The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 14

14.

รักนั้นเป็นเช่นใด ใคร..ใครบ้างจะรู้ …
รักคือความเป็นอยู่ อยู่ตรงกลางระหว่างหัวใจ
รักที่ใครใฝ่ฝัน ชั่ววัน...รักอาจร้างไกล ..
รักแม้เกิดจากใจ แล้วใคร...ใครเล่าจะมอง
รักไม่ใช่สิ่งผิด ที่จะคิดให้ใครหมายปอง…
รักต้องมีเจ้าของ มีคู่ครอง ปองได้อยู่ใจ
รักนั้นมีมนต์ ผู้คนแย่งกันใฝ่หา …รักเพียงเวลา รักลอง
รักนั้นมีมนต์ ผู้คนแย่งกันจับจอง… รักที่ฉันปอง รักจริง...
รักนั้นมีมนต์ ผู้คนแย่งกันใฝ่หา… รักเพียงเวลา รักลอง
รักนั้นมีมนต์ ผู้คนแย่งกันจับจอง …รักที่ฉันปอง รักคุณ...



พี่โอโอบกอดพาผมขึ้นเทอเรสมาเพื่อไปที่ห้องพักของเราที่ชั้น 9 ของไอลดาพาราไดซ์ หลังจากแลนด์โลเวอร์สีฟ้าเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ผมเหลียวมองตามหลังแลนด์โลเวอร์คันนั้นไปอีกครั้งจนลับตา ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนพี่โอต้องกระตุกมือจึงก้าวตามพี่ออกไป

ผมไม่รู้หรอกนะว่าผมผิดมากไหมที่เอ่ยปากกับกัสไปแบบนั้น ...อาจเพราะแววตาสดใสที่ไหววูบและดิ่งลงทันทีเมื่อรู้ว่าเวลาของเขาหมดลงแล้ว ผมรู้ว่าไม่อาจเลื่อนให้กัสมาแทนที่พี่โอของผมได้... แต่กัสคือคนที่รู้ใจผมมากที่สุดคนหนึ่ง... และผมก็รู้ว่าผมคือคนพิเศษสำหรับเขา

ถ้าคำว่าแฟน หมายถึงคู่รัก...ชีวิตนี้ก็อาจจะขาดแฟนได้...แต่ถ้าคำว่าแฟน หมายถึงความรัก…ชีวิตนี้คงขาดไม่ได้ …แต่ไม่ว่าจะยังไง …เพื่อน...ก็มีความหมายเดียว…ที่ยังไงชีวิตนี้ก็ต้องมี..
...คนบางคนคู่ควรที่จะเป็นคู่ชีวิต...แต่บางคนอยู่ในฐานะเพื่อนน่าจะดีกว่า...แต่...สำหรับกัส...ผมก็ไม่รู้ว่ากัสกับผม...เราอยู่ในฐานะอะไร... เอาเป็นว่า...กัสเป็นมากกว่าเพื่อน...แต่ไม่ใช่คนรักและไม่มีวันที่จะเป็นได้อย่างแน่นอน และผมเชื่อมั่นว่ามิตรภาพระหว่างเราจะคงอยู่อย่างนั้น... มันจะยั่งยืนมั่นคงและยาวนานอย่างนั้น..ตลอดไป

Friendship isn’t how you forget, but how you forgive.
Not how you listen, but how you understand.
Not how you see, but how you feel.
Not how you let go, but how you hold on!



ผมดึงมือน้องที่กำลังยืนใจลอยมองตามแลนด์โลเวอร์สีฟ้าคันนั้นอย่างแรง ยอมรับนะครับว่าผมหงุดหงิดกับท่าทีอาลัยอาวรณ์นี้มากเหลือเกิน…ใจผมกระตุกแรง...ไม่อยากคิดว่าน้องกับกัสเกินเลยกว่าคำว่า..เพื่อน..ไปมากแค่ไหน..ปวดแปลบจนต้องยกมือขึ้นทาบอกไว้ ..

...นี่ผมเจ็บแผล...หรือผมเจ็บที่ใจกันแน่นะ

กว่า 3ชั่วโมงที่ผ่านมาผมแทบอยู่ไม่สุข ผมเดินวนเวียนไปมาอยู่ในห้องพักชั้น 9 ของไอลดาไม่ต่างอะไรกับหนูที่ติดจั่น ร่ำๆจะขับรถออกไปหาน้อง ตอนนี้ใจผมตามน้องไปด้วยแล้ว ถ้าไม่เพราะคนหน้าหวานยืนกรานที่จะไม่ให้ผมตามไปอย่างเด็ดขาด ผมคงไม่กังวลมากถึงขนาดนี้...

...อยากรู้ว่าน้องกับกัส...ทำอะไรบ้างระหว่างนี้

..อยากรู้..อยากรู้เหลือเกิน...

ผมกำลังพยายามสงบใจอยู่ที่เก้าอี้หวายริมระเบียงห้องนอนพร้อมกับแก้วไวน์สีแดงเข้ม อากาศยามเย็นวันนี้ช่างสวยงามอย่างเหลือเกิน ดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตที่ค่อยเคลื่อนตัวลงตกที่โค้งน้ำเจ้าพระยานั้นมันสวยงามและสุดแสนจะโรแมนติก...

...อยากรู้เหลือเกินว่าขณะนี้คนในเรือ Thai Orchid River Cruise กำลังทำอะไรกันอยู่..

...น้องกับกัสคุยอะไรกันบ้าง....และมีเรื่องอะไรที่ผมยังไม่รู้และไม่ควรจะรับรู้...บ้างไหม

ผมรู้ว่าผมสงบใจไว้ไม่ได้...แก้วไวน์ตรงหน้าถูกยกขึ้นติดๆกันหลายครั้ง จนน้ำสีแดงกร่ำในขวดพร่องไปมากพอดู ผมกลัว... ผมกังวล...ผมไม่แน่ใจ...ความเชื่อมั่นในตัวเองลดลงตั้งแต่ผมกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว ผมรู้ว่ากัสก้าวเข้ามามีอิทธิพลกับจิตใจของน้องมาก และน้องเองก็ไม่เคยปฏิเสธกัสเลยแม้สักครั้ง เพราะอะไรทำให้น้องให้ความสำคัญกับกัสมากขนาดนี้...และบางทีอาจจะมากกว่าผมเสียด้วยซ้ำไป

“พี่โอฮะ...ฟลุ๊คขอเวลาให้กัสสักนิดนะฮะ...”

“ได้ไหมฮะ..พี่โอ”

น้องเอ่ยขอในวันหนึ่งหลังจากที่ผมออกจากโรงพยาบาลมาได้เกือบ 2 อาทิตย์ อาการของผมดีขึ้นมาก บาดแผลที่อกขวาหายดีแล้ว มีบ้างที่รู้สึกแปลบๆเวลามีการเคลื่อนไหว แต่ผมฟื้นตัวเร็วอาจเพราะร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมอยู่เสมอนี้ช่วยผมไว้มาก


ผมไม่ปฏิเสธว่ากัสมีส่วนช่วยดูแลน้องระหว่างที่ผมเป็นเจ้าชายนิทรา ...แต่ผมอดกระอักกระอ่วนกับความสัมพันธ์นี้ของน้องกับกัสไม่ได้ ...ยอมรับว่าผมกลัวมาก ...ยิ่งน้องให้ความสำคัญกับกัสมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเล็กลงไปทุกขณะ...

