The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
6 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 

รักร้ายๆ...ลูกชายมาเฟีย 18

****Yaoi Fiction****

***ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใด และที่สำคัญมันคือ Y Fiction เนื้อหาคือชายรักชาย ผู้ใดไม่ชอบกรุณาอย่าอ่านนะคะ ....ขอบคุณค่ะ*****



18.

...พี่รักฟลุ๊ค...

...รักมาก...

...รักเหลือเกิน...

...ได้ยินไหม..

ได้ยินหรือยังคนดี...

...พี่รักฟลุ๊ค..

...พี่รักฟลุ๊ค…

...พี่โอรักน้องฟลุ๊ค...


มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากใบหน้างามอย่างเบามือ ก้มลงจูบซับเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพราวเต็มใบหน้า น้องปรือตาขึ้นมาส่งยิ้มหวาน ผมคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้กับคนในอ้อมกอดก่อนน้องจะหลับตาลงอีกครั้ง คนหน้าหวานตั้งใจเบียดร่างเปลือยเปล่าเข้าแนบชิดกับร่างผมอย่างไม่คิดจะเขินอาย เป็นผมเสียเองที่ออกจะร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งเขินอายกับความหวามไหวที่เพิ่งสร้างร่วมกันเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา


เมื่อนึกถึงภาพร่างขาวสะอาดของคนที่นอนซุกซบอกแกร่งอยู่ในตอนนี้ ขยับพลิ้วไหวอยู่ใต้ร่าง เสียงครางที่บังเกิดจากการร่วมรัก ถูกปากแดงอิ่มเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงพยายามสกัดกลั้น มิให้เล็ดลอดออกมาได้ เพราะเจ้าตัวคิดว่ามันน่าอายเสียเหลือเกิน แต่เมื่ออารมณ์หวามไหวนำพาสู่จุดสูงสุดของความปรารถนาก็เผลอไผลปล่อยเสียงหวานนั้นให้ได้ยินเสมอๆ ผมก้มลงจูบที่หน้าผากคลอเคลียจมูกโด่งกับพวงแก้มเนียนอยู่นานสองนานกลิ่นน้ำหอมจางผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวฉุดให้ผมดำดิ่งลงไปในมนต์เสน่ห์แห่งรักอีกครั้ง


เมื่อไม่อาจทัดทานแรงปรารถนาแห่งหัวใจไว้ได้ผมค่อยดันคนในอ้อมกอดให้นอนหงายพลิกกายคร่อมร่างบางไว้อีกครา บดเบียดริมฝีปากไปบนกลีบปากแดงสดขบเม้มดูดดึงริมฝีปากล่างเล่น น้องปรือตาขึ้นมามองค้อน มือเรียวทุบแผงอกผมแรงๆไปทีสองที จนต้องรีบรวบข้อมือทั้งคู่ไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะสอดลิ้นเข้าคลึงเคล้ากับลิ้นเรียวลูบไล้ดูดดุนผลัดเปลี่ยนชิมรสชาติของกันและกันอยู่นานจนคนที่ทำเหมือนจะดื้อดึงในตอนแรกก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งรนไฟ
น้องระบายลมหายใจหนักแรงแขนเรียวโอบกอดรอบคอผมไว้เมื่อปากของผมหยอกเย้าเข้าที่ซอกคอขาวขบเม้มตีตราจองไว้ด้วยรอยรักเน้นย้ำทำให้ชัดขึ้นจากเดิม และค่อยเคลื่อนลงมาขบเม้มที่ตุ่มเนื้อสีแดงสด ร่างบางเกร็งกระหวัดหยัดกายแอ่นรับริมฝีปากที่ทำหน้าที่ปรนเปรออย่างเชี่ยวชาญเร่งปลุกเร้าอารมณ์รักที่ดับหายให้กระพือพัดโหมขึ้นใหม่อีกครา


มือหนาลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กาย น้องบิดเกร็งร่างสะเทิ้นสะท้านไปตามการลูบไล้ ผิวเนื้อน้องนุ่มนวลนิ่มมือไปทุกกระเบียดนิ้วโดยเฉพาะหน้าท้องที่แบนราบ และช่วงเอวที่คอดเว้ารับกับสะโพกได้รูปเร่งเร้าให้ผมเคลื่อนปากลงต่ำละเลงลิ้นร้อนไปทั่วหน้าท้องเรียบเนียนแน่นกระชับ หยอกเย้ากับร่องสะดือสวยจนคนหน้าหวานร้องคราง มือหนาจงใจลูบไล้ต้นขาขาวเรียวเล่นอยู่นานสองนานนวดเฟ้นคลึงเคล้าสะโพกเล็กแน่นมือให้ผ่อนคลายและเตรียมรับการร่วมรักที่จะเกิดในไม่ช้านี้


แต่แล้วก่อนที่ผมจะเข้าครอบครองแท่งเนื้อน่ารักที่ตื่นตัวอยู่ตรงหน้า น้องกลับพลิกกายขึ้นมาด้านบน ดันตัวผมให้ตกอยู่ภายใต้ร่างนุ่มนิ่มนี้เสียแล้ว ปากอิ่มจูบดูดดื่มเรียวลิ้นเล็กกอดกระหวัดรัดกับลิ้นผมจนเราแทบจะกลืนกินกันและกัน เป็นจูบที่เร่าร้อนและอ่อนหวานในคราวเดียวเรียกให้หัวใจผมเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ ผมโอบร่างบางให้กระชับขึ้นจนอกของน้องแนบชิดกับอกผมและดูเหมือนร่างผอมบางนี้จะจมไปในตัวผมเสียให้ได้หากน้องไม่เท้าแขนขืนร่างไว้ซะก่อน


อาการเสียวซ่านแล่นแปลบผ่านตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้า รู้ได้ว่าตัวเองเกร็งจนหน้าท้องแทบเป็นตะคริว เมื่อปากแดงสดตรงเข้าครอบครองความเป็นชายของผมร่างบางตั้งใจปรนเปรอให้กับผมอย่างที่ผมเคยมอบให้ แม้จะดูไม่คล่องแคล่วและติดจะเขินอายแต่น้องก็ทำให้ผมปั่นป่วนในท้องได้มากเหมือนกัน ผมอดจ้องไปที่ปากแดงสดที่กำลังแลบเลียส่วนแข็งขืนของผม ดั่งการชิมไอศกรีมแท่งรสเลิศ เผลอปล่อยครางพร่าเครือออกมากับภาพตรงหน้ารู้ว่าตัวเองหน้าแดงแต่คงไม่แดงเท่ากับคนที่กำลังปฏิบัติกิจเป็นแน่ น้องหลบสายตาหันเหใบหน้าไปด้านข้างคนหน้าหวานวางมือเรียวลงบนอกผมก่อนจะเคลื่อนตัวนั่งบนตัก น้องยกสะโพกขึ้นและค่อยบดเบียดสะโพกโค้งมนได้รูปลงมาช้าๆใบหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นเมื่อส่วนคับแน่นฝืดฝืน ต้นขาเรียวแยกกว้างขึ้นเพื่อให้การเคลื่อนผ่านทำได้ง่ายกว่าเดิม มือหนาช่วยประคองสะโพกสวยไว้น้องหันมาสบตาก่อนตาคู่สวยจะปิดลงอีกครั้ง ใบหน้างามแดงซ่านด้วยความเขินอายเพราะไม่อาจต้านทานสายตาคมกล้าของผมที่จับจ้องทุกกิริยาไม่เลิกรา ผมช่วยกดสะโพกน้องลงมาช้าๆ ให้น้องค่อยกลืนกินผมเข้าไปอย่างช้าๆ ..ช้าๆ...ทุกสัมผัสซาบซ่านและสนิทแนบแน่น

“อ่ะ..อา..”

