ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW รีวิว สกินแคร์เพื่อผิวขาว L’Oreal Paris White Perfect Clinical

สวัสดีจ้าสาวๆ ไหนๆใครอยากมีผิวขาวกระจ่างใสตามมาทางนี้… 


เมื่อไม่นานมานี้เบลล์มีโอกาสได้ลองใช้เซ็ทบำรุงผิวใหม่ล่าสุดจาก L'Oreal Paris … 
คือเซ็ท L'Oreal Paris White Perfect Clinical 
เป็นเซ็ทสกินแคร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 3 ทรีทเมนต์เพื่อผิวขาว (IPL, PEELING,GLUTA) 
สู่ผลลัพธ์ของผิวกระจ่างใส จุดด่างดำดูลดเลือน รูขุมขนกระชับ 

เบลล์ได้ลองใช้แล้วประทับใจในหลายๆอย่าง ตั้งแต่ Package ที่สวยชนะเลิศ 
ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ได้หลังทดลองใช้เป็นเวลา 14 วัน จะดีงามประมาณไหน มาดูรีวิวกันเลยค่ะ



กรี๊ดมั้ยจ๊ะสาวๆ ทั้งขวด ทั้งกระปุก งดงาม เก๋ เท่สุดๆไปเลย 
แค่ขวดก็ดูแพงเกินราคาค่าตัวเค้าละ จริงมั้ย ☺

เซ็ท L'Oreal Paris White Perfect Clinical ประกอบด้วย


1. L'Oreal Paris White Perfect Clinical New Skin Essence Lotion ราคา 599B. 
2. L'Oreal Paris White Perfect Clinical Derm White Essence ราคา 649B. 
3. L'Oreal Paris White Perfect Clinical Day Cream ราคา 499B. 
4. L'Oreal Paris White Perfect Clinical Night Cream ราคา 499B. 

ซึ่งเบลล์ได้ลองใช้ทุกชิ้นยกเว้น Nigh Cream ค่ะ เรียกได้ว่า ได้ลองเกือบครบไลน์เลยทีเดียว 
เบลล์จะขอรีวิวเรียงไปทีละตัว แต่ในส่วนของผลหลังการทดลองใช้ เบลล์จะพูดสรุปทีเดียวในตอนท้ายนะคะ 
ตอนนี้เรามาเริ่มกันที่ชิ้นแรกเลยดีกว่าค่ะ 

L'Oreal Paris White Perfect Clinical New Skin Essence Lotion 
เป็นเอสเซนส์เนื้อโลชั่นบางเบา ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทรีทเมนต์ Peeling 
หรือ การช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเป็น Peeling Lotion ที่มีส่วนผสมของ Glycolic Acid 
ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำเสียออกไป ช่วยเผยผิวใหม่ที่ขาวกระจ่างใส สดใสกว่าเดิม



ลักษณะบรรจุภัณฑ์ 
ชั้นนอกเป็นกล่องทรงสูงสีเงิน สวยม๊ากกกกก แกะกล่องออกมาจะเจอกับขวดทรงสูงสีเงินเมทัลลิกเงาวับ 
ไล่สีฟ้าจางๆ พิมพ์ฉลากเท่ๆ โอ๊ยสวยประทับใจมากๆค่ะ 
ฝาขวดเป็น ฝาเกลียวหมุนเปิดปิดง่าย เวลาใช้ก็เทเหยาะๆลงสำลีได้ง่าย ไม่เลอะเทอะ



เนื้อสัมผัส 
เป็นน้ำใสๆ เหลวๆ เนื้อโลชั่นบางเบาสบายผิว ซึมลงผิวไว เวลาทาจะเย็นๆผิวนิดๆ 
กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนค่ะ 

L'Oreal Paris White Perfect Clinical Derm White Essence 
เป็น ANTI-OXIDATION ESSENCE ที่มีส่วนผสมของ Actyl-C 
บำรุงลึกลงไปในชั้นผิวช่วยต้านอนุมูลอิสระอันเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ 
เป็นเอสเซนส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก GLUTATHIONE ANTI-OX INJECTION 
ที่ช่วยป้องกันการเกิด oxidation ในชั้นผิวอันเป็นต้นเหตุของการผลิตเม็ดสีที่มากเกินไปนั่นเอง



ลักษณะบรรจุภัณฑ์
กล่องสี่เหลี่ยมสีเงินเมทัลลิกแบบเดียวกับ Lotion ด้านในเป็นขวดดรอปเปอร์ทรงเหลี่ยม 
สีเงินเมทัลลิกเงาวับ เท่อีกแล้ว ฝาขวดเป็นจุกยางที่ติดกับหลอดหยดด้านใน 
เวลาใช้งานก็หมุนฝาเกลียวออก แล้วบีบแล้วปล่อยจุกยาง เพื่อดูดเนื้อเอสเซนส์ขึ้นมา



เนื้อสัมผัส 
เนื้อเอสเซนส์ค่อนข้างเหลว สีชาวขุ่น เนื้อลื่นๆ เกลี่ยง่าย ซึมลงผิวไว กลิ่นหอมอ่อนๆแบบเดียวกันค่ะ



L'Oreal Paris White Perfect Clinical Day Cream
 เป็น Day Cream ที่มีส่วนผสมของ Pro-Vanish3 ช่วยลดเม็ดสี 
และมีสารกันแดด SPF19 PA+++ ช่วยป้องกันการสร้างเม็ดสีอันเกิดจากรังสีUV 
ซึ่ง Day Cream ตัวนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก IPL DEPIGMENTING LASER TREATMENT 
ที่ช่วยลดเม็ดสีส่วนเกินในเซลล์ผิวนั่นเองค่ะ



ลักษณะบรรจุภัณฑ์ 
กล่องสี่เหลี่ยมสีเงินเมทัลลิกแบบเดียวกับ Lotion และ Essence 
ด้านในเป็นกระปุกแก้วทรงเหลี่ยม สีเงินด้าน ฝาเป็นสีเงินเมทัลลิกเงาวับ สวยเก๋เกินราคา 
 ฝากระปุกเป็นฝาเกลียว ปิดสนิทแน่นหนาดีค่ะ 
เปิดมาจะเจอฝาพลาสติกชั้นใน กั้นไม่ให้เนื้อครีมไหลติดฝา ดูสะอาดน่าใช้



เนื้อสัมผัส 
เป็นครีมข้น สีชมพูอ่อนๆ เนื้อเนียนละเอียด ลื่นๆ ทำให้เกลี่ยลงบนผิวได้ง่าย 
ไม่จับตัวเป็นขุยๆ ทาไปแล้วจะเคลือบบนผิว นวดๆไปก็จะค่อยๆซึมลงสู่ผิว 
ไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ฟีลลิ่งดีทีเดียวค่ะ



