:: The Small กระบี่ จิ๋วแต่แจ๋ว ::

เช็คเอาท์จากทับแขกแล้ว วาก็แว๊นซ์มอเตอร์ไซต์กลับมาที่อ่าวนางค่ะ 
จุดหมายปลายทางคือ โรงแรม The Small กระบี่
ซึ่งเป็นวอเชอร์ที่ได้มาจากโครงการ เคทีซี ทราเวล มาสเตอร์
ที่วาได้เป็น 1 ใน 12 คน 10 คนที่ไม่ได้รางวัล ก็จะได้ที่พักกันไปคนละที่นั่นเอง
โชคดีอย่างมาก ที่วาเกือบจะจองที่นี่พอดี หลังจากจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ 200 กว่าบาทได้แล้ว
เลยเป็นได้มาฟรี ดีใจม๊ากกกกกก

วอเชอร์นี้ 3 วัน 2 คืน ห้อง Pool Access แถมฟรีอาหารเย็น 1 มื้อที่ร้าน " บ้านต้นข้าว "
แวนซ์มาจอด ที่หน้าโรงแรม เพราะจำได้ว่าหน้าตาแบบนี้แหล่ะ แต่ไม่มีป้ายบอก
พอเข้าไปที่ front ถามเค้าว่า ที่นี่ใช่ The Small รึเปล่าคะ ไม่เห็นมีป้าย
คำตอบคือ " ใช่ค่ะ ที่นี่ไม่มีป้ายโรงแรม "




มาถึงเหนื่อยๆได้ welcome drink เป็นน้ำส้มชื่นใจ ไม่เกิน 5 นาทีเราก็ได้เข้าสู่ที่พักคืนนี้ของเราค่ะ
ห้องแบบ Pool Access  หรือ ห้องแบบ ริมตลิ่งนั่นเอง




ห้องไม่กว้าง ไม่แคบ โทนสีขาว - แดง ดูสบายตา และเก๋ไก๋ ไปพร้อมๆกัน

ดูทันสมัย ชิค เทรน แล้วแต่จะเรียกให้มันโก้ค่ะ แต่วาชอบนะ ดูสบายๆดี

เตียงนอนธรรมดา ไม่ได้หนานุ่มขอบชีสแต่อย่างใด (เอ้ย..ไม่มีขอบชีส) 

แต่ก็หลับสบายดีไม่มีปวดหลังนะจ้ะ






ในห้องไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ แต่ก็มีที่วาง ipod (เค้าเรียกไรไม่ยู้อ่ะ) ด้วยนะคะ พอดีไม่มี(เงินซื้อใช้)

เลยไม่ได้ลอง แหะๆ โต๊ะเครื่องแป้ง + ทำงาน ใหญ่ วางของ(รกๆ)ได้มากมาย


อุปกรณ์ในห้องครบครัน ของตกแต่งสุดแนว

มีเดย์เบดเล็กๆ และโต๊ะเล็กๆ เอาไว้นั่งกินขนม กินลม ชมวิว หรือนั่งเล่น Labtop ได้สบายใจ

minibar ชา กาแฟ ขนม หาทานได้แถวนี้ค่ะ มี LCD TV ติดผนังด้วย เก๋ไก๋




อ้อ wi-fi มีขอพาสได้ที่ front ฟรีตลอดรายการ เล่นลื่นปรู๊ดปร๊าด ถ้า connect ติด และหาสัณญาณเจอ

ตอนวาไป มี The Small เยอะจนเลือกไม่ถูก เล่นได้มั่งไม่ได้มั่ง ถ้าเจออันที่ดีมันก็ดีไปเลย ไม่ดีก็อดเล่น (- -")



* เอ๊ะทำไมรูปนี้ รกจัง เอิ๊กกกก




ห้องน้ำ เป็นปูนเปลือยโล่งๆ ไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดหัวค่ะง่ายๆ ชิคๆไว้ก่อน แต่ก็ดูสบายตาดีนะ

ประตูห้องน้ำเก๋(หรือประหยัดก็ไม่รู้) เป็นบานเฟี๊ยมถ้าปิดประตูห้องน้ำ ก็จะเห็นส่วนของที่แขวนเสื้อผ้า

ถ้าเปิดประตูห้องน้ำ ก็คือปิดพวกตู้แขวนเสื้อ เข้าใจคิดนะนี่ ประหยัดพื้นที่ เกร๋ๆได้อีก



