช่แน่ๆ เขาเลยตอบใหม่ว่า "อ่อ มะอึกนะค่ะ" ก็ไม่ใช่อีก แม่ค้ามั่วมากๆ แม่ครัวบอกว่ามะเขือเทศโบราณ เรียกอะไรก็ไม่รู้ ตกลงว่าไม่ยอมบอกสูตร



จนแม่ผมทำแกงเผ็ดหมูใส่มะเขือชนิดนี้ให้ทาน ก็บอกตามตรงว่าผมไม่รู้จักมะเขือนี้มาก่อน แม่ก็ไม่เคยทำให้ทาน แกงหมูใส่มะเขือเทศลูกเล็กๆรสชาดดี เวลาทานมะเขือจะเปรี้ยวๆ แต่น้ำแกงไม่ออกรสเปรี้ยวเลย ผมถามแม่ว่ามะเขืออะไร แม่ก็บอกบ้านเราเรียก "มะเขือปู" คนกรุงเทพคงเรียก "มะเขือส้ม" ผมบอกแม่ว่าอร่อยดี และน่าจะใส่ไข่เจียวอร่อย แม่ก็ทำหน้าแปลกๆ แล้วบอกผมวาคุณตาของผมก็ชอบทานอาหารใส่มะเขือปูมาก และก็ยังชอบทานปลาเหมือนผม รวมๆคือผมกับคุณตาทานอะเหมือนกันไปหมด



จากวันนั้นผมเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย ไม่รู้เป็นอะไร วันหนึ่งก็มึนๆพอดึกก็นอนไม่หลับ ตาแข็งตาค้างนอนไม่หลับจนเช้า พอเช้าก็เริ่มเจ็บคอ ปากเปื่อยเป็นแผลร้อนในในปากรวดเดียวห้าแผลเลย ทานอะไรแทบไม่ได้เลย ปรากฏว่าวันนั้นแม่ผมทำไข่เจียวใส่หมูสับและผักหลายชนิดและใส่มะเขือปูมากเป็นพิเศษ ผมเห็นแล้วสยองมากๆ มะเขือมันเปรี้ยวมาก และปากผมเจ็บมากขนาดนี้ แค่อาหารธรรมดายังทานแทบไม่ได้ แล้วนี่... แต่แม่คงตั้งใจทำ เพราะผมพูดเอาไว้ แถมแม่ยังบอกว่าเดินหามะเขือให้ทั่วตลาดเลย มีขายอยู่ร้านเดียวเอง แบบนี้ถ้าผมไม่กิน แม่คงงอนแน่ๆเลย ก็เลยจำใจทานแบบทรมานสุดๆ คอก็เจ็บแต่ต้องกลืนมะเขือโดยไม่เคี้ยว เพราะถ้าเคี้ยวน้ำเปรี้ยวๆในมะเขือก็จะออกมาทำให้แสบแผล มะเขือปูเลยทำผมจดจำชนิดที่คงลืมยากแน่ๆ และผมก็ได้ทราบว่า เด็กๆผมก็ทานมะเขือปูบ่อยๆ นี่ละมั้งครับ คือรสเปรี้ยวที่คุ้นเคย ที่ขาดหายไปจากโต๊ะอาหารของผมนานแสนนาน



ทีนี้มารู้จักมะเขือเทศพื้นบ้านของไทยชนิดนี้กันให้มากขึ้นนะครับ มะเขือปูที่คนภาคเหนือ หรือมะเขือส้มของคนภาคกลาง ภาคอีสานเรียกบักเขือเคือ และมะเขือเครือของคนภาคใต้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Lycopersicum esculentum Mill อยู่ในวงศ์ Solanaceae เป็นมะเขือเทศลูกกลมเล็กที่ทางเหนือนิยมเอามาทำน้ำพริกอ่อง แกง และน้ำพริกต่าง ทางอีสานนิยมนำมาตำส้มตำ ซึ่งถือว่าเป็นมะเขือที่ตำส้มตำได้อร่อยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆด้วย



มะเขือปูเดี๋ยวนี้หายากแล้วนะครับ จะมีขายก็ตามตลาดท้องถิ่น วันหนึ่งก็คงหายสาบสูญไป ผมอยากให้เราลองบริโภคมะเขือเทศให้หลากหลายชนิดพันธุ์ มันจะได้ไม่สูญไปในวันหนึ่ง และที่สำคัญถ้าเรารู้จักเลือกมะเขือเทศให้เหมาะกับชนิดอาหาร จะช่วยเพิ่มรสชาดอาหารได้อย่างมากเลยทีเดียว ก็ลองดูนะครับ จะยำ จะตำส้มตำ ทำน้ำพริกอ่อง คราวหน้าลองมะเขือปูดู อาจได้รับรู้รสอาหารแบบที่อร่อยและแปลกใหม่มากขึ้น










Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 3 กรกฎาคม 2555 13:25:35 น. 15 comments
Counter : 6363 Pageviews.