Step ขั้นตอนการใช้
1. ใช้ New Skin Essence Lotion เป็นขั้นตอนแรกหลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว 
เทลงฝ่ามือแล้วตบๆลงบนผิวเบาๆให้ซึม หรือจะเทลงบนสำสีแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้าก็ได้ 
การใช้กับสำลีจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้ด้วยค่ะ (ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน) 
2. หยด Derm White Essence ลงบนฝ่ามือ วอร์มนิดนึงแล้วทาลงบนผิวหน้าให้ทั่ว 
ไม่นานก็ซึมลงผิวจนแห้งสนิท 
3. แต้ม Day Cream ทั่วใบหน้า อาจจะแบ่งเป็น 5 จุด แล้วค่อยๆกระจาย 
นวดลงบนผิวเบาๆให้ทั่วจากนั้นค่อยทากันแดดอีกชั้น แล้วแต่งหน้าได้ตามปกติค่ะ 
แต่ถ้าเป็นช่วงก่อนนอน ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป แล้วใช้ Night Cream แทนนะคะ 

ผลการทดลองใช้ 14 วัน
เบลล์ได้ทดลองใช้ L'Oreal Paris White Perfect Clinical เป็นเวลา 14 วัน 
โดยใช้ Lotion และ Essence ทั้งเช้าและก่อนนอน และใช้ Day Cream เฉพาะตอนเช้าค่ะ 
จากเดิมเป็นคนที่มีปัญหาผิวในเรื่องของ จุดด่างดำ รอยแดง รอยดำจากสิวเก่า 
สีผิวบางช่วงไม่สม่ำเสมอ หน้าคล้ำกว่ามือ ฮ่าๆๆ เขินอ่ะ มาดูกันชัดๆเลยดีกว่า 
ว่าใช้ไปสองอาทิตย์จะเปลี่ยนไปได้แค่ไหน…



จากภาพโดยรวมจะเห็นว่า ผิวดูกระจ่างใสชึ้น หน้าดูสดใสขึ้นหน่อยนึง 
เดี๋ยวเราซูมๆเข้าไปดูใกล้ๆ ลองดูซิว่าพวกจุดด่างดำลดลงบ้างมั้ย... 

ลการลดรอยจุดด่างดำ 



ลองซูมเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นว่า รอยดำบางจุดหดเล็กลง บางจุดก็จางลง 
ส่วนรอยแดงตรงแก้มซ้ายก็เริ่มจาง ยิ่งพวกรอยที่จางๆอยู่เดิมก็จางขึ้นอีก แทบจะหายไปเลย 
ที่เห็นชัดๆก็จะเป็นตรงจมูกเลยค่ะ แต่ก็ยังมีน้องจุดที่ดื้อ อยู่ทนอยู่นาน คงกระพันมากๆก็ยังมีค่ะ 
รอยด่างดำไม่ได้หายไป 100% แต่ด้วยเวลา2วีค ได้เท่านี้ก็นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจทีเดียวค่ะ 
และสิ่งที่ได้แถมมาคือ ผิวดูชุ่มชื่นละเอียดขึ้น รูขุมขนเล็กลงด้วยค่ะ 

ในส่วนของสีผิว เรามาเทียบกันดีกว่าว่าผิวขาวขึ้นจริงมั้ย



ในรูป Before เบลล์ทารองพื้นที่แก้ม 2 สี เพื่อเทียบให้เห็นความเข้มอ่อนของผิว 
จะเห็นว่าผิวเบลล์ตอนนั้นใกล้เคียงกับรองพื้นสีเข้มมากกว่าสีอ่อน 
ส่วนในรูป After เบลล์ใช้รองพื้นสองสีเดิมทาตำแหน่งเดิม (อาจจะไม่เป๊ะเท่าไหร่) 
แต่ก็พอจะสังเกตได้ว่าผิวเบลล์ตอนนี้ขาวขึ้นจิ๊ดนึง 5555 
ยังไม่ได้ขาวขึ้นขนาดที่จะเปลี่ยนเฉดสีรองพื้นค่ะ แต่มองภาพรวมๆอาจจะดูเหมือนขาวขึ้น 
คิดว่าเป็นเพราะรอยจางๆที่มีอยู่แบบประปรายเริ่มจางลง ก็เลยดูไบร์ทขึ้นกว่าเดิมนั่นเองค่ะ 

ก็นับว่า L'Oreal Paris White Perfect Clinical เป็นเซ็ทสกินแคร์ที่ช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใส 
ใช้แล้วเห็นผลทั้งในเรื่องจุดด่างดำที่ลดลง รูขุมขนเล็กลง ผิวใสขึ้น 
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขาวขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก็ถือว่าเห็นผลลัพธ์เป็นแนวโน้มที่ดีทีเดียวค่ะ 
แพคเกจสวยชนะเลิศ แถมราคายังอยู่ในช่วงที่เอื้อมถึงได้ง่ายๆ ไม่เว่อร์วังเกินไป 
ใช้แล้วโอแบบนี้ เบลล์จะใช้ต่อไปแน่นอนค่ะ เลิฟเลยค่า



อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลช่วยสาวๆเลือกสกินแคร์ที่ตรงใจนะคะ 
ทั้งนี้ อย่าลืมว่าสภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน ผลที่ได้ก็อาจจะไม่เหมือนกันค่ะ 
สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่รีวิวหน้านะคะ 
☺ 

สำหรับสาวๆที่สนใจ L'Oreal Paris White Perfect Clinical สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ link ด้านล่างนี้เลยจ้า




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2558    
Last Update : 23 ธันวาคม 2558 21:08:18 น.
Counter : 19665 Pageviews.  

REVIEW รีวิว ครีมหน้าเด็ก YANHEE Baby Face Cream

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีไอเทมใหม่มารีวิวให้ชมกันอีกแล้วค่ะ
คราวนี้เป็นครีมทาผิวหน้าของ รพ.ยันฮี "YANHEE Baby Face Cream"
ซึ่งจริงๆแบรนด์ YANHEE เค้ามีสกินแคร์หลายตัวที่น่าสนใจ
อย่างตัวแต้มสิวของยันฮีก็ใช้ดีค่ะ หาซื้อง่าย มีขายใน 7-11ด้วย
มาคราวนี้เบลล์มีโอกาสได้ลองใช้ YANHEE Baby Face Cream เลยจับมาทำรีวิวให้ชมกันจ้า



คุณสมบัติเด่นของ YANHEE Baby Face Cream
เบลล์ขออนุญาตอ้างอิงตามคำโปรยจากแบรนด์เลยนะคะ ...