เราครางออกมาแทบจะพร้อมกัน เมื่อส่วนแข็งขืนของผมเข้าไปจนสุด ร่างบางหยุดการเคลื่อนไหวเกร็งตัวขึ้นอย่างอัตโนมัติ ช่องทางอ่อนนุ่มทว่าร้อนผ่าวบีบรัดผมจนแทบคลั่งเนื้อตัวน้องแดงจัดด้วยความเขินอาย ผมรู้สึกอุ่นวาบกับสัมผัสที่ได้รับ สัมผัสที่แนบชิดและคับแน่นทำให้ผมต้องกลั้นใจ คนหน้าสวยเงยขึ้นสบสายตาคมกล้าของผม ตาโตสวยที่จ้องกลับมาฉ่ำเยิ้มด้วยแรงปรารถนา ดั่งต้องมนต์สะกดผมไม่อาจละสายตาไปจากน้องได้เลยใบหน้างดงามยามถูกอารมณ์รักและความต้องการในเพศรส ครอบงำชวนให้หลงใหลยิ่งนัก

เพราะความแนบสนิททำให้ผมแทบกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านไว้ไม่อยู่ น้องค่อยเคลื่อนร่างเนิบช้า บรรเลงเพลงรักด้วยท่วงทำนองพลิ้วไหวโยกคลอนโอนอ่อนผ่อนตามแรงปรารถนาอยู่บนร่างผม อาการไหวเอนชดช้อยเชื่องช้า ดั่งการค่อยๆลิ้มชิมรสสัมผัสรัก ใบหน้างามชื้นเหงื่อ ปากแดงสดเผยอน้อยอย่างเชิญชวนแววตาเย้ายวนชวนให้เผลอไผลไหลหลง ผิวเนื้อนวลเนียนสะอาดตาแดงระเรื่อขึ้นด้วยรอยรักที่ผมพรมจูบฝากไว้เป็นอนุสรณ์ ท่วงท่ายามเริงรักของน้องชวนให้ผมลุ่มหลงอย่างมิอาจถอนตัวได้..งดงามดั่งภาพฝัน
ทอดเวลาอยู่นานกว่าร่างบางจะค่อยเร่งเร้าจังหวะรักให้ถี่ขึ้น ผมประคองสะโพกสวยของน้องไว้ ขยับสวนกายนำความแข็งแกร่งของผมรุกล้ำเข้าสู่ภายในเพราะทนไม่ได้กับความหวามไหวที่ได้รับ สวนกายกับน้องที่ขยับเร่งเร้าลงมาในท่วงทำนองเดียวกัน แต่ทว่าดิ่งลึกขึ้นกว่าเดิมมากนักจังหวะที่เร่งเร้าและแรงกดหน่วงจากฝ่ามือหนาทำให้น้องบีบรัดผมอย่างหนักและรุนแรงขึ้น

“ฮ่ะ..อ๊า..อา..อ....”

เสียงเนื้อสัมผัสเนื้อฟังดูหยาบโลน เสียงครางหวานเครือ แรงเสียดสีที่ร้อนผ่าว จากการร่วมรัก ฉุดให้หัวใจเต้นแรงขึ้น เรียกหยาดเหงื่อหลั่งไหล กายเราทั้งคู่ร้อนขึ้นจนแทบระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงจังหวะโยกไหวถี่กระชั้นจนคนบนร่างกรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้เมื่อความหวามไหวถึงขีดสุด ผมปลดปล่อยสายธารขาวขุ่นทะลักล้นในช่องทางอ่อนนุ่มเป็นเวลาเดียวกันกับที่น้องก็ปลดปล่อยความอัดอั้นออกมาเช่นกัน

