The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
3 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 11

11.
เสียงเพลงที่เปลี่ยนไปบรรเลงด้วยท่วงทำนองที่สนุกสนานทำให้บรรยากาศในงานครึกครื้นมากขึ้น Bossa เป็นส่วนหนึ่งของแนวBrazilian music ดนตรีแนวนี้ดัดแปลงมาจาก แนวSamba แต่เพิ่มคู่เสียงที่ลงตัวและเครื่องเคาะจังหวะ ใช้กีต้าร์คลาสสิค เป็นตัวนำ สำหรับเปียโนก็มีส่วนสำคัญในดนตรี Bossa ที่สนุกสนานนี้ด้วยเช่นกัน ผมยืนมองน้องและกัสบรรเลงดนตรีด้วยความทึ่ง แม้ว่าขณะนี้เครื่องดนตรีที่ใช้จะมีเพียงเปียโนและกีตาร์ แต่กัสสามารถพลิกแพลงบรรเลงให้ออกมาได้อย่างสนุกสนานน่าฟัง นับว่ากัสเป็นคนที่มีฝีมือทางดนตรีเก่งกาจอย่างหาตัวจับได้ยากคนหนึ่งทีเดียว

น้องไอซ์วิ่งมาจูงมือผมที่ยืนรักษาการณ์อยู่ข้างเวทีที่น้องฟลุ๊คกำลังบรรเลงดนตรี ให้เข้าไปอยู่ที่กลางลานเต้นรำเล็กๆที่จัดขึ้น อดเขินไม่ได้กับการต้องมาเต้นรำแบบนี้ครับ ความจริงการเต้นลีลาศก็เคยเรียนและได้เต้นอยู่บ้างแต่การที่ต้องมาเต้นในจังหวะแซมบ้าแบบนี้ผมไม่ถนัดเลยจริงๆ ผมเหลือบมองน้องที่กำลังร้องเพลงอยู่บนเวที ใบหน้าหวานยิ้มกว้างและหัวเราะร่าเริงคงขำผมมากเหลือเกิน ตาโตสวยขยิบล้อเลียนอย่างขี้เล่น แก้มใสแดงระเรื่อ ต่างหูเพชรที่ติ่งหูซ้ายของน้องสะท้อนกับแสงไฟยามค่ำส่องประกายวาววับระยับสวย น้องงดงามเป็นที่สุด ผมลูบที่ปกเสื้อด้านซ้าย..อดยิ้มไม่ได้..เพชรคู่สำหรับเรา

ผมมองน้องอยู่นานก่อนจะละสายตามาหาเจ้าสาวแสนสวย วันนี้น้องไอซ์สวยเป็นพิเศษ เธอสวยสง่าในชุดราตรีเกาะอกสั้นผ้าไหมแก้วสีชมพูอ่อนใสที่ชายกระโปรงด้านหลังยาวแค่เพียงข้อเท้า เอวคอดกิ่วผูกด้วยริบบิ้นสีชมพูหวานเส้นใหญ่ทิ้งชายให้ยาวจรดชายกระโปรงเช่นกัน เวลาเธอเยื้องกรายจึงดูราวกับนางฟ้า

คุณต้นมารับมือน้อยๆจากผมไปหลังจากที่ผมส่งสายตาขอร้องไปให้ อยู่ๆใจผมกระตุกแรง รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ผมรีบหันกลับไปดูน้องอีกครั้ง แจกันดอกไม้ใบใหญ่ที่ใช้ตกแต่งเวทีที่วางด้านข้างน้องฟลุ๊คห่างไปเพียงไม่กี่ฟุตแตกกระจาย หลังจากถูกอาวุธทำลายล้างสูงกระทบ

“อ่ะ!ฟลู๊ค..ค...ค...ค..!!!!”


ผมตะโกนจนสุดเสียง บอดี้การ์ดกระจายตัวอารักษ์ขาเจ้านายจ้าละหวั่น ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของบรรดาแขกผู้มาร่วมงาน น้องถูกกัสกอดกำบังร่างไว้พร้อมกับต้องรีบม้วนตัวหลบกระสุนไร้เสียงที่สาดใส่อย่างไม่ยั้งจนตกเวทีไปทั้งคู่ ผมหันหาที่มาของกระสุนแต่ยังมองไม่เห็น คิดว่ามือปืนนั้นมันน่าจะยิงมาจากตึกข้างๆที่ห่างออกไปเกือบ200เมตร เพราะใช้กระบอกเก็บเสียงและคาดว่าจะเป็นชนิดเก็บปลอกกระสุนด้วยทำให้กระสุนไม่แรงพอและการทะลุทะลวงต่อเป้าหมายไม่เสถียร มันพลาดเป้าไปอย่างเฉียดฉิว

“พี่โอไปดูแลฟลุ๊ค!ไปสิคะ!ไม่ต้องห่วงไอซ์!”

น้องไอซ์ผลักไสผมที่กำลังกำบังเธอและคุณต้นไว้อย่างแรง เสียงใสไหวหวิวและสะอื้นน้อยๆ

“พี่โอผมจะดูแลเธอเอง ไอซ์คือหัวใจของผม..ส่วนพี่ตามหัวใจพี่ไปได้แล้วเร็ว!”

“น้องฟลุ๊คกำลังอยู่ในอันตรายนะครับ!”

ผมรีบวิ่งตามน้องกับกัสไปทันที เห็นว่ามีกลุ่มคนชุดดำ5-6คน วิ่งตามน้องไปก่อนหน้าผมแล้ว คาดว่ากัสคงพาน้องหลบไปที่ซอยด้านหลังไอลดาแน่ๆ ...ไม่ได้การละ.. ซอยนี้เป็นซอยตัน ผมรีบสั่งให้ลูกน้องบางส่วนพาคุณตันนายหัวและพ่อของผมกลับธรรมมลไปโดยเร็ว เรียกจ่าหมานและนิกกี้ให้ตามมาสมทบกับผมที่ปากซอย แม้จะรู้ว่าน้องไม่ได้ไปคนเดียวแต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ากัสจะดูแลน้องได้หรือไม่ขณะนี้หัวใจผมหวั่นไหวเหลือเกิน

“ฟลุ๊ครอพี่ก่อน...อย่าเป็นอะไรนะ”

ผมเล็ง Beretta M92FS ขนาด 9 ม.ม. ไปที่ไอ้วายร้ายคนหนึ่งที่วิ่งรั้งท้าย นัดเดียวมันก็จอดทันที ในกลุ่มพวกมัน2-3คนหันมาสาดกระสุนใส่ผม หันเหความสนใจมาที่ผม ช่วงเวลานี้จึงเปิดโอกาสให้กัสและน้องหนีไปได้ไกลมากขึ้น ผมหลบเข้าที่กำบังข้างท่อน้ำปูนซีเมนต์ที่วางระเกะระกะอยู่ข้างทาง หลบอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งได้ยินเสียงปืนปะทะกันอยู่ด้านหน้าทำให้ใจผมกระตุก การวิ่งตามแบบนี้ผมกลัวว่าจะไปช่วยน้องไม่ทัน ผมพยายามนึกภาพแผนที่รอบๆไอลดาที่อยู่ในหัว ถ้าจากตรงนี้ผมวิ่งตัดสวนเล็กๆลัดซอยอ้อมไปอีกซอยหนึ่งน่าจะไปเจอน้องกับกัสก่อนไอ้วายร้ายพวกนี้ได้ที่ท้ายซอยนิกกี้กับจ่าหมานตามมาถึงทันที ทั้งคู่ม้วนตัวหลบกระสุนเข้าที่กำบังเดียวกับผมได้อย่างหวุดหวิด

“จ่ากับนิกคอยยิงคุ้มกันผมด้วยผมจะวิ่งลัดซอยไปดักน้องข้างหน้า ปฏิบัติ!”


ผมม้วนตัวออกจากที่กำบังพร้อมกับที่นิกกี้และจ่าหมานระดมสาดกระสุนใส่ไอ้วายร้าย ได้ยินเสียงร้องอ๊าก!คาดว่าน่าจะโดนกระสุนจากจ่าหรือไม่ก็นิกกี้เข้าให้แล้ว... เสร็จไปอีก1...น่าจะเหลืออย่างน้อยไม่เกิน3คนที่ตามน้องไป ถ้ามันไม่ยกโขยงตามมาสมทบอีกนะ

ผมวิ่งด้วยความเร็ว เสียงปืนที่ได้ยินแว่วๆนั้นเงียบหายไปแล้ว เหลือแต่เสียงหัวใจผมที่เต้นระรัวดังอยู่ในอก ทางมืดและรกครึ้มดีที่วันนี้พระจันทร์เต็มดวงทำให้ผมยังพอมองเห็นภาพข้างหน้าได้อย่างรางเลือน ผมวิ่งมาถึงทางเปลี่ยวคาดว่าน่าจะเป็นท้ายซอยยังไม่เห็นวี่แววความเคลื่อนไหวของใคร ผมหอบจนตัวโยน รู้ว่าสติตัวเองกำลังเตลิด เหลียวหาน้อง...น้องหายไปไหน ..นี่ผมตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม อ่ะ!นั่นมีคนกำลังวิ่งมา ผมหลบเข้าที่กำบัง กระชับBeretta M92FS คู่ใจไว้มั่น เตรียมพร้อมประจันหน้า

“โอ่ะ..เหนื่อยจังเลยกัส ผมก้าวขาไม่ออกแล้ว”

“หยุดไม่ได้นะฟลุ๊ค อดทนอีกนิดนะครับ”

“ฟลุ๊ค!ทางนี้ !”

ผมเรียกน้อง ฟลุ๊ควิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของผมทันที น้องกับกัสยังปลอดภัยดีไม่มีท่าทางว่าได้รับบาดเจ็บใดๆ ..โอพระเจ้าขอบคุณเหลือเกิน

“ฮือ..พี่โอฟลุ๊คกลัว”

“ไม่ต้องกลัวอ่ะนี่”

ผมส่ง CZ 2075 RAMI ขนาด 9 ม.ม. ให้น้อง เหลือบมอง Beretta 21 Aสีดำในมือกัสก็พอใจ กัสถือโอกาสเปลี่ยนแมกกาซีนใหม่ทันที

“จุ๊ส์!!”

ผมดึงให้น้องเข้ากำบังที่ต้นไม้ใหญ่ด้วยกัน กัสกระโจนหลบเข้าพงหญ้าข้างทางเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนที่วิ่งตามมา

“แม่งเอ้ย!!!หายไปไหนวะตะกี้ยังเห็นหลังอยู่ไวๆ”

“เฮ้ย!มึงยิงระวังหน่อยนา ถ้ายิงส่งๆแบบนี้เดี๋ยวก็ตายห่ากันหมดพอดี นายสั่งให้จับไอ้หน้าหวานไปเป็นๆนะ”

“ก็ถ้ามันยากเย็นนัก...ก็จับตายมันซะเลยก็สิ้นเรื่อง...ฮ่าๆๆ”

“แต่กูอยากได้รางวัลพิเศษโว้ย...อย่าทำให้เสียเรื่องนะมึง”

ไอ้เดนมนุษย์!!!

ผมพยายามคิดอยู่นานว่า..นาย.. ที่พวกมันพูดถึงคือใคร ...แม้ผมจะระแคะระคายมาบ้าง แต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก เหลือบมองคนหน้าหวานที่ซบกับอกผม ตาโตสวยมีน้ำใสเอ่อคลอ ปากอิ่มเม้มแน่น น้องกำลังพยายามกลั้นสะอื้นไว้อย่างเต็มกำลัง จนร่างนั้นสั่นน้อยๆ สงสารน้องเหลือเกินที่ต้องตกเป็นเป้าหมายการล่าสังหารอย่างไม่รู้ที่มาที่ไปแบบนี้ แต่อาจเป็นเพราะการประมูลสำประทานรังนกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็ได้ที่เป็นชนวนสำคัญ ผมลูบแก้มใสเบาๆเพื่อปลอบใจ แต่แล้วน้องก็หลุดสะอื้นจนได้
“ฮึก ..อ่ะ.ฮือ..อ..”

“เฮ้ย!!!!มันอยู่นั่น!”

สิ้นเสียงมัน ผมกับกัสก็ลั่นไกเกือบพร้อมกัน ไอ้สองวายร้ายลงไปนอนดิ้นแล้วขาดใจทันที ผมดึงน้องที่ปล่อยโฮลั่นมากอดไว้แน่น จูบที่ขมับปลอบใจคนที่เสียขวัญอยู่นานกว่าจะออกจากที่กำบังเมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว

“ไม่เป็นอะไรแล้วฟลุ๊คอย่าร้องไห้ ..หยุดร้องนะคนดีของพี่”

“ฮือ..อ..อ”

ผมเดินจูงน้องกลับไปตามทางที่น้องเพิ่งผ่านมา เรียกให้นิกกี้และจ่าหมานตามมาสมทบเพื่อเคลียสถานการณ์ ผมหันไปขอบคุณกัส คนที่มากด้วยความสามารถคนนี้อีกครั้ง

“ฝีมือใช้ได้เลยทีเดียว...คุณฝึกยิงปืนจากที่ไหนกันกัส”

“ผมก็ผ่านการฝึกจากหน่วยของพี่พลมาแล้วเหมือนกันครับ”

”ขอบคุณมากเลยนะกัสที่ช่วยดูแลน้องฟลุ๊ค”

“ไม่เป็นไรครับ...เพราะผมเต็มใจดูแลฟลุ๊คอยู่แล้ว”
ผมอดหมั่นไส้ไอ้หน้าจืดคนที่กำลังยืนยิ้มกว้างคนนี้ไม่ได้ ...รู้ครับ...ว่ากัสชอบน้องและรู้อยู่นะครับว่าน้องไม่ได้มีใจเอนเอียงให้กัสเลยแม้แต่น้อย แต่หน้าใสๆกับคำตอบซื่อๆแบบนี้ทำผมอดกลัวไม่ได้จริงๆ

“เรารีบกลับกันเถอะฮะ... ฟลุ๊คเป็นห่วงป๊ากับพี่ไอซ์”

“พี่ส่งกลับธรรมมลไปแล้วไม่ต้องเป็นห่วงน่า”

หยาดน้ำใสเหือดหายไปจากใบหน้าสวยนานแล้ว ผมหันมาลูบแก้มใสของน้องที่มอมแมมนั้นเล่น ตอนนี้คนหน้าหวานดูไม่ได้เลยทีเดียว

“หึๆ..ตกใจมากใช่ไหมเด็กดื้อของพี่...มอมเป็นลูกแมวเลย”

“ตกใจสิฮะ เป็นบอดี้การ์ดอะไรปล่อยให้ฟลุ๊คตกอยู่ในอันตรายอย่างนี้...ชิส์!เปลี่ยนบอดี้การ์ดซะดีกว่าไหม..ฮึ!”

“ทำมาพูดดีถ้าไม่มีพี่จะร้องไห้ขี้มูกโป่งละไม่ว่า”

“ฮื่ยย!!!อย่ามาขยี้หัวนะไอ้พี่บ้า!!”

“หึๆๆ”

“อ่ะ!ระวัง!”

“ปัง!ปัง!”

อยู่ๆก็มีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขับด้วยความเร็วสูงมาจากท้ายซอย คนซ้อนท้ายสาดกระสุนมาจากด้านหลัง ผมรีบโอบน้องให้นอนราบหลบห่ากระสุนนั้น กัสกระโจนฉีกออกไปอีกทาง ก่อนจะสาดกระสุนใส่มันอย่างไม่ยั้ง

“ปัง!ปัง!ปัง!”

“ปัง! ปัง!...ปัง!”

ผมกอดร่างของน้องไว้นาน ก่อนจะหยัดกายยันตัวขึ้นจากพื้นเมื่อเสียงปืนเงียบหายไป กัดฟันถามน้องออกไปเบาๆ

“ปะ...เป็นอะไรหรือเปล่าฟลุ๊ค..จะ..เจ็บ..เจ็บ..ตะ..ตรงไหน...ไหม..อืม.ม..ม.”


เห็นน้องส่ายหน้าน้อยๆผมก็ยิ้มพอใจ มือหนาลูบแก้มใสของคนใต้ร่างอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าน้องปลอดภัยดี

“ดีใจจัง”

แรกที่รวบร่างน้องไว้ได้ผมรู้สึกเจ็บแปลบที่ด้านหลังก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นชาวาบ ผมสะดุ้งเพราะอาการแปลบที่บังเกิดขึ้นอีกครั้ง อาการเจ็บอย่างสาหัสแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ..เจ็บจนพูดอะไรไม่ออก...

“ ฟลุ๊คไม่เป็นอะไรฮะ ..แต่พี่โอ..ทำไม..ทำไมอยู่ๆก็หน้าซีดอย่างนี้ล่ะ!..เป็นอะไรฮะ!..พี่โอ!..พี่โอ!”

“อ๊ะ!.เลือด ...ช่วยด้วย!..กัส! พี่โอถูกยิง!”

“ อ๊ะ!!พี่โอ..ฮือ...อ..พี่โอ!..”

เหมือนผมล่องลอยออกไปในอากาศ... ประสาทสัมผัสการรับรู้ทุกอย่างเลือนรางอย่างเหลือเกิน...ความรู้สึกเจ็บเมื่อครู่หายไปแล้ว..เหลือแต่การชา..ชาจนไม่รับรู้อะไรอีกเลย.. ผมเห็นน้องกอดร่างของผมที่ทรุดฮวบลงทับร่างน้องอีกครั้งไว้แน่น เห็นกัสประคองร่างผมออกจากตัวน้องเพื่อช่วยกดแผลห้ามเลือดไว้ เห็นจ่าหมานและนิกกี้วิ่งกรูเข้ามาหา เห็นน้องร้องไห้แทบขาดใจพร้อมกับพยามยามเรียกให้ผมคืนสติกลับมา

ผมพยายามเหยียดยิ้ม...แต่มันก็ยากเต็มที ...อยากจะเช็ดน้ำตาที่พร่างพรูจากตาคู่สวยนั้น..แต่...แขนไม่มีแรงเลย

“..อย่าร้องไห้..ฟลุ๊ค...พี่..พะ..พี่ไม่เป็นอะไร...”
.
.
....ผมกำลังลอยขึ้นสูงไปเรื่อยๆ ....

“อ๊า!..ไม่น้า..พี่โอ..พี่โอ..ฮือ..”

ภาพชุลมุนตรงหน้าเล็กลงทุกที คนหลายสิบคนวิ่งวุ่นวาย เสียงแกรกกรากจากวิทยุมือถือสลับกับเสียงหวอของหน่วยกู้ภัย แสงวิบๆจากสัญญาณไซเรนกระจ่างอยู่ทั่วบริเวณนั้น กัสละจากการกดแผลห้ามเลือดเมื่อมีคนมาเปลี่ยนมือ หน่วยกู้ชีพนเรนทรมาถึงแล้ว ผมถูกครอบด้วยหน้ากากออกซิเจนปริมาณสูง ถูกเปิดเส้นเพื่อให้น้ำเกลืออย่างรีบด่วน เปลตักตามมาช้อนร่างผมเข้าสู่รถ Ambulance น้องกระโจนตามผมขึ้นมาทันทีอย่างไม่ฟังคำทันทานใดๆของใคร ก่อนที่รถ Ambulance จะเคลื่อนที่ออกจากตรงนั้นมาอย่างรวดเร็ว…

...ก่อนที่สติจะดับไป...ผมได้ยินเสียงของน้องอยู่ใกล้ๆหู

“ฮือ..อ...อพี่โออย่าเป็นอะไรนะ..พี่โออย่าทิ้งฟลุ๊คนะ”


กว่า5ชั่วโมงแล้วที่พี่อยู่ในห้องผ่าตัด ผมกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุข ใจผมตอนนี้แทบจะขาดรอนๆตามพี่ไปเสียให้ได้ ภาพที่พี่หน้าซีดเผือดแต่ก็ยังคงมียิ้มจางๆให้ผมทำให้ผมปล่อยสะอื้นออกมาอีก กัสดึงผมเข้าไปกอดไว้ ผมซบหน้ากับบ่าแข็งแรงนั้นอย่างอ่อนล้า

“ฟลุ๊ค!..เป็นไงบ้างลูก”

ป๊ากับลุงอารักษ์มาพร้อมกับนิกกี้และจ่าหมาน ผมโผเข้าหาอกป๊าอย่างหาที่ยึดเหนี่ยว ปวดในใจจนแทบจะหายใจไม่ออก ผมสะอื้นอยู่นานกว่าจะเอ่ยออกมาได้


“พี่โอ..ฮือ..อ..อ ป๊า ฮือ..อ...อ. ลุงฮะ..พี่โอ”


“ไม่เป็นไรแล้วฟลุ๊ค..พี่ถึงมือหมอแล้วฟลุ๊ค”