คืนความอ่อนวัยให้ผิวด้วย ... ยันฮีเบบี้เฟสครีม
เคล็ดลับผิวดูอ่อนวันเหมือนผิวเด็ก ช่วยฟื้นฟูให้ผิวรู้สึกกระชับ เต่งตึง ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
ด้วยประสิทธิภาพของ Hyaluronic Acid ลดปัญหาจุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง
ช่วยปรับสภาพสีผิวหมองคล้ำให้แลดูจางลง ผิวกระจ่างใสด้วยสารบำรุงเข้มข้นจากมะเขือเทศ และถั่วเหลือง
• ผิวดูอ่อนวัย เหมือนผิวเด็ก
• ริ้วรอยดูลดเลือน
• ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึง
• ปกป้องริ้วรอยเกิดใหม่



ส่วนประกอบสำคัญ ใน ยันฮี เบบี้ เฟส ครีม
- Hyaluronic Acid (กรดไฮยาลูรอนิค) เป็นสารที่ร่างกาย สร้างขึ้นมาตามธรรมชาติ 
มีคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื่น และมีลักษณะคล้าย กับฟองน้ำที่สามารถซึมซับน้ำ
และพองตัวได้เป็นพันๆ เท่าของขนาดตัวของมันเองเป็นสารสำคัญที่ช่วยพยุงผิวให้คงตัว 
แน่นและเนียนนุ่ม ไม่มีร่องริ้วรอย เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราสามารถผลิตกรดไฮยาลูรอนิค
ได้น้อยลง นี่เอง ที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยตามจุดต่างต่างๆ โดยเฉพาะบนใบหน้า เช่น 
บริเวณรอบดวงตา มุมปาก ร่องแก้ม ฯลฯ
- Isoflavone (สารสกัดจากถั่วเหลือง) ไอโซฟลาโวน คือสารสกัดจากถั่วเหลือง
มีฤทธิ์และโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิงแต่มีฤทธิ์น้อยกว่าเอสโตรเจน 1000 เท่า 
ไอโซฟลาโวนช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้หนาแน่นขึ้น ส่งผลให้ผิวกระชับ ไม่หย่อยคล้อย 
คืนความสาวกับมาอีกครั้ง 
- Lycopene (สารสกัดจากมะเขือเทศ) ไลโคปีน พระเอกประจำตัวของมะเขือเทศ 
ช่วยให้ผิวแข็งแรงทนต่อการทำลายของแสงแดดได้มากขึ้น 3 เท่า 
จึงลดความรุนแรงของการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสง สามารถต่อต้านมะเร็งผิวหนัง 
และชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวดูสวยอมชมพูมีเลือดฝาด บำรุงผิวพรรณให้สดใส 
เปล่งปลั่ง ผิวมีสุขภาพดี ไม่ไวต่อแสงก็ถือว่า เป็นครีมที่เน้นในเรื่อง Anti-Aging เพื่อผิวอ่อนเยาว์ 

ก่อนจะไปดูผลการทดลองใช้ เรามาดูแพ๊คเกจและเนื้อสัมผัสกันก่อนค่ะ 

บรรจุภัณฑ์
YANHEE Baby Face Cream เค้าจะมาเป็นกล่องเรียวๆ เจาะหน้าต่างใสๆโชว์หลอดด้านในแบบนี้ค่ะ 


ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของกล่องมีเขียนรายละเอียดชัดเจน 
ทั้งส่วนประกอบ วิธีใช้ ผู้ผลิต ครบถ้วน ดูน่าเชื่อถือ 

ที่ฝากล่องทั้งสองด้านจะมีสติ๊กเกอร์ซีลไว้แน่นหนา


เปิดออกมา ด้านในเป็นหลอดบีบทรงยาวๆสีขาว


ที่หลอดมีรายละเอียดเหมือนหน้ากล่องเลยค่ะ 
ตัวหลอดมาพร้อมฝาเกลียว ปากหลอดแคบ ควบคุมการบีบเนื้อครีมได้ง่าย ไม่ทะลักพุ่งพรวด 


เนื้อสัมผัส
เนื้อครีมสีขาวข้น เนียนละเอียด เกลี่ยง่าย ไม่ได้ซึมในทันที พอมีเวลาให้นวดๆๆบนผิวหน้าได้ 
นวดไปซักพักครีมก็ซึมลงผิวหมด ไม่ทิ้งความมัน ไม่เหนียวหนึบ ไม่เหนอะหนะ 
ใช้ทากลางวันได้หน้าไม่มันเลยค่ะ


พอครีมเซ็ทตัวแล้วให้ผิวแมทๆ ไม่เงา ไม่วาวแต่อย่างใด ทากันแดด หรือสกินแคร์ตัวอื่นๆตามได้ 
ไม่มีปัญหาเลยค่ะ และที่รู้สึกได้ในครั้งแรกที่ทา คือ จะรู้สึกตึงๆผิวนิดๆ 
ในส่วนของกลิ่น เนื้อครีมไม่มีกลิ่นใดๆ ใครแพ้น้ำหอม สบายใจได้เลยจ้า 

ผลการทดลองใช้ YANHEE Baby Face Cream
เบลล์เองได้ลองใช้ ทาเช้าและก่อนนอน ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน ไปต่างจังหวัดก็พกไปใช้ด้วยตลอด 
เดี๋ยวเรามาดูภาพกันชัดๆดีกว่าค่ะ ว่าใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง 


จากที่ลองใช้มา ก็จะเห็นเลยว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น รอยด่างดำ รอยสิวเก่าอาจจะยังมีอยู่บ้าง แต่น้อยลงค่ะ 
ผิวดูสว่างขึ้น อมชมพูขึ้นนิดนึง (ลองเทียบกับสีคอนะคะ ไม่ได้ทาคอ 
เริ่มเห็นชัดเลยว่าหน้าเริ่มขาวกว่าคอแล้ว5555) ผิวดูโทรมน้อยลง 
ในส่วนของริ้วรอยเบลล์เองก็ยังบอกไม่ได้ว่าเห็นผลหรือไม่ 
เพราะเบลล์เองก็ยังไม่มีริ้วรอยที่เห็นได้ชัดค่ะ รวมๆแล้วผิวดูดีขึ้น แน่นขึ้น ใช้แล้วมีแนวโน้มที่ดี 
แต่งหน้าติดดีขึ้นด้วย แถม texture ก็โอเคเลย ชอบที่ทาแล้วไม่มัน ไม่เหนอะหนะ ไม่มีน้ำหอม 
ใช้ทาได้ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน แต่ก็แอบติดอยู่นิดนึง ตรงที่ครีมอาจจะให้ความชุ่มชื้นได้ไม่พอ 
ถ้าผิวแห้งมากๆอาจจะต้องใช้โลชั่น หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพิ่มเติมค่ะ 

ปริมาณ/ราคา และช่องทางจัดจำหน่าย
ปริมาณสุทธิ 20 กรัม ราคา 149 บาท 
หาซื้อได้ที่ 7 – ELEVEN 

สรุป
YANHEE Baby Face Cream ก็เป็นครีมบำรุงผิวหน้าที่ใช้แล้วโอเค มีแนวโน้มให้ผลลัพธ์ที่ดี 
สำหรับเบลล์เองใช้แล้วสีผิวสว่างขึ้น รอยด่างดำ รอยแดงจางลงประมาณนึง
ทำให้ผิวโดยรวมดูกระจ่างใสขึ้น ผิวสัมผัสดี ไม่เหนียวเหนอะ ไม่มัน ทาได้ทั้งเช้าและก่อนนอน 
ราคาไม่แพง และหาซื้อง่าย หาได้ตามร้าน 7-11 ค่ะ 

สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ link นี้เลยจ้า 
Website : //goo.gl/KdmQqi

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะบ๊ายบาย...






