ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW รีวิว Facile’ Horse Placenta Repair Mask มาส์คชีทพลาเซนต้าม้า

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีมาส์กชีทตัวใหม่มาแนะนำค่ะ จากที่เบลล์ลองใช้มาส์กมาหลากหลายแบรนด์ หลายรูปแบบ 

มาส์กชีทเป็นมาส์กรูปแบบที่ใช้ง่าย สะดวกสุดๆแล้ว ซึ่งมาส์กที่เบลล์จะนำมารีวิวในวันนี้ 
ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว มาส์กชีทตัวนี้ชื่อว่า Facile' Horse Placenta Repair Mask 
เป็นมาส์กที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากรกม้า ซึ่งทางแบรนด์เคลมคุณสมบัติไว้ว่า... 

“บอกลาผิวโทรม เป็นผิวสวยแบบเร่งด่วน ทางลัดฟื้นฟูผิว รู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรก" 

จะเริ่ดแค่ไหนเดี๋ยวเบลล์จะรีวิวให้ดูกันชัดๆ ตอนนี้มาเรามาดูรูปร่างหน้าตาภายนอกกันก่อนนะคะ 
หน้าตาแพ๊คเกจเค้าจะเป็นกล่องสีดำลายสีทองแบบนี้ค่ะ


ด้านหลังกล่องมีรายละเอียดสำคัญต่างๆครบถ้วน มีฉลากสติ๊กเกอร์ภาษาไทยแปะกำกับไว้ด้วย 

ราคา กล่องละ 380 บาท บรรจุ จำนวน 4 ซอง
เลขที่จดแจ้ง 10-2-5837211 
ปริมาตรสุทธิ 23g. 

และในส่วนของส่วนผสม ถ้าดูจากรูปอาจจะไม่ชัด เบลล์ขออ้างอิงข้อมูลจากทางแบรนด์ตามนี้เลยค่ะ 

สารประกอบที่สำคัญ
Hydrolyzed Horse Placenta Extract, Snail Secretion Filtrate, Gold , Hydrolyzed Collagen ,Althsea Rosea Flower Extract, Portulaca Oleracea Extract, Opuntla Coccinellifeera Flower Extract, Lonicera japonica Flower Extract, Aloe Barbadensis Leaf Extract, Amor phophallus Konjac Roof Extract, Nymphaea Alba Root Extract, Grapefruit Extract


ด้านในกล่องบรรจุมาส์กชีท 4ซองหลังซองมาส์กก็มีเขียนรายละเอียดเป็นภาษาเกาหลีและอังกฤษ


คุณสมบัติเด่นๆของมาส์กตัวนี้
- ช่วยลดเม็ดสีเมลานิน ลดฝ้ากระ จุดด่างดำและปรับผิวให้ขาวขึ้น 
- เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ช่วยลดรอยแดง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ผิวแข็งแรง 
- ช่วยลดการอักเสบของสิว ฟื้นฟูผิวทำให้หลอดเลือดแข็งแรง 
- ช่วยยกกระชับและริ้วรอย กระตุ้นเซลล์สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน 
- ช่วยทำให้ใต้ผิวมีความชุ่มชื้น เสริมความยืดหยุ่นทำให้ผิวสุขภาพดี 

เรามาฉีกซองกันเลยดีกว่า 
ฉีกออกมา เจอกับแผ่นมาส์กสีขาวหนานุ่ม ชุ่มฉ่ำ อุ้มน้ำเอสเซนส์ดีมากๆ


ลองคลี่ออกมา.. 
แผ่นมาส์กเค้าหนานุ่มดีจริงๆค่ะ


ลองแปะลงบนหน้า แผ่นใหญ่ ครอบคลุมหน้าอันใหญ่โตของเบลล์ได้มิด เริ่ด!


วิธีการใช้
1. ล้างหน้าให้สะอาด หรืออาจจะสครับผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เวลาบำรุงจะทำได้ดีขึ้นค่ะ 
2. กางแผ่นมาส์ก แปะลงบนหน้าให้แนบไปกับผิว เว้นตาปละปากตามรอบไดคัท 
3. ใช้นิ้วมือลูบ ไล่ฟองออากาศออก ให้แผ่นมาส์กแนบสนิทไปกับผิว 
4. มาส์กทิ้งไว้ 20 นาที ค่อยลอกแผ่นมาส์กออก นวดหน้าเบาๆให้เอสซนส์ซึมลงสู่ผิวได้ดีขึ้น 

ความรู้สึกขณะมาส์ก
แผ่นมาส์กนุ่มกระชับรับกับหน้าดีมาก รู้สึกเย็นๆสบายผิวมาก ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ผ่อนคลายสุดๆ 

ผลลัพธ์หลังมาส์ก
จะเห็นเลยว่าหน้าดูสดใสขึ้น ขาวกระจ่างขึ้นนิดนึง ผิวนุ่มๆชุ่มชื้นขึ้น 
ให้ความรู้สึกดีเหมือนผิวได้รับการบำรุง แต่ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะให้รำคาญผิว


ความเห็นส่วนตัว
เบลล์คิดว่าเป็นมาส์กที่ใช้แล้วให้ความรู้สึกดี และสามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ครั้งแรก 
คุ้มราคา ถ้าใช้หมดจะไปซื้อมาตุนในตู้เย็นแน่นอนจ้า 

สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางต่างๆตามนี้เลยค่ะ 
Line :Facile.official 
IG : @facileofficial

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่รีวิวหน้านะคะ

บ๊ายบาย 
Smiley






 

Create Date : 28 กันยายน 2558    
Last Update : 28 กันยายน 2558 21:29:57 น.
Counter : 1775 Pageviews.  

REVIEW รีวิว Laura Mercier Silk Crème Oil Free Photo Edition Foundation

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรองพื้นใหม่มารีวิวให้ชมกันค่ะ 

ขอออกตัวแรงเลยว่าเป็นรองพื้นที่ใช้แล้วเลิฟจริงไรจริง 
มาวินชิงตำแหน่งขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในบรรดารองพื้นลูกรักไปแล้ว 
รองพื้นที่เบลล์กำลังกรี๊ดหนักมากในตอนนี้ ก็คือ อันนี้เลยยยยย 



ชื่อเต็มๆเค้าชื่อว่า Laura Mercier Silk Crème Oil Free Photo Edition Foundation
เป็นรองพื้นที่เน้นระดับการปกปิดสูง หรือ Full Coverage ซึ่งจริงๆรองพื้นรุ่นนี้เค้า Launch ออกมาพร้อมกัน 2 สูตร 
คือ สูตร Oil Free สำหรับผิวผสม-ผิวมัน และสูตร Moisture สำหรับสาวผิวแห้ง-ผิวธรรมดา 
เบลล์เป็นสาวผิวผสมก็เลยเลือกใช้รุ่น Oil Free ค่ะ 

