ไดอารี่ของบลัดดี้มันเดย์ "เรื่องของพ่อ"





วันนี้ท่านแม่โทรมาหา เล่าว่าเมื่อวานได้รับโทรศัพท์จากพ่อ ในสายพ่อถามว่า เบอร์โทรศัพท์ของเราคือเบอร์อะไร(ปกติเป็นฝ่ายเราที่จะโทรไปทางนู้นตลอด)
แม่เราก็เลยถามว่า "มีเรื่องอะไรรึเปล่า" เขาตอบว่า "อ๋อไม่มีอะไร
แค่น้องเราไปเข้าค่าย อยู่คนเดียว เลยอยากจะโทรมาคุยกะเรา"
ไอ้เราฟังแล้วก็นิ่งๆไป อาจเป็นเพราะไม่ได้โทรกลับไปหาเขามาหลายอาทิตย์
แล้วกระมัง

ที่นู้น เราอยู่กับพ่อและน้อง เราเป็นคนที่พ่อคุยด้วยมากกว่า อาจจะเป็นเพราะ
ด้วยนิสัยและบุคคลิกที่คล้ายกัน ทำให้เรื่องที่สนใจและความชอบเหมือนๆกัน
เมื่อเกิดปัญหาระหว่างเขากะไอ้น้องที่น่ารัก(บ่อยจนเป็นเรื่องปกติ)เราก็เป็น
เหมือนกับเป็นคนกลางคอยประสานไอ้เรื่องทั้งหลายให้ปกติสุข

ก่อนที่จะตัดสินใจมาเมืองจีน เราก็คิดไว้แล้วว่า แล้วที่บ้านจะเป็นอย่างไร
พ่อจะน้องจะอยู่ร่วมกันได้ดีไหม จะทะเลาะกันไหม พ่อเราก็บอกว่าอย่า
ห่วงเลย เขาอยากให้เรามาที่นี่เพื่ออนาคตที่ดีกว่า วันข้างหน้าเมื่อเรามีประสบ
การ์ณแล้ว จะได้ดูแลตัวเองและครอบครัวได้

ทุกวันนี้พ่อยังทำงานอยู่เลย อายุก็จะเข้าใกล้วัยเกษียณแล้ว แต่มองไป
ข้างหน้าก็ยังไม่เห็นทางที่จะเลิกธุรกิจที่ตัวเองอุตส่าห์สร้างขึ้นมากับมือให้
สวยงามได้เลย เราก็คิดไว้ว่า สักวัน อีกไม่นาน ไอ้เรานั้นแหละที่ต้องเป็นคน
ที่ช่วยให้พ่อมีชีวิตหลังเกษียณให้ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งที่สามารถทำได้

วันนี้ตอนหัวค่ำ เราโทรไปหาพ่อ หลังจากที่ไม่ได้โทรมาหลายอาทิตย์
เรา: เออเป็นไงบ้างป๊า
พ่อ: อืมมก็เรื่อยๆนะ เออแล้วมีเงินใช้รึเปล่าเนี้ย จะส่งไปให้ เอาไหม
เรา: เฮ้ยมีอยู่ๆ เออแล้วน้องละ เห็นว่าเข้าค่ายอยู่
พ่อ: ใช่ๆ ตอนนี้ก็นั่งดูทีวีอยู่เฉยๆ
เรา: อ้าวแล้วไม่ไปไหนเหรอ
พ่อ: ก็ไม่รู้จะไปไหน ธุรกิจไม่ค่อยดีเลย แย่มากๆ
เรา: อืมม...(ตอนนั้นเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร)
พ่อ: กินข้าวรึยังล่ะ
เรา: กินแล้วครับ ป๊าอ่ะ
พ่อ: กินแล้วๆ เออนี้ถ้ากลับมาพักช่วงปีใหม่ มาเอาเงินไปใช้ด้วยนะ
นี่เตรียมเอาไว้ให้เป็นหมื่นหยวนแล้วนะ เอาไปใช้ เอาไปลงทุนได้เลย
เรา: โธ่ ไม่ต้องก็ได้ เอาไปใช้หมุนเหอะ
พ่อ: ไม่เป็นไร กันเอาไว้ให้แล้ว....(เงียบไปอีกพักนึง)
เรา: อืมม หลายตังค์ละ เอาไว้เดี๋ยวโทรไปหาอีกทีนะ
พ่อ: ได้ๆๆ ไม่ต้องโทรเยอะนะ มันเปลือง
เรา: รู้แล้ว ไปก่อนละ โชคดีนะ
พ่อ: โอเคๆ เออแล้วกลับมาเมื่อไหรหน่ะ
เรา: เดี๋ยวใกล้จะโทรไปบอก ไม่ต้องห่วงอ่ะ
พ่อ: โอเคๆ โชคดีนะ
เรา: ครับ