 

Create Date : 02 ธันวาคม 2558    
Last Update : 2 ธันวาคม 2558 22:54:35 น.
Counter : 2947 Pageviews.  

REVIEW รีวิวทดสอบเปรียบเทียบความเป๊ะ กันแดด 2 สไตล์แบบครีมและสเปรย์

สวัสดีจ้าสาวๆ เดี๋ยวนี้มีกันแดดออกใหม่มากมาย มีหลากหลายเนื้อสัมผัส หลากหลายแบบให้เลือกใช้
และแบบใหม่สุดๆ ก็จะเป็นแบบสเปรย์ ซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่แปลกแตกต่างจากครีมกันแดดรูปแบบเดิมๆอย่างสิ้นเชิง
ด้วยกันแดดแบบสเปรย์จะให้สัมผัสที่บางเบาสุดๆ เบาเหมือนไม่ได้ทากันแดด
ถ้าจะบางเบาได้ขนาดนี้ เบลล์เองก็ยังไม่มั่นใจว่า ประสิทธิภาพการกันแดดจะเทียบกับกันแดดแบบครีมได้รึเปล่า
เกิดความสงสัยข้องใจแบบนี้แล้ว เรามาพิสูจน์ให้เห็นกันชัดๆเลยดีกว่าค่ะ

กันแดดที่เบลล์นำมาเปรียบเทียบกันในวันนี้ ได้แก่…



L'OREAL UV PERFECT ADVANCED AQUA ESSENCE LONG UVA SPF 50+/ PA++++
ยูวี เพอร์เฟ็คท์ แอดวานซ์ อะควา เอสเซนส์ ลอง ยูวีเอ
ครีมกันแดดสูตรน้ำ สามารถป้องกัน LONG UVA ปกป้องเหนือกว่าครีมกันแดดทั่วไป

และ

L'OREAL PARIS UV PERFECT ADVANCED AQUA ESSENCE SPF50+/PA++++ CITY FACE MIST
สเปรย์กันแดดสําหรับผิวหน้า ลอรีอัล ปารีส ยูวี เพอร์เฟ็คท์ แอดวานซ์ อะควา เอสเซนส์ SPF50+/PA++++ ซิตี้ เฟส มิสท์
สเปรย์กันแดด ปกป้องครอบคลุมUVA/B และ Long UVA บางเบา สดชื่น และสามารถสเปรย์ทับเมคอัพได้


มาถึงในส่วนของการทดสอบ เบลล์ขอแยกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
เนื้อสัมผัส และ ประสิทธิภาพการกันรังสี UV
เรามาเริ่มทดสอบกันเลย!

1. เนื้อสัมผัส
L'Oreal UV Perfect : เนื้อกันแดดเป็นแบบครีมค่อนข้างเหลว มีสีขาว
แต่พอเกลี่ยแล้วกลืนไปกับผิว ไม่ออกสี




L'Oreal UV Mist : เป็นกันแดดแบบสเปรย์ ละอองเค้าละเอียดมากๆ บางเบาสุดๆ ลองดูจากรูปสิจ๊ะ
เบายังกะไอน้ำเลยล่ะ พ่นลงผิวไป ไม่มีอาการกองเป็นหยดๆให้เห็นเลยล่ะ (อย่าพ่นจ่อจุดเดิมนานๆล่ะ)


เพียงแค่พ่นลงบนผิวก็รู้สึกแห้งสบาย ไม่ต้องเกลี่ยให้เลอะมือ ผิวไม่เหนอะหนะเลย เบาสบายผิวมากๆ แถมพ่นแล้วไม่ขาว หน้าไม่วอก แต่งหน้าแล้วสีไม่เพี้ยนด้วยค่ะ



1.1 ทดสอบความมัน ในข้อนี้เบลล์จะทดสอบโดย ทาหรือพ่นกันแดดลงบนผิว
แล้วใช้กระดาษซับมันกดลงบนผิวด้วยน้ำหนักมือเท่าๆกัน เพื่อดูความมันที่คงค้างบนผิวหลังการใช้งาน
ผลที่ได้เป็นแบบนี้…



จากรูปจะเห็นว่า ถ้ามองจากผิวที่ทากันแดดแล้วจะดูเหมือนไม่มัน
แต่เมื่อทดสอบด้วยกระดาษซับมัน กันแดดทั้งสองแบบยังคงมีความมันอยู่เล็กน้อยค่ะ
แต่ก็ไม่ถึงขนาดมันเยิ้มนะ เบลล์ลองใช้กันแดดทั้งคู่ก็พบว่า ไม่ทำให้ผิวมันไวขึ้นแต่อย่างใดค่ะ

1.2 ทดสอบความเหนอะ
เบลล์จะทดสอบโดย ทาหรือพ่นกันแดดลงบนผิว แล้วโรยกระดาษตัดฝอยลงบนผิว
ใช้ฝ่ามือกดลงบนผิวเบาๆ แล้วก้มหน้าลง จากนั้นก็ดูจำนวนเศษกระดาษที่ติดค้างบนผิว
อันไหนที่กระดาษติดผิวมากกว่า แปลว่าเหนอะผิวมากกว่าค่ะ


พอมาทดลองจริง ปรากฏว่า ทั้งสองสูตรไม่มีเศษกระดาษเกาะผิวเลยจ้า
อย่างที่บอกไปในข้อแรกแล้วว่า ทาแล้วเบาสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะทั้งคู่
พิสูจน์แล้วก็เป็นไปตามความรู้สึกส่วนตัวจริงๆ เริ่ดนะ



2. ประสิทธิภาพการกันรังสี UV

ในข้อนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นกันชัดๆ เบลล์ขออ้างอิงวิธีการทางวิทยาศาสตร์
ยืมวิธีการทดสอบมาจาก Lab กันเลยทีเดียว เราจะทดสอบโดยการพ่น/ทากันแดด
ลงบนเม็ด UV Beads ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผิวของสาวๆ แล้วนำไปตากแดด
ถ้าโลชั่นหรือสเปรย์กันแดดสามารถกัน UV ได้ เม็ด UV Beads จะไม่เปลี่ยนสี
หรือ เปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน แต่ถ้ากัน UV ได้น้อยหรือกันไม่ได้เลย
เจ้าเม็ด UV Beads จะกลายเป็นสีม่วงเข้มนั่นเอง

ถ้าสาวๆคนไหนสนใจอยากลองทดสอบด้วยตัวเอง สามารถหาซื้อ UV Beads ได้ตามร้านออนไลน์เลยค่ะ
หน้าตา UV Beads เป็นแบบนี้จ้า


เหมือนลูกปัดสีขาวขุ่นเหมือนไม่มีอะไร แต่พอโดน UV เท่านั้นล่ะ นางออกฤทธิ์เปลี่ยนสีเลยจ้า 555
ยังไม่ทันจะทากันแดดก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว ไวมากๆ

