The First(s) in Photography - แรกเริ่มมีการถ่ายภาพในโลก (ตอนที่ 3)

The First Negative


นี่คือภาพ "Window in the South Gallery of Lacock Abbey" เป็นภาพจาก Negative แรกๆ ที่หลงเหลืออยู่ เป็นผลงานการทดลองกระบวนการถ่ายภาพแบบ Calotype ของ Henry Fox Talbot ถูกพิมพ์จากภาพเนกาติฟที่ถ่ายไว้ในปี 1835

กระบวนการ Calotype (หรือ Talbotype) เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างภาพนอกเหนือไปจาก Diorama, Daguerreotype ของ Louis Jacques Mandé Daguerr และ Heliography ของ Joseph Nicéphore Niépce

เทคนิคนี้มีแนวคิดที่แตกต่างไปจากสองวิธีขั้นต้น คือแทนที่จะสร้างภาพจริงขึ้นมา คาโลไทป์ กลับใช้วิธีสร้างภาพเนกาตีฟขึ้นมาแทน ข้อดีของเทคนิคนี้คือสามารถเอาภาพเนกาตีฟที่ได้ ไปพิมพ์ภาพซ้ำได้โดยไม่จำกัด และแนวคิดของการสร้างภาพเนกาตีฟนี้ถูกนำมาใช้ในฟิล์มถ่ายรูป ตลอดร้อยกว่าปีต่อมา

ที่จริงเทคนิคนี้ถูกคิดค้นสำเร็จในปี 1934-1935 ก่อนที่ Daguerr จะเผยแพร่ผลงานการคิดค้น ดาแกร์โรไทป์ ที่ Royal Institution of Great Britain ถึง 5 ปี แต่ Talbot เพิ่งมาเผยแพร่ผลงานเอาในปี 1941


Calotype



The First RGB Colour Photograph


ในทางเทคนิค การสร้างภาพให้มีสีนั้นทำได้มานานแล้วด้วยฟิล์ม Lithograph แต่ว่ามันไม่ใช่ภาพสีที่แท้จริง มันคือภาพ Monochrome ที่มีสีเท่านั้น

ในปี 1861 นักฟิสิกส์ชาวสก็อต James Clerk Maxwell ได้เอาภาพจากฟิล์มลิธสามภาพ ที่ถ่ายผ่านฟิลเตอร์สามสี เขียว แดง น้ำเงิน ได้ภาพ Gray Scale ของความสว่างแต่ละสี แล้วมาทำเป็น Half Tone แล้วฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์สามเครื่อง ที่วางฟิลเตอร์ไว้หน้าเลนส์ฉายสามสี เมื่อแสงผสมกัน ก็จะได้ภาพที่ปรากฎบนจอ เป็นภาพสีภาพแรกของโลก ในระบบ RGB ในปี 1861

อันนั้นเป็นตำนาน.. แต่ในความเป็นจริง Maxwell ใช้สีเหลืองแทนสีเขียว เพื่อลดความแรงของสีน้ำเงิน เพราะฟิล์มลิธสมัยนั้น ไวต่อแสงสีน้ำเงินมาก ทำให้สีน้ำเงินเข้มกว่าปกติ เลยใช้สีเหลืองมาหักลบกัน
เทคนิคนี้ถูกนำมาผลิตกล้องโดย Frederic E. Ives และ Adolf Miethe เรียกว่ากล้อง Kromogram ซึ่งเวลาจะดูภาพ ต้องใช้เครื่องฉายที่ออกแบบมาเฉพาะเหมือนกับเทคโนโลยีภาพสามมิติไม่กี่ปีมานี้


TarTan



ส่วนในด้านการพิมพ์ Sergey Prokudin-Gorsky ชาวรัสเซีย ได้ใช้เทคนิคที่คล้ายๆ กันโดยนำเสนอ Imperial Russian Technical Society (IRTS) ในปี 1901 เป็นเทคนิคที่ได้สีสดใส เข้มข้นกว่ามาก

เขาได้เดินทางไปถ่ายภาพสารคดีทั่วรัสเซียในปี 1909-1915 โดยราชองค์การ และทุนจากซาร์นิโคลัสที่ II แห่งรัสเซีย หลังจากพระองค์ได้ทอดพระเนตรภาพที่ฉายจากเทคนิคนี้ของเขา Sergey Prokudin-Gorsky ถ่ายภาพทั่วรัสเซียไปกว่าหมื่นภาพ ภาพจำนวนมากยังคงเหลือรอดมาจนเดี๋ยวนี้