ผมรู้สึกว่า... รักระหว่างเรา....กำลังสั่นคลอน

ผมเอ่ยอะไรไม่ออก ลำคอตีบตัน ตกใจกับคำขอจากปากอิ่มนั้นอยู่มาก ผมเม้มปากแน่นอยากจะเดินหนีไปเสียจากตรงนั้นแต่น้องรั้งข้อมือผมไว้

“ฟลุ๊ครักพี่โอนะฮะ...เชื่อใจฟลุ๊คนะฮะ”

เชื่อสิ...พี่เชื่อมาตลอด...ว่าน้องรักพี่...

...แต่การกระทำบางอย่างของน้องมันทำให้พี่อดคิดไม่ได้ว่า...พี่อาจสูญเสียน้องไปแล้วก็ได้ ผมไม่ตอบว่าอะไรแต่จ้องกลับไปในดวงตากลมโตคู่นั้น พยายามค้นหาความสำคัญของตัวเองที่อาจหลงเหลืออยู่ แวบหนึ่งผมเห็นแววระริกไหวอยู่ในดวงตาคู่นั้น

... แววไหวที่คล้ายกับน้องกำลังหัวเราะเยาะผมอยู่...

...ผมหน้าชา ...

....น้องกำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของผมอย่างนั้นหรือ...

ผมหลับตาและเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ ลมเย็นๆพัดโชยแผ่ว มันน่าจะทำให้ผมคลายความร้อนลุ่มในใจลงได้...แต่เปล่าเลย ผมยังคงกรุ่นในใจแม้ว่าจะไม่มากเท่าเมื่อแรกที่ผมเห็นกัสมารับน้องที่ไอลดาและขึ้นรถไปพร้อมกัน ฟ้ามืดนานแล้วผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู...เข็มนาฬิกาบอกเวลาว่าใกล้ 3ทุ่มแล้ว

....เวลาที่น้องร้องขอ...สำหรับกัส...หมดลงแล้ว

...ผมกดโทรศัพท์หาน้อง คนหน้าหวานของผมกดรับทันทีที่เสียงเพลงรอสายดังไม่เกิน10คำ ผมยิ้มพอใจ น้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับผม ไม่มีการรีรอเหนี่ยวรั้งที่จะไม่กลับมาตามเวลาที่กำหนด

ผมปล่อยลมหายใจพรูยาว... การรอคอยมันช่างทรมานเหลือเกิน

ผมพยายามจะไม่รับรู้เรื่องราวที่ผ่านมาของน้องกับกัส แค่ตอนนี้น้องอยู่ในอ้อมแขนผมก็อุ่นใจแล้ว คนหน้าหวานหน้าแดงซ่านเมื่อผมจูบน้องต่อหน้ากัส ผมพยายามแสดงความเป็นเจ้าของน้องอย่างออกนอกหน้าและน้องก็ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธด้วย ผมทักทายกัสนิดหนึ่งตามมารยาท ความจริงกัสก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ...แต่ที่เสียก็คือดันมารักคนของผมนี่แหล่ะ

ผมพาน้องกลับขึ้นห้องที่ชั้น 9 ความจริงวันนี้ผมตั้งใจว่าจะกลับธรรมมลแต่เพราะผมเผลอดื่มไปมากพอดูเลยออกจะมึนๆเล็กน้อย และนี่ก็ค่อนข้างดึกผมอยากพักผ่อน ผมพาตัวเองมาทิ้งที่เตียงนุ่ม กว้าง ในห้องนอนใหญ่ น้องยืนกอดอกมองผมในสภาพที่ใกล้เมานั้นอย่างพินิจ ปากแดงๆนั้นเม้มนิดอย่างช่างใจ เหมือนน้องจะเอ่ยอะไร..แต่แล้วก็เงียบไปนั่นยิ่งทำให้ผมอยากรู้มากขึ้นไปอีกเป็นทวีคูณ

“ฟลุ๊คครับ มีอะไรจะบอกพี่ไหมครับ”

“บอกเรื่องอะไรล่ะฮะ”

“ก็เรื่อง..ที่สมควรบอกไง..มีไหมครับคนดี”

ผมยกมือลูบแก้มใสที่นุ่มนิ่มเล่น ดึงให้น้องเข้ามาใกล้เพื่อรับจูบจากผม

“อ่ะ..อย่าฮะพี่โอ..ฟลุ๊คเหนื่อยจัง...เหนียวตัวด้วย...อยากอาบน้ำ”

สีหน้าของคนหน้าหวานดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ฝ่ามือเรียวดันอกผมไว้...แล้วลุกเข้าห้องน้ำไป

...ดูเหมือนน้องจะรำคาญผม...ชิส์!!

ผมฉุนขาดกับท่าทางของน้องมากเหลือเกิน ...น้องเปลี่ยนไป!!!... ไม่!!...ผมไม่ยอมให้เป็นแบบนี้หรอกนะ

ฟลุ๊ค!!...อย่ามาหนีพี่แบบนี้...

...ผมรีบตามน้องเข้าห้องน้ำไปด้วยกันทันที

“อ่ะ!พี่โอเข้ามาทำไม ให้ฟลุ๊คอาบน้ำก่อนนะฮะหรือพี่โอจะอาบก่อน...ก็ได้... งั้นฟลุ๊คออกไปนะฮะ “

ผมไม่สนใจ...รีบรวบเอวน้องไว้และดึงให้มาใกล้ เบียดลำตัวประชิดกับอกน้องดันร่างบางให้พิงกับผนังห้องน้ำรวบข้อมือเล็กๆขึ้นไว้เหนือหัว ตอนนี้น้องหนีผมไม่ได้แล้ว หึๆ...ปากบางๆของผมประกบปิดปากอิ่มที่กำลังจะเอ่ยประท้วงฝ่ามือซุกซนที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของน้องออกอย่างรวดเร็ว ผมสอดมือข้างหนึ่งเข้าด้านหลังกางเกงยีนส์สีซีดที่น้องสวมอยู่กอบกุมแก้มก้นที่แน่นนุ่มมือและตั้งใจบีบเค้นให้แรงอย่างที่ใจต้องการ...คนในอ้อมกอดถึงกับสะดุ้งเฮือก

“อ่ะ!พี่ฮะ..”

“อย่ะ..อย่าฮะ..”

“ทำไม!..พี่ทำแบบนี้ไม่ได้...ไม่พอใจหรือ”

“ไม่ใช่ฮะพี่โอ..อือ..ฟังฟลุ๊คก่อน..ฟะอุ๊ค..อืม..ม...ม”

ผมไม่ปล่อยให้น้องเอ่ยอะไรไปมากกว่านี้ ผมหวงน้อง ผมหวงร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดนี้..กลัวเหลือเกินกลัวว่าผมจะเสียน้องให้กัสไป...ผมคงทนไม่ได้...ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี...ผมสูดดมกลิ่นหอมจากร่างบาง กลิ่น BVLGARI Aqva กลิ่นเดิมยังคงกระจายกรุ่น พยายามค้นหากลิ่นที่ไม่คุ้นจากร่างนี้

...นี่ผมกำลังไม่เชื่อใจน้อง ผมกำลังทำเรื่องน่าอาย...ผม..ผมมันบ้าไปแล้ว

ตอนนี้ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจของผม เหมือนผ้าแพรสีดำทะมึนกำลังคลี่ตัวแผ่กระจายครอบคุลมอยู่ทั่วบริเวณปิดกั้นแสงจากโคมไฟสีนวลสวยที่เปิดทิ้งไว้...ทั่วทั้งห้องดูเหมือนจะมืดมิดด้วยความกรุ่นจากใจผม ผมกำลังกระหายความหอมหวานจากร่างกายน้อง ..ผมต้องการน้อง...