อาจจะเป็นเพราะไม่ได้มีความเตรียมพร้อม ทำให้เราไม่สามารถพูดในสิ่งที่
คิดเอาไว้ได้หลายอย่าง เราอยากจะถามถึงสุขภาพเขา เราอยากจะพูด
ถึงปัญหาธุรกิจของเขา เราอยากจะพูดถึงสถานการณ์ของเขากับน้อง
แต่ก็อย่างที่เห็นข้างบน มีแต่ฝ่ายเขาเท่านั้นที่พูด เจ็บใจตัวเองอยู่เหมือน
กันว่าทำไม ทำไมหนอที่ไม่ได้ถามไอ้เรื่องพวกนี้เลย

ตอนนี้ก็ใกล้วันพ่อของไทยแล้ว เราไม่มีโอกาสที่จะเลี้ยงข้าวพ่อเหมือนทุกๆปี
แต่ก็หวังว่าเมื่อถึงวันนั้น เราจะโทรไปหาเขา อวยพรเขา ถามสารทุกข์สุขดิบ
และให้กำลังใจเขาเท่าที่จะทำได้ แม้มันเทียบไม่ได้เลยกับเห็นกันเป็นๆ
แต่ถ้าแค่นี้มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้แล้ว ไฉนเราจะไม่ทำมันหละ

คิดถึงบ้าน และ รักพ่อครับ


Create Date : 26 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2549 23:16:42 น. 12 comments
Counter : 398 Pageviews.

 
จะวันพ่ออีกแล้วสินะ

บาย.................................................................


โดย: คายตรี (คายตรี ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:43:52 น.  

 


เศร้าจาง

.
.
.


เอาใจช่วยให้นายรีบกลับมาสานต่องานของป๊าได้ไวๆละกันน๊า .. เราก็พอจะเข้าใจนะ ที่นายนึกอะไรไม่ออกเวลาคุยสายอ่ะ เป็นธรรมดาแหละ แต่พอนึกออกได้ทีหลังว่าจะถามอะไร นายก็โทรไปอีกทีจิ ได้ป่ะ .. อย่างน้อยนายก็จะได้สบายใจขึ้น และป๊านายเองก็คงรู้สึกดีขึ้น

ใกล้ถึงวันพ่อแว้ว ถ้ามะได้กลับมาเลี้ยงข้าว กินข้าวกะทุกคนเหมือนอย่างทุกปี ก็อย่าลืมโทรมาหาป๊าละกัน

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เราก็บอกตัวเองด้วยเหมือนกัน คนไกลบ้านเหมือนกันจ้า

ยิ้ม ยิ้มน๊า



โดย: renton_renton วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:45:48 น.  

 
คายตรี
ใช่ครับจะถึงวันพ่ออีกแล้ว ถึงแม้ทุกคนอาจจะพูดว่าทำไมต้องทำดีกับพ่อ
เฉพาะวันนี้แล้ววันอื่นทำไม่ได้หรือ แต่เราคิดว่าวันนี้แหละที่เรา
สามารถทำอะไรที่พิเศษจริงๆให้กับพ่อของเรา (พิเศษทุกวันมันก็จะ
กลายเป็นไม่พิเศษไป)

เรนตั้น
นึกถึงเรื่องพ่ออยู่คนเดียวมันก็เศร้านะ ทุกวันนี้เราคิดว่าการที่ไม่มีเราอยู่ในบ้าน
ทำให้พ่อที่ปกติแล้วเป็นคนเงียบๆยิ่งเงียบเข้าไปอีก(จากที่น้องเล่ามา) เรา
ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากกว่าการโทรไปหาเค้า

เอาเตอะ ก็อย่างที่บอกไป เพื่ออนาคตที่ดีกว่า


โดย: BloodyMonday On Da Move IP: 211.139.145.21 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:14:58 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงพ่อเลยอ่ะ

