The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 

ก้องพีเดอะซีรี่ย์ปี2 บทที่7

“ผมว่าเราบินไปลงที่กัวลาลัมเปอร์แล้วเที่ยวที่นั่นสักวันสองวันก่อนค่อยไปหาไมค์กับนะโมที่คาเมรอนนะคุณว่าดีไหมครับก้อง”


คนหน้าคมเปิดดูข้อมูลในเวปชื่อดังเรื่องการท่องเที่ยวแล้วนึกสนุก อยากท่องเที่ยวแบบแบ็คแพคดูบ้าง


ก้องเดินถือถาดน้ำชาที่มีกาน้ำชาสีเงินใบเล็กมาวางที่โต๊ะกลางในห้องรับแขกก่อนจะรินน้ำชาหอมกรุ่นที่ตั้งใจชงเป็นพิเศษลงในถ้วยใบหนึ่งแล้วเดินถือมาให้คนของหัวใจที่ยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กด้วยสีหน้าตื่นเต้นกับประสบการณ์ที่จะได้รับ


“ผมไม่เคยไปมาเลเซียนะคุณเคยไปหรือพี”


“จะกลัวอะไรก็ลองศึกษาตามนี้ไงเนี่ยมีคนเขารีวิวไว้ด้วยนะน่าสนุกดีออก”


รับถ้วยชาหอมกรุ่นจากมือเรียวมาถือส่วนอีกมือก็คว้าเอวให้ก้องนั่งลงที่พักแขนของเก้าอี้นวมตัวใหญ่ที่เขานั่งอยู่ จิบชาไปพลางสายตาก็คมไล่อ่านข้อความและดูรูปภาพต่างๆที่ปรากฏในจอ พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข


ก้องเห็นพีสนอกสนใจและตื่นเต้นกับการจะได้ไปพักผ่อนท่องเที่ยวครั้งนี้ก็ยิ้มน้อยๆ ลุกยืนขึ้นก่อนจะก้มลงไปสัมผัสแผ่วๆที่แก้มของคนรักแล้วเอ่ยออกมาเบา


“แล้วแต่คุณละกันอยากไปก็ไป ถ้าได้ข้อมูลยังไงก็บอกผมด้วยนะครับจะได้ลาพักร้อน เดี๋ยวผมไปโทรหาพี่แก้วก่อนนะพีเห็นว่าอยากพาพี่ปอเข้าคอร์สคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่พี่เป้ทำอยู่จะได้คุยรายละเอียดกันด้วย”



พียิ้มให้แล้วพยักหน้ารับทราบ คนหน้าหวานเดินไปในห้องนอนแล้ว ส่วนพียังนั่งจิบชาและหาข้อมูลการท่องเที่ยวอยู่อย่างนึกสนุก หึๆก็ไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานตั้งแต่เรียนไฮสคูลแล้วนี่นา ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆถูกคนหน้าคมโหลดไว้ในมือถือสุดไฮเทคที่เจ้าตัวปลาบปลื้มหนักหนา รวมทั้งจัดการจองโรงแรมและอื่นๆไว้ครบครัน ถึงแม้จะแบ็คแพคแต่ความปลอดภัยย่อมมาก่อนเสมอ


2วันหลังจากเคลียงานต่างๆที่บริษัทเรียบร้อยแล้วพีก็พาก้องไปกัวลาลัมเปอร์ เมื่อถึงสนามบินKLIA(Kuala Lumpur International Airport)ทั้งสองก็เดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์โดยKLIA Ekspres รถไฟฟ้าด่วนที่ขึ้นจากสนามบินเข้าเมืองหลวงโดยไม่แวะจอดที่ใดเลย เป็นการเดินทางที่รวดเร็วที่สุด



การเดินทางโดย KLIA Ekspresนับว่าสร้างความเพลิดเพลินให้กับทั้งก้องและพีได้มาก เพราะระหว่างทางก็มีวิวทิวทัศน์ให้ชมมากมายรวมทั้งยังผ่านเมืองใหม่ Putrajaya ปุตราจายาที่เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการสำคัญๆรอบนอกเป็นเมืองเล็กๆมีคอนโดและบ้านคล้ายบ้านพักตากอากาศสวยงามดี


"นั่นมัสยิดปุตราหรือมัสยิดสีชมพูสร้างด้วยหินแกรนิตสีกุหลาบจุคนได้ 15,000คนปัจจุบันมัสยิดปุตราเป็นแห่งเดียวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมเพียงแต่ต้องแต่งกายเรียบร้อยและสวมทับด้วยเสื้อคลุม(สีชมพู)ที่มีจัดเตรียมไว้ให้ที่ด้านหน้ามัสยิด ไว้เราค่อยไปเที่ยวกันนะครับก้อง”


“สวยดีเนาะ อืม ก็แล้วแต่คุณละกันนะพี”


คนหน้าคมอดทำหน้าสงสัยไม่ได้ว่าก้องจอมเหวี่ยงทำไมไม่คัดค้านอะไรเขาบ้างเลยดูจะโอนอ่อนผ่อนตามเขามากเกินไปแล้วนะ


“หือก้องอ่ะทำไมตามใจผมจังเลย ไม่สนุกหรือครับ หรือว่าเหนื่อยกับการเดินทาง อ้อเวลาที่นี่ก็ต่างกับเมื่อไทยแต่ก็แค่ประมาณ1ชั่วโมงเอง jet lagหรือครับคนดี”


มือใหญ่ลูบแก้มใสแผ่วเบาเพื่อเอาใจ ก้องอาย หน้าร้อนขึ้นมาเฉยๆปากแดงอิ่มเอ่ยเบาราวกระซิบ


“จะบ้าหรือพีนี่มันที่สาธารณะนะ”


ตาโตหันมองไปรอบกาย รถไฟฟ้าด่วนคันนี้มีหลายที่นั่งให้เลือกทั้งแบบเก้าอี้หันหน้าเข้าหากันอย่างที่เขากับพีนั่งอยู่ แบบนั่งหันไปทางเดียวกันหรือเป็นแบบจั๊มซีทก็มี และออกจะกว้างขวางมากด้วย ถึงแม้ผู้คนในขบวนนี้ไม่มากมายและตรงส่วนที่พวกเขานั่งอยู่ก็ไม่มีใครอื่น แต่ก้องก็อดเขินไม่ได้


“อ้าวแล้วไมอ่ะก็ผมเป็นห่วงคุณอ่ะคิดว่าเป็นไข้ก็เลยถือโอกาสเช็คอุณหภูมิแค่นั้นเองคร๊าบหมอก้อง”


“ชิส์เซี้ยวจริงๆคุณพีรวิชญ์!”


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 28 นาที สำหรับระยะทาง 75 กม.จากสนามบินKLIAสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ รถไฟฟ้าจอดที่KL Sentral ซึ่งเป็นเหมือนหัวลำโพงของกรุงเทพนั่นเอง พีจองโรงแรมใกล้ๆกับKL Sentral ไว้เพื่อสะดวกในการเดินทางไปท่องเที่ยวต่อ โดยโรงแรมที่พีจองไว้เดินจากหัวลำโพงมาเลเซียไปประมาณ100เมตรแค่นั้นเอง หลังจากเก็บสำพาระต่างๆและนอนพักเอนหลังกันบ้างแล้ว คนตื่นเต้นกับการท่องเที่ยวแบบนี้ก็ชักชวนคนหน้าหวานให้รีบออกไปดูเมืองหลวงของมาเลเซียยามค่ำคืน


“ไปชมตึกแฝดเปโตรนาสนะครับก้องนะแล้วคุณจะช็อปที่ห้างแถวๆนั้นก็ได้นะก็คล้ายๆพารากอนบ้านเราแหล่ะ”


Petronas Twin Towersหรือภาษามาเลย์ ชื่อว่า Menara Berkembarมีความสูง 452 เมตรและ เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ต้องยกให้กับ ตึกดูไบ UAE ที่มีความสูงถึง 609.6 เมตร ไปแล้วประกอบไปด้วย 88 ชั้นโดยมีการออกแบบสัญลักษณ์แนวศิลปะของศาสนาอิสลามส่วนได้รับแรงบันดาลใจจากเสาหินทั้ง 5 ของอิสลามทำให้เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมีสะพานเชื่อมระหว่าง สองตึก บริเวณชั้นที่ 41 และ 42 เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี วันประมาณละ 1000 คน


“เฮ้อเสียดายจังอยากขึ้นไปอ่ะ ก้องนะครับน้าไปนะครับ”


พีออดอ้อนจับมือเรียวสวยนั่นส่ายไปมาแต่คนหน้าหวานยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า

“ไม่!”