ผมผลักร่างบางให้เข้าสู่ด้านในสุดของห้องอาบน้ำกว้าง ตั้งใจดึงทึ้งเสื้อเชิ๊ตสีแชมเปญให้พ้นออกไปจากร่างขาวกระจ่างตรงหน้า ...ก่อนจะขบเม้มยอดยกสีสวยที่ชูชันยั่วเย้าสายตาอย่างแรง

“อื้อ..อ..พี่ฮะ..ฟลุ๊ค...เจ็บ”

“เจ็บสิดี...รู้ไหมว่าตอนนี้...พี่ก็เจ็บเหมือนกัน”

“อ๊า!..ไม่พี่โออย่า”

“อยู่กับนายกัสตั้งนานสองนาน..ทำอะไรกันไปบ้าง..บอกมาซะดีๆ!!”

“อื้อ..พี่โอ!!.. ฮือ..อ..พี่ดูถูกฟลุ๊ค..อื้อ..ปล่อยนะไอ้พี่บ้า!!..”

ผมปลดกระดุมกางเกงยีนส์และรูดมันลงไปจนกองอยู่กับพื้นแต่การที่ยีนส์ยังไม่หลุดพ้นจากร่างทำให้น้องที่พยายามหนีผมอย่างสุดฤทธิ์เสียหลัก ...ใจหาย ...ดีที่ผมคว้าเอวน้องไว้ได้ทัน คนหน้าหวานเกือบล้มคว่ำลงไปกับพื้นเสียแล้ว ผมกอดน้องไว้แน่น...จนเราทั้งคู่เซไปด้วยกัน พอหลังผมแตะกับปุ่มเปิดเชาเวอร์ น้ำเย็นเฉียบจากฝักบัวตัวใหญ่ก็รินรดร่างเราทั้งคู่จนชุ่มโชก

…เรียกสติของผมกลับคืนมาทันที...

...อ่ะ!..

ผมกอดน้องอยู่นานโดยที่คนหน้าหวานก็ไม่มีทีท่าว่าอยากจะออกจากอกผมแล้วเหมือนกัน ผมจ้องหน้าน้องผ่านม่านน้ำใสที่ยังทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง คนหน้าหวานจ้องตาผมกลับ เราทั้งคู่หนาวจนปากคอสั่นเพราะน้ำเย็นจัดที่ยังคงหลั่งรินอยู่ไม่ขาดสาย... น้องกำลังพยายามกลั้นสะอื้นไว้ ..ปากอิ่มเม้มแน่น...แต่...มันก็ยังคงสั่น ...น่าสงสารเหลือเกิน...อดลูบแก้มที่แดงระเรื่อนั้นอย่างรักใคร่ไม่ได้..

“ฟลุ๊ค..อื่ม..พี่..พี่ขอโทษ”

“ฟลุ๊คก็ขอโทษพี่โอนะฮะ..ฮือ.อ..”

“ฟลุ๊คทำให้พี่โอลำบากใจ..ฮึก...พี่โอเสียใจ..ฮึก..ฟลุ๊ค..ฟลุ๊คขอโทษฮะ..ฮือ.อ..อ.”

น้องกอดผมและปล่อยสะอื้นโฮ...เจ็บแปลบในใจ..นี่ผมเป็นอะไรไป...ความจริงผมแค่อยากรู้ว่าในใจน้องยังมีผมอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่จิตฝ่ายต่ำที่ถือโอกาสเข้าครอบงำในขณะที่ผมกำลังจิตตกแสดงอำนาจเหนือความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมด ชักนำให้ผมกระทำรุนแรงกับน้องได้อย่างไรกัน

ผมเชยคางคนหน้าหวานที่ซุกกับอกให้รับจูบจากผม จูบนี้ที่มอบให้ ตั้งใจให้อ่อนโยนอย่างที่สุด มอบให้ด้วยความรักและอยากถนอมแก้วบางที่อยู่ในอ้อมกอดนี้ ไม่อยากให้แตกร้าวด้วยน้ำมือพี่..

“พี่รักฟลุ๊คนะครับ...รักมากจนไม่อยากให้อยู่ใกล้ใครเลย”

“พี่ยอมรับว่าพี่หึงกัสมาก...พี่...พี่ขอโทษ”

“ฮื้อ..อ..พี่ฮะ..ฟลุ๊คก็ทำบางอย่างที่ผิดต่อพี่..ฮึก..ฟลุ๊ค..ฮึก...อาจไม่ดีพอสำหรับพี่แล้ว..”

“ฮือ..อ..พี่ฮะฟลุ๊คขอโทษนะฮะ..แต่ฟลุ๊ครักพี่มากนะฮะ..”

“พี่โอ..ฮือ.อ..ฟลุ๊ครักพี่โอนะฮะ..ฮึก ..อือ.อ..”

ผมกอดน้องไว้แน่น มอบจูบที่ร้อนแรงให้อีกครั้ง อยากกลืนกินถ้อยคำเมื่อครู่...ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว...แค่น้องยังอยู่ตรงนี้..แค่นี้...แค่ได้รู้ว่าใจน้องยังอยู่กับผม..แค่นี้...แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว...

วันนี้ผมตื่นแต่เช้า เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วผมหยิบสูทที่พี่ไอซ์เลือกไว้ให้มาสวม เป็นสูทเข้ารูปสีกรมท่า( Navy Suit) กับเชิ๊ตสีฟ้าอ่อนๆและเนคไทสีน้ำเงินเข้มมีริ้วเล็กๆสีขาวในแนวเฉียง ทำให้ดูสดใสขึ้น

ผมที่ยาวเคลียบ่าจนดูคล้ายทอมบอยเมื่อเดือนก่อนถูกตัดออกไปแล้ว เป็นผมทรงเดิมที่ไม่ดูเด็กเกินไปนักเพราะการเซทที่ไม่โลดโผน อดยิ้มให้ตัวเองในกระจกไม่ได้ วันนี้ผมดูเป็นนักธุรกิจหนุ่มน้อยไม่ใช่หนุ่มนักดนตรีคนเดิมอีกแล้ว แม้จะตื่นเต้นอยู่บ้างแต่ทุกอย่างต้องมีก้าวแรกเสมอ...เดอะโชว์มัสโกออน

พี่โอมาเคาะประตูเรียก แล้วถือโอกาสเปิดประตูเข้ามาโดยที่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมหันกลับมาเผชิญหน้าพี่ พี่จับบ่าแล้วจูบที่หน้าผากเบาๆ มือหนาลูบแก้มผมอย่างอ่อนโยน ใบหน้าคมคายแย้มยิ้มเขี้ยวแหลมๆนั้นสะดุดตาที่สุด

“เป็นไงครับ...ตื่นเต้นไหม”

“ฮื่อ...มากเลยฮะ...ดูสิเหงื่อออกมือเลยอ่ะ...พี่โอต้องอยู่ใกล้ๆฟลุ๊คนะอย่าอยู่ห่างจากฟลุ๊คนะฮะ”

“รับทราบครับ..นายน้อย..หึๆ”

พี่โอทำท่ายืนตรงตะเบ๊ะให้ผม ผมอดจะหมั่นไส้ไม่ได้ ชิส์! อะไรคนกำลังตื่นเต้นยังจะล้อเล่นอยู่ได้

“ฮื่ย!..หยุดล้อฟลุ๊คนะไอ้พี่บ้า!..อ่ะ..อุ๊บ!อืม.ม...ม”

อยู่ๆผมก็ถูกรวบตัวไปกอด ปากของพี่ประกบปากผมอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ผมถูกดันไปจนหลังแนบชิดกับกระจกกว้าง ลิ้นร้อนแตะต้องลิ้นของผมอย่างหยอกเย้า มือใหญ่ประคองใบหน้าให้ผมรับจูบของพี่ได้อย่างถนัดมากขึ้น รสจูบที่โหยหาทำให้ผมเคลิบเคลิ้มและเกือบจะขาดอากาศหายใจไปแล้วถ้าพี่ไม่ปล่อยผมให้เป็นอิสระในไม่กี่นาทีนี้


“ฮ่ะ..อา...”


