ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW รีวิว DR.Jart+ Dermaclear Microwater น้ำใสๆเช็ดเครื่องสำอาง สะอาด สบายผิว

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่มาแปะให้อ่านกัน เป็นตัวเช็ดเครื่องสำอางแบบน้ำใสๆ แบรนด์เกาหลี

DR.Jart+ Dermaclear Microwater ตัวนี้ทางแบรนด์ส่งมาให้เบลล์ลอง เท่าที่ได้ลองมาก็รู้สึกชอบ
เลยเอามาทำรีวิวให้ชมกันค่ะ 

เจ้า DR.Jart+ Dermaclear Microwater เค้าจะมาในขวดใสๆเท่ๆแบบนี้



ต้องบอกเลยว่า เบลล์ชอบการดีไซน์แพ๊คเกจของเค้ามากๆ ฉลากทำได้เก๋ เวลาแกะออกแล้วก็ไม่ทิ้งกาวเหนียวๆไว้ตามขวด

ด้านหลังแปะฉลากภาษาอังกฤษอ่านง่ายสบายตา ใครในใจในเรื่องส่วนผสม เบลล์ถ่ายโคลสอัพมาให้อ่านกันค่ะ เบลล์เองไม่สันทัดเรื่องนี้ ขอรีวิวในแง่การใช้งานล้วนๆดีกว่า แหะๆ



ด้านข้างขวด เค้าแปะฉลากภาษาไทยไว้ด้วย เวลาแกะส่วนที่เป็นโครงกระดาษออก ก็ยังมีฉากไทยให้อ่านได้อยู่



ส่วนก้นขวดเค้าจะแปะฉลากภาษาเกาหลีไว้ เป็นสติ๊กเกอร์ยึดโครงกระดาษ เวลาจะแกะขวดมาใช้ 
ก็ลอกสติ๊กเกอร์นี้ออกได้เลย ขวดก็จะหลุดออกมาโดยง่าย



มาดูที่ขวดกันบ้าง เค้าซีลมาอย่างดี ดูสะอาด ปลอกภัย มีฟอล์ยซีลฝาด้านในไว้ด้วย
เวลาจะเปิดใช้ ต้องหมุนฝาออกมา แล้วแกะฟอล์ยออกก่อนนะจ๊ะ



การใช้งานก็ไม่ยากอะไร แค่เทใส่สำลีแล้วเช็ดหน้าได้เลย ในส่วนที่เป็นเครื่องสำอางแบบติดทนๆ ให้แปะค้างไว้ 10-20 วินาที 
แล้วลูบลงเบาๆ เช็ดไปเรื่อยๆจนไม่มีคราบเครื่องสำอางติดสำลี เป็นอันเรียบร้อย 

คุณสมบัติเด่นของ DR.Jart+ Dermaclear Microwater 
เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางสูตรอ่อนโยน มาพร้อม 3 คุณสมบัติเด่นๆคือ 
CLEANSE สามารถเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางรอบดวงตาได้ด้วย อย่างมาสคาร่า อายไลน์เนอร์ 
TONE ช่วยปรับสภาพผิวให้รู้สึกสดชื่น เหมือนล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ
BRIGHTEN  ด้วยส่วนผสมของ Galactomyces มาพร้อมคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส

ผลการใช้งาน
จากที่เบลล์ทดลองใช้เช็ดมาทั้งวันที่แต่งหน้าบางๆ กันแดด แป้งผสมรองพื้น อายไลน์เนอร์
และแบบวันที่จัดหนักจัดเต็ม มีทั้งกันแดด เบส รองพื้นแบบติดทนๆ บลัช มาคาร่า ลิป เรียกว่าครบ
ตัวเช็ดเครื่องสำอางของ Dr.Jart+ ตัวนี้ก็สามารถเช็ดออกได้หมดจด โดยไม่ต้องใช้ Eye Makeup Remover ช่วย
แต่ทั้งนี้ ในส่วนมาสคาร่าและอายไลน์เนอร์แบบติดทนๆ ก็ต้องแปะสำลีทิ้งไว้พักใหญ่ ถึงจะเช็ดออกได้โดยง่าย 
และสำหรับรองพื้นหนาๆ เบลล์ต้องเช็ดถึงสามสี่รอบ ถึงจะเกลี้ยงสุดค่ะ แต่สำหรับวันธรรมดาแต่งหน้าเบาๆ 
เช็ดแค่สำลีสองแผ่นก็เกลี้ยงแล้วค่ะ

เท่าที่ลองเช็ดรอบดวงตามา ถ้าสำลีไม่ได้ชุ่มมาก จะไม่แสบตานะคะ
แต่ถ้าเผลอชุบสำลีแบบชุ่มๆแล้วกดที่เปลือกตานี่ก็มีอาการแสบตานิดๆนะ
แนะนำว่า ถ้าจะเช็ดรอบดวงตา ให้ชุบสำลีชุ่มแบบพอดี และแปะไว้เบาๆ อย่ากดให้น้ำยามันปลิ้นเข้าตาค่ะ

หรือจะเลี่ยงโดยการใช้ Eye Makeup Remover ช่วยก็ได้เช่นกันค่ะ

จากที่ใช้มาระยะนึง ไม่เกิดอาการแพ้ ไม่มีสิวอุดตันขึ้น ถือว่าสอบผ่านสำหรับเบลล์นะ
เพราะช่วงนี้ รู้สึกผิวแพ้ง่ายมากๆ ลองอะไรแปลกๆหน่อยผดมา สิวมา แต่ตัวนี้ไม่เป็นค่ะ
ผ่านๆๆๆ แถมเช็ดเสร็จจะรู้สึกเย็นๆผิวนิดๆ สบายผิวดี ไม่เหนอะหนะ โอเคมากๆจ้า

มาถึงตรงนี้ จะเขียนตัวหนังสือย่างเดียวคงไม่เชื่อ เบลล์ก็เลยลองเช็ดให้ดูกันชัดๆไปเลยจ้า
เบลล์ลองปาดเครื่องสำอางที่ติดทนมากๆ พวกกันน้ำ ทนเหงื่อ คุมมัน ปาดไว้ที่แขน แล้วเดี๋ยวจะเช็ดให้ดูเนอะ



ชุบสำลีชุ่มๆ แล้วปาดไป 1 รอบถ้วน ไม่มีการกดแช่ หรือแปะค้างนะคะ



จะเห็นเลยว่า เช็ดเครื่องสำอางส่วนใหญ่ออก แต่หลายอย่างยังไม่หมดจดในรอบแรก 
อายแชโดว์ แป้งรองพื้น กับอายไลน์เนอร์แบบน้ำ คือ เกลี้ยงเลยในรอบเดียว
เบลล์ก็เลยเช็ดอีกรอบ พวกรองพื้น บลัช ลิป ก็ออกหมดค่ะ 
ส่วนมาสคาร่ากันน้ำ นี่ต้องแปะแช่ไว้พักนึง ก็จะเช็ดออกง่ายขึ้น

เบลล์ใช้แค่สำลีเดียว เช็ดหน้าหลัง ก็สะอาดหมดค่ะ



มาเช็ดบนหน้าให้ดูบ้าง วันนี้แต่งหน้าแบบเกือบเต็มนะ ลงกันแดด เบส รองพื้น คอนซิลเลอร์ บลัช มาสคาร่าอันเดิม ก็เช็ดออกได้สะอาดดีค่ะ



ในชีวิตประจำวัน เบลล์เช็ดตัวนี้สะอาดแล้ว ก็จะล้างด้วยเจลล้างหน้าอีกรอบตอนอาบน้ำ 
ผิวก็สะอาดดี ไม่มีสิวโผล่มาให้เห็นเลยค่ะ โอเคมากๆ

สำหรับใครที่สนใจ ขวดนี้สนนราคาที่ 1150 บาท/ 250ml 
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
และ //www.drjartonline.com/ เลยค่ะ

สำหรับรีวิววันนี้คงจบเพียงเท่านี้ เอาไว้มีอะไรใช้แล้วชอบๆจะมารีวิวกันอีกแน่นอนค่ะ
เพื่อนๆสามารถกดติดตามบล็อกเบลล์ได้ที่ปุ่มบนขวาของหน้านี้ 
และสามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ที่แฟนเพจเบลล์ link นี้ค่ะ


ไปแล้วน๊า บ๊ายบาย Smiley






 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2558 19:44:44 น.
Counter : 5577 Pageviews.  

