The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 3


3.
อยู่ๆผมก็เกิดอาการหวงน้องขึ้นมา กรุ่นในอารมณ์เมื่อเห็นน้อง ใกล้ชิดสนิทสนมกับบางคน ใบหน้ายิ้มแย้มกับแววตาเป็นประกายที่มอบให้พี่พลไปซึ่งความจริงมันน่าจะเป็นของผม...แต่ผมไม่เคยได้รับจากน้องเลย แม้สักครั้ง มันทำให้ผมอดเคืองไม่ได้


เพราะน้องคือคนที่ผมต้องดูแล และที่ผมรู้สึกห่วงน้องผมผิดหรือ การหวังดีจะให้น้องมีวิชาสามารถป้องกันตัวเองได้กลายเป็นว่าน้องตีเจตนารมณ์ของผมผิดไปหมด...น้องคิดว่าผมเกลียดน้อง ...คิดได้ยังไง...ตั้งแต่รู้จักกันมาผมมั่นใจได้ว่าผมไม่เคยใช้คำว่าเกลียดกับน้องเลยแม้สักครั้ง แต่ก็อีกนั่นแหล่ะคนอย่างผมก็มักจะพูดอะไรไม่ตรงกับใจเสมอ ผมถึงได้ทำให้บางอย่างเลวร้ายลงไปอีก


เจ็บปวดเหลือเกินกับคำที่น้องเอ่ยออกมา..แต่ผมยังต้องทำหน้าที่นี้ต่อไปจนกว่าจะผ่านเรื่องเลวร้ายที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ...ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ผมหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นนะครับ


เช้าวันนี้น้องตื่นเองโดยที่ผมไม่ต้องเสียแรงไปลากให้ลุกไปอาบน้ำเหมือนอย่างวันแรก พอผมก้าวเข้าไปในตึกใหญ่น้องก็นั่งดื่มกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้ารออยู่แล้ว


“ฟลุ๊คพร้อมแล้ว..จะไปกันหรือยัง”


“วันนี้เราจะเริ่มด้วยการทบทวนสิ่งที่ฝึกฝนไปเมื่อวานนะครับ ผมอยากจะให้ทุกๆคนฝึกฝนจนรู้สึกว่าปืนนั้นหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เสมือนหนึ่งว่าเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ของเราเพราะเมื่อรู้สึกอย่างนั้นแล้ว ในยามจำเป็นฉุกเฉินเราก็จะหยิบจับมาใช้ได้อย่างอัตโนมัติ”


หลังจากพี่พลทบทวนบทเรียนเก่าแล้วนักเรียนทุกคนก็ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆอีกหลายอย่างได้แก่ การหันเพื่อยิงเป้าหมายทางด้านข้างและด้านหลัง การยิงหลังที่กำบัง การยิงและเปลี่ยนซองกระสุน และการยิงหลายเป้าหมาย โดยจะแบ่งฐานการฝึกออกเป็นสี่ฐานให้นักเรียนหมุนเวียนกันไปฝึก


ข้อดีของการฝึกแบบนี้ทำให้นักเรียนได้พบกับครูฝึกทั่วถึงมากขึ้น เห็นได้ชัดเลยครับว่าครูฝึกทุกท่านมีความรู้ความสามารถในการใช้อาวุธถึงขั้นเรียกว่าลึกซึ้ง เพราะครูฝึกเหล่านี้แท้จริงแล้วท่านคือเจ้าหน้าที่ในชุดปฏิบัติการจริง ที่ได้รับการฝึก และผ่านการปฏิบัติหน้าที่มาแล้วทั้งสิ้น ไม่ใช่เพียงคนที่อ่านแค่ทฤษฎีแล้วเอามาสอน


ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกที่น้องจะประทับใจกับความสุภาพ ความเอาใจใส่และความทุ่มเทของครูทุกท่าน เพราะถ้านักเรียนคนไหนทำอะไรไม่ได้ครูก็ไม่เลิกสอนแม้จะต้องแยกไปสอนกันเดี่ยวๆหรือจะต้องสอนเพิ่มให้ในเวลาพัก ซึ่งก็รวมถึงวีไอพีของผมด้วย โดยเฉพาะพี่พลดูจะใส่ใจกับนักเรียนหน้าหวานคนนี้มากเหลือเกิน

“ทุกท่านครับ หลังจากที่เราจะได้ฝึกฝนเรียนรู้วิธีการใช้อาวุธป้องกันตัวอย่างถูกต้องไปทั้งหมดแล้วนั้น แต่ยังมีสิ่งสำคัญที่ผมอยากให้ทุกท่านจดจำไว้และถือเป็นกฏสำคัญอย่างยิ่งที่ควรปฏิบัติก็คือ การควบคุมให้ได้”


การควบคุมที่พี่พลบอกนั้น ไม่เพียงแต่ควบคุมอาวุธในมือเรา แต่หมายถึงการควบคุมอารมณ์และสติของผู้ใช้อาวุธด้วย และนั่นคือสิ่งที่นักเรียนทุกคนจะได้ทดสอบ ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการฝึกหลักสูตรนี้ที่ทุกคนต้องปฏิบัติ เสมือนเป็นการประเมินการเรียนการสอนกันเลยทีเดียว เพราะมันจะบอกได้เลยว่าเราจะผ่านการฝึกอบรมหรือไม่


การทดสอบในสถานการณ์เสมือนจริงนี้จึงเป็นการนำทักษะที่ได้เรียนมาแล้วทั้งหมดรวบรวมนำมาใช้จริงในสนามฝึกพร้อมกับมีการจับเวลาเป็นตัวกำหนด นักเรียนทุกคนมักจะกลัวและเกรงช่วงนี้กันทั้งนั้น นับว่าเป็นการสร้างความกดดันให้กับนักเรียนมากที่สุด แต่ความกดดันนี้มันแสนจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับความกดดันจริงที่เราอาจจะต้องเจอในสถานการณ์จริงข้างหน้า


สำหรับการฝึกเมื่อวานนี้ก็นับว่าหนักมากแล้วสำหรับน้องที่เป็นมือใหม่จริงๆ ในช่วงแรกๆของการฝึกน้องยังดึงสไลด์ไม่ออก พอดึงไม่ออกหลายๆครั้งเข้าตาโตก็เริ่มมีน้ำใสเอ่อคลอพาลจะเลิกเรียนเสียให้ได้ แต่เพราะสายตาโหดๆของผมที่จับจ้องดูอยู่ทำให้คนหน้าหวานเชิดหน้าและตั้งหน้าตั้งตาฝึกต่อจนทำได้ในที่สุด


และขณะนี้น้องกำลังจะเข้าทดสอบแล้ว ...ลุ้นมากเลยครับ ...ตอนนี้กลายเป็นว่าผมตื่นเต้นแทนน้องไปเสียเอง คนหน้าหวานหลับตารวบรวมสมาธิ ก่อนจะยืนฟังเสียงสัญญาณจากครูฝึก


“เริ่ม!”


น้องวิ่งไปแล้วครับ เข้ายังที่กำบัง ชักปืนจากซอง กระชากสไลด์แล้วยิงเข้าเป้าหมาย 5 นัดซ้อนในเวลาเพียง 12 วินาที น้องสามารถผ่านการทดสอบภายใต้ความกดดันนี้ได้อย่างสวยงาม


ผมยิ้มอย่างภูมิใจ ความใจแข็งและไม่ยอมอ่อนข้อให้ของผม ทำให้น้องมีแรงฮึดสู้จนผ่านการฝึกที่นับว่าโหดสำหรับคุณหนูอย่างน้องมากเหลือเกิน มือเรียวสวยที่เคยแต่เล่นเปียโน นับต่อจากนี้มือนี้จะสามารถดูแลและคุ้มครองตัวเองได้ในระดับที่น่าพอใจและต้องขอขอบคุณพี่พลและครูฝึกทุกท่านในหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ฉ.ก.90 มากๆที่ทำให้วันนี้ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของน้องอย่างชัดเจนทีเดียว เจ้าเด็กดื้อของผมกลายร่างเป็นเด็กหนุ่มที่เริ่มมีพิษสงแล้ว...


.... อืม...แต่ดูเหมือนพิษสงนั้นจะส่งให้ผมแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น


“ฟลุ๊คกับโอมีเรื่องผิดใจกันหรือเปล่า ขอโทษนะที่พี่ถามอย่างนี้”


“เปล่าครับพี่”


ผมเอ่ยออกมาได้แค่นั้นจริงๆ ผมไม่รู้จะตอบว่าอะไร ดูเหมือนความหวังดีทุกอย่างที่ผมตั้งใจมอบให้เหมือนน้องจะไม่รับรู้และต่อต้าน ผมยืนพิงรถอย่างอ่อนล้าขณะรอเด็กดื้อไปเข้าห้องน้ำ พี่พลตามมายืนพิงรถเลียนแบบท่าทางของผม


“แต่จากสัญชาติญาณการเป็นทหารของพี่ พี่คิดว่าควรรีบปรับความเข้าใจกันเสียโดยเร็ว อย่าลืมเรื่องสภาพจิตใจและการควบคุมอารมณ์สำคัญมากในการใช้อาวุธ ความเชื่อมั่นความไว้วางใจกันและกันจะทำให้เราทำงานประสบความสำเร็จ โอก็รู้ไม่ใช่หรือ”


ผมได้แต่นิ่งเงียบฟังพี่พลพูดไปเรื่อยๆ แต่ทุกคำนั้นถูกเก็บไว้ในใจผม


“ฟลุ๊คเป็นเด็กน่ารักนะ อ่อนหวานและอ่อนไหว แต่พอถึงตอนจะเด็ดเดี่ยวก็น่ากลัวเหลือเกิน”


“เราน่าจะรู้ใจน้องมากที่สุดนะ ...พี่ว่าโอรู้...ว่าควรทำอย่างไร เพียงแต่ว่าโอยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจเท่านั้น...แต่ถ้ามัวชักช้า...อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ”


ประโยคท้ายพี่พลกระซิบเบาและหลิ่วตาให้อย่างรู้ทัน บ้าน่า!ผมรู้สึกร้อนวาบที่หน้าขึ้นมาเฉยๆ ก่อนความรู้สึกนั้นจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหวงออกมาอย่างรวดเร็ว


“หึๆๆ...ขอบคุณครับพี่...คนนี้นะของผม”


“ฮ่าๆๆ...ตรงไปไหมโอ..โอ๊ยตัดขั้วหัวใจพี่เลยเชียว อ่ะ...ขอให้โชคดีนะน้องรัก”


พี่พลตบบ่าผมอย่างแรง รู้ว่าพี่เขาแกล้งล้อเล่น แต่ผมก็อดหวงไม่ได้จริงๆนี่นา นั่นไอ้เด็กดื้อของผมเดินหน้าตูมแก้มแดงเพราะแดดเลียมาโน่นแล้ว เฮ้อ...ผมจะเริ่มอย่างไรดี...การปรับมันยากจริงๆนั่นแหล่ะ


“หัวเราะอะไรกันหรือฮะบอกฟลุ๊คได้ไหม”


“เปล่าครับน้องฟลุ๊ค พี่ไปละครับอยู่นานๆกลัว.357 จ่อหัวเข้าจริงๆพี่จะแย่”

“พี่พลพูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย”


น้องก้าวมานั่งในรถแล้วกดโทรศัพท์มือถือ ปลายสายผมไม่รู้ว่าใครแต่เหมือนเป็นการนัดหมายพบกันที่หนึ่ง


“ฮื่อเสร็จแล้ว..ถึงแล้วหรือ...อืม.ม..ม.. อีกไม่เกิน20นาที”

ปิดโทรศัพท์แล้วน้องก็หันมาบอกผม

“พี่โอช่วยส่งฟลุ๊คที่...ด้วย...ฟลุ๊คนัดเพื่อนไว้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ศิษย์เก่าเด็กสวนฯ”


ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะฉลองการฝึกวันสุดท้ายให้กับเด็กดื้อของผมเสียหน่อยแถมน้องสามารถทำคะแนนผ่านการทดสอบและติด1ใน5ผู้ทำคะแนนยอดเยี่ยมของกลุ่มด้วยและก็อยากจะถือโอกาสปรับความเข้าใจที่ผมออกจะใจร้ายกับน้องบังคับจิตใจน้องมาหลายวันแล้ว แต่เรื่องที่ได้ยินกลับทำให้ผม ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที


“ทำไมพี่ไม่รู้”


ฟลุ๊คไม่ตอบได้แต่นั่งเปิดเล่นเกมส์ในมือถือ ไม่สนใจคำพูดของผมเลย นั่นเท่ากับเป็นการจุดชนวนความโกรธของผมให้ประทุขึ้น


“งั้นพี่ไปด้วย..พี่เป็นบอดี้การ์ดของเรานะ...จะทำอะไรทำไมไม่บอกพี่ก่อน”



เด็กดื้อวางมือถือแล้วตวัดสายตาให้ผมก่อนจะยกยิ้มน้อยๆแล้วเอ่ยเสียงเรียบเย็น



“ถ้าพี่รู้ว่าพี่เป็นบอดี้การ์ดก็ดีละ ตามหลักแล้วผมเป็นนายจ้างคุณ ผมมีสิทธิ์เลือกหรือไม่เลือกคุณก็ได้ ฉะนั้นตอนนี้ผมเรียกนิกกี้มาแล้ว ผมไม่ต้องการคุณ...กรุณาทำตามที่ผมบอกด้วย”



เผลอตบพวงมาลัยรถอย่างขัดใจ เหลือบมองคนที่นั่งกอดอกหน้าบูดอยู่ข้างๆอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ ตอนนี้ผมอารมณ์เสียจนเกือบจะระเบิด... ผมไม่ต้องการคุณ ...อวดดี ...คิดหรือว่าฝีมือแค่นี้จะต่อกรกับพวกนอกกฎหมายได้ ชิส์



ผมจอดรถที่หน้าโรงแรมที่น้องบอก นิกกี้ปราดเข้ามาเปิดประตูข้างให้ น้องรีบลงจากรถโดยไม่หันกลับมามองหน้าผมเลย ผมปลายตามองนิกกี้นิดหนึ่ง ก่อนจะกระชากรถออกไปทันทีที่น้องขึ้นนั่งในMercedes-Benz E500 Coupe สีขาวที่จอดรอเรียบร้อยแล้ว



“คุณฟลุ๊คจะให้ผมไปส่งที่ไหนครับ”


เสียงนิกกี้ดังมาตามบูลทูธ ผมยิ้มพอใจ อย่างน้อยผมก็รู้ว่าลูกน้องของผมคนนี้ไว้ใจได้เสมอ


“ขับไปเรื่อยๆก่อนนิกกี้ ตอนนี้ผมเหนื่อยมากเหลือเกิน”



ผมทิ้งไหล่ที่เครียดตึงมาตลอดทั้งวันลงกับเบาะรถอย่างอ่อนล้า หลับตาพยายามกลั้นน้ำใสที่เอ่อคลอนั้นเอาไว้ ไม่สมควรที่ใครจะได้เห็นมัน แว่นกันแดดอันใหญ่ถูกผมหยิบมาสวม ปิดบังดวงตาที่เริ่มพร่าพราย ผมนั่งหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้น...นาน....กว่าจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง เมื่อสังเกตว่านิกกี้ขับรถมาไกลแล้ว ตอนนี้เหนียวตัวจัง...ผมอยากอาบน้ำเหลือเกิน


“คุณฟลุ๊คจะกลับไปที่บ้านก่อนไหมครับ”


“ไม่...แวะที่ไอลดา...”



ทันทีที่ผมก้าวเข้าสู่โรงแรมหรู... ไอลดาพาราไดซ์..ภายใต้การดูแลของพี่ไอซ์ มือถือผมก็ดังขึ้น



“มาทำอะไรไอ้ตัวดี”


เสียงหวานใสของพี่ไอซ์ที่ส่งมาตามสายทำให้ผมยิ้มออกมาได้ ถึงยังไงพี่ไอซ์ก็คือผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด


“เหนื่อยจังพี่ไอซ์...ขออาบน้ำหน่อยนะฮะ ฟลุ๊คมีงานเลี้ยงตอนเย็นไม่อยากกลับบ้าน”


“จะทานอะไรรองท้องหน่อยไหมเดี๋ยวพี่ให้รูมเซอร์วิสเอาไปให้”


“ฮะ..แต่ขอแค่น้ำส้มเย็นๆสักแก้วก็พอฮะ”


“ได้ครับคนสวย”


“ขอบคุณมากครับ..คนสวยกว่า”


พี่ไอซ์ปล่อยหัวเราะดังเพราะคำตอบของผมคงถูกใจ ผมเองก็อดหัวเราะกับมุขนี้ของพี่ไอซ์ไม่ได้ จริงๆไม่ได้อยากชมผมว่าสวยอะไรหรอก เพียงแต่พี่อยากให้ผมตอบแบบที่ตอบไปมากกว่า มุขของสาววัยใกล้ 30 อย่าถือสาเลยฮะ คุยกับพี่ไอซ์เรื่อยเปื่อยระหว่างอยู่ในลิฟต์จนถึงห้องสวีทหรูที่ชั้น 9ของโรงแรม ซึ่งเป็นห้องส่วนตัวของผม ห้องที่ผนังครึ่งหนึ่งถูกปล่อยให้เป็นกระจกกว้าง เปิดมุมมองให้เห็นวิวกรุงเทพได้อย่างชัดเจน



หยดน้ำใสที่กลั้นไว้มาตลอดบ่ายถูกปล่อยออกมา ผมยืนอยู่ใต้สายน้ำอุ่น...แต่...ในใจมันเหน็บหนาวเหลือเกิน...หนาวจนผมตัวสั่น... ไม่...ไม่ได้สะอื้น...ไม่เลยสักนิดเดียว



เนื้อตัวที่สะอาดสะอ้านกับกลิ่นหอมอ่อนขอ งBVLGARI Aqva Pour Homme Marine ทำให้ผมสดชื่นขึ้น ยืนดูตัวเองในกระจก การออกฝึกกลางแจ้ง 2 วันเต็มทำให้ผมดูคล้ำลงไปนิด แต่ก็ทำให้หน้าหวานๆของผมดูคมเข้มขึ้น ดีซะอีกจะได้ไม่ดูเด็กเกินไปนัก ...ใช่ผมโตแล้วผมไม่ใช่เด็กๆอีกแล้ว...ผมควรจะดูแลตัวเองได้เสียที



...ผมเลือกเสื้อเชิ้ตคอตั้งสีแชมเปญใส่กับยีนส์สีดำปล่อยชายเสื้อไว้ งานเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูงไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันมากนัก ถือสูทไร้ปกสีน้ำตาลเข้มติดมือมาด้วย ใช้ใส่แค่ตอนเข้างานก็ดูลำลองเหมาะกับงานที่ไม่เป็นทางการแบบนี้


ผมสำรวจตัวเองในกระจกอีกครั้ง... อืม...ตาบวมนิดหน่อย....แว่นกันแดดสีชาถูกสวมปิดบังดวงตาไว้ ผมยิ้มให้ตัวเองในกระจก แต่มันช่างดูไม่เหมือนยิ้มเลยสักนิด สูดหายใจเข้าลึกยาว ก่อนก้าวเท้าออกจากห้อง กลับมาที่รถเมื่อเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ก้าวขึ้นรถดึงเซฟตี้เบลท์มาคาดพร้อมกับบอกให้บอดี้การ์ดคนใหม่ขับรถเข้าสู่เส้นทางเพชรเกษม เราจะไปหัวหินกัน



“ทำไมไปไกลถึงหัวหินครับ..เอ่อ...ผมเกรงว่าแค่ผมคนเดียว คุณฟลุ๊คจะไม่ปลอดภัย”



นิกกี้ติงผมนิด..นั่นก็คงเพราะเป็นห่วงผม…แล้วอีกคนล่ะ... คนที่พยายามจะอยู่ห่างจากผม คนที่จะไม่อยู่ใกล้เพื่อที่จะดูแลผมอีกต่อไปแล้ว..ไม่มีอีกแล้ว...เจ็บแปลบในอกอีกครั้ง... พยายามเปล่งเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ก่อนเอ่ยออกมา


“งานเลี้ยงในหมู่เพื่อนสนิท ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก”



หยิบEarphone ต่อกับมือถือนั่งฟังเพลงเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเลยตลอดระยะทางเกือบ300 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯมุ่งสู่หัวหิน และด้วยศักยภาพของ Mercedes-Benz E500 Coupe แล้วก็น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ผมเอ่ยออกมาหลังจากนิ่งเงียบมานาน


“นิกกี้...เอ่อ...เคยรู้สึก... ชอบใคร...แล้ว..แต่...เอิ่ม...ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยังชอบไหม”


นิกกี้ดูจะตกใจไม่น้อยกับคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของผม


“อ่ะ!..คุณฟลุ๊คกำลังมีความรักหรือครับ”


“เปล่า...กำลังอกหักต่างหาก”

ไอ้โตเดินออกมาตบหลังตบไหล่ต้อนรับผมที่หน้ารีสอร์ททันทีที่รู้ถึงการมาของผม รีสอร์ทแห่งนี้จัดเป็นรีสอร์ทระดับ5ดาวติดอันดับต้นๆของรีสอร์ทสวยที่สุดในประเทศ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากด้วย


ในส่วนไพรเวทโซนของครอบครัวถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงสละโสดของลูกชายคนโตของเจ้าของรีสอร์ทดัง คาดว่างานนี้เจ้าบ่าวคงทิ้งทวนอย่างหนักทีเดียว เพื่อนๆที่สนิทกันในกลุ่มมากันเกือบครบ จะมีก็แต่ไอ้อ๊อฟและไอ้เปาที่อยู่ต่างประเทศ


ผมให้นิกกี้รออยู่ที่ล๊อบบี้ในส่วนหน้าของรีสอร์ท ดูท่าทางบอดี้การ์ดของผมเป็นกังวลมาก ผมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเพราะนี่คือเพื่อนสนิทของผมทั้งนั้น คนอย่างผมก็ไม่เคยไปขัดผลประโยชน์กับใครด้วยและคงไม่มีใครจะมาทำอะไรผมหรอก


ในงานเลี้ยงเราดื่มกินกันเรื่อยเปื่อย พูดคุยกันถึงเพื่อนเก่าๆ เรื่องการเรียนและเรื่องงานที่แต่ละคนกำลังทำอยู่ ส่วนใหญ่เพื่อนในกลุ่มก็คือคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน แต่ดูจะมีผมกับไอ้อ๊อฟเท่านั้นที่ชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ อดเสียดายอยู่นิดไม่ได้ที่ไอ้อ๊อฟไม่ได้มาด้วย


ผมจิบเครื่องดื่มเบาๆจำพวกพั้นท์ที่ไอ้โตเตรียมไว้ให้ผมโดยเฉพาะ ส่วนผสมมีเพียง น้ำส้ม น้ำแดง Sprite และโซดา ไม่เติมแอลกอฮอล์ แค่แต่งกลิ่นด้วยจินนิดหน่อยให้หอมก็แค่นั้น รสเปรี้ยวๆหวานๆของพันท์สีสวยในมือทำให้ผมรู้สึกดี เพื่อนๆ ทั้งกลุ่มจะรู้กันดีว่าผมดื่มไม่เก่งและส่วนใหญ่พวกเราก็ไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหนกันนอกจากเราจะนัดกันตามโรงแรมหรือรีสอร์ทของใครคนใดคนหนึ่ง เพื่อมิตติ้งกันบ้างเป็นครั้งคราว


ผมนั่งคุยกับป้อมเพื่อนร่างใหญ่ที่ขี้อายที่สุดในกลุ่มที่มุมหนึ่งของห้อง ป้อมแต่งงานแล้วตั้งแต่ปีก่อน ตอนนี้เขามีลูกชายน่ารักคนหนึ่งวัย6เดือน หึๆตอนนี้ผมมีตำแหน่งเป็นคุณอาไปแล้วครับ ป้อมดูจะเห่อลูกชายมาก รีบหยิบมือถือมาเปิดภาพลูกชายและครอบครัวให้ผมดูทันที ดีใจกับเพื่อนและน้องปังปอร์นด้วย ที่มีครอบครัวอบอุ่นได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา



ภาพน้องปังปอร์นที่นั่งตักคุณแม่และกำลังหัวเราะร่าเริง ทำให้ผมอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ แม่จากไปด้วยเรื่องอุบัติเหตุ ตั้งแต่ผมอายุได้1ขวบตอนนั้นผมยังจำความไม่ได้เลย ใครๆก็ว่าผมหน้าเหมือนแม่มาก ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยฮะ


ตอนเด็กเมื่อผมถามว่าทำไมผมไม่มีแม่เหมือนคนอื่นๆป๊าก็มักจะดึงผมเข้าไปกอดและพาไปดูท้องฟ้า ป๊าบอกว่าผมมีแม่แต่เพราะแม่เป็นคนดีมากแม่ฟ้าจึงต้องไปอยู่บนนั้นไปช่วยพระเจ้าคุ้มครองคนดีๆ และตอนนี้แม่กำลังมองผมและกำลังอวยพรให้ผมเสมอ ใครๆก็บอกว่าแม่ผมเป็นผู้หญิงที่สวยและใจดีมากๆ ผมจึงชอบอยู่ในที่กว้างๆ ที่ที่ผมจะมองเห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน


“เห็นสปาเก็ตตี้ไวท์ซอสแบบนี้แล้วคิดถึงฝีมือแม่..แม่พี่ทำอาหารอร่อยมากโดยเฉพาะอาหารไทย..อร่อยทุกอย่างเลย”


ไอ้พี่เกรียนเริ่มคุยโวอีกละ..ชิส์...แต่...คุยเรื่องอื่นได้ไหมเนี่ย...แปลบในใจ...ผมเริ่มไม่สนุก...ไม่อยากพูดเรื่องนี้ ...



“แล้วแม่นายทำอะไรอร่อยที่สุดล่ะ”



“หือ”


“อ่ะ...ฟลุ๊คไม่เคยกินฝีมือแม่..ฮึก..แม่ไม่..ห่ะอยู่แล้วอ่ะ..”


“อ่ะ..อืม..”


ไอ้พี่โออึ้งไปเลย หน้าพี่เจื่อนไป... ผมก็นิ่ง...มันจุกจนพูดไม่ออก ก้มหน้าเขี่ยเส้นสปาเก็ตี้ในจานไปมา การได้ยินใครพูดถึงแม่มันเป็นอะไรที่สะเทือนใจผมมาก ก้อนสะอื้นที่ผมกลั้นไว้มันจุกอยู่ที่คอน้ำใสๆก็เลยเอ่อล้นออกมาจากตา

ก้มหน้าตักเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากช้าๆ ก็ผมม้วนเส้นในช้อนแบบที่พี่โอทำไม่เก่งผมยังทำไม่คล่อง เมื่อเส้นตกจากช้อนก็เลยตวัดครีมซอสกระเด็นเข้าหน้าเข้าตา น้ำตาไหลเลยฮะ ความจริงผมถือโอกาสปล่อยมันออกมาเองแหล่ะ



“เฮ้ย!ร้องไห้ทำไม”


“โอ๋ๆๆ..แต่ช้าแต่..อย่าร้องน้าอย่าร้อง...นิ่งเตะ..นิ่งเตะ”


ถึงมือพี่กำลังพยายามใช้ทิชชูเช็ดหน้าเช็ดตาที่เลอะเทอะให้ผมแต่ปากพี่ก็ยังไม่หยุดล้อผมสักทีฮื่ย!!!


“ไอ้บ้า..ไม่ได้ร้องไห้ซะหน่อย น้ำตามันไหลเพราะแสบตาต่างหากเล่า หยุดล้อเดี๋ยวนี้นะพี่โอ..ฮื่ย!..เกลียดจริงๆเลย”



ผมโกรธด้วยอายด้วย ก็ไอ้พี่บ้าดันส่งเสียงดังอย่างนั้น แถมยังล้อผมอีก ผมปาดน้ำตาป้อยๆ ปากก็ร้องห้ามไอ้พี่โอให้หยุดล้อผมเสียที ผมไม่อยากถูกว่าเป็นเด็กขี้แยแต่เพราะน้ำตามันไม่หยุดไหลเอง แถมไอ้พี่เกรียนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหัวเราะเลยด้วย หึ!.. ผมยอมรับนะฮะว่าโกรธมากกะว่าถ้านัดคราวหน้าอีกผมจะไม่มาตามนัดแล้วฮะ ... เกลียดจริงๆเลยเชียว …แต่ก่อนผมจะขึ้นรถลงแช่มกลับบ้านพี่โอก็ขอโทษผม พี่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะพูดเรื่องแม่ขึ้นมาจนทำให้ผมต้องเสียใจ


“ขอโทษนะ..พี่ไม่ได้ตั้งใจ”


ผมก็รู้ว่าพี่คงไม่ได้ตั้งใจจริงๆและคงรู้สึกผิด ไม่อย่างนั้นพี่จะมาง้อผมเหรอ อย่างพี่ถ้าไม่ผิดพี่ก็เถียงหัวชนฝาอยู่แล้วหล่ะ..ผมเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ายกโทษให้ จริงๆก็ไม่อยากคืนดีง่ายๆหรอก พี่ยิ้มกว้าง ผมอดหมั่นไส้ไอ้ตาวิบวาวกับเขี้ยวแหลมๆนั่นไม่ได้เลยฮะ แถมมือพี่ยังตามมาขยี้หัวผมแรง..ฮื่ย...ยังไม่วายยั่วโมโหผมไม่หยุดหย่อนนะ


“เอามือมาสิ”


ผมงง แต่ก็ยื่นมือออกไปให้ อะไรบางอย่างจากมือพี่ถูกวางลงบนมือผม พอพี่เอามือออกไป มันทำให้ผมยิ้มออกมาได้ เพราะลูกกลมๆสีส้มใบใหญ่ในมือของผมขณะนี้ ข้างในบรรจุเม็ดบับเบิ้ลกัมม์ที่ผมชอบ ไม่รู้แอบไปไขตู้หมุนโหลเอามาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ชิส์อย่างนี้เขาเรียกว่าตบหัวแล้วลูบหลังของแท้เลยใช่ไหมเนี่ย



“เฮ้ย..ฟลุ๊คมาหลบทำไมอยู่ตรงนี้...มานี่เลย ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิวะทนฟังไอ้โตมันหอนมานานแล้วพาลจะปล่อยของที่เพิ่งกินไปว่ะ”


ไอ้นัทฮะมันมาเรียกผมที่กำลังยืนทอดสายตาไปยังท้องทะเลอยู่ที่ระเบียงห้อง ตอนนี้เริ่มมองอะไรไม่เห็นแล้วฮะค่ำมากแล้วมันดึงผมจนตัวแทบปลิวไปที่เวทีที่มีโฮมเทียร์เตอร์ขนาดใหญ่จอยักษ์ติดกับผนังห้อง ดีที่ว่ามีระบบเก็บเสียงที่ดีไม่อย่างนั้นเสียงหลอนๆของบรรดาเพื่อนๆผมคงออกไปรบกวนแขกในรีสอร์ทแน่ๆ


ผมคว้ากีตาร์โปร่งที่วางอยู่มาตั้งสาย เล่นแบบอะคูสติก แทนการร้องจากดนตรีคาราโอเกะ



....ก็รู้...ว่าฉันไม่มีความหมาย …และพอจะรู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้
ยิ่งนานเท่าไร..ยิ่งหมดหวัง
เมื่อเธอไม่เคยจะหันมองที่ฉัน ไม่ว่าจะทำเช่นไรเธอคงจะไม่รักกัน
และก็รู้ไม่นานความฝันที่มีก็คงจบไป
แต่ตอนนี้ยังมีเวลา ที่ฉันจะหาเหตุผลดีๆ มาฉุดรั้งเธอตอนนี้ แต่ก็รู้ดีไม่มีหวัง

ต่อให้ฉันจะรักเธอมากเท่าไร ..แต่ก็รู้ว่าเธอคงจะไม่สนใจ ...แต่ยังฝันไกล
และยังคงหวังเอาไว้ข้างในจิตใจว่าซักวันเธอจะมีฉัน
แต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้ …เมื่อเธอคิดว่าฉันไม่ใช่...แต่ไม่เป็นไร
ก็อยากจะขอมีเธอเรื่อยไปในใจไปอีกแสนนาน

และแม้สิ่งว่าที่ฉันทำวันนี้... อาจไม่ทำให้เธอได้รู้สึกดี
สิ่งที่ใจเธอพอจะมีก็เพียงแต่ความรำคาญ
แต่อยากจะขอให้เธอได้ฟังเอาไว้
บทเพลงสุดท้ายที่ฉันตั้งใจจะมอบให้ไป
ที่กลั่นออกมาจากใจ และมีให้เธอผู้เดียวเท่านั้น

ก็เพราะว่าตอนนี้ยังมีเวลา ที่ฉันจะหาเหตุผลดีๆ
มาฉุดรั้งเธอตอนนี้...แต่ก็รู้ดี...ไม่มีหวัง

ต่อให้ฉันจะรักเธอมากเท่าไร ..แต่ก็รู้ว่าเธอคงจะไม่สนใจ... แต่ยังฝันไกล
และยังคงหวังเอาไว้ข้างในจิตใจว่า...ซักวันเธอจะมีฉัน
แต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้… เมื่อเธอคิดว่าฉันไม่ใช่...แต่ก็ไม่เป็นไร
ก็อยากจะขอมีเธอเรื่อยไปในใจไปอีกแสนนาน

ไม่รู้ว่านานเท่าไร... กว่าที่ฉันจะลบเธอจากใจ
กว่าที่ความทรงจำดีๆ มันจะเลือนหาย …กว่าจะได้รักใคร...อีกครั้ง

ต่อให้ฉันจะรักเธอมากเท่าไร …แต่ก็รู้ว่าเธอคงจะไม่สนใจ แต่ยังฝันไกล
และยังคงหวังเอาไว้ข้างในจิตใจว่า...ซักวันเธอจะมีฉัน
แต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้ เมื่อเธอคิดว่าฉันไม่ใช่แต่ก็ไม่เป็นไร
ก็อยากจะขอมีเธอเรื่อยไปในใจไปอีกแสนนาน

เมื่อเธอคิดว่าฉัน ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร …ตราบใดที่ฉันจะยังหายใจ …จะรักเธอไป....ตลอดกาล