บรรจุภัณฑ์
รองพื้นรุ่นนี้เค้าจะบรรจุในหลอดบีบสีดำ ฝาเมทัลลิกรมดำเท่ๆ 
ซึ่งรุ่น Oil Free ตัวหลอดจะเป็นสีดำด้าน ถ้าเป็นรุ่น Moisture จะเป็นดำเงาค่ะ 
ทั้งสองรุ่นมาในกล่องสีเทาตามแบบฉบับของ Laura Mercier เลยจ้า 
(ไม่มีกล่องเลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดูโน๊ะ)


ด้านหน้าหลอดเขียนชื่อรุ่นไว้แบบเรียบๆเท่ๆ 
ส่วนด้านหลังบอกทคนิกวิธีใช้ ขนาดบรรจุ ที่ผลิตไว้เรียบร้อย และจะมีสติ๊กเกอร์วงกลมบอกชื่อสีแปะไว้ด้วยค่ะ 

ขนาดบรรจุและราคา
30 ml ราคา 1,950 บาท 

เฉดสี
รองพื้นรุ่นนี้ผลิตออกมาทั้งหมด 12 สี ตาม Chart นี้เลยจ้า
ซึ่งถือว่าครอบคลุมทั้งโทนสีผิว undertone ทั้งเหลืองและชมพู มีทั้งเข้มอ่อนต่างกันให้เลือกเยอะมาก 
แต่เบลล์แนะนำให้ไปลองทาบนหน้า ให้ BA ช่วยเทสที่เคาน์เตอร์เลยจ้า 
เพราะแม้ว่าชื่อสีอาจจะซ้ำกับรุ่นอื่นๆ แต่สีต่างกันนะคะ 
เบลล์ใช้สี Bamboo Beige เป็นโทนเหลืองระดับกลางๆค่ะ ใครผิวเหลืองๆไม่มีผิดหวังแน่นอนจ้า 

เนื้อสัมผัส
เนื้อครีมเหลวปานกลาง ไม่เหลวแบบน้ำ แต่ก็ไม่ข้นขนาดครีมในกระปุก ไม่ไหลย้อย ไม่หนืดจนเกลี่ยไม่ไป 
เรียกได้ว่าความเหลวกำลังพอดี เกลี่ยง่ายค่ะ 


คุณสมบัติเด่น
รองพื้นรุ่นนี้ทางแบรนด์เคลมว่า เป็นรองพื้นที่คุณ Laura Mercier เลือกใช้แต่งหน้าให้นางแบบ และเหล่า Celebrities คนดัง
เพื่อให้ได้ผิวสวย เนียน ไร้ที่ติ ด้วยเม็ดสีเข้มข้นเพื่อการปกปิดแบบ Full Coverage ปกปิดสูง 
อำพรางได้ทั้ง ฝ้า กระ จุดด่างดำที่ยากต่อการปกปิด แต่เนื้อเนียนบางสบายผิวตลอดวัน 
สวยเป๊ะไม่ต้องพึ่งapp ไม่ต้องรีทัชกันเลยทีเดียว ให้สาวๆพร้อมเสมอที่จะออกสื่อ หรือแม้แต่จะเจอปาปารัซซี่ 
แถมรองพื้นรุ่นนี้ยังติดทนถึง 12 ชม. แม้จะต้องเจอทั้งแสงไฟและแฟลช 

แหม.. อ่านแค่คำเคลมก็ตาลุกวาวแล้ว เดี๋ยวเรามาพิสูจน์กันค่ะ

วิธีการใช้
รองพื้นรุ่นนี้เป็นเนื้อครีม สามารถใช้อุปกรณ์ในการช่วยลงได้ทุกแบบ 
จะนิ้ว จะแปรง หรือฟองน้ำก็ใช้ทาได้ทั้งหมดค่ะ แต่ที่ BA แนะนำมา คือ ถ้าต้องการให้ปกปิดแบบเนียนกริบ 
ผิวเรียบสวยเฟอร์เฟกต์ แนะนำให้ใช้ฟองน้ำที่แถมมา ชุบน้ำบิดหมาดๆแล้วใช้วิธีกดๆแท๊บๆๆๆ 
ผิวจะเนียนมากกกกกก เบลล์เองได้ลองใช้ทั้งสามวิธี พบว่า 


1. ใช้นิ้วทา  ก็เกลี่ยง่าย สามารถทาได้ทั่วหน้าโดยที่รองพื้นยังไม่เซ็ทตัว 
และ finish look ที่ได้ก็ดูเรียบเนียนแต่ไม่กริบเท่าใช้ฟองน้ำค่ะ 
การใช้นิ้วทา อาจจะควบคุมความหนาบางในแต่ละบริเวณได้ไม่ดีเท่าการใช้แปรงหรือฟองน้ำ 
แต่โดยรวมก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว ถ้าวันไหนรีบๆ ใช้นิ้วเกลี่ยก็สวยจ้า 

2. ใช้แปรงหัวตัด  เกลี่ยแบบวงกลมค่อยๆเกลี่ยไปทั่วๆ รองพื้นจะเนียน แต่เนื้อจะบางกว่า 
ปกปิดน้อยกว่าการใช้นิ้วทา แต่ทาได้ทั่วหน้าไวกว่าใช้นิ้วหรือฟองน้ำ 
ถ้าใครถนัดใช้แปรง รองพื้นตัวนี้ก็เวิร์คจ้า 

3. ใช้ฟองน้ำหมาด ค่อยๆกดๆแท๊บๆ อันนี้คือที่สุดแล้วสำหรับรองพื้นตัวนี้ ให้ผิวที่เนียนมว๊ากกกกกกก 
เพิ่มระดับการปกปิดได้เรื่อยๆ คือ ทาทับไปทีละชั้นบางๆ รองพื้นจะดูไม่หนาเตอะ แต่ปกปิดดีเยี่ยมเลยจ้า 


ทดสอบระดับการปกปิด
รองพื้นรุ่นนี้ปกปิดดีมาก แต่ถ้าอยากให้บางๆปกปิดกลางๆเลือกใช้แปรงลงนะคะ เนื้อจะบางลง ปกปิดน้อยลงหน่อยนึง 
แต่ด้วยรองพื้นรุ่นนี้เค้าเน้นการปกปิดสูงแบบ Full Coverage เบลล์จะใช้ฟองน้ำในการเกลี่ย 
เพื่อให้ได้เอฟเฟกต์สูงสุดตามจุดประสงค์ของผลิตภัณฑ์ค่ะ 

