ประสบการณ์ฉีดวัคซีนโควิด 19
ฉันฉีดวัคซีคโควิด 19 ครบสองเข็มแล้ว น่าจะเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ในไทยที่ได้ฉีดเลย หลายคนก็มาถามว่าทำไมได้ฉีดเร็ว คงต้องบอกว่าเป็นความเฮงของฉันล้วน ๆ
เนื่องจากฉันแต่งงานเมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 กับสามีที่เป็นคนสมุทรสาครโดยกำเนิด ทำให้หลังแต่งงานฉันได้ย้ายบ้านไปอยู่กับสามีที่สมุทรสาคร หลังจากงานแต่งงานของฉันไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ ก็มีข่าวว่าโควิด 19 แพร่กระจายในสมุทรสาครอย่างน่าตกใจ ทำให้จังหวัดสมุทรสาครกลายเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดทันที
หลังจากนั้นไม่นาน ประเทศไทยก็นำเข้าวัคซีนเซ็ทแรก คงด้วยสาเหตุว่าสมุทรสาครในเวลานั้นเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่ใคร ๆ ก็เป็นห่วง วัคซีนเซ็ทแรกก็เลยเดินทางมาที่นี่ก่อน ตอนที่ฉันทราบข่าวว่าไปจองคิวฉีดวัคซีนได้ก็เป็นช่วงต้นเดือนมีนาคมแล้ว
แม่ยายของฉันเป็นข้าราชการพยาบาลเกษียณอายุ ท่านก็เลยได้ข่าววงในเร็วกว่าใคร และได้สิทธิ์ในการฉีดวัคซีน (น่าจะเพราะเป็นคนสูงอายุด้วย ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงมาก) ท่านได้ฉีดก่อนเพื่อนเลย ในวันเดียวกันนั้นฉันก็ไปจองคิวฉีดวัคซีนกับสามี เพราะเขาให้จองคิวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร
เดินทางไปถึงโรงพยาบาลสมุทรสาครประมาณบ่ายสองโมง ตรงจุดที่จองคิวไม่มีคนอยู่เลยยกเว้นเจ้าหน้าที่สองคน ฉันกับสามีก็แปลกใจ เพราะคิดว่าจะมีคนมาจองคิวเยอะกว่านี้ แต่กลับเงียบเชียบ หรืออาจเป็นได้ว่าคนที่ทราบข่าวคงมาจองคิวกันตั้งแต่เช้าไปจนหมดแล้ว เวลาบ่ายสองโมงก็เลยไม่มีคน
เจ้าหน้าที่ขอให้ฉันเขียนใบนัด เป็นรายละเอียดทั่ว ๆ ไป ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และเอาบัตรประชาชนไปลงทะเบียนให้ เขาแจ้งว่าคิวที่โรงพยาบาลสมุทรสาครเต็มแล้ว ณ ขณะนี้ เหลือแค่คิวที่โรงพยาบาลท่าฉลอม ที่อยู่ห่างไปจากที่นี่ราว ๆ 20 นาที
ฉันกับสามีไม่มีปัญหา ได้นัดเป็นอาทิตย์ถัดไปวันธรรมดา ในใบนัดไม่ได้เขียนชื่อวัคซีนไว้ว่าจะได้ฉีดวัคซีนอะไร สำหรับแม่สามีท่านได้ฉีด Astra Zeneca
 