ถ้าปิดประตูห้องน้ำ เราจะเห็นตู้เสื้อผ้าแบบนี้นั่นเองค่ะ




ห้องน้ำปูนเปลือยโล่งๆ มีห้องที่กั้นด้วยประตูกระจก อาบน้ำแบบฝักบัวนะคะ

ซึ่งฝักบัวมีทั้งแบบ ไมโครโฟน และแบบ ฝนตก ฝักบัวแบบฝนตก 3 ห่วง น่ารักมากๆเลยค่ะ



มาถึง ไฮไลท์ของห้องแบบริมตลิ่งของเรานะคะ นั่นก็ เปิดประตู โดดลงน้ำได้เลย เย้! (^^)/




สระว่ายน้ำ น่าจะลึก 1.4 เมตร เล่นน้ำกำลังสนุก มี จากุชชี่ส่วนตัวทุกห้อง
เป็นเหมือนเก้าอี้นั่งในน้ำ โดยสามารถเปิดปิดเองตามอัธยาศัย มีปุ่มอยู่ในห้องของเรา
ตรงเดย์เบดนะคะ ข้อดีคือ จากุชชี่แรงดันน้ำแรงดี นวดแขนขาสนุกสนาน
แต่ข้อเสียก็คือ น้ำแรงไป!  อะไรของมัน




สะเดิด บิกินี่เล่นน้ำหน้าห้องตัวเองไม่เกรงใจใคร อย่างสนุกสนาน เชิ้บๆ 
แต่อุปสรรคในการมาเที่ยวครั้งนี้ของเราก็คือฝนค่ะ ถึงแม้ ฝนตกมันก็ยังเล่นน้ำได้อยู่
แต่มันก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย ฝนตกตลอดเวลา แต่วันนี้เรากะว่าจะพักผ่อน แช่น้ำ
เลยไม่สนฟ้าฝน คิดเอาว่าพรุ่งนี้คงดีเอง เดี๋ยวค่อยว่ากัน




แอบเดินไปชมโรงแรมกันบ้าง ขึ้นบันได หรือ ลิฟท์ข้างๆ front ไปที่ชั้น 2 จะมี ที่นั่งเล่นอยู่
ซึ่งมันคงจะเคยมี computer ให้เล่น แต่บัดนี้หายไปแล้ว โต๊ะวางอยู่อย่างเหงาๆ
เลยไม่ได้นั่งเล่นแต่อย่างใด มองลงมาเห็นข้างล่างด้วยค่ะ



ตรงทางเดินของชั้นบนๆ จะมี ที่นั่งเก๋ๆริมระเบียงหน้าห้องด้วยค่ะ เอาไว้ชมวิวได้




ขึ้นไปที่ชั้น 3 จะมีทางต่อไปที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นส่วนของสระว่ายน้ำด้านบน
คนที่พักชั้นอื่นๆที่ไม่ใช่ Pool Access จะสามารถไปเล่นน้ำได้ที่ชั้นนี้ 
(จริงๆ ถ้าอยากเล่นข้างล่างก็ลงไปได้ค่ะ มีทางลงอยู่เหมือนกัน)




ด้านบน เป็นจุดชมวิวได้ดีจุดหนึ่ง เพราะเห็นทั้ง วิวทะเล และวิวภูเขา
เสียดายที่ตรงนี้โดนเขาลูกเล็กๆบังทะเลเอาไว้ ไม่งั้นโรงแรมนี้อาจจะซีวิวทุกชั้นก็เป็นได้ค่ะ





ฝนตกตลอดเลยไม่ได้เล่นน้ำตรงนี้เลย สระว่ายน้ำน่าลงไปเล่นมากๆ
แอบมองลงไปเห็นพักห้องอื่นๆด้วยค่ะ




ฟ้ามืด เราก็เลยออกไปหาอะไรทานกันค่ะ วารีเควส " ครัวธารา" เท่านั้น คือแบบยังไงก็ต้องกินร้านนี้
เพราะคิดถึงแกงส้มของร้านนี้จับใจ ตอนที่มาครั้งก่อน 2-3 ปีที่แล้ว กับแกงค์พี่ๆน้องๆ ใน BP
ยังจำได้อยู่เลยนะว่า แกงส้มร้านนี้ เด็ดมากๆ วันนี้จะไปซดแกงส้มแก้คิดถึงกันนิดนึงงง



มาถึงก็สั่งเล้ยยยย หอยชักตี_น น้ำจิ้มแซ่บมาก แต่แพงอ่ะ จานนี้ 80 หรือ 120 ซักอย่าง