เรามาดูจากรูปกันเลยว่า ก่อนและหลังลงรองพื้น เป็นอย่างไร 


จากรูป ภาพรวมจะเห็นเลยว่าปกปิดดีมว๊ากกกกกกกก รอยกระ รอยดำจากสิวเก่า รอยแดง หายไปเลย 
จะเหลือแต่ไฝจางๆ สีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอ ก็ดูเสมอกันมากขึ้น จากในรูปนี้เบลล์ไม่มีการลงเบสใดๆ 
ไม่มีกันแดด คือบำรุงผิวอย่างเดียว แล้วรองพื้นเลย และไม่มีการตบทับด้วยคอนซิลเลอร์ใดๆ 
แต่ใช้ตัวรองพื้นเองแต้มทับใต้ตาและเกลี่ยเบาๆ ก็สามารถปกปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ดี 
เรียกได้ว่า ถ้าใช้รองพื้นรุ่นนี้ ไม่ต้องใช้คอนซิลเลอร์เลยจ้า 

เรามาซูมเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดู finish ของผิวที่ได้แบบใกล้ๆกันนิดนึงดีกว่าค่ะ 


เนี๊ยนเนียนเนอะ พวกรอยสิวแดงๆนี่หายไปเลย แถมยังช่วยเบลอรูขุมขนให้ผิวดูละเอียดขึ้นด้วย 
ซูมยังไม่สะใจ พี่ขอใกล้ขึ้นอีก…


รูปบน คือหน้าสด 
รูปกลาง คือลงรองพื้นอย่างเดียว ฟินิชชิ่งผิวที่ได้จะไม่ได้แมท หรือด้านจนดูแบน 
แต่ยังมีความเงา โกลวนิดๆแต่ไม่วาวมัน คือเค้ายังให้มิติกับผิวดูเป็นธรรมชาติอยู่ 
ไม่ได้ดูเหมือนโบกคอนกรีตหนาเตอะมาแต่อย่างใด คือดีงาม ชอบๆๆ 
รูปล่างสุด เบลล์เซ็ทรองพื้นทับด้วยแป้งฝุ่นโปรงแสง Laura Mercier Translucent Loose Powder ตัวโปรดของเบลล์ 
แถมปัดแก้มเติมเฉดดิ้งข้างจมูกนิดหน่อย ผิวสุดท้ายที่ได้คือดูดีมาก นัวๆ 
เป๊ะแบบเข้าสตูถ่ายรูปได้เลย ไม่ต้องพึ่ง Photoshop เลยล่ะ 5555
เห็นปกปิดดีขนาดนี้ถามว่าหนักผิวมั้ย ถ้าเทียบกับรองพื้นเคาน์เตอร์แบรนด์อื่นๆที่ปกปิดได้ขนาดนี้ 
ตอบเลยว่าเบาสบายผิวมาก สามารถทาแล้วอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอึดอัดผิวเลยค่ะ เริ่ดๆๆๆ 

ทดสอบความติดทน
เค้าเคลมว่าติดทนถึง 12 ชม. อันนี้ต้องพิสูจน์ 
เบลล์ลองแต่งหน้า 6 โมงเช้า ไปทำงาน ใช้ชีวิตในออฟฟิศห้องแอร์ 
ตอนเที่ยงออกมาทานข้าวข้างนอก กินก๋วยเตี๋ยวริมทาง แดดเปรี้ยงๆนี่แหละ ลุยๆ 
บ่ายกลับออฟฟิศ เลิกงาน 6 โมง ตกเย็นกิจกรรมยังไม่หมด เพื่อความสะใจ และทดสอบแบบโอเวอร์นิดนึง 
หน้าเต็มเข้าฟิตเนสเลยจ้า วันนี้มีนัดกะเทรนเนอร์ ฝึกไป 1 ชม. เต็ม ยังค่ะ ยังไม่พอ 
เหงื่อยังไม่เยอะพอ เข้าคลาส Body Combat ต่อเลยจ้า อาจจะเล่นได้ไม่เต็ม100% 
แต่ก็เหนื่อยมากและเหงื่อออกเยอะมากกกกก (แอบกลัวขนตาหลุด เพราะเหงื่อเยอะมว๊ากจริงๆ 5555 ) 
ใครเคยเล่นน่าจะพอนึกภาพออกว่า เหงื่อไหลดุจน้ำป่าหลากเป็นอย่างไร ฮ่าๆๆๆ 

เอาล่ะ เรามาดูภาพประกอบกันเลยดีกว่า ว่ารองพื้นเราจะมีสภาพเป็นอย่างไรบ้างในช่วงเวลาต่างๆของวัน 
(สภาพแสงอาจจะแตกต่างกันบ้างนะคะ แต่พยามคุมเต็มที่ละจ้า) 


1. หน้าสด 
2. หลังแต่งหน้า1ชม. รองพื้นเริ่มเข้าที่ 
3. เวลา 12.00 พักเที่ยงหน้าเริ่มมัน มันช่วงจมูกกับหน้าแก้ม
แต่รองพื้นไม่มีอาการแตกหรือลอกร่อน หรือไหลลงมากอง คือยังเกาะบนผิวได้ดี 
4. เวลา 12.05 ซับหน้าด้วยทิชชูแห้ง 1 รอบ มีสีรองพื้นหลุดออกมานิดหน่อยค่ะ 
แต่หน้ายังเป๊ะ ผิวยังสภาพดีมาก ไม่ต้องทัชอัพหรือเติมแป้งเลย ใช้ชีวิตต่อไปสวยๆ 
5. เวลา 18.00 เลิกงานแล้ว หน้ายังเป๊ะจ้า นี่ก็ครบ 12 ชม.ตามคำเคลมแล้วนะ 
ถ้ายึดตามคำเคลมนี่ถือว่าสอบผ่านฉลุยแล้วนะ 
แต่ไหนๆก็ทดสอบแล้ว ขอ Over testing หน่อยแล้วกัน หน้าเต็มๆงี้เข้าฟิตเนสเลยค่ะ 
6. เวลา 22.00 หลังเข้าฟิตเนส กลับมาถึงบ้านแล้วค่ะ สภาพแสงเดียวกับรูปแรก 
พวก point makeup ดูเยินละ มีคราบไลน์เนอร์มาสคาร่าตกลงมาใต้ตานิดหน่อย 
แก้มสีจางลง ปากนี่เยินมาก5555 แต่รองพื้นยังถือว่าโอเคเลยนะ ตรงจมูกมีหลุดนิดหน่อย 
รอยดำเริ่มปรากฏ แต่โดยรวมคือยังไหว ยังไม่เละเท่าแบบไม่ทารองพื้น 
สภาพนี้คือ ผ่านเหงื่อมาเยอะมาก และเบลล์ซับเหงื่อบ่อยมากๆ 
เรียกได้ว่าแวะซับเหงื่อทุกรอยต่อของแทรคเพลงใน Body Combat เลย 
จะไม่ซับก็ไม่ไหว เหงื่อมันไหลลงคิ้วจะเข้าตา 5555 ตอนซับไม่ค่อยมีรองพื้นติดผ้าเลยนะ 
คือหลุดน้อยมากเมื่อเทียบกับตอนหน้ามันๆ เลยแอบคิดว่ารองพื้นตัวนี้ ทนน้ำทนเหงื่อดีกว่าทนน้ำมันค่ะ 