“ฮื่อ ก้องอ่ะอุตสาห์มาทั้งทีน่านะไปเหอะนะ นะครับ”

“พีคุณก็รู้ว่าผมกลัวความสูงก็ยังจะพามาอีก ไปเลยคุณไปเลยผมรออยู่ตรงนี้แล้วกันนะ”


กอดอกทำหน้ามุ่ยปากอิ่มเม้มจนเกือบเป็นเส้นตรง ไม่ใช่ว่าพีจะไม่รู้ว่าก้องกลัวความสูงมากแค่ไหนก็เมื่อครั้งที่ไปอเมริกาคนหน้าหวานก็ยอมตามใจเขาง่ายๆยอมขึ้นไปที่ตึกEmpire State Buildingด้วยกันจนได้แต่คราวนี้คงไม่อีกแล้ว คนหน้าคมแหงนเงยมอง skybridge จนคอตั้งบ่าอย่างเสียดาย จนก้องชักจะใจอ่อน


“งั้นไว้พรุ่งนี้ค่อยมารับบัตรเข้าชมฟรีตอนเช้าก็ได้ครับ”


พีอารมณ์ดีขึ้นยิ้มกว้างจนเขี้ยวแหลมๆนั้นเห็นชัดเจน เดินมาโอบบ่าและขยี้ผมคนหน้าหวานใจดีเล่น

“ฮื่ย!พีอ่ะไม่ต้องเลย”


ปัดมือพีออกไปงั้นแต่หน้าสวยมียิ้มระบายก่อนจะปล่อยหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างถูกใจ พีจูงมือพาก้องเดินเที่ยวดูแสงสีจากไฟที่ประดับประดาอยู่รอบตึกอย่างสวยงามนั้นอย่างเพลิดเพลิน คนหน้าคมกดชัตเตอร์เป็นระยะๆเก็บภาพบรรยากาศรอบๆตึกและแอบถ่ายรูปก้องไว้มากมาย มองคนรักผ่านเลนส์ชั้นดีอยู่นานจนเพิ่งสังเกตว่ามีเด็กสาววัยรุ่นถือกล่องรับบริจาคมาพูดคุยกับก้องพักหนึ่งคนหน้าหวานควักเงินริงกิตที่แลกมาพอสมควรในกระเป๋ากางเกงหย่อนลงในกล่องใบนั้นเธอก้มศีรษะขอบคุณแล้วเดินจากไป สักครู่ก็มีเด็กอีกกลุ่มทยอยเดินมาหา คนหน้าหวานใจดีก็หย่อนเงินลงกล่องทุกใบจนตอนนี้ก้องกำลังถูกรุมล้อมจากบรรดาผู้ที่ถือกล่องรับบริจาคเกือบสิบคนจนพีต้องรีบเดินไปคว้าตัวก้องออกมาเสียก่อน


“ก็ผมเห็นว่าเขารับบริจาคเงินช่วยซื้อรถเข็นให้คนพิการนะครับพี”


“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่แต่ถ้ายังอยู่ตรงนั้นอีกสงสัยก้องคนน่ารักและใจดีของผมคงถอดสร้อยนาฬิกา ดีไม่ดีแหวนวงนี้ก็คงลงไปในกล่องนั้นด้วยมังครับ”


พีเอื้อมคว้ามือเรียวขึ้นมากุมไว้ นิ้วยาวลูบแหวนทองคำขาวเกลี้ยงๆที่ประดับแค่เพียงเพชรเม็ดเล็กเม็ดหนึ่งแต่น้ำแสนงามส่องประกายแวววาวยามต้องแสงไฟอยู่ที่นิ้วนางซ้ายนั้นแผ่วเบา ก้องส่ายหัวแล้วยิ้มน้อยๆ


“อืม ไม่แน่ น่าจะขายได้มากโขอาจซื้อรถเข็นไฟฟ้าได้หลายคันด้วยนะนี่”


“ก้องอ่ะ”


คนหน้าคมหันหลังให้กอดอกอย่างขัดเคืองในใจที่ก้องพูดอย่างนั้น หึ ก้องจะถอดแหวนของผมออกจริงๆหรือ ฮื่ย!!


“โหะ ผมล้อเล่นน่าพี เด็กๆงอนอ่ะน่ารักนะ แต่คุณงอนนี่ก็ อืม น่า....”


ปากอิ่มกระซิบเบาที่ข้างหูคนที่ทำหน้าตึงอยู่ตรงหน้าก่อนจะปล่อยหัวเราะดังออกมาแล้วต้องรีบวิ่งหนีคนที่พยายามคว้าเอวเขา สุดท้ายพีก็ได้ตัวคนน่ารักมาไว้ในอ้อมกอดจนได้มือใหญ่ขยี้ผมนุ่มนิ่มในมือเล่นก่อนจะหัวเราะร่าจูงมือพาก้องไปที่ห้าง Suriaที่อยู่ไม่ไกลตึกแฝดมากนัก มื้อนี้เขาทั้งคู่ฝากท้องกันไว้ที่Food cort ทานอาหารจานเดียวง่ายๆกันก่อนกลับมาที่โรงแรม


คืนแรกในกัวลาลัมเปอร์ก้องนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งๆที่อากาศก็เย็นสบายแต่อาจเพราะแสงวาบจากฟ้าผ่าที่แปรบปราบอยู่ด้านนอกนั้นกระมังที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว คนหน้าหวานพลิกตัวไปมาอยู่หลายหนจนคนหน้าคมต้องเอ่ยทัก พีโอบเอวบางให้แนบชิด กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู


“เป็นอะไรครับก้องแปลกที่หรือครับ”

“ฮื่อ นอนไม่หลับเลยพี ทั้งๆที่เพลียออกอย่างนี้นะ”


“หรืออาจกลัวเสียงฟ้าร้องแสงฟ้าผ่าละมังครับ”


มือใหญ่เอื้อมเปิดโคมที่หัวเตียง ปรับแสงให้หรี่มากที่สุดทำให้ตอนนี้บรรยากาศในห้องนอนมีแสงสลัวนวลที่ไม่มืดเกินไปนัก ก้องผ่อนลมหายใจเบาๆกระชับอ้อมแขนกอดตอบคนรักแล้วซุกหน้าลงกับอกกว้างที่แสนจะอบอุ่นนั้น ตาโตสวยปิดลงเหมือนพยายามข่มใจให้หลับ พียิ้มก่อนจะพลิกตัวให้ก้องนอนหงาย ปากบางจูบประทับที่ปลายคางลากไล้มาที่มุมปากอิ่มและดูดดึงริมฝีปากแดงเย้ายวนใจนั้นเล่น ลิ้นร้อนแตะแต้มเว้าวอนให้คนนอนไม่หลับลุกมาทำกิจกรรมผ่อนคลายด้วยกัน


ก้องตกใจเล็กน้อยแต่ก็ปล่อยใจไปตามการชักนำของพี ปากอิ่มเผยอทีละนิดทำให้พีสอดลิ้นเข้าไปชิมรสหวานได้ทีละน้อย จูบค่อยๆทวีความหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ การหายใจเปลี่ยนมาหนักและแรงขึ้นตามลำดับ เมื่อพีลากไล้ลิ้นร้อนไปตามซอกคอขาวและหอมกรุ่นนั้นอย่างช้าๆ ดูดเคล้นเน้นย้ำทิ้งรอยรักตามตำแหน่งที่สมควรไว้อย่างรู้ใจ


อกขาวที่ปราศจากเนื้อผ้าใดๆปิดกั้นเคลื่อนไหวแรงเมื่อปากบางเข้าครอบครองตุ่มไตสีทับทิมสดขบเม้มอย่างเอาแต่ใจ จนคนใต้ร่างถึงกับบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน พียังคงมอบสัมผัสที่แสนจะเร่าร้อนให้กับคนของหัวใจตั้งใจจะให้ก้องได้ผ่อนคลายมากที่สุด


ปรนเปรอให้กับคนในอ้อมกอดอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ปากบางลากไล้วนเวียนหยอกล้อกับร่องสะดือสวยนั้นอยู่นานสองนานก้องถึงกับครางเครือ รู้สึกหวามไหวและหวิวในอกเมื่อพีครอบครองส่วนอ่อนไหวที่ปวดหนึบของเขาไว้ในโพรงปากอุ่น กลืนกินไปจนสุกโคน คนหน้าหวานเกร็งตั้งแต่กระดูกสันหลังจนถึงปลายเท้าเมื่อพีเร่งเร้าจังหวะดูดเม้มให้หนักและเร็วขึ้น รู้สึกเหมือนในหัวมันขาวโพลน คล้ายประกายไฟแปลบปลาบไปทั่วร่าง ความอุ่นวาบเสียวซ่านที่ท้องน้อยมันมากจนกลั้นไว้ไม่อยู่ ก้องเผลอกรีดร้องออกมาอย่างดังพร้อมปลดปล่อยความทรมานที่อัดอั้นนั้นออกมา


“อ๊า..พี..อื้ออ”

พียกยิ้มอย่างพอใจ มองดูร่างชื้นเหงื่อที่หอบระทวยอยู่ใต้ร่างอย่างแสนรัก ตาคมสบกับตาโตสวยที่มีประกายไหวระริกแม้จะอายเหลือเกินแต่ก้องก็ไม่อาจละสายตาจากใบหน้าหล่อคมคายของคนที่เพิ่งทำรักแล้วเสร็จไปนี้ได้เลย แสงสลัวจากโคมสีนวลทำให้ผิวขาวของก้องระเรื่อเรืองขึ้นช่างสวยงามจับตาจับใจเหลือเกิน คนหน้าคมกระซิบขอในสิ่งที่เขารู้ว่าก้องก็ต้องการเช่นกันออกไปใบหน้าสวยระเรื่อสีขึ้นตาโตหลับพริ้มลงอย่างเขินอาย พยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงอนุญาต


ปากบางพรมจูบไปทั่วใบหน้างามมอบจุมพิตหวามไหวให้อีกครา มือใหญ่คลึงเคล้นยอดอกที่สู้มือขณะนี้ไปมาอย่างปลุกอารมณ์รักให้ครุกรุ่นอีกครั้ง ก่อนจะลากละผ่านผิวเนื้อนุ่มนิ่มมือเกินชายลงมาเคล้าคลึงที่สะโพกผายนั้นอย่างทะนุถนอม บีบเคล้นเป็นจังหวะให้คนที่กำลังหน้าแดงจัดได้ผ่อนคลายก่อนจะค่อยคลึงเคล้าและรุกเร้าที่ช่องทางสีหวานเพื่อให้พร้อมรับส่วนที่แข็งขืนอัดอั้นนี้อย่างไม่ยากเย็นนัก


ร่างบางถูกจับให้นอนในท่าที่สามารถรับสัมผัสจากสิ่งที่กำลังตื่นตัวเต็มที่นี้ได้อย่างลึกซึ้ง การบรรเลงเพลงรักที่แสนสุขสมดำเนินไปท่ามกลางสายฝนที่โปรยสายลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง พายุฝนที่ซัดกระหน่ำอยู่ด้านนอกคล้ายดั่งวาทยากรที่กำลังวาดไม้บาตองบรรเลงเพลงรักด้วยท่วงทำนองและจังหวะที่พลิ้วไหว บางคราวก็กระทั้นกระแทกสอดแทรกด้วยเสียงครางหวานกระเส่าทำให้เพลงรักบทนี้ไพเราะอย่างเหลือเกิน จวบจนสายฝนซาเม็ดไปร่างสองร่างที่เคลื่อนไหวอยู่บนเตียงกว้างจึงได้เข้าสู่นิทราสุขารมณ์ในอ้อมกอดของกันและกันด้วยเพราะเหนื่อยล้ากับการบรรเลงเพลงรักที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนล่วงเข้าเช้าวันใหม่อีกคราแล้ว



นะโมนั่งเคร่งเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตอนนี้เขาอยู่ในห้องทำงานของไมค์ กำลังปรึกษาเรื่องของอาหลงกับดร.โฮ แพทย์ทางด้านจิตวิทยาที่พี่มิ้นท์พี่สาวของไมค์แนะนำผ่านทางระบบSkypeไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง ...อเมริกา


“โฟเบีย เป็นความกลัวชนิดที่ไม่ปกติ มักจะเกิดกับความกลัวสิ่งของ บุคคล การกระทำ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งอาการกลัวนี้จะมีความรุนแรงทางอารมณ์ เป็นพฤติกรรมเชิงอารมณ์ที่รุนแรงที่จะปฏิเสธต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ภายนอกที่คิดว่าจะทำให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง”


“ ซึ่งอาการโฟเบียนี้จะแตกต่างกับ Fear หรือความกลัว ทั่วๆไป อย่างมาก เพราะFearไม่มีการแสดงอารมณ์ที่รุนแรง อย่างการร้องไห้ฟูมฟายหรืออาเจียน และจะแตกต่างกับความวิตกกังวล เพราะกรณีของโฟเบียเรารู้ว่าตัวเรากลัวอะไร แต่เราไม่รู้ว่าเราเป็นกังวลในเรื่องอะไร”


“อาการกลัวที่แสดงออกเรียกว่าPhobia Reaction ซึ่งเป็นลักษณะการกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยที่ไม่สมควรกลัว เป็นการกลัวที่ไม่สมเหตุสมผล สาเหตุของการกลัวมิได้เกิดจากเชื้อโรคหรือกรรมพันธุ์อย่างโรคทั่ว ๆ ไป และไม่ได้เกิดอาการกลัวไปทุกสิ่งทุกอย่าง แต่จะกลัวเฉพาะสิ่งเร้าบางอย่างเท่านั้น ผู้ที่เป็นโฟเบียนี้มักจะรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกลัว เช่น กลัวแรงดึงดูดของโลก กลัวหนังสือ กลัวอาหาร กลัวแมวหรืออื่นๆ”


“อืมแต่ดร.ครับตอนนี้ผมคิดว่าน้องน่าจะกลัวผู้ชายชาวตะวันตกนะครับ กลัวคนผิวขาว คนที่มีผมสีทองและตาสีฟ้าเพราะจากที่น้าจ๋าบอกไมค์และดร.โรเบิร์ต มีลักษณะเดียวกัน..อ้อ...รวมทั้งอดีตพ่อเลี้ยง..เอ่อ..ที่เคยลวนลามน้องด้วยนะครับ นี่ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาหลงกลัวมากเลยแสดงอาการก้าวร้าวโกรธเกลียดอย่างรุนแรงได้ใช่ไหมครับ”


“แล้ว...แล้วอย่างนี้น้องจะเป็นโรคจิตไหมครับ”


เสียงคนถามเบาจนแทบจะกระซิบเพราะไม่อยากได้ยินคำตอบที่อาจทำให้ต้องเสียใจ ดร.หนุ่มทางจิตวิทยาขยับแว่นตาใสแจ๋วฟังคำถามของนะโมพร้อมกับใช้ความคิดเขานิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะอธิบายความหมายตามหลักวิชาการผ่านจอคอมพิวเตอร์กลับมา


“อาหลงน่าจะป่วยทางใจซึ่งพี่คิดว่ามีแน่นอน และอาจเป็นกลุ่มอาการPosttraumatic Stress Disorder (PTSD) เพราะถูกกระทบกระเทือนจิตใจหลายอย่าง ซึ่งมากจนเกินกว่าตัวอาหลงจะแบกรับไหว ก็อย่างที่นะโมบอกคือได้รับการถูกทำร้ายทางเพศ หรือถูกข่มขืน”


คนฟังหน้าเสีย ขอบตาร้อนและน้ำใสก็รื้นขึ้นมาเฉยๆ เฉไฉเงยหน้ามองเพดาน พยายามกลั้นน้ำตาไว้ อาการของคนฟังทำให้ดร.หนุ่มต้องรีบแก้ไขคำพูดใหม่


“แต่เราต้องใช้อาการหลายอย่างในการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหรือไม่นะครับ ข้อนี้พี่ยังไม่ขอฟันธงนะครับ นะโมทำใจดีๆไว้ ถึงแม้จะเป็นจริงๆแต่อาการของโรคกลุ่มนี้สามารถเยียวยาได้หากเขาเปิดใจยอมรับและให้ความร่วมมือกับการรักษานะครับ ถ้าเป็นไปได้พี่อยากหาโอกาสพบกับอาหลงสักครั้งหนึ่งนะครับ


“ครับแล้วโมจะพยายามหาทางให้ ดร. พบกับกร..เอ่อ..อาหลงน่ะครับ”


หนุ่มน้อยอดีตนักกายภาพบำบัดถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความต้องการให้น้องชายหลุดพ้นจากอาการน่าเป็นห่วงนี้มีมากจนปิดไม่มิด ใบหน้าขาวใสมีแววกังวล คิ้วเรียวขมวดมุ่นแต่ก็ยังคิดไม่ตกว่ามังกรจะยอมเปิดใจและยอมรักษาอาการที่เป็นอยู่หรือไม่ เพราะมังกรเองน่าจะรู้ตัวเองอยู่หรอกว่ากำลังมีปัญหา น้องฉลาดและการที่เรียนมาทางด้านการแพทย์ด้วยแล้วก็อาจทำให้ชิงแยกตัวเองออกมาก่อน ปฏิเสธการรักษาใดๆทั้งที่ดร.โรเบิร์ตและน้าจ๋าพยายามช่วยมาตลอด10กว่าปีนี้


ฝ่ามือเรียวถูกยกขึ้นลูบใบหน้าที่เหนื่อยล้านั้น ก่อนเจ้าตัวจะลุกเดินไปยังมุมครัวเล็กๆในห้องพักหรูบนชั้น5ของEmbrace resortที่ใช้พักระหว่างอยู่ที่คาเมรอนไฮแลนด์ กาแฟหอมกรุ่นถูกชงขึ้นเพื่อใช้ขับไล่ความง่วง ที่ผ่านมาทั้งคืนเขาใช้ความคิดมากเหลือเกินทำให้นอนหลับไม่สนิททั้งๆที่พยายามซุกกายกับอกอุ่นที่เคยทำให้หลับสบายได้เสมอแล้วก็ตาม ความหนาวเย็นในหัวใจก็ยังไม่คลาย เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาเฉยๆ ตัวเขาเองก็อาจมีส่วนทำให้อาการของกรกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆ


เช้านี้ไมค์ออกไปที่คุมงานที่บริงค์ซานเหมือนเคย วันนี้ฝนยังคงโปรยมาไม่ขาดสาย นะโมจิบกาแฟพิงไหล่กับกระจกใสที่กั้นระหว่างระเบียงกว้างกับห้องรับแขกยืนมองดูสายฝนเงียบๆ จากฝนที่ตกหนักทิ้งเม็ดหนาจนกระทั่งกลายเป็นละอองฝอยที่ลอยล่องคล้ายๆเกล็ดหิมะเล็กๆ ยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยใจลอยๆ แต่แล้วคนหน้าใสก็ต้องสะดุ้ง เมื่อฝ่ามือเย็นเฉียบของใครบางคนรวบเอวเขาไว้ พร้อมกับคางที่วางลงบนบ่า


“พี่ฮะ”