ผมไม่รู้ว่าผมร้องเพลงนี้ออกไปได้อย่างไรทั้งๆที่มันไม่เหมาะกับค่ำคืนของการสละโสดเลยสักนิด เพื่อนๆผมถึงกับอึ้งไปกันทั้งหมดแถมบางคนยังมีสีหน้าแววตาที่สงสัยว่าผมร้องเพลงนี้ให้ใคร...ไอ้โตก็ช่างจะรับมุขดีเหลือเกินมันเดินเข้ามาโอบไหล่ผมไว้


“..อย่าเสียใจไปเลยที่รัก..แต่สำหรับเรา Unloveable นะครับ”


... ปล่อยหัวเราะออกมาเบาๆ ...แล้วเดินออกมาที่ระเบียงตรงที่ไอ้นัทเพิ่งดึงผมออกไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้ ผมหยิบไวน์จากโต๊ะไอ้พวกนั้นติดมือมาด้วย ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว กลับเข้าไปร่วมวงกับเพื่อนๆดีกว่า...หึๆ..อยู่ๆก็อยากเมาขึ้นมาเฉยๆ...


จิบไวน์นั่งคุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆ ผลัดกันร้องเพลงบ้างสลับกับฟังว่าที่เจ้าบ่าวคุยโวในหลายๆเรื่อง ความที่เหนื่อยกับการฝึกมาทั้งวันทำให้ผมเพลียตอนนี้แค่สี่ทุมเศษ ผมอยากนอนแล้วสิรู้สึกว่าไวน์ที่ผมดื่มไปมันเริ่มออกฤทธิ์ ผมง่วงเหลือเกินเอนหลังพิงพนักโซฟา หลับตาลงช้าๆ


“เฮ้ยฟลุ๊ค..นี่พี่ดิวรู้จักกันไว้สิ”


“สวัสดีครับน้องฟลุ๊ค..ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่..พี่เป็นพี่ชายน้องดาวแฟนน้องโตครับ”


ลืมตาขึ้นมาก็พบกับใบหน้าที่ทำให้ผมแทบจะเดินหนีออกจากห้องทันที ไอ้พี่ดิวมันตามมาหลอนผมถึงนี่เชียวหรือ แต่ตามมารยาทสังคมสั่งให้ผมยิ้มให้ไอ้พี่ดิว เห็นสายตากรุ้มกริ่มที่มันมองผม ทำให้ผมอดคิดถึงสายตาดุๆของใครอีกคนไม่ได้ ...คนที่ผมควรจะตัดใจลืมไปเสียที


+++++TBC++++++











Create Date : 24 ธันวาคม 2554
Last Update : 24 ธันวาคม 2554 9:49:07 น. 5 comments
Counter : 579 Pageviews.

 
อร๊ายยย..ลุ้นๆ


โดย: miyukik วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:12:09:40 น.  

 
อารายยยยกานนเนี่ยยยย???
คนหน้าหวานที่ชอบคิดไปเองว่าใครคนนั้นเค้าไม่รัก!!!
กับคนหน้าหล่อที่ชอบทำอะไรที่ไม่ตรงกะใจของตัวเองอ่ะ
เมื่อไหร่จะเปิดใจจูนความรู้สึกให้ตรงกันซักที...
แถมมีไอ้พี่ดิวจอมหลีเข้ามายุ่งด้วยอีกคน..
ตอนต่อไปจะเป็นยังไง???หวังว่าคงไม่มีเรื่องร้ายๆ
เกิดขึ้นกะคนหน้าสวยของเรานะคะ..
ตั้งตารอตอนต่อไปแบบลุ้นๆค่ะ...



โดย: พี่นิดจ้ะ IP: 110.49.168.136 วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:23:13:40 น.  

 
มาตรงๆ แต่ก็ได้ใจกันไปเต็มๆ เลย ครับท่าน มันจิ๊ดดดด จริงๆ มาไวๆ นะคะ writer มันคาใจ^____^:.


โดย: lek^lek IP: 223.205.132.206 วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:0:30:03 น.  

 
เมื่อไรจะเข้าใจ~ เมื่อไรจะรักกัน.....อ่านจบแล้วต้องฮัมเพลงนี้ขึ้นมาในใจเลยค่ะ
เหมือนว่าต่างฝ่ายต่างรักกันอยู่นะ แต่ว่าทำไมไม่เข้าใจกันสักที
พี่โอลดท่าทีแข็งกระด้างลงบ้าง หัดพูดจาดีๆกับน้องหน่อยสิ
ส่วนฟลุคก็อย่ามัวแต่คิดเองเออเองว่าพี่เค้ารำคาญ พี่เค้าไม่รักไม่สนใจ
สนุกมากเลยค่ะพี่ดา แต่ว่าอ่านแล้วค้างคาใจชะมัด เฮ้อ~ รีบมาต่อเร็วๆนะคะ.....


โดย: Lookwha IP: 58.10.84.212 วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:18:56:55 น.  

 

เมื่อไหร่จะยอมเปิดใจคุยกัน ฮึ่ยยยยยยยยยยย

แล้วพี่ดิวนี้จะตามมาทำไม



โดย: ภัทร IP: 115.87.100.73 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:22:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.