ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW รีวิว L’Oreal White Perfect Sleeping Mask





เชื่อว่าสาวๆหลายคนจะต้องเคยฝัน ว่าอยากนอนหลับตื่นมาแล้วสวยเลย 

ตอนนี้ฝันเราใกล้เป็นจริงแล้วล่ะค่ะ 555 อาจจะไม่ได้สวยแบบที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน 
แต่เบลล์หมายถึงตื่นมาส่องกระจกแล้วเจอกับตัวเองในเวอร์ชั่นที่สวยสดใส หน้าไบร์ทขึ้นกว่าเดิมอะไรแบบนี้ 
แต่เอ๊ะ แล้วอะไรที่จะทำได้แบบนั้น แค่การบำรุงตามปกติประจำวันอาจจะไม่ทันในเวลาคืนเดียว 
ถ้าจะมีอะไรที่สามารถฟื้นฟูผิวได้อย่างเข้มข้นและรวดเร็ว หลายคนคงนึกถึงมาส์กชีท 
แต่เบลล์ได้พบตัวเลือกใหม่ที่ทำได้ดีกว่ามาส์กชีททั่วไป ให้ความชุ่มชื้นยาวนานต่อเนื่องกว่า 
ไม่ต้องกังวลรอเวลาลอกแผ่นมาส์กออกค่อยหลับได้ หมดปัญหาหน้าใหญ่ล้นแผ่นมาส์ก (ฮา… T^T)
และที่สำคัญ ตื่นมาแล้วหน้านุ่ม ดูสดชื่นกระจ่างใส แลดูไบร์ทขึ้นได้ในคืนเดียว

โอ้โห แค่เกริ่นนำก็ออกตัวแรงขนาดนี้ เรามาดูรีวิวชัดๆกันเลยดีกว่าค่ะ 
ว่าตัวเลือกใหม่ที่ว่า คืออะไร จะเริ่ดจริงตามที่ว่าไว้มั้ย ตามมาค่ะ 

สิ่งที่เบลล์กำลังพูดถึง ก็คือ L’Oreal White Perfect Sleeping Mask กระปุกนี้นี่เองค่ะ



คุณสมบัติและจุดเด่น
L’Oreal White Perfect Sleeping Mask ตัวนี้เค้าโดดเด่นในเรื่องของเนื้อสัมผัสนุ่มเด้งดุจเยลลี่ 
ซึ่งอุดมไปด้วย ENCAPSULATED ANTI-OXIDANT VITAMIN E เม็ดบีดส์จานวนนับร้อย 
พร้อมปลดปล่อยวิตามินอี สารแอนตี้ออกซิเดนท์ปกป้องมลภาวะที่ทำอันตรายต่อผิว 
และด้วย POWERFUL WHITENING TECHNOLOGY ผสาน วิตามินบี3 และ วิตามินซีจี 
เพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำ, ลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น 

ด้วยสารไวท์เทนนิ่งและสารแอนตี้ออกซิเดนท์ที่เป็นส่วนประกอบหลักนี้ 
จะช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกยาวนานตลอดทั้งคืนของการพักผ่อน 
เพราะเวลาที่เรานอนหลับพักผ่อน ร่างกายจะทำการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ รวมไปถึงผิวหน้าเราก็เช่นกัน 
ดังนั้นตอนนอนจึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการดูแลให้ผิวฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ 
นอกเหนือจากนี้ ทุกครั้งที่ทา L’Oreal White Perfect Sleeping Mask จะให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการใช้แผ่นมาส์กถึง 4 แผ่นเลยทีเดียวค่ะ 

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (อ้างอิงคำเคลมจากแบรนด์) 
“ทุก 1 ครั้งที่ทา ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการใช้แผ่นมาส์กถึง 4 แผ่น” 
  • เพียงข้ามคืน: ผิวเปล่งประกายมีออร่าพร้อมชุ่มชื้นแบบเข้มข้น 
  • หลังใช้ 4 สัปดาห์: สีผิวดูเรียบเนียนและสม่าเสมอขึ้น จนเผยผิวดูขาวกระจ่างใสมีออร่า 
ก่อนที่เราจะไปดูผลลัพธ์ที่ได้หลังจากที่เบลล์ได้ลองใช้ด้วยตัวเอง เรามาดูตัวผลิตภัณฑ์กันก่อนดีกว่าค่ะ 
เมื่อเปิดกล่องออกมา จะเจอกับกระปุกแก้วสี่เหลี่ยมสีชมพูอ่อนๆ 
มาพร้อมฝาสองชั้น ปิดแน่นสนิท ไม่ต้องกังวลว่าจะหกเลอะเทอะ 



เนื้อสัมผัส



เป็นเจลหยุ่นๆ คล้ายเยลลี่สีชมพูใสๆ มีเม็ดบีดส์กลมๆลอยอยู่ในเนื้อเจล 
เม็ดบีดส์ที่เห็นก็คือ ENCAPSULATED ANTI-OXIDANT VITAMIN E 
ที่จะแตกตัวเวลาเรานวดมาส์กบนผิวแล้วจะปล่อยสารบำรุงต่างๆออกมา 
ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี วิตามินบี3 และ วิตามินซีจี
เพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทาให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น 
 ส่วนในเรื่องของกลิ่น มีกลิ่มหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนค่ะ



วิธีการใช้ 
ให้ใช้มาส์กเยอะกว่าการทาครีมปกติ พอกให้หนานิดนึง เพื่อให้มาส์กทำงานได้เต็มที่เวลาเรานอน 
ทามาส์กลงบนผิวหน้าให้ทั่ว นวดเบาๆให้เม็ดบีดส์แตกตัวกระจายลงผิวให้ทั่ว 
ทาแล้วนอนได้เลย ไม่ต้องล้างออกค่ะและยังสามารถใช้ร่วมกับสกินแคร์ตามปกติ โดยใช้เป็นขั้นตอนปิดท้ายค่ะ



ความรู้สึกหลังใช้ 
เนื้อมาส์กมีความเย็น เวลาทาไปจะรู้สึกเย็นๆผิว รู้สึกผ่อนคลาย สบายผิวมากๆ 
ไม่เหนียวหนึบ ไม่มัน ไม่ ไม่รำคาญผิว 
เบลล์ว่า sleeping mask ตัวนี้ ให้ความเบาสบายผิวมากกว่า night cream บางตัวด้วยซ้ำไป 
ใครที่ไม่ชอบความหนักของครีม กลัวหน้าจะมัน 
เบลล์ว่า L’Oreal White Perfect Total Recover Sleeping Mask ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆค่ะ 

หลังจากใช้ครั้งแรก
เช้าหลังตื่นนอน ผิวดูเต่ง อิ่ม ดูสดชื่นมากๆ รู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้นกว่าตอนก่อนนอนจริงๆ 
รู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลยค่ะ 



ถ้าเทียบใกล้ๆจะเห็นว่าผิวดูกระจ่างใส สว่างขึ้นสเต็ปนึงเลยทีเดียว



หลังจากนั้นเบลล์ก็ใช้ต่อเนื่อง วันเว้นวัน เป็นเวลาสองสัปดาห์ เรามาดูผลลัพธ์กันเลยดีกว่าค่ะ 

