อ่านหนังสือกับเพื่อน

บางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย


ถึงฉันจะเคยบอกเอาไว้ก็เถอะว่า ต่อไปนี้ตั้งใจจะวิ่งวันละ 30 นาทีทุกวัน แต่พอทำไปได้ประมาณสองอาทิตย์ ก็พบว่าร่างกายเหนื่อยล้ามาก เพราะวิ่งตอนเช้า พอไปมหาลัยเรียนหนังสือ ร่างกายก็อ่อนเพลีย เพราะตอนเช้าใช้พลังงานไปมาก พอร่างกายล้า สมองก็ไม่ค่อยทำงาน เรียนไม่ได้


พึ่งจะพ้นช่วงสอบมิดเทอมมา ช่วงสอบออกไปอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟทุกวัน เพราะอ่านที่บ้านไม่ได้ รังแต่จะถูกดูดเข้าหาคอมพิวเตอร์ คิดว่า น่านะ เล่นนิดหน่อยแล้วเดี๋ยวค่อยอ่านต่อ แต่กลายเป็นว่านิดหน่อยนั้นกลายเป็นสองหรือสามชั่วโมงทุกที ก็เลยต้องลงโทษตัวเองด้วยการขังตัวเองให้อ่านหนังสืออยู่นอกบ้าน พอร้านกาแฟปิดจึงกลับบ้านนอน


พอออกไปอ่านหนังสือข้างนอก ก็รู้สึกว่าไม่อยากนั่งในที่ ๆ ไม่รู้จักคนเดียว จึงชวนน้องสาว ชวนเพื่อน ไปนั่งอ่านด้วย ทำให้เทอมนี้รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเตรียมสอบมีสีสันขึ้นมาก การอ่านกับเพื่อนเป็นประสบการณ์ใหม่ของฉัน เพราะที่ผ่านมาเคยแต่อ่านคนเดียวอยู่บ้านเท่านั้น


ประสบการณ์ใหม่นี้ทำให้ฉันรู้อะไรขึ้นมามากมาย ฉันรู้สึกว่าพอมีเพื่อนแล้วเราอ่านได้นานขึ้นมาก แล้วยังช่วยให้เราได้เรียนรู้อะไรที่เราไม่เคยรู้หลาย ๆ อย่าง (อย่างเช่นเพื่อนคนนี้ไม่กินผัก คนนั้นไม่กินกาแฟ ฯลฯ) บางครั้งเวลาจด Lecture มาไม่ครบก็ยังถามไถ่แลกเปลี่ยนความรู้กันได้ ประโยชน์มากมายกว่าที่คิดจริง ๆ


จริง ๆ แล้วเพื่อนนี้เป็นสิ่งที่ฉันไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ เพราะเป็นคนน้ำแข็งหน้า กำแพงสูงเสียดฟ้า เพื่อนที่คบกันที่ผ่านมาเป็นเพราะเขาตั้งใจจะเจาะกำแพงจริง ๆ เลยเข้ามาอยู่ในอาณาเขตมนุษย์ที่ฉันเรียกว่าเพื่อนได้ นอกเหนือจากนั้นฉันก็มองเป็นแค่คนรู้จัก แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้รู้สึกว่ามันไม่ค่อยดีเลย การน้ำแข็งหนาเนี่ย เหงาแปลก ๆ


ฉันอยากจะทลายกำแพงที่มันเกิดขึ้นเองลงเสีย คงจะมีเพื่อนดี ๆ มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ และจะเป็นคนที่ดีขึ้นกว่านี้ให้มาก ๆ




Create Date : 02 ตุลาคม 2555
Last Update : 2 ตุลาคม 2555 23:13:55 น.
Counter : 905 Pageviews.