“หายตื่นเต้นหรือยัง...พี่ถ่ายทอดพลังให้แล้วนะครับ”


“บ้า!..ถ่ายทอดพลังอะไรกัน...ดูดพลังไปจากฟลุ๊คละไม่ว่า”


“ฮ่าๆๆ”


พี่โอหัวเราะจนตาหยี ผมอายจนหน้าแดง ใจที่สั่นๆในตอนแรกกลับเต้นแรงจนร้อนผ่าวไปหมด จะว่าไปผมหายตื่นเต้นไปได้จริงๆ ตอนนี้กลับมีแรงและกล้าที่จะเดินหน้าต่อไปแล้ว อย่างน้อยคนที่รักผมและผมรักมากที่สุดก็อยู่ตรงนี้ กำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับผม พี่เชยคางผมและจูบเบาๆอีกครั้ง ครั้งนี้ผมจูบตอบพี่ไปด้วยอีกหลายที แล้วเราก็ลงมาทานอาหารเช้าพร้อมกัน


ที่หน้าธรรมมลกรุ๊ปเต็มไปด้วยนักข่าวและสื่อจากหลายสำนักทั้งในวงสังคมชั้นสูงและแวดวงธุรกิจเพราะการแถลงข่าวเปลี่ยนผู้บริหารคนใหม่ของกลุ่มการค้าที่ใหญ่ในระดับต้นๆของเมืองไทยเป็นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งผู้ที่จะมารับช่วงกิจการเป็นหนุ่มน้อยวัยยังไม่ครบเบญจเพสด้วยแล้วยิ่งได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น


ป๊าพาผมมาแนะนำตัวกับผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งความจริงก็คือเครือญาติของผมทั้งนั้น ทั้งลุงป้า น้าอาและพี่น้องจากทางแม่และป๊าด้วยก็เกือบๆ10 ราย บริษัทนี้ป๊ากับแม่ร่วมสร้างมาด้วยกันอย่างยากลำบาก ตั้งแต่สมัยที่เรายังไม่มีอะไรจนกลายมาเป็นผู้ประมูลสัมปทานรังนกรายใหญ่ และยังมีการขยายเงินลงทุนไปในธุรกิจต่างๆอีกมากแต่เรายังใช้ชื่อธรรมมลกรุ๊ปซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อย่างดี


“ต่อจากนี้ไปธรรมมลกรุ๊ปทั้งหมด ผมจะมอบให้ลูกชายคนเดียวของผม พชร”


ป๊าผายมือมาที่ผม ผมลุกขึ้นยืนโค้งให้กับผู้ถือหุ้นทุกคนอย่างอ่อนน้อม และยกมือไหว้ทุกคนในห้องประชุมนั้น นั่นคือสิ่งที่ป๊าสั่งสอนผมมาตั้งแต่เด็ก การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผม ยิ่งผมเป็นเด็กด้วยแล้วการที่อ่อนให้กับผู้ใหญ่จะทำให้ผมได้อานิสงค์จากการถ่อมตนนี้ อย่างน้อยผู้หลักผู้ใหญ่ก็ให้ความเอ็นดูและไม่ตั้งข้อกังขาที่จะแย้งว่าผมเด็กเกินกว่าจะมาบริหารงานได้ ผมไม่อยากมีศัตรูเพิ่มขึ้นแค่ที่ถูกปองร้ายอยู่นี้ก็นับว่าแย่มากแล้ว


“ฟลุ๊คจะเข้ามาดูแลงานทั้งหมดแทนผม ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ถึงฟลุ๊คจะมีประสบการณ์ในการช่วยผมดูแลเรื่องการจัดการสัมปทานรังนกมาบ้างแล้ว แต่ฟลุ๊คก็ยังเด็ก คงต้องขอให้ทุกท่านช่วยให้คำแนะนำด้วย และขอให้ทุกท่านเชื่อใจ มั่นใจในความเป็นธรรมมลของเราต่อไป”


ญาติๆเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เพียงถือหุ้น จะมาร่วมประชุมใหญ่ปีละ 2 ครั้งและที่เหลือก็รอรับผลประโยชน์จากการดำเนินการเท่านั้น จะมีก็เพียงพี่เจมส์ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของลุงเมฆา ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ฟ้า พี่เจมส์ ทำหน้าที่ดูแลกิจการด้านสถานบันเทิงบางแห่งที่ลุงเมฆขอเข้ามาดำเนินการเองและใช้ชื่อธรรมมลกรุ๊ปเป็นผู้ให้การสนับสนุน ซึ่งในส่วนนี้ผมรู้ว่าป๊าไม่ค่อยพึงใจเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่ได้ขัดเพราะอย่างน้อยป๊าก็ยังให้ความเกรงใจลุงที่เป็นญาติของแม่


“โตขนาดนี้แล้วหรือนี่... ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนเห็นน้องฟ้ามายืนอยู่ตรงหน้า...เหมือนมากโดยเฉพาะ...ดวงตาสวยๆคู่นี้..เห็นแล้วอดคิดถึงน้องฟ้าไม่ได้เลยจริงๆ ”


ลุงเมฆเข้ามาจับมือผมแล้วดึงผมเข้าไปกอด หลังจากที่เราทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว พี่เจมส์ยิ้มให้ผมแล้วยืนเงียบอยู่ข้างๆลุง ลุงคุยกับผมอยู่ครู่ ก่อนจะเดินไปคุยกับป๊าต่อ


“ผมจะไม่วางมือไปเลยทีเดียวหรอกครับพี่เมฆแต่จะให้การช่วยเหลือดูแลอยู่ห่างๆ คอยเป็นที่ปรึกษาให้ลูกๆ เราเหนื่อยมามากแล้วหยุดพักผ่อนบ้างนะพี่อารักษ์ ให้รุ่นลูกได้แสดงฝีมือกันบ้าง”


ป๊าหันไปพยักเพยิดกับลุงอารักษ์ ลุงเมฆคุยกับป๊าอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะขอตัวกลับ พี่เจมส์ชำเลืองมองผมแล้วค้อมศีรษะให้นิดหนึ่งแล้วเดินตามลุงเมฆออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับผมเลยสักคำ ผมไม่รู้สึกว่าแปลกหรอกฮะ เพราะที่จริงแล้วพี่เจมส์ก็เป็นคนที่ค่อนข้างพูดน้อย แต่ก็ทำงานดี เห็นป๊าว่ากิจการสถานบันเทิงที่พี่เขาดูแลอยู่ก็มีผลกำไรอยู่เรื่อยๆ


