ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW รีวิว Aqua Maris Nasal Spray สเปรย์พ่นจมูก ฮีโร่ของคนโพรงจมูกแห้ง





สวัสดีจ้า รีวิววันนี้เบลล์ขอแหวกแนวออกจากบิวตี้โซนกันซักนิด แต่ยังเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการดูแลตัวเองอยู่นะคะ

ของที่เบลล์อยากจะหยิบยกมาพูดถึงในรีวิวนี้ ก็คือ สเปรย์พ่นจมูก Aqua Maris ขวดนี้นี่เองค่ะ



หลายคนอาจะสงสัย สเปรย์พ่นจมูกคืออะไร ทำไมต้องพ่นจมูก 
Aqua Maris Classic Nasal Spray เป็นสเปรย์สำหรับพ่นในโพรงจมูก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น 
บรรเทาอาการจมูกแห้ง อาการระคายเคือง เป็นการทำความสะอาด ใช้ชะล้างสิ่งสกปรก ฝุ่นต่างๆ 
ป้องกันการก่อตัวของน้ำมูกและสิ่งแปลกปลอมในจมูก ทำให้ขี้มูกหรือสิ่งแปลกปลอมที่มีอยู่ในจมูก อ่อนตัวลง 
และทำให้ขจัดออกมาได้ง่ายขึ้น เป็นการดูแลสุขอนามัยในโพรงจมูกเรานั่นเองค่ะ 

แล้วทำไมต้องดูแลความสะอาดและสุขอนามัยของโพรงจมูกล่ะ?
ก็เพราะว่าโพรงจมูกเป็นส่วนหนึ่งของทางเดินหายใจ เป็นหนึ่งในประตูที่เชื่อมภายนอกเข้ากับอวัยวะภายในร่างกายเรา 
เป็นด่านแรกๆในการดักจับสิ่งแปลกปลอม และเชื้อโรคก่อนเข้าสู่ร่างกาย 
ถ้าปล่อยให้โพรงจมูกอ่อนแอ เชื้อโรคก็จะเข้าไปได้ง่าย สมัยนี้เวลาเราเป็นหวัดมีน้ำมูกตันในจมูกเยอะๆ 
คุณหมอก็จะแนะนำให้ล้างจมูก จมูกเราก็จะโล่งขึ้น หายใจสะดวกขึ้น 
และเชื้อโรคที่ค้างในโพรงจมูกก็จะถูกขจัดออกไปด้วย ลดโอกาสที่เชื้อจะเข้าไปก่อตัวในส่วนอื่นๆ
ของระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร 

แต่นั่นเป็นในเคสการล้างจมูกขณะที่กำลังป่วย แล้วในวันปกติธรรมดาล่ะ 
ถ้าเราสามารถดูและรักษาสุขอนามัยของโพรงจมูกให้แข็งแรงได้ 
โดยไม่ต้องรอให้ป่วย เราก็เริ่มทำได้ เพราะฉะนั้นเบลล์ว่า มันก็น่าจะดี 
ถ้ามีอะไรมาช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ค้างในจมูกเรา ช่วยรักษาสภาวะในโพรงจมูกให้ดีอยู่เสมอ 
เราก็จะมีสุขภาพที่ดีไปด้วย แล้วเบลล์ก็ได้เจอกับสิ่งนี้ ... 
สเปรย์พ่นจมูก Aqua Maris Classic Nasal Spray 
เบลล์ว่ามันเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มากๆเลยล่ะค่ะ



Aqua Maris เหมาะกับใคร
• เหมาะกับคนที่มีปัญหาจมูกแห้ง และมีอาการ คัน ระคายเคืองจมูก จากโรคภูมิแพ้ 
• คนที่ต้องเผชิญภาวะเยื่อบุระบบทางเดินหายใจแห้ง เช่น คนสูบบุหรี่ คนขับรถ นักร้อง 
• คนที่ใช้ชีวิตในเมือง เจอมลภาวะ อากาศมีฝุ่นมาก ก็เหมาะที่จะใช้เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออก 
• คนที่อยู่ห้องแอร์ หรือห้องปรับอากาศตลอดเวลา หรือ คนที่เดินทางไปต่างถิ่น 
ไปเมืองนอกหนาวๆ ไปที่ๆมีอากาศแห้งมากๆ หรือแม้แต่คนที่บินบ่อยๆ บินยาวๆ 
อากาศบนเครื่องบินมันแห้งมาก ก็สามารถใช้สเปรย์ตัวนี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในโพรงจมูกได้ 
อันนี้เป็นเคสที่เบลล์เคยเจอมากับตัว เบลล์เคยไปอเมริกาช่วงหิมะตกหนัก 
คืออากาศที่นั่นเย็นจัด และแห้งมาก ไม่เคยเจอสภาพที่แห้งมากขนาดนี้มาก่อน 
จมูกแห้งกรังจนเลือดกำเดาไหล ต้องหาน้ำเกลือมาพ่นจมูก ช่วยชีวิตไว้ได้มากเลยล่ะค่ะ 
• และสุดท้าย Aqua Maris ยังเหมาะกับทุกๆคน ที่ต้องการดูแลสุขอนามัยในโพรงจมูกให้สะอาดอยู่เสมอ 

คุณสมบัติเด่นของ Aqua Maris Classic Nasal Spray 
ทำจากน้ำทะเลธรรมชาติ ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ นำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรค 
และปรับความเข้มข้นให้มีความสมดุลกับของเหลวในร่างกาย (Isotonic) 
เป็นความเข้มข้นที่มีความเหมาะสมในการให้ความชุ่มชื้น และชะล้างสิ่งสกปรก 
ทำให้ไม่ระคายเคือง มีความปลอดภัย อ่อนโยน ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย 
เด็ก สตรีมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร ก็สามารถใช้ได้ค่ะ 



นอกเหนือจากสูตร Classic ที่เบลล์ใช้อยู่ Aqua Maris ยังมีอีกสูตรที่มีความเข้มข้นมากกว่า คือ 
สูตร Aqua Maris Strong Nasal Spray ซึ่งคุณสมบัติเด่นของสูตรนี้ คือ ใช้พ่นแก้คัดจมูกได้ด้วย เพราะ ส่วนประกอบหลักคือ สารละลายน้ำทะเลบริสุทธิ์ ที่มีความเข้มข้น สูงกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ของร่างกาย (Purified Hypertonic Seawater) ซึ่งจะสามารถช่วยกำจัดน้ำส่วนเกินออกจากเยื่อบุโพรงจมูก ส่งผลให้อาการบวมลดลง หายใจได้โล่งขึ้นนั่นเองค่ะ สูตร Strong เค้าจะเหมาะกับคนที่เป็นหวัด เป็นภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่ หรือ คนที่เพิ่งผ่าตัดจมูก 

เป็นขวดหน้าตาแปลกๆแบบนี้ ใช้ยังไง? 
Aqua Maris เค้าจะมาในรูปแบบขวดปั๊มเล็กๆ บรรจุมาในกล่องแบบนี้ค่ะ



ขวดสเปรย์แบบนี้จะมีหัวพ่นอยู่ด้านบน และปุ่มกดอยู่ที่ปีกตรงฝาขวด ตรงที่มีลายบั้งๆ 
เวลาใช้งาน ก็แค่เปิดฝาพลาสติกใสออกก่อน แล้วจับแบบในรูป



ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง วางที่ปีก นิ้วโป้งประคองก้นขวดไว้ 
แยงปลายขวดเข้าไปที่รูจมูก แล้วกดที่หัวสเปรย์