ฉีดเข็มแรก
วันที่นัดฉีดวัคซีนเข็มแรกฉันลางาน เพราะฉันต้องเดินทางเข้าไปทำงานที่กรุงเทพ หากต้องเดินทางเข้าออกโดยได้ไปทำงานแค่ครึ่งวันฉันคิดว่าไม่คุ้มค่าทางด่วนไปกลับ 100 บาท ไหนจะเรื่องอาการป่วยหลังฉีดวัคซีนอีก ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะป่วยแบบไหน หนักหรือเบาอย่างไร ขอดูอาการอยู่ที่บ้านดีกว่า
ฉันกับสามีไปถึงโรงพยาบาลท่าฉลอมประมาณ 10 โมงเช้า เจ้าหน้าที่ให้ต่อคิวรอด้านนอก คนมาเยอะพอสมควร ราว ๆ 100 – 200 คนได้ รอสักพักก็มีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาแจกกระดาษบัตรคิว แล้วก็รอเข้าไปข้างในตามคิวที่เขาเรียก
ก่อนเข้าไปในอาคารเขาจะให้เราวัดอุณหภูมิก่อน แล้วก็จดลงในใบนัดด้วย
พอเข้าไปข้างในเขาก็ให้พวกเราโชว์ใบนัดและแจ้งชื่อทีละคน แล้วก็ส่งไปยังจุดลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ที่จุดลงทะเบียนจะถามชื่อ กับเบอร์ ว่ายังเป็นปัจจุบันตามข้อมูลในบัตรประชาชนหรือเปล่า ไม่แน่ใจว่าถ้าบัตรไม่ใช่บัตรรุ่นใหม่ที่มีข้อมูลเก็บไว้จะต้องกรอกเอกสารอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่านะ
เสร็จจากขั้นตอนนี้ก็ไปชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ตอนชั่งน้ำหนักนี่เจ็บใจมาก น้ำหนักขึ้น ฮือ ๆ T-T รู้สึกการ Work from home ทำให้เราอ้วนขึ้นเยอะเลย แถม Life style หลังจากแต่งงานก็มีแต่นั่ง ๆ นอน ๆ ไปไหนมาไหนก็นั่งรถส่วนตัว ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าทุกวันเหมือนสมัยก่อน อ้วนขึ้นไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ขั้นตอนวัดความดันก็ต้องรอเรียกตามคิว ใครความดันสูงต้องรอให้ความดันต่ำลงก่อน (เช่นสามีฉัน) แล้วเขาก็จะให้ไปยังสเตชั่นต่อไป ซึ่งเป็นจุดเซ็นใบยินยอมรับวัคซีน แล้วก็เช็คสุขภาพ เขาจะถามว่าก่อนหน้านี้เราติดโควิดมาแล้วหายแล้วหรือเปล่า มีนอนโรงพยาบาลมาก่อนไหม ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่หรือเปล่า ฯลฯ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นยินยอมรับวัคซีนได้เลย ฉันได้ฉีด Zinovac T-T วัคซีนของจีน ที่จริงฉันกลัวนิดหน่อย เพราะเห็นว่าหัวหน้าที่ทำงานไม่อยากให้ฉีดวัคซีนตัวนี้ ฉันก็เลยลังเล เพราะบอกหัวหน้าว่าน่าจะได้ฉีด Astra Zeneca ที่ไหนได้ Astra Zeneca เขากันไว้ฉีดให้กับคนที่อายุมากกว่า 62 ปีขึ้นไป ส่วนอายุน้อยกว่านั้นต้องฉีด Zinovac หมดงืออออ
ฉันก็มีความลังเลว่าจะเซ็นยินยอมดีไหม หรือไม่ฉีดดี แต่สามีก็เกลี้ยกล่อมให้ฉีดไปเลย พร้อมกับหารีเสิร์ชอะไรมาให้ฉันดูเยอะแยะไปหมด (หน้างานนั่นแหล่ะ) ฉันก็เอาวะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว จะเป็นวัคซีนจีนก็วัคซีนเหมือนกันล่ะว้า ตายเป็นตาย ยังไงคนเราก็ต้องตายทุกคนอยู่แล้ว
ก็เซ็นยินยอม แล้วก็เข้าไปฉีดเลย ตอนฉีดเร็วมาก แทบไม่รู้สึกอะไรเลย เจ้าหน้าที่ที่ฉีดวัคซีนให้บอกว่าฉีดแล้วจะมีอาการไข้ขึ้นเล็กน้อย แล้วก็ปวดตรงจุดที่ฉีดนะคะ ถ้าหากว่าเป็นหนัก ๆ ก็ให้ไปพบแพทย์ได้ แต่ถ้าไข้ขึ้นก็กินพาราได้
หลังจากขั้นตอนฉีดวัคซีนเขายังไม่ให้เรากลับบ้านทันที แต่เจ้าหน้าที่จะเขียนเวลาที่เราฉีด กับเวลาที่เลยไปอีก 30 นาที (ต้องคอยดูอาการก่อนกลับบ้าน 30 นาที) แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะให้ไปที่จุดรับใบนัดฉีดครั้งที่สอง เขาให้ฉันเลือกสองวัน 15 เมษากับ 16 เมษา แล้วก็นั่งรอจนครบ 30 นาที ระหว่างรอ เจ้าหน้าที่ก็ให้ใบ A4 เคลือบให้อ่าน เป็นรายละเอียดระบุว่าวัคซีนตัวนี้อาจจะทำให้เราเกิดอาการอะไรได้บ้าง (วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ไข้ขึ้น ปวดเมื่อยเนื้อตัว) และก็ให้แอดไลน์หมอพร้อม เขาบอกว่าจะมีแบบประเมินส่งไปให้ทำเพื่อประเมินว่าอาการหลังฉีดเราเป็นยังไงบ้าง
พอครบ 30 นาทีทุกคนจะถูกส่งเข้าไปวัดความดันอีกรอบหนึ่ง พอวัดความดันเสร็จก็กลับบ้านได้
อาการหลังฉีดของฉัน ฉันมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้าเหมือนจะมืด แล้วก็มีไข้ขึ้นไป 37.6 องศา ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว
ส่วนอาการสามีของฉันคือรู้สึกขมคอเหมือนจะอาเจียน แล้วก็ปวด ๆ ตรงจุดที่ฉีดวัคซีน นอกนั้นก็ไม่มีอาการอะไร
 