ตอนนี้ห้องทั้งห้องที่ระงมด้วยเสียงสรรพเสียงจากการบรรเลงเพลงรักอย่างยาวนานร่วมชั่วโมงกลับเงียบเสียงลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นจากคนสองคนดังสลับกันจนกระทั้งการหายใจเริ่มเป็นปกติ ผมพรมจูบไปทั่วใบหน้าของคนที่สติหลุดเผลอหลับไปตั้งแต่ได้ปลดปล่อยออกมาใบหน้าสวยซุกซบลงกับอกกว้าง เกลี่ยปอยผมชื้นเหงื่ออกจากให้อย่างแสนห่วงใย ได้เห็นรอยยิ้มจางๆที่ยังคงอยู่บนใบหน้างามก็อดประกบปากแดงที่บวมเจ่อเย้ายวนตรงหน้าอีกไม่ได้

...รัก...

...รักมาก...รักเหลือเกิน...

...รักอย่างที่ชีวิตนี้ก็มอบให้ได้

“พี่โอรักน้องฟลุ๊คนะครับ”

ผมตื่นสาย!

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผมหลับได้สนิทคงเพราะความเหนื่อยล้าจากการงานและอีกเหตุประการหนึ่งก็เพราะ..เรื่องเมื่อคืน
ความหวามไหวจากสัมผัสที่พี่ปรนเปรอให้ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มโอนอ่อนไปตามการชักพา และกว่าบทเพลงรักของพี่จะจบลงผมก็ไม่อาจนับความสุขสมที่ปลดปล่อยออกมาได้ สุขล้นจนเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้หมด ผมหยัดกายเพื่อลุกจากเตียงด้วยอาการเมื่อยล้า ที่นอนด้านขวาในตำแหน่งของคนข้างกายเย็นเฉียบ พี่ไม่ได้อยู่ที่ห้อง...แล้วออกไปตอนไหน...ผมก็ไม่อาจรู้ได้ จัดการธุระส่วนตัวในเวลาไม่นานนัก หวังว่าเมื่อออกมาที่ห้องอาหารจะพบพี่อยู่ที่นั่นแต่ โต๊ะอาหารขนาด10ที่กลับว่างเปล่า


“คุณฟลุ๊คจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ”

ป้าอรแม่บ้านคนเก่งเดินออกมาจากห้องครัวเล็กๆด้านข้างเอ่ยถามเมื่อผมเดินเข้ามาใกล้

“พี่โออยู่ไหนฮะป้า ฟลุ๊คตื่นมาก็ไม่เจอแล้ว”

“ป้าก็ไม่ทราบค่ะ เข้ามาดื่มกาแฟไปแก้วเดียวแล้วก็รีบร้อนออกไป ...นิกกี้น่าจะพอรู้นะคะ”

ผมหันไปตามสายตาที่ป้าเพ่งมองก็พบกับบอดี้การ์ดร่างท้วมที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่หน้าห้องอาหาร การที่ได้เห็นนิกกี้ก็ทำให้ผมรู้ว่าวันนี้พี่ไม่อยู่กับผมแน่ๆ พี่มีธุระสำคัญมากขนาดปลุกผมให้มารับรู้บ้างไม่ได้เชียวหรือ รู้สึกขัดใจนิดหน่อยแต่ก็ต้องปล่อยผ่าน ไม่อยากให้เรื่องแค่เพียงเล็กน้อยมากระทบจิตใจกันและกันอีก

...อยากให้ทุกอย่างราบรื่น...

ผมเดินกลับไปที่ห้องทำงานหลังจากทานข้าวต้มปลากะพงเป็นอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ขอให้ป้าอรชงกาแฟดำไปเสิร์ฟที่ห้องทำงานให้ด้วยวันนี้ผมคงต้องเคลียร์งานที่คั่งค้างให้เสร็จเสียที รู้ว่าร่างกายผมต้องการการพักผ่อนเหลือเกินแล้วตอนนี้