แต่ก่อนพ่อเราก็อยู่คนเดียว อ้อ จริง ๆ อยู่กับน้องชาย แต่พอน้องไปอยู่หอ เค้าก็อยู่คนเดียว

เราเพิ่งมารู้ตอนหลังว่ามีอยู่ทีนึง พ่อเคยล้มเพราะความดันขึ้นหรือไงเนี่ยแหละ แล้วตอนนั้นน้องก็ไม่อยู่ เค้าก็ไม่สามารถโทรหาใครได้ คิดว่าจะไม่รอดซะแล้ว แต่ก็โชคดีที่ดีขึ้นและรอดมาได้

คิดย้อนกลับไปทีไรก็เศร้าฟ่ะ เรื่องครอบครัวนี้มันช่างละเอียดอ่อนจังเลยเนอะ

ตอนนี้พ่อเราก็มีคนดูแลที่ดีแล้ว เราก็ดีใจด้วย ก็พยายามโทรหาพ่อบ่อย ๆ เหมือนกัน

เรายังมีเวลานะ เวลาที่เหลืออยู่ก็ทำให้ดีที่สุดนะจ๊ะ (เราก็จะพยายามเหมือนกัน)


โดย: unwell วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:49:15 น.  

 
ของผม...
คงทำได้แค่ทำบุญไปให้พ่อ
และแวะไปเยี่ยมพ่อที่ใต้ฐานพระพุทธรูปที่วัดเท่านั้นแหละ



โดย: เรียกข้า... ซาดาโกะ! (zardamon ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:50:10 น.  

 
Unwell
ใช่ๆ เวลาที่เหลืออยู่ล้วนมีค่าต่อการทำอะไรให้กับคนๆหนึ่งที่รักเรามากมาย
เหลือเกิน เราเองก็หวังว่าอีกไม่นานเราจะทำให้เขาภูมิใจกับสิ่งที่เขาดูแลมา
ตลอกชั่วอายุเรา

zardamon
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เราก็หวังว่าเขากำลังมองดูคุณจากข้างบน
แล้วก็ภูมิใจไปกับชีวิตที่คุณกำลังดำเนินอยู่นะ


โดย: BloodyMonday On Da Move IP: 211.139.145.21 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:36:05 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งจังเลยอะ นึกถึงพ่อของผมเหมือนกันครับ พ่อจะชอบโทรมาหาตลอดเลยเวลาผมอยู่บ้านคนเดียว บางทีก็รู้สึกรำคาญนะ รู้สึกผิดจังที่พูดแบบนี้ แต่วันไหนถ้าพ่อไม่โทรมาก็จะแบบว่ากังวลหน่อยๆ ล่ะ รู้ว่าพ่อเป็นห่วงอะนะก็เลยทำแบบนี้น่ะ ดีใจมากเลยครับที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ


โดย: Moonlight Mile วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:28:16 น.  

 
หวัดดีวันพ่อจ้า



โดย: renton_renton วันที่: 5 ธันวาคม 2549 เวลา:20:35:55 น.  

 
นี่เป็น blog สุดท้ายของปีด้วยหรือเปล่าอะ หายไปเลย


โดย: unwell วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:17:18:27 น.  

 
ยังๆๆๆๆครับ พอดีติดภาระกิจ(อ้างอีกแล้ว ขี้เกียจอะดิไม่ว่า)นิดหน่อย รับรอง
ว่าสุดสัปดาห์นี้จะมีอะไรมาให้อ่านแน่นอนครับ


โดย: BloodyMonday On Da Move IP: 211.139.145.21 วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:22:36:12 น.  