แอบเอารูปหลังเล่น Combat มาให้ดูค่ะ (เค้าเข้าฟิตเนสจริงๆ เล่นจริงๆนะ 
ตอนออกมานี่หน้าอย่างเหนื่อย เขินเมมเบอร์คนอื่นๆเหมือนกันนะ แต่เพื่อรีวิวจัดเต็ม เก๊ายอมมมม ) 


รูปซ้าย คือตอน 18.00 หลังเลิกงาน 
รูปกลาง คือหลังเล่น Body Combat ถ่ายที่คลับแสงน้อยไปนิด 
รูปขวา คือ หลังจากกลับถึงบ้าน แสงดีหน่อยเลยจะเห็นว่า มีรองพื้นบางส่วนหลุดบ้าง 
แต่ยังไม่เปลือย ถ้าจะแอบไปเที่ยวดึกๆต่อ ก็ตบแป้งทับตรงจมูก ซ่อม point makeup นิดนึง ก็ไปต่อได้เลยค่ะ 

เอารูปซูมๆมาให้ดูกันชัดๆ ว่ารองพื้นยังเกาะผิวดีขนาดไหนในแต่ละช่วงเวลา


เอาล่ะ ทดสอบกันมาขนาดนี้แล้ว เบลล์ถือว่ารองพื้นตัวนี้ตอบโจทย์เบลล์มากๆ 
ปกปิดดีมาก ติดทนมาก เป๊ะมาก สามารถแต่งหน้าตอนเช้า เข้าออฟฟิศทำงาน ตกเย็นไปออกงานอีเว้นท์ต่อได้เลย 
ไม่ต้องซ่อม แถมยังเป็นรองพื้นที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเป๊ะแบบ Professional 
ใช้แต่งออกงานสำคัญต่างๆ แต่งถ่ายรูปได้สบายมาก ทั้งในสตูดิโอ และงาน Outdoor 
ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะวอกลอย เพราะไม่มีค่า SPF ไม่สะท้อนแสงแฟลช สามารถทาแล้วถ่ายรูปแบบใช้แฟลชได้ 
แต่งหน้าเข้าผับก็เปิดแฟลชถ่ายรูปได้ หน้าไม่ลอยแน่นอนค่ะ และเหมาะกับสาวๆที่มีไลฟสไตล์แบบเซเลป 
ไม่ต้องกลัวว่ารูปแอบถ่ายจะหน้าไม่ปัง เพราะสวยเป๊ะทั้งวัน รองพื้นแน่นตลอดเวลา 
จะโดนแอบถ่ายตอนไหน มุมไหนก็สวยเสมอ555 
สรุปเลยว่า เป็นรองพื้นลูกรักไปแล้ว ถ้าใช้หมดมีซื้อต่อแน่นอนค่ะ 

สำหรับในส่วนของรีวิว เบลล์ก็จัดเต็มให้อ่านกันแบบจุใจกันไปแล้ว แต่ยังไม่จบแค่นี้ 
เพื่อให้เห็นภาพว่า ถ้าแต่งหน้าออกงาน แต่งหน้าปังๆกับรองพื้นรุ่นนี้ จะออกมาสวยแค่ไหน 
เบลล์ได้ทำ How To แต่งหน้าสองลุ๊ค แบบDay to Night จำลองสถานการณ์ว่า 
ถ้าแต่งหน้าตอนเช้าไปทำงานสวยๆแบบนางเอกในละคร ตกเย็นต้องออกงาน ออกอีเว้นท์ 
ต้องการความเผ็ด ความแซ่บแบบนางร้ายนัดตบ ก็เติม point makeup อีกนิดและไปต่อได้เลย 
2 ลุ๊คนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ติดตามชมได้ใน link นี้เลยค่ะ



สำหรับใครที่สนใจรองพื้นรุ่นนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามนี้เลยจ้า 

สำหรับรีวิวนี้ คงจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกๆคนสำหรับการติดตามนะคะ 
วันนี้ขอตัวไปนัดตบ เอ๊ยยย ไม่ใช่ ขอตัวไปนอนสลบซ่อมเซลล์ละจ้า Combat จนปวดตัวเลย ฮ่าๆๆๆๆ 

บายจ้า
Smiley





 

Create Date : 06 กันยายน 2558    
Last Update : 6 กันยายน 2558 17:04:37 น.
Counter : 29916 Pageviews.  

REVIEW รีวิว DERMA V one step recovery treatment mask

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มี Sleeping Mask ตัวใหม่มารีวิวให้ชมกันค่ะ 

มาส์กตัวนี้ชื่อว่า DERMA V one step recovery treatment mask 
เป็นมาส์กจากแบรนด์ DERMA V เวชสําอางระดับพรีเมียม 
ก่อตั้งโดย แพทย์หญิงนฤมลทองศรีเนียม แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย 
ร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์เครืองสําอาง มีการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล 
จุดเด่นของแบรนด์นี้เค้าอยู่ที่ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะไม่ใส่น้ำหอม สีสังเคราะห์ พาราเบน 
รวมไปถึงสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้บ่อย และเค้าก็ให้ความสำคัญกับการคัดสรร 
สารสำคัญหรือ Active Ingredients ที่นำมาใช้ จะมีงานวิจัยรองรับ มีคุณภาพสูง อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว 
และเป็นสารนำเข้าจาก LAB ในต่างประเทศดูจากความตั้งใจของแบรนด์แล้ว 
ยิ่งทำให้ตัวผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจมากๆ 

เดี๋ยวเรามาดูมาส์กที่เบลล์นำมารีวิวกันเลยดีกว่า 
หน้าตาเค้าจะมาเป็นกล่องขาวๆ ข้างในเป็นกระปุกทรงกระบอก ดูเรียบๆสะอาดๆแบบนี้ค่ะ



เรามาแกะกล่องกันเลยดีกว่าค่ะ กล่องเค้าจะซีลพลาสติกใสมาแน่นหนา ดูสะอาด น่าเชื่อถือค่ะ



แต่ละด้านของกล่องจะมีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ เขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด 
แต่จะมีสติ๊กเกอร์ฉลากภาษาไทยกำกับไว้ด้วยค่ะ 

เมื่อเปิดกล่องออกก็จะเจอข้อความด้านในปีกกล่องแบบนี้ …



“THE WAY TO GET PERFECT SKIN” เป็นกิมมิคเก๋ๆที่มากับกล่อง 
ด้านในกล่องเค้าจะล๊อกกระปุกเอาไว้ตรงกลาง แพ๊คเกจจิ้งดูดีมากๆค่ะ 