เอาล่ะ พร้อมแล้ว เรามาทดสอบกันเลยจ้า

อุปกรณ์การทดลอง

1. UV Beads เม็ดลูกปัดพลาสติกสีขาวขุ่น มีคุณสมบัติเปลี่ยนสีเมื่อโดนรังสี UV (แทนผิวเรา)
2. ภาชนะ สำหรับวาง UV Beads
3.L'Oreal UV Perfect Aqua Essence
4. L'Oreal UV Mist


ขั้นตอนการทดลอง

1.แบ่งเม็ด UV Bead ออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรก จะไม่ทา ไม่พ่นอะไรเลย
แทนผิวที่ไม่ทากันแดดไม่มีอะไรมาปกป้อง




2.UV Bead กลุ่มที่สองทากันแดด L'Oreal UV Perfect แล้วใส่ลงในช่องตรงกลาง





3. UV Bead กลุ่มที่สาม พ่นกันแดด L'Oreal UV Mist แล้วใส่ลงในช่องที่สาม




4.นำน้อง UV Beads ไปตากแดดเลยจ้า ช่วงเที่ยงแดดเปรี้ยงๆนี่แหละ UV เพียบ!



5. สังเกตสีที่เปลี่ยนไปของเม็ด UV Beads


ผลการทดลอง



การทดลองนี้เบลล์ลองทิ้งน้อง UV Beads ไว้กลางแดดจ้า ยังไม่ทันจะจับเวลา น้องเค้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้วค่ะ
แต่อยากรู้เพิ่มเติมว่ากันแดดที่ทาจะมีประสิทธิภาพกันได้นานแค่ไหน
เบลล์เลยตากแดดทิ้งไว้ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงช่วงแดดหมดราวๆสี่โมงเย็น รวมแล้วก็ประมาณ 6 ชั่วโมง
จะได้ผลออกมาตามรูปนี้เลยค่ะ ซึ่งจะเห็นชัดเลยค่ะว่า Beads ในช่องแรกเปลี่ยนเป็นสีเข้มสุด
แปลว่าโดนรังสี UV ทำร้ายไปเต็มๆ ส่วนในช่องที่ 2 และ 3 เม็ด UV Beads ถูกเคลือบด้วยกันแดดทั้งสองรุ่น
เปลี่ยนสีไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และที่สำคัญสีอ่อนพอๆกันด้วย

สำหรับการทดลองครั้งนี้เบลล์ขอสรุปว่า กันแดดทั้งสองรุ่น แม้จะมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน
แต่ประสิทธิภาพการกัน UV ยังทำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะ L'Oreal UV Mist ที่มีความบางเบาขั้นสุด
ก็ยังสามารถปกป้องผิวเราจาก UV ได้ดีไม่แพ้ ครีมกันแดด L'Oreal UV Perfect Aqua Essence เลยค่ะ
เห็นแบบนี้แล้วหลงรัก L'Oreal UV Mist เลยจ้า พ่นแล้วสดชื่นสบายผิว เนื้อบางเบา
แต่ให้ประสิทธิภาพการกันUVดีเริ่ด แถมยังพ่นทับเมคอัพ เติมกันแดดระหว่างวันได้ด้วย โอ๊ยรักเลย!

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลช่วยสาวๆเลือกกันแดดที่ถูกผิวถูกใจนะคะ
ทั้งนี้ อย่าลืมว่าสภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน ผลที่ได้ก็อาจจะไม่เหมือนกัน
ลองเลือกกันแดดที่มี Texture ที่ถูกใจ ใช้แล้วชอบ ทาแล้วสบายผิว เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองดีที่สุดจ้า

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่รีวิวหน้านะคะ



สำหรับสาวๆที่สนใจกันแดดทั้งสองตัว สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ link ด้านล่างนี้เลยจ้า
https://www.facebook.com/lorealparisthailand





 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2558 12:20:45 น.
Counter : 8598 Pageviews.  

REVIEW รีวิว NAMI Magic White Series

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่มาฝากค่ะ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ NAMI 

NAMI Magic White Series เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวหน้าสูตรเร่งด่วน 
อัพผิวให้กระจ่างใส มีออร่าออมชมพูตามสไตล์เกาหลี แต่ได้คิดค้นพัฒนาสูตรให้เหมาะ 
และตอบโจทย์กับผิวคนไทย ซึ่งในซีรีส์นี้ประกอบไปด้วย



(จากรูปเรียงจากซ้ายไปขวา) 
1. นามิ เมจิก ไวท์ วัน-สเต็ป ว้าว ซีซี ครีม (Nami Magic White 1-Step Wow CC Cream) 
ซองละ 7 กรัม ราคาซองละ 39 บาท หรือกล่องละ 220 บาท (6 ซอง) 
2. นามิ เมจิก ไวท์ เฟเชียล โฟม (Nami Magic White Facial Foam) 
ซองละ 50 กรัม ราคาซองละ 59 บาท หรือกล่องละ 220 บาท (4 ซอง) 
3. นามิ เมจิก ไวท์ อะควา ดรอป เซรั่ม (Nami Magic White Aqua Drop Serum) 
ซองละ 7 กรัม ราคาซองละ 39 บาท หรือกล่องละ 220 บาท (6 ซอง) 

ซึ่งเบลล์ก็ได้ทดลองใช้ครบทั้งสามชิ้นแล้ว ก็นำมารีวิวให้ชมกันค่ะ 
เบลล์ขอเริ่มรีวิวเรียงตาม Step การใช้งานเลยนะคะ เริ่มจากโฟมล้างหน้าก่อน


นามิ เมจิก ไวท์ เฟเชียล โฟม 
(Nami Magic White Facial Foam)

คำเคลมจากทางแบรนด์ 
โฟมล้างทำความสะอาดผิวหน้า อัพผิวใส สูตรเนื้อโฟมละเอียดนุ่ม ล้างออกง่าย 
ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก พร้อมบำรุงด้วยนวัตกรรม Speed White Complex 
ที่ผสาน Namu White Extract พืชที่ดีที่สุดจากเกาะเชจู ประเทศเกาหลี 
ช่วยในการปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นพร้อมด้วยวิตามินบี 3 วิตามินซี กลูต้าไธโอน และซาบิไวท์ 
ตรงเข้าทำงานยังผิวหมองคล้ำ ปรับผิวให้ดูกระจ่างใส รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าสะอาดใสวิ้งค์ 
อมชมพู ฟริ้งทันใจตามสไตล์เกาหลี ไม่มันเพิ่มระหว่างวัน 

ลักษณะบรรจุภัณฑ์
ชั้นนอกเป็นกล่องกระดาษมีรายละเอียดต่างๆครบถ้วน (อ่านจากรูปได้ค่ะ) 



ซึ่งกล่องชั้นนอกสามารถฉีกออกแล้วเปิดฝาขึ้น ก็จะโชว์ซองด้านในวางเรียงกันสวยงาม 
เราอาจจะเจอลักษณะกล่องที่เปิดแล้วแบบนี้ วางขายแยกซองใน 7-11 ขายในราคาน่ารัก หลักสิบเท่านั้น 
แต่ถ้าใช้ดีเราสามารถหาซื้อยกทั้งกล่องเลยก็ได้เช่นกันจ้า