 


แวะมาโหวดให้จ้า เพื่อนเราเอาไปเล้ยยยยยยยยยยย



โดย: renton_renton วันที่: 10 ธันวาคม 2549 เวลา:9:01:13 น.  

 
wo nian yi nian le.....wo ku le.....TT ^^
wo jue de ni hen ai ni de baba^^ bu yi yang wo...เราไม่ค่อยสนิทกับป๊ามาก สนิทกับม๊ามากกว่ามากๆเลย เคยได้ยินป๊าบ่นกับม๊าเหมือนน้อยใจล่ะ พอโตขึ้น เราก็ดีขึ้น เริ่มคุยกับป๊ามากขึ้น ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะล่ะ ^^

พวกเราจะเป็นลูกที่ดีของป๊ากะม๊าตลอดไปค่ะ สัญญา


โดย: ann,,,,,BeiBei IP: 219.135.151.176 วันที่: 19 ธันวาคม 2549 เวลา:14:24:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BloodyMonday
Location :
Imaginationland, Valley of Bliss China

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






-= M & M in Nutshell =-


Gentlemen Broncos (2009)


You could have brain tumor by watching this contaminated turd. Nothing in Gentlemen Broncos pays off, it’s incoherent mess, and chock-full of incredibly annoying characters. You will not only loath this movie, but it also makes you want to punch someone who responsible for this abomination in the face.

BloodyMonday Rating:



Fantastic Mr. Fox (2009)


Imagine if Akira got Live-Action treatment by... say Alfonso Cuarón, you know how awesome it might be? That’s what happened to "Fantastic Mr. Fox". Wes Anderson's auteur perfectly captured the quirkiness and blissful tone of the material. Its stop-motion technique might be a little crude and... somewhat unsophisticated, but that's the charm of it. You’ll feel like pop-up book unveiled before your eyes. This is an exceptional animation of the year.

BloodyMonday Rating:



Planet 51 (2009)


ถ้าถามว่าสนุกไหม? ก็โอเค ทุกอย่างถอดแบบมาจาก Shrek มุขที่อ้างอิงวัฒนธรรมป็อป ตัวละครสมทบที่น่าสนใจกว่าตัวเอก กราฟฟิคที่สอบผ่านฉลุย (ถ้าไม่ไปวัดกับพิกซาร์) แต่ถ้าถามว่าต้องดูไหม? ..... เอาเป็นว่าเวลาชั่วโมงครึ่ง ทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ได้เยอะแยะ

BloodyMonday Rating:



It's Complicated (2009)


รู้สึกสนุกกับการได้เห็นป้าเมอรีล เข้าโหมดแอ๊บเด็ก (อีกแล้ว) ในขณะเดียวกัน อเล็กซ์ บอลด์วิน และ จอห์น ครากินสกี้ ก็ขโมยซีนได้ตลอด แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนังยาว 2 ชั่วโมงมีเรื่องให้เล่าแค่ 15 นาที... It's Complicated อาจเหมือนคนกินไวอากร้าแล้วเข้านอน คึกตลอดคืนแต่มันจะมีประโยชน์อะไร?

BloodyMonday Rating:



Up in the Air (2009)


Up in the Air is a blockbuster movie for people who think blockbuster movies are dumb, as it chock full of brilliantly written dialogue, and acting showcase for three talented actors (especially star-making turn by Anna Kendrick). But in the end, there's little to love, not so much story to chew on (plus disappointing third act), and no real connection to the meaning of human interaction as it intended to be.

BloodyMonday Rating:



I Love You, Beth Cooper (2009)


Cliché-ridden plot about a bunch of annoying characters get together in one idiotic circumstance, "I Love You, Beth Cooper" is shameless exploitation & biggest insult to 80s teen flicks. It's like memorizing magic trick from internet, hoping to perform like David Copperfield. Neither sense of wonder nor magic flare happens here. Only good thing is, it makes me wanna cleanse my soul with genuine 80s teen movie night marathon.

BloodyMonday Rating:



Everybody's Fine (2009)


Meh. The movie serious lack of originality & characters development. Only Robert De Niro comes out fine in this schmaltzy, "Lifetime" movie-of-the-week plot.

BloodyMonday Rating:



Paper Heart (2009)


Twee delight... That's only two words I can think of right now.

BloodyMonday Rating:



Adam (2009)


A perfect companion to Mary & Max (one of the best animation of 2009), Adam is star-crossed love story (pun intended) between Adam, Asperger's Syndrome bearer, and Beth, free spirit woman. The picture wouldn’t be this intimate without stunning performance by Hugh Dancy. On the other hand, the lack of depth on why Beth would love someone like Adam, preventing me from wholeheartedly embraces her choice in the end (which is nice & perfect but requires a leap of faith). Otherwise, this is touching romantic film, which putting its feet firmly on the ground, making the world full of hope and seems nicer place to live.