REVIEW รีวิวทะลายกรุ มหากาพย์ 21 Concealer ทาใต้ตาปิดแพนด้า อ้า อ้า อ้าาาาาาห์

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์ขอปัดฝุ่น เอารีวิวที่เคยทำลงใน pantip.com และ Jeban.com
เอามาแปะรวมกันไว้ในบล็อกตัวเองบ้าง เผื่อใครยังไม่ได้ดู รีวิวนี้ก็จะเป็นตัวยั่วกิเลสอย่างดีเลยแหละ อะล้อเล่นๆ 5555
อยากจะบอกว่า รีวิวนี้เป็นรีวิวที่ตั้งใจทำมากๆคิดว่าต้องเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนที่นอนดึกๆแน่นอน 
จริงๆช่วงที่ลงรีวิวอันนี้เป็นช่วงบอลโลก ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านไปนานแล้ว 
เอาเป็นว่า อย่าไปสนใจกับตีมที่เอามาแถนะคะ5555 
เรามาโพกัสที่เนื้อหาและรูปรีวิวกันดีกว่า จะจัดเต็มอลังการขนาดไหน เชิญรับชมค่ะ!


ขอเรียงลำดับการรีวิวตามนี้จ้า...



ก่อนจะเข้าสู่การรีวิว Concealer ทั้ง 21 ชิ้นเบลล์ต้องขอชี้แจงก่อนว่า 
ของที่นำมารีวิวทั้งหมด เกือบทั้งหมดเป็นของที่ซื้อมาเองมีแค่ไม่กี่ชิ้นที่ได้มา 
ไม่ว่าได้เป็นรางวัลจากการแข่งขัน หรือบางชิ้นก็มีแบรนด์ให้มา(นานมากแล้ว55555) 
แต่ทั้งนี้การที่ได้ของมา ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะอวยนะจ๊ะ รีวิวทั้งหมดเขียนตามผลการใช้งานจริง 
ลองเองใช้เอง ใช้แล้วเป็นยังไงก็มาเล่าให้ฟัง หากไม่เชื่อคำบอกเล่า ก็สามารถดูจากรูปภาพได้ 
ไม่มีรีทัชค่ะ(พยายามถ่ายในสภาพแสงเดียวกัน) ของบางชิ้นใช้จนหมดแล้วซื้อใหม่ก็มี 
บางชิ้นลองใช้ไปไม่กี่ครั้งก็มีทั้งหมดนี้ เบลล์จะเขียนชี้แจงเป็นรายชิ้นไปนะคะ 
ว่าอันไหนซื้อเอง อันไหนเค้าให้มาต้องแจ้งกันก่อน จะได้สบายใจค่ะ 

เกณฑ์ในการรีวิวของเบลล์ 

1. การปกปิด(ดูได้จากดาวที่ให้และรูปภาพที่ฟ้อง เพราะระดับการปกปิดในความหมายแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ดูจากรูปง่ายสุดจ้า) 
2. เกลี่ยง่ายอันนี้ตัดสินด้วยความรู้สึก ความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ 
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคและสภาพผิวของแต่ละคนด้วยค่ะ 
3. ชุ่มชื่น เหมือนข้อ 2 ขึ้นอยู่กับความรู้สึกและสภาพผิวส่วนบุคคลด้วยค่ะ 
4. ไม่คราบ ไม่ตกร่อง อันนี้ถ้าดาวน้อยๆแปลว่า เป็นคราบและตกร่องเยอะ 
(ส่วนตัวเป็นคนผิวใต้ตาค่อนข้างแห้ง จะเห็นคราบขึ้นชัดเลย ดูจากรูปได้ค่ะ) 

การให้ดาวของเบลล์ อาจจะตรง หรืออาจจะไม่ตรงใจกับเพื่อนๆไปบ้าง 
เพราะ การรีวิวนี้เกิดจากความคิดเห็นส่วนบุคคลล้วนๆหากใครมีข้อคิดเห็น หรือประสบการณ์อันไหนอยากจะเม้ามอย 
ก็เอามาแชร์กันได้ค่ะ ยินดีมากๆค่ะ 

 ...เค้าจะเริ่มแล้วนะ... 

 คอนซิลเลอร์หมายเลข 1 
 SANA Make Essence Concealer



เปิดมาอันแรกด้วยคะแนนไม่ดีเท่าไหร่ ไม่อยากบอกว่าอันนี้ตอนไปญี่ปุ่นคาดหวังไว้มาก 
ไม่รู้ไปดูรีวิวจากไหนมาว่ามันช่างเริ่ด ดีแสนดี คอนน้องหมี แพคเกจดูดี ดูน่ารักเลยจำฝังใจว่าต้องลองให้ได้ 
แต่พอมีโอกาสไปญี่ปุ่นจริงๆ ก็ถึงกับรีบสอยกลับบ้านมาลองบอกได้คำเดียวว่า "เจ็บ!!!!" 
ดูจากภาพก็น่าจะเห็นความบาง ไม่ปกปิด แถมเป็นคราบ 
โอ้วม่ายยยยยยยยยเอาตังกรูคืนมาาาาาาาาาาาา 

ปล.พยายามหาทาง ลองคิดว่าเอ๊ะ หรือชั้นโง่ ใช้ไม่เป็น ก็ลองหาวิธีการเกลี่ยให้มันเวิร์ค ยังไงมันก็ไม่โอ 
ใครเคยใช้แล้วเลิฟ ช่วยบอกน้องด้วย จะเอาไปลองบ้างค่ะ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข2 
3CE หรือ 3 Concept Eyes Waterful Concealer



อันนี้คือดี ดีตามชื่อเค้าเลย Waterful แบบว่าชุ่มน้ำ ทาแล้วเย็นๆแต่ไม่แสบแบบเมนทอล 
การบูน พิมเสน(จะบ้าหรอไม่ใช่ยาหม่อง5555 แต่แกเข้าใจใช่ป่ะ มันจะมีอายครีมบางตัวหรือแม้แต่คอนซิลเลอร์บางตัว 
ที่ทาแล้วแบบ เห้ยยยย ไอมันระเหยเย็นวาบ แสบตา แต่อันนี้ไม่ใช่ แค่เห็นผิวฉ่ำๆ) 
คือรู้สึกเหมือนเติมน้ำให้ผิว (เว่อร์ไปป่ะ) แต่คือเนื้อเค้าบางเบาชุ่มฉ่ำที่สุดเมื่อเทียบจาก 21 ตัว 
ส่วนการปกปิดก็โอเคอยู่นะ แม้จะไม่มิด แต่พอลงแป้งทับก็โอเคเลยแหละแอบเสียดายนิดหน่อย 
เพราะรู้สึกว่าซื้อมาสีเข้มไปนิด คาดการณ์ผิดไปหน่อยเพราะเข้าใจมาตลอดว่า คสอ.เกาหลีมักจะมีแต่ "ขาวและขาวมาก" 555555 

อ่อ อันนี้ฝากน้องสาวซื้อมาให้ตอนชีไปเที่ยวเกาหลีจ้า

คอนซิลเลอร์หมายเลข3 
MAC Select Cover-Up



อันนี้ซื้อมาตอนไปอเมริกา ซื้อจากในสนามบินขากลับ ถูกมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก 
คือ ถูกกว่าราคาที่ใส่ไว้ในรูป ในรูปคือราคาจากหน้าเว็บ MAC ประเทศไทยค่ะ 
อันนี้เห็นเพื่อนๆพี่ๆน้องๆบล็อกเกอร์เค้าว่าดี เลยทดไว้ในใจ พอได้ไปเมกาก็จัดเลย 
เห็นคนอื่นเค้าว่าเริ่ดในเรื่องการปิดรอยสิว ปิดรอยกระ ด่างดำ แต่เราพบว่า เอามาปิดแพนด้าก็เวิร์คมากจริงๆ 
หน้าตาจะคล้ายๆ 3CE อันตะกี้ (หรืออันตะกี้เค้าลอกมาไม่รู้5555) 
แต่เนื้อในคนละอย่างกันอันนี้ปกปิดดีกว่าจริงๆ และยังให้ความเป็นผิว 
ดูจากรูปสิคะ เริ่ดมะ คือดีงาม คือรักอะอันนี้ ถ้าหมดคงซื้อใช้อีก 
แต่ถ้าซื้อจากเค้าเตอร์ไทย ขอคิดดูอีกที 5555555 