0 comment
ไททานิค

เรื่องเศร้าบางเรื่องมีความสวยงามอยู่ในนั้น เป็นความสวยงามแบบที่ความสุขก็มี แต่บังเอิญมาเปล่งประกายในเรื่องเศร้า


ฉันพึ่งดูหนังเรื่องไททานิคจบเป็นครั้งแรก (เคยดูตอนยังเด็กมาก กับตอนโตขึ้นมาหน่อย แต่ไม่เคยได้ดูจบแบบตั้งใจ)


ดูจบแล้วน้ำตารื้น ; ^ ;


แจ็คกับโรสมาจากคนละโลก มีความแตกต่างกันมากมาย แต่ความรักทำให้ทั้งสองมีความกล้าที่จะก้าวออกจากโลกของตัวเอง ได้ทำเรื่องสนุก ด้วยกัน เรียนรู้ในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เคยรู้มาก่อน


ฉันคิดว่าแจ็คทำสำเร็จที่ช่วยชีวิตโรสเอาไว้ได้ ตัวละครผู้ชายที่ฉันชอบมักจะมีลักษณะแบบนี้ ฉลาดล้ำ ทันคน สามารถแกล้งคนอื่นให้หัวหมุนได้ แต่ก็ไม่ใช่คนเลว


ถ้าโรสไม่เจอแจ็ค เธอก็คงต้องติดอยู่ในโลก "แบบนั้น" ไปจนวันตาย ถูกคลุมถุงชน ถูกจับให้ทำโน่นทำนี่ที่ไม่ชอบ อยากทำอะไรก็ทำไม่ได้ จริง แล้วมันเหมือนเป็นพรหมลิขิตที่ส่งแจ็คมาบนเรือลำนั้น ทำให้โรสหลุดออกจากบ่วงที่พันธนาการเธออยู่ และได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่เธอไฝ่ฝัน


แต่หน้าที่ของเขามีเพียงเท่านั้น พอหมดหน้าที่ เขาก็ตาย


สรุปว่าชอบมาก ประทับใจจริง ; _ ; ยกให้เป็นหนังในใจอีกเรื่อง (เป็นเรื่องรักโรแมนติกเรื่องแรกที่ประทับใจได้ขนาดนี้) ความรักนี้ยิ่งใหญ่จริง





Create Date : 24 สิงหาคม 2555
Last Update : 24 สิงหาคม 2555 17:44:07 น.
Counter : 697 Pageviews.

0 comment
Transient Piece of Life

คำนี้อยู่ในคำแปลของเพลงญี่ปุ่นเพลงนึงที่ฉันเคยฟังอยู่พักหนึ่ง ชื่อเพลงคือ Proof of Life (เพลงนี้มีคู่เพลงชื่อ Soundless Voice อยู่ ซึ่งส่วนตัวแล้วฉันชอบ Soundless Voice มากกว่า)


เพลงคู่นี้เป็นเพลงเศร้า พูดเกี่ยวกับการตายจากกันของคู่รักคู่หนึ่งที่มีโอกาสได้เคยมีความสุขร่วมกันก่อนที่ฝ่ายหญิงจะตายจากไป จะว่าไปก็แทบจะไม่มีเนื้อหาอะไรเลย แต่มีอารมณ์


จริง ๆ แล้วไอเดียที่ว่า ชีวิตของคนเรานั้นสั้นเพียงแค่ลมหายใจนั้นอยู่ในใจของฉันมานานมากก่อนที่จะได้มาฟังเพลงนี้ ซึ่งมีคำว่า Transient Piece of Life หรือว่า ส่วนหนึ่งของชีวิตที่แสนสั้น


ไอเดียนั้นมันเกิดขึ้นตอนที่ฉันได้ดูหนังเรื่อง The War of the World ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก ไม่ประสีประสา พึ่งขึ้นม.ต้นหรือไม่อย่างนั้นก็ยังอยู่ประถม หนังเรื่องนั้นเป็นเรื่องของมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ฆ่าคนง่ายมากเหมือนบี้มด ตบยุง มันกระแทกเข้าไปในส่วนหนึ่งของใจฉัน ทำให้ฉันได้คิด เออ คนเราเวลามันจะตายมันก็ตายง่าย ๆ อย่างนั้นเอง


เราเป็นอะไร เราเป็นแค่ฝุ่นเล็ก ๆ ที่แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลยในเอกภพที่กว้างใหญ่ไพศาล เรามีอะไรในชีวิต พอถึงวันตาย มันก็ไปหมด ไม่มีอะไรสักอย่างที่เป็นของเราจริง ๆ