ฉีดเข็มที่ 2
ฉันไปฉีดวัคซีนเข็มที่สองมาเมื่อวานนี้ 16 เมษายน คนเยอะพอ ๆ กับครั้งแรก และรายละเอียดของการเข้ารับวัคซีนก็เหมือนกัน แต่ฉันแปลกใจเพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้แยกแถว หรือวัน ของคนที่มาฉีดครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 เพราะตอนที่รอคิวอยู่ มีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาถามว่าใครฉีดเข็มที่ 1 บ้าง ขอให้แอดไลน์หมอพร้อมด้วย แล้วก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาเช็คว่าไลน์หมอพร้อมมียิงแบบประเมินสุขภาพไปให้หรือเปล่า แต่เขาก็ไม่ได้เข้ามาเช็คที่แอพเราว่าเราทำแบบประเมินแล้วหรือยัง (ฉันทำไปแล้วแหล่ะ) ถ้าใครที่ไม่มีแบบสอบถามเด้งไป จะต้องติดต่อไปทำแบบสอบถามอีกที (ยุ่งยากชะมัด)
แล้วก็ทุกสเตชั่นเจ้าหน้าที่จะถามว่าฉีดเข็มแรกไปมีอาการอะไรบ้าง ฉันก็ตอบอาการของฉันไปตามจริง ที่จริงรอบนี้ฉันวัดความดัน ความดันฉันต่ำ (109 เองมั้ง) เจ้าหน้าที่บอกว่าให้กินน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ
จริง ๆ เรื่องความดันต่ำนี่อยู่คู่ฉันมานานแสนนานแล้วแหล่ะนะ เวลาไปบริจาคเลือดทีก็จะโดนให้ไปเดินรอบสภากาชาดก่อนทุกที เพราะความดันต่ำมาก หน้ามืดง่าย เวลานอน ๆ อยู่แล้วลุกทันทีนี่วูบหลายครั้งละ
นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ฉีดเสร็จฉันก็เวียนหัวเล็กน้อยเหมือนเดิม สามีก็ขมคอ อาการเหมือนเดิมทุกอย่าง
สามีฉันเล่าให้ฟังว่าเขาเห็นคนที่ฉีดแล้วอาเจียนด้วย เจ้าหน้าที่ก็หามขึ้นเตียงไปนอนพักเลย
 