น้ำยาในขวดก็จะถูกพ่นออกมาเป็นละอองละเอียดเล็กๆ เข้าไปชะโลมอย่างอ่อนโยน 
เคลือบในโพรงจมูกอย่างทั่วถึง โพรงจมูกเราก็จะรู้สึกชุ่มฉ่ำมากๆเลยค่ะ





โดสในการใช้ 
• หากต้องการใช้เพื่อทำความสะอาด หรือเพิ่มความชุ่มชื้น 
ให้พ่นจมูกข้างละ1-2 พัฟ ใช้ได้ทุกวัน บ่อยตามต้องการ 
• หากใช้สำหรับแก้อาการจมูกแห้ง หรือระคายเคืองจากการแพ้อากาศเย็น หรือมลภาวะ 
ให้พ่นจมูกข้างละ 3-4 พัฟ หรือบ่อยตามต้องการ 

ความรู้สึกขณะใช้งาน
รู้สึกว่าชุ่มชื้นในโพรงจมูก ไม่แสบ ไม่สำลัก ไม่มีกลิ่น ไม่รู้สึกผิดปกติใดๆนะคะ 
รวมๆคือ ชุ่มชื้นดีมากค่ะ สบายจมูกมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ห้องแอร์นานๆ 
พ่นเข้าไปทีนึง สบายจมูกเลยค่ะ 

นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง item ดีๆ ที่เบลล์ได้รู้จัก ได้ใช้ด้วยตัวเอง แล้วพบว่ามันดีจริงๆ 
ก็เลยนำมาเขียนแนะนำกันในบล็อกนี้นะคะเพื่อนๆที่มีปัญหาโพรงจมูก ไม่ว่าจะจมูกแห้ง่าย 
แพ้อากาศ หรืออยู่ในสถานที่ ที่ต้องเจอมลภาวะเยอะ ลองมองสเปรย์พ่นจมูก
เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลสุขภาพนะคะ เบลล์ใช้แล้วชอบมากๆ 
ขวดเล็กๆแบบนี้พกพาสะดวกมาก ทุกวันนี้ต้องพกติดกระเป๋าไว้ตลอด 
และด้วยปริมาณบรรจุขวดละ 30 ml พกขึ้นเครื่องบินได้สบาย ไม่มีปัญหาเลยค่ะ 



อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คิดว่าหลายคนคงเริ่มสนใจแล้วแน่ๆ 
เพื่อนๆสามารถหาซื้อได้แล้ว ที่ร้านขายยาโซนหน้าศิริราช โซนตรงข้าม รพ.จุฬา, 
ตลาดรังสิต และร้านขายยาอื่นๆ โดยสามารถศึกษาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บนี้เลยค่ะ 



สำหรับรีวิวนี้ คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่รีวิวหน้านะคะ 
 มีอะไรเจ๋งๆ จะเอามารีวิวอีกแน่นอนค่ะ 

 บายๆจ้า
Smiley




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 12:16:23 น.
Counter : 5152 Pageviews.  

รีวิว แพ็กเกจแคปซูลกาแฟรายเดือนสุดคุ้ม จาก NESCAFE Dolce Gusto





⁞สวัสดีจ้า วันนี้เบลล์ขอพักเรื่องบิวตี้ มาชวนคุยเรื่องเครื่องดื่มกันบ้างดีกว่า ซึ่งเครื่องดื่มที่จะพูดถึงก็คือ “กาแฟ” นั่นเองค่ะ  

เบลล์เป็นคนนึงที่ติดกาแฟมากกกกกก เป็นอะไรที่ต้องดื่มทุกเช้า เป็นตัวช่วยให้รู้สึกว่าพร้อมที่จะเริ่มทำงานในทุกๆวัน 
ปัจจุบันมีกาแฟหลากหลายรูปแบบให้เลือกทาน แต่ส่วนตัวก็ยังติดใจในกลิ่นหอมๆของกาแฟสดมากกว่า
และด้วยความที่ทำงานออฟฟิศก็จะมีแต่กาแฟชงทานเอง จะให้ซื้อเครื่องทำกาแฟสดเครื่องใหญ่ๆ 
มาใช้เองก็จะดูอลังการ อุปกรณ์เยอะ คงจะยุ่งยาก และใช้งบเกินตัวไปหน่อย 
เบลล์เลยมองหาอะไรใหม่ๆที่มาตอบโจทย์ความต้องการตรงนี้

ซื้อเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดีนะ?
สุดท้ายเบลล์ก็เจอสิ่งที่ใช่! ในราคาที่ชอบมากๆ นั่นก็คือ 
เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ซึ่งกำลังอินเทรนด์อยู่ในตอนนี้ 
ในท้องตลาดก็มีหลายแบรนด์หลายรุ่น หลายขนาดให้เลือกใช้ 
ลองหาข้อมูลต่างๆเปรียบเทียบดูแล้ว  สุดท้ายมาจบที่เครื่องนี้เลยค่ะ 
เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFE Dolce Gusto รุ่น Mini Me นั่นเอง



เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ รุ่น Mini Me เป็นเครื่องชงกาแฟที่ใช้งานได้ง่ายมากๆ 
ชงกาแฟได้หลากหลายเมนูทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น ได้กาแฟกลิ่นหอม รสชาติดี 
เพราะความพิเศษของแคปซูลกาแฟของ NESCAFE Dolce Gusto นั้น
จะเป็นกาแฟสดที่ผ่านเทคโนโลยีพิเศษในการจัดเก็บและรักษาความสดของกาแฟไว้ได้อย่างดี 
เครื่องชงกาแฟทำงานด้วยแรงดันน้ำ 15 บาร์ (ประสิทธิภาพเดียวกันกับเครื่องชงกาแฟในร้านเลย) 
ทำให้เราสามารถเนรมิตรสชาติกาแฟให้เข้ม และหอมกรุ่นอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ 
แล้วไม่ต้องตระเตรียมอุปกรณ์อะไรให้มากมาย เพียงแค่มีเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto 
กับ แคปซูลรสกาแฟหรือเครื่องดื่มรสชาติที่เราชื่นชอบ ซึ่งเขามีให้เลือกถึง 12 รสชาติ เช่น 
คาปูชิโน่ เอสเปรสโซ่ มอค่า หรือ จะเป็นพวก ช็อคโกชิโน่ ร้อน หรือชาเขียวร้อน 
เล่ามาแล้วก็อยากทานเลย

ซื้อที่ไหนดี ?
เมื่อได้เครื่องชงกาแฟและรุ่นที่อยากจะได้ในใจละ เบลล์ก็เริ่มหาโปรโมชั่นเลยค่ะ 
เทียบราคาและโปรโมชั่นมาหลายที่ก็มาจบที่ สั่งซื้อออนไลน์เว็บนี้ 


ซึ่งมีแพ็กเกจรายเดือนให้เลือกตามความต้องการของเรา 
อย่างเบลล์เลือกแพ็กเกจ Starter Set ซึ่งแนะนำสำหรับออฟฟิศหรือบ้านที่มีสมาชิก 2-5 คนค่ะ 
สั่งซื้อกาแฟแคปซูลรายเดือนจ่ายเริ่มต้น 897 บาทหรือสั่งซื้อเดือนละ 3 กล่อง ก็ได้ของแถมเป็น
เครื่องชงกาแฟรุ่น Mini Me(มูลค่า 4,490 บาท) + ที่ใส่แคปซูลน่ารักๆ ฟรี!!(มูลค่า 890 บาท) คุ้มมาก! 

