แด่ปากกาลูกลื่นด้ามหนึ่ง...




กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

ผม - เฮ้ย ลืมเอาปากกามา
เธอ – เอ้านี่ ด้ามนี้เขียนลื่นดีนะ หมึกเข้มดีด้วย ใช้แล้วอย่าลืมคืนล่ะ
ผม – อือได้

แต่ผมก็ไม่ได้คืนปากกาด้ามนี้ (และดูเหมือนเธอก็ลืมไปแล้วเช่นกัน) กาลเวลาได้ผ่านไป แล้วก็ผ่านไป แล้วก็ผ่านไป แต่ผมยังคงใช้ปากกาด้ามนี้อยู่

จนมาถึงเหตุการณ์ปัจจุบันเมื่อช่วงบ่าย ในขณะที่ผมกำลังนั่งประชุม และเริ่มจดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องทำ "หาบทสัมภา..."

"าาาาาาาาาาาาาาาาาา"

“ทำไมเขียนไม่ออก” คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจชั่วครู่ ก่อนที่ในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาจะถูกลบออกไปจากสมอง เนื่องจากผมต้องกลับมาตั้งใจประชุมต่อให้จบ

แต่ในค่ำคืนนี้คำถามที่ว่า “ทำไมเขียนไม่ออก” ก็ย้อนกลับมาหาตัวเอง ความคิดที่ตกผลึกดีแล้วช่วยผมหาคำตอบให้กับมันว่า ปากกาที่หมึกเหือดแห้งไปแล้ว อาจเป็นสัญญาณให้ผมได้ตระหนักว่า เรื่องราวระหว่างผมกับเธอเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดจริงๆ

จากปากกาที่เขียนลื่นที่สุดในโลก กลายเป็นเครื่องใช้สำนักงานที่ไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ มันทำให้ผมคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ที่จะออกไปหาด้ามใหม่มาใช้ทดแทน...

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณรู้จักผมดีก็น่าจะรู้ว่า เมื่อใดที่ผมได้ปากกาด้ามใหม่มาแล้ว ผมคงถอดเอาไส้หมึกมาใส่ในปากกาด้ามเดิมแน่นอน

เพราะผมคิดเสมอว่า แม้ไส้หมึกเก่าจะถึงกาลอวสานไปแล้ว แต่อย่างน้อยปากกาสีทองหมองๆด้ามนี้ ก็จะอยู่ในอุ้งมือขวาของผมตลอดไป...







Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 18 กันยายน 2552 22:42:41 น. 15 comments
Counter : 526 Pageviews.

 
555 ขำเทคนิคสีตัวหนังสืออะค่ะ ให้ความรู้สึกว่าหมึกมันหมดจริงๆ 55+ เนียนอะ


โดย: Tukta21 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:23:49:50 น.  

 
ซาบซึ้งและโรแมนติค จนกระทั่งคำว่า "อุ้งมือขวา" โผล่มาเนี่ยแหละ (เกือบไปนึกถึงอย่างอื่น ที่ไม่ใช่ปากกา 555++)

ล้อเล่นๆ แต่จริงๆแล้วที่รู้สึกคือคุณบลัดดี้นี่เป็นคนที่รักได้ลุ่มลึกจริงๆ เป็นผมคงเขวี้ยงมันทิ้ง หรืออย่างดีก็เก็บใส่กล่อง ซุกไว้ลึกๆด้านในสุด และไปกว้านซื้อปากกาใหม่มาทีเดียวเจ็ดแปดด้าม และกลายเป็นคนใช้ปากกาแบบทิ้งๆขว้างๆไปเลย 555++

ว่าแต่ทำไมต้องเป็นโจวมู่หวันเนี่ย... เท่ไปรึเปล่า?


โดย: แฟนผมฯ IP: 142.103.23.32, 202.134.119.218 วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:8:16:54 น.  

 
แต่สำหรับพี่นะ

พี่ก็จะหาปากกาด้ามใหม่ ไม่เอาไส้ในมาเปลี่ยน
ปากกาด้ามที่หมึกหมด ยังไงก็หมด การหาไส้ในมาเปลี่ยน อาจไม่ยุติธรรมต่อปากกาด้ามใหม่ๆ


โดย: grappa วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:8:26:55 น.  

