จะขยัน M กันไปทำไมใช้ P ก็ได้นี่

ผมอาจจะไม่เหมือนกับคนที่ถ่ายรูปเป็นแล้ว หรือคนอื่นๆที่เค้าสอนถ่ายรูปกัน
อันดับแรกบอกก่อนเลยว่า ผมไม่แนะนำให้มือใหม่ใช้ M
ไม่ว่าจะเป็นการหัดถ่ายภาพ หรือใช้งานจริงก็ตาม

แต่เดิมมาเราใช้ M เพื่อ "ปรับตั้ง" ค่าการเปิดรับแสง ทำให้เวลาสอนถ่ายรูปเราจะให้เริ่มด้วย M เพื่อสอนการปรับตั้งค่าการเปิดรับแสง

แต่สมัยนี้เราจะใช้ M เพื่อ "ล็อก" ค่าการเปิดรับแสง ดังนั้นเราจะไม่เริ่มสอนกันด้วย M กันอีกแล้ว เราจะเริ่มกันที่ P ไปจนกว่าจะใช้กล้องได้คล่อง และเข้าใจความสัมพันธ์ ของค่าทั้งสาม (ISO, ช่องรับแสง และความไวชัตเตอร์) ว่าค่าต่างๆ เมื่อเปลี่ยนแล้วจะกระทบอีกสองค่าอย่างไร และการใช้ตัวเลขต่างๆ จะได้ภาพที่ต่างกันอย่างไร

ซึ่ง P ก็ทำงานได้สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว หากจะต้องการปรับตั้งก็เปลี่ยนหมุนแป้นเปลี่ยนค่า ก็จะเห็น Combination เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อถ่ายภาพ ก็จะได้ภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

กล้องทั่วไปพอเปลี่ยนคอมบิเนชั่น (ไม่รู้จะใช้ภาษาไทยอะไรดีให้เหมาะๆ) กล้องก็จะเปลี่ยนจาก Program (P) เข้าสู่ Program Shift (P* หรือ Ps) โดยอัตโนมัติ ให้เราปรับเลือกค่าทั้งสองนี้ได้และจะเห็นผลกระทบได้ทันที โดยไม่ต้องไปกังวลเรื่องเปิดรับแสงผิดพลาด
ซึ่งจะทำให้ฝึกถ่ายรูปได้โดยไม่เสียสมาธิ และจะเห็นผลว่าภาพเปลี่ยนแปลงอย่างไรได้ โดยไม่มีข้อต้องสงสัยว่า User Error หรือเปล่า

ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ M ทำไม่ได้ในการฝึกถ่ายรูป หรือในช่วงที่ยังไม่แตกฉานในเรื่องของ f-stop, shutter speed, ISO


โหมด M จะใช้ต่อเมื่อ ใช้โหมดอื่นแล้วมันไม่ได้เรื่องเท่านั้น
อย่างเช่นกรณีใช้กับแฟลชสตูดิโอ ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องล็อคค่าการเปิดรับแสงทั้งสองค่า
ไม่ต้องการให้กล้องปรับค่าช่องรับแสง และความไวชัตเตอร์ไปๆ มาๆ ตามใจกล้อง ซึ่งในสถานการณ์เช่นนั้น เราจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าโหมดอื่นมันทำงานไม่ได้ดั่งใจ

เช่นเดียวกันกับ S, A, Av, Tv ที่ใช้ล็อคค่าใดค่าหนึ่ง
เราจะใช้ต่อเมื่อต้องการล็อคค่าการเปิดรับแสงของช่องรับแสง หรือความไวชัตเตอร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ใช้เพื่อปรับตั้งค่าการเปิดรับแสงที่ถูกต้อง
แต่ถ้าเราไม่ได้ต้องการเลือกช่องรับแสงใดเป็นพิเศษ หรือไม่รู้ว่าต้องใช้ค่าไหน หรือไม่รู้ว่าช่องรับแสงไหนดีที่สุดเพราะอะไร ก็ยังไม่ควรจะใช้โหมดนี้อยู่ดี ควรใช้ P ต่อไป

ในการปรับตั้งค่าการเปิดรับแสงที่ถูกต้อง ระบบที่จะใช้ทำงานคือ "ชดเชยแสง"
ว่าจะเพิ่ม หรือลดการเปิดรับแสงไปในทางไหน เท่าไหร่ จากค่าที่กล้องตั้งไว้ให้
หากเราไม่รู้ว่าจะต้องเพิ่มลดเท่าไหร่ เพราะอะไร จะใช้โหมด M ก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกันอยู่ดี

=========================================

ย้อนกลับมาที่ M

หากคิดว่าการฝึกใช้ M และปรับให้สเกลวัดแสงเข้าสู่ 0 (หรือค่าแสงพอดี) จะเป็นการฝึกถ่ายรูปที่ถูกต้องแล้ว
แต่จริงๆ แล้ว เราก็ไม่ได้ฝึกอะไรเลย นอกจากฝึกการทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
เพราะกล้องก็ทำเรื่องเหล่านี้ได้แล้วโดยอัตโนมัติ

แต่สิ่งที่กล้องไม่รู้ และทำไม่ได้คือ กล้องบอกไม่ได้ว่าค่าการเปิดรับแสงนั้น ถูกต้องที่สุดแล้วหรือยัง
หรือต่อให้ถูกต้อง กล้องก็ยังไม่รู้ว่าถูกใจเราหรือยัง
หรือในช่องรับแสงนั้น ความไวชัตเตอร์นั้น ที่กล้องแนะนำให้ใช้ เป็นค่าที่ตรงกับความต้องการของเราหรือเปล่า