หลังจากใช้ 2สัปดาห์



จุดที่รู้สึกได้ชัดเจนคือในเรื่องของความชุ่มชื้น ผิวเบลล์ดูอิ่มขึ้น สดชื่นขึ้น 
โดยรวมดูสว่างกระจ่างใสขึ้นด้วยในเรื่องของรอยด่างดำต่างๆ มีเริ่มจางลงบ้างในบางจุด 
พวกรอยสิวเก่าจางลงมากบริเวณที่เห็นได้ชัดก็จะเป็นช่วงคางกับหน้าแก้มค่ะ 
 และสิ่งที่เห็นได้ชัดเวลาซูมมาใกล้ๆ คือ รูขุมขนค่ะ จากรูบานๆ ก็ปิดแคบลง ผิวเลยดูเรียบเนียนขึ้นด้วย



จากรูปจะเห็นเลยว่า กลุ่มรอยดำจากสิวเก่าที่ขึ้นเกาะกลุ่มเป็นสามเหลี่ยมตรงแก้ม 
ปีกจมูก และมุมปาก เริ่มจางลงรอยสิวเก่าจางจนหายไปเลยจุดนึง (ลูกศรซ้ายสุด) 
และรอยสิวบริเวณเหนือริมฝีปากก็ดูจางลง สีผิวดูสม่ำเสมอกันมากขึ้น 
เมื่อดูภาพรวมจะเห็นเลยว่าส่วนหน้าแก้มที่รูขุมขนบานๆ ดูดีขึ้น รูขุมขนกระชับชึ้นจริงๆค่ะ 

โอ้โห ใช้แล้วเห็นผลดีแบบนี้ ให้ผิวมีออร่าเพียงชั่วข้ามคืน จะไม่ให้รักได้ไง 
ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง นี่ลองไปลองมาใช้จะหมดกระปุกแล้วนะคะ 
สงสัยจะต้องรีบไปตุนเพิ่มแล้ว กลัวเดี๋ยวสวยไม่ต่อเนื่อง ฮ่าๆ



ส่วนตัว เบลล์ก็คิดว่า L’Oreal White Perfect Sleeping Mask เป็นอีกทางเลือก
ที่ตอบโจทย์ ความต้องการพิเศษในการดูแลผิวแบบเข้มข้นเร่งด่วน 
เห็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้จริง ทั้งในเรื่องความชุ่มชื้นและความกระจ่างใส 
ที่สำคัญราคาน่าคบหามากๆด้วยล่ะค่ะ (ปริมาณสุทธิ: 50 มล. ราคา: 399 บาท) 
สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยกู้ผิวหน้า อารมณ์ว่าวันนี้โทรมไม่ไหวแล้ว 
อยากจะตื่นมาแล้วสวยไบร์ทไม่โทรม นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะกับคุณค่ะ 

สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆตามนี้ค่ะ

สำหรับรีวิวนี้ก็คงจบเพียงเท่านี้ 
เบลล์ขอตัวไปโบก Sleeping Mask แล้วเข้านอนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะตื่นไม่ทันความสวย (อั๊ยยะ 55555) 

ไปละจ้า คร่อกกกกก…. ฟี้….






 

Create Date : 19 กันยายน 2559    
Last Update : 19 กันยายน 2559 7:22:36 น.
Counter : 11424 Pageviews.  

REVIEW รีวิว AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit ปรนนิบัติปลุกประกายผิวสุขภาพดียามเช้า





ฮัลโหลสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่มาฝากกันอีกแล้วค่ะ คราวนี้เป็นสกินแคร์ที่เบลล์กำลังอินมากๆๆๆๆ 

คือ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เบลล์มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกับทาง AVEDA 
ได้รับเลือกเป็น 100 คนแรกที่ได้ลองใช้ AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit 
แล้วพอได้นำกลับมาลองใช้ ก็เกิดหลงรักเข้าอย่างเต็มเปา 
จากที่ตอนแรกแอบลังเล ใจนึงก็อยากลองเพราะชอบ AVEDA อีกใจก็กล้าๆกลัวๆเพราะเป็น oil 
เบลล์เคยแพ้ oil บางตัวค่ะ กลัวจะอุดตันอะไรแบบนั้น แต่ใช้ไปใช้มา กลายเป็นว่าใช้ดี ใช้แล้วติดเลยค่ะ 
วันนี้ก็เลยจะมาเขียนรีวิวให้อ่านกันค่ะ ว่าใช้แล้วเป็นยังไง ที่ว่าดีคือยังไง ทำไมถึงรัก 
อ่ะ ติดตามอ่านกันยาวๆเลยจ้า.... 



สำหรับ AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit ที่เบลล์ได้รับมาลองนี้ 
เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ AVEDA 
ซึ่ง tulasāra เป็นนวัตกรรมระบบการดูแล ปรนนิบัติผิวหน้าตามหลักของศาสตร์อายุรเวท 
ช่วยให้สาวๆได้เผยผิวที่ดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส จากภายในสู่ภายนอก
ปกติขั้นตอนการดูแลผิวที่เราๆคุ้นเคยกัน ก็มีแค่ เช็ดเครื่องสำอางค์ ล้างหน้าด้วยโฟม 
เช็ดโทนเนอร์ ลงเซรั่ม เอสเซนส์ โลชั่น ทาครีม หรือใครจะมาส์กหน้าก็ตามสะดวก 
แต่ AVEDA tulasāra radiant awakening ritual เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาในตอนเช้า 
เป็นขั้นตอนการดูแลผิวขั้นแรกหลังตื่นนอน เพื่อปลุกผิว โชว์ความเปล่งประกาย 
โดยในชุด kit นี้ ประกอบด้วยน้ำมันบำรุงผิว Tulasāra™ Radiant Oleation Oil 
และ แปรงสำหรับแปรงผิวหน้า Radiant Facial Dry Brush (ทั้งกล่องราคา 4,000 บาท) 
ซึ่งเค้าขายคู่กันนะคะ ไม่ได้ขายแยก เวลาใช้ ไม่ได้ใช้พร้อมๆกัน แต่ควรใช้เป็นขั้นตอนต่อกันค่ะ

เซ็ทนี้เค้ามาในกล่องกระดาษแข็งแบบนี้ค่ะ



เปิดฝาด้านบนจะเจอกับช่องใส่แปรง



แปรงสำหรับแปรงผิวหน้า Radiant Facial Dry Brush หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ
ไม่มีด้าม คล้ายๆแปรงคาบูกิ ทรงวงรี ขนาดพอดีมือ ขนแปรงไนลอนนุ่มประมาณนึงค่ะ
ไม่ได้นุ่มเคลิ้ม แต่ก็ไม่ได้แข็งจนบาดผิวนะคะ แปรงอันนี้ขนเค้าต้องมีความแข็งนิดนึง เพื่อใช้ปัดเซลล์ผิวเสื่อสภาพออกไปค่ะ ตรงปลายขนแปรงออกแบบมาให้มีส่วนนูนตะปุ่มตะป่ำ
เวลาใช้จะรู้สึกเหมือนได้นวดผิวไปในตัวค่ะ



เมื่อเปิดกล่องชั้นบนออกก็จะเจอกับขวด Oleation Oil ค่ะ



Tulasāra™ Radiant Oleation Oil
มาในขวดแก้วทรงสามเหลี่ยมเก๋ไก๋ น่าใช้มากค่ะ
มาพร้อมฝาปั๊มแต่ไม่มีฝาครอบอีกชั้นนะคะ มีแต่ปลอกกระดาษตอนแพ๊คมาจากกล่องค่ะ