ตกใจอย่างมากไม่คิดว่ากรจะเข้ามาในห้องนี้ได้โดยที่เขาไม่รู้ตัวมาก่อน


“อ่ะ!กร เข้ามาได้ยังไงนี่”


คนเป็นพี่รีบหันมาเผชิญหน้าฝ่ามือเรียวดันอกกว้างที่กำลังแนบชิดเข้ามาเรื่อยๆนั้นให้ออกห่าง เพ่งมองใบหน้าหนุ่มตี๋ที่ตอนนี้ยิ้มจนตาน้อยๆเป็นสระอิไปแล้วนั้นอย่างลำบากใจ กรหัวเราะเบาๆส่ายหน้าไม่ตอบคำถามของเขา


“อ่ะ..อืม..มานั่งนี่เถอะ”


นะโมเบี่ยงตัวออกจากมุมอับ เดินนำมังกรให้มาที่มุมรับแขก การอยู่สองต่อสองในห้องแบบนี้ทำให้เขาไม่สบายใจ และอดสงสัยไม่ได้ว่ากรขึ้นมาที่ห้องนี้ได้อย่างไรเพราะบนนี้คือส่วนห้องพักของแขกวีไอพีที่ค่อนข้างไพรเวทมาก หรือกรจะเข้ามาทางบันไดหนีไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ถือว่าระบบความปลอดภัยของEmbrace resort หละหลวมมากไปแล้ว


เขาเพิ่งสังเกตว่ากรตัวเปียกผมหยิกหยักศกน้อยๆนั้นเปียกลู่จนจับเป็นลอนแต่ก็ยังดูน่ามอง ใบหน้าขาวใสปากแดงสดที่แต้มด้วยรอยช้ำตรงมุมปากทำให้เขาสะท้อนใจ แม้สีหน้าจะดูสดชื่น แต่ในใจของมังกรตัวน้อยคงกำลังบอบช้ำ มือเรียวเผลอลูบรอยห้อเลือดนั้นแผ่วเบา หนุ่มตี๋เปลี่ยนสีหน้าทันใด มือใหญ่รวบมือเรียวนั้นไว้ให้ทาบลงบนแก้มของเขาแทน


“กรไม่เป็นไรพี่ไม่ต้องห่วง”


“ทานอะไรมาหรือยังเดี๋ยวพี่เรียกรูมเซอร์วิสนะจะทานอะไรดี”


มือเรียวยกหูโทรศัพท์ขึ้นแต่ถูกมือใหญ่รับไปวางไว้เหมือนเดิม ยิ้มน้อยๆถูกยกขึ้นอย่างคาดเดาไม่ออกว่าเจ้าของใบหน้าคิดอะไรอยู่


“ขอกาแฟแก้วเดียวก็พอฮะ เดี๋ยวกรชงเองก็ได้”


ร่างสูงใหญ่ของมังกรเดินไปที่มุมกาแฟ นะโมจึงเข้าไปหยิบผ้าขนหนูมาให้มังกรเช็ดผมที่เปียกลู่นั้น ลังเลอยู่นิดว่าจะให้กรเปลี่ยนเสื้อด้วยดีไหมแต่ความหวังดีกลัวว่าน้องจะเป็นหวัดไปเสียก่อนที่จะได้รักษาก็เลยเอ่ยทักขึ้น


“กรมานี่ก่อน”


ยื่นผ้าขนหนูให้กรแล้วพาเข้าไปในห้องนอนเพื่อให้น้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ซึ่งก็คือเสื้อเชิ๊ตและกางเกงคาร์โก้ของไมค์


“เปลี่ยนชุดเสียก่อนนะเดี๋ยวจะเป็นหวัด เสื้อที่เปียกเดี๋ยวส่งที่ห้องซักไม่กี่ชั่วโมงก็เรียบร้อยแล้ว อ้อจะใช้ห้องน้ำก็ได้นะตามสบาย”


นะโมปล่อยให้มังกรจัดการตัวเองก่อนแล้วเดินมาหยิบมือถือกดเบอร์หาไมค์ คงต้องบอกให้ไมค์รู้ว่ากรอยู่กับเขาเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไมค์ไม่รับสาย นะโมทิ้งข้อความไว้ให้แล้วเดินไปชงกาแฟให้น้อง คุกกี้เนื้อเบาจากคอฟฟี่ดรากอนทานคู่กับกาแฟดำหอมกรุ่นเป็นอาหารเช้าสำหรับเขากับมังกรซึ่งก็เข้ากันได้ดีอย่างน่าพอใจ


ใช้เวลาพูดคุยเรื่อยเปื่อยในห้องรับแขก นะโมพยายามคุยเรื่องเก่าๆอยู่นานโดยที่มังกรตัวน้อยก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องในอดีตด้วยตลอดเวลา ทำให้3ชั่วโมงก่อนอาหารเที่ยงไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเกี่ยวกับตัวกรเลย รู้แค่ว่ากรเรียนหมอและทำอาหารควบคู่กันมาตลอด ก็ไม่แปลกตามประสาเด็กอัจฉริยะที่สามารถทำได้มากกว่าคนปกติทั่วไปอยู่แล้ว และเท่าที่พูดคุยกันมังกรไม่มีท่าทีว่าจะมีบุคลิกที่แปลกแยกเลยแม้แต่น้อย น้องยังคงน่ารักและออกจะเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากด้วย


“แต่ตอนนี้กรเบื่อเลยหยุดเรียนทั้งสองอย่างเลย และขอแม่จ๋ามาเปิดคอฟฟี่ดรากอนที่นี่ บรรยากาศที่นี่ดีและสวยตลอดปี กรชอบ พี่ฮะพี่ชอบที่นี่ไหมฮะ”


นะโมยิ้มน้อยๆพยักหน้าให้หนุ่มตี๋มีรอยยิ้มกว้าง ลักยิ้มที่มุมปากบุ๋มน้อยๆดูน่ามอง ผมที่ถูกตัดให้เข้ารูปทรงทันสมัยเผยให้เห็นเนื้อผมที่หยักศกสวยงามนั้นดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัส กรเป็นหนุ่มน้อยที่น่าตาดีจริงๆไม่แปลกหรอกที่จะเป็นที่สนใจของใครบางคน


“ไปที่ห้องอาหารกันเถอะ ทานสตีมโบ๊ท กันนะ”


ลุกขึ้นเดินนำกรออกจากห้องพักมาที่ห้องอาหาร ช่วงกลางวันแขกในห้องอาหารบางตาไปมากอาจเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นก็ได้ ฝนตกหนักเกือบทั้งเดือนทำให้ผู้คนที่คิดจะท่องเที่ยวชะลอตัวกันไว้ แต่พอเข้าฤดูหนาวคาเมรอนก็จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจนโรงแรมเต็มแทบทุกวัน


เราเดินย่อยอาหารกลางวันกันที่สวนสวยของโรงแรม แม้จะเป็นช่วงกลางวันแล้วแต่อากาศที่นี่ก็ยังหนาวเย็น เห็นฮาซาลที่ได้จักรยานคันใหม่ยืนทำความเคารพเขาอยู่ไกลๆก็โบกมือให้ ถนนคอนกรีตที่คดเคี้ยวไปตามสุมทุมพุ่มไม้ดอกไม้สวยออกดอกแข่งกันเพราะได้น้ำดี ทำให้เดินเล่นกันเพลินจนเลยเข้าไปในส่วนของไร่ชาที่กินเนื้อที่หลายสิบหลายร้อยไร่


นะโมไม่เคยเดินชมไร่ชาเลยตั้งแต่มาที่นี่ก็เลยถือโอกาสเดินดูไปเรื่อยๆ มังกรพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับสิ่งที่พบเห็น ภาพเก่าๆในอดีตย้อนมาทำให้นะโมนึกถึงเรื่องสมัยเด็กๆ สงสารน้องขึ้นมาจับใจ เมื่อตอนเด็ก มังกรน้อยตัวอ้วนกลมที่ช่างพูดช่างคุยทั้งๆที่พูดไทยได้ไม่ชัดเลยแท้ๆ มือน้อยที่คอยจับมือเขาไว้ตลอดเพื่อความมั่นใจในทุกย่างก้าวที่เดินไปด้วยกันนั้นจะกระชับแน่นเมื่อเจอกับสิ่งที่คิดว่าอาจทำให้เกิดอันตราย แต่พอเขาบอกว่า ไม่เป็นไร น้องก็จะยิ้มและหัวเราะร่าเริงได้อย่างเดิม


…หลังจากเหตุการณ์วันนั้นกรเป็นยังไงบ้างนะ เติบโตขึ้นมาได้อย่างไรทั้งที่หัวใจบอบช้ำขนาดนี้….