ตัวกระปุกเป็นแบบสูญญากาศair-less pump ช่วยรักษาคุณภาพของเนื้อมาส์กได้ดี 
เพราะอากาศไม่เข้าไปโดนเนื้อผลิตภัณฑ์โดยตรง 

เวลาใช้ก็แค่กดตรงฝาสีขาวให้จมลง เนื้อครีมมาส์กจะไหลออกมาจากรูตรงกลาง 
เราก็ใช้นิ้วปาดเนื้อมาส์กมาทาผิวได้เลย



เนื้อมาส์กสีขาวข้น เกาะผิวได้ดี เวลาใช้เค้าแนะนำให้ใช้ในปริมาณที่เยอะกว่าครีมบำรุงผิวปกติ 2-3 เท่า 
ทาแล้วพอกนอนได้เลย ไม่ต้องล้างออก เนื้อมาส์กแม้จะข้นมาก แต่ซึมสู่ผิวได้ดีพอสมควรค่ะ 
ไม่ถึงกับซึมหายหมด ยังมีบางส่วนพอกเคลือบอยู่บนผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดี 
ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทำให้รู้สึกหนักผิว หรือหนึบหนับจนรำคาญ สามารถทาพอกแล้วนอนได้สบายๆเลยค่ะ 
เนื้อมาส์กไม่มีกลิ่นน้ำหอม เป็นกลิ่นจากส่วนผสมจริงๆ ซึ่งก็ไม่ได้เหม็นแต่ไม่มีความหอมค่ะ 
ทาไปแล้วไม่รู้สึกร้อนหรือเย็นเป็นพิเศษ จะออกแนวชุ่มชื้นๆมากกว่าค่ะ 

คุณสมบัติเด่น
DERMA V one step recovery treatment mask (ขนาด 30 g ราคา 990 บาท) 
เป็นมาส์กบํารุงผิวสูตรเข้มข้น เพื่อการปรนนิบัติและฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนในขั้นตอนเดียว 
ให้ผิวเนียนนุ่ม เปล่งประกาย รูขุมขนกระชับ สีผิวกระจ่างใสสม่ำเสมอ ลดรอยแดงจากสิว ผด ผื่น 
และฟื้นฟูสภาพผิวที่ผ่านการแพ้ หรือหมองคล้ำจากแสงแดดและมลภาวะ เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนใน 4 สัปดาห์ 
ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสีสังเคราะห์ ไม่มีพาราเบน เหมาะกับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวที่แพ้ง่าย 

มาส์ก DERMA V อุดมด้วยสารสกัดที่เป็นอาหารผิวถึง 12 ชนิด 
1. Neurolight.61 G: สกัดจากลิลลีทะเล มีคุณสมบัติในการลดเลือนเม็ดสีที่มีสาเหตุมาจากวัย ( Age spots) และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ 
2. Perfection Peptide P3 เร่งกระบวนการผลัดเซลล์อย่างอ่อนโยน โดยเป็นการผลัดเซลล์ผิวแบบ Biomimetic (เลียนแบบธรรมชาติ) 
ช่วยทําให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน กระจ่าง สว่างใส และสีผิวสม่ำเสมอ 
3. Alpha-arbutin ช่วยลดการผลิตเม็ดสี ลดจุดด่างดำ ช่วยทำให้รอยดำจางลง 
4. Hyalo-oligoHyaluronic acid ชนิดใหม่ทีมีขนาดอานุภาพเล็กลง 
สามารถซึมผ่านผิวได้ดีขึ้น และกักเก็บน้ำในผิวได้มากกว่า hyaluronic acid ปกติถึง 2 เท่า 
5. Pentavitin ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาพอากาศแห้ง 
โดยจะทําหน้าที่เป็นmoisture magnet ดูดซับความชุ่มชื้นและถ่ายทอดลงสู่ผิว 
ให้มีความชุ่มชื้นมากขึ้น และช่วยลดการระคายเคือง 
6. Jojoba oil เป็น Natural oil เพิมความชุ่มชื้นสู่ผิว ไม่ให้แห้งกร้าน
มีคุณสมบัติทางเคมีใกล้เคียงกับซีบัม (น้ำมันทีร่างกายผลิตขึ้น) ไม่เหนียวเหนอะ 
สามารถซึมซาบลงสู่เซลล์ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนัง
ทําให้ผิวเนียนนุ่ม ช่วยลดรอยเหียวย่น ผิวแตกลาย และรักษารอยแผลเป็นให้ค่อยๆเลือนหายไป 
7. Rose hip oil ช่วยซ่อมแซม และดูแลผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีสารพิษ
ให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูผิวไหม้จากแดดหรือรังสีได้ดี ช่วยลดรอยแดง ช่วยให้รอยแผลเป็นนุ่มและจางลง 
8. Dermasyr TM สารสกัด stem cell จากพืช lilac leaf ช่วยยับยั้งสาเหตุของการเกิดสิว 
คือ ฆ่าเชื้อยีสต์และยับยั้งเชื้อ P.ACNE (เป็นเชื้อโรคชนิดหนึ่งทีอาศัยอยู่บริเวณรูขุมขน และเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว)
ลดอาการอักเสบและรอยแดงจากสิว 
9. Rhamnosoft ช่วยยับยั้งและลดอาการ แพ้ บวมแดงผดผืนคัน และเพิ่มการหลังสาร B-endophin
ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบสิว บวมแดง ผดผื่นคัน หายอย่างรวดเร็ว อาการดีขึ้น ใน 12 ชั่วโมง 
10. Ceramides ทำหน้าที่เป็น skin barrier หรือเกราะป้องกันผิว ช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทําให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง ผิวที่มีปริมาณ ceramides อย่างเพียงพอ
จะสุขภาพดี แข็งแรงและไม่แพ้ง่าย 
11. NiacinamideVitamin B3 เป็นสารที่ช่วยให้เซลล์ทํางานได้อย่างเป็นปกติ 
ช่วยลดเลือนริ้วรอยจากความแห้งกร้าน 
12. Physiogenyl PF เป็นการรวมของแร่ธาตุที่เป็นอาหารผิวหลายชนิด 
ช่วยมอบพลังงานให้กับเซลล์ผิวและให้ความชุ่มชื่นผิว เผยผิวที่สดใสและแข็งแรง 
ชดเชยการสูญเสียแร่ธาตุและพลังงานระหว่างวัน 

จากส่วนผสมมากมาย และจากคุณสมบัติที่ทางแบรนด์เคลมไว้ 
เดี๋ยวเรามาดูผลที่ได้จากการทดลองใช้กันเลยดีกว่าค่ะ 