ตรงนี้แอบตินิดนึง ใช้ไปสักพักน้ำมันมันซึมเยิ้มขึ้นมาที่คอหัวปั๊ม เลยทำให้ขวดมันลื่นๆตลอดเวลาที่จับ T^T
ไม่รู้ว่าเป็นปกติมั้ย แต่อยากให้ทางแบรนด์ลองพิจารณาปรับปรุงดูค่ะ

เนื้อสัมผัส
เนื้อออยล์ในขวดเป็นสีเหลืองใส กลิ่นหอมๆธรรมชาติๆ ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนๆนะคะ 
ณ จุดนี้ชอบมากกกก



เนื้อออยล์ไม่หนักผิว ซึมลงผิวค่อนข้างไวทีเดียวค่ะ นวดๆไปแป๊บเดียว หน้าไม่มันเยิ้มค่ะ
ส่วนตัวรู้สึกว่าล้างออกค่อนข้างยาก ต้องใช้โฟมล้างหน้าล้างออกนะคะ

คุณสมบัติเด่น
หลักๆเลยคือ ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยเผยผิวที่ดูเปล่งปลั่งกระจ่างใสขึ้นทันที 
ลองชมคลิปของทางแบรนด์ดูค่ะ 



ตอนที่ไปรับของมาลอง BA ก็ได้ลองสาธิตการทำDry Brushing บนหลังมือให้ดู 
ก็รู้สึกประหลาดใจมากที่ผิวดูไบร์ทขึ้นจริงๆ เบลล์เลยลองกลับมาทำเองดูบ้าง 
โอ้โห เวิร์คแฮะ 



ก็เลยรู้สึกว่าเซ็ท Tulasara นี่เค้าไม่ธรรมดาจริงๆ 
เลยตั้งใจตื่นนอนไวขึ้นเพื่อเผื่อเวลาในตอนเช้าก่อนไปทำงาน 
ใช้ AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit ทุกเช้าเลยค่ะ วิธีการใช้ตามนี้ค่ะ 


วิธีการใช้ 
หลังจากตื่นนอนแล้ว ยังไม่ต้องทำอะไรเลย ให้เริ่มขั้นตอนแรกเลยค่ะ 

1. แปรงผิวหน้าด้วยแปรง Radiant Facial Dry Brush แปรงลงบนผิวแห้ง วนเป็นวงกลม 
เริ่มจากเนินอก ไล่ขึ้นไปลำคอ ใบหน้า ปัดวนจนทั่วแล้วปัดแปรงไล่ลง จากหน้าผากลงมาเรื่อยๆ
จนถึงคอ เนินอก ปัดเป็นเวลาประมาณ 1 นาที
ขั้นตอนนี้เป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพหมดอายุขัยแล้ว ช่วยเผยผิวใหม่
เป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปค่ะ




2. ปั๊ม Tulasāra™ Radiant Oleation Oil ลงบนฝ่ามือ วอร์มที่ฝ่ามือ




หายใจเข้าจะได้กลิ่นหอมๆของน้ำมัน เป็นกลิ่นหอมผ่อนคลายๆธรรมชาติๆ ตามสไตล์ AVEDA
กลิ่นหอมๆจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส เป็นการปลุกเราเบาๆ จากนั้นค่อยๆทาน้ำมันลงบนหน้า
แล้วนวดเบาๆให้ทั่ว เป็นการกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดใต้ผิวหนังของเราให้ทำงานได้ดีขึ้น
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1 นาที
น้ำมัน Tulasāra™ Radiant Oleation Oil ซึมลงผิวค่อนข้างไวนะคะ จะรู้สึกถึงการบำรุง
ไม่เหนอะหนะ ปล่อยให้น้ำมันอยู่บนผิวเราประมาณ 4 นาที ระหว่างรอก็อาจจะหาอะไรทำ
เตรียมกาแฟ อาหารเช้า หรือเตรียมหยิบผ้าเช็ดตัว เตรียมเสื้อผ้า เผลอแป๊บเดียวครบแล้ว 4 นาที
หลังจากนั้นค่อยล้างออกด้วยโฟมล้างหน้า
เท่านี้ผิวเราก็ตื่นและพร้อมที่จะได้รับการบำรุงตามขั้นตอนปกติแล้วล่ะค่ะ

ผลการใช้งาน


จากรูปครั้งแรกที่ใช้ ก่อนและหลังอาจจะไม่ต่างกันมากนักนะคะ ผิวดูมีประกายขึ้นเล็กน้อยยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็พอจะรู้สึกได้ว่าผิวมันช้าลง แต่งหน้าติดดีขึ้น หน้าไม่หมองระหว่างวัน

พอใช้มาราวๆสองสัปดาห์ก็จะเห็นว่า ผิวที่ดูนูนๆเหมือนจะมีสิวที่เหมือนจะโผล่ออกมาก็ไม่อักเสบ
กลับยุบลง ปะทุตัวน้อยลง สิวอุดตันน้อยลง รอยจางๆมันก็เริ่มบางลง หน้าดูสดชื่น กระจ่างใสขึ้น
ผิวดูเรียบเนียน รู้สึกผิวแข็งแรงขึ้น จนรู้สึกว่าบางวันไม่อยากทารองพื้นแล้ว
คือแค่กันแดดแล้วตบแป้งบางๆก็สามารถออกจากบ้านได้ ผลลัพธ์คุ้มค่ากับการตื่นเช้าขึ้น 5 นาที
เพื่อมาใช้ AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit มากๆค่ะ



สองรูปนี้ถ่ายในสภาพแสงเดียวกัน จัดไฟที่เดิม ยืนตำแหน่งเดิมนะคะ
กล้องอาจจะวัดแสงเพี้ยนไปบ้าง แต่เบลล์ว่า เบลล์หน้าสว่างขึ้นจริงๆ
ผลที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับผิวแต่ละบุคคล สำหรับเบลล์มันเวิร์คมากค่ะ

จากรูป จุดที่ลูกศรชี้ คือ จุดที่เหมือนจะมีสิวโผล่ คาดว่าวันสองวันมันต้องปะทุแน่ๆ
แต่ใช้กลับไม่อักเสบปะทุออกมา มันยุบตัวหายไปค่ะ ส่วนที่วงกลมไว้คือบริเวณที่รอยแดงมันจางลง
ตรงจมูกก็ดูใสขึ้นพอรอยต่างๆมันน้อยลงผิวโดยรวมก็ดูใสขึ้น
และสิ่งที่ทำให้เชื่อว่า AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit นี้เห็นผลจริงๆ
ไม่ได้เป็นผลจากสกินแคร์ที่ใช้ปกติทุกวัน เป็นเพราะเบลล์ได้ทำการ Dry Brushing
และทา Radiant Oleation Oil ที่เนินอกตามคำแนะนำทุกเช้า เบลล์เป็นคนที่มีรอยสิวที่ใต้ไหปลาร้า
พอใช้ๆไปสองวีคก็สังเกตเห็นเลยว่า รอยสิวมันไม่อักเสบแล้ว รอยแดงๆก็แห้งลง จางลง
ทั้งๆที่ไม่ได้ทาสกินแคร์ตัวอื่นๆในบริเวณต่ำกว่าคอเลย คือใช้ Tulasara ตัวเดียว
ก็เห็นผลลัพธ์แบบเดียวกับใบหน้า จุดนี้เลยมั่นใจเลยว่า AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit
เค้าเวิร์คจริงๆค่ะ รักเลยอ่ะแบบนี้ <3