การรับประกันและบริการหลังการขาย? 
ทุกครั้งที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า อันดับแรกที่ต้องเช็คเลยคือ การรับประกัน 
ซึ่งเครื่องชงกาแฟรุ่น MiniMe รับประกันเครื่อง 2 ปี มีบริการ Pick & Repair Service 
คือ ถ้าเครื่องมีปัญหา ก็มีเจ้าหน้าที่จาก NESCAFE Dolce Gusto มารับเครื่องไปซ่อมที่ศูนย์ให้ 
โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปศูนย์ซ่อมเอง ซ่อมเสร็จเขาก็มีเจ้าหน้าที่นำเครื่องมาส่ง 
สะดวกและดีมากๆ ถูกใจมากๆ กับบริการหลังการขายแบบนี้ ทั้งหมดนี้เป็นบริการฟรี นะคะ

โปรไหนที่โดน?



แพ็กเกจรายเดือนเค้ามี 2 แบบนะคะ คือ Starter Set และ Business Set
สองเซ็ทนี้เค้าจะต่างกันที่ขั้นต่ำในการสั่งแคปซูลต่อเดือน และรุ่นของเครื่องชงกาแฟกับของแถมจะต่างกันค่ะ 
ส่วนบริการและระยะประกันเครื่องเท่ากันค่ะ 
1. Starter Set เป็นแพ็กเกจที่เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้าน หรือออฟฟิศที่มีสมาชิก 2-5 คน 
เพียงสั่งแคปซูล 3 กล่อง/ เดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน 
ก็จะได้เครื่องรุ่น Mini Me Black มูลค่า 4,490 บาท พร้อมที่ใส่แคปซูลรุ่น Bubble Capsule Holder มูลค่า 899 บาท ไปใช้เลยฟรีๆ 
2. Business Set เป็นแพ็กเกจที่เหมาะกับสำนักงานหรือออฟฟิศที่มีสมาชิก 5 คนขึ้นไป 
เพียงสั่งแคปซูล 5 กล่อง/เดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน 
ก็จะได้เครื่องรุ่น Genio Red มูลค่า 6,990 บาท พร้อม ที่ใส่แคปซูลรุ่น Capsule Drawer มูลค่า 1,000 บาท ไปใช้เลยฟรีๆ



อย่างที่บอกไว้ตอนต้นค่ะ ส่วนตัวเบลล์เอง ด้วยความต้องการที่จะใช้งานในออฟฟิศขนาดเล็ก 
มีคนกินกาแฟด้วยกัน 2-3 คน Starter Set จึงตอบโจทย์สุดค่ะ 
ในแพ็กเกจ Starter เบลล์ได้เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติรุ่น Mini Me สีดำมาใช้ค่ะ 
เป็นรุ่นจิ๋วแต่แจ๋ว ขนาดเล็กกระทัดรัด วางไว้ตรงมุมกาแฟที่ออฟฟิศได้สบาย ไม่เกะกะ และด้วยดีไซน์สวยๆ 
(เครื่องชงกาแฟนี้ได้รับรางวัล Red Dot Winner 2014 และ IF Design Award Winner 2014 ด้วยนะคะ) 
ยิ่งทำให้ออฟฟิศดูดีมีสไตล์ขึ้นไปอีก



และจากการสมัครสมาชิกแพ็กเกจรายเดือน จ่ายเริ่มต้นเดือนละ 897 บาท 
ลองหารเฉลี่ยเล่นๆ กาแฟดำกล่องละ 329 บาท ทำได้ 16 แก้ว เฉลี่ยตกแก้วละประมาณ 20 บาท 
ส่วนกาแฟใส่นมหรือเครื่องดื่มอื่นๆราคากล่องละ 299-349 บาท ทำได้กล่องละ 8 แก้ว 
เฉลี่ยตกแก้วละราวๆ 40 บาท เท่านั้น (ถูกกว่ากาแฟสดข้างออฟฟิศอีกค่ะคุณ โฮ๊ะๆๆ ) 
แล้วนี่ยังได้เครื่องชงกับกล่องใส่แคปซูลสวยๆมาใช้ฟรีๆอีกด้วย 
แถมยังมีข้อดีอีกหลายข้อ อย่างแรกเลย คือเบลล์ไม่ต้องออกไปหอบหิ้วแคปซูลกล่องๆจากซุปเปอร์อีกต่อไป 
แค่สั่งจากเว็บเค้าก็มาส่งให้ฟรี ประหยัดเวลาเดินทาง ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย 
และดีตรงที่เค้ามีประกันเครื่องนานถึง 2 ปี และยังมีบริการรับส่งเครื่องซ่อมถึงที่ 
ไม่ต้องแบกเครื่องไปเข้าศูนย์ อุ่นใจไปอีกสเต็ปค่ะ เรียกได้ว่าคุ้มจริงค่ะงานนี้

วิธีการทำกาแฟ 
ในรีวิวนี้เบลล์ใช้เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ Dolce Gusto รุ่น Mini Me นะคะ 
ทำกาแฟได้ง่ายมาก มาเริ่มกันจ้า 

ก่อนอื่น ให้ถอดแท้งค์น้ำด้านหลังเครื่องออกมา แล้วเติมน้ำเข้าไป 
ตัวนี้จุน้ำได้ในปริมาณ 800 มิลลิลิตร ซึ่งสามารถชงได้อย่างน้อย 2-3 แก้ว ค่ะ



แล้วก็ใส่แท้งค์น้ำกลับเข้าที่เดิมค่ะ



แล้วเสียบปลั๊ก กดสวิทช์เปิดเครื่อง รอให้ไฟกระพริบเพียง 30 วินาที 
ให้เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ก็เริ่มใช้งานได้เลยค่ะ



ยกฝาขึ้นแล้วดึงช่องใส่แคปซูลออกมา



เลือกแคปซูลรสชาติที่เราชอบ แล้วใส่ลงไปในช่องใส่แคปซูล



กดฝาลงมา เพื่อเป็นการเจาะเข็มลงในแคปซูล 
จากนั้นก็ใช้คันเลื่อนปรับระดับน้ำให้ตรงกับไอคอนหน้าแคปซูล



วางแก้วเปล่าไว้บนแท่นวางแก้ว ถ้าแก้วเล็ก ก็สามารถปรับระดับความสูงของแท่นวางแก้วให้สูงขึ้นได้ 
เครื่องดื่มจะได้ไม่กระเด็นออกมาด้านนอก หรือถ้าใช้แก้วสูง ก็สามารถปรับแท่นวางแก้วไว้ล่างสุดได้ค่ะ



น้ำพร้อม แคปซูลพร้อม แก้วพร้อม ปรับระดับน้ำพร้อม ก็เลื่อนคันโยกไปในทิศทางที่ต้องการเลยจ้า
ถ้าทำเครื่องดื่มร้อนให้เลื่อนคันโยกไปทางขวา 
ถ้าทำเครื่องดื่มเย็นให้เลื่อนคันโยกไปทางซ้ายค่ะ 



แล้วก็แค่… รอ … 
เครื่องดื่มก็จะค่อยๆไหลลงแก้ว รอแป๊บเดียวก็จะได้เครื่องดื่มแก้วโปรดแล้วล่ะค่ะ 
จะสังเกตุได้ว่าจะเห็น Layer ของกาแฟซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเครื่องชงกาแฟเครื่องนี้เลยค่ะ