ลักษณะซองเค้าจะเป็นซองพลาสติกแบนๆนิ่มๆ มีฝาเกลียวด้านบน 
สามารถใช้แล้วปิดฝาเก็บไว้ใช้ต่อได้หลายครั้ง สะดวกพกพา 
ใช้หมดได้เกลี้ยงเพราะสามารถรูดเอาเนื้อโฟมด้านในออกมาใช้ได้ง่าย



เนื้อโฟมเป็นครีมข้นสีขาว เวลาตีฟองจะให้ฟองที่ฟู เนียนละเอียด และนุ่มมว๊ากกกกก 
มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ล้างหน้าแล้วนวดเพลินๆ อยากจะนวดนานๆ 

ความรู้สึกหลังใช้



ล้างแล้วผิวนุ่มๆ รู้สึกสะอาด แต่ไม่แห้งตึง จากรูปจะเห็นว่าผิวดูสดชื่น สว่างขึ้นนิดนึงด้วยล่ะ 

ล้างหน้าเสร็จแล้ว ก็มาต่อกันที่ชั้นตอนที่ 2 การบำรุง 

นามิ เมจิก ไวท์ อะควา ดรอป เซรั่ม 
(Nami Magic White Aqua Drop Serum) 

คำเคลมจากทางแบรนด์ 
เซรั่มอัพผิวใสบำรุงผิวหน้าสูตรพิเศษ ด้วยนวัตกรรม Speed White Complex 
ที่ผสาน Namu White Extract พืชที่ดีที่สุด ในการปรับผิวให้ดูขาวกระจ่างใสขึ้นจากประเทศเกาหลี 
พร้อมด้วยวิตามินบี 3 วิตามินซี กลูต้าไธโอน และซาบิไวท์ ตรงเข้าทำงานยังผิวหมองคล้ำ 
และคุณสมบัติพิเศษเนื้อเซรั่มแตกตัวเป็นหยดน้ำแร่ทันทีที่ทา ช่วยให้สารสำคัญ
ซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ปรับผิวให้ดูกระจ่างใส มีออร่าขึ้นจากภายใน 
ผิวอมชมพู ฟริ้งทันใจตามสไตล์เกาหลี 

ลักษณะบรรจุภัณฑ์ 
ชั้นนอกเป็นกล่องกระดาษ มีรายละเอียดครบถ้วน พิมพ์อยู่รอบด้านกล่อง





ด้านในแยกเป็นซองๆเช่นกันค่ะ



ลักษณะซองเค้าจะเป็นซองพลาสติกแบนๆนิ่มๆ มีฝาเกลียวด้านบน 
เวลาเปิดใช้ครั้งแรก ให้บิดออก แล้วกลับด้านฝาเกลียว 
สามารถใช้แล้วปิดฝาเก็บไว้ใช้ต่อได้หลายครั้ง พกพาสะดวกเช่นกันค่ะ 

เนื้อเซรั่ม
เป็นครีมข้นสีขาวๆ เวลาทาไปบนผิว ครีมจะแตกตัวเป็นหยดน้ำ แล้วค่อยๆซึมลงผิว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 
ตอนทาจะชุ่มนิดๆ พอเซ็ทตัวแล้วจะแห้งสบายผิวค่ะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ 
สามารถแต่งหน้าต่อได้ ไม่ต้องกลัวเป็นคราบ 



และถ้าสังเกตใกล้ๆ จะเห็นว่าในเนื้อเซรั่มมีกลิตเตอร์วิ๊งๆละเอียดยิบผสมอยู่ด้วย 
ทำให้เวลาทาไปแล้วจะช่วยกระจายแสงให้ผิวดูสว่างมีออร่าขึ้นค่ะ 

ความรู้สึกหลังใช้


เนื้อเซรั่ม ซึมค่อนข้างไว ทาแล้วรู้สึก เบาสบาย ไม่หนักผิว หน้าดูสว่างขึ้น 1 ระดับเลยทีเดียวค่ะ 
อัพหน้าใสแบบเร่งด่วน ตรงตามคำเคลมของแบรนด์จริงๆ



ซูมใกล้ๆ จะเห็นเลยว่า ทาปุ๊บผิวดูสว่างขึ้นทันที บำรุงผิวเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการแต่งหน้าบ้าง 
NAMI เค้าก็มีเบสเมคอัพที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ ตัวนี้เลย.. 

นามิ เมจิก ไวท์ วัน-สเต็ป ว้าว ซีซี ครีม 
(Nami Magic White 1-Step Wow CC Cream)

คำเคลมจากทางแบรนด์ 
CC ครีมอัพหน้าใส สูตรบำรุงผิวกระจ่างใส ปกปิดจุดด่างดำ 
รอยดำจากสิวและริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อครีมบางเบา ไม่เหนอะหนะ 
ไม่วอก หน้าไม่มันระหว่างวัน ช่วยเตรียมผิวให้กระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ เรียบเนียน 
เมคอัพติดทนนานมากขึ้น พร้อมป้องกันแสงแดดจากรังสี UVA&UVB 
พร้อมบำรุงผิวด้วยนวัตกรรม Speed White Complex ที่ผสาน Namu White Extract 
พืชที่ดีที่สุด ในการปรับผิวให้ดูขาวกระจ่างใสขึ้นจากประเทศเกาหลี 
พร้อมด้วยวิตามินบี 3 วิตามินซี กลูต้าไธโอน และซาบิไวท์ ตรงเข้าทำงานยังผิวหมองคล้ำ 
และคุณสมบัติพิเศษ ช่วยนำพาสารสำคัญซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว 
ปรับผิวให้ดูกระจ่างใส มีออร่าขึ้นจากภายใน ผิวอมชมพู ฟริ้งทันใจตามสไตล์เกาหลี 

ลักษณะบรรจุภัณฑ์
ชั้นนอกเป็นกล่องกระดาษ พิมพ์รายละเอียดต่างๆไว้ครบถ้วน ชัดเจน



รวมถึงด้านข้างกล่อง ก็มีรายละเอียดครบ



เปิดกล่องออกมา ด้านในแยกเป็นซองๆ



ที่ซองก็มีเขียนรายละเอียดต่างๆ ครบถ้วน เวลาซื้อแยกไปก็ยังสามารถอ่านข้อมูลได้ครบ



ลักษณะซอง เป็นแบบเดียวกับเซรั่ม มาพร้อมฝา Magic Lock ที่สามารถหมุนปิด เก็บไว้ใช้ได้หลายครั้ง 