การพิมพ์ภาพจากเทคนิคนี้เป็นการพิมพ์แยกทีละสีจากทีละเฟรม ลงไปบนกระดาษ และมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนทำให้มีภาพที่ถูกพิมพ์ไปแล้วไม่มากนัก

ผลงานในยุคหลังมีเพียง Photographs for the Tsar: The Pioneering Color Photography of Sergei Mikhailovich Prokudin-Gorskii Commissioned by Tsar Nicholas II เท่านั้นที่ได้ตีพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล

จนกระทั่งในปี 2001 หอสมุดรัฐสภาพแห่งสหรัฐอเมริกาที่ได้ซื้อผลงานทั้งหมดมาจากทายาทของเขา ได้ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการทำภาพ และตีพิมพ์ The Empire That Was Russia: The Prokudin-Gorskii Photographic Record Recreated.
ในปี 2004 หอสมุดรัฐสภาจึงได้ทำภาพจากเนกาตีฟกระจกออกมาเผยแพร่ เป็นภาพจากปี 1902 มีการใช้เทคโนโลยีทางดิจิตอลเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในการรวมภาพมากมาย เพื่อให้ได้ภาพคุณภาพดีที่สุด
ขอเชิญไปชมกันได้ที่ หน้าแสดงภาพของหอสมุดรัฐสภา

ขอแนะนำอย่างแรงให้เข้าไปชม เพราะภาพสวยมาก อย่าลืมว่านี่คือภาพอายุเกิน 100 ปีทั้งสิ้น ถ่ายไว้ไม่กี่ปีก่อนสิ้นรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ตอนนั้นตราดไปจนถึงเกาะกง ยังถูกฝรั่งเศษยึดไว้อยู่เลย มีเหตุเกิดเหตุกบฏเงี้ยวที่เมืองแพร่ และเป็นปีที่ไทยมีธนบัตรใช้เป็นปีแรกในประวัติศาสตร์

ภาพนี้เป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ Sergey Prokudin-Gorsky ถ่ายไว้ เป็นภาพของ Leo Tolstoy ในปี 1908 เป็นภาพสีเพียงภาพเดียวของทอลสตอย


Tolstoy



The Real First Colour Photograph


ปี 1904 พี่น้องตระกูล Lumière ได้จดสิทธิบัตรวิธีการสร้างภาพสีธรรมชาติ ลงบนภาพเดียว เรียกว่าเทคนิค Autochromatic ใช้เม็ดสีสามสี ทับด้วยชั้นเกลือไวแสง สามารถถ่ายรูปออกมาได้เป็นภาพสีธรรมชาติ

ความพิสดารของเทคนิคออโตโครมอยู่ที่ในขั้นแรกของการ develop ภาพจะได้ออกมาเป็นภาพเนกาตีฟ สามารถนำไปพิมพ์ภาพ (ขาวดำ) ได้ แต่ปกติแล้วจะนำไป Develop ซ้ำอีกครั้ง ให้ได้เป็นภาพ Positive บนแผ่นแก้วแผ่นเดียวกันนั้นเลย

Autochrome เป็นเทคนิคที่แพร่หลายมาก เพราะสามารถนำแผ่นแก้ว ไปใช้ได้ในกล้องหลายรุ่นที่มีอยู่ โดยไม่ต้องออกแบบกล้องใหม่เหมือน Kromogram

จนกระทั่งล่วงมาประมาณปี 1930 บริษัทโกดักก็วางตลาดฟิล์ม Kodachrome จากนั้นวงการถ่ายภาพก็เข้าสู่ยุคของภาพสีอย่างแท้จริง



Autochrome



The First Human in Photograph


หลังจากที่ Louis-Jacques-Mandé Daguerre ได้นำเทคนิคถ่ายภาพ Diorama ของเขา มารวมเข้ากับเทคนิค Heliograpy ของ Joseph Nicéphore Niépce และพัฒนาต่อมาจนได้เป็น Daguerreotype เทคนิคการถ่ายภาพที่มีใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในโลกสมัยนั้น

ดาร์แกร์ ก็ได้ถ่ายภาพ Boulevard du Temple เอาไว้ เป็นภาพถนนในกรุงปารีส เมื่อปี 1838 และเป็นภาพถ่ายบานแรกในโลก ที่มีมนุษย์อยู่ในภาพ