ความรู้สึกหลังทดลองใช้
เบลล์ทดลองใช้ DERMA V one step recovery treatment maskมาประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว 
ต้องยอมรับเลยว่า เห็นผลลัพธ์ที่ดีตั้งแต่การใช้ครั้งแรก เบลล์พอกมาส์กไว้แล้วนอน ตื่นมาจะรู้สึกเลยว่าผิวนุ่มขึ้น 
ตอนแรกคิดว่า เอ๊ะ เราคิดไปเองรึเปล่า เลยทดลองใหม่ มาส์กแค่ครึ่งหน้า อีกด้านไม่ทาอะไรเลย แล้วนอน 
ตื่นมาพบว่า ผิวด้านที่มาส์กจะนุ่มกว่าจริงๆ แถมยังดูไบร์ทกว่าจิ๊ดนึงด้วยล่ะ 

รูปนี้ คือผลที่ได้สำหรับการใช้ครั้งแรกนะคะ (ทาทั้งหน้า) 



ความละเอียดของผิวดูจากภาพไม่ได้ต่างกัน แต่รอยสะเก็ดสิวที่มุมปากดูดีขึ้นค่ะ 
และบอกเลยว่ารู้สึกว่าผิวนุ่มๆดีค่ะ 

เบลล์มาส์กวันเว้นวันต่อเนื่อง เป็นเวลา 3 สัปดาห์



สิ่งที่เห็นได้ คือ ผิวดูสดใสขึ้น แม้จะนอนดึก โหมงานหนักรอยสิวเก่าหายไวขึ้น รอยแดงๆจางไวกว่าปกติ 
ยิ่งใช้เจลลดรอยแผลเป็น ยิ่งหายไวขึ้นอีกค่ะและรู้สึกเลยว่าการผลัดผิวไวขึ้น 
เพราะ ช่วงที่ลองวันแรกๆเบลล์มีสิวอุดตันเม็ดเล็กๆจมในผิว 
พอใช้ๆไปรู้สึกว่า สิวอุดตันถูกผลักขึ้นมาไวขึ้น 

ในรูป After เลยจะเห็นสิวใหม่ที่กลายเป็นรอยแดงแล้วก็มี แต่พวกสิวเก่าๆก็จางแล้ว 
นับว่าเห็นผลชัดเจนดีทีเดียวค่ะ



และที่เบลล์ถูกใจมากเป็นพิเศษคือ ผิวแข็งแรงขึ้น 
จากเดิมที่ก่อนใช้ เบลล์จะมีอาการผิวเห่อ อยู่ๆก็ผดแดงๆขึ้นเป็นปื้นๆ คันๆ 
แต่พอใช้ DERMA V one step recovery treatment mask ไปซักพัก อาการผดผื่นก็หายไปเลยค่ะ 
ไม่ขึ้นเลย ดีมากๆค่ะนอกจากนี้ พอผิวเราดีขึ้น การแต่งหน้าก็ง่ายขึ้น แป้งเกาะผิวดีขึ้น แต่งหน้าติดดีขึ้นด้วยค่ะ 
ใช้แล้วเห็นผลดีแบบนี้ เดี๋ยวใช้หมดเบลล์คงได้ซื้อใช้ต่อแน่นอนจ้า 


สำหรับสาวๆที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางต่างๆด้านล่างนี้เลยค่ะ 

Official Line ID : @derma_v 
IG : dermav_official 


สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ 
ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ 

บ๊ายบายยยย 
Smiley




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2558    
Last Update : 23 สิงหาคม 2558 21:21:04 น.
Counter : 2780 Pageviews.  

REVIEW รีวิว la delle White Lucent ชุดบำรุงผิวเพื่อผิวกระจ่างใส

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวสกินแคร์เซ็ทใหม่มาฝากกันเป็นสกินแคร์บำรุงผิว 

ช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใส ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอกัน 
เซ็ทนั้นก็คือ la delle White Lucent นั่นเองค่ะ



la delle White Lucent เป็นนวัตกรรมการบำรุงผิวขั้นสูงสุด ที่ผ่านการคิดค้นจากสถาบันวิจัยเครื่องสำอางค์ชั้นนำใน ประเทศเยอรมนี GERMANY 
ในซีรี่ส์นี้ ประกอบด้วย 
– Serum
– Day cream และ Night cream 
– Day emulsion และ Night emulsion สำหรับผู้ที่ผิวมัน - ธรรมดา 

ซึ่งเบลล์ได้ทดลองใช้ Serum Day Cream และ Night Cream เป็นเวลาสองสัปดาห์ 
จะเห็นผลหรือไม่ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร อ่านได้ในช่วงท้ายนะคะ 
ตอนนี้เรามาดูคุณสมบัติของแต่ละชิ้นกันก่อนดีกว่าค่ะ 


TOTAL BRIGHTENING SERUM

คุณสมบัติเด่น
(เบลล์ขออ้างอิงข้อความมากจากทางแบรนด์เลยนะคะ) 

ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีการปรนนิบัติผิวแบบองค์รวม ออกแบบมาให้ยับยั้งการทำงานของ melanin synthesis pathway 
ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างเม็ดสีที่มากเกินไปอย่างครบวงจร มีส่วนประกอบของ 
• La delle COSMO คืออนุพันธ์ของกรดอะมิโนบริสุทธิ์ (pure amino acid derivative) จากธรรมชาติ
ช่วยยับยั้งการเคลื่อนย้าย melanin ที่สร้างแล้วจาก cell melanocytes ไปที่ผิวชั้นบน 
และยับยั้งการทำงานของ tyrosinase 
• La delle ProBright PEP4   
เตตระเพปไทด์บริสุทธิ์ (pure tetrapeptide) จากธรรมชาติ 
ช่วยยับยั้งการกระตุ้น cell melanocyte จากรังสี UV โดยไปขัดขวาง keratinocyte/melanocyte communication 
จึงเป็นการลดการสร้าง melanin 






บรรจุภัณฑ์
ต้องบอกเลยว่า บรรจุภัณฑ์เค้าทำมาดีมากจริงๆค่ะ ให้ฟีลลิ่งแบบเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแพงๆ 
วัสดุแข็งแรง สกรีนฉลากได้เรียบร้อยสวยงาม ไม่มีการแปะฉลากแบบสติ๊กเกอร์ใสไก่กาอาราเล่ 
เป็นจุดที่ทำให้ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น 

กล่องด้านนอก เป็นกระดาษสีเงินเงาสะท้อน พิมพ์ฉลากสีขาว ดูหรูหรา น่าเชื่อถือ 
แต่แอบติดตรงที่อ่านยากไปนิดค่ะ เพราะกระดาษสีเงินมันสะท้อนแสงสุดๆไปเลย



บนกล่องด้านข้าง และด้านหลัง จะมีเขียนวิธีการใช้ ส่วนประกอบ และข้อมูลสำคัญครบถ้วน 
อาจจะอ่านยากนิดนึง แต่กล่องเค้าสวยจริงอะไรจริงค่ะ 

ในส่วนของข้อมูลวันผลิต ล๊อตผลิต มีติดไว้ทั้งบนกล่องและก้นขวด 
ไม่ต้องกลัวลืมถ้าทิ้งกล่องไปแล้ว