 
อะไรมันจะตอกย้ำขนาดนี้นะครับนี่???

แต่ก็แอบเห็นด้วยกับคุณพี่ grappa นะว่าถ้าเป็นเราก็คงไม่เปลี่ยนไส้ใน เพราะชีวิตก็เดินต่อไป อดีตก็คืออดีตให้มันอยู่แค่ในความทรงจำดีๆก็พอ

ดีไม่ได้อาจได้พบว่าด้านใหม่นี้เหมาะ(อุ้ง)มือเป็นที่สุดก็ได้ ^^


โดย: Seam - C IP: 58.9.186.151 วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:10:33:45 น.  

 
แหม อ่านแล้วแอบหมั่นไส้ (จริงๆหมั่นไส้ตั้งแต่เอนทรี่นู้นแล้ว เลยอ่านไม่จบเลยทีเดียว 555+)


โดย: nanoguy IP: 125.24.131.245 วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:22:22:33 น.  

 
เจ้าของบล็อคขอเปลี่ยนที่ซุกหัวนอนเป็นหัวหินสักสองวัน ชาร์ทแบ็ตๆ ^^





ปล. ติดตามการผจญภัยของฟันน้ำนมได้ที่ Links ของเจ้าของบล็อค (ตอนใหม่มาแล้ว !!)
ปลล. นาโน - หมั่นไส้ไรว่ะ ดิส อิส โน แฮปปี้ เอนดิ้ง นะเว้ย 55+


โดย: BloodyMonday วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:23:29:45 น.  

 


ตัดบัว ยังเหลือ เยื่อใย...




แอบอิดสา ไปเที่ยวทะเลอีกแระ



โดย: renton_renton วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:7:43:43 น.  

 
แหม น่ารักเชียวครับ
เปลี่ยนไส้ จะได้หยิบใช้ตลอดไป


โดย: เอกเช้า IP: 124.120.188.96 วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:10:51:46 น.  

 
โดยเนื้อแท้แล้วหน้าที่หลักๆของปากกาน่าจะอยู่ที่การบันทึกความคิดอ่าน ณ ปัจจุบันลงกระดาษ และการเก็บกักนำพารักษาความทรงจำในอดีตไปสู่อนาคต คือผมหมายถึง ณ เวลาปัจจุบันเราคิดอะไรออกเราก็เขียนๆไว้ เป็นการบันทึกความคิดของเราไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่พอนานวันเลยไป ลายเส้นของปากกาก็จะทำหน้าที่เป็นตู้เย็นที่แช่งแข็งความคิดในอดีตไว้ รอวันที่เราจะหยิบมาอ่านใหม่ในอนาคต

มันเป็น 2 หน้าที่ที่ปากกาทุกด้ามเกิดมาเพื่อทำให้ลุล่วง
1. รับใช้การเขียนตอนที่ยังมีหมึก และ 2. ตัวด้ามจางหายไปเหลือทิ้งไว้แต่รอยน้ำหมึกบนกระดาษ

แต่ถ้าคุณเอาไส้ใหม่ไปใส่ด้ามเก่าอยู่เรื่อยๆ ปากกาเล่มสีทองหมองๆเล่มนั้นก็จะได้แต่ทำหน้าที่แรก คือเขียนความคิดในปัจจุบันของคุณต่อไป แต่บกพร่องต่อหน้าที่ที่ 2 คือการเกษียณตัวเองโดยเหลือข้อคิด ความทรงจำ และบทเรียนไว้บนหน้ากระดาษไว้แทนตัว

ความรัก ความทรงจำ และบทเรียน สิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆปากกาด้ามนั้น ได้ถูกปากกาขีดเขียนบันทึกไว้ในสมองเราหมดแล้ว การเก็บตัวปากกาต่อไปมีแต่จะเป็นการฝืนทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นปัจจุบัน ทำให้เรายากที่จะลืม ยากที่จะก้าวต่อไปซะเปล่าๆ หากอยากได้ของดูต่างหน้า...แค่ความทรงจำที่เคยมีก็พอแล้วครับ เก็บปากกาไว้แบบนี้มันแลดูจะตอกย้ำตัวเองกันเกินไปนะ