นะโมเงียบฟังมังกรคุยไปเรื่อยๆ บางคราวก็ลอบมองใบหน้านั้นนิ่งนาน และเหมือนเจ้าตัวจะรู้และแอบพอใจที่พี่นะโมสนใจให้ความห่วงใยกับเขาอย่างมาก เจ้าของใบหน้ายิ้มแย้มหันมาสบตากับคนเป็นพี่ จ้องมองลึกในดวงตารีเรียวนั้น

หึๆ พี่ฮะกรรักพี่นะฮะ กรกลับมาแล้ว กลับมาทวงของ ของกรคืน พี่ไงฮะ พี่เป็นของกร พี่คือดวงใจของกร


“Hiding from The Rain and Snow
Trying to forget but I won't let go
Looking at a crowded street
Listening to my own heart beat

So many people all around the world
Tell me where do I find someone like you girl
Take me to your heart take me to your soul
Give me your hand before I'm old
Show me what love is - haven't got a clue
Show me that wonders can be true
They say nothing lasts forever
We're only here today
Love is now or never
Bring me far away

Take me to your heart take me to your soul
Give me your hand and hold me
Show me what love is - be my guiding star
It's easy take me to your heart

Standing on a mountain high
Looking at the moon through a clear blue sky
I should go and see some friends
But they don't really comprehend

Don't need too much talking without saying anything
All I need is someone who makes me wanna sing
Take me to your heart take me to your soul
Give me your hand before I'm old
Show me what love is - haven't got a clue
Show me that wonders can be true



หนุ่มน้อยเชื้อสายจีนจับมือเขาไว้พร้อมกับเดินร้องเพลงไปท่ามกลางไร่ชาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตานั้นอย่างร่าเริง นะโมไม่ได้ว่าอะไรนิ่งฟังน้องร้องเพลงอย่างตั้งใจ เสียงใสๆกับบทเพลงเก่ามากที่ไม่คิดว่าน้องจะร้องออกมาทำให้นะโมตะลึงงัน ในหัวประมวลเสียงเพลงและแปลออกมาพร้อมๆกันขณะที่ได้ฟังบทเพลง... ให้ผมได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของคุณ เพลงรักอย่างนั้นหรือ กรจะบอกว่า... รักเขาอย่างนั้นหรือ


“ซ่อนตัวจากหิมะที่โปรยปรายและสายฝนพรำ
พยายามที่จะลืมบางสิ่ง แต่มิอาจบังคับใจ
มองเหม่อไปยังท้องถนนที่มีผู้คนคลาคล่ำ
และฟังเสียงจังหวะ ของหัวใจตัวเอง
มีผู้คนมากมายในโลกใบนี้
บอกฉันว่าจะได้พบผู้หญิงอย่างคุณได้ที่ไหน

ให้ฉันได้เข้าไปอยู่ในห้องหัวใจคุณเถิดนะ ให้ฉันได้เข้าไปอยู่ในจิตวิญญาณคุณ
ยื่นมือคุณมาให้ฉันเถิดก่อนที่ฉันจะแก่ชรา
แสดงให้ฉันประจักษ์เถิดว่า รักคืออะไร ฉันจะได้ไม่สับสน
แสดงให้ฉันเห็นว่าสิ่งมหัศจรรย์สามารถเป็นจริงได้
มีใครนะกล่าวว่าไม่มี อะไรคงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์
เราก็ได้ยินแค่นั้นมาจนถึงวันนี้
จะตอนนี้หรือว่าตอนไหนก็ตาม
รักก็ไม่เคยพาฉันไปไกลห่างจากคุณ

ให้ฉันได้เข้าไปอยู่ในห้องหัวใจคุณเถิดนะ ให้ฉันได้เข้าไปอยู่ในจิตวิญญาณคุณ
ยื่นมือคุณมาให้ฉันและโอบกอดฉันเอาไว้
แสดงให้ฉันประจักษ์เถิดว่า รักคือดวงดาวชี้นำ
มันไม่ยากเลย ให้ฉันเข้าไปอยู่ในสี่ห้องหัวใจของคุณเถิด

ยืนอยู่บนเถือกเขาสูงชัน
มองไปยังดวงจันทร์ผ่านท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก
ฉันควรจะออกไปข้างนอก เพื่อพบปะเพื่อนฝูงบ้าง
แต่พวกเขาก็ไม่อาจหยั่งรู้ใจ
ไม่จำเป็นที่ จะต้องพร่ำพรรณนามากมายโดยไร้ซึ่งการไม่พูดจาอะไร
แต่จริงๆแล้ว สิ่งที่ฉันปรารถนาก็แค่ใครสักคน
ที่จะทำให้ฉันมีกะจิตกะใจอยากจะร้อง เพลงนั่นก็เพียงพอ”



“พี่ฮะ..กรมีอะไรจะบอก”

“อะ..อะไรหรือกร”


ในใจนะโมตอนนี้กลัวเหลือเกินกับคำพูดที่น้องจะเอ่ยออกมา กลัวว่า..กร..จะ


“กรจะกลับไปเรียนต่อ แต่กรจะเรียนทางด้านการทำอาหาร พี่ว่าดีไหมฮะ กรรักคอฟฟี่ดรากอนมากไม่อยากทิ้งไป พี่ฮะ อยู่กับกรที่นี่ได้ไหมฮะ กรจะบอกแม่จ๋าว่ากรพบพี่แล้วนะฮะ ตกลงนะฮะพี่”

“อ่ะ!กร”

ตกใจเมื่อถูกรวบไปกอดไว้ทั้งตัวนะโมยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้ยินคำที่กลัวแสนกลัวนั้นจากปากแดงสดที่กระซิบอยู่ข้างๆหู มันชัดเสียจนเกือบเป็นตะโกน

“กรรักพี่”

“อ่ะ ไม่นะกรอย่าทำอย่างนี้”

ฝ่ามือเรียวดันอกน้องออกอย่างไม่เบามือนักด้วยความตกใจเมื่อกรเชยคางเขาขึ้นเพื่อจะจูบ มังกรชักสีหน้านิดหนึ่งก่อนจะยกยิ้ม มือใหญ่เปลี่ยนมาลูบแก้มใสแผ่วเบา ก่อนคว้าข้อมือเรียวฉุดให้เดินต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ ข้างหน้าที่น่าจะออกจากเขตไร่ชาและเข้าสู่ป่าที่นะโมไม่รู้จักว่าคือที่ใด


“พี่คอยช่วยกรดูแลร้าน ทำอาหารทานกัน อ่านนิทานให้กรฟัง เหมือนเมื่อตอนเด็กๆนะฮะพี่”


“กรทำผัดไทยกุ้งสดอร่อยมากเลยด้วย ไว้กรจะทำให้พี่ชิมนะฮะว่าฝีมือกรจะสู้คุณป้าได้หรือยัง”


เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ฝนที่ขาดสายไปแล้วก็พลันเทลงมาอีกครา กรดึงให้นะโมเข้ามาใกล้ เสื้อแจ๊กเกตตัวใหญ่ถูกปลดคลุมไหล่ให้อย่างทะนุถนอม ตาเล็กๆนั้นมีแววว่ารักใคร่อย่างมากมาย แววตานี้ยังคงเหมือนเดิมเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน


“กรจะดูแลพี่เอง กรจะไม่ทำให้พี่ร้องไห้ กรสัญญา”


ถูกดึงเข้าใต้ร่มไม้ใหญ่เพื่อหลบฝน อ้อมกอดที่ตอนแรกไม่อยากให้ถูกตัวก็กลับทำให้อุ่นขึ้นมาได้ ปากที่สั่นเพราะอากาศหนาวเย็นนั้นถูกมือใหญ่ลูบไล้อย่างไม่อาจห้ามได้ กรยิ้มน้อยๆ ไม่มีอาการจาบจ้วงอีกเพราะรู้ว่าพี่ยังตกใจ กับการจู่โจมของเขาและพี่อาจจะยังรักไมค์อยู่ หนุ่มผมทองตาสีฟ้า เขาเกลียด เกลียดคนที่เป็นแบบนี้เหลือเกิน ผมทองที่สวยงามแต่น่ากลัวเกินไป น่าขยะแขยงกับสัมผัสที่เคยได้รับ ความเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายทำให้กรเกิดอาการสั่นไปทั้งตัว มือใหญ่บีบไหล่ของนะโมอย่างแรง


“ไม่นะ ..พี่ฮะ พี่อย่าไปกับเขานะ มันน่ากลัว คนผมทองมันน่ากลัว”


“อยู่กับกรนะฮะ กรจะดูแลพี่เอง”

กอดที่รัดแน่นนั้นทำให้นะโมไม่แน่ใจว่ากรอยู่ในอารมณ์ไหน ดูเหมือนน้องจะหลุดออกจากโลกปัจจุบันไปแล้วเมื่อพูดถึงไมค์


“นะโม..คุณอยู่ไหน”

เหมือนได้ยินเสียงแว่วๆจากไมค์ทำให้นะโมเหลียวหา ใช่ เขาออกมากับกรนานแล้วและตอนนี้ฝนก็ตกหนักด้วยคงต้องกลับกันเสียที


“กรพี่ว่าเรากลับไปที่โรงแรมกันเถอะนะเรามาไกลมากแล้ว พี่หนาว”


ปากบางๆนั้นสั่นอย่างน่าสงสาร น่าสงสารพี่จังฮะ พี่ก็กลัวใช่ไหมฮะ กลัวคนผมทอง คนที่ทำให้พี่ต้องร้องไห้ เสียใจ กรจะไม่เป็นแบบนั้นนะฮะพี่


“ฮะกลับกันได้แล้ว กลับบ้านเรานะฮะพี่”

“กรพี่ว่าเราต้องเดินย้อนกลับไม่ใช่หรือ เดินต่อไปแบบนี้มันยิ่งลึกเข้าป่ามากขึ้นเรื่อยๆนะ”


“ไม่หรอกฮะบ้านเราต้องไปทางนี้ พี่ฮะเดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วกรจะทำซุปร้อนๆให้พี่ทานจะได้หายหนาวนะฮะ”