 
ชอบเนื้อหาบล็อคนี้มากครับพี่ อ่านแล้วสรุปลงเรื่องเดียวเลย มะเขือปู เพื่อน ๆผมก็เอาแนวคิดเรื่องกินมะเขือเทศจิ้มกับเกลือมาใส่สมองว่ากินแล้วผิวจะดี มีวิตามินอะไรแนวนี้ละครับ ผมก็เลยกินได้ไม่ยาก อีกทั้งคุณแม่ผมชอบทำไข่เจียวใส่หอมแดงและมะเขือเทศด้วยถูกใจผมตั้งแต่เด็ก ๆ ขอพูดเรื่องกล้วยไม้ช้างครับ ทำไมจึงทิ้งใบ ๑.เรื่องอากาศเย็นในช่วงหน้าหนาว ข้อนี้ก็มีส่วนอยู่บ้าง แต่กล้วยไม้ช้างที่อยู่ในป่ารากยาว ๆ ไม่ทิ้งใบครับแค่ใบเหี่ยว ๆ พอหน้าฝนก็ตึงขึ้นมาใหม่
๒. ช้างเดี๋ยวนี้ไม่แข็งแรงครับเพราะถูกพัฒนาพันธ์กันในต้นดี ๆ(สวยเข้าตากรรมการ) ไม่กี่ต้นเลือดจึงชิด สังเกตว่าเป็นโรคง่าย ไม่ทนต่อโรคและแมลง ผมมีช้างป่าอยู่ต้นหนึ่งขณะนี้รากยังใส ใบยังตึงอยู่ในโรงเรือน และออกดอกไม่ทิ้งใบ แถมหมวกรากยังเขียวใสอยู่เลยครับ
๓. เรื่องการรดน้ำ ข้อนี้ผมคิดว่าสำคัญที่สุด รากของช้างต้องอิ่มน้ำครับเวลารดน้ำต้องรดจนน้ำเข้าไปซึมอยู่ในเนื้อรากที่ดูเหมือนโฟมนั่นแหละครับ จากรากสีขาวรดจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสีเขียว ๆ เลยครับ โดยเฉพาะหน้าแล้งและหน้าหนาว ถ้าทำอย่างนี้แล้วยังไม่พอครับก็อาจจะเสริมด้วยปุ๋ยตัวกลางและตัวท้ายสูง หรือเพิ่มด้วยโฮโมนเร่งรากด้วยก็ดี แต่ขอย้ำว่า น้ำสำคัญที่สุดครับต้องอิ่มน้ำเสมอ ๆ ดูจากกล้วยไม้ช้างที่เราปลูกให้เกาะกับต้นไม้รากจะยาวและหลายเส้นมากจึงทำให้ต้นแข็งแรงและเติบโตได้ดี ดูดน้ำและอาหารเพื่อเลี้ยงต้นได้มาก ดังนั้นกล้วยไม้ช้างในฟาร์มที่เด่น ๆ เขาจึงเลี้ยงให้รากยาวและจำนวนรากก็มากด้วยครับ มีนักกล้วยไม้ท่านหนึ่งมีพ่อเป็นนักเลี้ยงรุ่นเก่าสมัย อ.รพี ยังเป็นหนุ่ม เขาบอกว่าสมัยที่เขาอยู่ที่ญี่ปุ่น อากาศหนาวเย็นกว่าบ้านเราอีก เขาก็เอากล้วยไม้ช้างไปเลี้ยงโดยอัดน้ำเต็มที่ปรากฏว่ากล้วยไม้ช้างยังอยู่ได้สบายไม่ทิ้งใบ ส่วนที่บ้านคุณยายท่านอายุมากแล้วเดินรดน้ำกว่าจะทั่วสวนก็กินเวลานานทำให้ปวดข้อเท้ามากท่านจึงรดน้ำไม่ได้มากครับ สงสัยผมคงต้องไปติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติให้ท่านแล้วละครับ ขอบคุณครับ



โดย: Patteera วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:36:46 น.  

 
สรุปว่า มะเขือปู กับ มะเขือส้ม คือมะเขือเดียวกัน?
สีแดง ๆ สวยได้ใจ ปลูกไว้เป็นไม้ประดับสวยด้วยกินได้ด้วย มีประโยชน์สารพัด

ว่าแต่ จขบ. รู้ป่าว ว่ามีการแปะหัวใจให้เพื่อน ๆ กันด้วย
หายป่วยแล้วก็อย่าลืมมาแปะหัวใจคืนกลับให้ด้วยนะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:04:12 น.  

 
แด๊งแดงเนอะ
สรรพคุณก็ดีด้วยนะเนี่ย
ภาพสวยดีจ้า

มาแปะให้อินเทรนด์เข้าไว้^^


โดย: coji วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:47:41 น.  