คอนซิลเลอร์หมายเลข4 
CATRICE Allround Concealer



อันนี้คือกระแสดีมาก ตั้งแต่ยังไม่เข้าไทย อิชั้นก็อุตส่าห์ได้เยอรมันถิ่นกำเนิดเค้าเลยนะ ก็เลยติดมือกลับมาค่ะ 
พอมาถึงบ้านไม่กี่วีคต่อมาก็พบว่า อ่าวววว เค้าเอามาขายในไทยละอะเง้ออออออ ละจะหิ้วมาทำม๊ายยยยย 
ราคาที่นี่กับที่นั้นแทบไม่ต่าง แถมพอได้ลองใช้แล้วก็ โฮฮฮฮยิ่งรู้สึกเสียดายเนื้อที่กระเป๋า 5555555 
คือไม่ใช่ว่ามันแย่ขนาดนั้น แต่ด้วยราคาและคุณภาพที่สมราคาไม่ต้องดิ้นรนหามากก็ได้ 
กลับบ้านมาซื้อที่ไทยก็ด้ายยยยยย โฮกกกก 

คือเบลล์ว่า อันนี้มันเหมาะกับคนที่งบน้อยแต่อยากลองเล่น ลองฝึกผสมสี 
ลองเล่นกับ Corrector สีเขียวสีชมพูอันนี้จะคุ้มค่ะ 
แต่ด้วยเนื้อคอนซิลเลอร์สามสีเค้าไม่ค่อยปกปิดแถมยังลื่นๆเนื้อไม่ดีเท่าแบรนด์อื่นในราคาเดียวกัน 
เลยทำให้ภาพรวมดูคะแนนด้อยลง 

ทีนี้หลายคนอาจจะ งง ว่า Corrector เขียวชมพูเอาไว้ทำอะไร เลยขอแทรกเกร็ดเล็กๆเอาไว้นิดนึงนะคะ 
Corrector สีสันต่างๆ เค้ามีไว้แก้สีผิวที่ผิดปกติ เช่น รอยแดง รอยคล้ำกระ สิว รอยช้ำม่วง 
หรือแม้แต่รอยเส้นเลือดเขียวๆ(ใครเก่งศิลปะจะเข้าใจเรื่องนี้ง่ายมาก) 
 จากรูปวงจรสีนี้...

Credit รูปจาก //www.leadinginstanteyelift.com/blog/differences-concealer-camouflage-color-corrector-and-cover-up-makeupใครสนใจตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ค่ะ 

ทฤษฎีมีอยู่ว่า สีคู่ตรงข้ามเมื่อผสมกัน จะทำให้สีเป็นกลางมากขึ้น ดังเช่นรูปนี้


สีเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสีขาว หรือดำไปเลยแต่มันจะออกน้ำตาลเทาซึ่งใกล้เคียงกับสีผิวคนเรา 
แต่น้ำหนักเข้มอ่อน ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของแต่ละสีด้วย  
เพราะฉะนั้น Corrector สีเขียว จึงเอาไว้แก้รอยแดงต่างๆบนใบหน้า อย่างรอยสิวแดงๆ หรือปานแดง 
แต่การใช้ Corrector นั้นจะต้องในปริมาณที่เหมาะสมและแก้ให้ถูกสีนะคะบางทีมือหนักไปหรือเลือกผิดสี หน้าเทาซะงั้น -*- 
เหตุการณ์นี้อาจะพบได้กับชาวเราที่มีผิวโทนเหลือง บางทีคล้ำเหลือง แต่ดั๊นไปพอกเบสเขียวทั่วหน้า 
ทีนี้ก็จะเกิดอาการวอก หน้าเทา เพราะสีเขียวเป็นสีที่อยู่ใกล้กับสีเหลืองอยู่แล้ว ทีนี้เลยยิ่งวอกลอยไปกันใหญ่เลย 

ย้อนกลับมาที่พาเลท Catrice นี้ในตลับเค้าให้ Corrector มาสองสี นอกจากสีเขียวแก้รอยแดงแล้ว 
ยังมีสีชมพูสีชมพูเอาไว้สำหรับปรับสีผิวให้สว่างขึ้น คือจะช่วยลดสีเขียวลงหน่อยนึงทำให้รอยคล้ำ (ย้ำว่าไม่ใช่รอยแดง) นั้นดูสว่างขึ้น 
ช่องนี้เลยเหมาะกับการทาใต้ตามากๆ ยิ่งใครตาคล้ำมากๆน่าจะเห็นผลชัดค่ะ 
ทีนี้ต้องมีคนลองเอาสีเขียวทาใต้ตาแน่ๆ เบลล์ลองให้ดูเลยละกันว่ามันอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่

ใต้ตาดูสว่างขึ้นจริงทั้งสองสี แต่อันสีเขียวมันจะดูเหลืองๆเทาๆ 
และจุดที่คล้ำมากๆตรงหางตา กลับดูดำๆ เมื่อเอามาเทียบกับการใช้ Corrector สีชมพู 
เอาเป็นว่า สำหรับพาเลทนี้ ถ้าซื้อมาทดลองเล่นในราคานี้ก็คุ้มค่ะ 
แต่ถ้าให้ใช้จริงจังเบลล์ว่ายังมีตัวเลือกอื่นๆน่าสนใจกว่า
เพราะใช้จริงๆในชีวิตประจำวัน อย่างมากก็ Corrector 1 สี + Concealer 1 สี 
ใช้ง่ายๆทาง่ายๆ ไม่ต้องมานั่งผสมสีเปลืองเวลา อันนี้ ความเห็นส่วนตัวนะคะ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข5 
REVLON PhotoReady Concealer



อันนี้คือแบบว่า คาดหวังจากชื่อรุ่นมากๆ PhotoReady เห็นว่ารองพื้นเค้าก็ดี เลยจัดมา 
แต่กลับต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะเนื้อมัน มันมากๆและไม่ยอมเซ็ทตัวซักกะที 
และบางอารมณ์ก็เป็นคราบซะงั้นอะเห้ย แต่ว่าชีปกปิดดีค่ะคุณ ทาแล้วดูดีอันนี้ต้องยอม 
จนหลังๆมาค้นพบว่าวิธีลงให้เซ็ทตัวดี คือ จะต้องใช้นิ้วแตะๆที่เนื้อคอนซิลเลอร์แตะทีละนิด 
แล้วเอามาแตะที่ตา ค่อยๆแตะไป เพราะถ้าปาดจากแท่งมันจะมันมาก และไม่เซ็ทซักกะที 
พอปิดได้ที่แล้ว ไม่ต้องรอ เพราะรอไปก็เท่านั้น ไม่ยอมเซ็ท ก็รีบลงแป้งทับเลยค่ะ จบปิ๊ง! 

แต่ต้องบอกเลยว่าทาแล้วห้ามแตะเลยนะ มีหลุดแบบว่าบางทีเผลอไปแกะเกา 
สะกิดนิดเดียว ก็หลุดติดนิ้วออกมาเลย T^T 


คอนซิลเลอร์หมายเลข6 
Orirental Princess Stop Age Concealer 
หรือ คอนสามหลุมในตำนาน



อันนี้เป็นคอนซิลเลอร์ในตำนาน เป็นคอนที่หลายคนกล่าวขวัญถึงเป็นคอนซิลเลอร์อันแรกในชีวิตการแต่งหน้า 
และจะบอกว่าในรูปคือตลับที่2ของเบลล์คือซื้อเองใช้หมดไปอันนึงแล้ว แต่ไม่หมดทุกหลุมนะ 
มันจะหมดแค่หลุมสีอ่อนกับกลาง เพราะเบลล์ใช้สองสีนี้ผสมกันค่ะ 
เห็นใช้ตลับสองแล้วก็ไม่ได้แปลว่ามันคือที่สุดเพราะตอนที่เปิดตลับใหม่ ยังไม่เจออะไรใหม่ๆอีกหลายตัวที่เอามารีวิวในครั้งนี้ 5555 
เนื้อเค้าดีแต่ต้องวอร์มดีๆ และผสมสีเก่งๆจะไปได้สวย 

และพอได้ลอง MAC แบบตลับ Studio Finish ตัวที่โมเมปลื้มเว่อร์ ตัวนี้... 


