Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
30 เมษายน 2562
 
All Blogs
 
My first trip to Lord Buddha's Place Day3; 30 Jan 2019 Kesariya Stupa

 

                       เมื่อคืนเราขอไปพักที่เมือง ปัตนะ  เมืองหลวงของรัฐพิหาร (สมัยโบราณชื่อเมือง ปาฏลีบุตร  เป็นเมืองหลวงใหม่ของแคว้นมคธย้ายจากเมือง ราชคฤห์  หลังจากแคว้นมคธ รวมกับวัชชี  ) 

 
 




                      รัฐพิหาร   หนึ่งในรัฐยากจนของอินเดีย   เมื่อเข้าใกล้เมืองหลวงมีตึกสูงอยู่บ้าง  ประชาชนแน่นขนัด  การจราจรติดขัดมาก ดูแออัดยัดเยียดไปหมด 







                   ที่จริงแล้วโปรแกรมเดินทางของคณะเราไม่จำเป็นต้องผ่านมายังเมือง ปัตตนะ   เพราะวันนี้เราจะชมในเมือง เวสาลี  บริษัททัวร์จัดที่พักไว้ในเมืองเวสาลี   แต่เมื่อเห็นภาพโรงแรมที่พักที่เวสาลีซึ่งทางทัวร์ส่งให้ดูก่อนการเดินทาง  ทั้งเมืองมีโรงแรมเพียงแห่งเดียว    เป็นตึกชั้นเดียวขนาดเล็กมองดูคล้ายโรงแรมในสมัยโบราณ    จึงขอให้ย้ายมาพักในโรงแรมของเมืองปัตตนะ   ซึ่งห่างมาประมาณ 30 กม. รถเลี้ยวเข้า รร เห็นแล้วโล่งใจหน่อย มีแขกของโรงแรมเยอะพอควร นับว่าเป็น รร หนึ่งที่ดีที่สุดในเมืองนี้แล้ว.








อาหารเย็น  หลากหลาย รับประทานไม่ยาก  คณะเราชอบผัก ที่อินเดียผักเยอะสดอร่อย














 


                 เย็นเมื่อวานและเช้าวันนี้   เราต้องเสียเวลาเดินทาง ผ่านเวสาลีเพื่อมาพัก ที่เมือง ปัตตนะ   และ เช้านี้เดินทางจาก ปัตตะ  เพื่อจะไปเวสาลี  ย้อนไปมาอีก   
 


                 เกสริยาสถูป     สถานที่เก็บบาตรของพระพุทธเจ้า   เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าประชวร  และทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์  เมือง เวสาลี เมืองหลวงของแคว้นวัชชีแล้ว   ได้เสด็จมุ่งหน้าเพื่อจะไปปรินิพพานที่เมือง กุสินารา   

                 ชาววัชชี  มีความโศกเศร้า  พากันมาส่งเสด็จ  จนถึง ชายแดน วัชชี  ด้วยความอาลัยรัก  พระพุทธเจ้าทรงประทาน บาตรให้ไว้เป็นที่ระลึก   ชาววัชชี จึงนำมาฝังเก็บไว้ ที่  เกสริยาสถูปแห่งนี้    
                  คณะของเรา ไปถึงสถูปพบคณะพระภิกษุสงฆ์ไทยราว 100 รูป  จาริกธรรมยาตรา  มาพักที่บริเวณสถูปนี้พอดี    เป็นการยาตรา  ตามรอยเส้นทางเสด็จของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  สถูปนี้อยู่ข้างทาง ติดถนนที่จะผ่านไป  กุสินารา   เราแวะถ่ายภาพเล็กน้อยบริเวณใกล้ปากทางเข้า  ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้สถูป      ซึ่งจะทำให้เสียเวลา  (ถ้าเดินเข้าไปนมัสการ  ไปกลับ  คงใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ) เพราะเราได้เห็นมาหลายสถูปแล้ว   วันนี้เช้าเพิ่งไป  วัดป่ามหาวัน  ปาวาลเจดีย์มาแล้ว   และยังต้องเดินทางต่อไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง กุสินารา  
 





"มหาสถูปแห่งเกสเรีย หรือที่ในปัจจุบันเรียกว่า เกสริยาเกสเรีย (อังกฤษ: Kesaria, อักษรเทวนาครี: केसरिया) เป็นสถานที่ตั้งของมหาสถูปพบใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย สถานที่ประดิษฐานบาตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงประทานแก่ชาววัชชี เมื่อครั้งพุทธกาลเกสเรียอยู่ในเขตพรมแดนของแคว้นวัชชีและมัลละต่อกัน (รัฐพิหารในปัจจุบัน)แต่ไม่ใช่สถานที่แสดงกาลามสูตร ดังที่เข้าใจกัน เพราะสถานที่แสดงกาลามสูตรนั้น อยู่ในแคว้นโกศล แต่สถูปเกสเรีย อยู่ในแคว้นวัชชีต่อกันกับพรมแดนแคว้นมัลละ
 

มหาสถูปแห่งเกสเรีย

เดิมมหาสถูปแห่งเกสเรียไม่เป็นที่รู้จักและไม่เป็นจุดสำหรับจาริกแสวงบุญของชาวพุทธ แต่หลังจากกองโบราณคดีอินเดียได้ขุดค้นเนินดินใหญ่พบพระมหาสถูปโบราณที่มีความเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1,400 ฟุต สูงถึง 51 ฟุต (เดิมอาจสูงถึง 70 ฟุต) ซึ่งทำให้มหาสถูปโบราณที่ค้นพบใหม่นี้กลายเป็นมหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองและพระมหาสถูปบุโรพุทโธ ซึ่งทำให้มีผู้สันนิษฐานว่ามหาสถูปแห่งเกสริยานี้เป็นต้นแบบของมหาสถูปทั้งสอง

                โดยมหาสถูปแห่งเกสเรียเป็นสถูปเดียวกับที่ปรากฏในบันทึกของพระถังซำจั๋ง ที่เคยจาริกแสวงบุญมายังสถานที่แห่งนี้ ท่านได้กล่าวไว้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของพระมหาสถูปที่ประดิษฐานบาตรของพระพุทธองค์ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานแก่ชาววัชชีเมืองไวสาลีที่ตามมาส่งเสด็จพระพุทธองค์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเสด็จไปยังเมืองกุสินาราเพื่อเสด็จดับขันธปรินิพพาน

                เกสริยาในปัจจุบันอยู่ห่างจากกุสินาราประมาณ 120 กิโลเมตร ในเขตรัฐพิหาร ระหว่างทางจากเมืองไวสาลีไปยังเมืองกุสินารา"
อ้างอิง วิกีพีเดีย

       "เกสริยาสถูป  สถูปดินมีความสูง 104 ฟุต จากลักษณะทางสถาปัตยกรรม เชื่อว่า สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 200 ถึง 750 ยุค เมารยะ  ยุคราชวงศ์กุษานะ  เป็นไปได้ที่ อาจจะสร้าง ช่วงศตวรรษที่ 4 โดย พระราชาจักรวรรติ 
    สถูปนี้ ถูกค้นพบ เมื่อ ค.ศ. 1958 ( พ.ศ. 2414) โดยนักโบราณคดีอินเดีย KK Muhammed      ระหว่างการขุดค้นโดยรอบสถูป  ได้พบโบราณวัตถุที่น่าสนใจหลายสิ่งโดยรอบบริเวณ  ได้แก่ เหรียญอิสลาม  หัวธนูที่ทำจากทองแดง และ กระเบื้อง  อิฐประดับ  และ ภาพพระพุทธเจ้าปางมารวิชัย ( Bhoomi Sparsh Mudra) และปางอื่นๆ "

อ้างอิงhttps://en.wikipedia.org/wiki/Kesaria 




         
 


Create Date : 30 เมษายน 2562
Last Update : 30 เมษายน 2562 19:47:55 น. 21 comments
Counter : 505 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณอุ้มสี, คุณวลีลักษณา, คุณtoor36, คุณตะลีกีปัส, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณกะว่าก๋า, คุณสองแผ่นดิน, คุณJinnyTent, คุณKavanich96, คุณหอมกร


 
อาหารการกิน และที่พัก สำหรับที่อินเดีย คงไม่สะดวกสบาย ถ้าคิดจะไปเพื่อการนั้น
แต่ถ้าไปเพื่อจาริกแสวงบุญ ก็อีกเรื่องหนึ่ง ... ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีบุญวาสนาหรือเปล่านะคะ แหะ ๆ

อักษรเทวนาครี สวยดี ทั้งชื่อและตัวอักษรนะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:15:16:54 น.  

 
บ่าย ๆ เบลอ ๆ เม้นท์ไปแล้วอ่านเองก็กลัวคนอ่านจะเข้าใจผิด
ที่บอกว่า ไม่รู้ว่าจะมีบุญวาสนาหรือเปล่า หมายถึงข้าพเจ้าเอง หาได้หมายถึงผู้ใดไม่
เข้าใจตามนี้นะเจ้าคะ อิอิ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:15:26:02 น.  

 
เหมือนมีการควบคุมอาหารไปด้วยในตัวเลยนะคะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:15:29:32 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทนายอ้วน Review Food Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
mcayenne94 Travel Blog ดู Blog

ตามมาเที่ยวอินเดียต่อค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:17:54:58 น.  

 
อาหารคล้ายๆบ้านเรานะคะ วลีชอบข้าวสวยของเค้าจัง

เคยไปอินเดียเมื่อนานมาแล้ว ถนนเค้าโหดมาก แต่สุขาระหว่างทางโหดสุดๆ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:21:36:33 น.  

 
ชื่อแคว้นต่างนี้ผมคุ้นชื่อเพราะดูเรื่องอโศกมหาราช ที่คุยด้สนคราวก่อน ผมจำชื่อสลับกันครับ แหะๆ ก็คิดอยู่ว่ามันแปลกๆ

อาหารอินเดียผมเคยทาน ทานไม่ยาก จริงๆ ถ้ามีเนื้อผมก็ทานได้แล้ว เป็นคนทานง่าย อากาศเย็นนะครับ

ได้ไปเห็นสถานที่จริงมันรู้สึกดีกว่าแค่เห็นภาพหรืออ่านเอาจากหนังสือนะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:22:01:39 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

อนุโมทนากับการจาริกแสวงบุญ ของคุณเย็นด้วยค่ะ
ข้าวต้มกับถั่วเคยกินค่ะ
ยิ่งตอนเด็กๆ เวลาไม่สบายแม่ให้กินข้าวต้มกับถั่วคั่วเกลือเค็มๆ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:22:31:00 น.  

 
มาขอบคุณคุณเย็นและส่งกำลังใจก่อนนะคะ
พรุ่งนี้ต๋าแวะมาใหม่ค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 1 พฤษภาคม 2562 เวลา:0:09:16 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับคุณเย็น

สถูปนี้ผมไม่ได้ไปครับ
ดูแล้วเป็นสถูปที่ใหญ่มากๆเลยนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:23:02 น.  

 
กุสินารา คุ้นๆครับ
เหมือนว่าจะได้ไป
แต่ผมจำได้ว่าที่นี่ไม่ได้แวะแน่ๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:41:17 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ขอบคุณกำลังใจให้แกงส้มมะละกอนะคะ
อร่อยหรือไม่อยู่ที่ความคุ้นลิ้นของคนในครอบครัวและแม่ครัวค่ะ อร่อยของแต่ละบ้านรสชาติอาจต่างกัน
ดังนั้น บ้านไหนทำแล้วคนในบ้านกินได้กินดี
ก็อร่อยแล้วค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 1 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:27:33 น.  

 
แม้โรงแรมของเมืองปัตตนะจะห่างมาประมาณ 30 กม.
ก็ดูคุ้มค่ากับการเดินทางมานะคะคุณเย็น
ล็อบบี้ดูโอ่โถง อาหารน่าอร่อย
อากาศอาจมีไม่ดีบ้างแต่ดูเย็นสบายดีค่ะ

เกสริยาสถูปจากขนาดแล้วสมกับเป็นมหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย
เป็นสถานที่สำคัญในสมัยพุทธกาลอีกแห่ง
ขอบคุณคุณเย็นที่พาชมค่ะ

นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 1 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:21:05 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับคุณเย็น




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:31:43 น.  

 
พี่คงต้องมาตามเก็บข้อมูลจากบล็อก
คุณหมอนี้ไว้เผื่อได้ไปบ้างจริงๆ
เพราะเข้าใจง่าย เผื่อตามรอยด้วย

ขอบคุณรีวิวนะคะ
ขอบคุณกำลังใจที่บ้านด้วยค่ะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 2 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:11:25 น.  

 
ตามมาเที่ยวกับคุณเย็นต่อค่ะ
ได้รู้ได้เห็นตามคุณเย็นเป็นบุญตาด้วย
และดีใจและอนุโมทนากับคุณเย็นด้วยนะคะ
ที่ได้ไปเห็นสังเวชนียสถานในดินแดนนพุทธภูมิ
ไปหลายเมืองเลยค่ะทริปนี้

ตัดสินใจถูกแล้วค่ะที่เลยมาพัก
เน้นโรงแรมที่ดีที่สุดก่อนเนอะ ถ้าไปอินเดียว
30 กิโลถ้าเมืองที่เจริญแล้วไม่ไกลเลย
แต่ถ้าอินเดียคงใช้เวลานานอยู่ เพราะถนนหนทางยังไม่ค่อยดี

มหาสถูปแห่งเกสเรีย ที่ว่าเป็นต้นแบบของ
มหาเจดีย์ชเวดากอง กับ บุโรพุทโธ แค่นี้
ก็ทำให้ผู้คนหลั่งไหลไปหาแล้วนะคะ

จินเคยใฝ่ฝันอยากจะไปอินโดนีเซีย
ก็เพราะอยากจะไปดูบุโรพุทโธนี่แหละค่ะ
ป่านนี้ก็ยังไม่ได้ไป ไปแต่พม่า ไปดูเจดีย์ชเวดากอง

ทริปตามรอยพุทธศานาและพลังศรัทธาพระพุทธศาสนา
ประเทศอินเดียกับพระเทศพม่า สองประเทศนี้คนหลั่งไหลไปมากสุดแล้วนะคะ
ถ้าดินแดนพุทธภูมิ ก็อินเดียว
ถ้าไปดูพลังศรัทธาของพระพุทธศาสนาก็ต้องพม่า

พม่าไปง่ายสุด ใกล้สุด และคชจ.น้อยสุด
ที่อื่นก็ยังเป็นความใฝ่ฝันต่อไป
ที่บุโรพุทโธ คุณเย็นคนไปมาหรือยังคะ



โดย: JinnyTent วันที่: 2 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:47:31 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับคุณเย็น

วัวพันหลัก
พอคุณฌย็นพิมพ์คำนี้มา
ผมนึกภาพตามได้เลย
เคยเห็นวัวพันหลักจริงๆครับ
มันดูอึดอัดน่าสงสารมากจริงๆ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:54:53 น.  

 
แต่จินอยากไปนะ แอฟริกา
ถ้ามีเวลา สุขภาพดีและกำลังเงินมีเกินสำรองละ
แต่คงจะยากละค่ะ 5555 ไม่มีทั้งสามอย่างที่พูดมาเลย

จินชอบเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมะ มากกว่าเมืองศิวิไลท์
แต่อย่างญีุ่่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มันก็ได้ความรู้สึกอีกแบบ
สุขสบาย การคมนคมสะดวก ปลอดภัย แหล่งช็อปปิ้งเยอะ

แต่ที่ ๆ จินอยากจะกลับไปอีกครั้ง กลับไม่ใช่ประเทศพวกนี้
แต่เป็นกัมพูชา พม่า 2 ประเทศนี้ ที่จินอยากจะไปอีก
พม่าอยากไปเที่ยวเส้นทางทางพุกาม มัณฑเลย์ ทะเลสาบอินเล
กัมพูชา อยากกลับไปเก็บรายละเอียดนครวัดอีกครั้ง
ส่วนวียดนามกับลาว จินก็เฉย ๆ นะ ไปแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
หลวงพระบางก็สวย แต่คล้ายเชียงใหม่เกินไป 555

แต่จินเห็นด้วยกับคุณเย็น เมืองไทยเราก็มีที่เที่ยวมากมาย
ธรรมชาติก็สวย วัดวาอาราม เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยเรา
ไม่แพ้ชนชาติไหนเลย แค่เมืองไทยจินเองก็ยังไปไม่ทั่วเลย
โดยเฉพาะภาคอีสาน อยากจะไปมาก อยากไปหลายที่
แต่คนที่บ้านไม่เออออห่อหมกด้วย เหตุผลคือ ร้อน

วัดที่น่าน จินเคยไปวัดพระธาตุแช่แห้งกับวัดภูมินทร์แค่ 2 วัด
แต่ไปเที่ยวน่านอยู่ 4-5 ครั้ง ชอบมาก ช่วง 2-3 ปีหลัง
รู้สึกไม่ค่อยโอเค เพราะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว
ไม่เงียบสงบ ยิ่งช่วงเทศกาล วัดพระธาตุแช่แห้งเสียงดัง
ไปด้วยเสียงประกาศเชิญชวนให้คุณทำบุญนั่นนี่ ยิ่งไม่ชอบเลย

ตอนที่ไปช่วงแรก เงียบมาก มีแต่เสียงระฆัง
เดินวนรอบพระธาตุมีแต่ฝรั่ง และ นทท.หรอมแหรม
ไปนั่งชมพระธาตุนานเป็นครึ่งชั่วโมง เงียบสงัดมาก
เดี๋ยวนี้ ไม่มีภาพนั้นอีกแล้วค่ะ
ที่จอดรถในเมืองก็แทบจะไม่มี ยิ่งเทศกาลยิ่งแล้วใหญ่เลย



โดย: JinnyTent วันที่: 2 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:36:13 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 3 พฤษภาคม 2562 เวลา:2:12:30 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเย็น



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:47:36 น.  

 
mcayenne94 Travel Blog ดู Blog
ขอบคุณที่พาไปเที่ยวค่ะ อาหารอินเดีย
สุดยอดแห่งความไม่อร่อยจริงๆ
ยังจำกลิ่นเครื่องเทศติดตัวคนอินเดีย
ตอนรอขึ้นเครื่องบินจากไทยได้ดี
แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว อาหารกลิ่นแรง
มันขับออกมาตามต่อมเหงื่อค่ะคุณหมอ



โดย: หอมกร วันที่: 3 พฤษภาคม 2562 เวลา:7:38:05 น.  

 
สวัสดีวันสุขแห่งชาติค่า

ไม่คิดเยอะก็ดีค่ะ จะได้ไม่แก่ 555
ลำพังทำบล็อกก็เพื่อความบันเทิง + สาระบ้าง เท่านั้น
อะไรที่มันยุ่งยากวุ่นวายก็ทำให้เบื่อ ๆ ... แต่ยังเห็นประโยชน์ก็เลยยังทำอยู่นี่แหละค่ะ อิอิ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 3 พฤษภาคม 2562 เวลา:7:40:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
mcayenne94
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Bangkok

Kyoto

Sydney

Mcayenne94's Diary มีวัตถุประสงค์เพื่อบันทึกเรื่องราวของเจ้าของบ้านและสิ่งแวดล้อม ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการ จัดจำหน่าย ต้นไม้ดอกไม้ หรือสิ่งใด อนุญาตให้นำภาพถ่าย พร้อมชื่อMcayenneผู้ถ่ายภาพไปใช้ประโยชน์ได้ และสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำภาพถ่าย Mcayenne ไปใช้ โดยการดัดแปลงตัดต่อหรือลบชื่อภายในภาพ
Friends' blogs
[Add mcayenne94's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.