The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 7

7.

ผมกลับมาถึงบ้านแล้วแต่ไม่เห็นรถของพี่จอดอยู่..ไปไหนนะ...อยากถามนิกกี้แต่ก็...ไม่ดีกว่า อย่าไปสนใจเลย เดินขึ้นตึกใหญ่มากำลังจะผ่านห้องรับแขกได้ยินเสียงมือถือนิกกี้ดังขึ้น

“ครับหัวหน้า ถึงแล้วครับเรียบร้อยดีทุกอย่าง อะไรนะครับ ที่ไหนนะ ว้า..ครับๆ”

“จ่าหมานเดี๋ยวผมมานะไปข้างนอกก่อน”

ผมเห็นนิกกี้เร่งรีบออกไป อยากรู้จัง...พี่โทรมาจากไหนแล้วทำไมนิกกี้ต้องรีบร้อนออกไปด้วย

ผมพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงหลายตลบพยายามข่มตาให้หลับแต่ไม่สามารถหลับได้เลย ...ไม่อยากใช้ยานอนหลับอีกเพราะมันทำให้ผมรู้สึกไม่สดชื่นเมื่อตื่นขึ้นมา ผมเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น ในชั้น3 ชั้นที่เราพักอยู่ เปิดดูทีวี ...หึ... ตี3แล้วไม่มีอะไรดูเลยนอกจากรายการโฆษณาขายสินค้า ผมหยิบเฮดโฟนออกมาสวม เปิดเพลงบรรเลงแผ่วเบา นั่งหลับตาทำใจให้ว่างหวังว่ามันจะทำให้ง่วงขึ้นมาบ้าง

ในส่วนพักผ่อนนี้มีห้องนอน3ห้อง ห้องนอนตรงกลางใกล้กับบันไดทางขึ้นเป็นห้องนอนใหญ่ของพี่ไอซ์ ห้องผมอยู่ที่ปีกซ้ายของตึก ค่อนไปทางด้านหลัง ส่วนด้านตรงข้ามนั้นคือห้องของพี่ ป๊าจัดไว้สำหรับให้พี่พักโดยเฉพาะ ป๊ารักพี่โอมาก ออกจะมากกว่าผมเสียด้วยซ้ำ เพราะพี่โอเป็นแบบอย่างที่ป๊าบอกให้ผมจดจำและทำตามไม่ว่าจะเป็นความเป็นผู้ใหญ่ ความเก่งกล้า ความมีระเบียบวินัย

“โหย...ป๊า...ก็พี่โอเขาเรียนโรงเรียนนายร้อย ฟลุ๊คก็แค่เด็กมัธยมป๊าอย่าเอาไปเปรียบกันสิฮะ”

“ก็นั่นแหล่ะ หัดดูแบบอย่างพี่เขาไว้ จะได้มีระเบียบวินัยที่ดีไง”

“ไม่อ่ะ..ฟลุ๊คอยากนอนตื่นสาย อยากเที่ยวเล่นให้สบาย ไม่อยากถูกบังคับ...นะฮะ”

“ไม่มีใครบังคับเราได้ตลอดหรอกนะฟลุ๊คอีกหน่อยลูกก็จะรู้ว่าควรทำอย่างไร ป๊าไม่ได้บังคับ ทุกอย่างที่ป๊าให้หวังว่าฟลุ๊คจะเข้าใจและเรียนรู้วิธีใช้มัน”
ผมหยุดเล่นแผ่นเสียงเมื่อเห็นไฟที่หน้าลิฟต์สว่าง...พี่กลับมาแล้วหรือ..ทำไงดี..ไม่อยากเจอพี่ตอนนี้เลย กำลังจะรีบลุกเดินไปเข้าห้องเพราะไม่อยากเจอหน้าพี่ แต่เสียงที่บ่นเบาๆนั้นทำให้ผมต้องหันไปมอง

“ดื่มอะไรมากขนาดนี้นะหัวหน้า..เฮ้อ..ตัวก็ไม่ใหญ่ทำไมหนักจัง”

“อ่ะ!นิกกี้พี่โอเป็นอะไร”

“อ้าวคุณฟลุ๊ค...ดีเลยครับ...ช่วยเปิดห้องหัวหน้าให้ทีครับ..เร็วครับผมหนักจะแย่อยู่แล้วครับ”

“อ่ะ!..ทะ..ทางนี้”

ผมก็เลยต้องพานิกกี้ไปที่ห้องพี่ พี่พยายามจะเงยหน้าขึ้นมองผมแต่แล้วก็คอตกลงไปเหมือนเดิม...พี่คงเมามาก..บ้าจริง!ไปดื่มที่ไหนมาถึงได้เมามากขนาดนี้เนี่ย ชิส์!

นิกกี้วางพี่ลงบนเตียงแล้วก็ดึงผ้าห่มมาห่มให้ก่อนจะเลี่ยงเดินออกไป ผมยืนมองดูพี่ที่หน้าห้อง ใบหน้าคมคายนั้นแดงจัด พี่กระสับกระส่าย...คงไม่สบายตัว ..ทำไงดี ..จะปล่อยไว้แบบนี้ดีไหมนะ ..ช่างสิ..

ผ้าขนหนูผืนนุ่มถูกผมชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าให้คนที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง พี่หันหน้าหลบคงเพราะอากาศในห้องที่เย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศชั้นดี ผมคลายเสื้อเชิ้ตของพี่ออกแล้วพยายามเช็ดตัวให้อยู่..อืม..ตัวหนักน่าดูเหมือนกันนะ.. พี่ไม่ใช่คนตัวใหญ่ถ้าเทียบกันแล้ว ผมเสียอีกที่จะตัวใหญ่กว่าพี่แต่เพราะร่างกายพี่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผิวสีแทนที่ไม่คล้ำมากนักแต่ดูดีนั้นน่ามอง

ผมแอบลูบไล้ผิวเกลี้ยงเกลาของพี่เล่น เอานิ้วจิ้มๆดู อืม..แน่นดีจังไม่เห็นเหมือนเนื้อผมเลยที่มันออกจะนุ่มนิ่มเกินผู้ชายทั่วไป อาจเพราะผมไม่ค่อยชอบออกกำลังกายด้วย.. ดีละอีกหน่อยถ้าผมได้ฝึกกับกัสบ่อยๆผมก็คงมีกล้ามเนื้อแน่นๆแบบพี่บ้างหรอกน่า

กว่าจะถอดเสื้อพี่ออกได้ผมก็แทบลงไปนั่งหอบเสียแล้ว และไหนจะกางเกงยีนส์นั่นล่ะ โอย...ผมจะถอดมันออกไหมเนี่ย ปลดเข็มขัดออกไปได้แล้ว ก็พยายามแกะกระดุมกางเกงต่อ อืม..มือไม้สั่นไปหมดแล้ว

“ฟลุ๊คทำอะไร”

“อ่ะ!..พี่โอ”

“กะ..ก็..เปลี่ยนกางเกงไง ...ไงล่ะจะนอนทั้งอย่างนี้ก็ได้นะงั้นฟลุ๊คไปนอนล่ะ”

ตกใจฮะทั้งๆที่ตั้งใจจะเช็ดตัวให้เสร็จก่อนพี่จะตื่น...ก็ดันตื่นขึ้นมาจริงๆ แล้วยังจะมาถามอีก..บ้า! ผมก้มหน้างุดรีบหันหลังกลับ แต่มือแข็งแรงนั้นคว้าข้อมือผมไว้แล้วกระตุกดึงให้ผมเข้าไปหา ผมที่ไม่ทันระวังตัวก็ล้มลงไปบนเตียงที่พี่นอนอยู่ พี่รวบเอวผมแล้วพลิกตัวทับผมไว้ ใบหน้าคมคายซุกอยู่ข้างซอกคอผมพร้อมกับเสียงพูดแผ่วๆ.. ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเลยฮะ..รู้สึกว่าพี่วางปากบางๆนั้นที่ซอกคอผมด้วย

“เปลี่ยนสิ...ถอด.ด..ด..ให้หน่อย...พี่...อึด..อัด”

แล้วพี่ก็ลงไปนอนหลับตาพริ้มอยู่ ข้างๆผม มือหนาปลดกระดุมและรูดซิบให้เรียบร้อยเลย..บ้า!ๆๆ>/////<