 
อืมม เห็นแล้วนึกถึงขนมจีนน้ำเงี้ยว
เมื่อก่อนมีส้มตำแถวๆ นี้
ใช้มะเขือส้มเล้กๆ นี่แหละตำ
เวลาตำก็จะใช้ทัพพีตักใส่ไม่ต้องหั่น
รสชาด....น้ำลายสออะ..


โดย: mutcha_nu วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:51:25 น.  

 
รู้จักมะเขือเครือค่ะ (สงสัยจะเป็นคนโบราณ)
คนอีสานเขาเอาไว้ใส่ส้มตำหรือไม่ก็ตำแจ่ว เปรี้ยวกำลังอร่อย

ขอบคุณที่ไปแวะไปทักทายนะคะ



โดย: รุ่นป้าหน้าใส วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:13:36 น.  

 
ตลาดแถวบ้านไม่มีขายเลยค่ะ
ชอบทำน้ำพริกอ่องออกรสเปรี้ยวๆ
จะใช้มะเขือเทศสีดา

เปรี้ยวแบบนี้ โรยพริกกับเกลือน้ำตาลทราย
คงจะอร่อยกว่าสตรอเบอร์รี่อีกนะคะ

แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:42:53 น.  

 
อูย..เห็นสีของมะเขือ..สวยจับใจ

น่ากิน.ลูกงี้เต่งเลย

ปลูกเองกะมือ....สดใหม่..กินแล้วสะใจ



โดย: Calla Lily วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:6:20:58 น.  

 
ทักทายวันหยุดค่ะ

หายป่วยหรือยังเอ่ย ... กะเรกะร่อนเผือก คุณมินก็มีด้วยเหรอ
ถึงไม่มีดอก ดูแต่ใบก็สวยดีเหมือนกันนะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:03:06 น.  

 
สว้สดีค่ะ
ชอบมะเขือเทศลูกเล็กๆแบบนี้ ปลูกทุกปี คงเป็นมะเขือส้ม ลูกดกมาก ไม่ต้องดูแลมากด้วย ทานไมท้นเลย

newyorknurse



โดย: newyorknurse วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:1:59:36 น.  

 
อากาศพิดโลกร้อนปะ...เห็นไปโวยวายไรบ้านเค้าอะ....
ตกใจเน้อ...



โดย: mutcha_nu วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:16:16 น.  

 
พี่มิน ...มารับดวงใจหนึ่งดวงครับแปะให้เรียบร้อยแล้ว


โดย: Patteera วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:39:48 น.  

 




โดย: deco_mom วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:50:16 น.  

 
มันคือมะเขือเทศ....แฮะๆ รู้จักแค่นี้เองค่ะ
ตอนเด็กๆที่บ้านมีอยู่ต้นนึง
ดกมาก ดูแล้วสวยดี แต่ไม่ค่อยมีใครกิน... - -"



โดย: ดอกแก้ว (tanH2O ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:00:58 น.  

 
สวัสดีครับ...ผมก็ไม่แน่ใจนะว่าช้างที่ผสมกับพวกแวนด้ามีอะไรบ้าง เห็นมีก็ที่เรียกว่า "ศรีสยามช้างแดง" ต้นนี้จะหอมมากและสีก็เข้มมาก ๆ ด้วย ส่วนช้างแดงเข้ากับฟ้ามุ่ยมันไม่หอมครับ ไม่มีกลิ่นหอมแม้แต่นิดเดียว ฟอร์มดอกและสีสรรจะหนักไปทางฟ้ามุ่ย แต่ออกดอกช่วงเวลาเดียวกับช้าง ผมจัดการผสมเข้ากับพวกช้างพลายที่มีสีเข้ม ๆ อีกทีหนึ่งแล้วน่าจะได้ลูกผสมที่สวย ๆ ขึ้น แต่ไม้ลูกผสมแบบนี้นักกล้วยไม้เขาทำกันมาก่อนหน้านี้เยอะแล้วครับ แต่ผมไม่มีและยังไม่ได้ศึกษา แต่คิดว่าทำของตัวเองเลี้ยงดูเองสบายใจดีไม่ต้องไปซื้อของใครแพง ๆ อีกอย่างก็รอได้ครับเพราะกล้วยไม้ที่ผมผสมไว้มีมากมายเป็นร้อยชนิดรอการออกดอกเบ่งบานอยู่ครับ


โดย: Patteera วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:36:46 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เห็นมะเขือส้มแล้วนึกอยากเอาไปทำน้ำพริกมะเขือเทศ คงอร่อยน่าดูเลย ^^


โดย: namfaseefoon วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:17:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nainokkamin
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




free counters
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
4 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nainokkamin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.