ในท้องถนนกรุงปารีสวันนั้น เป็นวันที่วุ่นวายวันหนึ่ง แต่ว่าการเปิดหน้ากล้องนานๆ สิ่งเคลื่อนไหวในภาพจะไม่อยู่นิ่งๆ นานพอที่จะปรากฎในรูปถ่ายได้


f3015517399133962de71a4a9a49bb06



การถ่ายภาพแบบดาร์แกร์โรไทป์ในยุคแรก จำเป็นต้องเปิดหน้ากล้องนานมาก 10-40 นาที กว่าจะบันทึกภาพเสร็จ ทำให้ไม่เคยมีการบันทึกภาพคน หรือสิ่งเคลื่อนไหวมาก่อน
แต่เนื่องจากชายผู้นี้ กำลังยืนให้คนรับจ้างขัดรองเท้า ขัดรองเท้าบูทให้อยู่ จึงอยู่นิ่งนานพอที่จะปรากฎในภาพได้

เขา ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ เลยกลายเป็นมนุษย์คนแรก (แต่มีสองคน) ที่ปรากฎตัวอยู่บนภาพถ่าย และถ้าดูดีๆ ขยับมาเกือบๆ กลางภาพใหญ่จะมีโต๊ะกาแฟอยู่ ตรงนั้นก็มีคนนั่งอยู่เป็นมนุษย์คนแรก (อีกสองคน) ในภาพถ่าย


Human



The First Digital Photograph


ภาพดิจิตอลภาพแรก ที่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ เป็นภาพที่ถ่ายโดย Russell Kirsch ขนาด 5 x 5 เซ็นติเมตร ความละเอียด 176 x 176 พิกเซล เด็กในภาพนี้คือ Walden Kirsch บุตรสาวอายุ 3 เดือนของเขาเอง

Russell Kirsch เป็นนักวิจัยทำงานให้กับ National Institute of Standards and Technology หรือชื่อในสมัยนั้นคือ National Bureau of Standards แห่งสหรัฐอเมริกา

ภาพนี้ไม่ใช่ภาพถ่าย แต่เป็นภาพที่สแกนจากภาพถ่าย โดยใช้ Drum Scanner บนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สามารถโปรแกรมได้ ชื่อ Standards Eastern Automatic Computer


Walden Kirsch เคยเป็นผู้ประกาศข่าว และต่อมาได้มาทำงานที่อินเทล ผมลองเช็คโปรไฟล์ดูใน Linkein ของเธอ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Managing Editor, Circuit News ใน Communications Department ของอินเทล


Baby



เย้... ในที่สุดก็จบชุดในตอนที่ 3 ได้โดยไม่ยืดเยื้อ
ขอบคุณที่ติดตามครับ



.






Create Date : 02 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2553 12:13:10 น.
Counter : 1806 Pageviews.

1 comments
  
ขอบคุณสำหรับความรุ้ทั้งสามตอนครับ เขียนบทความมาให้อานบ่อยๆนะครับ
แล้วจะมาติดตามเรื่อยๆครับ
โดย: แหลมสิงห์ (leahmsing Cyber ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:34:27 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อะธีลาส
Location :
Sydney  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]



Photographer, photo educator, writer and more.......

อนุญาตให้ ใช้ ดัดแปลง แก้ไข ตัดต่อ ทำสำเนา เผยแพร่ อ้างอิง จำหน่าย จ่ายแจก ภาพ และบทความในบล็อกนี้ ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด เพื่อสาธารณะประโยชน์ เพื่อการศึกษา เพื่อกิจส่วนตัว และเพื่อการค้าได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต ตามสัญญาอนุญาตใช้งาน Creative Commons: Attribution.


Website
http://mister-gray.bloggang.com
https://twitter.com/nickdhapana
http://500px.com/NickDhapana
https://plus.google.com/+NickDhapana
http://nickdhapana.tumblr.com
http://instagram.com/nickdhapana
https://www.facebook.com/dhapana/about


Skype & Email
cmosmyp@gmail.com


Line
nickdhapana


My Project's Page

Public Telephone
https://www.facebook.com/PublicTelephoneProject

They didn't say that.
https://www.facebook.com/pages/They-didnt-say-that/116827521834600

Exposure to the RIGHT
https://www.facebook.com/pages/Exposure2the_RIGHT/538556252881951

Thailand Perspective Project
https://www.facebook.com/ThailandPerspective

Dead on Arrival
https://www.facebook.com/pages/Dead-on-Arrival/666461363385961
พฤศจิกายน 2553

 
1
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog