วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ
รีวิวหนัง : SPL 2 การต่อสู้อย่างมีศิลปะ


SPL 2 ll หรือชื่อเต็ม SPL 2 A Time For Consequences เป็นหนังแอ็คชั่นภาคต่อที่ถูกนำมารีเมคแล้วเปลี่ยนนักแสดงนำเป็นจา พนม (โทนี่ จา) ยอดนักบู๊ชาวไทยแทนที่ ดอนนี่ เยน ประกับกับ อู๋จิง เจ้าของฉายา แจ็คกี้ วู นักแสดงจีนผู้เชี่ยวชาญศิลปะการป้องกันตัวไม่แพ้ โทนี่ จา เลย เขากับ เยิ่นต๊ะหัว คือสองคนที่มาจาก SPL 1 Saat po long ซึ่งเคยออกฉายเมื่อปี 2005 อู๋จิง ย้ายฟากมาเป็นตำรวจ เยิ่นต๊ะหัว รับบทเดิม ส่วนผู้กำกับเป็น เจิ้งป๋อไช่ ที่มารับไม้ต่อจาก วิลสัน ยิป ในภาคแรก

SPL 2 บอกเล่าเรื่องราวการตามล่าแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์ในประเทศจีนของ คิท(อู๋จิง) นายตำรวจนอกเครื่องแบบที่ทุ่มเทกับงานนี้มาก แต่เขาพลาดท่าถูกคนร้ายจับได้ และถูกส่งไปอยู่ในคุกเมืองไทย ชัย (จา พนม) หนึ่งในผู้คุมเรือนจำกำลังลำบากใจเรื่องลูกสาว(น้องอันดา)ที่กำลังป่วยหนักจากโรคลูคีเมีย เขาต้องหาคนมาบริจาคเกล็ดเลือดให้ลูกสาวก่อนจะสายเกินไป

ด้าน ฮุง (กู่เทียนเล่อ) มาเฟียที่ถูกคิทจับก็กำลังป่วยหนัก เขาต้องการหาหัวใจใหม่ จึงร่วมมือกับพัศดีคุก (จางจิง) หัวหน้าของชัยใช้เรือนจำในเมืองไทยทำธุรกิจค้าอวัยวะมนุษย์ หวา (เยิ่นต๊ะหัว) รู้ว่า คิท ติดคุกอยู่ที่ไทยจึงเดินทางมาช่วย พวกเขาสองคนถูกพัศดีจับตัวส่งไปให้แก๊งเกาหลีสุดโหดชำแหละร่าง ชัย ที่ได้รับข้อเสนอจากพัศดีในการช่วยชีวิตลูกสาวแลกกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เริ่มทนอยู่เฉยไม่ไหว เขาเลยแท็กทีมกับคิทต่อสู้เพื่อล้างบางองค์กรร้ายข้ามชาติเหล่านี้

แม้ว่าบทของหนังจะไม่ค่อยไหลลื่น ติดๆขัดๆ และมีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วนี่คือภาพยนตร์ที่มีบทดีที่สุดของ จา พนม(ไม่นับ Fasy 7 ที่เขาสมทบ) ทั้งความเข้มข้นและความสมจริงของเนื้อหา เสียตรงที่หนังไม่เลือกจะใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งเป็นภาษาหลัก จึงมีความแปลกแปร่งของตัวละคร ทั้งการที่ตัวละครจีนพูดไทย ตัวละครไทยพูดจีน ปนเปกันจนสับสน ซึ่งการใช้แอพในสมาร์ทโฟนแนววุ้นแปลภาษาในการสื่อสารไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก

ไฮไลต์ของหนังคือการใช้ศิลปะการต่อสู้ของสองประเทศมาผสมผสานกัน ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้งดงาม ซีนแอ็คชั่นดุเดือดแต่เอาเพลงช้าๆแนวบัลลาดมาเปิดคลอแล้วฉายภาพสโลว์ดูสวยมากๆ เรียกว่าเป็นการต่อสู้อย่างมีศิลปะจริงๆ ฉากที่ชอบที่สุดคือตอนที่ ชัย บุกกลับมาช่วย คิท ที่โกดัง จุดนี้ลองเทคเจ๋งๆก็มี แต่ตามสไตล์ของหนังต่อสู้จีนที่นิยมการใช้สลิง ส่วนนี้มีทั้งสร้างเอกลักษณ์ ทว่าก็เป็นจุดอ่อนในแง่ของความสมจริงด้วยเช่นกัน

การแสดง อู๋จิง ทำได้ดีทั้งพาร์ทแอ็คชั่นดราม่า เป็นตัวละครนำที่น่าเอาใจช่วย จา พนม หายห่วงเรื่องฉากต่อสู้ แต่การแสดงอารมณ์ยังคงเป็นปัญหาอยู่เหมือนเดิม นอกจากจะดูเล่นใหญ่กว่าคนอื่นแล้ว คำพูดของเขาก็ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย ตัวร้ายทั้ง จางจิง กับ กู่เทียนเล่อ แสดงได้เยี่ยมทั้งคู่ กับการสร้างความเกลียดชังในใจคนดูได้ เหมาะที่จะเป็นบอสใหญ่และรองบอส

SPL 2 เป็นหนังบู๊ที่ดูสนุกพอสมควร มีหลายตอนที่ทำให้นึกถึงภาพยนตร์แอ็คชั่นชื่อดังของอินโดนีเซียอย่าง The Raid ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันดูพบว่า SPL 2 ก็ยังคงเป็นรองอยู่

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/185297/?link=4



Create Date : 16 กันยายน 2558
Last Update : 17 กันยายน 2558 16:05:36 น. 0 comments
Counter : 693 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.