อย่างที่เกริ่นไปในตอนแรกว่า เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFE Dolce Gusto รุ่น Mini Me นี้สามารถทำกาแฟได้หลากหลาย
ทำได้ทั้งกาแฟดำ กาแฟนม ชาเขียว และ ช็อกโกแลต มีทั้งร้อนและเย็น 
เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีเมนูอะไรให้เลือกทานบ้าง

กาแฟดำ ได้แก่ Espresso, Espresso Intenso, Lungo, Grande Intenso และ Ristretto Ardenza 

เบลล์เคยชิมมาครบทุกรสแล้ว บอกเลยว่ากาแฟกลุ่มนี้กลิ่นดีทีเดียวค่ะ 
หอม รสเข้ม ตามสไตล์ของกาแฟดำแต่ละชนิดเลยค่ะ 
ถ้าชอบกาแฟช็อตเล็ก หอมๆเข้มๆ แนะนำ Espresso จะเข้มประมาณนึง แต่ Espresso Intenso จะเข้มกว่า 
ส่วน Ristretto Ardenza จะเป็นช็อตเล็กๆแต่เข้มสุด ส่วนถ้าใครชอบกาแฟดำเข้มและเป็นแก้วใหญ่ 
แนะนำ Grande Intenso ค่ะ เป็นกาแฟดำแก้วโต 
แต่ถ้าชอบดื่มแก้วใหญ่ แต่ไม่อยากได้เข้มมาก เน้นจิบเรื่อยๆยาวๆ แนะนำ Lungo ค่ะ 
(ระดับความเข้มสามารถดูได้ที่ข้างกล่องค่ะ) 

กาแฟใส่นม ได้แก่ Cappuccino, Cappuccino Ice, Latte Macchiato, Mocha 
และ ใหม่ล่าสุด Café au Lait 

กาแฟในกลุ่มนี้จะเป็นกาแฟใส่นม มีทั้งแบบที่ปรุงรสหวานมาแล้ว 
คือ Cappuccino Ice, Mocha, และ Latte Macchiato แต่ไม่ต้องกลัวนะคะไม่หวานมากค่ะ หวานอ่อนๆ 
หรือแบบที่ยังไม่เติมน้ำตาล เช่น Cappuccino และ Café au Lait ใครชอบหวานสามารถเติมน้ำตาลเพิ่มเองได้ค่ะ 

ในขั้นตอนการทำกาแฟกลุ่มนี้ ใน 1 แก้วจะต้องใช้ 2 แคปซูล คือแคปซูลนม และแคปซูลกาแฟค่ะ 
เวลาทำเค้าจะแยกชั้นและค่อยๆผสมกันสวยงามมาก ได้อารมณ์กาแฟที่กินตามคาเฟ่สวยๆเลยค่ะ 
เวลาทำ Cappuccino, Cappuccino Ice และ Latte Macchiato เค้าจะมีฟองนมเนื้อเนียนละมุนสวยงามด้านบนด้วยล่ะ เก๋มาก 
นมที่บรรจุในแคปซูลนี้เป็นนมสดแท้ๆ นำเข้าจากต่างประเทศโดยผ่านกรรมวิธีและบรรจุลงแคปซูล มั่นใจเรื่องคุณภาพเลย 
ส่วน Mocha เป็นกาแฟผสมช็อกโกแลต และสุดท้าย Café au Lait เป็นกาแฟรสที่เพิ่งออกใหม่ 
เค้ารวมนมและกาแฟไว้ในแคปซูลเดียวง่ายและสะดวกดีค่ะ 

นอกเหนือจากกาแฟแล้ว ยังสามารถทำเมนูเครื่องดื่มอื่นๆได้ด้วย 
อย่าง Green Tea Latte และ Chococino เป็นเมนูที่ผู้ใหญ่หรือเด็กๆก็ทานได้ 
เครื่องเดียวทำได้ครบเลยค่ะ 

(สามารถดูรายละเอียดแคปซูลเพิ่มเติมได้ที่ https://nescafeclub.popsho.ps/ndg/th/promotion_dolce_page

ในรีวิวนี้ เบลล์ขอเลือก 3 รสชาติโปรด ที่เบลล์เลือกไว้ในแพ็กเกจรายเดือน 
(หากเบื่อก็สามารถเปลี่ยนรสชาติได้ ภายใน 15 วันก่อนวันตัดบัตรเครดิต) 
มาทำให้ดูค่ะ ได้แก่ Espresso Intenso (กล่องสีดำ) Cappuccino Ice (กล่องสีฟ้า) และ Green Tea Latte (กล่องสีเขียว)



Espresso Intenso
เป็นกาแฟคั่วบดที่ผสมผสานระหว่างเมล็ดพันธุ์อาราบิก้ากับโรบัสต้ากันอย่างลงตัว 
บรรจุในแคปซูลรักษาคุณภาพผงกาแฟไว้อย่างดี ชงออกมาเป็นกาแฟดำช็อตเล็กๆ
มีครีม่าลอยตัวเล็กน้อย รสเข้ม กลิ่นหอมมาก แค่ดมก็ตื่นแล้ว 5555



ใครชอบกาแฟดำ ชอบความเข้มแบบหนักหน่วง เบลล์แนะนำรสนี้เลยค่ะ 
ถ้าติดหวานก็สามารถเติมน้ำตาลได้ตามชอบเลยค่ะ 
อย่างที่เบลล์เคยเกริ่นไปข้างต้น ด้วยแรงดันน้ำ 15 บาร์ ที่ช่วยดึงให้รสชาติเข้มข้น
และกลิ่นหอมของกาแฟสดที่ถูก Seal มาในแคปซูล ออกมาได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ



แก้วนี้เหมาะมากๆกับเช้าวันจันทร์ มาทำงานแบบงัวเงีย หัวจะจมคีย์บอร์ด 
จัดไปค่ะ แก้วจิ๋วแต่จี๊ดนะบอกเลย! 

Cappuccino Ice 
รสนี้ใช้ 2 แคปซูล คือ แคปซูลกาแฟและแคปซูลนม 
เวลาทำให้ใส่แคปซูลนมก่อนนะคะ แล้วตามด้วยแคปซูลกาแฟ 
เวลาทำเสร็จจะได้กาแฟเย็นแยกชั้นกาแฟและฟองนมเนียนนุ่มสวยงามมากๆ



เริ่มที่ใช้แคปซูลสีขาวก่อน เลื่อนคันเลื่อนไปประมาณ 3 ขีด 
แล้วเลื่อนคันโยกไปทางซ้ายเพื่อปล่อยน้ำเย็นออกมากค่ะ
แล้วตามด้วยแคปซูลดำทำเหมือนแคปซูลขาวอีกที



เมนูนี้เบลล์ว่าเหมาะกับวันไหนอากาศร้อนๆ อยากดื่มอะไรเบาๆสดชื่นๆ ก็จะจัดแก้วนี้ค่ะ 
ไม่ต้องกะปริมาณส่วนผสมเผื่อน้ำแข็งละลายให้วุ่นวาย แค่ใส่น้ำแข็งไว้ในแก้วรอไว้เลย 
แล้วชงด้วยฝั่งน้ำเย็น ก็จะได้กาแฟเย็นรสกำลังดี ทำง่ายมากๆด้วยจ้า



Green Tea Latte 
ชาเขียวลาเต้แก้วนี้ก็ใช้ 2 แคปซูลค่ะ เค้าจะแยกแคปซูลชาและนมออกจากกัน 
ทำให้ได้ชาเขียวหอมๆใส่นมร้อนๆ รสหวานเบาๆ



มาพร้อมฟองนมนุ่มละมุนที่ชั้นบนสุด รสละมุนมากค่ะแก้วนี้ ไม่แพ้ชาเขียวในคาเฟ่ดังๆเลยล่ะ 
วิธีการชงก็ไม่ยากเลยค่ะ เริ่มที่แคปซูลสีขาวก่อน เลื่อนคันเลื่อนมา 3 ขีด แล้วเลื่อนคันโยกมาทางขวาค่ะ 

หลังจากนั้นก็ทำแบบเดียวกับแคปซูลขาว แต่รอบนี้เป็นแคปซูลดำนะคะ เลื่อนคันโยกขวาเหมือนเดิม



รสนี้สั่งมาเอาใจเพื่อนที่ไม่ดื่มกาแฟโดยเฉพาะ แก้วนี้ ใครลองก็ติดใจค่ะ



ทำครบแล้ว เอ้า ตั้งวงได้!