แล้วก็ตามมาด้วย แกงส้มยอดมะพร้าว เปรี้ยวหวานกำลังโอเค เด็ดมาก อร่อยสุดในสามโลก

(แต่วันนี้วาว่ายิ่งกินยิ่งหวาน ใส่น้ำส้มแฟนต้ารึไงไม่รู้ - -") 150 บาท มาแบบ 1 กะละมัง




และปลากระพงทอดน้ำปลา 350 บาทโดยประมาณค่ะ (ตัวราวๆ 7 ขีด)
กรอบบบบบบบบบ อร่อยยยยยยยยยยยยยย




ยังมีข้าวหมึกกระเทียมอีกอย่าง

ค่าเสียหายเอาการอยู่ สำหรับข้าว 1 มื้อของวา ราวๆเกือบ 800 บาทค่ะ




คุณ ตระเวนเที่ยว เชิญกินข้าวด้วยกันค่ะ วาจ่ายตังแล้ว 
ก่อนกลับแวะถ่ายรูป ของเกือบหมดแล้ว ขายดีจัง




เช้าแล้วจ้า มาทานอาหารเช้ากัน ไลน์บุฟเฟ่ต์มีของไม่เยอะมาก แต่ก็ถือว่าหลากหลายอยู่ค่ะ
มีขนมปังหลายชนิด มีคอนเฟรค มีสลัด มีไส้กรอก เบคอน และอาหารอื่นๆ จำพวก มันฝรั่งอบชีส
ข้าวผัด ข้าวต้ม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ มีบริการ ส่วนเมนูไข่ ต้องสั่งเอา ไม่แน่ใจว่าขอเพิ่มได้รึเปล่า
เพราะไม่ได้ลองขอดูค่ะ เลือกที่นั่งเหมาะๆ ทานอาหารเช้า เคล้าสายฝนพรำ








อิ่มแล้วก็ได้แต่นั่งมองฝนปรอย ตาปริบๆ ในขณะนี้ มีโทรศัพท์จาก มัณดาวีร์ รีสอร์ต
โทรเข้ามาถามว่า จะเข้าเช็คอินตอนไหน ซึ่งมันฉุกเฉินมาก ที่วาไม่สามารถเข้าพักได้
เพราะคืนต่อไป ต้องไปพังงา แล้วขอยกเลิกบุกกิ้งก็ไม่ได้อีก ใจร้ายชะมัด
ก็เลยทิ้งไปเปล่าๆ 2 คืน แง..





ในขณะที่ฝนก็ปรอยตลอด ไปเที่ยวทะเลก็ไม่ได้ ซื้อทัวร์ก็ไม่ได้ มอเตอร์ไซต์ก็เช่ามาแล้ว
ก็เลยตัดสินใจครั้งใหญ่ ... บิดมอเตอร์ไซต์ไปเที่ยว สระมรกตกัน!
คือจริงๆแล้ว เด็กแวนซ์เค้าอยากไปดู สระมรกต อเมซิ่งไทยแลนด์ แต่วาเฉยๆ
เพราะเคยไปมาแล้ว แต่ถ้าไปมันก็ต้องไปด้วยกัน พลันนึกได้ว่า มันผ่านร้านขนมจีน
ไก่ทอดรสเด็ด โกจ้อย วาก็เลย เป็นสก๊อยสาว เอาฟระ ไปก็ไป (เห็นแก่กินแท้ๆเลย)
เปิดกูเกิ้ลแมพ ขอเส้นทาง ผงะเลยค่ะ 67.2 กิโลเมตร จากอ่าวนาง ...
ไอ่บ้า ไปยังไงล่ะ ก้นร้อนแหง๋ๆ




แต่ก็ก็ดีกว่า นั่งดูฝนตกอยู่แบบนี้ สุดท้ายเลย ใส่เสื้อกันฝน (ที่ซื้อจาก 7-11)
มุ่งหน้า สระมรกตกัน Check point ว่าใช้รถไปกี่กิโลแล้ว เติมน้ำมันเต็มถัง
รถพร้อม คนพร้อม ลุยจ้า!