ตรวจดูออร์เดอร์รังนกดิบจากทางประเทศจีนที่ยังคงมีเข้ามาเรื่อยๆ แม้ว่าธรรมมล กรุ๊ปจะลงทุนสร้างแบรนด์”White gold”ขึ้นมาแล้วก็ตามแต่เราก็ยังมีวัตถุดิบเพียงพอที่จะจัดสรรให้ทางจีนซึ่งยังคงเชื่อมั่นในวัตถุดิบของเราเสมอมา ป๊าเริ่มจับธุรกิจด้านนี้อย่างสมบุกสมบัน ฟันฝ่ามากับลุงอารักษ์ด้วยน้ำพักน้ำแรงกายใจรวมทั้งแรงศรัทธาของลูกน้องและคนงานในเกาะรังนก ธุรกิจของธรรมมลกรุ๊ปเฟื่องฟูและเติบโตจนเป็นที่น่าเกรงขามไปพร้อมๆกัน การดำเนินธุรกิจภายใต้การนำของป๊าเจริญก้าวหน้ามายาวนานส่งผลให้ผมกลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ที่ถูกจัดให้กลายเป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยในระดับต้นๆของเมืองไทยเพียงชั่วเวลาไม่ถึงปี ผลพวงจากการบุกเบิกแผ้วถางหนทางของป๊า และผมก็หวังว่าผมจะสามารถนำพาธรรมมลกรุ๊ปเดินหน้าต่อไปได้ด้วยมือของผมเอง การบริหารงานในแบบของผมเอง


ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บรังนกพี่คงออกไปดูแลสั่งงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่รักษาการและดูแลการเก็บรังนกด้วยตัวเองเพราะรังนกมีค่ามหาศาลเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก การลักลอบแอบเก็บซ่อนรังนกจากกลุ่มคนงานเก็บรังนกก็มีอยู่เป็นระยะๆความจริงมันมีมานานแล้วแต่ก็ไม่มากมายอะไร จะว่าไปผมไม่ได้ติดใจสักเท่าไหร่กับการหารายได้เล็กน้อยแบบนี้ของคนงานแต่ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาก การป้องปรามจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
ทองคำขาวแห่งท้องทะเลที่ใครๆต่างพากันต้องการครอบครองต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อของคนที่รับจ้างเก็บรังนก คนเกาะพื้นถิ่นที่เป็นเพียงคนเฝ้ารักษาและนำส่ง อัญมณีมีค่าให้แก่นักธุรกิจผู้ได้รับสำประทานการประมูล ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าบางครั้งเราตอบแทนการเสี่ยงภัยแก่คนเหล่านี้เพียงพอแล้วหรือยัง เขายังคงต้องการอะไรอีกหรือไม่และ เราตอบแทนอะไรให้แก่ธรรมชาติบ้างหรือเปล่ากับการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาลนี้มานับสิบๆปี

...นี่เราหลงลืมอะไรไปบ้างหรือเปล่า…

“ตื้ดดดด..ตื้ดดดดด..ตื้ดดดด”

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหยิบมาดูก็รู้ว่าจากเบอร์ที่ระยะหลังมานี้นานๆจะโทรเข้าหาผมสักครั้งหนึ่ง คนที่ลึกๆแล้วผมกำลังคิดถึงเขา ผมยิ้มออกอย่างอารมณ์ดีเมื่อรับรู้ว่าเสียงที่ได้ยินจากปลายสายนั้นยังคงแจ่มใสเสมอ

..กัส...

ผมเอนหลังกับพนักพิงเก้าอี้ตัวนุ่มหลับตาฟังเสียงใสๆที่ไม่ได้ยินมานานเหลือเกินนั้น ภาพของคนที่กำลังพร่างพรูเรื่องราวการผจญภัยด้ามขวามทองตลอดระยะเวลาเกือบเดือนนี้ให้ผมฟังอย่างสนุกสนานฉายชัดในความนึกคิด รู้ว่าเขาคุยไปยิ้มไป กัสยังคงเป็นคนอารมณ์ดีเสมอ อดคิดถึงรอยยิ้มจริงใจกับลักยิ้มที่มุมปากของเค้าไม่ได้ อยู่แถวๆนี้แต่กลับไม่เข้ามาหาผมเลยหลังจากที่ดูแลเรื่องการสร้างศูนย์อภิบาลนกแอ่นให้ผมเสร็จแล้ว

... หลังจากวันนั้น...