ป๊ากอดผมไว้แนบแน่น ปากก็ปลอบใจผมว่า...พี่จะไม่เป็นอะไร... ผมปล่อยสะอื้นจนตัวโยนไม่อายที่จะอ่อนแอต่อหน้าใครๆเพราะตอนนี้ผมเหนื่อยเหลือเกิน ลุงอารักษ์ตบบ่าปลอบใจ ผมโผหาลุงจนลุงต้องกอดไว้แน่น

“อย่าร้องไห้เลยน้องฟลุ๊ค ...ลุงเชื่อว่าโอจะต้องปลอดภัย ..แค่นี้โอต้องผ่านไปได้..เชื่อลุงนะ”

“ฮึก..ฮือ..อ....อ”

ผมพยักหน้า..เชื่อฮะ..ฟลุ๊คเชื่อลุง...แต่ตอนนี้ผมพูดอะไรไม่ออก ผมพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่พร่างพรูไว้จนปวดอกไปหมด ... พี่พลตามเข้ามาหลังจากนั้นไม่นานนัก เข้ามากอดปลอบใจผมก่อนที่จะพยักหน้าให้กัสตามออกไปคุยกันไม่ห่างจากที่ผมยืนอยู่มากนัก

“อาการหนักมากไหม”

“2นัดฝังในอกขวา ตกเลือดในปอดมาก ระหว่างทางต้องCPRด้วย”

ผมปล่อยสะอื้นออกมาอีก..พี่โอ..อย่าเป็นอะไรนะ..อย่าทิ้งฟลุ๊คนะ..สัญญากันแล้วนี่..พี่โอ...

“พวกไหน”

“มือปืนรับจ้าง ยังไม่รู้สังกัดแต่ฝีมือก็ไม่เบาทีเดียว มันต้อนเราไปในซอยแล้วดักเล่นงานที่ท้ายซอย”

“อืม....เดี๋ยวพี่กับนิกกี้และคุณปัญญาจะไปเคลียกับทางตำรวจ ฝากดูทางนี้ด้วย สงสารฟลุ๊คเหลือเกิน”

ผมรู้สึกหวิวไหวในอก อาการอ่อนล้าเริ่มมากขึ้นทุกขณะ ตาพร่าพรายจนเกือบจะล้มลงจนต้องทรุดนั่งลงที่เก้าอี้หน้าห้องผ่าตัด ...กัสตามมานั่งข้างๆคว้ามือผมไปบีบไว้ ผมหันมองหนุ่มน้อยคุณครูของผม ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาก่อนซบหน้าลงกับบ่าของกัส

“ฮือ..อ...อ กัส ผมจะทำยังไงดี ผมกลัวจังเลย กลัวว่าพี่โอจะทิ้งผมไป “

“ฮื่อ..อย่าคิดมากน่าฟลุ๊ค ผมเชื่อว่าพี่โอต้องไม่เป็นอะไร”

ไฟหน้าห้องผ่าตัดดับแล้ว คุณหมอผู้ทำการผ่าตัดเดินออกมาที่หน้าห้องเพื่อแจ้งอาการขณะผ่าตัดให้พวกเรารับรู้

“ในการผ่าตัดผู้บาดเจ็บรายนี้ใช้เวลาทั้งหมดเกือบ6 ชั่วโมง ก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี เบื้องต้น คณะแพทย์ได้รักษาอย่างดีที่สุด ตามมาตรฐานการแพทย์ จุดที่หนักที่สุดคือบริเวณทรวงอกที่มีกระสุนฝังในและตอนนี้ได้ทำการผ่าตัดออกให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์ต้องขอดูแลอย่างใกล้ชิด”

“ ..อืม.. คนไข้จะยังไม่ตื่นเนื่องจากว่ามีบาดแผลฉกรรจ์จึงต้องให้ยาระงับอาการปวดอย่างแรง เพื่อให้ผู้ป่วยหลับไประยะหนึ่งนะครับ..ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องได้รับการระงับปวดหลังการผ่าตัดอย่างเพียงพอ เพื่อลดความทรมานและลดการตอบสนองของร่างกายต่อความปวดอันจะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และระบบหัวใจและหลอดเลือด อาจทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวช้า และต้องอยู่โรงพยาบาลนานเกินความจำเป็น...เดี๋ยวเราจะย้ายคนไข้ไปที่ไอซียูศัลยกรรม ขอเชิญญาติติดต่อคุณพยาบาลทางนี้ครับ”

ลุงอารักษ์ตามคุณหมอผ่าตัดไปคุยอะไรบางอย่างแล้วพวกเราก็เดินตามเปลที่เข็นพี่ไปห้องไอซียู พี่ยังคงใส่ท่อช่วยหายใจ มีพยาบาลบีบถุงอัดอากาศให้อยู่ตลอดเวลาที่เคลื่อนย้าย ผมรีบคว้ามือหนาใต้ผ้าห่มนั้นไว้ ..มือพี่เย็นเฉียบ และขาวซีดจนผมใจกระตุก ..พี่ฮะ..พี่โอ