กว่าจะดึงกางเกงออกได้ผมก็แทบบ้า เหงื่อซึมที่หน้าผากอย่างกับไปวิ่งรอบสนามมาสักสามรอบ เช็ดตัวให้ไอ้พี่เมาอีกนิดก่อนจะเดินเอาอ่างไปไว้ในห้องน้ำ กลับออกมาพี่ก็พลิกตัวนอนตะแคงให้แล้ว ผมดึงผ้าห่มมาคลุมร่างให้พี่ นั่งลงข้างๆแอบมองใบหน้ายามหลับของพี่ที่ดูสงบเยือกเย็น

ผมยิ้มอย่างเป็นสุข มือเรียวเผลอลูบแก้มที่สากด้วยไรหนวดนั้นแผ่วเบา นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมเผลอไผล ทิ้งหัวใจไว้กับคนๆนี้…นานแค่ไหนแล้วที่ ผมต้องการแค่คนนี้คนเดียวให้อยู่ข้างกาย

...นานแค่ไหนแล้วนะ…
...และมันจะยาวนานอีกสักเท่าไร่กันหนอ..
....และมันจะเป็นไปได้ไหมที่พี่จะอยู่ตรงนี้..ตลอดไป..
...พี่ฮะ..ฟลุ๊ครักพี่นะฮะ...

ผมไม่รู้ว่าผมทำไปได้อย่างไร ผมบรรจงแต้มสัมผัสแผ่วเบาที่ปลายคางสากๆนั้น จงใจให้ส่วนหนึ่งของริมฝีปากสัมผัสปากบางๆของพี่ด้วย...ฟลุ๊คคงทำได้แค่นี้...แค่นี้ใช่ไหมพี่โอ..พี่คงต้องไปอยู่ข้างกายใครสักคนในวันหนึ่ง..ข้างหน้า...

ผมปล่อยน้ำตาโดยไม่อาจกลั้น...เมื่อพี่พึมพำเบาๆออกมาว่า

“..เมย์...” .

.
.
“ผมว่าท่าทางคุณน่าจะเป็นพวกศิลปินหรือไม่ก็นักร้องนะ การเป็นครูสอนวิชาการต่อสู้นี่ดูจะไม่เข้ากันเลยจริงๆ”

ผมบอกกับกัสเมื่อเราวอร์มร่างกายกันจนเหงื่อเริ่มซึมดีแล้ว ขณะนี้ผมกับเขาอยู่ด้วยกันสองต่อสองในโรงฝึกที่บ้านในสวนแถบชานเมืองของกัส.. เป็นความตั้งใจของผมเองที่ต้องการเรียนเป็นการส่วนตัว

“ศิลปะคือสิ่งที่ผมรัก ผมเรียนรู้ศิลปะทุกแขนง ผมจบศิลปากร ผมวาดภาพ ถ่ายรูป เล่นดนตรี ผมเรียนศิลปะการป้องกันตัวมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็คือศิลปะแขนงหนึ่งเหมือนกัน งดงามในท่วงท่าและลีลาแต่ยังคงความความเข้มแข็งและ แข็งแรงไว้ด้วย”

“แต่การต่อสู้ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังเข้าข่มกันเสมอไป ยังมีศิลปะแห่งความอ่อนโยนอยู่ด้วย คุณเคยได้ยินชื่อ ยูยิตสูไหม เป็นศิลปะการต่อสู้ที่นอกจากจะเป็นการฝึกเพื่อป้องกันตัวเองแล้ว ยังเป็นการบริหารร่างกายเพื่อให้ เกิดความแข็งแรง ฝึกสมาธิให้มั่นคง ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสมาธิด้านจิตใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ หรือการตั้งรับ แต่ที่ผมจะฝึกให้เป็นยุยิตสูสายบราซิลเลียนนะครับเพราะมันเหมาะกับคุณมากกว่าสายญี่ปุ่นที่ต้องใช้ความรุนแรงมากกว่า”

ผมพยักหน้าคล้อยตามอาจารย์ของผม ขณะนี้เราอยู่ในชุดฝึกที่คล้ายกับชุดของยูโดเพื่อให้เหมาะสมกับการฝึก

“โดยชื่อของยูยิตสูก็สื่อให้เห็นว่าเป็นวิชาที่ใช้แรงน้อย และ ใช้แรงจากคู่ต่อสู้เพื่อที่จะย้อนกลับไปทำลายตัวคู่ต่อสู้เอง หากผู้ฝึก ฝึกจนมีความชำนาญดีแล้ว จะสามารถสู้กับคนที่รูปร่างใหญ่โตได้ หรือสู้กับความที่มีอาวุธด้วยมือเปล่าได้”