ป๊าเปิดโอกาสให้นักข่าวได้เข้าสัมภาษณ์ผมหลังจากที่ผู้ถือหุ้นกลับกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จัดเป็นช่วงเวลาน้ำชาเล็กๆที่เป็นการพูดคุยสัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง และถือโอกาสเปิดตัว... White Gold… แบรนด์ใหม่ของรังนกจากธรรมมลกรุ๊ปให้นักข่าวได้ชิมเป็นครั้งแรกด้วย นักข่าวส่วนใหญ่ให้ความสนใจมุ่งเป้าการสัมภาษณ์ไปที่การเป็นหนุ่มนักธุรกิจหน้าใหม่ งานอดิเรกและรวมถึงการถูกปองร้ายจากคนที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใครกันแน่


“ไม่ทราบว่าเรื่องที่คุณฟลุ๊คถูกลอบทำร้ายได้ข่าวคืบหน้าบ้างหรือยังคะ”


นักข่าวสาวยิงคำถามที่ผมก็ยังไม่มีคำตอบให้เหมือนกัน ผมชั่งใจอยู่นิดก่อนตอบคำถามต่างๆออกไป ผมไม่อยากให้การสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นการจุดชนวนและยั่วยุให้กลุ่มคนที่ตั้งใจคิดร้ายกับผมเกิดการหมางใจขึ้นอีก


“เรื่องนี้ทางเรามอบให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจที่จะดำเนินการต่อไปนะครับ สำหรับผม ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าสาเหตุการถูกทำร้ายนี้มาจากเหตุใดเพราะผมก็เป็นเพียงเด็กธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น”


“เป็นไปได้ไหมคะว่าอาจเกิดจากการที่จะมีการประมูลสัมปทานรังนกครั้งต่อไปนี้ก็ได้เพราะธรรมมลกรุ๊ปถือเป็นตัวเก็งในการประมูลทุกครั้ง”


“อันนี้ผมไม่ทราบเหมือนกันนะครับ”

“อืม...ต่อจากนี้คุณฟลุ๊คคงเนื้อหอมน่าดู เพราะทั้งรูปงาม นามเพราะ หล่อและมากความสามารถขนาดนี้ไม่ทราบว่ามีสเป็คผู้หญิงในฝันไหมคะ”


นักข่าวสาวน้อยน่าตาน่ารักยิงคำถามที่ทำให้ผมใจกระตุก อดชำเลืองมองบอดี้การ์ดหนุ่มหล่อคมคายที่ยืนทำหน้าตึงอยู่ไม่ห่างจากผมไม่ได้ ผมยิ้มน้อยๆ พยายามตอบให้เป็นกลางมากที่สุด ผมไม่ได้คิดที่จะปิดบังใครแต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม


“ผมไม่มีสเป็คตายตัวนะครับ แค่มีคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจก็น่าจะดีที่สุดแล้ว”


เรากลับอาณาจักรธรรมมลเมื่อใกล้ค่ำมากแล้ว ป๊ากับลุงอารักษ์คุยกันเรื่อยเปื่อยต่อที่ห้องรับแขกหลังจากทานอาหารค่ำกันเรียบร้อยแล้ว พี่โอเดินตามผมมาที่ห้องทำงาน ผมเปิดโคมที่โต๊ะและไม่ลืมเปิดโน้ตบุคตัวเก่ง คืนนี้ผมยังต้องทำงานต่ออีกเนื่องจากใกล้จะถึงกำหนดเปิดซองประมูลสัมปทานรังนกของรอบปีนี้แล้ว

ผมค้นเอกสารการจัดการข้อมูลที่ป๊าได้ให้ไว้เป็นแนวทางในการทำงานออกจากแฟ้มมาเปิดดู พลิกไล่ดูย้อนกลับไปหลายรอบที่เราได้สัมปทานเรื่อยมานั้น เราทุ่มเงินจำนวนมหาศาลแต่ก็ยอมรับว่าผลกำไรที่ได้ก็ยังมีอยู่...มากเสียด้วย... เพราะคนส่วนใหญ่ทั้งในและนอกประเทศยังนิยมบริโภครังนกอยู่มากและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นทุกปีด้วย


“พักก่อนไม่ดีกว่าหรือ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ”


พี่เดินมาวางมือบนบ่าแล้วก้มลงมาดูเอกสารในมือผม จมูกโด่งตามลงมาที่แก้มด้วย ฮื่ย..เขินไงไม่รู้ฮะ ก็หลังจากฟื้นจากการเป็นเจ้าชายนิทราเกือบเดือนนี้ไอ้พี่เกรียนเปลี่ยนไปเยอะเลย กลายเป็นว่าเมื่ออยู่ลับตาคนพี่แกต้องเกาะแกะผมตลอด...


“อืม..ม...ม.เดี๋ยวสิฮะ...อืม..ม..อา”


ก็ดูสิฮะ พูดยังไม่ทันขาดคำพี่แกก็ประกบปากผมเสียแล้ว แถมหมู่นี้ก็เป็นบ่อยด้วยสิ มือหนาประคองใบหน้าของผมให้รับจูบร้อนแรงจากพี่ ลิ้นที่สอดแทรกเข้ามากอดรัดกับลิ้นของผมนั้นดึงอากาศจากผมไปด้วยทำให้ผมชักจะหายใจไม่ทันเสียแล้วสิ ผมรีบดันอกพี่ออกเบาๆเพราะกลัวเราจะเลยเถิดไปไกล กว่าพี่จะยอมถอนปากออกผมก็หอบจนตัวโยน


“พี่โอ...ฮ่ะ..อ่ะ หยุดก่อน....ขอให้ฟลุ๊คทำงานก่อนนะฮะ”


“พี่ไปอาบน้ำเอนหลังก่อนนะ...เดี๋ยวดึกๆฟลุ๊คตามไป...นะฮะคนดี”


พี่พยักหน้าช้าๆจูบผมอีกครั้งก่อนจะผละไปอย่างว่าง่าย ความจริงผมรู้ว่าพี่เองก็เหนื่อยอยู่มากเหมือนกันเพราะหลังจากฟื้นมานี้พี่ก็ไม่เคยหยุดพักเลย พี่สั่งให้ลูกน้องหาข่าวกลุ่มมือปืนที่มาทำร้ายเราในวันงานแต่งพี่ไอซ์พยายามเข้าไปสอบถามในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่บ่อยๆ แต่ความคืบหน้าก็ไม่ค่อยมากนักจนเราต้องออกโรงสืบเอง แต่ก็ยังคว้าน้ำเหลว จับมือใครดมไม่ได้เลย..แต่พี่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะหาคนผิดมาให้ได้..