ออกเดินทางประมาณบ่ายโมงค่ะ (ถือว่าคิดช้าไปมากทีเดียว) ก็เพราะฝนตกนั่นแหล่ะ
แต่พอ ออกจากเขตอ่าวนางมาได้แล้ว ฟ้าใสซะงั้น งงเลยค่ะ ที่อื่นเค้าไม่ตกกันซักหน่อย 
ตกแต่แถวๆอ่าวนาง




มุ่งไปตามถนนแบบ มั่วๆ หาทางที่เขียนว่า ไปสนามบิน เกาะทางไปเรื่อยๆค่ะ
แต่ก็ต้องวิ่งเร็วปรู๊ดปร๊าด เพราะเมื่อยเหลือเกิ๊น บ่น บ่น บ่น

ถึงสนามบินแล้ว แปลว่าเรามาถูกทางแล้ว น่าจะประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ค่ะ
โชคดีที่ฝนไม่ตกนะ เพราะถ้าฝนตกอาจจะไม่สู้ต่อ แต่ก้มีปรอยมาเล็กน้อยเหมือนใครมาพรมน้ำมนต์ แหะๆ

อีกไม่นานนักก็เริ่มเห็นเมืองๆค่ะ ถ้าจำไม่ผิด(จากการมาคราวก่อน) น่าจะเป็น แถวเหนือคลอง
ซึ่งเคยแวะ 7-11 แถวนั้นซื้อขนม เราขับตามป้ายที่เขียนว่าไป น้ำตกร้อน เพราะจำได้ว่ามันอยู่ใกล้สระมรกต
ซึ่งไม่มีป้ายว่าไปสระมรกตให้เห็นเลย ก็กลัวหลงอยู่เหมือนกันค่ะ

ในใจก็พลันนึกว่า ขนมจีนโกจ้อย น่าจะอยู่แถวนี้ จำได้ว่าอยู่ หัวสะพานเล็กๆ
แต่ไม่ได้จำพิกัดใดใดมาเลย ลืมเปิดเน็ตดูด้วย แง...เสียใจ อยากกินนน




แว๊นซ์มาอีกหลายนาทีค่ะ เริ่มเห็นป้ายไปสระมรกตบ้างแล้ว
วาเริ่มเมื่อยขาแบบหาที่สุดไม่ได้ (จริงๆคนขับน่าจะเมื่อยกว่านะ เหอๆ)
อยู่ๆหันไปเห็นป้าย ไปสระมรกตเลี้ยวซ้ายแล้วค่ะ มีปั๊ม ปตท. อยู่ข้างหน้า
เลยแวะซื้อน้ำ ซื้อขนมใน 7-11 พักขาด้วยค่ะ

ถามน้องใน 7-11 ได้ความว่า สระมรกต เลี้ยวไปอีกไกลเหมือนกันครับ 15-16 โลได้
ส่วนโกจ้อยเลยมาแล้ว อยู่ตรงเนี๊ยะอ่ะพี่ (ตรงไหนหล่ะ ไม่เห็นว้อยยย)
เราก็เลยตัดสินใจไปสระมรกตก่อน ตอนนั้น บ่าย 2 จะบ่าย 3 แล้วค่ะ
กลัวมันมืด ขนมจีนถ้าดวงเรามีคงได้เจอกันขากลับ คิดได้ดังนั้นก็รีบบึ่งไปทันที

ตอนนี้มีป้ายบอกชัดเจน ตลอดทาง แต่ก็ไม่เห็นถึง ซักกะที 
แต่ตอนนี้ ขาท่อนล่างชาจนเกือบไร้ความรู้สึกไปแล้ว (- -")

ไม่นานนักเราก็มาถึงกันแล้วค่ะ เย่!!!!!!




จอดมอเตอร์ไซต์ เอากล้อง ผ้าเช็ดผม เป๋าตังค์ ใส่ถุงกันน้ำ
แล้วก็เดินเข้าไปด้านใน ซึ่งเสียค่าเข้าคนละ 20 บาท 
อ้อ ตอนนี้เค้าห้ามเอา อาหารเข้าไปนะคะ จำไมได้ว่า ปกติก็ห้ามรึเปล่า
แต่ก็ เอาน้ำเข้าไปทานได้ค่ะ ข้างในก็ไม่ไดมีขายแต่อย่างใดนะคะ ดีแล้ว เพราะจะได้ไม่มีขยะ
ใครซื้อมาแล้ว แขวนเอาไว้ด้านหน้า ห้ามเอาเข้าจ้า




มีทางเดินให้เลือกคือ ทางลูกรังสีแดงตรงอย่างเดียว 800 เมตร
และอีกทางคือ เส้นทางสำรวจธรรมชาติ 1400 เมตร นาทีนี้ 800 แล้วกัน คนเริ่มกลับแล้ว
เพราะบ่าย 3 แล้วค่ะ กลัวจะกลับมาแล้วมืดซะก่อน