“ก่อนอื่นเรามารู้จักจุดเปราะบางของร่างกายคนเราก่อนนะครับ ซึ่งก็มีอยู่หลายจุดได้แก่ ตา หู จมูก คอและคอหอย ช่องท้องและลิ้นปี่ ลูกอัณฑะ นิ้ว น่องหรือขาด้านล่างและหลังเท้า...แต่อย่าลืมว่ามันก็คือจุดอ่อนของเราเองด้วย”

“ที่ผมจะสอนต่อไปนี้จะเป็นการนำจุดเด่น ทั้งศาสตร์ และศิลป์ของวิชาป้องกันตัวหลายแขนง มารวมกัน และนำมาผูกเชื่อมด้วยหลักการเดียวกันนั่นคือ หลักของความต่อเนื่อง หรือความกลมกลืนซึ่งเป็นการเคลื่อนไหว ในลักษณะเป็นเส้นโค้ง เพื่อลดแรงปะทะ จึงทำให้ผู้ที่ร่างกายผอมบาง แรงน้อย ตัวเล็ก เด็ก หรือผู้หญิง สามารถฝึก และเข้าใจการใช้แรง หรือความแข็งแรงจากฝ่ายตรงข้าม ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้ ยิ่งฝ่ายตรงข้ามแรงมามากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับฝ่ายตั้งรับมากเท่านั้น...หลักของการป้องกันตัวก็คือความพร้อมที่จะกลมกลืนกับทุกสถานการณ์ โดยนำวิชาป้องกันตัวที่หลากหลายมาใช้เพื่อการเอาตัวรอดในชีวิตจริง”

กัสสอนผมหลายอย่าง วันนี้เราเริ่มฝึกจากท่าพื้นฐานซึ่งจะเน้น เรื่องการหมุนมือ หมุนตัว การจับ บิด และล็อค นับว่าจำเป็นมากสำหรับมือใหม่อย่างผม

"บราซิลเลียนยูยิสสู..มีต้นกำเนิดจากศิลปะการต่อสู้ของนักรบซามูไร จากประเทศญี่ปุ่น และต่อมาถูกนำไปฝึกในบราซิลจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งพัฒนาให้เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ไม่เน้นความรุนแรง แต่ให้เกิดวิธีการเอาตัวรอดด้วยการให้คู่ต่อสู้ล้มลงและกดล็อคและยังเหมาะสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ให้มีแรงต่อสู้ได้อย่างสบาย”

ไอ้ที่ว่ามาก็ดีหมดทุกอย่างแหล่ะยกเว้นว่าเหมาะสำหรับผู้หญิงนะ ชิส์! ฮื่ย..ผมไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆนะถึงแม้ร่างกายไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอนะ...ไว้ผมฝึกเก่งเมื่อไหร่ผมจะล้มคุณให้ดูสิ...กัสจัง!! ผมคงเผลอมองครูฝึกอย่างหมั่นเขี้ยว กัสเลยเลิกคิ้วถาม

“สงสัยอะไรไหมครับฟลุ๊ค”

“อ๊ะ!เปล่าฮะครู”

“ดีแล้ว..งั้นก่อนที่จะเรียนขั้นต่อไปผมจะสอนวิธีการล้มอย่างถูกวิธีให้ก่อนนะ”


“ประโยชน์ ของการล้มที่ถูกวิธีคือ...หนึ่งช่วยให้การยืน และเคลื่อนที่มีหลักดีไม่ล้มง่าย สองการล้มเป็นการฝึกกายบริหาร ทำให้ส่วนต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง สาม ถึงหากจะล้มลงก็ไม่เสียขวัญ ช่วยให้หนักเป็นเบาและสี่นอกจากที่ผมบอกไปทั้งหมดแล้ว การล้มยังเป็นวิธีป้องกันอันตรายด้วยเช่น การล้มข้าง ก็เพื่อใช้ป้องกันในเวลาล้มด้านขวาและซ้าย การล้มหน้า เพื่อใช้ป้องกันในเวลาล้มคว่ำหน้า การ ล้มหลัง ใช้ป้องกันในเวลาล้มหงายหลังและสุดท้ายการล้มม้วนตัว ใช้ป้องกันในเวลาล้มเอาศีรษะลง เป็นต้น