พี่ถูกนำเข้าพักในไอซียูแล้ว รอบกายพี่เต็มไปด้วยเครื่องมืออุปกรณ์หลายอย่าง มีจอมอร์นิเตอร์คอยติดตามการทำงานของหัวใจ ที่ส่งเสียงเตือนเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นทุกๆ 2 นาที และเครื่องมือตรวจวัดสัญญาณชีพ สายน้ำเกลือและถุงเลือดระโยงระยางอยู่หลายเส้น มีท่อพลาสติกต่อจากหน้าอกด้านขวาของพี่สองเส้น เห็นคุณพยาบาลอธิบายว่าเพื่อระบายลมและเลือดออกจากในช่องอกโดยจะต่อลงขวดแก้วสุญญากาศ ที่มีทั้งหมด 6 ขวด ผมเห็น 2 ในจำนวนนั้นมีเลือดอยู่ในขวดมากพอดู ที่บริเวณเหนืออกขวาใต้ไหปลาร้ามีผ้าก๊อสปิดแผลและผันอิลาสติกเบนดิจไว้อย่างแน่นหนาคาดว่าจะเป็นรอยแผลที่โดนกระสุน

“พี่โอ ฮึก..พี่โอ”

ผมลูบแก้มพี่ด้วยมือที่สั่นเทา พี่ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงเลย..ใบหน้าหล่อคมคายของพี่สงบนิ่ง...พี่โอ.อย่าเป็นอะไรไปนะฮะ..พี่ต้องอยู่กับฟลุ๊คนะฮะ ในใจหวิวไหว ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย มือไม้สั่นตัวสั่น ไปหมด รอบๆกายมืดดำอย่างฉับพลัน ผมได้ยินเสียงกัสอยู่ใกล้ๆก่อนการรับรู้ทั้งหมดจะเลือนหาย

“อ่ะ!ฟลุ๊ค..ฟลุ๊คเป็นลมไปแล้ว”

ผมลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องๆหนึ่งที่เย็นสบาย ผมมองสำรวจไปทั่วห้อง คาดว่าจะเป็นห้องพิเศษในโรงพยาบาล มองเห็นว่ามีสายน้ำเกลือติดอยู่ที่แขนซ้าย น้ำเกลือนั้นหยดอยู่เพียงช้าๆ ม่านที่ปิดไว้จนรอบทำให้ผมกะเวลาไม่ได้ว่าขณะนี้เป็นเวลาใด ผมกระหายน้ำ พยายามเอื้อมมือไปหยิบแก้วที่หัวเตียงด้วยมืออันสั่นเทา แต่แล้วแก้วน้ำนั้นก็หลุดมืออย่างไม่ได้ตั้งใจ

“เพล้ง!”

“อ่ะ!”

“ฟลุ๊ค..จะทำอะไรหรือ”

“อ่ะ!หิวน้ำหรือครับ”

กัสเดินเข้ามาหา ผมเพิ่งสังเกตว่ากัสนอนอยู่ที่โซฟามุมหนึ่งของห้อง กัสเปลี่ยนชุดแล้ว ใบหน้าขาวใสภายใต้แว่นกรอบดำส่งยิ้มจริงใจให้ผม ผมพยักหน้าน้อยๆขอบคุณเบารีบรับแก้วน้ำมาดื่มอย่างหิวกระหาย มือเรียวลูบแก้มผมเบาๆหลังรับแก้วน้ำคืนกลับไปแล้ว กัสตามแม่บ้านมาจัดการเศษแก้วที่ผมทำตกแตกเรียบร้อยแล้ว ผมยังรู้สึกไม่ค่อยดีในใจมันโหวงๆอย่างไรไม่รู้

“กัส พี่โอเป็นยังไงบ้าง ผมอยากไปหาพี่โอ”

“ทานอะไรหน่อยไหม ตั้งแต่เมื่อวานคุณยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนะ”

“ทานเสร็จแล้วเดี๋ยวผมพาไปเยี่ยมพี่โอ... ตกลงนะครับ”

ผมถูกกัสจับนั่งในรถเข็นนั่งแล้วพาผมลงลิฟต์จากชั้น 4 มาที่ห้องไอซียู หลังจากผมยอมทานซุปใสที่กัสสั่งจากห้องอาหารมาให้ไปจนหมด รวมทั้งน้ำส้มคั้นแก้วใหญ่ที่ถูกยัดเยียดให้ดื่มนั้นอีกด้วย ผมยืนมองดูพี่ผ่านกระจกใสเพราะขณะนี้พี่ยังคงถูกงดเยี่ยมอยู่คุณหมอต้องการป้องกันการติดเชื้อในระยะแรกนี้อย่างมาก

พี่ยังคงนอนหลับอย่างสงบ อุปกรณ์ที่ผมเห็นตั้งแต่เมื่อวานยังคงอยู่รอบกายพี่เหมือนเดิม ..พี่โอ..ถ้าพี่ไม่มาเป็นบอดี้การ์ดให้ฟลุ๊ค พี่คงไม่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้...เจ็บมากไหมฮะพี่..ถ้าเป็นไปได้ฟลุ๊คจะขอรับความเจ็บจากพี่ทั้งหมดมาเสียเอง...น้ำตาผมไหล ผมกลั้นสะอื้นไม่ได้...