ทำเสร็จทีไรไม่ต้องชวนไม่ต้องเรียกเลย เพื่อนมานั่งรอชิมเรียบร้อยเลยจ้า ฮ่าๆๆ



อ่านรีวิวมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนคงเริ่มสนใจแล้วแน่ๆ 
ถ้าคุณเป็นคนชอบดื่มกาแฟ และมีผู้ร่วมอุดมการณ์ในบ้านหรือในออฟฟิศ 
เบลล์ว่าสมาชิกแพ็กเกจแบบรายเดือนนี้คุ้มและตอบโจทย์จริงๆค่ะ เริ่มต้นเพียง 897 บาทต่อเดือน 
ก็ได้เครื่องชงกาแฟราคาหลักพันถึงครึ่งหมื่นไปใช้ฟรีๆ พร้อมของแถมและบริการดีๆถึงที่ 
มีแคปซูลหลากหลายรสให้เลือกทาน รสชาติไว้ใจได้ กาแฟหอม คุณภาพดี 
เครื่องดื่มอื่นๆก็อร่อยไม่แพ้กาแฟ แถมทำง่ายมากๆด้วย 
ตัวเบลล์เองก็ใช้เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ Dolce Gusto รุ่น Mini Me มานาน ได้รับประสบการณ์ที่ดี 
ก็เลยอยากแนะนำให้ลองมองเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFE Dolce Gusto เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ 



เพื่อนๆที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามนี้ค่ะ 

หน้าเว็บหลัก: https://nescafedolcegusto.popsho.ps 
หน้าแพ็กเกจรายเดือน: https://nescafeclub.popsho.ps/ndg/th/promotion_dolce_page

รีวิวนี้เขียนไปก็หิวไป แค่เห็นรูป กลิ่นกาแฟก็ลอยมา 
ขอตัวไปทำกาแฟดื่มก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้ว 555 

เจอกันใหม่บล็อกหน้าจ้า บายๆ






 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2559 22:41:12 น.
Counter : 2639 Pageviews.  

REVIEW รีวิว ทำเล็บที่ร้าน Bliss Nail Spa & Massage



สวัสดีจ้าสาวๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเบลล์มีโอกาสได้ลองเข้าร้านทำเล็บเปิดใหม่ แถวพระราม3 

เป็นร้านเล็กๆแต่อัดแน่นจัดเต็มด้วยบริการที่ค่อนข้างครบเลยล่ะ ไม่ได้มีแต่บริการทำเล็บให้สาวๆนะ 
ใครพาแฟน พาพ่อ พาแม่ไป เค้ายังมีบริการสปา และนวดด้วยนะจ๊ะ สาวๆก็ทำเล็บไป 
ส่วนหนุ่มๆก็เชิญด้านใน ไปนวดเท้า นวดบ่า นวดตัวได้เลย ไม่ต้องนั่งแกร่วรอให้เสียอารมณ์ วินวินกันไปค่ะ 

ร้าน Bliss Nail Spa & Massage ตั้งอยู่ในโรงการ C-Plaza 
ติดกับหัวปลาช่องนนทรี และ Shabu Go ถนนพระราม3 หาไม่ยากค่ะ 
หน้าร้านมีที่จอดรถ แต่มีน้อยนะคะ อาจจะต้องแจ้งทางร้านตอนนัดคิวค่ะ




นี่… มาถึงร้านแล้วจ้า หน้าร้านเล็กนิดเดียว แต่ร้านเค้าลึกมากนะบอกเลย



บรรยากาศภายในร้านค่ะ





ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ประมาณเดือนเดียว ร้านยังใหม่มากๆเลยค่ะ สะอาดมาก ตกแต่งสวยงาม 
ดูอบอุ่นเป็นกันเองร้านนี้เค้าจะแบ่งโซนหน้าร้านเป็นโซนทำเล็บ
เดินเลยเข้าไปหน่อยจะเป็นโซนนวดเท้าถัดเข้าไปอีกนิด จะแบ่งเป็นห้องสปาเล็กๆ 
มีห้องน้ำในตัว ดูเป็นส่วนตัวดีค่ะ



และเมื่อเดินเข้าไปในสุดก็จะเป็นโซนนวดไทยค่ะ



มีม่านกั้นเป็นส่วนๆ เพิ่มความเป็นส่วนตัวดีค่ะ



บรรดาสีทาเล็บที่ร้านเลือกใช้ก็เป็นเกรดดี มีแบรนด์ทั้งนั้นเลยค่ะ





ส่วนตัวอย่างแบบเล็บก็มีให้เลือกหลากหลายนะคะ 
ที่กำลังอินเทรนด์ตอนนี้ก็คงเป็นลายหินอ่อน กับแนว metallic mirror 
พวกที่เป็นสีเงิน สีทองแบบที่เงาว๊าบคล้ายกระจกก็กำลังฮิตมากๆ 
ส่วนงานเพ้นท์ลายการ์ตูน ที่นี่ก็มีให้เลือกค่ะ 
หรือว่าแบบในนี้ยังไม่โดนใจ ก็สามารถเปิดรูปจากมือถือให้ช่างดูได้เลยค่ะ



มารอบนี้เบลล์ไม่ได้ทำเล็บ เพราะไม่ค่อยเหมาะกับชีวิตการทำงานที่ต้องใช้มือทำโมเดลบ้าง ลงสีบ้าง 
เล็บก็จะพังไว มารอบนี้เลยให้น้องบูม น้องสาวเบลล์เป็นนางแบบให้ค่ะ 
(ดูสิคะ นางดีใจเกินหน้าเกินตาเจ้าของบล็อกมากจริงๆ 555)



พอเราเลือกแบบได้แล้ว ก็บอกช่างเลยค่ะ พี่เค้าก็จัดให้ตามที่เรารีเควสเลยล่ะ 
แต่ในกรณีที่ไม่ได้เลือกแบบจากตัวอย่างในร้าน อาจจะมีบางสีที่อาจจะไม่ได้ตรงตามในรูปเป๊ะนะ 
เค้าก็จะให้คำแนะนำว่า สีที่ออกมาจะเป็นประมาณไหน เค้าจะเลือกสีใกล้เคียงที่สุดให้ค่ะ 

น้องบูมเลือกต่อเล็บเจลแล้วลงสีพื้นผสมกับเพ้นท์ลายหินอ่อน 
และลง mirror สีชมพูบนพื้นขาวบางนิ้ว ผสมๆกันค่ะ 
มาดูสภาพเล็บน้องบูมกันก่อน…