วันที่ผมได้ยินกัสกับนภัทรคุยกันโดยบังเอิญหลังทานอาหารค่ำฉลองการตั้งศูนย์อภิบาลนกแอ่นประสบความสำเร็จแล้ว แม้เสียงนภัทรจะเบาแต่ก็ฉุดรั้งให้ผมก้าวขาไม่ออก ผมได้ยินชัดเพราะยามดึกสงัดแบบนี้ในเกาะซึ่งห่างไกลแสงสีเสียงความบันเทิงแบบนี้ บางทีก็เงียบจนได้ยินกระทั่งเสียงหายใจตัวเอง ผมหยุดยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียงด้านหนึ่งของเรือนความตั้งใจจะเข้าไปถามว่าทั้งคู่ต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้างห้องพักที่จัดให้ไว้สะดวกสบายไหม ถูกกลบลบไปด้วยบทสนทนาที่ผมไม่ควรได้ยิน


“...เอ่อ..คุณ...ชอบ...ผู้ชาย...”

ใจเต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ผมไม่เคยปิดบังเรื่องรสนิยมส่วนตัว การเรียนโรงเรียนชายล้วนมาตลอดและเพื่อนในกลุ่มก็มีเยอะที่เป็นเกย์ ไบ กระเทย หรือตุ๊ด เพื่อนบางคนถึงกับแปลงเพศแต่งตัวเป็นหญิงเลยด้วยซ้ำเมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว ...แต่กับน้อง...นภัทร....ผมไม่รู้ว่าเป็นแบบไหน
กัสหันมามองใบหน้าของรุ่นน้องผมที่ตอนนี้ดูจะเกิดอาการที่เรียกว่า ทำหน้าไม่ถูก เขาปล่อยหัวเราะเบากอดอกยืนพิงกับราวระเบียงยิ้มน้อยๆอย่างอารมณ์ดี สีหน้ายังดูปกติอย่างเหลือเกิน เมื่อต้องพูดเรื่องแบบนี้

“ใช่...แต่ไม่ใช่ผู้ชายทุกคน “

“..กะ..กับพี่..ฟลุ๊ค”

“แค่ฟลุ๊ค...ฟลุ๊คคนเดียวเท่านั้นที่ผมรัก”

รอยยิ้มจริงใจกับลักยิ้มน้อยๆที่มุมปากเผยให้เห็น ผมร้อนวาบที่ใบหน้า ใจเต้นแรงอดอายไม่ได้ที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาอย่างนี้

“แต่คุณก็รู้ว่าพี่ฟลุ๊ค..กับ..คุณอนุชิต...เค้า..”

“รู้”

“แต่คุณก็ยังอยู่ตรงนี้...เพื่ออะไร”

“ผมอยากอยู่...ถามทำไมเกี่ยวอะไรกับคุณหล่ะ”

“พี่ฟลุ๊ครั้งคุณไว้หรือ...ด้วยอะไรล่ะ...หึ!”

น้องเม้มปากแน่น ผมไม่รู้ว่านภัทรคิดอะไรอยู่ ถึงได้พูดออกไปอย่างนั้น น้องเมาหรือ? ..ใช่...เตกิร่า กับไวน์เมื่อหัวค่ำคงทำให้หนุ่มน้อยนิสัยดีสุภาพเรียบร้อยอยู่เสมอปล่อยอารมณ์และความรู้สึกลึกๆออกมาได้ ไม่แปลกที่ใครจะมองแบบนี้เพราะรอบตัวผมมักจะมีผู้ชายเข้ามาพัวพันไม่เคยขาด ทั้งอย่างที่มีเหตุและผล และที่หาเหตุผลไม่ได้ก็มาก คำพูดของนภัทร คำที่เหมือนหมัดตรงเข้าที่หัวใจของผมทำให้ผม..จุกและ...เจ็บ...