“พี่โอฟลุ๊คขอโทษ...”
“โอคงต้องหลับอย่างนี้สัก 2-3 วัน เพื่อให้ร่างกายได้พักอย่างเต็มที่ มีการให้ยาระงับความปวด โดยการหยดเข้าหลอดเลือดดำ ฟลุ๊คเห็นเครื่องควบคุมนั่นไหม ปริมาณยาและการควบคุมทั้งหมดอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ และวิสัญญีแพทย์”

“พี่เมย์”

ผมเอ่ยออกมาเบาๆ แพทย์หญิงเมธาวี ยืนยิ้มอยู่ข้างๆผม ผมยังคงสะอื้นน้อยๆ ฟังพี่เมย์อธิบายแผนการรักษาของแพทย์ให้ผมทราบ พี่เมย์บอกว่าหากไม่มีเลือดออกเพิ่มอีก พี่ก็จะตื่นในไม่ช้า ผมอดภาวนาให้พี่หายเร็วๆไม่ได้ ..ฟลุ๊ค..อยากกอดพี่เหลือเกิน ผมเกาะผนังกระจกยืนมองพี่เงียบๆอยู่อย่างนั้น ..นาน...พี่ฮะ พี่นอนนิ่งๆนะฮะ อย่าให้เลือดออกอีกเลย...พี่เมย์ชวนให้ผมกลับไปพักผ่อน ผมนั่งรถเข็นนั่งโดยมีกัสเข็นให้ช้าๆพร้อมกับที่พี่เมย์เดินตามมาส่งผมที่ห้องพักด้วย

“น้องฟลุ๊คต้องพักให้มากนะคะ เพราะร่างกายอ่อนแอเกินไป เดี๋ยวน้ำเกลือขวดนี้หมดพี่จะขอให้วิตามินเพิ่มอีกสักขวดนะคะก่อนถอดสายน้ำเกลือออกในวันพรุ่งนี้”

“เรื่องโอไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ คุณหมอที่นี่ฝีมือดี ผ่านคืนนี้ไปโอก็จะปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ก็แค่ให้ร่างกายได้พักและรอการฟื้นตัวแค่นั้นเองค่ะ”

“ขอบคุณครับพี่เมย์”

ผมยกมือไหว้คุณหมอแสนสวยที่ยิ้มให้ผมกับกัสอย่างใจดี พี่เมย์ขอตัวออกไปสั่งยาที่เคาว์เตอร์พยาบาล ผมขอตัวเข้าไปทำธุระในห้องน้ำกลับออกมาพี่ไอซ์กับพี่ต้นก็นั่งอยู่ในห้องแล้ว ผมสะอื้นออกมาทันทีที่เห็นหน้าพี่ไอซ์

“พี่ไอซ์ ฮือ..อ...อ”

“อย่าร้องนะฟลุ๊ค...พี่โอต้องไม่เป็นอะไร”

“แต่..พี่ไอซ์ฮะ...ฟลุ๊คกลัว”

“ถ้าพี่โอรู้ว่าฟลุ๊คร้องไห้มากขนาดนี้พี่โอจะเสียใจนะ”

พี่ไอซ์ดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่น ผมรู้ว่าพี่ไอซ์เองก็คงรู้สึกไม่ต่างจากผม เพราะหยาดน้ำตาที่หยดลงบนบ่าของผมอยู่ในขณะนี้ ตัวพี่ไอซ์สั่น แต่ผมไม่ได้ยินเสียงสะอื้นนั้นเลย พี่ผละออกจากผม ปาดน้ำตาทิ้งไปแล้วกลับมายิ้มใหม่มือเรียวสวยของพี่จับที่มือขวาของผมแล้วยกขึ้นทาบที่อกด้านซ้ายของผมเอง

“ต้องเข้มแข็งสิฟลุ๊ค...พี่โอจะได้สบายใจ..หัวใจพี่โออยู่ที่ตรงนี้ใช่ไหม..ถ้าหากฟลุ๊คอ่อนแอพี่โอก็รับรู้ได้นะ..เข้าใจพี่ใช่ไหมฟลุ๊ค”

“ฮึก..ฮือ..อ..พี่ไอซ์..ฮือ..อ...อ.”

ผมหลับไปในเวลาอันรวดเร็วเมื่อทานยาก่อนนอนแล้วคาดว่าพี่เมย์คงสั่งยานอนหลับให้ผมด้วย เหมือนผมหลับไปนานจนรู้สึกว่าน่าจะเพียงพอแล้ว ผมสดชื่นขึ้นแล้ว มองไปรอบๆห้องทั้งห้องยังคงเงียบและมืดมีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่วางอยู่ข้างเตียงดัง ติ๊ก ...ติ๊ก

ผมนอนมองเพดานสีขาวที่ดูขุ่นมัวเพราะความมืด อยู่ๆก็แว่วเสียงเรียกของใครคนหนึ่งที่คุ้นหู

..ฟลุ๊ค...
เสียงนุ่มทุ้มและแสนจะอ่อนโยน... เสียงพี่... พี่โอ..ผมเดินตามเสียงนั้นไป เห็นพี่เดินลับหายไปในประตูสีขาวบานนั้น ผมวิ่งตามพี่ไปทันที

....พี่โอ..รอฟลุ๊คด้วยฮะ...

พี่หันมายิ้มกว้างจนตาคมของพี่หยีไปเล็กน้อย เสียงหัวเราะร่าเริง ของพี่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ขณะนี้พี่อยู่ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หมู่มวลดอกไม้ผลิบานอยู่เต็มไปหมดสวยงามเหลือเกิน ผมวิ่งตามพี่ออกไป แต่ไม่ว่าผมจะวิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยังตามพี่ไม่ทัน ผมเหนื่อย เหนื่อยเหลือเกิน

..ไอ้พี่เกรียน...รอฟลุ๊คก่อนได้ไหม...ฟลุ๊คเหนื่อยเหลือเกิน

...ขอหยุดพักก่อนได้ไหม...เดี๋ยวเดียวเองฮะ...