โอเค นี้ก็เป็นประสบการณ์และผลจากการทดลองใช้ AVEDA tulasāra radiant awakening ritual kit ของเบลล์นะคะ
โดยส่วนตัวสรุปเลยว่า ใช้แล้วเห็นผล ผิวดีขึ้น นอกจากผิวจะกระจ่างใสขึ้นแล้วยังช่วยให้เบลล์รู้สึกตื่นนอนได้ดีขึ้น
สดชื่นขึ้น ไม่งัวเงียลงไปอาบน้ำ มีสติดีขึ้นเพราะเหมือนเราได้นวดหน้าทุกเช้า
ได้ปลุกประสาทสัมผัสก่อนทำกิจกรรมอื่นๆ ก็เลยรู้สึกว่าเป็นขั้นตอนที่ตอนนี้ขาดไม่ได้ไปแล้วค่ะ


สำหรับใครที่สนใจ สามารถไปลองเทสกันได้ที่ร้าน AVEDA ทุกสาขา
หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆ ตามนี้เลยค่ะ
//www.poszee.com/aveda_tulasara/
//www.aveda.co.th/?q=th/website_admin/node/568/&menu=918
#avedaThailand #Tulasara
สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ ต้องขอขอบคุณ AVEDA Thailand ที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้นะคะ
เอาไว้มีโอกาสได้ลองอะไรดีๆเจ๋งๆ จะมารีวิวให้ชมกันอีกแน่นอนค่ะ
วันนี้ขอตัวไปนอนแล้วค่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องรีบตื่นมาปัดผิว ทาออยล์ เดี๋ยวไม่สวย อิอิ

บายจ้า






 

Create Date : 29 สิงหาคม 2559    
Last Update : 31 สิงหาคม 2559 0:58:35 น.
Counter : 2667 Pageviews.  

REVIEW รีวิว แป้ง REBECCA Smooth silky powder spf 18 pa++



สวัสดีจ้าสาวๆ เมื่อวีคก่อนเบลล์มีโอกาสได้ลองแป้งตัวใหม่ จากแบรนด์ REBECCA
เป็นแป้งพัฟที่เคลมว่า ผลิตมาเพื่อผิวสาวเมืองร้อนแบบประเทศไทยโดยเฉพาะ
เนื้อแป้งเนียนนุ่ม บางเบาแต่ให้ความเนียนเด้งระดับ full HD
แถมยังช่วยควบคุมความมันยาวนานอีกด้วย
คุณสมบัติ จุดเด่นน่าสนใจแบบนี้ ใช้แล้วจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านรีวิวแบบเน้นๆกันได้เลยค่า



แป้งตัวนี้เค้าใช้ชื่อเต็มๆว่า REBECCA Smooth silky powder spf 18 pa++
มาในรูปแบบตลับกลมสีดำด้าน เรียบๆ
ปริมาณบรรจุ 13g ราคา 1190 บาท (ราคาหน้ากล่อง)
ราคาหน้าเว็บ 690 บาทค่ะ

คุณสมบัติ (อ้างอิงตามคำเคลม)

• ส่วนผสมหลักของแป้งนำเข้าจากญี่ปุ่น
• ผลิตมาเพื่อผิวสาวเมืองร้อนแบบประเทศไทยโดยเฉพาะ
• แป้งเนื้อสมูทซิลกี้ บางเบาดุจกำมะหยี่ ไม่หนักหน้า
• แต่ให้ความเนียนเด้ง ระดับ HD
• สูตร oil control ควบคุมความมันยาวนาน 12ชม.(ตลอดวัน)
• ด้วยส่วนผสมของ Nanocollagen&Vitamin e
ช่วยให้ผิวกระจ่างใสไม่หมองคล้ำ กระชับผิวให้เต่งตึง พร้อมป้องกันการเกิดริ้วรอย
• กันแดด spf 18 pa++ ปกป้องผิวจากแสงแดด ป้องกันความหมองคล้ำ
• กันน้ำกันเหงื่อ 100%
• หน้าไม่หมองสีไม่ดรอประหว่างวัน

บรรจุภัณฑ์
มาในกล่องสีดำ ลายดอกไม้สีขาว ปั๊ม logo สีทองเด่นชัด



ด้านหลังกล่องมีข้อมูลสำคัญต่างๆ ครบถ้วน ชัดเจนค่ะ
เปิดกล่องออกมา จะเจอกับตลับแป้งกลมๆสีดำด้าน เรียบๆแบบนี้ค่ะ



ตลับแป้งขนาดพอดีมือ เปิดออกมาเป็นตลับแป้ง 2 ชั้น มีกระจกเต็มฝาตลับ
ชั้นบนเป็นถาดแป้ง มาพร้อมกับแผ่นพลาสติกใสกันเลอะ
เปิดถาดแป้งขึ้นมา ก็จะเจอกับช่องเก็บพัฟฟองน้ำ



ฟองน้ำเค้านุ่มมาก และเป็นแบบหนึบๆนิดๆ ทำให้จับเนื้อแป้งออกมาได้ดีมากทีเดียว



สีแป้ง
แป้งรุ่นนี้เค้าผลิตออกมา 2 สีด้วยกันค่ะ
• R1 Vanilla Girl สำหรับผิวขาวมาก - ขาวอมชมพู
• R2 Asian Look สำหรับผิวขาวเหลือง - ผิวสองสี
เบลล์ลองปาดที่แขนให้ดูก่อนนะคะ



ถ้าดูจากสีที่แขนเหมือนว่าเบลล์ควรใช้ R1 แต่สีที่หน้ากับที่แขนเบลล์คนละสีค่ะ
หน้าเบลล์คล้ำกว่าแขนนิดหน่อย และชอบใช้แป้งโทนเหลืองมากกว่า เลยใช้สี R2 ค่ะ
ลองแล้วค่อนข้างพอดีเลยล่ะ

เนื้อสัมผัสและระดับการปกปิด
ส่วนของเนื้อแป้งถ้าดูจากตลับจะค่อนข้างแห้ง และเวลาใช้ฟองน้ำหรือแปรงลงแป้ง
อาจจะมีอาการร่วงบ้างนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่เป็นปัญหากับการใช้งาน เนื้อแป้งเกาะผิวค่อนข้างดี
บางเบาไม่หนักผิว ทาแรกๆอาจจะดูแห้งๆแมทๆ ดูกองๆบนผิว อย่าเพิ่งตกใจไป ให้ใจเย็นๆ
รอซักพักให้แป้งเค้าเซ็ทตัว พอเริ่มเข้าที่แล้วเนื้อแป้งจะกลืนกับผิวดีทีเดียวค่ะ ดูเนียนมากๆ
ใครผิวแห้งมากถ้าทาย้ำๆอาจจะเห็นขุยชัด แนะนำให้ลงบำรุงดีๆแล้วค่อยลงแป้งตัวนี้ทีละบางๆ
จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนดีขึ้นค่ะ