การเอาใจใส่ฝึกเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและมีสาระกว่า และได้เรื่องกว่าการฝึกปรับให้สเกลวัดแสงพอดีเยอะ

และในความเป็นจริงแล้ว เวลาปรับค่าแสงในโหมด M เราก็ต้องเอาช่องรับแสง หรือไม่ก็ความไวชัตเตอร์ค่าใดค่าหนึ่งเป็นหลักอยู่แล้ว
จากนั้นก็ค่อยปรับค่าที่เหลือตามให้ค่าแสงพอดี หรือมากน้อยตามแต่ต้องการ
ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะต่างไปจากการทำงานของโหมดอัตโนมัติตรงไหนเลย ซ้ำจะช้ากว่าด้วย


สิ่งที่ควรทำจริงๆ ในการฝึกถ่ายรูปก็คือใช้ P
แล้วสังเกตว่ากล้องเลือก combination ไหนมาให้ และให้ผลอย่างไรกับภาพ
และถ้าเราต้องการภาพในลักษณะอื่น เราจะชิฟท์ combination นี้ไปทางไหน
และเราจะต้องเพิ่มหรือลดค่าแสงแค่ไหน จากค่าที่กล้องเลือกให้ ในฉากนั้น เพราะอะไร
โดยไม่ต้องกังวลว่า จะปรับได้สเกล 0 หรือยัง ปล่อยให้กล้องมันจัดการเรื่องง่ายๆ ให้ สบายกว่า

ส่วนสำคัญ และยากที่สุดในการถ่ายภาพคือส่วนของศิลปะ ซึ่งถ้าเราผ่านเทคนิคไปได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะมีเวลา มีพลังสมองเอาใจใส่กับเรื่องศิลปะได้มากขึ้นเท่านั้น
อย่าไปมัวเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องทางเทคนิคที่กล้องจัดการให้เราได้ ถ้ามีทางลัด ่จะไปเสียเวลาอ้อมอยู่ทำไม
ยังไงท้ายสุดภาพถ่ายมันก็ตัดสินกันด้วยภาคศิลปะ ไม่ใช่ภาคเทคนิค

===========================================



Create Date : 22 ตุลาคม 2552
Last Update : 22 ตุลาคม 2552 15:26:52 น.
Counter : 1139 Pageviews.

5 comments
  
+1

เวลาผมถ่ายแบบมึนๆ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ผมก็ใช้ P เหมือนกันครับ :)

เอาเวลาไปคิดอย่างอื่นดีกว่า
โดย: Steyr Commando วันที่: 22 ตุลาคม 2552 เวลา:18:59:25 น.
  
ไม่ค่อยได้หัดถ่ายภาพกับโหมด P เท่าไหร่ คงต้องย้อนกลับไปนั่งดูใหม่เสียแล้ว เผื่อว่าการหัดถ่ายภาพจะพัฒนาขึ้นมาบ้าง
โดย: ความคุ้นเคยที่หายไป วันที่: 22 ตุลาคม 2552 เวลา:19:19:21 น.
  
งั้นเราก็หัดถูกทางแล้ว ...เพราะใช้แต่ P
โดย: นัทธ์ วันที่: 23 ตุลาคม 2552 เวลา:10:01:13 น.
  
ชอบบทความนี้ เพราะเราก็ใช้แต่ P อิอิ
โดย: ปออุ๊ก วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:0:52:12 น.
  
ใช้ P มาได้ระยะหนึ่งค่ะ พอเข้าใจกระบวนการต่างๆบ้างแล้ว

เลยหันมาใช้ M กับ A บ้าง แต่ยังช้าอยู่มากกว่าจะปรับให้ได้ค่าพอดี
โดย: Sugarbean วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:27:36 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อะธีลาส
Location :
Sydney  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]



Photographer, photo educator, writer and more.......

อนุญาตให้ ใช้ ดัดแปลง แก้ไข ตัดต่อ ทำสำเนา เผยแพร่ อ้างอิง จำหน่าย จ่ายแจก ภาพ และบทความในบล็อกนี้ ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด เพื่อสาธารณะประโยชน์ เพื่อการศึกษา เพื่อกิจส่วนตัว และเพื่อการค้าได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต ตามสัญญาอนุญาตใช้งาน Creative Commons: Attribution.


Website
http://mister-gray.bloggang.com
https://twitter.com/nickdhapana
http://500px.com/NickDhapana
https://plus.google.com/+NickDhapana
http://nickdhapana.tumblr.com
http://instagram.com/nickdhapana
https://www.facebook.com/dhapana/about


Skype & Email
cmosmyp@gmail.com


Line
nickdhapana


My Project's Page

Public Telephone
https://www.facebook.com/PublicTelephoneProject

They didn't say that.
https://www.facebook.com/pages/They-didnt-say-that/116827521834600

Exposure to the RIGHT
https://www.facebook.com/pages/Exposure2the_RIGHT/538556252881951

Thailand Perspective Project
https://www.facebook.com/ThailandPerspective

Dead on Arrival
https://www.facebook.com/pages/Dead-on-Arrival/666461363385961
ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
24
25
27
28
29
30
31
 
All Blog