พอไปถึงโอโห..คนเยอะเหมือนเดิม ไม่มีที่ วางของ ไม่มีที่นั่ง ไม่มีอะไรทั้งนั้น
ดูเหมือนมันโทรมๆไปนะ แต่น้ำก็ใส และเป็นสีเขียวมรกต อยู่ตลอด โชคดีที่มันเป็นน้ำไหล
และน่าจะมีส่วนผสมของ หินปูน น้ำเลยใสตลอดเวลา สำหรับวา ที่เคยมาแล้ว
ก็เฉยๆกับสระมรกต (แต่ตอนมาครั้งแรก ตื่นเต้นมากนะคะ)




เหลือบไปเห็นป้าย สระน้ำผุด 600 เมตร มีฝรั่งเดินไป 2 คน ก็เลยตามเค้าไปทันที
จำได้ว่าคราวก่อนอยากไปมาก แต่ไม่มีคนไปด้วย แล้ววาก็ไม่รู้หรอกว่ามีอะไร สวยแค่ไหน
ทีนี้เพราะมีเพื่อน เลยรีบตามเค้าไป ไม่ทันจะถึง 2 นาที ต่างชาติ 2 คนก็เดินกลับ

บอกเล่นน้ำตรงนี้ดีกว่า อ้าววววววววว! ไหงงั้นล่ะ










แต่ตั้งใจจะไปแล้วก็ต้องไปต่อค่ะ สาเหตุเพราะก่อนมา เสริชดูยูทูปไปเจอ รายการ เจอร์นี่
ของ เรย์ แมคฯ เค้าไปดูสระน้ำผุดกัน เห็นว่าเป็น "  ต้นกำเนิด ของสระมรกต "
แล้ว ภาพที่เห็นคือมันสวยมาก เหมือน จิ้วไจ้โกว ที่จีนเลย (พูดเหมือนเคยไป 55555 ไม่เคยนะคะ)
เป็นน้ำสีฟ้าสดมากกกก ต้องไปค่ะต้องไป




แล้วโชคดีมากที่เดินต่อไปแล้วก็เจอผู้หญิงไทย 2 คน กำลังเดิน ชมนกชมไม้ถ่ายรูปอยู่
ดีใจมากที่มีเพื่อนแล้ว ก็เดินกันไป 4 คนค่ะ สภาพทางเดินก็คือ สะพานไม้กว้างราวๆ 1 เมตร
เดินง่ายค่ะ แต่ก็ลื่นบ้าง แต่มีบางช่วง ไม้หัก สะพานพัง บางช่วงหายไปเยอะเลย เดินลำบาก
เดินไปเรื่อยๆก็เจอ...................สระฤาษี ตรงนี้มีศาลด้วยค่ะ แล้วก็ ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด!




เดินต่อไป สะพานหายซะงั้น ต้องเดินบนพื้นดินลื่นๆ เพราะป่ามันชื้นมากค่ะ
ฝนไม่ตกก็เปียกตลอดนะ (พื้นที่อื่นไม่เปียก) แต่ตรงทางดินนี่ รองเท้าไม่ดี ลื่นหัวแตก
ส่วนใหญ่เค้า ถอดรองเท้ามากัน แต่วา ขี้เกียจถือและไม่มีที่ฝาก เลยใส่ค่ะ

เดินไปนานมากและเหนื่อยมาก ผู้หญิง 2 คนนั้นเริ่มท้อ จะกลับแล้ว
คือ 600 เมตรมันไกลมากเพราะเดินลำบากขึ้นเรื่อยๆ วาเลยตะโกนบอกเค้าว่า
ทนหน่อยค่ะ เดินมาตั้งไกลแล้ว น่าจะใกล้ถึงแล้ว มันสวยมากเลยนะ ไปถึงคงหายเหนื่อยค่ะ




เค้าก็เชื่อเลยไปด้วยกันต่อ จริงๆให้ไปไม่มีเพื่อน ก็กลัวไง เลยต้องขอให้ไปต่อด้วยกัน (- -")
แล้วหลังจากนั้นราวๆ 5 นาที เราก็เจอ สะพานค่ะ เริ่มมีน้ำตก ธารน้ำไหล 
(แต่งงมาก เจอผ้าอนามัยอยู่ในน้ำ บ้าฉิบเป๋ง ใครเข้ามาทิ้งฟระ) 
* กราบขออภัย รูปไม่สุภาพ และขนาดเท้าใหญ่มากค่ะ * (^/^)