ในเรื่องของระดับความเนียนของผิว เบลล์ว่าแป้งตัวนี้ทำได้ดีมากๆๆๆๆๆๆ ผิวดูเนียนนุ่ม
ให้ฟินิชชิ่งแบบกำมะหยี่ๆ ส่วนระดับการปกปิดอยู่ในระดับน้อย-ปานกลางนะคะ
แต่เนื้อแป้งจะช่วยเบลอ ทำให้สีผิวดูกระจ่างใสขึ้น ดูสม่ำเสมอกันมากขึ้น
รอยคล้ำใต้ตาปิดได้นิดหน่อย ถ้าแพนด้าหนักๆแบบเบลล์ต้องพึ่งคอนซิลเลอร์นิดนึงค่ะ
พวกรอยแดงปิดได้ประมาณนึงนะคะ แต่รอยดำ รอยสิวหนักๆ ปิดไม่อยู่จ้า

ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ... ประมาณในรูปเลยค่ะ



รูปนี้เบลล์ลองทาแค่ครึ่งหน้าให้ดูความต่างนะคะ
รูปถัดไป เบลล์ลองทาให้ดูทั้งหน้า แบบไม่ลงเบสหรือไพร์มเมอร์ใดๆก่อนนะคะ ลงแป้งให้ดูเพียวๆค่ะ



จะเห็นว่า ผิวดูสว่างขึ้น สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น รอยจางๆดูกลืนหายไป
รอยด่างดำต่างๆถ้าไม่จ้องหน้าใกล้ๆก็ไม่เห็นนะคะ รวมๆดูเนียนใสขึ้น ได้ลุคแมทๆค่ะ
จริงๆเราสามารถใช้แค่แป้งนี้ตัวเดียว เติมตา คิ้ว แก้มปากอีกนิด
ก็ไปเที่ยว ไปทำงานวันธรรมดาได้สบายๆเลยค่ะ เนื้อแป้งไม่หนา ไม่ดูโบ๊ะด้วย
ยิ่งตอนที่เซ็ทตัวลงผิวแล้ว ดูโอเคมากๆเลยค่ะ

และอย่างที่เค้าเคลมไว้ว่า แป้งตัวนี้เค้าออกแบบมาเพื่อสาวเมืองร้อน
สามารถกันเหงื่อ กันน้ำได้เบลล์ก็เลยลองให้ดูค่ะ
สาดน้ำเข้าไป…



จะเห็นว่าน้ำไม่ผสมกับเนื้อแป้ง ซับน้ำออกแล้ว แป้งก็ยังเกาะบนผิวดีอยู่ค่ะ
ทนน้ำ ทนเหงื่อแล้ว มาดูบนหน้าจริงๆกันบ้าง ว่าจะติดทน จะสวยปังได้นานทั้งวันตามคำเคลมมั้ย…



เบลล์แต่งหน้าตั้งแต่ 6 โมงเช้า ได้เจอแสงธรรมชาติเวลา 7 โมงเช้า เลยได้รูปแรกที่เวลา 7 โมงค่ะ
ผ่านไปครึ่งวัน พักเที่ยงเริ่มมีความมันตรงจมูกเท่านั้น ออกเงาๆแต่ยังไม่มีอาการหลุดลอกหรือเยิ้มแต่อย่างใด
ปกติถ้าเป็นแป้งที่ไม่คุมความมันที่เคยใช้ เที่ยงๆก็เยิ้มละลายตามขอบจมูกแล้วค่ะ
แต่แป้ง REBECCA ยังโออยู่นะคะ ช่วง 5 โมงเย็น เวลาเลิกงาน มาเช็คความเรียบร้อยกันหน่อย
ตอนนี้หน้าเริ่มเงาที่โหนกคิ้วกับหน้าแก้มนิดหน่อยค่ะ ขอบจมูกมีหลุดๆบ้าง
แต่คือถ้าดูรวมๆมันยังโอเคมากๆเลย มีสีดรอปลงนิดหน่อย แต่ไม่ได้หมองแบบโดนของ
สียังเข้ากับผิวได้ดีค่ะ เบลล์ว่าแป้งตัวนี้ทำได้ดีเลยล่ะสำหรับวันที่ร้อนตับแลบขนาดนี้
(เบลล์ทำงานในห้องแอร์ แต่มีเดินไปข้างนอกช่วงสายๆ กับช่วงพักเที่ยงที่เดินร้อนๆออกมาหามื้อเที่ยงทานกัน)

รวมๆทั้งวันไม่เติมแป้งเลย สำหรับผิวผสมแบบเบลล์ ก็รอดอยู่ได้ทั้งวัน
แต่ถ้าจะไปเที่ยวต่อหลังเลิกงาน ก็ซับมันนิดหน่อยแล้วเติมแป้งทับได้เลยค่ะ
ลงบางๆ ก็จะคืนสภาพความเนียนได้เหมือนภาพแรกเลยค่ะ เติมรอบนี้สวยปังยันมืดค่ำกันเลยล่ะค่า

สรุปสั้นๆเลยว่า แป้ง REBECCA Smooth silky powder spf 18 pa++ เป็นแป้งพัฟเนื้อบาง
ให้การปกปิดกลางๆ แต่ให้ความเนียนใสเป็นธรรมชาติ ไม่โบ๊ะ ช่วยเบลอสีผิวให้ดูสว่างใส
สีเสมอกันมากขึ้น เนื้อแป้งกันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนใช้ได้เลยค่ะ สามารถแต่งหน้ารอบเดียวสวยได้ทั้งวัน
ก็นับว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ อยากให้ลองดูค่ะ



อ่านรีวิวแบบจัดเต็ม ละเอียดยิบกันจบแล้ว เป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มอยากลองกันแล้วแน่ๆ
เพื่อนๆสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามช่องทางต่างๆดังนี้ค่ะ
FB Page : https://www.facebook.com/rebeccathailand/
IG : https://www.instagram.com/rebeccathailand/
LINE ID : @rebeccathailand
สำหรับรีวิวนี้ คงจบเพียงเท่านี้ ไว้เบลล์ได้ลองใช้อะไรใหม่ๆ อะไรดีๆ
จะมาแนะนำ มารีวิวให้อ่านกันอีกแน่นอนค่ะ
เจอกันใหม่ริวิวหน้านะคะ

บายๆ
Smiley





 

Create Date : 26 สิงหาคม 2559    
Last Update : 26 สิงหาคม 2559 19:26:19 น.
Counter : 16135 Pageviews.  

REVIEW รีวิว Snail8 Age Defense Advanced Serum





สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่เอาใจสายanti-agingโดยเฉพาะ 

คราวนี้เป็นสกินแคร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของเมือกหอยทากเป็นส่วนผสมหลัก 
และที่เจ๋งคือเค้าเป็นแบรนด์คนไทยที่เกิดจากผลงานการวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
และยังได้รับรางวัล ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยล่ะค่ะ 
สกินแคร์ที่จะรีวิวในวันนี้ คือ …. 
SNAIL8 by SIAM SNAIL AGE DEFENSE ADVANCED SERUM ขวดนี้นี่เอง….