เนื้อ CC Cream
เนื้อค่อนข้างเหลว มีสีเนื้อโทนเหลือง เหมาะกับสีผิวคนไทยมากๆค่ะ 
ส่วนระดับความสว่างก็ยังนับว่าค่อนข้างขาว แต่พอทาไปแล้วจะกลืนกับสีผิวได้ง่าย 
ทาแล้วดูผิวสว่างขึ้น ไม่ถึงขั้นเทาค่ะเนื้อ CC เกลี่ยง่าย ใช้นิ้วเกลี่ยๆก็เนียน ไม่ต้องพึ่งแปรง
หรือฟองน้ำเลย เวลาที่เซ็ทตัวแล้วจะให้ผิวค่อนข้างแมท ไม่เงาวาว ผิวดูโอเคเลย 
ให้การปกปิดน้อย-กลาง ถ้าผิวดีอยู่แล้ว ทา CC Cream แล้วลงแป้งฝุ่นอีกนิดก็ไปเที่ยวได้เลยค่ะ 


ถ้าสังเกตใกล้ๆจะเห็นว่ามีกลิตเตอร์ วิ๊งๆ ละเอียดยิบผสมอยู่ เป็นตัวช่วยกระจายแสง 
ทำให้หน้าเราดูผ่อง สว่างใส มีออร่านั่นเอง 

ความรู้สึกหลังใช้
เบลล์ลองทาเซรั่ม ตามด้วย CC Cream จะได้ผิวแบบรูปกลาง 
แล้วใช้คอนซิลเลอร์ช่วยปิดใต้ตานิดหน่อย ลงแป้งฝุ่นโปร่งแสง 
แล้วแต่ง Point Makeup จะได้แบบรูปขวาค่ะ



ถ้าเรามาซูมๆใกล้ๆ ดูระดับการปกปิด จะเห็นว่า CC Cream ทำได้โอเคเลยทีเดียว



ช่วยปรับสีผิวให้เสมอกันขึ้น ขาวขึ้น ปิดรอยจางๆได้ประมาณนึง 
และช่วยกระจายแสงทำให้รอยต่างๆดูเบลอๆ ผิวเลยดูดีขึ้นทันทีค่ะ 
นี่ถ้าใครผิวดีอยู่แล้ว ทา CC ตัวเดียว จบเลยจ้า 

จากที่ลองใช้มาพักนึง ก็พบว่า CC Cream ตัวนี้ช่วยให้เมคอัพติดทนขึ้น 
ระหว่างวันอาจจะมีบ้างที่ผิวจะมันขึ้น แต่ก็ไม่ถึงขั้นเยิ้ม ย้อย เละแต่อย่างใด 
ทาแล้วเบาสบายผิว ไม่หนักหน้าแบบรองพื้น 
เบลล์ว่า CC Cream เค้าโอเคมากๆเลยค่ะ เท่าที่ใช้มาก็ไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใด 
เบลล์ว่าทั้งโฟม เซรั่มและ CC Cream เค้าทำออกมาได้ดี ดีเกินราคาน่ารักจุ๋มจิ๋มแบบนี้เลยล่ะ 

แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งเชื่อนะคะ ของแบบนี้ต้องลองด้วยตัวเอง 
เพื่อนๆสามารถหาซื้อแบบซองๆมาทดลองกันได้ หาง่ายมีขายใน 7-ELEVEN ด้วยจ้า 
และสำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อได้ที่ช่องทางต่างๆ ด้านล่างนี้เลยค่ะ 

ร้าน 7-ELEVEN และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเครื่องสำอางใกล้บ้าน 
หรือสั่งซื้อได้ที่ Call Center 0-2806-0300, 081-353-3800
//www.facbook.com/namiwink และ Line : kbcosmetic 
ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น. 

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ 
ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ 
บายๆ 





 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2558 22:59:58 น.
Counter : 27597 Pageviews.  

REVIEW รีวิว แป้งคุมมันขั้นเทพ 1028 Ultimate Oil-Control Powder

สวัสดีจ้าสาวๆ รีวิววันนี้ขอพลีให้สาวหน้ามันโดยเฉพาะ เป็นรีวิวแป้งคุมมันที่เบลล์ได้ลองใช้มาพักนึงแล้ว
ซึ่งมันใช้ดีและราคาน่ารักมากกกกกก แป้งที่ว่านี้ก็คือ 1028 Ultimate Oil-Control Powder นั่นเองจ้า



แบรนด์ 1028 Visual Therapy เป็นแบรนด์น้องใหม่ส่งตรงจากไต้หวัน
เครื่องสำอางเค้ามีให้เลือกหลากหลายในราคาน่าคบสุดๆ
สำหรับแป้ง Ultimate Oil-Control Powder นี้ก็เป็นหนึ่งในตัวจี๊ดที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ
เป็นแป้งฝุ่นเนื้อแมทท์อัดแข็งที่โดดเด่นในเรื่องการควบคุมและช่วยดูดซับความมันได้อย่างดีเยี่ยม
แต่ไม่ทำให้ผิวแห้ง หยาบกร้าน ไม่อุดตันรูขุมขน แถมยังกันน้ำ ติดทน อ่อนโยนต่อผิวบอบบาง
ด้วยสารสกัดจากคาโมมายล์ที่ช่วยลดการระคายเคืองและดอกแดนดิไลออนที่ช่วยถนอม
รักษาผิวให้แข็งแรง อุดมไปด้วยแร่ธาตุอันเป็นส่วนผสมหลักสำคัญสู่คุณภาพเม็ดสีที่ติดทนนาน
จึงให้เนื้อสีที่สม่ำเสมอ ไม่แลดูหมองคล้ำระหว่างวัน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราเป็นที่สุด

ลักษณะบรรจุภัณฑ์
แพคเกจด้านนอกเป็นกล่องพลาสติกใส พิมพ์ลายสีม่วงน่ารักๆ
ส่วนตัวตลับแป้งเป็นตลับกลมแบนๆ สีชมพูพิมพ์ลายสีเงินสวย น่ารักมากๆค่ะ
แถมยังมีขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาไปไหนมาไหนได้สบายเลยค่ะ

ขนาดบรรจุ 4.6 กรัม ราคา 299 บาทเท่านั้น
ราคาน่ารักขนาดนี้ ตัดสินใจซื้อมาลองได้ไม่ยากเลย



ด้านหลังตลับมีสติ๊กเกอร์ข้อมูลเป็นภาษาจีน พร้อมระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุครบถ้วน

พอเปิดตลับออกมาจะเจอกับพัฟนุ่มนิ่ม มีแผ่นพลาสติกคั่นเนื้อแป้งอยู่
และในตลับมีกระจกแบบเต็มฝาด้วยนะ เริ่ด!