“นะโมคุณอยู่ไหนน่ะ...ส่งเสียงด้วย”


อ่ะ!เสียงไมค์หรือเปล่าหรือว่าหูเขาแว่วไปเองเพราะความกลัว ใช่กลัว ตอนนี้เขารู้สึกกลัวกรขึ้นมาเฉยๆแม้ว่าน้องจะไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราดอะไรออกมาแต่การที่สติหลุดออกจากโลกปัจจุบันนี่สิที่เขากลัวมากที่สุด


“กะ กรพี่ พี่อยากกลับโรงแรม พี่ไม่ไปทางนั้นนะกร”


ตัดสินใจดื้อดึงที่จะไม่ยอมเดินต่อ กรหยุดแล้วหันกลับมามองด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่แรงบีบตรงข้อมือที่เพิ่มขึ้นทำให้นะโมรู้ว่าตอนนี้กรคงเริ่มขัดใจกับอาการของเขาแล้ว นะโมตัวสั่น เพราะความหนาวหรือเพราะความกลัวก็ไม่อาจบอกได้ แววตาขึ้งโกรธวาบผ่านแล้วก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเหมือนเคย ใบหน้าขาวซีดปากแดงสดเคลื่อนใกล้เข้ามาแนบแก้มชิดแก้ม จมูกโด่งคมวาดไปทั่วใบหน้า ก่อนจะกดสัมผัสที่หน้าผากและขมับ กอดที่ไม่แน่นนักเหมือนปลอบใจมากกว่าระราน นะโมยืนนิ่งกลัวเหลือเกินกับสัมผัสจากกร กลัวว่าจะมากไปกว่านี้หากเขายังดื้อดึงขึ้นอีก ปากบางเม้มแน่นไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก


“ไม่ดื้อนะฮะพี่ กรไม่ดื้อพี่ก็ไม่ดื้อใช่ไหมฮะ เป็นเด็กดีกันนะ”


กรดึงข้อมือนั้นให้เดินตามลึกเข้าไปในป่ามากขึ้นอีก นะโมพยายามขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินตามแต่ก็ทานแรงดึงที่มากกว่าไม่ได้ ทำให้นะโมต้องเซถลาไปตามคนที่ก้าวยาวๆนั้น


“กรเดี๋ยวก่อน กร อ่ะ! โอ๊ะโอ๊ย!”


นะโมลื่นล้มเพราะทางที่เดินลงมานั้นเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆและฝนที่ตกลงมาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย กรรีบรวบเอวเขาให้ลุกขึ้นยืนใบหน้าหนุ่มลูกครึ่งจีนมีแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด กอดและลูบหลังปลอบใจเขาพร้อมกับพูดว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แต่ไม่มีทีท่าว่าเราจะหยุดเดินกันเลย ยิ่งเดินลึกไปเรื่อยๆเสียงของไมค์ที่คิดว่าได้ยินนั้นก็กลายเป็นเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบใบไม้เท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท


นะโมเม้มปากแน่นกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปใจอยากตะโกนร้องเรียกไมค์แต่ก็กลัวว่ากรจะสติแตกออกมาเสียก่อน ทางเดินตอนนี้มีเพียงแสงสว่างจากท้องฟ้าที่ก็ลางเลือนเต็มทีบรรยากาศเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ เพราะป่าหนาทึบ จังหวะหนึ่งที่นะโมก้าวพลาด ลื่นล้มลงไปอีกครั้ง


“อ่ะ!โอ๊ะ!พี่ฮะระวัง”


กรรีบคว้าเอวนะโมไว้แต่ก็พลาดลื่นไถลลงไปอีกคนตกจากทางเดินที่เป็นดินเหนียวปั้นไว้ลงสู่ไหล่ทางรกชัฏ นะโมคว้ากิ่งไม้ไว้ได้แต่ตัวมังกรไถลตกลงสู่เหวลึกดีที่มือของนะโมคว้าแขนน้องไว้ได้


“โอ๊ย!กร”


ตอนนี้มังกรน้อยห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศมีเพียงมือซ้ายที่บาดเจ็บของนะโมยึดไว้เท่านั้น


เลยเวลา อาหารกลางวันมานานโขแล้ว แต่เพราะต้องรีบทำงานให้เสร็จเพื่อให้ทันเวลาที่กำหนดเปิดโรงแรมในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ทำให้ไมค์พักไม่ได้แม้ว่าจะเจอฝนตกหนักแบบนี้ก็ตาม หนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันเพิ่งอ่านข้อความที่นะโมฝากไว้ให้แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น


“ตอนนี้กรอยู่กับผม ทานข้าวกันไม่ต้องห่วงนะครับ”


พยายามคิดว่าอาจจะไม่มีอะไร แต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมความกังวลที่ก่อตัวกรุ่นขึ้นนี้ได้ ตัดสินใจสั่งงานหัวหน้าคนงานแล้วรีบขับรถสปอร์ตหรูคันเก่งกลับEmbrace resortทันที เมื่อมาถึงนะโมไม่อยู่ที่ห้องแล้ว เสื้อผ้าที่ส่งซักถูกนำมาให้ที่ห้อง ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ทั้งของเขาและนะโม อาจเป็นของอาหลง ไมค์สอบถามรูมเซอร์วิสถึงนะโมก็ได้ความว่าลงไปทานอาหารที่ห้องอาหารเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่เมื่อตามลงไปก็ไม่พบนะโมกับอาหลงอีกเช่นกัน


“ออกไปไหนกันนะ มือถือก็ไม่เอาไป”


ไมค์กำลังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะลำดับความคิดในการตามหานะโมยังไง พอดีฮาซาลเดินจูงจักรยานเสือหมอบผ่านมาจากทางหลังโรงแรม หนุ่มชาวมาเลเซียยืนยิ้มและทำความเคารพเขา ไมค์ก็เลยเอ่ยถามขึ้น


“ฮาซาล เห็นคุณนะโมไหม”


“อ้อเพิ่งเห็นเดินเล่นกับเพื่อนที่ไร่ชานะครับก่อนฝนตก”


“หรือตรงไหน งั้นไปกับผม”


ไมค์คว้าจักรยานมาขี่เองโดยมีฮาซาลยืนซ้อนหลังมาด้วย ฮาซาลบอกว่าทีแรกเห็นนะโมเดินเล่นอยู่ในไร่ชาแต่พอสักครู่ก็หายไปคิดว่าอาจลงไปทางน้ำตกที่หลังเขาก็ได้ ไมค์ขี่จักรยานมาตามทางที่ฮาซาลบอก เป็นป่ารกทึบที่เขาเองก็ไม่เคยเข้ามาถึง


“ทางเดินเป็นดินเรียบไปตามไหล่เขา เดินไปสัก3-4กิโลก็จะถึงน้ำตกเล็กๆครับ คุณไมค์จะตามไปด้วยไหมครับ”


“ตามสินำทางไปฮาซาล ต้องรีบแล้วผมกลัวจะมืดก่อนเจอนะโมนะ อ้อวิทยุบอกSecurity guardคนอื่นให้ตามมาสมทบด้วยผมเกรงจะเกิดเหตุไม่ดี”


“ขอไฟฉายผมหน่อย”


ไมค์เดินนำหน้าฮาซาลลงมาเองอย่างอดใจรอไม่ไหว ทางเดินชันมากอีกทั้งยังเป็นดินเหนียวเมื่อถูกน้ำก็ลื่นและทำให้เดินลำบากอยู่บ้าง ร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่ามีคนเดินมาตามทางนี้ก่อนหน้าเขามีอยู่เป็นระยะก็ยิ่งร้อนใจ ปากหยักสวยตะโกนเรียกคนรักเป็นระยะๆ แข่งกับสายฝนที่ยังคงเทลงมาอย่างไม่มีวี่แววว่าจะหยุดเลย ไมค์ขยับเสื้อกันฝนให้กระชับขึ้น ความเย็นของบรรยากาศไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหนาวเลยเพราะในใจร้อนรนมากเหลือเกินแล้ว


“นะโมคุณอยู่ไหน นะโม”


เงียบไม่มีเสียงตอบจากคนรักก็ยิ่งใจเสีย นี่นะโมออกมากับอาหลงจริงๆใช่ไหม บ้าชิส์ เขาไม่น่าปล่อยให้นะโมพบกับอาหลงอีก เขาน่าจะพานะโมไปที่ไซด์งานด้วยหรือไม่ก็ส่งนะโมกลับกรุงเทพตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว ไม่น่าเลย


“ทางนี้ส่วนใหญ่พวกคนเก็บชาจะใช้เดินลัดออกสู่ถนนใหญ่แต่เพราะมันลาดชันก็เลยไม่ค่อยนิยมนักจะมีก็แต่คนที่เดินบ่อยๆครับจึงจะชินทาง”

ฮาซาลบอกสภาพภูมิประเทศให้ไมค์ทราบ เขาพยักหน้ารับรู้และเห็นด้วยว่าต้องเป็นคนชำนาญทางจริงๆเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาแม้จะไม่สูงมากนักแต่ก็ยังสูงหากเดินพลาดหรือตกไปก็อาจได้รับบาดเจ็บมากเหมือนกัน ยิ่งเห็นว่าทางเดินลำบากอย่างนี้คนเดินตามหาก็ยิ่งกังวลมากขึ้นกว่าเดิม


“นะโมส่งเสียงให้ผมด้วย นะโมผมไมค์นะครับ”


“คุณไมค์ครับทางนี้ครับ สังเกตจากพงหญ้าเหมือนจะมีรอยลื่นไถลลงไปผมเกรงว่าจะเป็น..อ่ะคุณไมค์เดี๋ยวระวังครับ”


ไมค์ไม่รอให้ฮาซาลพูดจบร่างใหญ่ของหนุ่มลูกครึ่งก็กระโจนลงไปทันที ปากก็ตะโกนเรียกนะโมจนเสียงหลงแข่งกับเสียงฝนที่ยังคงตกกระทบใบไม้ ลื่นไถลไปบ้างแต่ความที่เล่นกีฬามามากทำให้การทรงตัวทำได้ดี

“นะโม นะโมคุณอยู่ไหน”


“กร! เป็นไงบ้าง ฮ่ะ...พี่จะพยายามดึงกรขึ้นมานะรอเดี๋ยวนะ โอ๊ะโอ๊ย!!”