กัสนิ่งไปครู่หนึ่งใบหน้าที่เคยแย้มยิ้มกลับเครียดขึ้ง ผมใจกระตุก...ผมผิดเอง...ผิดที่ดึงรั้งกัสไว้ ทั้งๆที่รู้ว่ากัสรู้สึกกับผมมากกว่าคำว่าเพื่อนแค่ไหน..เหมือนผมกำลังล้อเล่นกับความรู้สึกดีๆของเค้าอยู่ กัสพรูลมหายใจหนักแรงก่อนจะค่อยเอ่ยประโยคชัดถ้อยชัดคำออกมา


“...ผมเป็นคนที่มีความเป็นตัวเองสูงนะ ไม่ว่าจะฉุดรั้งแค่ไหนหรือด้วยสิ่งที่มีค่ามากเพียงใด หากผมไม่เต็มใจแล้วใครหรืออะไรก็รั้งผมไม่ได้หรอก”

“..แต่ที่ผมยังอยู่ตรงนี้ ก็เพราะผมต้องการอยู่ พอใจที่จะอยู่ตรงนี้..ก็เท่านั้น”


“อยู่ดูเค้ามีความสุขกับคนอื่นนะหรือ ซาดิสต์หรือไง...ชอบความเจ็บปวด?”

“หึๆๆ”

กัสปล่อยหัวเราะแล้วหันหลังเดินลงจากเรือนพักไป โบกมือน้อยๆให้คนที่ยังยืนกระฟัดกระเฟียดที่ระเบียงหน้าห้องรับรองแขกบนเรือนของผม


“..ผมว่าคุณกับผมแปลคำว่ารักต่างกันนะ นภัทร ...ตอนนี้นิยามรักของคุณกับผมคงห่างไกลเกินกว่าจะมาบรรจบกันได้...ลองค้นหานิยามใหม่ในความรักของคุณดูเถอะ ไม่แน่นะคุณอาจจะเจอนิยามรักแบบเดียวกับผมเข้าสักวันหนึ่งก็ได้...”


เสียงของกัสยังดังชัดในโสตประสาทการรับรู้ของผม...แต่ผมไม่รู้ว่านภัทรจะเข้าใจมันไหม จะว่าไปผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจมันสักเท่าไหร่หรอกนะ…นิยามรักของคุณครูของผม..


“..เงียบหายไปเลยนะครับ...นึกว่าเที่ยวสนุกเพลินจนลืมผมแล้วเสียอีกนะกัส...”


อดรู้สึกผิดอีกไม่ได้ที่พูดออกไปอย่างนั้น ผมยังคงเป็นคนที่ร้ายที่สุดที่ยังคงฉุดรั้งกัสไว้แบบนี้ ปลายสายปล่อยหัวเราะเบาออกมาก่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีอย่างสุดๆไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลยระหว่างผมกับเขา กัสยังคงเป็นคนที่ทำให้ผมสบายใจได้เหมือนอย่างเคยและผมก็ยังสุขใจพอใจที่เขายังอยู่ตรงนี้


“ใครจะลืมฟุกกี้ได้ละครับ คิดถึงอยู่ทุกนาที บอกแบบนี้จะเชื่อผมไหม”