...หึๆ...อย่าตามพี่มาเลย..ฟลุ๊คอยู่ตรงนั้นนะดีแล้ว..พี่มีภาระอีกมากต้องไปทำ...

ไม่นะ!..พี่ฮะ..อย่าหนีฟลุ๊คสิฮะ..ฮื่ย!!พี่โอ..จะทิ้งฟลุ๊คอีกแล้วใช่ไหม

...อ๊ะ!อย่าหนีฟลุ๊คสิฮะ...สัญญาแล้วนี่นา...คนใจร้าย!

..ฟลุ๊ค...พี่ไปนะ..

ไม่!!..ฟลุ๊คไม่ให้พี่ไป...ไอ้พี่เกรียน! ไอ้บ้า!..อย่าไปนะ!
..ฟลุ๊ค....

...ฟลุ๊ค...พี่ต้องไปแล้ว...

“อ๊า!พี่โอ!”
++++TBC++++



Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2555 9:47:58 น. 11 comments
Counter : 753 Pageviews.

 
T_Tอ่านจบก็มีอาการน้ำไหลออกจากตาโดยไม่รู้ตัว...
รู้สึกทั้งลุ้น...ทั้งจุกแน่นในอกเหมือนหายใจไม่ออก...
เว่อร์!!!ไปมั๊ย????
แต่ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่นา...อินจัดเลยอ่ะ
ฮือ...ฮือwriterอย่าใจร้าย...อย่าให้พี่โอต้องเป็นอะไรไปนะ
แบบเล่นโปรยไว้แล้วตัดฉับ...ปล่อยให้คนอ่าน
ที่ลุ้นจนแทบจะหยุดหายใจกันเลยทีเดียว...
น้องดาอย่าปล่อยให้รอนานนะคะ...คนอ่านรอลุ้น
รออ่านแบบใจจะขาดเลยอ่ะ....
ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เสมอๆนะคะ


โดย: พี่นิด IP: 61.90.96.206 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:42:56 น.  

 
ชอบเรื่องมากค่ะ รักwriterมากถึงมากที่สุด
แต่ขออย่าให้พี่โอเป็นอะไรเลยนะคะ please


โดย: PP ชาวซุ่ม IP: 161.200.100.2 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:54:03 น.  

 
เศร้าง่ะแต่สนุกมากๆๆอินตามเลยที่เดียวถึงกับน้ำตาร่วง
ตอนหน้าขอซึ้งๆน๊า


โดย: lovePK IP: 27.55.2.17 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:07:15 น.  

 
ขอบคุณค่ะรอตอนต่อไปค่ะ(ซึ้งจัง)


โดย: อึ่ง IP: 14.207.186.159 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:06:37 น.  

 
ในที่สุดก็รู้แล้วว่าน้องรักพี่มากขนาดนี้
สู้ค่ะ writer


โดย: sngg IP: 58.9.158.164 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:35:19 น.  

 
บททดสอบความรักของคนคู่นี้ จัดหนัก จริงๆ เลย นะคะ writer แต่เราชอบบบบบบบมากกกกกกก มันอิน สุดๆ เลย มาต่อไวๆ นะคะ เพราะสาวก มันหน่วงในอก เหลือเกิน " ไอ้พี่เกรียนอย่าทิ้ง น้องนะ " ^_____^".


โดย: lek^lek IP: 49.48.132.170 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:57:10 น.  

 
ขอให้เป็นแค่ความฝันเท่านั้นนะ ToT

รอลุ้นกันต่อไป


โดย: lunarcry25 IP: 58.8.128.29 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:55:39 น.  

 
ตะแรกลุ้นว่า ฟลุ็กจะโดนทำร้าย พี่ดาหักมุมให่พี่โอเจ็บตัวเพื่อปกป้องคนรัก แล้วดูฟลุ๊กซิขณะsubconscious ยังห่วงหากันน่าดู พี่ดาเขียนได้ใจจริงๆ


โดย: JI IP: 58.10.235.174 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:50:02 น.  

 
แง๊~~~ พี่โอ!!!! อย่าเป็นอะไรไปนะ อย่าทิ้งน้องนะ TT^TT เล่นจบตอนแบบนี้ก็ใจหายวาบสิคะ ไม่จริงใช่ไหม....ขอให้เป็นแค่ฝันร้ายทีเถิด
อินมาก....อ่านไปน้ำตาไหลไป ใจจะขาดตามฟลุคไปอยู่แล้ว ฮือๆ....
รักฟิคเรื่องนี้ รักไรท์เตอร์ด้วย รีบมาต่อเร็วๆนะคะ


โดย: Lookwha IP: 103.1.164.34 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:4:13:02 น.  

 
อย่าไปนะ .. ไม่ให้ไป~~~ T-T


โดย: sky_PK IP: 124.121.41.175 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:03:48 น.  

 
แง๊!!!!! เศร้า...ทำไมมันเศร้าเยี่ยงนี้ T^T

น่าสงสารน้องฟุคที่ซู๊ดดดด

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ขออย่าให้พี่โอเป็นอะไรไปเลยน๊าาา.....ฮืออออ

ฮืออออ ตามไปอ่านตอนต่อไปอย่างเศร้าๆคร๊าาา ฮือออ


โดย: hunny IP: 10.153.175.70, 1.20.1.134 วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:0:51:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.