BloodyMonday Rating:



The Invention of Lying (2009)


Expected to be like “Click” or “Yes Man”, where high-concept plot turned into endless gags, with moral lesson (forcefully) shoving down your throat. But "The Invention of Lying" is thinking man’s film. The whole concept is not seeing how first lying man exploits the ability. But it's about him finding the way not to lie, in order to find genuine happiness. Great stuff.

BloodyMonday Rating:



Give ‘Em Hell Malone (2009)


This is one damn frustrating experience. It’s like watching an infant trying to stand up and walk. They would take a few steps then fall their asses. In fact, kiddie film like “Bugsy Malone” has done better job paying a tribute to film noir than this borefest.

BloodyMonday Rating:



Zombieland (2009)


ถ้าอังกฤษมีหนังซอมบี้ฮาแตกอย่าง Shaun of the Dead แล้ว ทำไมอเมริกาจะมีบ้างไม่ได้... Zombieland คือการผสมผสานระหว่างบรรดาหนังซอมบี้เก่าๆ เข้ากับทัศนคติของคนสร้างที่อาจดูหนังแนวนี้มากเกินความจำเป็น จนสามารถสร้างหนังซอมบี้ที่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็น และเล่นสนุกไปกับกฏพื้นฐานของซอมบี้ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความดีให้สี่นักแสดงนำ โดยเฉพาะ วู้ดดี้ ฮาเรลสัน (เขาเกิดมาเพื่อบทนี้) ที่ช่วยกันสร้างมนต์เสน่ห์ ให้กับการเดินทางในโลกไร้มนุษย์ได้อย่างเต็มที่

ถึงแม้พลังงานที่ขับเคลื่อนจะมาหมดเอาดื้อๆในองค์สุดท้าย เมื่อฉากใหญ่ในสวนสนุกถูกทำขึ้นเพื่อแสดงฉากการฆ่าซอมบี้เด็ดๆ (ซึ่งไม่ใช่จุดเด่นสำหรับเรื่องนี้เลย) แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว ที่บรรดาแฟนซอมบี้จะมาพลาดหนังเรื่องนี้... อ้อ แล้วหนังยังมีดารารับเชิญสุดเซอร์ไพรซ์ ที่สร้างเสียงฮาที่สุดในเรื่องได้จากประโยคสุดท้ายอีกด้วย

BloodyMonday Rating:



Frequently Asked Questions About Time Travel (2009)


เมื่อเพื่อนสามคนก๊งเบียร์กันในผับแล้วเจอสาวฮ็อต (แอนนา ฟาริส) ที่อ้างว่ามาจากอนาคตจนเกิดรอยแยกของเวลา ทำให้ทั้งสามต้องท่องไปทั้งโลกในอนาคตและอดีตจนวุ่นวาย...

หนังมีไอเดียกิ๊บเก๋ ทำออกมาได้สนุกสนานสไตล์ซิตคอมอังกฤษ โดยเฉพาะการนำกฏเหล็กต่างๆจากหนังที่เกี่ยวกับการท่องเวลา (ดูเหมือนว่า Back to the Future จะเป็นแรงบรรดาลใจหลัก) มาปู้ยี้ปู้ยำอย่างเมามัน ถึงแม้ว่าตลอดเวลาการรับชมจะให้ความรู้สึก เหมือนตัวเองกำลังดูซีรี่ย์ทางโทรทัศน์ แต่มันก็คือตอนที่ฮาที่สุดของซีซั่น แถมเอฟเฟ็คที่ใช้ก็มีคุณภาพจนคาดไม่ถึง

BloodyMonday Rating:



Looking for Eric (2009)


มีความรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มองโลกในแง่ดีเกินบรรยากาศโดยรวม จริงอยู่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงเอยด้วยดีในตอนสุดท้ายนั้น สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนดู แต่จากสถานการณ์ในเรื่องและบริบทที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันยากที่จะทำใจเชื่อในสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะพล็อตรองเกี่ยวกับปืน ซึ่งถ้าถูกตัดออกไปและหนังยังดำเนินเรื่องอย่างที่เป็นอยู่ Looking for Eric ก็น่าจะเป็นหนังฟีลกู้ดที่อบอุ่นที่สุดเรื่องหนึ่งของปีเลยทีเดียว

BloodyMonday Rating:


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add BloodyMonday's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.