ความรู้สึก
สำหรับโรงพยาบาลนี้ฉันคิดว่าเขาพยายามบริหารพื้นที่ที่มีอยู่ให้ดีที่สุดสำหรับรับผู้มาฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมากแล้วล่ะ แต่การบริหารแถวยังทำได้ไม่ดีนัก ด้วยความจำกัดของพื้นที่ ทำให้บางสเตชั่นต้องเดินย้อนไปย้อนมา บางทีก็มีลัดคิวกันบ้างด้วยความไม่รู้ แต่ฉันคิดว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลที่นี่ สุภาพกันทุกคนเลย เขาอาจจะทำตามหน้าที่ แต่เขาก็พยายามเข้าอกเข้าใจเราดีจริง ๆ นะ ค่อนข้างประทับใจ
แต่ที่จอดรถของที่นี่จะน้อยหน่อย ถ้าต้องไปจอดรถใต้ดินก็จะงงหาทางไปฉีดวัคซีนไม่เจอ T-T เพราะไม่มีป้ายเขียนบอกจากจุดจอดรถเลยว่าจุดฉีดวัคซีนอยู่ที่ไหน ต้องถามเจ้าหน้าที่ตามทางไปเรื่อย ๆ ตรงนี้น่าจะปรับปรุงได้นะ คิดว่าถ้าติดป้ายตรงทางออกที่จอดรถชั้นใต้ดินน่าจะทำให้คนหลงน้อยกว่านี้ ไม่งั้นอาจจะมีคนหลงไปต่อแถวแรงงานต่างด้าวที่มาตรวจโควิดได้นะ งือ
 
สำหรับวัคซีนโควิด19 ตามที่ได้รับข้อมูลมา มันไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 แต่มันจะทำให้อาการทุเลาลง ซึ่งผลของวัคซีนก็ไม่ได้มีทันทีนะ หลังจากฉีดไปก่อนสัก 2-3 อาทิตย์ถึงจะมี Effect เพราะฉะนั้นระหว่างนี้ก็ต้องระวังตัวเองไปก่อน แล้วคนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังสามารถแพร่เชื้อโควิด19 ให้คนอื่นต่อไปได้ด้วย (คือเราไม่ตายแต่อาจจะไปทำให้คนอื่นตายได้นะ ระวังด้วย) แถมผลของวัคซีนก็คงอยู่แค่ 6 เดือน ดังนั้นต้องฉีดซ้ำทุก ๆ ครึ่งปี อารมณ์เดียวกันกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
 
โรคนี้มันแย่จริง ๆ ทำให้ชีวิตหลาย ๆ คนพังไปหมดแล้ว ช่วงนี้เห็นแต่ข่าววิจารณ์การทำงานของรัฐว่าทำไมแจกจายวัคซีนช้า เราเห็นด้วยว่าช้าจริง ๆ ถึงแม้เราจะอยู่ในกลุ่มผู้ได้ฉีดเร็ว แต่เราก็หวังว่าทั้งประเทศจะได้มีโอกาสฉีดวัคซีนเร็ว ๆ เหมือนกัน ไม่ใช่กระจุกอยู่แค่บางพื้นที่ มันมีปัญหาที่การบริหารจัดการจริง ๆ นะ
 
ขอให้ทุกคนได้ฉีดวัคซีนเร็ว ๆ ด้วยนะคะ ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
 



Create Date : 17 เมษายน 2564
Last Update : 17 เมษายน 2564 21:26:16 น.
Counter : 153 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17



Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com