ทำไมต้องเมือกหอยทาก SNAIL8 by SIAM SNAIL ? 
เมือกหอยทากเป็นสารคัดหลั่งที่หอยทากผลิตออกมาเคลือบบริเวณเท้า เหมือนการปูพรมขณะเดินไปตามที่ต่างๆ 
ช่วยลดแรงเสียดทานและยังมีคุณสมบัติช่วยรักษา ซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อ 
เป็นเหมือนยาสมานแผลเวลาที่หอยทากมีแผล หรือเปลือกกระดองแตกเสียหาย 
ก็จะใช้เมือกของตัวเองในการรักษา ด้วยคุณสมบัตินี้เองทำให้ เมือกหอยทาก 
กลายมาเป็นส่วนผสมยอดฮิตที่นำมาผสมในสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากมายในท้องตลาด 
แต่สิ่งที่ทำให้ SNAIL8 by SIAM SNAIL มีความแตกต่าง คือ 

1. ความน่าเชื่อถือ มีผลงานการวิจัยรองรับ ได้รับความยอมรับในระดับสากล 
2. เมือกหอยทากมีคุณภาพและมาตรฐานคงที่ ด้วยการที่มีฟาร์มเลี้ยงหอยทากเป็นของตัวเอง 
ทำให้สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ อุณหภูมิ 
สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงหอยทาก รวมไปถึงสายพันธุ์หอยทากที่คัดมาแล้ว 
เป็นหอยทากสายพันธุ์ไทยซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในเขตร้อนชื้นที่ต้องเผชิญความหลากหลายของเชื้อโรค 
เชื้อราและแบคทีเรีย เมือกของหอยทากสายพันธุ์นี้จึงมีประสิทธิภาพสูงกว่าสายพันธุ์เขตเมืองหนาว 
3. SNAIL8 เลือกใช้เฉพาะเมือกส่วนที่ดีที่สุด เป็นเมือกจากชั้นแมนเทิล (Mantle)
หรือเมือกจากในชั้นถัดจากฝากระดองของหอยทาก เป็นเมือกที่มีความเหลวใส 
มีโมเลกุลขนาดเล็กทำให้ซึมลงผิวได้ลึก ช่วยบำรุงและฟื้นฟูจากภายใน 
ที่นับว่าเป็นเมือกส่วนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 
4. ใช้เมือกที่มีความเข้มข้นของสารบำรุงผิวสูงกว่าเมือกอื่นถึง 30 เท่า และใส่ลงในผลิตภัณฑ์ในปริมาณสูงถึง 10-30% เมื่ออ้างอิงจากผลวิจับจะพบว่า 
มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้ออันเป็นสาเหตุของสิวได้ดีกว่าเมือกอื่น 
โดยปริมาณเชื้อลดลงถึง 60% และยังสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์
ที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าลดลงได้ 30-40%


ด้วยความน่าเชื่อถือและความมั่นใจในเมือกหอยทากที่ดีที่สุด
จึงเกิดเป็นแบรนด์ SNAIL8 by SIAM SNAIL มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์ 4 ชิ้น ได้แก่ 
1. SNAIL8 by SIAM SNAIL AGE DEFENSE ADVANCED SERUM 
2. SNAIL 8 INTENSIVE WHITENING Advanced 
3. SNAIL 8 AGE DEFENSE Skin Repair Daily Cream 
4. SNAIL 8 AGE DEFENSE Ultimate Night Repair 


เบลล์มีโอกาสได้ลองใช้เฉพาะชิ้น Advanced Serum เป็นเวลาประมาณ 15 วัน 
ใช้แล้วเป็นอย่างไร มาอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ 

SNAIL8 by SIAM SNAIL AGE DEFENSE ADVANCED SERUM 



คุณสมบัติเด่นของ SNAIL8 by SIAM SNAIL 
AGE DEFENSE ADVANCED SERUM 
(อ้างอิงตามคำเคลมจากทางแบรนด์) 

เซรั่มบำรุงผิวจากคุณค่าแท้เมือกหอยทากเฉพาะจากส่วนแมนเทิลสูตรเข้มข้น 
อุดมด้วยอัลแลนโทอิน ไฮยาลูโรนิก ไกลโคลิก เปปไทด์ และโปรตีนโมเลกุลเล็ก 
ตรงเข้าฟื้นฟื้นฟูเซลผิวได้อย่างล้ำลึก มีปริมาณสารออกฤทธิ์สูงกว่าเมือกหอยทากที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปถึง 30 เท่า 
คืนความอ่อนวัยให้ผิวด้วย 8 คุณประโยชน์ 
  • ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย 
  • ฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง 
  • ลดความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใส 
  • ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น 
  • เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว 
  • กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวเต่งตึงเรียบเนียน 
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวให้ดูอ่อนเยาว์
  • ป้องกันการเกิดสิว และลดการอักเสบ 
 ปริมาณ 15 มล. ราคา 1,400 บาท 

บรรจุภัณฑ์
ชั้นนอกเป็นกล่องกระดาษสองชั้น ชั้นนอกสุดเป็นกระดาษแข็งพิมพ์ลาย และรายละเอียดครบ





ซ้อนด้านในด้วยกระดาษลูกฟูกหนาอีกชั้น



เปิดฝากล่องออกจะเจอกับขวดแก้วดรอปเปอร์พร้อมคู่มือสองภาษา ไทยและอังกฤษ



ลักษณะขวด เป็นขวดแก้วสีชา พิมพ์ลายสีทองสวยงาม 
ฝาเป็นหลอดแก้วดรอปเปอร์ ใช้งานง่ายค่ะ



จากที่ได้สัมผัส ในเรื่องของแพคเกจจิ้งคือดีมากนะคะ 
คุณภาพกล่องและงานพิมพ์ขวดดูมีราคา สู้เคาน์เตอร์แบรนด์ได้เลยค่ะ 

เนื้อสัมผัส
เนื้อเซรั่มไม่มีสี ใสปิ๊ง และมีความเหลวคล้ายน้ำ



เมื่อทาลงบนผิว ซึมไว ให้ความรู้สึกลื่นๆเล็กน้อย ไม่เหนียวเหนอะ ให้ความสบายผิวดีทีเดียวค่ะ


เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่แต่งสีกลิ่นใดๆ ทำให้กลิ่นอาจจะไม่ถูกใจเท่าไหร่นัก 
แต่นับเป็นข้อดีสำหรับคนที่แพ้น้ำหอมนะคะ 

วิธีใช้ 
หยดเซรั่มลงบนนิ้วมือ แล้วลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าใช้เป็นขั้นตอนแรกในการบำรุงผิว 

หลังจากทดลองใช้ 15 วัน
เบลล์ใช้ลองใช้ SNAIL8 by SIAM SNAIL AGE DEFENSE ADVANCED SERUM เป็นเวลา 15 วัน 
ทาเป็นขั้นตอนแรกสำหรับการบำรุง ทั้งเช้าก่อนแต่งหน้าและกลางคืนก่อนนอน
โดยใช้ร่วมกับสกินแคร์เซ็ทที่ใช้ประจำ 

15 วันผ่านไป เกิดการเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน มาดูรูปชัดๆกันเลยดีกว่าค่ะ…



จากรูปจะเห็นชัดเลยว่า texture ของผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนเล็กลง
ในส่วนของจุดด่างดำอาจจะยังเห็นผลไม่ชัด แต่สำหรับแผลใหม่ๆ เช่นรอยแดงจากสิวที่เพิ่งหาย 
จะรู้สึกเลยว่าหายแดงไวขึ้น รอยใหม่จางไวขึ้นค่ะผลที่ได้โดยรวมก็เป็นที่น่าพอใจมากๆค่ะ 
จากที่ลองใช้มา SNAIL8 ไม่ทำให้หน้ามันไวขึ้น แต่ช่วยให้ผิวฟูขึ้น ทำให้แต่งหน้าติดดีและทนขึ้นด้วยค่ะ 
เอาเป็นว่า SNAIL8 by SIAM SNAIL AGE DEFENSE ADVANCED SERUM เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสกินแคร์กลุ่ม Anti-Aging ใครที่กำลังมองหา สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆดังนี้ค่ะ 

Website : www.snail8.com

สำหรับรีวิวนี้ คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่บล็อกหน้านะคะ 
บายๆ
Smiley





 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2559    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2559 12:04:01 น.
Counter : 10348 Pageviews.  