ดังนั้นหากได้ปากกาด้ามใหม่มา ก็น่าจะลองใช้ด้ามใหม่ดูนะครับ ด้วยเพราะในความคิดผม ปากกานั้นเหมือนหญิงสาว...ที่ถ้าเราไปหลงรักคนใหม่เพราะเขามีส่วนคล้ายเหมือนคนรักเก่า...มันจะเป็นการไม่ยุติธรรมกับเธอ ปากกาก็เช่นกัน ถอดใส่ด้ามใหม่ไปใส่ด้ามเก่าแบบนั้น นอกจากด้ามใหม่ใจเสียใจแล้วที่ต้องอยู่ใต้เงาคนอื่นแล้ว ด้ามเก่าก็จะเสียใจที่คุณยังไม่ยอมปล่อยวาง

ลองปล่อยวางดูนะครับ อย่าเป็นเหมือนโจวมู่หวัน...ที่ไม่ยอมปล่อยวางต่อกรอบของสามีภรรยา ทั้งๆที่ภรรยาของเขานอกใจและทิ้งเขาไปแล้ว เลยทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะแสดงความในใจที่ตนมีต่อโซวไหล่เจิน เรื่องความรักผมก็ไม่เชี่ยวชาญนะ...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อยากให้หน้าบล็อกนี้ถูกเขียนโดยผู้ชายที่อาศัยอยู่ในห้อง 2046

เพราะผมว่ามันเศร้าไปหน่อย ^^


ป.ล. ไปหัวหิน...ทะเล หนีร้อน หรือหนี...ครับ? 555+
ป.ล. 2 นาโนนี่ใจหินจริงๆ คนเค้ากำลังอินนะเฟ้ย 555+


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน IP: 124.122.62.199 วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:16:37:41 น.  

 
โน แฮปปี้ เอนดิ้ง บัท ยู เมด ยัวร์เซฟ ลุค ทู คูลลล์ แดน เดอะ เรียลลิตี้ ว่ะ 555+


โดย: nanoguy IP: 125.24.132.27 วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:13:59:24 น.  

 
นาโนว - ยู ด้อน เรียลี่ย์ โนว มี ดู้ด 55+


โดย: BdMd IP: 202.91.19.201, 64.255.180.63 วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:20:11:39 น.  

 
^
^
ซับคาราโอเกะสองคนนี้มันฮาดีจริงๆ


โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:21:48:12 น.  

 
I am at Kansai Airport@(Osaka) waiting for the TG plane to fly back to BKK.
Just pass by to say Hi..and good night

Everything are in Japanese so I can`t read your blog and make a comment.
Hope you are very fine at this moment.


โดย: katoy วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:21:54:35 น.  

 

อ่านข้างบนแล้วเม้นท์ไม่ออก
โดนดักคอ คิดว่าที่ BDMD เขียนมันเศร้านะ
อ่านแล้วเหมือนความหลังที่เก็บไว้ก้นลิ้นชักจนเต็มและล้นลิ้นชัก
สุดท้าย.. ทิ้งทั้งหมดเลย
เกะกะ ตูจะใช้ชีวิตต่อไปซะที


โดย: อออ IP: 202.176.89.115 วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:15:45:15 น.  

 
+ แหม! อ่านแล้วช่างให้ความรู้สึกหวานปนเศร้าดีแท้ ... แต่อ่านเม้มบนๆ แล้ว เอ่อ ... (โดยเฉพาะข้อสังเกตของนายโอ๊ต 55+)

+ นับว่ามุมมองความรักของคุณ Bd Md ไม่เหมือนใครดีครับ (ผมแอบเชื่อนะนั่นว่าเปลี่ยนไส้จริงๆ ดูจากรูปปากกาบนสุดที่ถ่ายมา อุๆ )

+ แต่ก็กลับทำให้ผมนึกไปถึงหนังเซอร์ๆ อย่าง Being John Mulkovich, Eternal sunshine ... หรือ Cold souls เทือกๆ นั้นอ่ะครับ ถ้าโลกมนุษย์ทำกันได้เยี่ยงนั้นจริงๆ จะสนุกสนานปั่นป่วนเช่นไรหนอ

+ รอดูเอนทรี่หัวหินกับรูปจากกล้องโลโมอยู่นะครับ (ทำเป็นทวงถามของชาวบ้าน ทริปตัวเองยังไม่ออกเลย เหอๆ )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:0:23:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BloodyMonday
Location :
Imaginationland, Valley of Bliss China

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






-= M & M in Nutshell =-


Gentlemen Broncos (2009)


You could have brain tumor by watching this contaminated turd. Nothing in Gentlemen Broncos pays off, it’s incoherent mess, and chock-full of incredibly annoying characters. You will not only loath this movie, but it also makes you want to punch someone who responsible for this abomination in the face.