มือซ้ายที่เป็นแผลอยู่เปิดออกแล้วเลือดซึมออกมาทางผ้าก๊อสจนกรตกใจ


“พี่ฮะ พี่เลือดออกปล่อยกรเถอะฮะพี่ พี่นะโมเจ็บตัวอีกแล้ว กรทำให้พี่เจ็บอีกแล้วฮือ.อ..อ.”



มังกรน้อยสติแตกจนได้ น้องปล่อยโฮลั่นจนนะโมต้องรีบปลอบ



“อ่ะ..ไม่เป็นไรพี่ไม่เป็นไร อ่ะ...กร..กรตั้งสติไว้”

“ฮือ.อ..อ..กรกลัว”


น้องตัวสั่น และเริ่มมีอาการแปลกๆ


“ฮ้า..ฮือ..อ..อื้อ.อ...”


“กร อย่าดิ้นกรทำใจดีๆอ่ะอึ๊บ..โอ๊ย!”


“พี่นะโมกรกลัว ฮือ..อ..”


“ไม่ต้องกลัวพี่อยู่ตรงนี้แล้ว อึ๊บ..พะ...พี่..พี่จะไม่ปล่อยมือกรแน่ๆพี่สัญญา


“นะโม นะโมตอบผมหน่อยอยู่ตรงนี้ไหม”



เหมือนหูจะแว่วอีกแล้วแต่นะโมไม่สนใจ ร้องเรียกไมค์แข่งกับสายฝนจนสุดเสียง


“ไมค์!! ไมค์ช่วยด้วย! ไมค์ผมอยู่ตรงนี้”


“อ่ะ!ไมค์ ผมอยู่นี่ตรงนี้ ทางนี้ ฮือ.อ..ไมค์”

“นะโม!”

ไมค์โผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ เห็นว่านะโมกำลังรั้งร่างของมังกรไว้อย่างเต็มกำลัง แขนซ้ายมีเลือดออกมาด้วย ก็รีบตรงไปหาคนรักทันที


“นะโมคุณเป็นไงบ้าง”


“ไมค์ช่วยน้องก่อน อย่ามัวถามเร็วผมจะไม่ไหวอยู่แล้วนะ”

“อ่ะอาหลงเกิดอะไรขึ้น”


ไมค์ส่งมือไปให้กร เมื่อเห็นว่าฮาซาลและทีมSecurity guard ตามมาและกำลังเข้าไปหานะโมแล้ว ฮาซาลดึงรั้งเอวนะโมไว้เพื่อพยุงไม่ให้นะโมไถลลงไปตามแรงถ่วง แต่มังกรดูจะดื้อดึงที่จะไม่ยอมจับมือของไมค์ ตาเล็กๆที่เคยแข็งกร้าวกับเขาดูจะเต็มไปด้วยความตื่นกลัวและสับสน หนุ่มน้อยลูกครึ่งจีนส่ายหัวแรงไม่ยอมส่งมือขึ้นมาเสียทีได้แต่ร้องไห้และเหวี่ยงแขนไปมา


ไมค์รั้งตัวเองไว้กับต้นไม้แข็งแรงต้นที่อยู่ใกล้กับกร พร้อมกับส่งมือไปให้ใกล้มากที่สุด ผมสีทองยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงมายิ่งทำให้มังกรหลับตาปี๋

ไม่! ไม่ ไม่อยากสัมผัส เขาเกิดอาการกลัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน


“อาหลงส่งมือมาให้ผม เร็ว!”


“ไม่อย่ามายุ่ง ไม่!”


“กรส่งมือให้ไมค์เร็วกร พี่จะไม่ไหวแล้วนะ”


“ไม่! ไม่ๆๆ ฮือ.อ..ไม่มีใครเข้าใจกร กรกลัว ฮือ พี่ฮะกรกลัว”


“กรตั้งสติหน่อยสิ กรฟังพี่ ส่งมือให้ไมค์เร็ว ได้โปรด เพื่อพี่ อื้อ..กร เร็วสิกร โอ๊ะ!”


เลือดที่ไหลซึมทำให้มือของนะโมลื่นมากยิ่งขึ้น น้ำหนักตัวและการที่มังกรดิ้นหนีถ่วงรั้งให้มือที่กำท่อนแขนลื่นจนสุดท้ายที่คว้ากันไว้ได้ก็แค่มือสองมือที่ประสานกันเท่านั้น


“อ๊ะ!”


“กร!ส่งมือให้ไมค์เร็ว! กรพี่จะหมดแรงแล้วกร”


“อ๊ะ!”


“กร!!!!”


“อ๊า!กรี๊ด!!!!”


จังหวะที่อาหลงตัดสินใจส่งมือให้ไมค์ มืออีกข้างก็หลุดจากการเกาะกุมของนะโม เจ้าตัวร้องจนเสียงหลง ไมค์คว้าแขนอาหลงไว้ได้อย่างหวุดหวิด Security guardรีบช่วยกันดึงตัวอาหลงขึ้นมาทันที นะโมเมื่อได้สติก็รีบเข้าไปดึงน้องมากอดไว้แน่น อาหลงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับอกคนเป็นพี่ ไมค์โอบร่างของทั้งคู่ไว้ด้วยกัน ตอนนี้มังกรตัวน้อยกลายเป็นเด็กเล็กๆไปแล้ว


เกือบไปแล้ว เกือบจะต้องสูญเสียไปแล้ว ขอบคุณนะไมค์ ขอบคุณจริงๆ


นะโมยิ้มให้ไมค์อิงหลังกับอกอุ่นนั้นอย่างเหนื่อยล้าก่อนที่สติจะดับวูบไปเพราะอาการอ่อนแรงและพิษไข้


“นะโม!”



แดดอ่อนๆที่เพิ่งมีให้เห็นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมารอดผ่านหน้าต่างที่ถูกรูดม่านออกไปทำให้ห้องที่ปิดทึบมาทั้งคืนสว่างขึ้น คนที่หลับยาวมาหลายวันบนเตียงต้องขยับตัวหนีแสงที่ตกกระทบซีกหนึ่งของใบหน้า นะโมปรือตาขึ้นเมื่อรู้ว่ามีอีกคนอยู่ในห้อง คนที่รูดม่านเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง มือเรียววางบนหน้าผากพร้อมกับก้มลงมาใกล้ เสียงที่หวานไพเราะดังเบาเอ่ยถามอาการด้วยความห่วงใย


“เป็นไงบ้างนะโม”


เมื่อลืมตาขึ้นเต็มตาก็พบกับใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานเหลือเกินแล้ว คนที่ทำให้เขายิ้มได้เสมอ


“ก้อง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”


นะโมดันตัวเองลุกนั่ง ก้องรีบพยุงเพื่อนรัก หมอนที่หนุนนอนมาทั้งคืนถูกซ้อนเข้าด้านหลังเพื่อให้นั่งได้ถนัด นะโมยังรู้สึกเพลียจากพิษไข้อยู่บ้าง ขมปากขมคอและกระหายน้ำมากอาการวิงเวียนศีรษะยังมีบ้างเล็กน้อยอาจเพราะนอนมากเกินไป


“ขอน้ำหน่อยครับ”


ก้องรีบหยิบแก้วน้ำที่หัวเตียงส่งให้แล้วรับมาวางเมื่อนะโมดื่มไปเพียงเล็กน้อย


“ยังไม่ได้ตอบผมเลยว่ามาถึงเมื่อไหร่”


“2วันแล้ว นี่คุณหลับไปตั้งสองวันเลยนะครับนะโม ผมเป็นห่วงแทบแย่แน่ะ”


“หือ..นานขนาดนั้นเลยหรือ..แล้วกรล่ะ”


“อืม..เห็นว่าป่วยเหมือนกันนะ ก็เล่นไปตากฝนกันแบบนั้นนี่ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ กรออกจากโรงพยาบาลแล้วไม่ต้องเป็นห่วง”


“ถึงขนาดแอดมิดเลยหรือ น่าสงสารกรจัง”


ปากบางที่แตกแห้งเพราะขาดน้ำของคนบนเตียงรำพึงเบาๆ ทำให้ก้องเอ่ยออกมาด้วยความห่วงใย


