Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
30 พฤศจิกายน 2562
 
All Blogs
 

30 พย 62 My Signature sweet

              ตั้งชื่อเรื่องซะหรูเลยค่ะ  เป็นคนชอบทานเบเกอรี่   ทานมามากมายหลายชนิด  หลายประเทศ  อร่อยแทบทั้งนั้น   แต่ถ้าดีต่อสุขภาพถูกใจอร่อยใช้ได้  และทำง่ายสุดๆ  ต้องยกให้ขนมชิ้นนี้เลยค่ะ   แรงบันดาลใจการทำเบเกอรี่  ได้จาก การดูการทำขนมปังของโจน  จันได   เอ๊ยผู้ชาย (แท้จริงๆนะ)  ก็ทำขนมปัง  ดูเขาอร่อยและมีความสุข   การทำอะไรที่เรียบง่าย  ไม่ต้องมีชุดครัว  เตาอบให้หรูหราอลังการ    ไม่ต้องเข้าโรงเรียนเบเกอรี่ค่าเล่าเรียนแพงระยับ  เสียเวลาเดินทางไปมา  เข้ากับหลักการของเราพอดี 

            วันนี้   ขอนำเสนอ  การทำเบเกอรี่คิดเองทำเอง จนเป็น เอกลักษณ์ของตัวเอง หมายความว่า พอใจมากและจะหยุดที่เธอแค่นี้แล้วล่ะ  ประหยัด  ง่าย  รวดเร็ว   โมดิฟายจาก  มัฟฟินและคัพเค้ก  555  เขียนซะโก้เลย   คือที่จริง จะทำมัฟฟิน แต่หน้าไม่ค่อยแตก   ไม่ชอบเนื้อแบบมัฟฟินแข็งไป  หรือเค้กนิ่มไป    ไม่ชอบทานครีมทุกชนิด  ไม่ชอบเค้กแต่งหน้า  ไม่ชอบชีสเค้ก   ไม่ชอบชิฟฟอน ไม่ชอบชอคโกแลต  ฯ    ข้อดีของขนมทำเองคือ  ทำแบบที่ชอบแบบที่ใช่   ถ้าเจ้าตัวชอบแล้วเป็นใช้ได้   นอกจากจะอร่อยถูกใจแล้วยังสะดวกรวดเร็ว  ใช้เวลาทำไม่ถึงสิบนาที   ใช้อุปกรณ์น้อยมาก   เด็กๆก็ทำได้ค่ะ 

 

  




              วันนี้นำเสนอ เค้กสตรอเบอรี่   และ ชุดกาแฟอีกลาย  Tuscan  ลายกุหลาบสวยงาม   ความชื่นชอบชุดน้ำชา  มีเต็มตู้  ใครๆว่าลายเดียวกัน  เก้าตาสิบตา มาช่วยกันดู  บอกว่ามันลายเดียวกัน   มันลายเดียวกันซะที่ไหน
                      อุปกรณ์  เรียบง่ายมาก  เครื่องชั่งถ่ายประกอบไปงั้นเอง  เดี๋ยวนี้เลิกใช้แล้วค่ะ  มีแค่ถ้วยตวง  และช้อน  พลาสติก ราคาไม่กี่สิบบาท  ตะแกรงร่อน พลาสติกสามขนาด  ร่อนทีเดียวได้สามรอบ กะละมังผสมแป้ง  และเครื่องตีแป้ง otto รุ่นประหยัด 1000 นิดๆ  ที่จริงซื้อแต่หัวตีไม่กี่ร้อยก็ได้ 
 
 


                   เตาอบ  หรือ ฝาอบให้ความร้อน  ปรับอุณหภูมิได้ก็ใช้งานได้เหมือนกัน  ราคาหลักพันบาท   สรุปอุปกรณ์ประหยัดสุด  ราคาไม่ถึงสองพันบาท สามารถเริ่มต้นทำไว้ทานเองได้
 






                     


                       ขนมเค้กสูตรนี้เป็นขนมที่ทำง่ายมากค่ะ ใช้อุปกรณ์น้อยมาก  มีเตาอบเล็กๆก็ทำได้     จะหยุดที่เธอแล้ว  อร่อยถูกใจ  ไม่คิดอยากทานเบเกอรี่อื่น .. ขนาดนั้น...

