วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ
รีวิวหนัง : Allegiant โลกบกพร่อง กำแพงสมบูรณ์


แม้ Divergent ภาคแรกจะเปิดตัวออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง ก่อนจะมาคร็อปลงใน Insurgent ภาคสอง แต่หายนะจริงๆของหนังชุด The Divergent Series คือการที่ค่ายเลือกตามรอยภาพยนตร์แฟนตาซีวัยรุ่นหลายเรื่องที่สร้างจากหนังสือนิยายชื่อดังด้วยการแบ่งภาคจบออกเป็นสอง Part เพื่อรายได้ที่อาจเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว โดยไม่ได้สนว่าตัวหนังจะเละเทะขนาดไหน ซึ่งสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นกับ Allegiant ตามที่หลายๆคนคาดไว้ 

เรื่องราวของหนังต่อจากภาคที่แล้ว ทริส และ โฟร์ กับเพื่อนกลุ่มหนึ่งหนีออกจากชิคาโกไปที่โลกนอกกำแพง ก่อนจะพบว่าโลกได้ล่มสลายลงนานแล้ว เหลือเพียงซากปรักหักพังกับสารพิษ ต่อมาพวกเขาถูกกลุ่มคนลึกลับพาตัวไปที่ ศูนย์วิจัยและศึกษายีนส์มนุษย์(ตั้งอยู่ที่สนามบินเดิมของชิคาโกชื่อ O'Hare) มี เดวิด เป็นผู้อำนวยการ เขาพยายามโน้มน้าวให้ ทริส ช่วยเป็นตัวอย่างของคนยีนส์สมบูรณ์ (ไดเวอร์เจนท์100%) เพื่อที่สภาในเมืองหลวงอันทันสมัยจะอนุมัติงบการทดลองต่อ ขณะที่ โฟร์ หัวเสียเมื่อถูกคนที่นั่นระบุว่าเป็นยีนส์บกพร่อง เขาไม่ไว้ใจศูนย์วิจัยแห่งนั้น โดยสงสัยว่าหลายคนกำลังปิดบังบางอย่างกับพวกเขาอยู่

ฟากเมืองชิคาโกหลังระบบกลุ่มล่มสลายประชาชนในเมืองก็แตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งนำโดย เอฟเวอลีน หัวหน้าพวกไร้กลุ่มที่จับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มซี่อสัตย์ อีกฝ่ายนำโดย โจแอนนา ที่มีกลุ่มรักสันติกับกลุ่มผู้กล้าหนุนหลัง สงครามกลางเมืองกำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งมี เดวิด เป็นคนคุมเกม ทริส กับ โฟร์ จึงต้องหาทางกลับไปหลังกำแพงชิคาโกเพื่อปกป้องบ้านของพวกเขา

พัง คือนิยามที่สั้นและเข้าใจง่ายที่สุดสำหรับบทภาพยนตร์ของ Allegiant ที่ถูกหั่น ตัดต่อ ขยายจนขาดความสมบูรณ์ การตัดสินใจเดินตาม The Hunger Games น่าจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เนื่องจากโปรดักชั่นของหนังด้อยกว่ามาก เช่นเดียวกับพลังของนักแสดง เนื้อหาไม่ได้ต่างไปจากสองภาคแรกเลยสักนิด กลับเล่าเรื่องได้อืดอาดกว่า แถมยังแทบไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ คนดูสามารถคาดเดาได้ตลอด (ตัวอย่างหนังเผยฉากสำคัญมากไป)

สิ่งที่น่าจะเป็นไฮไลต์อย่างโลกหลักกำแพงดูไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อเทียบกับหนังแนวเดียวกันอย่าง Maze Runner The Scorch Trials ส่วนประเด็นการแบ่งแยกคนในสังคมด้วย ความสมบูรณ์ กับ ความบกพร่อง ก็ถูกจับมาพูดถึงแบบฉาบฉวย พาร์ทโรแมนติกของ ทริส-โฟร์ ที่เคยเป็นจุดแข็งในสองภาคแรกจากเคมีของนักแสดงที่เข้ากัน มาภาคนี้กกลายเป็นเมโลดราม่าน่าเบื่อ ด้วยความที่ความรักของพวกเขาไม่ได้ถูกสั่นคลอนใดๆเลย ความบาดหมางของ ทริส กับ เคเล็บ พี่ชาย ก็จบลงรวดเร็วด้วยการคืนดีกันแบบงงๆ

ไมล์ เทลเลอร์ ในบท ปีเตอร์ คือตัวละครที่ดีที่สุด เขาสร้างสีสันให้หนังซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครอันจืดชืด การขาด เคท วินสเล็ต กับบท เจนีน ตัวร้ายที่โดดเด่นในสองภาคก่อนทำให้ความเข้มข้นของหนังลดลงอย่างเห็นได้ชัด นาโอมิ วัตต์ ที่แสดงเป็น เอฟเวอลีน บทน้อยและเบาลงมาก ด้าน เจฟฟ์ แดเนียลส์ ที่เล่นเป็น เดวิด หากผู้กำกับต้องการให้เขามาเป็นตัวแทนของ เจนีน ก็นับว่าน่าผิดหวัง เสียดายตัวละครใหม่อย่าง แมธทิว กับ นิต้า เปิดตัวเหมือนจะมีอะไรแต่สุดท้ายกลายเป็นแค่ตัวประกอบธรรมดา 

ข้อเสียใหญ่สุดของหนังอยู่ที่คุณภาพของซีจีที่เข้าขั้นห่วย เทคนิคงานภาพต่างๆดูลวกเอามากๆ พื้นหลังลอยและไม่เนียน ทั้งๆที่ภาคนี้สเกลของหนังใหญ่กว่าภาคที่แล้ว แอ็คชั่นก็ตายสนิท ถึงจะมีการดีไซน์ชุดหรืออาวุธให้ออกมาแฟนตาซีสวยงามขนาดไหนก็ไม่ช่วย ขณะเดียวกันนอกจากหนังจะเล่าเรื่องโดดไปมาแล้ว อีกสิ่งที่หนังแทบไม่มีเลยก็คือความสมเหตุผล การคลี่คลายปม ความสัมพันธ์ รวมถึงสถานการณ์ต่างๆง่ายดายเกินไป ความสนุกเดียวที่เห็นคือการชม ทริส-โฟร์ ใช้โดรนแบบโกงๆจัดการกับศัตรู

คะแนน 6/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/210319/?link=4



Create Date : 10 มีนาคม 2559
Last Update : 11 มีนาคม 2559 12:17:50 น. 0 comments
Counter : 643 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.