เล็บบูมค่อนข้างบาง สั้นกุด ทรงเล็บค่อนข้างป้อม ทำให้นิ้วดูไม่เรียวยาว 
ก็เลยตัดสินใจว่าจะลองต่อเล็บดู เพื่อให้นิ้วดูเรียวยาวมากขึ้น 
และมีพื้นที่ให้เล่นสีเล่นลายได้มากขึ้นด้วยค่ะ 

ว่าแล้วก็ เริ่มทำเล็บกันเลยดีกว่า.... 
ที่ร้านจะมีโซนทำเล็บ เป็นที่นั่งแบบโซฟานุ่มๆ นั่งสบายมากค่ะ มีอ่างที่พื้นสำหรับทำเล็บเท้า



ก่อนอื่นก็เริ่มจากขั้นตอนการต่อเล็บเจล 
ขั้นตอนนี้เค้าจะทำการขูดหน้าเล็บเพื่อให้เล็บที่ต่อ ยึดกับเล็บเดิมได้แน่นค่ะ 
หลังจากนั้นก็จะค่อยๆปั้นเล็บต่อให้ยาวออกมา เซ็ทให้แห้ง แข็งเป็นทรงแล้วมาขัดแต่งเก็บทรง 
เก็บขอบเล็บอีกทีค่ะ



พอได้เล็บยาวสมใจแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการทำสี เพ้นท์ลายแล้วค่ะ



ต้องบอกเลยว่าช่างที่นี่เค้าเพ้นท์งานละเอียดมาก และเพ้นท์ไวมากๆๆๆๆ 
ขั้นตอนการทำสี แป๊บเดียวเสร็จเลยค่ะ และผลงานออกมาสวยงาม 
เล็บดูแข็งแรงและเนียนมาก เหมือนเล็บเรายาวออกมาจริงๆเลยค่ะ



ที่สำคัญ... ลายหินอ่อนเป๊ะเว่อร์!!!



งานนี้ใช้เวลาราวๆ 1 ชม. เท่านั้นค่ะ ไม่นานเกินไป และตอนทำก็เพลินๆนะ 
เพราะช่างทำเล็บคุยเก่งมากค่ะ นางเป็นสายเกานะ เม้าท์เรื่องอ๊ปป้าจากซีรี่ส์เกาหลีเพลินเลยจ้า 555555 
นั่งทำเล็บไป ดูซีรี่ส์เกาหลีไปเพลินๆเนาะ





ดูท่านางแบบซะก่อน พอเล็บสวยละโพสใหญ่เลยจ้า 5555



สำหรับสนนราคา ค่าทำเล็บรอบนี้นะคะ 
ต่อเล็บเจล + สีเจล + เพ้นท์ลาย2นิ้ว + mirror 2 นิ้ว = 2600 บาทค่ะ 
ราคาถือว่าไม่แพงนะคะ เมื่อเทียบกับร้านอื่นๆในระดับเดียวกัน
ผลงานเล็บที่ได้สวยถูกใจ เล็บดูแข็งแรง แข็งกว่าเล็บเดิม และสีก็ทนมากด้วย 
นี่ผ่านมาวีคกว่าๆแล้ว สภาพเล็บบูมยังสวยเหมือนเพิ่งออกจากร้านเลยล่ะ 
ไม่มีกระเทาะ ไม่ร่อนหลุด เค้าบอกว่ามันจะสวยได้เป็นเดือนเลยล่ะ 
แต่ถ้าไม่ชอบเล็บยาวๆ เล็บสั้นๆก็สวยได้นะคะ ราคาน่าคบหาเป็นที่สุด 

สำหรับใครที่สนใจ สามาถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆ ตามนี้เลยค่า 
โทร. 02 039 3975



สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้นะคะ 
เอาไว้ได้ไปลองอะไรใหม่ๆ ร้านใหม่ๆจะมารีวิวให้ชมกันอีกแน่นอน 
เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ 

บายๆ
Smiley




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2559    
Last Update : 9 ตุลาคม 2559 20:18:48 น.
Counter : 2958 Pageviews.  

REVIEW รีวิว ทำเล็บที่ร้าน Bliss Nail Spa & Massage



สวัสดีจ้าสาวๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเบลล์มีโอกาสได้ลองเข้าร้านทำเล็บเปิดใหม่ แถวพระราม3 

เป็นร้านเล็กๆแต่อัดแน่นจัดเต็มด้วยบริการที่ค่อนข้างครบเลยล่ะ ไม่ได้มีแต่บริการทำเล็บให้สาวๆนะ 
ใครพาแฟน พาพ่อ พาแม่ไป เค้ายังมีบริการสปา และนวดด้วยนะจ๊ะ สาวๆก็ทำเล็บไป 
ส่วนหนุ่มๆก็เชิญด้านใน ไปนวดเท้า นวดบ่า นวดตัวได้เลย ไม่ต้องนั่งแกร่วรอให้เสียอารมณ์ วินวินกันไปค่ะ 

ร้าน Bliss Nail Spa & Massage ตั้งอยู่ในโรงการ C-Plaza 
ติดกับหัวปลาช่องนนทรี และ Shabu Go ถนนพระราม3 หาไม่ยากค่ะ 
หน้าร้านมีที่จอดรถ แต่มีน้อยนะคะ อาจจะต้องแจ้งทางร้านตอนนัดคิวค่ะ




นี่… มาถึงร้านแล้วจ้า หน้าร้านเล็กนิดเดียว แต่ร้านเค้าลึกมากนะบอกเลย



บรรยากาศภายในร้านค่ะ





ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ประมาณเดือนเดียว ร้านยังใหม่มากๆเลยค่ะ สะอาดมาก ตกแต่งสวยงาม 
ดูอบอุ่นเป็นกันเองร้านนี้เค้าจะแบ่งโซนหน้าร้านเป็นโซนทำเล็บ
เดินเลยเข้าไปหน่อยจะเป็นโซนนวดเท้าถัดเข้าไปอีกนิด จะแบ่งเป็นห้องสปาเล็กๆ 
มีห้องน้ำในตัว ดูเป็นส่วนตัวดีค่ะ



และเมื่อเดินเข้าไปในสุดก็จะเป็นโซนนวดไทยค่ะ



มีม่านกั้นเป็นส่วนๆ เพิ่มความเป็นส่วนตัวดีค่ะ



บรรดาสีทาเล็บที่ร้านเลือกใช้ก็เป็นเกรดดี มีแบรนด์ทั้งนั้นเลยค่ะ





ส่วนตัวอย่างแบบเล็บก็มีให้เลือกหลากหลายนะคะ 
ที่กำลังอินเทรนด์ตอนนี้ก็คงเป็นลายหินอ่อน กับแนว metallic mirror 
พวกที่เป็นสีเงิน สีทองแบบที่เงาว๊าบคล้ายกระจกก็กำลังฮิตมากๆ 
ส่วนงานเพ้นท์ลายการ์ตูน ที่นี่ก็มีให้เลือกค่ะ 
หรือว่าแบบในนี้ยังไม่โดนใจ ก็สามารถเปิดรูปจากมือถือให้ช่างดูได้เลยค่ะ