 สูตร  ส่วนแป้ง  ทำชิ้นเล็กๆ  สองสามวันทานหมด   ใช้แป้งเพียง 1 ถ้วย หรือ ประมาณ 100 กรัม แป้งถุงละ ไม่ถึง 50 บาท มี 1000 กรัม   ข้อแตกต่างแป้งของไทย ไม่มีส่วนผสมผงฟู  แป้งสำเร็จรูปของต่างประเทศจะมีผงฟูผสมมาแล้ว    ถ้าใช้สูตรขนมของต่างประเทศ  ต้องเพิ่มผงฟูขึ้นอีกนิดหน่อย


        แป้งเค้ก  1 ถ้วย
         ผงฟู 1/2 ชต
         เบคกิ้งโซดา 1/4 ชช
   ผสมกัน ถ้ามีตระแกรงร่อนแป้ง  ร่อนสามครั้ง  ไม่มีก็ไม่ต้องร่อน

ส่วนของเหลว
         ไข่ไก่เบอร์ 0  1 ฟอง ใส่วานิลลา 1/4 ชช เพื่อกลบกลิ่นไข่  ตีไข่จนเปลี่ยนสีอ่อนลง
          ( มีเครื่องก็ใช้เครื่องตี  ไม่มีก็ใช้ตะกร้อตีมือแทนได้เหมือนกัน ) 
          ใส่น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย  ค่อยๆหยอดใส่ไปในไข่ ตีไปเรื่อยๆจนน้ำตาลละลาย
          ใส่เนยละลาย 1/4 ถ้วย  ค่อยๆใส่ไปในไข่และน้ำตาลที่ตีแล้ว
           ใส่ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  หนึ่งถ้วย  ตีต่อไปจนเข้ากันดี
          
นำส่วนแป้งค่อยๆผสมเบาๆ  จนเข้ากัน
ใส่ ผลไม้อบแห้งที่ต้องการ 1/2 ถ้วย  ลูกเกด  สตรอเบรี่ ลูกพรุน  หรือ ผลไม้อะไรก็ได้ที่เราต้องการ  อยากใส่สีกลิ่นก็โมดิฟายในส่วนนี้   สำหรับตัวเองไม่ได้ใส่สารสังเคราะห์เหล่านั้นอีกค่ะ

                ความหวาน ความมัน มากน้อย  ปรับปริมาณ น้ำตาล ยี่ห้อเนยได้ตามชอบ  แต่ถ้าดีต่อสุขภาพและดีต่อใจคือ  ใช้เนยและน้ำตาลให้น้อยที่สุดที่รู้สึกว่าอร่อยพอใช้ได้แล้ว
           

ผสมเข้ากัน   ตักใส่พิมพ์ตามชอบ  ความสูงของเหลวประมาณหนึ่งนิ้ว   เข้าอบ 180 องศาไฟบนล่าง ประมาณ 35 นาที   ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มดู ถ้าไม่มีของเหลวติดไม้แสดงว่าสุก  ถ้าติดก็อบต่อไป  ตามสภาพเตาอบ  ท่านใดอยากทำขนมเพื่อความสนุกและอร่อย  ลองทำดูเป็นกิจกรรมในบ้าน  ง่ายมากค่ะ

ข้อแตกต่างระหว่างมัฟฟินและคัพเค๊กพอสังเขป
-----------------------------------------------------------------------
TOPPING
มัฟฟิน :ไม่แต่งหน้าจะมีบ้างก็เล็กน้อย
คัพเค๊ก: แต่งหน้าด้วยครีมต่างๆพร้อมของตกแต่ง
TASTE
มัฟฟิน : มีครบรสหวานคาว
คัพเค๊ก : หวานถึงหวานที่สุด
BASIC SHAPE 
มัฟฟิน : ทรงโค้งเห็ด โดมนูน หน้าแตกนิดๆ
คัพเค๊ก : แบนราบเรียบเสียส่วนใหญ่ 
-----------------------------------------------------------------------
TEXTURE
มัฟฟิน : เนื้อหนัก หยาบพรุน กรอบเล็กๆ
คัพเค๊ก : เนื้อแน่นละเอียด แต่เบากว่า
FLOUR
มัฟฟิน : แป้งเอนกประสงค์และแป้งโฮลเกรนต่างๆ
คัพเค๊ก : 70-100% แป้งเค๊ก
FAT
มัฟฟิน : น้ำมันพืชส่วนใหญ่
คัพเค๊ก : เนยเป็นหลัก
-----------------------------------------------------------------------
EMULSION (การผสมวัตถุดิบต่างแบบ)
มัฟฟิน : ผสมเร็ว หยาบๆ ไม่นาน
คัพเค๊ก : ตีคนนาน เน้นการเข้ากันจนเนียน
BAKING
มัฟฟิน : อบอุณหภูมิสูงและอาจปรับลดได้อีก
คัพเค๊ก : อุณหภูมิต่ำ และคงที่มีปรับลดน้อย
METHOD
มัฟฟิน : ผสมง่ายใช้มือและพายยาง
คัพเค็ก : ส่วนใหญ่ใช้เครื่องผสมไฟฟ้า