REVIEW รีวิว Skinplants Absolutely Clean’n Remover





สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่มาฝากกันอีกแล้ว
คราวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าตัวใหม่ล่าสุดของแบรนด์ Skinplantsค่ะ
ต้องบอกเลยว่ารีมูฟเวอร์ตัวนี้เด็ด! ใครเป็นสายสวยธรรมชาติ หรือ Organic จะต้องหลงรัก
ลองแล้วลืมรีมูฟเวอร์ตัวอื่นๆไปได้เลยค่ะ มันแตกต่างและใช้ดีจริงๆ
นี่แค่เกริ่นนำก็ออกตัวแรงซะแล้ว 555 อยากให้เพื่อนๆลองอ่านรีวิวนี้ดูนะคะว่า มันเด็ดตรงไหน
แล้วมันต่างจากรีมูฟเวอร์อื่นๆอย่างไร เชิญติดตามค่ะ

Skinplants เป็นแบรนด์ที่เดิมทีเริ่มจากการขายส่วนผสม วัตถุดิบธรรมชาติในเครื่องสำอาง
มานานกว่า10ปี จนเริ่มมีการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มNatural Skincare
หรือผลิตภัณฑ์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ พอเริ่มวางจำหน่ายก็ได้ผลตอบรับที่ดี ใช้แล้วเห็นผล
กลุ่มผู้ใช้มีผิวที่แข็งแรงขึ้น เบลล์เองก็เคยใช้สกินแคร์ของ Skinplants ซึ่งมันก็ใช้ดีและเห็นผลจริงๆ
Skinplants จึงนับว่าเป็นเครื่องสําอางแนวคิดใหม่ที่มีจุดมุ่งหมายที่จะ
ส่งผ่านพลังธรรมชาติสู่การบํารุงผิวอย่างยั่งยืน


ทราบเรื่องราวของแบรนด์ Skinplants กันพอหอมปากหอมคอ
เรามาเข้าประเด็น มาดูสิ่งที่เบลล์นำมารีวิวในบล็อกนี้กันเลยดีกว่าค่ะ



ข้อมูลผลิตภัณฑ์ (อ้างอิงจากแบรนด์)
Skinplants Absolutely Clean’n Remover เป็นรีมูฟเวอร์ในรูปแบบน้ำ
ใช้เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ด้วยนวัตกรรมธรรมชาติ Natural Micellar Solution
ซึ่งมีโมเลกุลพิเศษ ที่มีความสามารถในการกักเก็บน้ำมันส่วนเกิน
และทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางฝังลึก
แก้ปัญหาต้นเหตุของการเกิดสิว ลดการเกิดปัญหาสิวอุดตัน สิวเสี้ยน สิวผด
ลดการสะสมของแบคทีเรียบนผิว รูขุมขนดูกระชับ ผิวเนียนใส
ช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางและครีมกันแดด แม้สูตรกันน้ำ พร้อมให้ความรู้สึกนุ่มลื่น เคลือบผิว
ลดต้นเหตุของการเกิดริ้วรอย รอยแดง ที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผิวในขณะเช็ด
ด้วยคุณค่าของไฮยาลูรอนิกแอซิดจากธรรมชาติเข้มข้น
อีกทั้งยังช่วยปลุกผิวให้สดชื่น เปล่งปลั่ง ไม่แห้งตึง
ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ส่วนประกอบสำคัญ
• ใบแบล็คเคอร์เรนท์และราสเบอร์รี่เกรดออแกนิกส์ (Super Leaves)
อุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง
ช่วยป้องกันและลดปัญหาการเกิดสิวเสี้ยน สิวหัวดำ ปกป้องน้ำมันในผิว
ไม่ให้เกิดการแข็งตัวอุดตัน อันทำให้เกิดสิวอุดตัน ทั้งยังลดการอักเสบของผิว
และควบคุมความมันบนใบหน้า
• โพลีแซคคาไรด์จากธรรมชาติ
ช่วยเคลือบผิวเพื่อป้องกันและลดการสะสมของแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของสิว
ช่วยลดการอักเสบของสิว ลดอาการแพ้ บวมแดง ผื่นระคายเคือง
ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เหมาะกับผิวบอบบาง
• สารสกัดจาก Cannadian Willowherb
ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว หรือ P.acnes
อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอีและซี
ช่วยลดอาการบวมแดง รอยแดงจากสิว ช่วยดูแลปัญหาผิวที่เกิดจากการระคายเคือง
และปกป้องเซลล์ผิวจากการทำร้ายของสารเคมี
• สารสกัดจากดอกเดซี่ออแกนิกส์
อุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซาโปนิน และโพลีแซคคาไรด์
มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ดีกว่าอาร์บูติน
ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ลดเลือนจุดด่างดำ
พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
• Sodium Hyaluronate
ช่วยเติมน้ำหล่อเลี้ยงคงความชุ่มชื้นใต้เซลล์ผิว เสมือนสารหล่อลื่นเคลือบบนผิว
ทำให้น้ำในผิวระเหยได้น้อยลง ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง เนียนนุ่มน่าสัมผัส
ลดเลือนริ้วรอยและความแห้งกร้านที่เกิดจากการขาดการบำรุงได้เป็นอย่างดี
• น้ำสกัดจากดอกวิซฮาเซลออแกนิคส์
ได้รับการรับรองจากสภาบัน Ecocert ช่วยกระชับรูขุมขน
ปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน ลดการระคายเคือง พร้อมปลุกให้ผิวสดชื่นอยู่เสมอ


สรุปคุณสมบัติเด่น
• ส่วนผสมมาจากธรรมชาติ 99.5 % ทำให้เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่ายก็ใช้ได้
• ทำความสะอาดได้ล้ำลึก ขจัดคราบเครื่องสำอางฝังลึกได้ดี
• ให้ความรู้สึกนุ่มลื่น เหมือนมีฟิล์มเคลือบผิว ลดการเสียดสีขณะเช็ด

ปริมาณบรรจุและราคา มี 2 ขนาด คือ
50 ml. ราคา 280.- และ 150 ml. ราคา 680.-

บรรจุภัณฑ์
สำหรับขวดที่เบลล์ได้มาลองจะเป็นขนาด150ml.
เค้าจะมาในรูปแบบกล่องทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดเท่ๆ สีพาสเทลน่ารักๆ ดูสะอาดตาแบบนี้ค่ะ



รอบด้านกล่องมีระบุรายละเอียด ข้อมูลจำเป็นต่างๆครบถ้วนเลยค่ะ
ทำกราฟฟิกออกมาได้สะอาดตาดีมาก ดูมีราคา น่าใช้มากๆค่ะ
ที่ฝาด้านบนและด้านล่างจะมีสติ๊กเกอร์กันการแกะ ติดไว้ด้วย
ดูสะอาดปลอดภัย น่าเชื่อถือดีทีเดียว