คอนซิลเลอร์หมายเลข7 
MAC Studio Finish Concealer



ก็แอบรู้สึกว่า มันช่างคล้ายกันเหลือเกิน และอดไม่ได้ที่จะเอามาเทียบกันแม้ราคาจะต่างกันพอควรก็ตาม 
คือ มันคล้ายกันมากๆ แต่ MAC เนื้อจะแห้งกว่าส่วนการปกปิดทำได้ดีทั้งคู่ 
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องใช้คอนสามหลุมมาอย่างช่ำชองพอสมควรและต้องรู้จักผสมสีให้เข้ากับผิว 
คอนสามหลุมจึงทำให้หลงรักได้ไม่ยากเลยค่ะแต่ถ้าใครที่ชอบง่ายๆ ควักป้ายตบ ก็แนะนำ MAC นะ 
เดินไปที่เคาน์เตอร์ให้ BA ช่วยลองสีก็จะได้สีที่เป๊ะตามต้องการค่ะ เวลาใช้ก็ไม่ต้องคิดมาก 
ควักและตบได้เลย จบ! 

อ่อ แต่ทั้งคู่เค้าแอบเป็นคราบและตกร่องบ้างเป็นบางโอกาสนะคะ แล้วแต่อารมณ์คนทาและสภาพผิวด้วย 
วันไหนผิวดีๆอิ่มๆ ทาง่ายเชียว ไม่มีปัญหา แต่วันไหนหน้าแหกมากๆ ผิวแห้งๆล่ะก็ คราบมาเลยจ้า 
ต้องวอร์มเนื้อให้ดีทั้งคู่ แล้วจะเกิดๆๆๆๆ 
ปล.MAC อันนี้ก็ซื้อมาเองตอนไปอเมริกา ซื้อพร้อมกับหลอดข้างบนนู้นนนน 


คอนซิลเลอร์หมายเลข8 
Physicians Formula Youthful Wear Concealer



อันนี้ไม่ได้หลงซื้อเพราะกูรู หรือรีวิวใดๆ แต่ซื้อมาตอนไปเดินเล่นใน Drugstore ที่เมกาแล้วชอบแบรนด์นี้เป็นการส่วนตัว 
ใช้บลัชออนเค้าอยู่ ดีมากๆ รักมากๆ เลยลองสอยคอนซิลเลอร์มาลองบ้างก็โอเคนะคะ 
ไม่ได้ดีเริ่ดแต่ไม่ผิดหวัง กลางๆ ถึงไม่ได้ลองก็ไม่เสียใจอะไร แต่ลองแล้วก็โอเค ใช้ได้ๆ 5555 
เก็บเอาไว้ใช้วันแต่งตาพุ่งๆ เพราะมันขาวมากกกกก 


คอนซิลเลอร์หมายเลข9 
REVLON Colorstay Concealer



อันนี้ได้มาจากน้องจูน Jellyfatfish จากตอนที่ไปงาน Jeban SWOPจำได้ว่าของแลกหมด น้องจูนเลยยกให้เลย 5555555555555 
เอามาลองใช้ ปรากฎว่า เห้ยยยยยยยย มันดีมากนะ ดีเกินราคาเนื้อจะหนักหน่อย แต่เกลี่ยค่อนข้างง่าย 
ที่เริ่ดคือปกปิดดีมากสำหรับคอนแบบน้ำสำหรับเบลล์ไม่เจอปัญหาตกร่องหรือเป็นคราบนะ 
แต่ถ้าโบกหลายชั้นก็ดูหนาอยู่แต่เอาจริงๆชั้นเดียวก็กลบมิดแล้วเหอะ และติดทนใช้ได้เลยนะจ๊ะ 
ส่วนตัวคิดว่า ถ้าหมดน่าจะซื้อต่อ ใช้สลับกับ MAC หลอดบีบ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 10 
Maybelline Clear Smooth Minerals Concealer



อันนี้หลายคนเค้าว่าดี แต่อันนี้ไม่ได้สอยตามนะ จำได้ว่าแบรนด์ให้มาค่ะ ดองไว้นานมากกกกกก55555 
จนสุดท้ายก็หยิบมาใช้ แล้วก็พบว่า เห้ยยยย เนื้อมันก็ดีอยู่นะ เกลี่ยง่าย เนื้อบางแต่สีทึบ เน้นเลยว่าเนียนกริบ! 
แต่ปกปิดดีแต่ยังไม่สุด ส่วนเรื่องติดทนสำหรับเบลล์ก็ทนอยู่นะ ยังไม่เจอปัญหาคราบหรือตกร่อง 
แต่เห็นบางคนเจอ อันนี้ก็คงแล้วแต่สภาพผิวด้วยล่ะค่ะ 
อ่อ อีกเรื่องคือ สีถ้ามองจากหลอดจะดูเข้มมากๆ แต่พอลองปาดบนผิว พอดีซะงั้น 
อันนี้ถ้าใครสนใจ คงต้องไปลองปาดกันดูนะคะ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 11 
SOAP&GLORY Trick and Treatment Concealer



สำหรับคอนตัวนี้ เคยเห็นรีวิวกันว่าเริ่ดอยู่ พอร้าน Boots ลดราคาเท่านั้นแหละธัญญาวิ่งปรี่เข้าไปเลยจ้า 
โปร1แถม1ทำร้ายอิชั้นได้เสมอ555555ก็เลยสอยมาลอง จริงๆลองแตะๆที่ร้านไปแล้วนะ 
ก็เห็นแล้วแหละว่ามันวิ๊งวับๆๆก็แบบตื่นเต้นตกใจว่า อุ๊ยน่าเล่นจัง 
ยังไม่เคยมีคอนซิลเลอร์แบบมีผสมชิมเมอร์เลออออ(พร้อมทำหน้าแบ๊วสิบวิ สร้างข้ออ้างให้ตัวเองเรียบร้อย5555) 
พอกลับมาบ้านลองใช้กับตาจริงๆ ก็พบว่า เหยยยยย ไม่ใช่แล้วล่ะ ผิดละล่ะ นี่มันไฮไลท์แบบน้ำชัดๆ 
ปาดไปทำงาน เวลาหน้าโดดแดดนี่ตาพุ่งเลยจ้า ระยิบระยับเล่นกับแดด555 
คือมันก็สวยไปอีกแบบ แต่ทาทุกวันคงไม่ได้จริงๆ ใต้ตาทองๆแต่ผิวหน้าแมทดูไม่เข้ากัน 
ตอนนี้เลยเก็บไว้ใช้เวลาแต่งลุ๊คดิวอี้ๆ หรือลุ๊คแทนๆเงาๆอะ ใช่!! 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 12 
SKINFOOD Rice Concealer Tip



อันนี้เป็นคอนซิลเลอร์อีกชิ้นที่โด่งดังจากหลายสำนัก ขึ้นชื่อว่าปกปิดดีมากและถูกมาก ดีเกินราคา 
บอกได้สั้นๆว่า แอบหนาและคราบจ้า คือถ้าตัดประเด็นนี้ไป ก็ถือว่าเป็นคอนราคาน่ารักคุณภาพดีมากตัวนึงเลย 
หามาลองเล่นกันได้ไม่ยาก ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่เสียดายตังอันนี้สั่ง Pre-Order จากร้านในเน็ตค่ะ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 13 
LUNASOL Under Eyes Base



ชิ้นนี้ได้มา เป็นรางวัลจากการแข่งทำ HowTo เมื่อนานมาแล้วค่ะตัวนี้เด็ดตรงที่ให้ความเป็นผิวที่สุด 
ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เนื้อบาง เกลี่ยง่าย ชุ่มชื้น ไม่เป็นคราบแต่มีข้อดีก็ต้องมีข้อด้อย 
คือ ระดับการปกปิดจะประมาณกลางๆ-มาก ไม่ถึงกับปิดมิดถ้าทาทับหลายชั้นจะออกสีชัด 
อันที่เบลล์มีมันเข้มกว่าผิว ถ้าทับหลายชั้นจะเห็นเป็นสีส้มเลยยังไม่เคยลองสีอื่นๆในรุ่นนี้นะคะ 
ไว้ถ้าได้ลองจะมาบอกอีกที ว่าถ้าสีพอดีผิว ทับหลายชั้นจะเวิร์คมั้ย 
หรือใครเคยใช้ มาแชร์ประสบการณ์ได้นะคะ สนใจๆ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 14 
ESSENCE Stay Natural Concealer



อันนี้ซื้อมาตอนยี่ห้อนี้เข้าไทยใหม่ๆ เคยเห็นรีวิต่างชาติเค้าว่าดีราคาเข้าไทยก็ถูกมาก เลยจัดมาค่ะ 
เนื้อค่อนข้างโอนะ ชุ่มชื่นบิดออกมาแรกๆเกลี่ยง่าย แต่เผลอหน่อยไม่ได้ เริ่มเซ็ทปั๊บเกลี่ยไม่ไปละจ้า 
อันนี้ต้องใช้ความไวในการเกลี่ย ส่วนการปกปิดก็กลางๆนะเป็นคราบบ้างบางที 
ความติดทนขึ้นอยู่กับแป้งที่เซ็ทด้วย 