ORIGINAL
มัฟฟิน : เป็นอาหารเช้าและของว่าง
คัพเค๊ก : เป็นขนมหวาน

 
“มัฟฟิน” ชื่อนี้บางท่านอาจจะไม่รู้จักและหลายท่านคงจะคุ้นเคย เพราะในปัจจุบันจะเห็นมีวางขายตามห้างต่าง ๆ หาซื้อได้ง่ายขึ้น นอกเหนือจากการที่จะเข้าไปรับประทาน เพียงแต่ในโรงแรมเท่านั้น ปกติแล้วการรับประทานมัฟฟินนั้น ฝรั่งนิยมที่จะรับประทานเป็นอาหารเช้า หรือสามารถเป็นอาหารว่างในช่วงเบรกได้เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนคนไทยที่กินมัฟฟินได้ทุกเวลาเหมือนการกินขนมเค้ก หรือขนมชนิดอื่น ๆ อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมในการรับประทานอาหารของแต่ละชาตินั้นแตกต่างกัน

มัฟฟินเป็นขนมง่าย ๆ ที่ไม่จำเป็นจะต้องมีเครื่องตีไข่ก็สามารถทำได เนื่องเพราะลักษณะของขนมมัฟฟินนี้จะมีลักษณะแข็ง ๆ อบสุกใหม่ ๆ ด้านนอกจะกรอบ การรับประทานสามารถนำไปอุ่นให้ร้อนเสียก่อนแล้วจึงนำมาทาเนยอร่อยมาก เนื่องจากขนมมีลักษณะแข็ง ดังนั้นการคนเนยหรือตีเนยกับน้ำตาลทรายนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้ขึ้นฟูมากเหมือนกับการทำเค้ก ขั้นตอนในการทำมัฟฟินนี้ ผู้เขียนได้ดัดแปลงวิธีการทำจากแบบดั้งเดิมคือการนำเนยกับน้ำตาลไปตั้งไฟ จนกระทั่งน้ำตาลละลายเสียก่อน จึงค่อยใส่ส่วนผสมอย่างอื่น มาเป็นการตีเนยกับน้ำตาลให้ขึ้นฟูเล้กน้อยแล้วจึงใส่ไข่เพื่อให้เนื้อของขนมฟูขึ้น นุ่มขึ้น ถูกปากคนไทยมากขึ้น

การตีเนยกับน้ำตาล และไข่ในการทำมัฟฟินนั้น ถ้าตีมากเกินไปจะส่งผลให้เนื้อขนมขึ้นฟูมาก อบสุกแล้วเนื้อขนมจะนุ่ม แต่หนาของขนมจะไม่นูน การที่หน้าของขนมนั้นจะนูนได้ก็ต่อเมื่อส่วนผสมนั้นข้นและใช้อุณหภูมิในการอบสูง แต่เนื้อของขนมจะแน่นไม่นุ่มมาก ดังนั้นลักษณะของขนมมัฟฟินที่ดีก็คือจะต้องนูนแตกตรงกลาง

หัวใจของการทำมัฟฟินให้ออกมาได้ลักษณะสวยงามนั้นก็คือ ระยะเวลาในการตีเนยกับน้ำตาลทรายและไข่นั้นไม่ควรตีให้นานเกินไป แค่ขึ้นฟูเล็กน้อยก็ใช้ได้ แป้งที่จะเลือกนำมาใช้ก็ควรใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ไม่ควรใช้แป้งเค้กเพราะจะทำให้ส่วนผสมเหลว อบแล้วหน้าขนมไม่นูน แต่เนื้อขนมจะนุ่ม