“การฝึกการต่อสู้จึงจำเป็นต้องฝึกล้มให้เป็นเสียก่อนเพราะถ้าหากไม่ฝึกให้ได้มาตรฐาน เวลาถูกอีกฝ่ายหนึ่งทำให้ล้มลง เราอาจจะได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดอันตรายได้ ฉะนั้น!คุณต้องฝึกการฝึกล้มซึ่งเป็นบันใดขั้นต้นให้ได้มาตรฐานเสียก่อน”


“อันนี้ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ...ข้อพึงระวังในการล้ม มีดังนี้...หนึ่งปล่อยให้อวัยวะร่างกายเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าแข็ง อย่าขืน อย่าเกร็งเป็นอันขาด”

“สอง การเก็บคาง ให้ตามองเข็มขัด เวลาเริ่มฝึกใหม่ๆส่วนใหญ่นักเรียนจะเผลอไม่เก็บคาเวลาล้มท้ายทอยอาจกระทบพื้นจึงให้ระมัดระวังฝึกเก็บคางไว้แต่แรก จะได้เคยชิน”

“สาม เวลามือใดตบเบาะ ตาต้องมองดูที่มือข้างนั้นและต้องตบเบาะให้แรง ไม่งอแขน และไม่ห่างตัวหรือชิดตัวเกินไปควรให้แขนอยู่ห่างตัวประมาณ 45 องศาเสมอ”

“สี่ ยกเท้าช่วยได้พอสมควร ท่าล้มหน้าม้วนตัวเท้าทั้งสอง เหยียดตามธรรมชาติ อย่างอเข่า”

“ห้า พยายามระมัดระวังอวัยวะส่วนเอว หลัง ชายโครงอ่อน ศีรษะ ท้ายทอย และอกกระทบเบาะเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้”

“อ่ะ..มาลองทำดู คุณสังเกตท่าทางของผมก่อนนะ”

กัสสอนโดยใช้ตัวเองเป็นแบบและช่วยจับร่างกายผมให้เข้าสู่ในท่าที่ถูกต้องและเหมาะสม กับแค่การฝึกล้มแค่นี้ผมยังรู้สึกว่าหนักหนาสาหัสเหลือเกิน แต่ผมก็จะไม่ยอมแพ้ เราใช้เวลาฝึกล้มกันในช่วงเช้าจนเกือบหมด ก่อนจะไปทานอาหารกลางวันฝีมือแม่ของกัส ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อร่อยมากๆเลย ทานอาหารกลางวันในครัวเล็กที่ติดกับสวนผลไม้ แล้วกัสก็ให้ผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ในช่วงบ่ายจะเป็นการฝึกทำสมาธิ ประมาณ1ชั่วโมงก็เป็นอันจบการฝึกสำหรับวันแรกนี้ เพราะกัสไม่อยากให้ผมบอบช้ำมากเกินไปแม้ผมจะบอกว่าผมไหวก็ตาม

“อย่าหักโหมเกินไปน่าฟลุ๊ค คุณทำได้ดีแล้ว แต่อย่าลืม ร่างกายคนเราไม่ใช่เหล็กไหล ช่วงที่ฝึกสมาธิคุณลองจินตนาการท่วงท่าที่ผมสอนไปให้ขึ้นใจ จะได้จำได้และสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องจะดีกว่านะครับ”

“แต่ผมอยากเก่งเร็วๆ... กัส...เวลาแค่เดือนเดียวผมจะเก่งขึ้นได้ไหม”

กัสยิ้มน้อยๆหยิบกาน้ำชารินใส่ถ้วยใบเล็กจิ๋วตรงหน้าให้ผม ก่อนจะเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

“การป้องกันตัวก็คือการป้องกันตัว แค่เรามีสติ รู้วิธีหลบหลีกก็สามารถป้องกันตัวเองได้แล้ว การที่ไม่พาตัวเองไปในแหล่งหรือสถานที่ไม่พึงประสงค์นั่นก็คือการป้องกันตัวเองอย่างหนึ่ง หากเลือกไม่ได้และภัยเข้ามาหา แค่อย่าตกใจมากเกินไปและพยายามคุมสติให้อยู่ แค่นี้ผมว่าคุณก็ปลอดภัยแล้วนะ”

ผมมองหน้าครูฝึกอารมณ์ดีอย่างทึ่งในแนวคิดของเขา กัสเดินไปที่เปียโนไฟฟ้าเครื่องหนึ่งที่ตั้งอยู่มุมในสุดบริเวณหน้าต่างบานยาวของโรงฝึกที่หันหน้าสู่สวนผลไม้ นิ้วเรียวยาวพรมไปบนคีย์บอร์ดก่อนจะบรรเลงเพลงไพเราะ ... Angels brought me here…


It's been a long and winding journey, but I'm finally here tonight
Picking up the pieces, and walking back into the light
Into the sunset of your glory, where my heart and future lies
There's nothing like that feeling, when I look into your eyes...