มารอบนี้เบลล์ไม่ได้ทำเล็บ เพราะไม่ค่อยเหมาะกับชีวิตการทำงานที่ต้องใช้มือทำโมเดลบ้าง ลงสีบ้าง 
เล็บก็จะพังไว มารอบนี้เลยให้น้องบูม น้องสาวเบลล์เป็นนางแบบให้ค่ะ 
(ดูสิคะ นางดีใจเกินหน้าเกินตาเจ้าของบล็อกมากจริงๆ 555)



พอเราเลือกแบบได้แล้ว ก็บอกช่างเลยค่ะ พี่เค้าก็จัดให้ตามที่เรารีเควสเลยล่ะ 
แต่ในกรณีที่ไม่ได้เลือกแบบจากตัวอย่างในร้าน อาจจะมีบางสีที่อาจจะไม่ได้ตรงตามในรูปเป๊ะนะ 
เค้าก็จะให้คำแนะนำว่า สีที่ออกมาจะเป็นประมาณไหน เค้าจะเลือกสีใกล้เคียงที่สุดให้ค่ะ 

น้องบูมเลือกต่อเล็บเจลแล้วลงสีพื้นผสมกับเพ้นท์ลายหินอ่อน 
และลง mirror สีชมพูบนพื้นขาวบางนิ้ว ผสมๆกันค่ะ 
มาดูสภาพเล็บน้องบูมกันก่อน…



เล็บบูมค่อนข้างบาง สั้นกุด ทรงเล็บค่อนข้างป้อม ทำให้นิ้วดูไม่เรียวยาว 
ก็เลยตัดสินใจว่าจะลองต่อเล็บดู เพื่อให้นิ้วดูเรียวยาวมากขึ้น 
และมีพื้นที่ให้เล่นสีเล่นลายได้มากขึ้นด้วยค่ะ 

ว่าแล้วก็ เริ่มทำเล็บกันเลยดีกว่า.... 
ที่ร้านจะมีโซนทำเล็บ เป็นที่นั่งแบบโซฟานุ่มๆ นั่งสบายมากค่ะ มีอ่างที่พื้นสำหรับทำเล็บเท้า



ก่อนอื่นก็เริ่มจากขั้นตอนการต่อเล็บเจล 
ขั้นตอนนี้เค้าจะทำการขูดหน้าเล็บเพื่อให้เล็บที่ต่อ ยึดกับเล็บเดิมได้แน่นค่ะ 
หลังจากนั้นก็จะค่อยๆปั้นเล็บต่อให้ยาวออกมา เซ็ทให้แห้ง แข็งเป็นทรงแล้วมาขัดแต่งเก็บทรง 
เก็บขอบเล็บอีกทีค่ะ



พอได้เล็บยาวสมใจแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการทำสี เพ้นท์ลายแล้วค่ะ



ต้องบอกเลยว่าช่างที่นี่เค้าเพ้นท์งานละเอียดมาก และเพ้นท์ไวมากๆๆๆๆ 
ขั้นตอนการทำสี แป๊บเดียวเสร็จเลยค่ะ และผลงานออกมาสวยงาม 
เล็บดูแข็งแรงและเนียนมาก เหมือนเล็บเรายาวออกมาจริงๆเลยค่ะ



ที่สำคัญ... ลายหินอ่อนเป๊ะเว่อร์!!!



งานนี้ใช้เวลาราวๆ 1 ชม. เท่านั้นค่ะ ไม่นานเกินไป และตอนทำก็เพลินๆนะ 
เพราะช่างทำเล็บคุยเก่งมากค่ะ นางเป็นสายเกานะ เม้าท์เรื่องอ๊ปป้าจากซีรี่ส์เกาหลีเพลินเลยจ้า 555555 
นั่งทำเล็บไป ดูซีรี่ส์เกาหลีไปเพลินๆเนาะ





ดูท่านางแบบซะก่อน พอเล็บสวยละโพสใหญ่เลยจ้า 5555



สำหรับสนนราคา ค่าทำเล็บรอบนี้นะคะ 
ต่อเล็บเจล + สีเจล + เพ้นท์ลาย2นิ้ว + mirror 2 นิ้ว = 2600 บาทค่ะ 
ราคาถือว่าไม่แพงนะคะ เมื่อเทียบกับร้านอื่นๆในระดับเดียวกัน
ผลงานเล็บที่ได้สวยถูกใจ เล็บดูแข็งแรง แข็งกว่าเล็บเดิม และสีก็ทนมากด้วย 
นี่ผ่านมาวีคกว่าๆแล้ว สภาพเล็บบูมยังสวยเหมือนเพิ่งออกจากร้านเลยล่ะ 
ไม่มีกระเทาะ ไม่ร่อนหลุด เค้าบอกว่ามันจะสวยได้เป็นเดือนเลยล่ะ 
แต่ถ้าไม่ชอบเล็บยาวๆ เล็บสั้นๆก็สวยได้นะคะ ราคาน่าคบหาเป็นที่สุด 

สำหรับใครที่สนใจ สามาถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆ ตามนี้เลยค่า 
โทร. 02 039 3975



สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้นะคะ 
เอาไว้ได้ไปลองอะไรใหม่ๆ ร้านใหม่ๆจะมารีวิวให้ชมกันอีกแน่นอน 
เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ 

บายๆ
Smiley




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2559    
Last Update : 9 ตุลาคม 2559 20:18:47 น.
Counter : 1449 Pageviews.  

REVIEW รีวิว Bewel Healthy Set อาหารเสริมเพื่อดูแลสุขภาพและบำรุงสมอง







ช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่งานเข้าหนักมาก ทั้งงานประจำที่ต้องใช้สมองเยอะ 

(เบลล์ทำงานประจำเป็น Product Designerค่ะ) ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาต้องรีบปิดแบบ
เพื่อเอางานไปโชว์ต่างประเทศให้ทันเวลา และไหนจะมีงานนอก งานอดิเรก งานเขียนบล็อก 
มีทริปเตรียมตัวบินต่างประเทศด้วย เรียกได้ว่า มีเรื่องให้คิดตลอดเวลา 
แล้วอายุเราก็ไม่น้อยแล้ว ใช้ร่างกายซะเกินคุ้ม ตอนนี้ก็ดูแลตัวเอง
ด้วยการเลือกทานอาหารที่อร่อย เอ๊ะ ไม่ใช่ 555555 จริงๆก็เลือกของอร่อยค่ะ เพื่อคุณค่าทางจิตใจ 
แต่อร่อยแล้วต้องมีประโยชน์ ได้สารอาหารครบหมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ ดูแลตัวเองสม่ำเสมอ 
แต่ก็รู้สึกว่ายังไม่พอ มีอ่อนเพลียบ้าง ล้าๆเปลี้ยๆบ้าง ส่วนเรื่องเครียดนี่กลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว T^T



เมื่อเดือนที่แล้วทาง BEWEL ได้ส่งตัวช่วยดูแลสุขภาพมาให้ลองค่ะ 
ซึ่งเป็นอะไรที่ตอบโจทย์กับสภาพตอนนี้มากๆ ก็เลยอยากรู้ว่าจะช่วยกู้ร่างให้ดีขึ้นได้มั้ย 
เลยรีบรับมาลองเลยค่ะตัวช่วยที่ว่า ก็คือคู่นี้เลย...