คอนซิลเลอร์หมายเลข 15 
Oriental Princess Brilliant White Twisty Concealer


อันนี้ก็เป็นคอนแท่งแรกๆที่ใช้ ในรูปคือแท่งที่สามแล้วสำหรับรุ่นนี้ มันดีตรงที่เกลี่ยง่าย ชุ่มชื้นกำลังดี 
ทาแล้วดูสว่างขึ้น แต่ปิดได้กลางๆ ทาแล้วแอบดูโบ๊ะเล็กน้อย ปกติจะใช้ทำไฮไลท์ไปในตัว 
แต่ยังไงเนื้อคอนตัวนี้ ก็ให้ความเป็นผิวสู้พวก MAC กับ lunasol ไม่ได้ ...ก็แหงล่ะราคาต่างกันตั้งเยอะ 

คอนซิลเลอร์หมายเลข 16 
Sleek Luminaire Hilighting Concealer


อันนี้ซื้อมาพร้อมกับบลัชออนช่วงบ้าบลัช Sleek ถ้าจำไม่ผิดสั่งผ่านร้านที่เค้าสั่งมาขายในเฟสบุ๊คค่ะ 
อันนี้เป็นอันที่แพคเกจไม่น่าให้อภัยมากๆ บ่นไปแล้วในรูป55555 ส่วนเนื้อก็หักมุมอย่างที่เขียนไป 
คือเหมือนจะครีมมี่ เกลี่ยเหมือนจะง่ายแต่ปาดปั๊บหนืดเลยแล้วเซ็ทตัวไวเกิน 
ยังไม่แตะๆกดๆย้ำๆเลย เซ็ทไปแล้ว ไม่เซ็ทบนผิวก็เซ็ทมันบนนิ้วนั่นเลย -*- 
ตอนแรกว่าจะเอามาทาสันจมูกทำไฮไลท์ ปรากฏตกร่องรูขุมขน และเกลี่ยไม่ค่อยไป จบข่าว... 

คอนซิลเลอร์หมายเลข 17 
MAYBELLINE Dream Lumi Touch Hilighting Concealer



อันนี้สั่งซื้อจากร้านในเฟสบุ๊คค่ะ เหตุเกิดเพราะเสพรีวิวต่างชาติมากเกินขนาด 
หลายคนบอกว่าคล้ายจะเป็น DUPE ของ YSL Touche Eclat ตัวไฮไลท์ใต้ตาอันโด่งดัง 
ด้วยเบี้ยน้อยหอยน้อย ตังไม่พอสอยYSL เลยจัดน้องเมย์มาลองซักหน่อยปกปิดงั้นๆแต่กระจายแสงดี 
เนื้อดีเกลี่ยง่าย แต่ต้องไวรวมๆคือชอบมาก ใช้หมดไปสองแท่งแล้วอะนะ 
แต่ก็ยังเทียบกับ YSL ไม่ได้อยู่ดี ว่าเหมือนป่าว เพราะยังไม่เคยใช้ กร๊ากกกกก 
สีที่ถูกกับผิวมากๆคือ อันที่หมดหลอดในรูป ชื่อสี NUDE CLAIRE แต่อันที่ยังเหลือเป็นสีที่ไม่เข้ากับผิวเลย 
แต่ก็พอถูๆไถๆได้ถ้าผิวขาวเหลือง แนะนำให้ลองNUDE CLAIRE  ค่ะ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 18 
MAYBELLINE Instant Age Rewind Eraser Dark Circle Treatment Concealer



คือ ชื่อจะยาวไปไหน 555555อันนี้ใช้มาตั้งแต่ก่อนโมเมพูดถึง ใช้มาตั้งแต่บิวตี้กูรูต่างประเทศฮือฮา 
ซื้อมาแล้วติดใจนะใช้ทุกวันแบบว่าอันอื่นวางลืมไปก่อน คือทาง่าย สว่างวาบ ปาดๆนิ้วกดๆ เป๊ะ! 
แต่ถ้าตาแห้งมากอาจจะไม่เป๊ะนะคะ อาจจะคราบได้เล็กน้อย เพราะเนื้อมันไม่ได้เหลวเท่าไหร่ 
แต่การปกปิดถือว่าดีทีเดียว ราคาไม่แพง ปริมาณให้มาจุใจ ใช้ได้นานติดอย่างเดียวคือ 
หัวแบบนี้แลดูหมักหมมจริงๆอ่อ อีกอันที่ยากคือ หาซื้อยาก ตอนนี้เข้าไทยรึยังไม่ทราบ 
แต่อันนี้สั่งจากร้านในเฟสบุ๊คเมื่อนานมาแล้วค่ะ 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 19 
GARNIER BB Eye Roll-on



คอนซิลเลอร์ที่ดีไม่จำเป็นต้องปกปิดกริบสุดยอด อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีอันนึงเลยค่ะ 
อันนี้เป็นอันที่ผิดคาดมากๆ ใช้ดี เนื้อบาง ชุ่มชื้น เกลี่ยง่ายมากๆ สีกลมกลืนกับผิวดี ราคาถูก 
เป็นคอนซิลเลอร์อมตะ ใช้ยังไงก็ไม่หมดซักทีจนจะหมดอายุก่อนแล้ว 

คอนซิลเลอร์หมายเลข 20 
LOREAL Lumi Magique Hilighting Pen



อันนี้ซื้อมาตอนไปเที่ยวสิงคโปร์ ตอนนั้นอันนี้ยังไม่เข้าไทย (ตอนนี้เข้ารึยังนะ) 
ซื้อมาเพราะเคยเห็นเค้าเอามาเทียบกับ YSL แบบเดียวกับ Maybelline Dream Lumi 
ลองใช้แล้วก็เฉยๆ ไม่ได้ว๊าว ไม่ได้ประทับใจ ไม่ซื้อต่อเพราะคล้าย Maybelline มากๆๆๆๆๆ 
ราคาถูกกว่ากันเยอะด้วย 


คอนซิลเลอร์หมายเลข 21 
LB Dual Concealer



อันนี้เป็นน้องใหม่สุดจากทั้งหมด 21 อัน ทางแบรนด์ให้มาลองตอนเปิดตัว LB ค่ะลองใช้ได้ระยะสั้นๆ 
เลยบอกอะไรมากไม่ได้ แต่เท่าที่ลองใช้ ก็ตามที่เขียนในรูปเลยจ้า 


โอเค ครบแล้ว 21 ชิ้น แทบสลบ 5555555ใช้เวลาทำนานมากๆ ตั้งแต่ถ่ายรูป 
ทดลองและจดบันทึก เรียบเรียง จัดรูป เรียกได้ว่าตั้งใจทำสุดๆ 
ใครตามอ่านจนจบและชื่นชอบ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านบ้างนะคะ 
ตั้งใจทำออกมาเต็มที่ ก็อยากให้หลายๆคนได้อ่านกันเต็มที่ค่ะขอบคุณค่ะ

ปล. อย่าลืมเข้าไปเม้ามอยฟอลโล่ว์กันได้ที่แฟนเพจเบลล์นะจ๊ะ





 

Create Date : 18 เมษายน 2558    
Last Update : 18 เมษายน 2558 20:54:50 น.
Counter : 7691 Pageviews.  

REVIEW แป้งเด็กเนื้อโลชั่น KODOMO LOTION POWDER หอม นุ่ม ไม่ฟุ้งกระจาย

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีไอเทมใหม่มาอัพเดตกันอีกแล้ว 

ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ เวลาอากาศร้อนๆเนี่ย ผิวมันเหนอะหนะ เหนียวตัว ไม่สบายตัวเอาซะเลย 
เผลอๆร้อนมากๆผดขึ้น ผื่นมาเยือน นึกถึงตอนเด็กๆ หม่าม๊าชอบจับโรยแป้งเด็กทั่วตัว ฟุ้งไปทั่ว 
กลายเป็นหมูชุบแป้ง555 แต่ตอนนี้เค้ามีของใหม่ที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวนุ่มลื่น สบายตัว 
ไม่เหนียวเหนอะหนะแบบเดียวกับแป้งเด็กเลย แต่ไม่ฟุ้งกระจาย แถมยังมี moisturizer บำรุงผิวให้ชุ่มชื่น 
ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ใครๆในบ้านก็ใช้ได้ นั่นก็คือ … 

แป้งเด็กเนื้อโลชั่น KODOMO LOTION POWDER นั่นเอง! 