My dreams came true, when I found you.I found you, my miracle...


If you could see, what I see, that you're the answer to my prayers
And if you could feel, the tenderness I feel
You would know, it would be clear, that angels brought me here...


Standing here before you, feels like I've been born again
Every breath is your love, every heartbeat speaks your name...


My dreams came true, right here in front of you.My miracle...


If you could see, what I see, you're the answer to my prayers
And if you could feel, the tenderness I feel
You would know, it would be clear, that angels brought me here...


Brought me here to be with you,
I'll be forever grateful (oh forever Faithful)
My dreams came true. When I found you. My miracle...


If you could see, what I see, you're the answer to my prayers
And if you could feel, the tenderness I feel
You would know, it would be clear, that angels brought me here...
Yes they brought me here...
If you could feel, the tenderness I feel...
You would know, it would be clear, that angels brought me here...


ลมเย็นที่พัดแผ่วๆกับเพลงหวานจากเสียงเปียโนที่กัสกำลังบรรเลง เสียงร้องที่แสนจะไพเราะหวานพลิ้วนี้ ทำให้ผมเย็นฉ่ำในหัวใจ..เพลงรักหวานที่เหมาะเหลือเกินกับงานแต่งงาน จริงสิ ผมอยากเล่นเปียโนในงานแต่งพี่ไอซ์เหลือเกิน เพื่อพี่สาวที่ผมรักมาก ..พี่สาวคนเดียวของผม..อยากเล่นเพลงนี้บ้างจัง...

ผมเห็นภาพตัวเองกำลังเล่นแกรนด์เปียโนอยู่ในสวนที่ไอลดาพาราไดซ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักและความสุข ภาพคู่รัก เจ้าของงานแต่งงานหวานนี้อยู่ในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่สวยงามกำลังเดินต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีในงามมงคลสมรส ใบหน้าของ พี่ไอซ์เปี่ยมไปด้วยความสุข ผมเองก็สุขใจอย่างเหลือเกิน ผมมองเลยไปที่ด้านหลังพี่ไอซ์ พี่โอยืนอารักษ์ขาอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าคมเข้มของพี่มีรอยยิ้มสดใส พี่ยิ้มกว้างจนเขี้ยวเสน่ห์นั้นเห็นชัดเจน ...พี่ฮะ..ฟลุ๊คร้องเพลงนี้ให้พี่ฟังด้วยนะฮะ

ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยไฮไลท์ของงานแต่งงาน ช่อบูเกร์กุหลาบขาวแซมลิลลี่สีขาวช่อนั้นถูกพี่ไอซ์โยนขึ้นสู่ท้องฟ้าช่อดอกไม้สวยหวานลอยโด่งสูง สาวโสดหลายคนในงานต่างก็แหงนมองช่อดอกไม้แสนสวย ในใจของทุกคนหวังจะเป็นผู้ไขว่คว้าช่อดอกไม้งามกันทั้งนั้น

และ เสียงกรี๊ดกร๊าดจากเพื่อนสาวของพี่ไอซ์เรียกความสนใจให้ทุกคนหันไปมองยังมือเรียวสวยที่คว้าช่อนั้นได้อย่างฉับไว

“พี่เมย์”

พี่เมย์เดินถือช่อบูเกร์และคล้องแขนพี่โอเดินรอดซุ้มกุหลาบสวยจากไปอย่างช้าๆ ภาพนั้นค่อยๆเลือนรางและจางหายไปในที่สุด ...ใจผมกระตุกแรง...อ่ะ..ฮึก...

นี่ผมเผลอหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้... จนรู้สึกว่ามีนิ้วเกลี่ยเบาๆข้างแก้ม...เสียงกระซิบแผ่วที่ข้างหูกับกลิ่นหอมนี้...กลิ่นของพี่...พี่โอ...