ผมพยายามไม่นึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ความจริงมันน่ากลัวอยู่มากที่เป้าหมายการสังหารครั้งนี้พุ่งมาที่ผม แต่ผมก็ยินดีที่ไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆกับคนอื่นในครอบครัว... เป็นผมดีกว่าที่จะต้องให้ป๊าหรือพี่ไอซ์ตกอยู่ในอันตราย ..แต่ที่ผมเสียใจมากที่สุดก็เพราะพี่โอต้องมารับเคราะห์นี้แทนผมไปแล้ว..มันอาจจะเป็นแค่ครั้งแรก..และคงต้องมีครั้งต่อไปอย่างแน่นอน ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี ไม่อยากให้คนที่ผมรักต้องมาเสี่ยงภัยอย่างนี้เลยแต่ผมก็คงห้ามไม่ได้คงต้องปล่อยให้เป็นไปสุดแล้วแต่เวรกรรม



ผมหันมาสนใจเอกสารตรงหน้า อดแปลกใจไม่ได้ว่าการเปิดประมูลคราวนี้ดูจะรีบร้อนและเร่งรัดเกินกว่าเหตุไปหรือเปล่า แถมยังมีการปรับราคากลางโดยได้เพิ่มราคากลางรังนก จากการราคาประมูล 500 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เป็น 750 ล้านบาท ในระยะเวลา 7 ปี โดยที่ผู้ประมูลเก็บรังนกจะต้องซื้อซองเป็นเงิน 200,000 บาท และต้องมีเงินสด หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร จำนวน 480 ล้านบาท และจะเปิดซองประมูลราคาในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้แล้ว



ผมไม่อยากจะคิดว่ามันอาจมีความไม่ชอบมาพากลในการประมูลครั้งนี้เกิดขึ้นได้ เพราะการประมูลดูจะกระชั้นชิดมากกว่าทุกครั้ง ความจริงการทำกิจการตรงนี้รัฐได้ผลประโยชน์จากการเก็บภาษีอากรรังนกแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากมีการรวบรัดการประมูลแบบนี้อาจเกิดความเสียหายต่อภาครัฐได้



ผมร่างเค้าโครงหนังสือคำร้องเพื่อจะยื่นเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตรังหวังเพื่อให้ชะลอการจัดการเปิดประมูลออกไปอีกระยะหนึ่งเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่น่าจะดีแก่ภาครัฐและผู้เข้าร่วมการประมูลทั้งหมด ร่างข้อความทั้งหมดและอ่านทวนจนมั่นใจว่าครบถ้วนและถูกต้องแล้วผมก็ปริ้นท์เอกสารออกมา


ตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก็พอใจผมมีประสบการณ์ในการช่วยป๊าในเรื่องนี้มาบ้าง ทำให้ทุกอย่างไม่ยากเกินไปสำหรับผม ก้มดูนาฬิกาที่หน้าจอโน้ตบุค ...ตีสามกว่าแล้ว ...อืม ...ผมคงต้องพักเสียที ไว้พรุ่งนี้ค่อยปรึกษาเรื่องนี้ และให้ป๊าช่วยดูเอกสารอีกครั้ง ผมปิดคอมพ์แล้วเดินกลับไปที่น้องนอน

เข้าห้องน้ำเปิดชาวเวอร์ตัวใหญ่ ปล่อยให้น้ำอุ่นรินรดกายให้คลายเมื่อยล้า วันนี้ตลอดทั้งวันผมต้องพบปะกับทั้งผู้ถือหุ้นและลูกค้ารายใหญ่ ต้องแสดงท่าทางให้น่าเชื่อถือ ผมรู้ว่าสายตาหลายคู่ออกจะดูเอ็นดูผมมากกว่าจะเคารพและเกรงใจ


การก้าวเข้ามาแทนที่ป๊าอย่างเต็มตัวคราวนี้นับว่าหนักหนาสาหัสอยู่เหมือนกันกับเด็กอายุ 23 ปีอย่างผม แต่ผมต้องทำให้ได้ ภาระต่างๆเหล่านี้ป๊ารับมาตั้งแต่รุ่นหนุ่มแล้ว ผมต้องสานต่อเจตนารมณ์ของทั้งป๊าและแม่ต่อไปให้ได้



ผมแทรกตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มผืนเดียวกับพี่ ตั้งใจซุกหน้ากับอกอุ่นที่กำลังกระเพื่อมไหวในจังหวะสม่ำเสมอ มือเรียวของผมลูบไปที่อกด้านขวา บาดแผลที่อกพี่หายสนิทแล้ว แต่ทุกครั้งที่นึกถึงมัน ผมก็เจ็บในอกทุกครั้งเช่นกัน ...ผมเกือบจะเสียพี่ไปแล้ว...พี่ครางอือเบาๆก่อนวงแขนแข็งแรงจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พี่วางคางบนผมของผม ผมปล่อยลมหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า พร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดตอบพี่



“เหนื่อยมากหรือครับคนดีของพี่”



พี่พึมพำออกมาเบาๆ มือหนาเกลี่ยปอยผมที่ยังชื้นจากหยดน้ำออกจากใบหน้าของผม ตาคมจ้องมองใบหน้าของผมอย่างไม่วางตา ผมช้อนตาขึ้นสบกับตาคมกล้าของพี่ มีความรู้สึกว่าผมอยากปกป้องคนตรงหน้าบ้าง แต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็อยากถูกอ้อมแขนแข็งแรงนี้โอบกอดไว้เสมอ แววตาอ่อนโยนของพี่ทำให้ผมมีกำลังใจสู้ต่อไปอย่างน้อยผมก็รู้ว่ายามที่ผมอ่อนล้าอ้อมแขนแข็งแรงนี้จะโอบกอดให้ความอบอุ่นและความปลอดภัยแก่ผมได้เสมอ


“นิดหน่อยฮะ วันนี้ต้องยืนตัวตรงวางท่าเป็นนักธุรกิจจนฟลุ๊คเมื่อยไปหมดเลย”


“หึๆๆแต่ฟลุ๊คก็ทำได้ดีนะ..พี่ยังเกรงฟลุ๊คเลย”


“ฮ้า..จริงหรือฟลุ๊คดูน่าเกรงขามขนาดนั้นเลยหรือฮะ”


“อื้ม..เกรง...พี่เกรงว่าฟลุ๊คจะเป็นลมไปซะก่อนนะสิ...หึๆๆเล่นยืนตัวตรงเผงแล้วพูดจาเป็นหลักเป็นฐานขนาดนั้น..ไม่เหลือภาพไอ้เด็กดื้อของพี่เลยสักนิด”


พี่บีบจมูกโด่งของผมเล่น


“ฮื่ย..พี่ก็พูดเล่นอีกแล้ว”


ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงกับพี่... ผมง่วง...ผมก็เลยซุกหน้ากับอกอุ่นๆกอดพี่ไว้หลวมๆ หลับตาที่อ่อนล้านี้ลง ผมเงียบไปชั่วครู่..กำลังจะเคลิ้มหลับ แต่แล้วก็รู้สึกว่าถูกจับให้นอนหงาย ร่างใหญ่ของคนที่นอนข้างขยับมาทาบทับตัวผมไว้พร้อมๆกับริมฝีปากนุ่มตามมาประทับที่ปากของผม ลิ้นร้อนๆแตะแต้มที่ริมฝีปากเว้าวอนขอให้ผมเปิดปากรับสัมผัสจากพี่...แต่ผมอยากแกล้งคนหน้าคมสักหน่อย ผมจึงยังคงนิ่งเฉยไม่ตอบสนองการรุกเร้านี้



พี่ถอยปากออกไปนิดก่อนจะกลับมาประกบปากผมใหม่ คราวนี้คนหน้าคมขบเม้มดูดดึงริมฝีปากผมเล่น ขบย้ำเบาๆที่ริมฝีปากล่างอย่างยั่วเย้า ลิ้นร้อนแตะที่ฟันของผม เว้าวอนให้เปิดปากสักที ผมเผยอปากรับสัมผัสจากพี่ด้วยความเต็มใจ ฝ่ามือซุกซนวนเวียนคลึงเคล้าบีบเคล้นที่สะโพกของผมผ่านเนื้อผ้าบางของชุดนอน ผมรับรู้ว่าพี่ตื่นตัวเสียแล้ว...แต่...ผมเหนื่อยจัง...