หน้าตาเค้าจะมาเป็นขวดบีบทรงปุ้มปุ้ยน่ารักๆแบบนี้…



แพ๊คเกจก็จะคล้ายๆแป้งโคโดโม ที่เราๆเคยใช้กันตอนเด็กๆ 
ด้านหลังจะมีรายละเอียด คุณสมบัติ วิธีใช้ ส่วนประกอบ ผู้ผลิต ฯลฯ ครบเลยค่ะ 

ฝาเปิดปิดใช้งานง่าย ปิดแน่นไม่หกเลอะเทอะ



คุณสมบัติเด่นๆของแป้งเด็กเนื้อโลชั่นนี้ คือ ด้วยความที่เป็นเนื้อโลชั่น จึงไม่มีฝุ่น ไม่ฟุ้งกระจาย 
ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้จากฝุ่นแป้ง ใครแพ้ฝุ่นใช้ได้สบายเลยงานนี้ แถมยังมีคุณสมบัติช่วยให้สบายตัว 
ป้องกันผดผื่นได้เหมือนแป้งฝุ่น ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มลื่น ชุ่มชื้นได้แบบโลชั่น ซึมเข้าสู่ผิวไว 
ติดทนนาน จะทาซ้ำก็ทำได้ ทาได้ตลอดวัน และมีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบแป้งเด็กด้วยค่ะ 

เรามาดูเนื้อโลชั่นกันดีกว่า ว่าจะหน้าตาเป็นยังไง



เนื้อโลชั่นขาว ไม่ข้นเหนอะ แต่ก็ไม่เหลวจนไหลง่าย เวลาเทจากขวดจะต้องบีบนิดๆค่ะ
เวลาทาจะรู้สึกลื่นๆ ชุ่มผิวดี แห้งไว พอแห้งแล้วก็สบายผิวเหมือนทาแป้งเด็ก ไม่เหนียวเหนอะหนะ 
ไม่เงา เวลาทาไม่มีฝุ่นฟุ้ง ให้อารมณ์แบบเดียวกับการทาโลชั่นเลยจ้า 
อยากจะบอกว่า แป้งเด็กเนื้อโลชั่นตัวนี้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้จริงๆ 

ลองมาซูมดูใกล้ๆกันดีกว่า…



จากผิวแห้งๆ พอทาแล้วจะเห็นเลยว่าผิวดูชุ่มชื้นขึ้นจริงๆจ้า 
เบลล์ได้ทดลองใช้แป้งเด็กเนื้อโลชั่นมาพักใหญ่ๆแล้ว รู้สึกชอบนะคะ เพราะ ส่วนตัวเป็นคนอ้วน 
ก็จะมีจุดที่เสียดสี อย่างต้นขาด้านใน และยิ่งเจออากาศร้อนๆนี่ ผื่นก็จะเริ่มมาละ 
แต่พอได้ทาแป้งเด็กเนื้อโลชั่นก็ช่วยให้ผิวลื่นขึ้น ลดการเสียดสีได้บ้าง 
และชอบเอามาทาตัวก่อนนอน ตัวจะนุ่มๆหอมๆเหมือนเด็กเบบี๋ ไม่ฉุนแบบน้ำหอมในโลชั่นทั่วไป 
ช่วยให้หลับสบายขึ้นค่ะ 

นอกจากแป้งเด็กเนื้อโลชั่นแล้ว โคโดโม ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ คือ 
Kodomo Sunblock Lotion โลชั่นกันแดดตัวนี้นี่เอง…



Kodomo Sunblock Lotion มีคุณสมบัติช่วยปกป้องแสงแดดได้เต็มประสิทธิภาพทั้งรังสี UVA และ UVB 
กันน้ำ และซึมสู่ผิวได้รวดเร็วกว่าโลชั่นกันแดดทั่วไป ช่วยให้ลื่นผิว สบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะ 
มีกลิ่นหอมเหมือนแป้งเด็ก และมีการเพิ่มสาร Anti-Rash ช่วยลดผดผื่นจึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ 
เป็นโลชั่นกันแดดสูตรอ่อนโยน เหมาะกับเด็ก และผู้มีผิวบอบบาง ล้างออกง่าย ไม่ตกค้าง

เบลล์ลองบีบเนื้อโลชั่นให้ดูนะคะ



จากที่ลองใช้ก็พบว่า เนื้อโลชั่นกันแดดเค้าซึมไว ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะจริงๆ 
และที่ชอบมากๆคือ เป็นกลิ่นแป้งเด็ก ทาแล้วไม่มีกลิ่นตุ่ยๆแบบกันแดดทั่วไป 
พอซึม แห้งแล้วไม่ทิ้งความมันเงา ไม่เหนียวรำคาญตัว สบายฝุดๆไปเลย 

อยากรู้แล้วสิว่าราคาเท่าไหร่ หาซื้อได้ที่ไหน ตามนี้เลยจ้า 

แป้งเด็กเนื้อโลชั่น
ราคาประมาณ 90 บาท 
หาซื้อได้ที่ Tops, Tesco Lotus, The Mall, Foodland, Villa Market และ Max Valu (ไม่มี Big C) 

โลชั่นกันแดด
มีสองขนาด 50ml./125 บาท และ 100ml./ 235 บาท 
หาซื้อได้ที่ Tops, Big C, The Mall และ Tesco Lotus 

หรือใครต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามรายละเอียดอื่นๆ ตามไปที่ link ด้านล่างได้เลยจ้า 

รีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ 
เจอกันใหม่บล็อกหน้า 

บ๊ายบาย 
Smiley





 

Create Date : 18 เมษายน 2558    
Last Update : 18 เมษายน 2558 1:27:30 น.
Counter : 11552 Pageviews.  

PREVIEW ลองของใหม่ NIVEA EXTRA WHITE FIRMING BODY SERUM SPF50 PA+++

สวัสดีจ้าสาวๆ ช่วงนี้เทรนด์ฟิตแอนด์เฟิร์มกำลังอินสุดๆ แค่มีผิวขาวใสอย่างเดียวคงไม่พอแล้ว 

จะต้องมีผิวที่กระชับอีกด้วยตายๆๆถ้าชีวิตจะยากขนาดนี้ เราคงต้องหาตัวช่วยแล้วล่ะ 

วันนี้เบลล์ก็เลยมีของใหม่มาพรีวิวให้ชมกันค่ะ นั่นก็คือ บอดี้เซรั่มตัวนี้เลย… 
NIVEA EXTRA WHITE FIRMING BODY SERUM SPF50 PA+++ 
นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไวท์ เฟิร์มมิ่ง เซรั่ม SPF50 PA+++



เป็นบอดี้เซรั่มสูตรใหม่ที่มีความพิเศษตรงที่ นอกจากจะช่วยฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสียแล้ว ยังช่วยกระชับผิว ให้ดูกระชับเรียบเนียนขึ้น ด้วยสูตร ”ทรีทเมนท์ คอลลาเจน Q10” นั่นเอง

ในส่วนสรรพคุณอื่นๆ ทางแบรนด์เคลมไว้ว่า… 

เนื้อเซรั่มเข้มข้น แต่บางเบา ซึมเข้าบำรุงผิวได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างด้วยอีกขั้นของนวัตกรรมล่าสุดที่ผสาน 
• คอลลาเจน และ Q10: ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว*** พร้อมกระชับผิวให้เรียบเนียน* 
• วิตามินซี บริสุทธิ์ 95% : ช่วยฟื้นบำรุงปัญหาผิวคล้ำเสีย ให้กลับขาวกระจ่างใสดูมีออร่า** 
• SPF50 พร้อม UVA1 Protect ปกป้องผิวจากรังสี UV ในช่วงกว้าง ครอบคลุมทั้งรังสีUVB และ UVA ซึ่งรวมไปถึง UVA1 ที่ทะลุทำร้ายผิวลึก***อย่างมีประสิทธิภาพ 

* เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 
** ขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล 
*** ผิวชั้นอีพิเดอร์มิส 

อ่านสรรพคุณไปแล้ว เรามาดูของจริงกันเลยดีกว่าค่ะ



บอดี้เซรั่มสูตรใหม่นี้ มาในรูปแบบหลอดบีบเหมือนรุ่นก่อนๆ แต่หน้าหลอดจะเขียนชื่อรุ่นต่างออกมาค่ะ 
ด้านหลังหลอดก็จะมีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่างๆครบถ้วน