“ตื่นได้แล้ว my angel…ใกล้ค่ำแล้วนะครับ”

“..พี่...โอ...”


ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมองภาพเลือนรางตรงหน้า...ไม่ชัดนัก...เพราะคนนั่งใกล้บังแสงไว้จนเกือบหมด จนได้ยินเสียงนุ่มทุ้มนั้นอีกครั้ง

“ใกล้ค่ำแล้วฟลุ๊คตื่นเถอะ... นอนตอนนี้เดี๋ยวกลางคืนไม่หลับนะครับ”

ใบหน้าขาวใสกับรอยยิ้มกว้างและลักยิ้มน้อยๆที่มุมปากนั้นก็ปรากฏตรงหน้า

“อ่ะ!กัส..ขอโทษนะครับ นี่ผมหลับไปนานไหม”

“ก็เกือบชั่วโมงได้แล้ว “

นิ้วเรียวยาวเอื้อมมาเกลี่ยน้ำใสๆที่บังเอิญหยดจากตาผมอย่างไม่ได้ตั้งใจ …อีกครั้ง...

“ฝันร้ายหรือครับ..สงสัยคงเหนื่อยเกินไป กลับไปพักนะ...แล้วพรุ่งนี้เจอกันครับ”


+++TBC+++


Create Date : 13 มกราคม 2555
Last Update : 13 มกราคม 2555 7:29:58 น. 8 comments
Counter : 607 Pageviews.

 
พี่โอจะเพ้อชื่อเมย์ออกทำไม
คุนฟลุคร้องไห้เลย
สนุกมากเลยค่ะ
รอติดตามตอนต่อไปนะค๊า


โดย: lovePK IP: 49.49.120.190 วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:16:30:33 น.  

 
อะไรมันจะลึกสุดใจ กันขนาดนั้น เฮ้อ !! อึดอัดใจแทนจังเลย คนคู่นี้


โดย: lek^lek IP: 49.48.151.213 วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:20:28:15 น.  

 
อะไรมันจะอึดอัดคับข้องใจกันได้ขนาดนี้เนี่ยฮึ..ชิส์!!!
อยากให้พี่เกรียนกะน้องฟลุ๊คเข้าใจ...และเปิดใจ
ให้รู้กันซักทีนะ...มัวแต่เข้าใจกันไปคนละทางแบบเนี๊ยะ
แล้วเมื่อไหร่???เค้าจะได้สวีทวี๊ดวิ๊วกันซ๊ากกที????????
รอลุ้นและให้กำลังใจพี่เกรียนน้องฟลุ๊คและwriterสุดสวย
ด้วยนะคะ....^^


โดย: พี่นิดคร่า^^ IP: 110.49.235.154 วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:22:42:29 น.  

 
คนอ่านขาดใจตายไปแล้ว..ฮึดฮึด
แล้วเพลอเรียกเมย์ ทำไรฟ้ะ


โดย: ji IP: 58.10.228.7 วันที่: 14 มกราคม 2555 เวลา:8:59:03 น.  

 
รอคอยให้เข้าใจกันอย่างมีความหวัง ^^


โดย: lunarcry25 IP: 61.90.42.60 วันที่: 14 มกราคม 2555 เวลา:23:28:34 น.  

 
ฟิคสนุกมาก....แต่ขัดใจจัง พี่กับน้องไม่ยอมเผยความในใจให้อีกฝ่ายได้รู้สักที ก็เลยคิดเองเออเองว่าอีกคนมีใจให้คนอื่น แล้วก็กลับมาเจ็บเองตลอด เฮ้อ~~
อยากให้พระเอกของเราเอาแต่ใจบ้าง เห็นแก่ตัวทำตามที่หัวใจตัวเองต้องการบ้าง ไม่ใช่เก็บอารมณ์ตัวเองไว้จนน้องเข้าใจผิดความพี่เย็นชาเฉยเมยแบบนี้
รอตอนต่อไปอยู่นะคะพี่ดา


โดย: Lookwha IP: 58.10.84.237 วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:13:18:49 น.  

 
มารายงานตัวคร๊า^^


โดย: miyukik IP: 110.49.252.9, 141.0.10.178 วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:21:44:47 น.  

 
อ่านแล้วติดหนึบ ใจมันวูบวาบไปตามน้องฟลุ๊คเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ


โดย: ระแนงไม้ IP: 61.90.110.8 วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:58:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.