ด้านในกล่อง เปิดมาจะเจอกับขวดขวดทรงกลมหน้าตาดูเรียบเท่
ตัวขวดทำจากพลาสติกแข็ง สีขาวมุข ส่องดีๆจะเห็นผิวมุขระยิบเล่นกับแสงไฟ



ฝาขวดเป็นแบบฝาเกลียว เปิดออกมาจะเจอกับจุกขวดด้านใน เอาไว้สำหรับเทใส่สำลีค่ะ



เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นน้ำเหลวๆใสๆ มีสีเหลืองเจือนิดๆ
จะสังเกตเห็นได้เวลาเทใส่สำลีสีขาวค่ะ



เนื้อรีมูฟเวอร์ตัวนี้ไม่ได้เหลวใสเหมือนน้ำเปล่านะคะ เค้าจะมีความเข้มข้นกว่านิดๆ
มีความลื่นๆอยู่ในตัว เวลาลูบไปบนผิวจะรู้สึกว่าลื่นผิวมากกกกก เหมือนมีชั้นฟิล์มบางๆเคลือบบนผิว
คล้ายๆเวลาเราล้างกระทะเทฟลอน ลื่นๆแนวนั้นเลยค่ะ 5555
ด้วยความลื่นนี้เอง เป็นจุดเด่นที่แตกต่างสำหรับรีมูฟเวอร์ตัวนี้ ความลื่นจะมาช่วยลดแรงเสียดสีขณะเช็ดหน้า
ทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองต่อผิว ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยและรอยแดงที่เกิดจากการเช็ดถูแรงๆ
ในส่วนของกลิ่น ไม่ได้หอมฉุนแบบน้ำหอมนะคะ แต่ก็ไม่เหม็น เอ๊ะยังไง 55555
คือเบลล์คิดว่ามันคงเป็นกลิ่นจากส่วนผสมในเนื้อผลิตภัณฑ์ แต่บอกเลยว่าไม่เหม็น ใช้ได้สบายๆค่ะ

วิธีการใช้งาน
เทลงบนสำลี แล้วเช็ดลงบนผิวที่ต้องการทำความสะอาด เช็ดเบาๆ สามารถเปลี่ยนสำลีใหม่
เช็ดจนไม่มีเครื่องสำอางหลุดติดสำลีแล้ว แปลว่าสะอาดแล้วค่ะ

มาถึงตรงนี้แล้ว เรามาทดสอบประสิทธิภาพการทำความสะอาดกันเลยดีกว่าค่ะ
เบลล์ขอเริ่มจากลองเช็ดเครื่องสำอางต่างๆที่ป้ายไว้บนแขน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเช็ดอะไรออกไม่ออกบ้าง
งานนี้ต้องบอกเลยว่าคัดมาแต่ตัวพีคๆ ติดแน่นๆ อยู่ทนอยู่นาน ถ้าเช็ดออกได้แปลว่าเวิร์คทีเดียวค่ะ

ผลการใช้งาน
ยังไม่อยากเล่าอะไรมาก ให้ภาพนี้แทนคำอธิบายเลยดีกว่าค่ะ



ในรูปนี้เบลล์เช็ดช้าๆแค่รอบเดียว จะเห็นเลยว่าพวกรองพื้น แป้ง บลัชต่างๆหลุดเกลี้ยง
จะยังมีเหลือแค่ครีมบลัช เจลเขียนคิ้วที่ยังไม่เกลี้ยง และสุดท้ายคืออายไลน์เนอร์ที่ติดทนมากกกกก
แต่พอเช็ดซ้ำอีกรอบ ก็สะอาดเกลี้ยงทีเดียวค่ะ

รูปนี้คือ คราบเมคอัพที่เช็ดออกในรอบแรกค่ะ



เช็ดกันแบบซูมๆชัดๆไปแล้ว เรามาดูของจริง เช็ดเมคอัพบนผิวหน้าให้ดูกันชัดๆกันบ้าง



วันนี้แต่งหน้าแน่นมากนะคะ เรียกได้ว่าจัดเต็ม อะไรที่ติดทนๆกันน้ำกันเลือน อยู่บนหน้าเบลล์หมดแล้ว
แค่เช็ดเบาๆด้วย Skinplants Absolutely Clean’n Remover เมคอัพก็หลุดออกอย่างง่ายดาย
ตอนเช็ดบริเวณเปลือกตาเบลล์จะแปะสำลีค้างไว้ นับ1-10 แล้วลูบออกช้าๆ
เมคอัพรอบดวงตาออกง่ายมาก ทั้งอายไลน์เนอร์ มาสคาร่ากันน้ำ ก็สะอาดเกลี้ยงค่ะ
แต่อย่าชุบสำลีชุ่มไปนะคะ เข้าตาแอบแสบตานิดๆ ถ้าชุบมาแบบพอดีๆ มันจะไม่เข้าตาเลยค่ะ
สังเกตเวลาที่เช็ดผิวช่วงหน้าแก้มแบบช้าๆจะเห็นเลยว่ารองพื้นเค้าค่อยๆสลายตัวออกจากรูขุมขน
แล้วหลุดติดมากับสำลีอย่างง่ายดาย เช็ดง่าย เช็ดลื่นมากๆๆๆๆ
จริงๆไม่ควรเรียกว่าเช็ด ควรใช้คำว่า "ลูบ" จะเห็นภาพมากกว่าค่ะ คือเนื้อรีมูฟเวอร์เค้าลื่นจริงๆ
ไม่มีคำว่าบาดผิวเลยนะคะ เช็ดซ้ำสองรอบจนผิวสะอาดเกลี้ยง ผิวก็ไม่แดง ไม่แสบ ไม่ฝืดๆแบบเอี๊ยดๆนะคะ
ตอนใช้ครั้งแรกแอบคิดในใจว่า เอ๊ะ ลื่นขนาดนี้สงสัยเช็ดเสร็จผิวคงต้องมันๆลื่นๆเลื่อมๆแหงเลย
แต่บอกเลยว่าผิดคาดมากค่ะผิวนุ่มมากกกกกกกก ไม่แห้งตึงและไม่มันเลื่อม
เหมือนผิวยังคงความชุ่มชื้นเด้งดึ๋ง คล้ายๆเวลาที่เราลงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เสร็จใหม่ๆ อะไรแบบนั้น
คือประทับใจค่ะ



สำหรับเบลล์ Skinplants Absolutely Clean’n Remover เป็นรีมูฟเวอร์แบบน้ำที่เวิร์คมากๆตัวนึงเลยนะคะ .ทำความสะอาดผิวได้ดีมากๆ ให้ฟีลลิ่งที่ดีทั้งขณะเช็ดและหลังเช็ด
ใช้แล้วผิวแล้วไม่แห้งตึง ทั้งยังมีส่วนผสมจากธรรมชาติเกือบ100%
ทำให้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว อาจจะติดที่ราคาแอบแพงไปนิด
แต่ถ้าใครมีงบไม่อั้น อยากให้ลองจริงๆค่ะ แล้วคุณจะติดใจเหมือนเบลล์ :)



สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆตามนี้ค่ะhttps://www.facebook.com/skinplants
//www.skinplants.com/
Line ID: @skinplants
Hotline :02-939-1458

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้
เจอกันใหม่รีวิวหน้าค่ะบายๆ :)






 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2559    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2559 20:04:40 น.
Counter : 6016 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.