วันนั้นฉันได้เข้าใจว่าชีวิตเรามันเป็นแค่เรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง ถ้าวันหนึ่งเราตายจากไป ไม่มีใครพูดถึงเราอีกแล้ว เราก็เหมือนไม่มีตัวตน ไม่เคยเกิดขึ้นหรือมีอยู่ในโลกใบนี้


แต่ถึงกระนั้นฉันก็ยังเชื่อว่าทุกชีวิตที่เกิดมามีความหมาย ถึงชีวิตจะแสนสั้นและดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ความสุข ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นยามที่คนเราได้ช่วยเหลือกันและกันนั้นเป็นของจริง สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มนุษย์คนหนึ่งทำเพื่อมนุษย์คนอื่น ๆ หรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในโลกนั้นเกิดขึ้นจริง และถ้าได้เกิดขึ้นและส่งผลบางอย่าง ความจริงที่ว่ามันเคยมีอยู่ก็ไม่สามารถจะลบล้างไปจากใจของผู้ที่ถูกช่วยเหลือได้


มันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างคนมีอันจะกินเลี้ยงข้าวขอทานข้างถนนหนึ่งมื้อ, คนปลูกต้นไม้พันต้นโดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองเขายังไง, ครูช่วยเด็กนักเรียนที่มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเองให้มีกำลังใจ หรืออะไรทำนองนั้น เรื่องดี ๆ ในโลกนี้มีเยอะแยะมากมาย ซึ่งฉันคิดว่ามันควรค่าแก่การปฏิบัติ


ชีวิตเล็ก ๆ หนึ่งชีวิตนี้จะได้มีความหมายขึ้นมาบ้าง




Create Date : 27 กรกฎาคม 2555
Last Update : 27 กรกฎาคม 2555 16:08:31 น.
Counter : 417 Pageviews.

0 comment
อ่านหนังสือ

เมื่อวานมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งเพราะเดินกลับบ้านทางเดียวกัน ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เวลาเจอหน้ากันก็คุยกันได้


ปรากฏว่าคุยกับเขาแล้วสนุกมาก


เห็นเลยทีเดียวว่าเป็นคนที่มีความคิดความอ่านค่อนข้างจะก้าวหน้ากว่าชาวบ้าน จริง เรื่องนี้เรียนให้classก็เห็น กันอยู่แล้วล่ะ แต่ที่รู้เพิ่มมาก็คือ เขาคงเป็นคนอ่านหนังสือเยอะมาก หนังสือหมวดธุรกิจนะ


ฉันเคยอ่านมาจากที่ไหนไม่รู้ เขาบอกว่า ผู้นำทุกคนเป็นนักอ่าน


นักเขียนทุกคนก็ต้องเคยเป็นนักอ่านมาก่อนเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะเขียนให้ดี ได้อย่างไร (อยากเป็นนักเขียนด้วยสิฉัน)


ฉันอยากเป็นทั้งผู้นำและนักเขียนเลย อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตกับเขาบ้าง แต่รู้ว่าตัวเองอ่านหนังสือน้อย ก็เลยพยายามจะเพิ่มเวลาอ่านหนังสือให้กับตัวเองมาตลอด ตั้งแต่ม.5 แล้ว แต่ว่าติดสอบเข้ามหาลัย แล้วก็ดันเป็นข้ออ้างให้อ่านแต่หนังสือเรียนซะงั้น จริง แล้วไม่ควรจะเอามาอ้างเลย ถ้าอยากอ่านอยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องหาเวลาได้


ดังนั้นปกติแล้วเวลานั่งรถไฟฟ้าฉันจะเอาหนังสือไปอ่านด้วย ไม่ว่าจะได้นั่ง ได้ยืน หรือได้ยืนตัวลีบ ฉันก็จะอ่านหนังสือ วันหนึ่งฉันต้องนั่งรถไฟอย่างน้อย ก็หนึ่งชั่วโมงทุกวัน (ขาไปครึ่งชั่วโมง ขากลับครึ่งชั่วโมง) อาทิตย์หนึ่งก็อ่านหนังสือได้ 2-3 เล่มโดยประมาณ ซึ่งฉันคิดว่านี่เป็นการทำให้เวลาของชีวิตคุ้มค่ามากขึ้น