ผมคุยกับกัสไม่เกินครึ่งชั่วโมงปลายสายก็ขอวางไปก่อน ผมกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ รายงานที่เลขาส่งแฟกซ์ผ่านมาให้ละลานตาจนอาการปวดตึงที่ขมับกำเริบอีกครั้ง แต่ผมต้องสะสางงานที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จ อยากพักเหลือเกินตอนนี้ ผมนั่งทำงานนานจนกาแฟในเหยือกแก้วอุ่นร้อนที่ป้าอรชงมาให้พร่องเกือบหมด รู้สึกล้าสายตาและปวดขมับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จนผมต้องละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลุกเดินออกไปที่ระเบียงห้องเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้าแดดอ่อนสะท้อนกับผืนน้ำสีฟ้าส่องประกายดั่งระยิบระยับอัญมณีล้ำค่า เกาะนี้ยังคงเป็นเกาะที่เงียบสงบ ธรรมชาติที่สวยงามทำให้ผมผ่อนคลายอาการปวดตุบๆที่ขมับลงได้บ้าง มันเริ่มเป็นมาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ไม่ถือว่ารบกวนชีวิตประจำวันของผมมากนัก อาจเพราะผมเครียดและพักผ่อนน้อยมากนั่นเอง


ผมเดินออกจากห้องทำงานเหลือบดูเวลาที่ผนังห้องบ่ายกว่าแล้วแต่ผมยังไม่รู้สึกหิว อาจเพราะผมตื่นสายเลยทำให้เวลาอาหารเคลื่อนไป เดินออกมาสูดอากาศบริสุทธ์นอกห้องทำงานบ้าง บ้านเงียบเหลือเกินกำลังจะเอ่ยถามป้าอรว่าพี่กลับมาหรือยังแต่เหลือบไปเห็นนิกกี้ยืนคุยโทรศัพท์พร้อมรับคำปลายสาย ครับหัวหน้าๆที่ดูท่าจะสั่งความกันอีกนานโข ผมเดินมาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้หวายริมระเบียง ป้าอรที่ตั้งท่ารอผมออกจากห้องทำงานอยู่แล้วรีบตั้งอาหารว่างทันที ถ้วยชาสีเงินมันปลาบวางลงชาร้อนๆหอมกรุ่นถูกรินให้อย่างรวดเร็ว มีเอแคร์กลิ่นหอมหวานวางอยู่ข้างๆขนมจีบปู สรุปผมต้องทานอาหารว่างคนเดียวอีกแล้วสินะ

++++++TBC++++++++




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2556
6 comments
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2556 19:52:39 น.
Counter : 3368 Pageviews.

 

เค๊าเขินนะ.....ว๊ายยยยยย^^

 

โดย: miyukik IP: 37.228.105.169 6 พฤศจิกายน 2556 19:45:20 น.  

 

โอ่ยยย บทอัศจรรย์
บรรยายความรู้สึกละเอียดมากกกกกกก

ทำมายปล่อยน้องฟลุคอยู่คนเดียวงี้น้าาาาา
อารมณ์โด่ดเดี่ยวจังค่ะ

 

โดย: เสือ IP: 202.44.4.252 7 พฤศจิกายน 2556 14:55:17 น.  

 

กริ๊ดดดดดด กับมาแล้ว คิดถึงน้องฟลุ๊ค พี่โอมาก
คู่นี้ยังหวานเหมือนเดิมนะคะ

 

โดย: TUM IP: 27.55.36.139 13 พฤศจิกายน 2556 18:22:03 น.  

 

ดีใจจังเลยค่า คุณนักเขียนแวะเวียนเวียนเข้ามาแล้ว แอบถอนหายใจมานานแล้ว เฮ้อ!!!! ขอบคุณนะคะ สำหรับคู่หวานคู่นี้ น่ารัก น่าค้นหาเสมอไม่เปลี่ยนไปเลย^___^".

 

โดย: lek^lek IP: 27.55.215.123 14 พฤศจิกายน 2556 14:08:52 น.  

 

คิดถึงฉันไหมคนดี

 

โดย: แม่ดา IP: 118.173.230.42 19 มกราคม 2558 13:05:58 น.  

 

บล็อคสวยมากๆเลยครับ

น่ารักมากๆ ชอบมากๆเลย ^^

18002payday

 

โดย: ข้าขงเบ้ง 13 กุมภาพันธ์ 2558 11:26:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.