Bewel Red Ginseng & B Complex และ Plant Amipro Complex
คุณสมบัติหลักๆคือ ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มความสดชื่น ช่วยจัดการในเรื่องของความเครียด 
และช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง เพื่อพร้อมสำหรับทุกวัน 
เรามาดูกันทีละชิ้นเลยดีกว่าค่ะ 

Red Ginseng & B Complex plus Mineral & Lecithin
ขวดบรรจุ 30 แคปซูล ราคา 490 บาท 



คุณสมบัติเด่น
ด้วยคุณค่าสารสกัดจาก "โสมแดง" นำเข้าจากเกาหลีใต้ 
(โสมแดง คือ โสมสดที่ผ่านการอบเพื่อเพิ่มคุณสมบัติทางยาให้มากขึ้น) 
มีคุณสมบัติเป็น Adaptogen คือพืชหรือสมุนไพรที่ช่วยจัดการกับความเครียด 
ปรับสมดุลให้ร่างกาย เพิ่มพลัง ลดอาการเมื่อยล้า ช่วยส่งเสริมให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น 
และในรากของโสมแดงมีสารสำคัญที่ชื่อ จินเซนโนไซด์ (Ginsenoside)
มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มสมาธิ ช่วยให้สดชื่นและการจดจำดีขึ้น และขวดนี้ยังมี วิตามินบีรวม เช่น 
B1 B2 B6 B12 โคลีน โฟเลท ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสารแห่งความสุข เพิ่มความทนทาน
ต่อสภาวะความเครียด ชะลอความเสื่อมของเซลล์สมอง ดูแลและส่งเสริมการทำงาน
ของระบบประสาทและสมอง และยังมีส่วนผสมของ เลซิติน (Lecithin)
ซึ่งเป็นอาหารเพื่อสมองอีก 1 ชนิดที่สำคัญ เลซิตินเป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์สมอง
มากถึง 30% และเป็นสารประกอบหลักของ “โคลีน (Choline)” 
สารซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างสื่อประสาท (Neurotransmitters) 
เพื่อช่วยในการส่งและรับข้อมูลของสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ข้อมูลตามฉลาก



Plant Amipro Complex 
ขวดบรรจุ 30 แคปซูล ราคา 190 บาท 



เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า โปรตีน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ใช้ในการซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย 
ซึ่งถ้าเรามองลึกกว่านั้น สิ่งที่ร่างกายต้องการจริงๆ คือ กรดอะมิโน (Amino acid)
ซึ่งก็คือโปรตีนที่ถูกย่อยลงมา ให้มีขนาดเล็กลง ร่างกายสามารถดูดซึม นำไปใช้ประโยชน์ได้ 
ซึ่งประโยชน์ของกรดอะมิโน มีมากมาย เช่น สังเคราะห์โปรตีนใหม่ๆ ตามที่ร่างกายต้องการ 
สังเคราะห์สารอื่นๆ ที่เป็นตัวตั้งต้นของการสร้างสารส่งสัญญาณประสาท 
ช่วยกระตุ้นการสร้าง Growth Hormone ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ 
ช่วยชะลอความชราและความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเซลล์ของร่างกาย 
และกรดอะมิโนยังให้พลังงานแก่ร่างกายเมื่อขาดคาร์โบไฮเดรตและไขมัน 
แต่โปรตีนไม่ได้มีอยู่แค่ในเนื้อสัตว์เท่านั้น ยังมีอยู่ในพืชด้วย 
Bewel Plant Amipro Complex เป็นการรวมคุณประโยชน์โปรตีนจากพืช อย่างเช่น 
โปรตีนจากถั่วเหลือง ข้าวสาลี และ ข้าว มีกรดอะมิโนที่มีประโยชน์กับร่างกายถึง 18 ชนิด 
เพราะฉะนั้น คนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ก็สามารถเลือกทานอาหารเสริมตัวนี้ได้ค่ะ 

ข้อมูลตามฉลาก



ทราบคุณประโยชน์เด่นๆของทั้งสองชิ้นไปแล้ว 
เรามาเปิดขวดกันเลยดีกว่าค่ะ



เวลาที่เราซื้อมาใหม่ ที่ฝาขวดจะมีซีลพลาสติกไว้1ชั้น และที่ฝาจะมีตัวล๊อกกันการแกะ 
เป็นเหมือนติ่งพลาสติกแนวตั้งเล็กๆ เมื่อจะแกะต้องหักออก ก่อนที่จะดึงเส้นพลาสติก
ที่ซีลฝาขวดเอาไว้ออก ฝาถึงจะเปิดได้ค่ะ



เม็ดยาของทั้งสองขวดนี้ มาในรูปแบบแคปซูลเจล
Red Ginseng & B Complex เม็ดแคปซูลสีแดง 
ส่วน Plant Amipro Complex จะเป็นสีน้ำตาลเข้มค่ะ



ขนาดของเม็ดยาไม่ได้ใหญ่เกินไป สามารถกลืนพร้อมๆกันได้สบายๆค่ะ 

วิธีรับประทาน 
ทั้งสองตัวนี้ ทานวันละ 1 เม็ดพร้อมมื้ออาหารค่ะ 



ทดลองทาน 2 สัปดาห์
เบลล์ได้ลองทานควบคู่กัน เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ก็เริ่มจะรู้สึกได้นะคะ ว่าไม่ค่อยเพลีย 
ตื่นนอนแล้วไม่มีอาการเพลียหนักๆ แต่ในเรื่องของความเครียด ก็แอบรู้สึกว่ามันดีขึ้นนะคะ 
เหมือนว่าจะสามารถโฟกัสกับงานๆนึงได้นานขึ้น อันนี้ก็ไม่แน่ใจว่ามโนไปเองรึเปล่า 
แต่ยังไงเบลล์จะทานต่อให้หมดขวด แล้วถ้ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน 
จะมาอัพเดตกันอีกรอบนะคะ



ทั้งนี้ทั้งนั้น ระหว่างที่ทดลองทาน เบลล์ก็ดูแลตัวเองไปตามปกติ ทานอาหารที่มีประโยชน์ 
พยามเลือกทานให้ครบหมู่ เพียงแค่ทาน Bewel Red Ginseng & B Complex และ Plant Amipro Complex 
เป็นอาหารเสริมเพิ่มขึ้นมาค่ะ ไม่แนะนำให้ทานเพื่อทดแทนสารอาหารที่จำเป็นในชีวิตประจำวันนะคะ 
เราควรทานอาหารไปตามปกติ ให้ครบ 5 หมู่เสียก่อน อาหารเสริมเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้นค่ะ



สุดท้ายก็ ขอฝากรีวิวนี้ไว้เป็นข้อมูลสำหรับใครที่มีการใช้ชีวิตคล้ายๆเบลล์ 
ทำงานหนักต้องใช้สมอง ใช้ความคิดหนักๆ ลองมองเป็นอีกทางเลือกนะคะ 
และก่อนตัดสินใจซื้อมาทาน อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองดีที่สุดค่ะ 

เพื่อนๆสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆ ตามนี้ค่ะ 

ก่อนจะจากกันไป..
เบลล์จะมีกิจกรรม Giveaway ที่แฟนเพจ Bellyly's Blog ให้ร่วมสนุกกันเร็วๆนี้นะคะ
แจก Bewel Healthy Set ประกอบด้วย Red Ginseng & B Complex และ Plant Amipro Complex จำนวนรวม 3 รางวัล ใครที่สนใจ อยากลองทาน 
อย่าลืมคอยกดติดตาม ติดดาวที่เพจเบลล์ไว้ แล้วมาร่วมกิจกรรมสนุกๆกันเร็วๆนี้นะคะ

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ 
ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ 

บายๆ 
Smiley





 

Create Date : 22 กันยายน 2559    
Last Update : 23 กันยายน 2559 7:47:19 น.
Counter : 2278 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.