อากาศเย็นสบายในห้องนอนกว้างของพี่ทำให้ผมไม่อึดอัด มือหนาแหวกสาบเสื้อนอนยูกาตะของผมออกช้าๆ ผมปล่อยให้พี่ทำตามใจ ไม่มีแรงต่อต้านใดๆ ฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้แผงอกเรียบเนียนของผมนั้นแผ่วเบา ก่อนจะสะกิดเร้าเม็ดทับทิมน้อยๆนั้นจนมันแข็งขืนขึ้นทุกขณะ ผมอดสะท้านไหวกับสัมผัสนั้นไม่ได้ หวิวไหวกับริมฝีปากนุ่มที่พรมจูบไปทั่วอกลำคอ และลาดไหล่



พี่กลับมาฝังรอยประทับที่อกซ้ายของผม ดูดเม้มเบาๆจนเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ..มันไม่เจ็บ..แต่เสียวซ่านไปจนถึงท้องน้อยจนผมต้องเกร็งร่าง รู้สึกดีจนเผลอปล่อยเสียงครางแผ่ว.. ร่างที่หนักอึ้งเมื่อครู่เริ่มรู้สึกผ่อนคลายและเบาสบาย ส่วนอ่อนไหวภายใต้เนื้อผ้าถูกมือหนาคลึงเคล้นเป็นระยะๆ ต้นขาเรียวถูกยกแยกและแทรกมาอยู่ตรงกลางด้วยร่างที่หนากว่า สัมผัสที่อ่อนโยนทำให้ผมล่องลอย สุขเสียจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือความจริง


“อ่ะ!..อึก..ชิส์”


“ฮ่ะ!พี่ฮะเป็นอะไร”


“เจ็บแผลหรือฮะ”


ผมรีบลุกนั่งเอื้อมไปเปิดโคมหัวเตียง แสงสลัวทำให้เห็นว่าคนหน้าคมล้มตัวลงนอน พี่ปล่อยหายใจหนักแรงผมจึงรู้ว่าพี่ยังเจ็บอยู่มาก...จากบาดแผลนั้น... แผลภายนอกหายสนิททิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นขนาดเหรียญ5บาทไว้เท่านั้น ..สันกรามถูกขบไว้แน่น...เจ็บมากไหมฮะพี่..



“พี่ฮะ...ฮึก..พี่โอ...ฟลุ๊ค..ฮึกขอโทษ”


“อ้าว..เป็นอะไร ขอโทษพี่เรื่องอะไร...แล้วร้องไห้ทำไมครับ”



“ก็..ฮือ..อ..เพราะฟลุ๊ค...ฮือ..อ..ฟลุ๊คทำให้พี่เจ็บ...ฮึก..ฮือ..

อ..”


พี่เอื้อมมือมาเช็ดน้ำที่ล่วงเผาะๆจากตาผมแล้วดูทีท่าว่าจะไม่หยุดง่ายๆนี้อย่างแผ่วเบา ยิ้มกว้างของพี่และคำที่ผมได้ยินนี้ทำให้หัวใจน้อยๆของผมพองโตขึ้น


“เพราะฟลุ๊คคือดวงใจของพี่...พี่ปกป้องหัวใจตัวเองนะครับ”



ผมซบหน้าลงกับอกพี่อีกครั้ง พี่จูบที่หน้าผากผมเบาๆและจูบซับน้ำตาให้ผมด้วย



“ฮือ..อ..พี่โอ...ฟลุ๊ครักพี่นะฮะ”



“ครับ..พี่รู้..แต่..อืม..ม..ม.”



พี่ขบกรามแน่น การที่ผมอยู่ในท่านี้ ท่าที่นอนจนเกือบจะทับร่างพี่ไว้ทั้งตัวทำให้ผมสัมผัสกับอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ผมรู้ว่าพี่กำลังข่มอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นนั้นไว้อย่างยากลำบาก ผมก้มจูบที่อกขวาของพี่ ตั้งใจจะทำให้คนที่นอนขมวดคิ้วมุ่นนี้ผ่อนคลาย


ผมแลบเลียดูดดุนปุ่มเนื้อน้อยๆที่กำลังชูชันนั้นอย่างแผ่วเบา ผมยังไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน อายอยู่มากจนต้องหรี่แสงจากโคมให้น้อยลงไปอีก พี่มองหน้าผมอย่างไม่เชื่อสายตาแต่ก่อนที่ปากบางนั้นจะเอ่ยอะไรออกมาผมก็ปิดปากพี่ไว้ด้วยปากของผม



ดูดดึงขบเม้มริมฝีปากล่างเบาๆ ไล้ด้วยปลายลิ้นค่อยสัมผัสกับฟันและเนื้อเยื่ออ่อนนุ่ม ในโพรงปากก่อนจะล่วงล้ำเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นร้อน พี่ตอบสนองกลับแทบจะทันที ลิ้นของเรากอดกระหวัดรัดกันจนแทบจะกลืนกิน แลกเปลี่ยนชิมรสหวานจากปลายลิ้นของกันและกัน



ผมผละจากพี่ออกมา ชุดนอนของพี่ถูกผมปลดออกจากร่างก่อนจะยืดตัวคร่อมเข่านั่งทับท้องน้อยไว้ทำให้สะโพกของผมคร่อมอยู่บนส่วนรุมร้อนนั้นพอดี ฝ่ามือหนาตามมาลูบไล่ไต่ต้นขาเรียวของผมและแทรกมือสอดเข้าใต้บ็อกเซอร์คลึงเคล้นต้นขาอ่อนนุ่มและเนินก้น ผมสะท้านกับสัมผัสนั้นจนต้องยกสะโพกหนีก่อนจะถูกมือหนาจับให้แนบสัมผัสกับส่วนสำคัญที่พองขยายอยู่ใต้ร่างอีกครั้ง



มือข้างหนึ่งของพี่บีบเคล้นที่เม็ดทับทิมของผมอย่างเมามัน เสียวสะท้านจนต้อง ซบหน้าลงกับอกพี่ ผมก้มจูบที่ปลายคางสากก่อนจะลากวนจูบที่อกกว้างของพี่อีกครั้ง การขยับปรับท่าทางโยกสะโพกน้อยๆทำให้บางส่วนที่อ่อนไหวสัมผัสกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ และผมก็รู้ว่าตอนนี้ผมก็ไม่ต่างจากพี่มากนัก


“อืม..ม..อา”


“มะ..ไม่..ไหว..แล้ว..พี่ทนไม่ไหวแล้วฟลุ๊ค”


มือหนาเกี่ยวรั้งบ็อกเซอร์ของผมออกไปผมกลับนั่งลงมาใหม่ในท่าเดิม เรียวแขนเกาะบ่าแข็งแรงเป็นหลักยึดไว้มั่น พร้อมกับที่มือแกร่งประคองสะโพกของผมไว้ด้วยเช่นกัน ส่วนอ่อนไหวขยายพองเนื้อแนบเนื้อจนทำให้ผมต้องหลับตาด้วยความเขินอายและเสียดเสียวคล้ายมีประกายไฟแล่นปลาดจากท้องน้อยลงสู่ปลายเท้า เมื่อการสอดประสานทำได้แนบสนิท