BloodyMonday Rating:



Fantastic Mr. Fox (2009)


Imagine if Akira got Live-Action treatment by... say Alfonso Cuarón, you know how awesome it might be? That’s what happened to "Fantastic Mr. Fox". Wes Anderson's auteur perfectly captured the quirkiness and blissful tone of the material. Its stop-motion technique might be a little crude and... somewhat unsophisticated, but that's the charm of it. You’ll feel like pop-up book unveiled before your eyes. This is an exceptional animation of the year.

BloodyMonday Rating:



Planet 51 (2009)


ถ้าถามว่าสนุกไหม? ก็โอเค ทุกอย่างถอดแบบมาจาก Shrek มุขที่อ้างอิงวัฒนธรรมป็อป ตัวละครสมทบที่น่าสนใจกว่าตัวเอก กราฟฟิคที่สอบผ่านฉลุย (ถ้าไม่ไปวัดกับพิกซาร์) แต่ถ้าถามว่าต้องดูไหม? ..... เอาเป็นว่าเวลาชั่วโมงครึ่ง ทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ได้เยอะแยะ

BloodyMonday Rating:



It's Complicated (2009)


รู้สึกสนุกกับการได้เห็นป้าเมอรีล เข้าโหมดแอ๊บเด็ก (อีกแล้ว) ในขณะเดียวกัน อเล็กซ์ บอลด์วิน และ จอห์น ครากินสกี้ ก็ขโมยซีนได้ตลอด แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนังยาว 2 ชั่วโมงมีเรื่องให้เล่าแค่ 15 นาที... It's Complicated อาจเหมือนคนกินไวอากร้าแล้วเข้านอน คึกตลอดคืนแต่มันจะมีประโยชน์อะไร?

BloodyMonday Rating:



Up in the Air (2009)


Up in the Air is a blockbuster movie for people who think blockbuster movies are dumb, as it chock full of brilliantly written dialogue, and acting showcase for three talented actors (especially star-making turn by Anna Kendrick). But in the end, there's little to love, not so much story to chew on (plus disappointing third act), and no real connection to the meaning of human interaction as it intended to be.

BloodyMonday Rating:



I Love You, Beth Cooper (2009)


Cliché-ridden plot about a bunch of annoying characters get together in one idiotic circumstance, "I Love You, Beth Cooper" is shameless exploitation & biggest insult to 80s teen flicks. It's like memorizing magic trick from internet, hoping to perform like David Copperfield. Neither sense of wonder nor magic flare happens here. Only good thing is, it makes me wanna cleanse my soul with genuine 80s teen movie night marathon.

BloodyMonday Rating:



Everybody's Fine (2009)


Meh. The movie serious lack of originality & characters development. Only Robert De Niro comes out fine in this schmaltzy, "Lifetime" movie-of-the-week plot.

BloodyMonday Rating:



Paper Heart (2009)


Twee delight... That's only two words I can think of right now.

BloodyMonday Rating:



Adam (2009)


A perfect companion to Mary & Max (one of the best animation of 2009), Adam is star-crossed love story (pun intended) between Adam, Asperger's Syndrome bearer, and Beth, free spirit woman. The picture wouldn’t be this intimate without stunning performance by Hugh Dancy. On the other hand, the lack of depth on why Beth would love someone like Adam, preventing me from wholeheartedly embraces her choice in the end (which is nice & perfect but requires a leap of faith). Otherwise, this is touching romantic film, which putting its feet firmly on the ground, making the world full of hope and seems nicer place to live.