ฝาหลอดเป็นฝาแค๊ปเปิดปิดสะดวก รูเล็กๆทำให้ควบคุมการไหลของเนื้อเซรั่มได้ง่าย 
ที่ปลายหลอดจะมีพิมพ์ล๊อตและวันที่ผลิตชัดเจน 

ดูภายนอกแล้ว เบลล์ลองบีบหลอด เทเนื้อเซรั่มมาให้ชมกันใกล้ๆ…



เนื้อเซรั่มเป็นสีขาว ไม่หนืดเหนียว แต่ก็ไม่เหลวจนไหลง่าย



ลองทาไปบนผิว เกลี่ยง่าย ซึมค่อนข้างไว เมื่อซึมแล้วไม่ทิ้งความเหนอะหนะ 
แต่ก็ไม่ได้แห้งจนหายไปเลย ยังคงรู้สึกถึงความชุ่มชื้นเหมือนได้บำรุงผิวค่ะ 

เนื้อเซรั่มมีกลิ่นหอมแบบเฉพาะตัวของ NIVEA ซึ่งกลิ่นค่อนข้างชัดทีเดียว ทาเช้าติดทนถึงเย็นๆเลยจ้า 



จากที่ลองทาเปรียบเทียบให้ดูใกล้ๆ จะเห็นว่าเมื่อทาแล้วยังเห็นว่าเนื้อเซรั่มได้เคลือบบนผิวส่วนนึง 
แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้วสบายผิว สามารถทาออกไปนอกบ้านในช่วงอากาศร้อนๆแบบตอนนี้ได้สบายๆ 
แถมยังช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA1/UVA2/UVB ในแสงแดด ด้วยค่า SPF50 PA+++ 
เรียกได้ว่า ทาทีเดียวได้คุณประโยชน์ครบเลย ทั้งฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย ช่วยกระชับผิวให้เรียบเนียน และยังกันแดดได้ด้วย 
เป็นตัวช่วยให้สาวๆมีผิวขาวใสไร้จุเผละ สามารถเผยผิวได้อย่างมั่นใจ จะใส่ชุดไหนก็สวยเริ่ด 

ว่าแล้วก็ขอลองใส่ชุดเผยผิวบ้าง.. 
(ถึงจะอ้วนแต่ก็ไม่ย้วยนะจ๊ะ อวบตึง 55555)



นี่หละ ได้ของใหม่น่าลองแบบนี้ เบลล์ต้องขอตัว รีบไปลองใช้แบบยาวๆ แล้วได้ผลเริ่ดๆยังไงจะมาเล่ากันอีกทีนะจ๊ะ 

สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ link นี้เลยจ้า

อย่าลืมนะจ๊ะ New Beauty แค่ขาวอย่างเดียวไม่พอ ต้องกระชับด้วยนะคะ 
ไปแระ รีบไปทาด่วนๆๆๆๆๆ 

บ๊ายบายยยยย

Smiley




 

Create Date : 24 มีนาคม 2558    
Last Update : 24 มีนาคม 2558 22:16:52 น.
Counter : 5480 Pageviews.  

REVIEW รีวิว Pantene 3 Minute Miracle ตัวช่วยฟื้นฟูผมเสียสะสมนาน 3 เดือน ให้กลับมาดูดีได้ใน 3 นาที

ไหนๆใครติดไดร์ ติดม้วนผมบ้าง ยกมือขึ้น 

เบลล์ก็เป็นคนนึงที่ต้องใช้ไดร์เป่าผม เวลาสระผมก่อนนอน ไม่งั้นผมจะไม่แห้ง หรือ แห้งยากมากๆ 
และบางทีจะเป่าแค่ลมเย็น ก็แห้งช้าไม่ทันใจ ตาจะปิดอยู่แล้ว5555 
เลยต้องใช้โหมดลมร้อนช่วยเป่าทุกที พอเป่าผมบ่อยๆ ไดร์ผมบ่อยๆ ผมก็เริ่มเสีย ปลายผมแห้ง 
ชี้ฟู จัดทรงยากกว่าเดิม และยิ่งช่วงไหนออกงานบ่อย ก็จะต้องใช้เครื่องหนีบผมบ้าง 
ใช้เครื่องม้วนผมบ้าง ยิ่งเป็นผมทำสีบ่อยๆด้วยแล้ว ก็ยิ่งเสียสะสมไปกันใหญ่เลย



แต่ตอนนี้เรามีตัวช่วยละค่ะ รีวิววันนี้ เบลล์ขอนำเสนออออ... 
 “แพนทีน โปร-วี ทรี มินิท มิราเคิล” (Pantene Pro-V 3 Minute Miracle)



ฝั่งซ้ายเป็นแชมพู Pantene Pro-V Total Damage Care 10 Shampoo 
ฝั่งขวาเป็นคอนดิชันเนอร์สูตรใหม่ล่าสุด Pantene Pro-V 3 Minute Miracle Conditioner 
นางเอกของเราในวันนี้ 

คุณสมบัติและจุดเด่น(ขออ้างอิงจากข้อมูลของแบรนด์) 
Pantene Pro-V 3 Minute Miracle Conditioner
เป็นนวัตกรรมเพื่อการบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก ฉีกกฎผลิตภัณฑ์คอนดิชันเนอร์ทั่วไป 
ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากการพัฒนาสูตรเพื่อแก้ปัญหาผมเสียได้อย่างตรงจุด 
พร้อมฟื้นบำรุงผมเสียสะสมนาน 3 เดือน ให้นุ่มสวยดูสุขภาพดีขึ้นใน 3 นาที** 
ด้วยสูตรการบำรุงที่ตรงเข้าฟื้นบำรุงเส้นผมได้อย่างชาญฉลาด 
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอนดิชันเนอร์ให้ดียิ่งขึ้นใน 2 ด้าน คือ 

1) เพิ่มปริมาณอัตราส่วนของสารบำรุงช่วยฟื้นบำรุงเส้นผม
จึงทำให้คอนดิชันเนอร์ทำงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
•   มีส่วนผสมของ เทอร์มินอล อมิโน-ซิลิโคน (Terminal Amino-Silicone) 
ซึ่งเป็นหนึ่งในซิลิโคนรูปแบบใหม่ และเป็นส่วนผสมที่มีอัตราส่วนมากที่สุด
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ แพนทีน อินเทนซีฟ คอนดิชันเนอร์ 
(โดยมีปริมาณมากถึง 80% ของส่วนผสมทั้งหมดในคอนดิชันเนอร์ 
เมื่อเทียบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ แพนทีน คอนดิชันเนอร์ สูตรธรรมดา) 
•   เทอร์มินอล อมิโน-ซิลิโคน จะซึมซาบเข้าสู่เส้นผมได้อย่างล้ำลึกยิ่งกว่า
คอนดิชันเนอร์สูตรทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริเวณที่ผมแห้งเสีย 
และทำให้เส้นผมนุ่มลื่นมากกว่าการใช้คอนดิชันเนอร์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคนชนิดทั่วไป 
•   มีส่วนผสมที่สามารถฟื้นบำรุงผมเสียและซึมซาบเข้าสู่บริเวณ
เส้นผมที่แห้งเสียได้อย่างเหนือชั้น จึงช่วยปรับสภาพผมแห้งเสีย
ให้กลับมาดูมีสุขภาพดีอีกครั้ง 
•   ช่วยป้องกันการเกิดผมเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
โดยซิลิโคนจะช่วยเติมเต็มชั้นผิวของเส้นผม ซึ่งมีส่วนช่วยในการปกป้องเส้นผม 

2) มอบความรู้สึกสะอาดอย่างเหนือระดับ พร้อมการบำรุงเส้นผมให้ชุ่มชื้นด้วย 
แพนทีน โปร-วี ทรี มินิท มิราเคิล คอนดิชันเนอร์ที่มีสาร โพลีเมอร์ไอออนประจุบวก 
(Cationic Polymers) ช่วยฟื้นบำรุงชั้นผิวพร้อมป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเส้นผมได้ 
•   เมื่อเส้นผมได้รับความเสียหายจะทำให้เส้นผมสูญเสียชั้นผิว
ที่ช่วยปกป้องเส้นผมและกลายเป็นประจุลบ ซึ่งสารลดแรงตึงผิวที่มีขั้วชนิดประจุบวก 
(Hydrophobic cationic surfactant) จะช่วยฟื้นฟูชั้นผิวและยังปกป้องเส้นผมอีกด้วย 
•   สารลดแรงตึงผิวที่มีขั้วชนิดประจุบวกในแพนทีน ทรี มินิท มิราเคิล คอนดิชันเนอร์สูตรใหม่ 
ช่วยให้ผมเสียซึ่งเป็นประจุลบนั้นกลายเป็นกลาง 
จึงทำให้สารที่มีประโยชน์ซึมลึกเข้าสู่เส้นผมโดยเฉพาะบริเวณที่ผมเสียได้อย่างตรงจุด 
•   มอบความพิเศษสู่เส้นผมอย่างเหนือขั้นพร้อมกับปกป้องเส้นผม
อย่างมีประสิทธิภาพ คืนความนุ่มลื่นให้กับเส้นผมได้เหนือกว่า
และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเส้นผม 