เหมือนผมกำลังควบอาชาให้ก้าวเหยาะย่างช้าๆไปตามท้องทุ่งหญ้าที่เขียวขจี ชี้เชิญชวนชมหมู่มวลดอกไม้สวยระหว่างทางอย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะขยับให้อาชาวิ่งไวและโจนทะยานไปบนฝากฟ้ากว้าง ควบฝ่าหมู่เมฆและสายหมอก หยอกล้อกับดวงดาวและพระจันทร์วันเพ็ญ



การบรรเลงเพลงรักครั้งนี้มีผมเป็นผู้นำพา โยกกายไหวคลอนไปตามแรงกดดัน เคลื่อนไหวตามจังหวะและความต้องการของตัวเอง การเสียดสีตรงจุดอย่างที่สุดทำให้ผมเผลอหวีดร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านและสุขสม รู้ว่าพี่ก็คงไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นัก เพราะเสียงครางเครือที่รอดไรฟันอยู่เนืองๆนั้น



การตอบรับจากสัมผัสที่ไม่เคยพานพบมาก่อนทำให้ผมดื่มด่ำและตกอยู่ในวังวนของความหฤหรรษ์ ปล่อยกายและใจให้เป็นไปตามครรลองของการบรรเลงเพลงรักอย่างที่ควรจะเป็น จมลึกไปกับห้วงเวลาที่แสนจะสุขสม ล่องลอยและพลิ้วไหว ไปกับท่วงทำนองที่แสนจะไพเราะเพราะพริ้ง ผมนำพาพี่มาจนจะสุดปลายสายรุ้ง เกิดความรู้สึกเกร็งและร้อนวาบตั้งแต่ท้องน้อยลงสู่ปลายนิ้ว นิ้วเรียวเผลอจิกที่บ่ากว้าง ไม่นานทำนบก็พังทลายหลั่งรินหยาดหยดแห่งรัก พร้อมๆกับคนใต้ร่างเกร็งกระตุกและปลดปล่อยสายธารอุ่นรินรดในกายผม


“ฮ่ะ..อา...”


เนื้ออุ่นๆแนบชิดสนิทเกลียวกอดก่ายกันด้วยความเสน่หา มือหนาลูบไล้ร่างเปลือยเปล่าที่ชุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อของผมอย่างแผ่วเบา ลมหายใจหนักแรงค่อยผ่อนคลายและกลายเป็นสม่ำเสมอในที่สุด เรือนกายอ่อนล้าบดเบียดอยู่กับอกอุ่นของคนของหัวใจ ปากบางๆพรมจูบไปทั่วใบหน้าของผมก่อนที่สติสุดท้ายจะหลุดลอยผมได้ยินเสียงพี่กระซิบเบาๆที่ข้างหู


“พี่รักฟลุ๊คนะครับ สุดที่รักของพี่”


ผมรู้ว่าผมหลับไปทั้งๆที่ใบหน้ายังเปื้อนยิ้ม



...ฟลุ๊คก็รักพี่ที่สุดเหมือนกันฮะ..

+++tbc+++




Create Date : 11 มีนาคม 2555
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 8:16:14 น. 8 comments
Counter : 1786 Pageviews.

 
แอร๊ยยยยยย


ร้อนแรงมว๊าากกกกก (ขอตัวไปปาดเลือดกำเดา)

โฮกกกกกก


หวานล้ำจริงไรจริงค่ะพี่ดา กรี๊ดดดดด

โอ้ ผู้บริหารฟุกกี้ กำลังเข้ามารับสืบทอดกิจการแบบเต็มตัว แถมเริ่มเห็นความไม่ชอบมาพากลของธุรกิจ แล้วฟุกกี้จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร น่าติดตามมากกกก


รอตอนต่อไปค่ะ


โดย: hunny (hunnylovelaruku ) วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:3:05:10 น.  

 
สนุกและร้อนแรงมาก น้องตั้งใจทำเพื่อพี่แบบสุดๆ อิอิ รู้ว่ารักแต่ไหงตัดใจจากกัสไม่ได้นา เฮ้อ ความรักนี่เข้าใจยากจริงๆ
เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่ะ ขอบคุณนะค่ะ


โดย: PP ชาวซุ่ม IP: 161.200.100.2 วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:18:23:32 น.  

 
แอร๊ยยย กำเดาแทบไหล แม่ดาจบตอนได้สุดๆมากค่ะ ฟลุคจะเปนผู้บริหารแร้วเจ๋งอ่ะเปนกำลังใจให้แม่ดา รอตอนต่อไปนะคะ


โดย: lovePK IP: 27.55.0.177 วันที่: 12 มีนาคม 2555 เวลา:0:41:37 น.  

 
นี่คนเหนื่อยเหรอเนี่ย!!!!!


โดย: sngg IP: 27.130.139.79 วันที่: 12 มีนาคม 2555 เวลา:21:12:40 น.  

 
พี่โอหึงน้องจริงๆด้วย เป็นใครก็โมโหทั้งนั้นแหละ แต่น้องฟลุ๊คนี่สุดยอดเลยนะค่ะตอนนี้ พี่โอคงหายโกรธ หายหึงน้องแล้วล่ะเพราะรู้ว่าน้องรักพี่มากจริงๆ


โดย: TUM IP: 125.24.124.231 วันที่: 12 มีนาคม 2555 เวลา:22:54:26 น.  

 
เลือดหมดตัว แล้วค่ะ writer ขอตัวไปสงบสติ และ อารมณ์ ก่อน นะคะ อิๆๆ โอย ขอยาดม ด่วน ค่ะ ชอบบบบบบบบบบบมากกกกกกกกกกกกกกกก^___^",


โดย: lek^lek IP: 49.48.144.12 วันที่: 18 มีนาคม 2555 เวลา:1:21:32 น.  

 
เพิ่งเห็นว่าพี่ดามาต่อฟิคหลายวันแล้ว ดีใจๆๆๆๆ ลั๊นลา ~

อ่านช่วงต้นๆสงสารพี่โอมาก ที่รู้สึกไม่แน่ใจกับความรู้สึกของฟลุ๊คว่าน้องยังรักพี่เหมือนเดิมรึเปล่า เข้าใจเลยว่าจะหวั่นไหวขนาดนั้นในเมื่อเห็นน้องทำตัวสนิทสนมจนเกินงามกับกัสอย่างที่เป็นอยู่
ยังดีนะที่ฟลุ๊คคิดได้ว่าทำร้ายจิตใจพี่เค้าอยู่ ไม่งั้นมีงอนนายเอกของเรื่องแน่ๆอ่ะ
ส่วนตอนท้ายๆเรื่องนี่แอบกรี๊ดกับ nc หวานๆ ประมาณว่า “พี่ไม่ต้อง...น้องเอง” แอร๊ยยยยยยย!!!

รอตอนต่อไปนะคะ


โดย: Lookwha IP: 58.10.85.151 วันที่: 20 มีนาคม 2555 เวลา:15:35:57 น.  

 
แรงหึงที่มาลงตัวกับความหวาน
และจบด้วยความร้อนแรง
...หุหุ nc ที่รัก...


โดย: miyukik IP: 110.49.244.172, 141.0.9.174 วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:13:59:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.