BloodyMonday Rating:



The Invention of Lying (2009)


Expected to be like “Click” or “Yes Man”, where high-concept plot turned into endless gags, with moral lesson (forcefully) shoving down your throat. But "The Invention of Lying" is thinking man’s film. The whole concept is not seeing how first lying man exploits the ability. But it's about him finding the way not to lie, in order to find genuine happiness. Great stuff.

BloodyMonday Rating:



Give ‘Em Hell Malone (2009)


This is one damn frustrating experience. It’s like watching an infant trying to stand up and walk. They would take a few steps then fall their asses. In fact, kiddie film like “Bugsy Malone” has done better job paying a tribute to film noir than this borefest.

BloodyMonday Rating:



Zombieland (2009)


ถ้าอังกฤษมีหนังซอมบี้ฮาแตกอย่าง Shaun of the Dead แล้ว ทำไมอเมริกาจะมีบ้างไม่ได้... Zombieland คือการผสมผสานระหว่างบรรดาหนังซอมบี้เก่าๆ เข้ากับทัศนคติของคนสร้างที่อาจดูหนังแนวนี้มากเกินความจำเป็น จนสามารถสร้างหนังซอมบี้ที่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็น และเล่นสนุกไปกับกฏพื้นฐานของซอมบี้ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความดีให้สี่นักแสดงนำ โดยเฉพาะ วู้ดดี้ ฮาเรลสัน (เขาเกิดมาเพื่อบทนี้) ที่ช่วยกันสร้างมนต์เสน่ห์ ให้กับการเดินทางในโลกไร้มนุษย์ได้อย่างเต็มที่

ถึงแม้พลังงานที่ขับเคลื่อนจะมาหมดเอาดื้อๆในองค์สุดท้าย เมื่อฉากใหญ่ในสวนสนุกถูกทำขึ้นเพื่อแสดงฉากการฆ่าซอมบี้เด็ดๆ (ซึ่งไม่ใช่จุดเด่นสำหรับเรื่องนี้เลย) แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว ที่บรรดาแฟนซอมบี้จะมาพลาดหนังเรื่องนี้... อ้อ แล้วหนังยังมีดารารับเชิญสุดเซอร์ไพรซ์ ที่สร้างเสียงฮาที่สุดในเรื่องได้จากประโยคสุดท้ายอีกด้วย

BloodyMonday Rating:



Frequently Asked Questions About Time Travel (2009)


เมื่อเพื่อนสามคนก๊งเบียร์กันในผับแล้วเจอสาวฮ็อต (แอนนา ฟาริส) ที่อ้างว่ามาจากอนาคตจนเกิดรอยแยกของเวลา ทำให้ทั้งสามต้องท่องไปทั้งโลกในอนาคตและอดีตจนวุ่นวาย...

หนังมีไอเดียกิ๊บเก๋ ทำออกมาได้สนุกสนานสไตล์ซิตคอมอังกฤษ โดยเฉพาะการนำกฏเหล็กต่างๆจากหนังที่เกี่ยวกับการท่องเวลา (ดูเหมือนว่า Back to the Future จะเป็นแรงบรรดาลใจหลัก) มาปู้ยี้ปู้ยำอย่างเมามัน ถึงแม้ว่าตลอดเวลาการรับชมจะให้ความรู้สึก เหมือนตัวเองกำลังดูซีรี่ย์ทางโทรทัศน์ แต่มันก็คือตอนที่ฮาที่สุดของซีซั่น แถมเอฟเฟ็คที่ใช้ก็มีคุณภาพจนคาดไม่ถึง

BloodyMonday Rating:



Looking for Eric (2009)


มีความรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มองโลกในแง่ดีเกินบรรยากาศโดยรวม จริงอยู่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงเอยด้วยดีในตอนสุดท้ายนั้น สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนดู แต่จากสถานการณ์ในเรื่องและบริบทที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันยากที่จะทำใจเชื่อในสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะพล็อตรองเกี่ยวกับปืน ซึ่งถ้าถูกตัดออกไปและหนังยังดำเนินเรื่องอย่างที่เป็นอยู่ Looking for Eric ก็น่าจะเป็นหนังฟีลกู้ดที่อบอุ่นที่สุดเรื่องหนึ่งของปีเลยทีเดียว

BloodyMonday Rating:


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
17 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add BloodyMonday's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.