ส่วนด้านในเป็นขวดปั๊มสุญญากาศสวยงาม มาพร้อมกับฉลากกระดาษอยู่ในกล่อง 
ตัวขวดแข็งแรงแน่นหนา ไม่ก๊องแก๊งเลยค่ะ ติดอยู่นิดเดียวตรงที่หัวปั๊มถ้ากดแรงไป 
เนื้อเซรั่มอาจจะพุ่งออกมาแรงไปหน่อย ต้องค่อยๆกดนะคะ 



เนื้อผลิตภัณฑ์
เซรั่มเนื้อบางเบา ซึมไวมากๆ เบลล์ว่าเป็นเซรั่มเนื้อดีทีเดียวค่ะ ทาแล้วซึมหายไปเลย 
ไม่รู้สึกเหนอะหนะ หรือกองอยู่บนผิวเลย แถมมีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย 
คือจะบอกว่า เนื้อเซรั่มเค้าทำออกมาได้ฟีลลิ่งแบบเคาน์เตอร์แบรนด์เลยล่ะ ให้ฟีลลิ่งที่ดีมากๆค่ะ



นอกเหนือจากเซรั่มแล้ว ในซีรีส์ยังมี Day Cream และ Night Cream ให้ใช้ร่วมกันอย่างครบวงจร 
โดยทุกเช้าเบลล์จะทาเซรั่มก่อน แล้วตามด้วย Day Cream ก่อนลงกันแดดและแต่งหน้าตามปกติ 
ส่วนก่อนนอนก็ทาเซรั่มแล้วตามด้วย Night Cream 

Day Cream และ Night Cream เค้าจะมาในรูปแบบกระปุกกลมๆ สวยงามแบบนึ้ค่ะ



Day Cream ชื่อเต็มๆว่า Brightening Protective Cream SPF15
ส่วน Night Cream มีชื่อว่า Brightening Moisturizing Cream

คุณสมบัติเด่น
ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส เปล่งประจาย แลดูสุขภาพดี มีส่วนประกอบสำคัญ คือ 
• la delle Cosmo
คืออนุพันธ์ของกรดอะมิโนบริสุทธิ์ (pure amino acid derivative) จากธรรมชาติ
ช่วยยับยั้งการเคลื่อนย้าย melanin ที่สร้างแล้วจาก cell melanocytes ไปที่ผิวชั้นบน 
และยับยั้งการทำงานของ tyrosinase 
• la delle Hyaluron 
เก็บความชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นบำรุงผิว ให้ผิวที่ดูสวยบริสุทธิ์* 
• la delle Balancing Oil
สกัดจากน้ำมันธรรมชาติ มอบความชุ่มชื่นสู่ผิว ช่วยฟื้นบำรุงผิวล้ำลึก 

บรรจุภัณฑ์ 
ภายนอกเป็นกล่องสีเงินพิมพ์ตัวอักษรสีขาว สไตล์เดียวกับเซรั่ม 
ส่วนด้านในเป็นกระปุกกลมๆ มีฝาสองชั้น ปิดได้แน่นสนิท กระปุกดูสวยหรู ไม่ก๊องแก๊งเลยค่ะ

กล่อง Brightening Protective Cream SPF15 PA++



กระปุก Brightening Protective Cream SPF15 PA++



กระปุก Brightening Moisturizing Cream



กระปุกทั้งสองจะคล้ายๆกันค่ะ แต่ Night Cream จะพิมพ์ตัวอักษรสีม่วงเข้ม 
เวลามองผ่านจะเห็นได้ง่าย ไม่หยิบผิดแน่นอน
เนื้อผลิตภัณฑ์



(ด้านบน) 
Brightening Protective Cream SPF15 PA++
เป็นเนื้อครีมสีขาวเข้มข้น ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ 
ทาไปแล้วมีความมันเล็กน้อย แต่ไม่มันขึ้นระหว่างวัน ไม่ทำให้เมคอัพเยิ้มค่ะ 

(ด้านล่าง) 
Brightening Moisturizing Cream
เนื้อครีมสีขาวนุ่ม ชุ่มชื้น เนื้อจะออกแนวลื่นๆ ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วซึมไว ให้ผิวสัมผัสดีทีเดียวค่ะ 



ผลการลองใช้ผลิตภัณฑ์
เบลล์ใช้ la delle ทั้งชุด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ได้ผลประมาณนี้ค่ะ







จากที่ลองใช้มาประมาณ 14 วัน อาจจะไม่เห็นผลที่ชัดเจนในเรื่องความขาว 
แต่ช่วยให้สีผิวดูกลมกลืน สม่ำเสมอกันมากขึ้น รอยดำบางส่วนดูจางลง แต่ไม่ได้หายไปเลย 
โดยรวมก็ดูมีแนวโน้มที่ดีสำหรับระยะเวลาการทดลองเพียงเท่านี้ค่ะ 

สรุป
เบลล์ว่า la delle White Lucent เป็นสกินแคร์ที่ทำบรรจุภัณฑ์และเนื้อสัมผัสออกมาได้ดีมากๆ 
มีความปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงเพราะไม่มีส่วนผสมที่อันตราย หรือสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง 
ในส่วนของผลลัพธ์ที่ได้ ก็มีแนวโน้มทีดี แค่14วันก็เริ่มเห็นผลแล้ว ไม่ได้ขาวเร็วขาวไวสามวันสี่วันอะไรแบบนั้น 
ก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่อันตรายแน่นอน รวมๆแล้วทั้งแพคเกจ เนื้อสัมผัส ส่วนผสมและคุณสมบัติ 
เทียบกับเคาน์เตอร์แบรนด์ได้เลยค่ะ แต่ทั้งนี้ผลที่ได้อาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ลักษณะผิวของแต่ละคนนะคะ 

สำหรับราคา เค้าไม่แพงเว่อร์ เป็นระดับราคาที่โอเค คุณภาพสมราคาค่ะ 
Total Brightening Serum ราคา 1290 
Brightening Protective Cream SPF15 PA++ (DAY CREAM) ราคา 990 
Brightening Moisturizing Cream (NIGHT CREAM) ราคา 990 
Brightening Protective Emulsion SPF15 PA++ (Day Emulsion) ราคา 990 
Brightening Moisturizing Emulsion (Night Emulsion) ราคา 990 

และสำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ช่องทางต่างๆตามนี้เลยจ้า 
• IG: ladelle_asia 
• Line: ladelle 
• FaceBook: ladellebeauty 
• TEL: 092 587 9991 

สำหรับรีวิวเซ็ทนี้ คงจบเพียงเท่านี้
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

บ๊ายบาย
Smiley




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2558    
Last Update : 23 มิถุนายน 2558 7:56:27 น.
Counter : 2293 Pageviews.  