“ไม่เป็นไรแล้ว น้องกรแข็งแรงกว่านะโมอีกนะ คุณต้องดูแลตัวเองให้มากกว่านี้นะครับ เดี๋ยวทานโจ๊กนะผมทำเองกับมือเลยเชียว รอคุณตื่นมาสองวันแล้วล่ะวันนี้ได้อวดฝีมือเสียที”


คนหน้าหวานรีบออกไปยกถ้วยโจ๊กพร้อมน้ำส้มคั้นสดมาวางบนโอเวอร์เบดขนาดเล็ก พร้อมกับนั่งเฝ้าคนหน้าใสที่หน้าเผือดสีบนเตียงให้ตักเข้าปากให้มากที่สุด นะโมปล่อยหัวเราะเบาเมื่อก้องทำสีหน้าไม่ยอมที่เห็นเขาตักโจ๊กทานไปไม่กี่คำ

“ไม่ยอมนะ คุณต้องทานอีกหน่อยสิครับ ผมอุตส่าห์ทำสุดฝีมือเลยนะ หรือฝีมือตกหมู่นี้ไม่ได้ทำโจ๊กนานแล้วด้วยสิ”


“เปล่าหรอกครับ ฝีมือก้องยังอร่อยเสมอแหล่ะ”


“งั้นทานอีกนิดสิครับอ่ะ”


เลื่อนถ้วยโจ๊กที่นะโมเลื่อนออกมาให้เข้าใกล้ คนป่วยก็เลยต้องกล้ำกลืนฝืนทานโจ๊กต่อทั้งๆที่ยังเจ็บคอมาก จนกระทั่งคนหน้าหวานพอใจ ก้องเก็บถ้วยโจ๊กและโอเวอร์เบดออกไปและกลับเข้ามาพร้อมถ้วยยา ในนั้นมียาอยู่หลายตัว นะโมทำหน้าเหยเกเพราะไม่อยากทานยา คนหน้าหวานหัวเราะเพื่อนตัวโตที่ทำท่าจะเป็นเด็กเอาตอนนี้


“ว่าไงจะทานดีๆหรือให้ผมตามไมค์มา”


“ทำไมต้องตามไมค์ด้วยล่ะ ผมทานเองได้แต่ทานทีละเม็ดนะ”


“ก็ถ้าเผื่อนะโมดื้อจะได้ให้ไมค์มาป้อน...ไง”


ก้องแกล้งทำเสียงหายตรงคำว่า”ด้วยปาก”นะโมหน้าแดงไม่คิดว่าคนหน้าหวานจะแก่นเซี้ยวพูดแบบนี้ออกมาได้เหมือนกัน


“บ้า!”


“ไงหัวเราะร่วนเชียวหายไข้แล้วสิครับ”


ไมค์เดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงคนป่วยและพยาบาลจำเป็นหัวเราะอย่างสดใส หนุ่มลูกครึ่งเดินมาจูบที่ขมับคนป่วยและถือโอกาสวัดไข้ไปด้วย


“ตัวยังอุ่นๆอยู่เลยเดี๋ยวนอนต่อนะครับ”


“ไม่เอาแล้วไมค์ ผมนอนมาตั้งสองวันแล้วนะ ผมอยากไปเยี่ยมน้อง ได้ไหมครับ”


ตารีเรียวจับจ้องตาสีฟ้าใสเป็นเชิงขอร้อง ก้องนิ่งเงียบไปเพราะไม่อยากรบกวนเลยปล่อยให้เค้าตกลงกันเอง เดินเลี่ยงออกจากห้องนอนของนะโมกลับมาที่น้องของตนที่ไมค์จัดไว้ให้ไม่ห่างกันมากนัก กำลังจะเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงแว่วๆของคนสองคนในห้อง


มือที่จะผลักประตูห้องทิ้งลงข้างลำตัว รู้ว่าออกจะเป็นการเสียมารยาทอยู่บ้างที่ยืนฟังคนคุยกันก็ถ้าหากว่าชื่อบุคคลที่สามนั้นจะไม่ใช่ชื่อของเขาเอง เสียงที่ได้ยินเพียงแผ่วเบาจับใจความแทบไม่ได้แต่ก็ทำให้ใจสั่นไหว


“ก้องครับไปข้างนอกกับพวกเราไหม ผมจะพานะโมไปเยี่ยมกร”


“ครับ ไปครับ”


ตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปในห้อง เดินตามนะโมกับไมค์ออกมาอย่างง่ายดาย เขาไม่อยากเข้าไปตอนนี้ เพราะประโยคสุดท้ายที่ได้ยินนั้นทำให้ลำคอตีบตันขึ้นมาเฉยๆ


“ก้องเป็นคนที่พี่เลือกแล้ว แต่พี่ก็ยังรักอัญนะครับ”


++++TBC++++




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2555
12 comments
Last Update : 20 มิถุนายน 2555 16:12:28 น.
Counter : 4664 Pageviews.

 

อ่านอย่างมีความสุขจังค่ะ

แต่จบท้ายทำให้อยากกกกกกกอ่านต่อ T.T

 

โดย: ระแนงไม้ IP: 110.168.177.26 20 มิถุนายน 2555 18:51:53 น.  

 

fear คำนี้ขออย่าให้เกิดขึ้นกับก้องเลยน๊ะคุณพี pls!!

 

โดย: sngg IP: 27.130.37.69 20 มิถุนายน 2555 21:53:23 น.  

 

คาใจ!!

 

โดย: miyukik IP: 182.232.87.70, 141.0.8.58 20 มิถุนายน 2555 22:55:58 น.  

 

ฮือออ ตอบจบคืออะไรอะ พ่ีพีหมายความว่าไงคะ

สมการรอคอยเลยคะพ่ีดา
ให้กําลังจัยนะคะ^^

 

โดย: Lookpear IP: 110.171.114.175 21 มิถุนายน 2555 0:41:36 น.  

 

จั่วหัวซะ ว๊าน หวาน ไหงตอนท้าย เหมือนงานจะเข้า ยังไงยังง้านเลย อิๆๆ ชอบมากกกกกก มันค้างงงงงงง อ่ะ writer ขา ^____^".

 

โดย: lek^lek IP: 49.48.154.26 21 มิถุนายน 2555 1:01:40 น.  

 

แม่ดาขา....มันค้างงงง..คาใจตรงตอนจบ.. น้องก้องจะแอบคิดมากอีกไหม? T___T

 

โดย: Pimchanok IP: 27.55.12.71, 141.0.9.26 21 มิถุนายน 2555 1:12:49 น.  

 

หวาดเสียวแทนพีจัง. กองย่าด่วนสรุปนะ

 

โดย: JI IP: 110.49.243.103 21 มิถุนายน 2555 23:32:27 น.  

 

ขอบคุณที่แต่งเรื่องน่ารักๆอย่างนี้ให้อ่านนะคะ
อยากรู้ตอนต่อไปแล้วค่า

 

โดย: kaey IP: 31.220.252.133 23 มิถุนายน 2555 1:24:50 น.  

 

เป็นเรื่องที่ชอบและรอคอยมาตลอด คุณดาไม่ทำให้ผิดหวังเลยทุกครั้งที่ได้อ่าน สนุกแล้วก็ทิ้งตอนจบให้ลุ้นตลอด คราวนี้ก็เช่นกันเกิดอะไรขึ้นพีพูดแบบนั้นหมายความว่าไง ก้องคงน้อยใจมากซินะ เฮ้อ รอตอนต่อไปให้คุณดามาเฉลยให้อ่านแล้วกัน
เที่ยวนี้คุณดาหายไปนาน กำลังเป็นห่วงกลัวว่าจะไม่สบายแต่พอเปิดมาเจอบทที่7เท่านั้นดีใจมากเลยคะขอบคุณคุณดาที่เขียนฟิคสนุกๆให้เราได้อ่านกัน ได้มีรอยยิ้มร่วมกัน
ขอบคุณคะ

 

โดย: TUM IP: 27.55.11.101 25 มิถุนายน 2555 21:27:32 น.  

 

เป็นเรื่องที่ชอบและรอคอยมาตลอด คุณดาไม่ทำให้ผิดหวังเลยทุกครั้งที่ได้อ่าน สนุกแล้วก็ทิ้งตอนจบให้ลุ้นตลอด คราวนี้ก็เช่นกันเกิดอะไรขึ้นพีพูดแบบนั้นหมายความว่าไง ก้องคงน้อยใจมากซินะ เฮ้อ รอตอนต่อไปให้คุณดามาเฉลยให้อ่านแล้วกัน
เที่ยวนี้คุณดาหายไปนาน กำลังเป็นห่วงกลัวว่าจะไม่สบายแต่พอเปิดมาเจอบทที่7เท่านั้นดีใจมากเลยคะขอบคุณคุณดาที่เขียนฟิคสนุกๆให้เราได้อ่านกัน ได้มีรอยยิ้มร่วมกัน
ขอบคุณคะ

 

โดย: TUM IP: 27.55.11.101 25 มิถุนายน 2555 21:27:34 น.  

 

ทิ้งแววดราม่าไว้ สงสารก้อง

 

โดย: พรค๊าบ IP: 115.67.224.134 29 มิถุนายน 2555 10:35:29 น.  

 

รอตอนต่อไปอยู่นะคะน้องดา...
มาต่อเร็วๆน้าาาา

 

โดย: พี่นิด:) IP: 110.77.229.15 17 กันยายน 2555 13:06:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.