เดินมาอีกนิดเดียว แล้วก็เริ่มได้ยินเสียงคน  เรามาถึงกันแล้วค่ะ ภาพที่เห็นตรงหน้า
ทำให้เราต้องยืน อ้าปากค้าง! นี่คือสิ่งที่ ดั้นด้น นั่งมอเตอร์ไซต์มากว่า 2 ชม.
เพื่อจะมาดู สระน้ำผุดนี้ให้เห็นกับตา เราทำสำเร็จแล้วค่ะ

ณ จุดนี้ ผู้อ่านรีวิวทุกท่าน ควรปรบมือให้ ผู้หญิงสก๊อยอ้วนๆคนนี้เดี๋ยวนี้ค่ะ 55555



อ่ะรูปนี้ มาดูสระน้ำผุดกันเต็มๆค่ะ สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก







ถ้าสังเกตุดีๆ ในน้ำจะมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลาค่ะ  วาทำเป็นคลิปให้ได้ชมกัน






เราใช้เวลา(พักเหนื่อย)ที่นี่ได้ไม่เกิน 5 นาที ก็รีบกลับเพราะกลัวจะมืด
แล้วก็อยากเล่นน้ำที่สระมรกตนิดนึงด้วย เลยเดินกลับลงไปอีก 600 เมตร
( วาว่าเค้าต้องโกงระยะทาง หรือ วัดผิดมั่งอ่ะไปกลับ 1200 เมตร อะไร แทบขาดใจตาย )




ลงมาถึงก็เล่นน้ำ ป๋อมแป๋ม 10 นาที กลับเลย จะมืดแล้ววววววว แว๊กกกกกกก
ขากลับ ก็อยากไปดู สระแก้ว ชมนกชมไม้ คืออยากเดินเรื่อยๆไม่เหนื่อยมาก
ไม่อยากขาเลอะดินลูกรังสีแดงๆ เลยตัดสินใจเดินกลับทางศึกษาธรรมชาติ 1400 เมตร






สระแก้ว ดูโทรมๆยังไงไม่รู้ค่ะ สะพานก็เริ่มพังๆ อาจจะเพราะฝนตกช่วงนี้ด้วย
แต่น้ำก็ยังใสมากอยู่นะคะ แต่ใต้น้ำไม่ค่อยสวยเท่าไหร่แล้ว เหมือนเป็นตระไคร่ๆมากกว่า




เดินไปได้ไม่นาน เริ่มทำให้เรารู้สึกว่า " เราตัดสินใจผิดพลาด " ที่เราเดินกลับทางนี้
เพราะทางเดิน เป็นสะพานบางช่วง ชำรุดบ้าง เป็นทางดินบ้าง ลื่นมากเป็นโคลนเลนใหญ่ๆหลายจุด
ต้องเดิน ข้ามต้นไม้ล้ม มุดกิ่งไม้ ลงทางลาด โห.... นี่มาเที่ยว หรือมาเข้าค่ายคะนี่

แถม ทางเดินเป็นตอๆที่เคยเดินสนุกสนานๆ เหมือนเกมส์โหดมันฮา มาคราวนี้ฮาไม่ออกค่ะ
ตอไม้มันเหมือนกร่อนไปแล้วก็ต้อง ลุยเลน ที่ลื่นๆ และเท้าจมลงไปในแอ่งเลยอ่ะ แหง่กๆๆๆ
เหนื่อยเหลือเกิน ใครบอกให้มาทางนี้ฟระ!!! (อ้าว ตูเอง)




กว่าจะออกมาถึงด้านนอกได้ สิริรวมการเดินคือ 800 + 600 + 600 + 1400 = 3400 เมตร 
หรือเดินไป 3.4 กิโลเมตร โหเดินไปได้ยังไงเนี่ย มิน่าเมื่อยมาก!!!!!
หิวโซเลยค่ะ ร้านรวงเริ่มปิด แล้วเย็นนี้เรานัดให้เค้ามารับไปทานข้าวที่ร้านต้นข้าว ตอน 1 ทุ่มตรง

เรายังต้อง แวนซ์มอเตอร์ไซต์กลับอีก 2 ชม. โดยประมาณ มีเวลาไม่มากแล้ว ก็เลยตัดสินใจ 