REVIEW รีวิว NIVEA Bright acne oil control make up clear cleansing water

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวตัวเช็ดเครื่องสำอางใหม่มารีวิวให้ชมกันอีกแล้ว 

คราวนี้เป็น Cleansing Water จากแบรนด์ที่คุ้นเคยกันดี NIVEA นั่นเองจ้า 
ชื่อเต็มๆ เค้าชื่อว่า 

NIVEA BRIGHT ACNE OIL CONTROL MAKE UP CLEAR CLEANSING WATER 
นีเวีย ไบร์ท แอคเน่ ออยล์ คอนโทรล เมคอัพ เคลียร์ คลีนซิ่ง วอเตอร์



คุณสมบัติ 
เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรน้ำ สำหรับผิวแต่งหน้าจัดเต็ม 
มัน หมองคล้ำ เป็นสิวง่าย แตกต่างด้วยนวัตกรรมไมเซล่า ออกซิเจน บูสท์ สลายเมคอัพกันน้ำ 
พร้อมเติมมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น & ออกซิเจนสู่ผิว 10X* ให้ผิวดูกระจ่างเด้ง ใส ไกลสิว 
*สารทำความสะอาด&มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงรวม 10 ชนิด 

บรรจุภัณฑ์
NIVEA Make Up Clear Cleansing Water มาในรูปแบบขวดใส 
มีฝาแค๊ปเปิดปิดแน่นสนิทจะเปิดใช้ก็สะดวก สามารถใช้มือเดียวเปิดแล้วเทได้เลย



ด้านหน้า ระบุชื่อและสรรพคุณโดยย่อเอาไว้ 
ส่วนด้านหลัง มีรายละเอียดคุณสมบัติต่างๆ สถานที่ผลิต ปริมาณ ส่วนประกอบครบถ้วน 

เบลล์ซูมส่วนประกอบมาให้อ่านกันค่ะ เผื่อสนใจ



เนื้อผลิตภัณฑ์ 
เป็นของเหลวใส ไม่สีสี ใสปิ๊งเหมือนน้ำเปล่า มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนจมูก 
เมื่อเทใส่ลำสีจะไม่เห็นสีใดๆค่ะ



จากคำเคลมของแบรนด์ อ่านดูแล้วน่าใช้มากๆ ไม่รอช้าค่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า 
NIVEA Make Up Clear Cleansing Water ขวดนี้จะสามารถลบเครื่องสำอางแบบจัดเต็มออกได้จริงรึเปล่า 

เพื่อให้เห็นชัดๆ เบลล์ขอทดลองบนแขนให้ดูกันก่อน เบลล์ได้ปาดเครื่องสำอางชนิดต่างๆลงบนท้องแขน 
โดยคัดมาแต่ชนิดที่ติดทน กันน้ำ มาทดลองกัน ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นรุ่นที่ขึ้นชื่อว่าติดทนขนาดที่ใช้แต่งหน้ารับปริญญาได้ 
คอนซิลเลอร์รุ่นที่ติดแน่นๆ แป้งผสมรองพื้นแบบ Full-coverage บลัชชอนทั้งเนื้อครีมและฝุ่น 
รวมถึงบรรดาเครื่องสำอางแต่งตา ที่ขึ้นชื่อว่าติดแน่นทนนาน ก็รวมมาลองกันทีเดียวเลย



เบลล์เท NIVEA Make Up Clear Cleansing Water ลงบนสำลีแบบแผ่น ชุ่มพอประมาณ 
ไม่ถึงขนาดหยดติ๋ง แล้วแปะลงบนบริเวณที่จะลบ นวดคลึงเบาๆ แล้วลูบออก 
จากในภาพ เบลล์เช็ด 2 รอบนะคะ เครื่องสำอางก็ออกเกือบเกลี้ยง 
จริงๆ แค่ในรอบแรกเครื่องสำอางประเภทเนื้อฝุ่น แป้ง บลัช อายไลน์เนอร์แบบน้ำ ก็ถูกเช็ดออกไปเยอะแล้ว 
รอบที่สองเบลล์จะเน้นพวกเครื่องสำอางแต่งรอบดวงตา อย่างมาสคาร่า อายไลน์เนอร์แบบดินสอเนื้อเจล 
พวกนี้จะต้องแปะแช่ไว้พักนึง ค่อยนวดคลึงแล้วลูบออก ก็จะลบออกง่ายขึ้นค่ะ 
จะลองให้ดูแค่บนแขนก็ดูไม่น่าตื่นเต้น ไม่รู้ว่าผิวบนแขนกับผิวหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันหรือไม่ 
เรามาลองลบหน้าจริงกันดีกว่าค่ะ รับรองงานนี้ตื่นเต้น55555



แต่งหน้าจัดเต็ม > เท NIVEA Make Up Clear Cleansing Water ลงบนแผ่นสำลีให้ชุ่ม แปะทิ้งไว้บนตา นวดคลึงเบาๆ > ลูบออก 

เทคนิคง่ายๆ “ ชุบ แช่ เช็ด “ ค่ะ   

เช็ดซ้ำจนสำลีขาวสะอาด ไม่มีเครื่องสำอางหลุดออกมาเพิ่ม ก็จะได้ผิวหน้าสะอาดไบร์ท 
สบายผิวมากๆ เช็ดแล้วไม่แห้งตึง ไม่ลอก ไม่แสบแดง กลับรู้สึกชุ่มชื้น เย็นสดชื่น 
เหมือนได้เติมออกซิเจนสู่ผิว เช็ดเสร็จแล้วไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะให้รำคาญผิวเลย 
ใช้แล้วชอบเลยค่ะ 

เมื่อเช็ดออกแล้ว พวกคราบเครื่องสำอางต่างๆจะหลุดติดสำลีออกมาให้เห็นกันชัดๆแบบนี้เลยค่ะ



นอกเหนือจาก NIVEA BRIGHT ACNE OIL CONTROL MAKE UP CLEAR CLEANSING WATER
รุ่นที่เบลล์นำมารีวิวแล้ว ยังมี Make Up Clear Cleansing Water อีกรุ่นที่ออกมาพร้อมๆกัน 
คือ รุ่นสีชมพูสำหรับทุกสภาพผิว หน้าตาขวดจะคล้ายๆกัน ต่างที่สีของตัวหนังสือค่ะ



สำหรับใครที่สนใจ สามารถแวะเข้าไปอ่านรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ link นี้เลยค่ะ 
ราคาขวดละ 189 บาท ( แต่มีโปรโมชั่นที่ 7-11 ขายอยู่ 99 บาทค่ะ) 

สำหรับบล็อกนี้คงจบการรีวิวเพียงเท่านี้ 
คราวหน้าจะมีอะไรใหม่ๆมารีวิวให้ชมกัน ต้องคอยติดตามนะคะ 

ไปละจ้า 
บ๊ายบาย :) 








 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2558 20:04:34 น.
Counter : 11354 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.