สรุปสั้นๆคือ คอนดิชั่นเนอร์สูตรใหม่นี้ มีการเพิ่มสารบำรุงให้มากขึ้นทำให้ช่วยบำรุงฟื้นฟูผม
ได้ดีขึ้นเหมือนเดิม และ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมด้วย คอนดิชันเนอร์ที่มีสาร 
โพลีเมอร์ไอออนประจุบวก (Cationic Polymers) ช่วยบำรุงและป้องกันความเสียหาย
ที่เกิดกับเส้นผมได้ 

พอทราบคุณสมบัติแล้ว เรามาดูที่ตัวผลิตภัณฑ์กันเลยดีกว่าค่ะ 

บรรจุภัณฑ์ 
Pantene Pro-V Total Damage Care 10 Shampoo มาในขวดบีบตามแบบของ Pantene 



ด้านหลังมีรายละเอียดบนฉลากครบถ้วน ใครอยากอ่านส่วนผสมใกล้ๆ เบลล์จัดให้ค่ะ



ในส่วนของฝา เป็นฝาแค๊ปเปิดปิดตามปกติ 
และข้อมูลล๊อตผลิตจะอยู่ใต้ขวดแบบในรูปเลยค่ะ



ที่ขวดจะแปะสติ๊กเกอร์ไว้ว่า กลิ่นใหม่! 
(ส่วนจะเป็นกลิ่นอะไร ตามไปอ่านในหัวข้อ เนื้อสัมผัสและกลิ่น นะคะ) 

 มาดูคอนดิชันเนอร์บ้าง



คอนดิชันเนอร์เค้าจะมาในหลอดบีบสีทองอร่ามแบบนี้ ดูแล้วน่าใช้มากค่ะ 
ข้อมูลต่างๆจะอยู่หลังหลอดทั้งหมดค่ะซูมๆมาให้อ่านกันจ้า



ฝาเป็นแบบแค๊ปปิดเหมือนกัน ปากหลอดบีบง่าย ไม่พุ่ง ไม่หกเลอะเทอะ



เนื้อสัมผัสและกลิ่น 

เนื้อแชมพูเป็นสีขาว จะค่อนข้างเหลวนิดๆ



ส่วนคอนดิชันเนอร์จะเนียน เข้มข้นมากๆ บีบออกมาใส่มือ จับคว่ำยังไม่ไหลเลยจ้า ข้นจริงๆ



และในส่วนของกลิ่น Pantene Pro-V 3 Minute Miracle เค้ามาพร้อมกลิ่นใหม่ล่าสุด
ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลไม้สีแดง (กลิ่นจากสตรอเบอรรี่ป่าที่สดใหม่และราสเบอร์รี่
รวมเข้าไว้ด้วยกัน แฝงด้วยความสดชื่นของมวลดอกไม้ที่นุ่มนวล และผสมผสานความหอมหวานจากกลิ่นวานิลาอันอบอุ่น) 
เบลล์ลองใช้แล้วหอมมากๆค่ะ กลิ่นจะออกแนวเบอรี่ๆ ตอนสระผมนี่รู้สึกสดชื่น สบาย และหิว 
อยากกินเบอรี่สมูทตี้เลยทีเดียว555 

อ่านสรรพคุณและข้อมูลอื่นๆครบแล้ว ก็เริ่มสงสัยแล้วใช่มั้ยคะ ว่าใช้แล้วจะเป็นยังไง 
แค่3นาที จะช่วยฟื้นฟูผมเสียได้ขนาดไหน เดี๋ยวเรามาดูกันเลย 

ผลการทดลองใช้
เบลล์ทดลองใช้โดย สระผมด้วยแชมพู Pantene Pro-V Total Damage Care 10 Shampoo 2 รอบ 
ตามด้วย Pantene Pro-V 3 Minute Miracle Conditioner ลูบไปตามเส้นผมตั้งแต่กลางจนถึงปลายผม 
โดยจะเน้นช่วงปลายผม แล้วหมักทิ้งไว้ 3 นาที ค่อยล้างออกจนสะอาด 
เป่าผมให้แห้งด้วยลมร้อน แล้วหวีสางตามปกติ 

Before/After 


ข้างซ้าย เป็นผมก่อนสระ จะเห็นความชี้ฟู และปลายผมดูแห้งเสีย ในรูปนี้คือหวีผมแล้วนะคะ มันฟูจริงๆ555 
ข้างขวา เป็นผมหลังจากใช้ Pantene 3 Minute Miracle แล้วเป่าให้แห้ง 
จะเห็นเลยว่า ความชี้ฟูน้อยลงชัดเจน ผมเรียงเส้นกันมากขึ้น จัดทรงง่ายขึ้น หวีได้ลื่นขึ้น 
ถึงแม้จะไม่ได้ผมที่เรียบตรงสลวยแบบยืดผมมา 
แต่แค่ 3 นาที Pantene 3 Minute Miracle ก็สามารถทำให้ผมดูดีขึ้นได้จริงๆ 



ยิ่งเน้นไปที่ปลายผม ส่วนที่เสียสะสมเป็นพิเศษ เราจะเห็นความต่างชัดเจนเลยค่ะ 
ผมเบลล์ดูดีขึ้นจริงๆมาดูกันใกล้ๆนะคะ


ผมมีความเงางามมากขึ้น ชี้ฟูน้อยลง เส้นผมตรงขึ้น โดยรวมคือ โอเคมากๆ 
คือ ไม่คิดเลยว่า แค่ 3 นาทีจะเปลี่ยนสภาพผมที่ดูแห้งเส้น เป็นผมที่ดูมีสุขภาพดีได้ สุดยอดเลยค่ะ! 

สำหรับสาวๆที่มีผมเสียสะสมนานกว่า 3 เดือน เบลล์ว่า แชมพูและคอนดิชันเนอร์สูตรนี้ ช่วยได้ค่ะ 
เราสามารถใช้คอนดิชันเนอร์ตัวนี้ แทนครีมนวดผมในวันปกติได้เลย สามารถใช้ได้ทุกวันหลังสระผมด้วยแชมพู 
ไม่ต้องหมักไว้นานเป็นสิบนาที แค่ 3 นาที เท่านั้น ให้เวลากับเส้นผมเพื่อดื่มด่ำกับสารบำรุงผมอย่างเต็มที่ 
แล้วจะเห็นปาฏิหารย์ผมสวยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ อย่าเชื่อเพียงใน 1 หรือ 2 นาที 
เพราะมันเป็นแค่การฟื้นฟูแบบปลอมๆ แค่เคลือบผมด้านนอก 
ต้องรอให้สารบำรุงซีมซาบล้ำลึกจนผมแข็งแรง สุขภาพดี และเปล่งประกายสู่ภายนอก
และถ้าจะให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุด 
ก็ควรใช้ให้ครบทั้ง แชมพู Pantene Pro-V Total Damage Care 10 Shampoo 
คู่ Pantene Pro-V 3 Minute Miracle Conditioner เข้ากั๊น เข้ากันจ้า 



สาวๆที่สนใจอยากลองบ้าง สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป 
ขนาด 70 มล. ราคา 29 บาท และขนาด 180 มล. ราคา 149 บาท 

และเพื่อนๆคนไหนที่สนใจอยากร่วมแชร์ประสบการณ์ สามารถเข้าไปร่วมกิจกรรม 
เพื่อรับสินค้าตัวอย่างได้ที่ //www.vanilla.in.th/activities/88 และ 

และสามารถติดตามข่าวสารของผลิตภัณฑ์ดีๆ กับทางแพนทีนได้ที่ 

สำหรับบล็อกนี้คงจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ 
เจอกันใหม่บล็อกหน้าจ้า 

บ๊ายบายยยยยย
Smiley




 

Create Date : 23 มีนาคม 2558    
Last Update : 23 มีนาคม 2558 7:07:09 น.
Counter : 50173 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.