หิ้วท้องกลับอ่าวนางทันทีค่ะ ระหว่างทาง แอบเห็นเลขไมล์รถ เลขสวย ตอง 11111

เลยขับจนให้เห็นเลขนี้ แล้วจอดถ่ายรูป เอิ๊ก ยังมีเวลา




แล้วก็บึ่งกลับอย่างรวดเร็ว ซึ่งขากลับ เห็นตลาดนัด แอบแวะพักขานิดนึง
เลยได้ ข้อไก่ทอดมากิน อร่อยมั่กๆ เลยมาอีกนิด วาหันไปเห็นภาพคุ้นตา
แล้วก็ใช่จริงๆค่ะ "ขนมจีนโกจ้อย" กรี๊ดดดดดดดดดดดด จอดดดดดดดดด

ตอนนี้ 5 โมงกว่าแล้ว อีกไม่นานจะต้องไปกินข้าวต่อ
แต่ขอเถอะ ขนมจีนแกงไตปลา 1 จาน ไก่ทอด สุกไม่ทัน เลยได้ชิ้นเล็กมา 2 ชิ้นเอง
ชิ้นละ 15 บาท แอบแพงเนอะ แต่ก็กินค่ะ 10 นาที เสร็จ รีบไปต่อ
ทำเวลายังกะเล่นเกมส์โชว์ หายใจ หายคอแทบไม่ทัน




บึ่งผ่าน สนามบิน ผ่านเมือง ฟ้าเริ่มมืด ทางเริ่มมองไม่เห็น ขับไปแบบไม่รู้เรื่อง
รู้ว่าต้องรีบไปให้ทัน 1 ทุ่ม ซักพัก วาเห็นป้ายเล็กๆ อ่าวนางเลี้ยวซ้าย
เอ๊ะ ขามาไม่ใช่แบบนี้นี่หน่า แต่ก็เลี้ยวเข้าไป อะโห เจอป่าแบบมืดๆ แถมแถวนั้น
มีพวกภูเขาแปลกๆ สูงๆตระหง่าน เป็นแผงๆเลย ตอนฟ้ามืดงี้ น่ากลัวมาก
ปรากฏไปโผล่ตรง หาดนพรัตน์ ธาราได้ไงไม่รู้ ที่รู้ๆ ถ้าไม่เห็นป้ายนั่น เลยแน่ๆ แหง่กๆๆๆ
ขนาดวิ่งตามป้ายแล้วนะ แต่มันมืด เลยหลงซะงั้น

19.00 น. พอดี เราก็เลี้ยวเข้าไปจอดหน้า The Small
ที่ไปเล่นน้ำมาที่สระมรกต ตัวยังชื้นอยู่เลย แต่ก็ไม่อยากให้เค้ารอ 
เห็นมีคนมารับจากร้านอาหาร หรูเชียว แต่งตัวเหมือน พนักงานโรงแรมเลย
ท่าทางร้านจะใหญ่โตหรูหรา





พอเค้ามารับไปส่งก็โอ้โห ร้านใหญ่มากจริงๆค่ะ ตกแต่งอลังมาก
มีชิงช้าสวรรค์ให้เล่นด้วยอ่ะ คิดดูขนาดไหน แต่มีแค่เราโต๊ะเดียวในร้าน โหลงเหลงพิกล




อาหารถูกยกมาเสริฟ ตามที่เค้าจัดไว้ให้ ล้นโต๊ะเลยค่ะ กินจนจุกหายใจไม่ออก กร๊ากกก
แกงส้มเผ็ดเปรี้ยว น้ำพริกกุ้งเสียบ อร่อยมากๆ แต่เผ็ดมากสู้ไม่ไหว แต่วาชอบน้ำพริกมากๆเลย
มีผัดผักเหนียง ตระกูลเดียวกับ ผักหวาน แต่ใบใหญ่กว่า รสชาต มันๆ อร่อยดีค่ะ
เค้าว่าเป็นผักที่หาทานได้แค่ กระบี่เท่านั้น มีผัดสะตอกุ้ง ที่วากินแต่กุ้ง แล้วก็ยำผักบุ้งกรอบ จานยักษ์!

มื้อนี้ จุกจริงๆค่ะ ถ้าไม่ได้รับขนมจีนมาก่อน รับรองกินได้อีก ขอโทษด้วยนะคะ
อาหารเหลือเยอะเลย กินไม่หมดอ่า แต่อร่อยมากค่ะแล้ว ร้านก็สวยมากด้วย
แต่เสียดายที่อยู่ไกล แล้วก็อยู่ไหนไม่รู้ แต่เค้ามีเว็ปไซต์นะคะ
ถ้าใครจะไปกินเค้ามีรถรับส่งที่โรงแรมเลยจ้า (น้ำพริกกุ้งเสียบเด็ดมากกกกกกก!)