การอ่านหนังสือนี้เป็นการเปิดโลกของเราให้กว้างมากขึ้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้มองโลกในมุมที่เราไม่เคยมอง (แทนที่จะมองผ่านตัวเอง ก็มองผ่านนักเขียน)


ตอนนี้ฉันยังเขียนไม่ค่อยเก่งเพราะอ่านไม่เยอะ กำลังเก็บเลเวลอยู่ หวังว่าต่อไปจะเขียนได้ยาวและมีเนื้อหาสาระมากกว่านี้นะ =.,=





Create Date : 12 กรกฎาคม 2555
Last Update : 12 กรกฎาคม 2555 5:55:38 น.
Counter : 437 Pageviews.

0 comment
ผู้หญิง

ฉันรู้สึกว่าฉันโตแล้ว ไม่ใช่เด็กผู้หญิงแล้ว และก็จะไม่ใช่เด็กสาวแล้วด้วย ฉันกำลังจะโตเป็นผู้หญิง


ฉันก็อยากจะฝึกฝนอะไรที่ผู้หญิงดี เขาควรจะเป็นกัน จริง แล้วมาคิดดู คนเป็นผู้หญิงนี่สุดยอดกว่าผู้ชายอีก ต้องทำงานบ้านเป็น ทำอาหารเป็น เย็บปักถักร้อยเป็น แต่งหน้าให้เป็น ผู้ชายไม่จำเป็นจะต้องมารู้เรื่องพวกนี้ก็ได้ แต่ถ้าผู้หญิงไม่รู้ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่สมกับเป็นผู้หญิง เป็นผู้หญิงที่ไม่สมบูรณ์


ซึ่งสังคมปัจจุบันก็คาดหวังให้ผู้หญิงเป็นมากกว่าแม่บ้านอยู่กับบ้าน คุณต้องมีความรู้ คุณต้องทำงานอย่างที่ผู้ชายเขาทำได้ได้ด้วย แต่ถ้าไม่มีสกิลแม่บ้านก็ไปกันไม่รอด เห็นหย่ากันมาเยอะแล้ว


ผลก็คือ เวลาที่ผู้ชายเอาไปเล่นเกม หรือเล่นกีฬา ผู้หญิงก็จะต้องมาหัดทำงานบ้านช่วยแม่ หัดทำอาหารให้คนในบ้านกิน หรือว่าหัดแต่งหน้า (ซึ่งอย่างหลังนี่ฉันไม่ถือว่าเป็นการฝืนอะไรนักหรอก ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบแต่งหน้ากันอยู่แล้ว) และผู้หญิงบางคนยังเล่นเกม เล่นกีฬาเก่งอีกต่างหาก สุดยอดมาก ๆ


เดี๋ยวนี้โลกของผู้หญิงนั้นการแข่งขันสูง ผู้ชายดี ๆ มีน้อย แถมยังหันไปชอบกันเองอีกเยอะมาก ทำให้ทรัพยากรที่น้อยอยู่แล้วยิ่งน้อยลงไปอีก แต่ฉันขอออกตัวไว้ก่อนว่าฉันไม่ได้ต่อต้านความสัมพันธ์แบบนี้ ฉันอ่านนิยายวายและการ์ตูนวายบ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งก็ค่อนข้างจะช่วยให้หัวใจชุ่มช่ำไม่ต่างจากนิยายรักชายหญิงธรรมดา ฉันคิดอยู่เสมอว่าความรักที่มีต่อเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องผิดอาญาสวรรค์หรืออะไร ตราบใดที่มันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน


ฉันอยากจะเป็นผู้หญิงที่ดี ต้องทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ ฉันก็จะพยายามให้ดีที่สุดในสิ่งที่ฉันจะทำได้แล้วกัน ขอให้คุณเนื้อคู่ที่ยังไม่เจอเข้าใจในส่วนนี้ด้วย




Create Date : 07 กรกฎาคม 2555
Last Update : 7 กรกฎาคม 2555 19:31:30 น.
Counter : 422 Pageviews.

1 comment
1  2  

BlogGang Popular Award#17



Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com