มากกว่าการใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์

การเลือกใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ทำนั้น ก็เพื่อให้ส่วนผสมข้น เวลาอบจะได้แตกนูนสวยงามแป้งขนมปังไม่ควรใช้ เพราะจะทำให้ส่วนผสมข้นมากเกินไปและเมื่ออบขนมออกมาจะได้เนื้อขนมที่แข็ง

อุณหภูมิที่ใช้อบก็มีความสำคัญ ควรใช้อุณหภูมิ 200°C ในการอบนั้นควรจะใช้ไฟบนด้วยในช่วงแรกเพื่อให้ผิวของหน้าขนมแข็ง และปิดไฟบนแล้วจึงอบต่อส่วนผสมของขนมที่อยู่ด้านในที่ยังไม่สุกก็จะค่อย ๆ ดันขนมให้แตกออกมาตรงกลางเอง แต่ถ้าใช้อุณหภูมิอ่อนเกินไปโดยใช้อุณหภูมิระดับเดียวกันเท่ากับการอบเค้กคือ 180°C แล้วเปิดแต่ไฟล่าง ขนมที่อบออกมาก็จะไม่นูนสวยจะมีลักษณะแบน ดังนั้นการทำผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ใช้เตาอบเป็นหลักนั้น การควบคุมอุณหภูมิในการอบมีความสำคัญมากกว่าขั้นตอนในการทำ เพราะถ้าทำขนมดีแต่คุมการใช้เตาไม่เป็นขนมที่อบสุกออกมาก็จะไม่สวย หรืออาจจะรับประทานไม่ได้ในบางครั้ง




          ​​

                       




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2562
6 comments
Last Update : 1 ธันวาคม 2562 19:28:36 น.
Counter : 202 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณชีริว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเริงฤดีนะ, คุณRananrin, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณtuk-tuk@korat, คุณhaiku, คุณเนินน้ำ

 

ไม่ว่าจะเป็นสูตรจากที่ไหน ยังไงเราทำเราก็ต้องปรับสูตรให้เข้ากับความชอบของเราล่ะนะ ทำตามรสหรือความชอบของเราดีที่สุดแล้วครับ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 30 พฤศจิกายน 2562 23:42:37 น.  

 

ไม่ค่อยเห็นนะครับเค้กสตอเบอรี่ (เห็นแต่เอาสตอเบอรี่มาวางข้างบนเฉยๆ) นี่แหละข้อดีของการทำเอง อยากใส่อะไรจัดไป!
และแล้วชุดจานชามแสนสวยก็ได้ใช้วางเค้กแสนอร่อย อิอิ

และเพิ่งรู้ความแตกต่างของมัฟฟินกับคัพเค้กก็วันนี้ละครับ เทียบกันเป็นข้อๆเลย

 

โดย: ชีริว 1 ธันวาคม 2562 0:21:57 น.  

 

เก่งจังค่ะ น่าทานมากๆ เลย
หิวเลยค่า

 

โดย: Rananrin 1 ธันวาคม 2562 19:44:12 น.  

 

น่าลอกเลียนแบบค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 1 ธันวาคม 2562 20:59:15 น.  

 

อ่านแล้วตรงใจค่ะ ขนมที่อร่อยที่สุดคือขนมที่ทำเองได้แบบที่เราชอบนะคะ
เสียดายอัพเร็วไปหนึ่งวัน ไม่งั้นส่งการบ้านโจทย์ใหม่ได้เลยค่ะ
ก่อนกลับหยิบติดมือไปหนึ่งจานนะคะ ขนมอร่อยจานสวย อิ๊บจานไว้เลย 555

 

โดย: เนินน้ำ 3 ธันวาคม 2562 9:46:52 น.  

 

 

โดย: annnika (สมาชิกหมายเลข 5634476 ) 4 ธันวาคม 2562 22:32:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


mcayenne94
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Bangkok

Kyoto

Sydney

Mcayenne94's Diary มีวัตถุประสงค์เพื่อบันทึกเรื่องราวของเจ้าของบ้านและสิ่งแวดล้อม ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการ จัดจำหน่าย ต้นไม้ดอกไม้ หรือสิ่งใด อนุญาตให้นำภาพถ่าย พร้อมชื่อMcayenneผู้ถ่ายภาพไปใช้ประโยชน์ได้ และสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำภาพถ่าย Mcayenne ไปใช้ โดยการดัดแปลงตัดต่อหรือลบชื่อภายในภาพ
Friends' blogs
[Add mcayenne94's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.