อิ่มแล้ว คุณ...อะไรหนอ ขออภัยจำไม่ได้ค่ะ เค้าขอติดรถเข้าเมือง ไปซื้อโรตีกรอบ
ตรงข้างห้างโวค เลยพาเราไปเที่ยวด้วยค่ะ โรตีร้านนี้เป็นอะไรที่ คนเยอะมาก
รอคิวร่วม 30 นาที บ้าไปแล้ว แต่ข้างๆห้างโวค มีถนนคนเดิน เลยพอเดินฆ่าเวลาไปได้บ้าง



อันนี้เป็นป้ายทางเข้าถนนคนเดินค่ะ ว่างๆก็ไประบายสีเล่นกันนะ (- -")




ร้านนี้เค้าขายโรตี ที่มาแบบ บางกรอบ เป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนข้าวเกรียบเลยค่ะ อร่อยดีนะ
วาชอบโรตีอยู่แล้ว ถูกใจเลย ส่วนแบบ กรอบนอกนุ่มในก็มีนะคะ อันละ 7 บาท
หรือไงนี่อ่ะค่ะไม่แพง วาไม่ได้จ่ายอ่า ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
ที่พามาเที่ยวพร้อมซื้อโรตีให้ได้ชิมด้วยค่ะ _/_


ร้านโรตี อยู่ตรงข้างๆห้างโวคเลยนะคะ ตรงสี่แยกนี้ มีคุณมนุษย์โบราณ ถือ สัญญาณไฟจราจรอยู่ด้วยแหล่ะ


แล้วเค้าก็พามาส่งที่ The Small วันนี้ เหนื่อยมากกกก อาบน้ำเสร็จ หัวถึงหมอน หลับเลย 
ตื่นมาอีกที 9 โมงเลยทีเดียว ตื่นมา ขางี้ ร้าวรานมาก ยืนแทบไม่ได้แหน่ะค่ะ 
ที่ไปแวนซ์ ขาชามาเมื่อวาน ออกอาการแล้ววันนี้ รับอาหารเช้านิดหน่อยก็ไปเก็บของค่ะ



วันนี้จะลาที่นี่ไปแล้ว แอบเสียดายเมื่อวานไม่ได้อยู่ห้องเลย อดเล่นน้ำป๋อมแป๋ม คิดถึง Pool Access จังเลย

ซึ่งราวๆ 11 โมง จะต้องเดินทางไปที่ " หาดสนรีสอร์ท " แถวๆหาดบางสัก พังงาโน่นแหน่ะ
ทานอาหารเช้ารีบๆ แล้วก็เก็บเสื้อผ้า ทางหาดสน ก็มารับทันที ก็เอารถมอเตอร์ไซต์ไปคืน
เค้าถามว่า เป็นไงครับ ไปเที่ยวไหนมาบ้าง พอบอกว่าไปสระมรกต เค้าผง่ะเลย 
รีบมาเช็ครถใหญ่เลย กร๊ากกกกกกกก

เค้าบอกว่า ถ้าเป็นฝรั่งผมไม่ให้ไปนะเนี่ย คือจริงๆเค้าอาจจะบอกว่า 
" ถ้าผมรู้ว่าพี่จะเอาไปสระมรกต ผมไม่ให้เช่านะเนี่ย " มากกว่า 

แต่ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตูก็ไม่รู้ว่าจะได้ไปแล้วก็ไปถึงเหมือนกัน
ยังปวดขาอยู่เลย กร๊ากกกกกก



Create Date : 20 ตุลาคม 2553
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2555 10:41:32 น. 3 comments
Counter : 8943 Pageviews.

 
รอชมค่ะ
เคยไปพักที่นี่แล้ว...ชอบค่ะ
จิ๋วแต่แจ๋วจริง ๆ


โดย: nokkatua วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:22:07:01 น.  

 
อ้อ...แวะไปโหวตให้แล้วนะคะ


โดย: nokkatua วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:22:08:14 น.  

 
เยี่ยมไปเลยคร่า เที่ยวแบบลุยๆ น่าสนุกไปอีกแบบ


โดย: bulldoggirl วันที่: 29 เมษายน 2556 เวลา:17:48:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นังนู๋วา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 149 คน [?]













Blog date ล่าสุด ..



Google+



วิธีสั่งซื้อไอเฮิร์บคลิ๊ก


cool hit counter <-- My Blog Stat




Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นังนู๋วา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.