พัฟจิ๋วที่เค้าให้มา มันนุ่มมากจริงๆ แถมยังจับเนื้อแป้งได้ดี ไม่หนาเกินไป
ทาออกมาได้ลุ๊คบางเบาสุดๆ

เนื้อแป้ง



เนื้อแป้งเนียนละเอียดมากๆ และบางเบาสุดๆ ไม่ได้ให้การปกปิดใดๆแต่จะช่วยเซ็ทให้ผิวดูเนียนๆ
เนื้อแป้งจะค่อนข้างแห้ง ให้ finishing เป็นแบบ Matte หรือด้านๆนั่นเองค่ะ
แป้งตัวนี้จะช่วยดูดซับความมันวาว ทำให้ผิวหน้าเราเหมือนเพิ่งแต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ

สี

ถ้ามองจากในตลับจะดูเหมือนสีค่อนข้างขาวมาก แต่จริงๆแล้วเค้าเป็นแป้งโปร่งแสง คือไม่มีสี
เวลาทาทับรองพื้นหรือเบสเมคอัพอื่นๆจะไม่ทำให้สีเพี้ยน หรือเปลี่ยนไป สามารถใช้ได้กับทุกสีผิวค่ะ



ทดสอบการดูดซับความมัน
เบลล์ทดลองทาแป้ง Ultimate Oil-Control Powder ด้านเดียว บนผิวที่ไม่ทาอะไรเลย
แล้วทดลองซับด้วยกระดาษซับมัน จะเห็นเลยว่า ด้านที่ไม่ทาอะไรเลย บนผิวจะมีความมันเล็กน้อย
กระดาษซับมันแปะไปแล้วติดบนผิวเลย ส่วนข้างที่ทาจะเห็นความเนียนและแมทท์ของผิว
กระดาษซับมันกดลงไป ไม่มีความมันหลุดออกมาเลยค่ะ แป้งดูดซับความมันบนผิวได้จริง



ทดสอบการควบคุมความมันบนผิว
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เบลล์เป็นคนผิวผสม จุดที่มันจะมันไวมาก
อย่างช่วงจมูกกับหน้าแก้มจะไปก่อนเพื่อนเลย ส่วนที่แห้งก็จะแห้งมาก บางทีก็ลอกเลยก็มี
ใครเป็นผิวแบบไหนลองเทียบดูนะคะ

เบลล์ทดลองแต่งหน้า ลงสกินแคร์ กันแดด รองพื้นตามปกติ ทั้งหน้าเป็นเครื่องสำอางชุดเดียวกัน ทาปริมาณเท่าๆกัน
แต่ด้านนึงใช้แป้งฝุ่นทั่วไป ส่วนอีกด้านทา Ultimate Oil-Control Powder เพื่อเซ็ทรองพื้น
และรอเวลา 5 ชั่วโมง แล้วเรามาดูกันซิว่าหน้าสองด้านจะมันเท่ากัน หรือต่างกันอย่างไร



รูปแรก จะเป็นตอนที่แต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ ความเนียนของแป้งนี่ใช้ได้เลยค่ะ
และสีแป้งโปร่งแสงโอเคเลย ไม่เปลี่ยนสีของรองพื้น



รูปสอง เมื่อเวลาผ่านไป 5 ชม. กิจกรรมที่ทำก็มีนั่งทางานในห้องแอร์ เดินออกไปตากผ้าร้อนๆ
นั่งรีดผ้าหน้าเตารีดร้อนๆอีกสองชั่วโมง ครบ 5 ชม. แล้วกลับมาถ่ายรูปในสภาพแสงเดิมเป๊ะ
มองผ่านๆเหมือนจะไม่ต่างกันมาก แต่ถ้ามองเจาะเข้าไปใกล้ๆล่ะก็… อื้อหืออออออ



ข้างที่ใช้แผ้งฝุ่นทั่วไปเริ่มเยิ้ม โดยเฉพาะข้างจมูกนี่เยิ้มมากๆ
ส่วนด้านที่ใช้ Ultimate Oil-Control Powder ก็มันนะ แต่ไม่เยิ้มเท่าอีกด้าน
ยังมีส่วนที่แมทท์ให้เห็นอยู่ แต่จะมองด้วยตาเปล่าก็จะพิสูจน์ไม่เคลียร์
เราขอพิสูจน์ด้วยกระดาษซับมันกดลงบนผิวด้วยน้ำหนักมือเท่าๆกัน ซับไปเรื่อยๆ ทั่วข้างจมูกและแก้ม

แถ่แด้…..



ชัดเลย! ด้านที่ใช้แป้งฝุ่นอื่น มันเต็มครึ่งแผ่นเลยจ้า
ส่วนด้านที่ใช้ Ultimate Oil-Control Powder มันเท่าที่เห็นเลยค่ะ น้อยกว่าครึ่งนึง
คือมันยังมีความมันนะ แต่คุมได้ดีกว่าอีกด้าน สอบผ่านนนนนน

ยังค่ะเท่านี้ยังไม่จุใจ ขอลองใช้คู่กับแป้งผสมรองพื้นดูบ้าง ดูซิว่าจะเวิร์คเหมือนกันมั้ย
เบลล์ทดสอบเหมือนเดิมค่ะ ทาสกินแคร์ชุดเดิม กันแดด คอนซิลเลอร์ใต้ตา
แล้วลงแป้ง Ultimate Oil-Control Powder แค่ด้านเดียว แล้วตบทับด้วยแป้งผสมรองพื้นตัวที่ใช้ปกติ
แล้วแต่งหน้าไปตามปกติ ปัดแป้ง Ultimate Oil-Control Powderทับอีกชั้นบางๆ
แต่คราวนี้เทสโหดกว่าเดิม ออกไปเที่ยวนอกบ้าน เดินสยามร้อนๆ
(วันนี้ร้อนมว๊ากกกก จะร้อนอะไรขนาดเน้) ข้ามไปพารากอน ข้ามกลับมาสยามนั่งจิบกาแฟเย็นๆ
จับเวลา 5 ชม. ได้ตามภาพเลยจ้า



รูปอาจจะไม่ชัดเท่ารูปเซ็ทแรกนะคะ ไม่ได้พกกล้องใหญ่ออกไป แต่ขอให้ดูที่กระดาษซับมัน
ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันเลยจ้า เริ่ดเนาะ!

ทดสอบคุณสมบัติการกันน้ำ
นอกเหนือจากคุณสมบัติการควบคุมความมันที่ทำได้ดีมากแล้ว แป้งตัวนี้ยังมีคุณสมบัติกันน้ำด้วยจ้าเบลล์ลองทาบนแขนแล้วพ่นน้ำใส่รัวๆ จะเห็นเลยว่าน้ำจะฟอร์มตัวเป็นหยดกลมๆเล็กๆบนผิวที่ทาแป้ง



เมื่อเอาทิชชูซับออก ก็ไม่มีเนื้อแป้งหลุดติดตามออกมา มองบนผิวก็ยังมีเนื้อแป้งเกาะผิวดีอยู่
แปลว่าน้ำไม่ละลายเนื้อแป้งออกมานั่นเองจ้า



สรุป
แป้ง Ultimate Oil-Control Powder ตัวนี้เบลล์ให้ผ่านฉลุยเลยค่ะ
นับเป็นหนึ่งในบรรดาแป้งคุมมันที่เวิร์คจริงๆ ทั้งคุมมัน ทั้งกันน้ำ แถมราคายังน่าคบหาอีกด้วย
อาจจะมีข้อเสียอยู่เล็กน้อยคือเนื้อแป้งจะดูแมทท์ ดูแห้งมากขณะทาใหม่ๆ
แต่พอเริ่มเซ็ทตัวก็จะเนียนกลืนไปกับผิวดีมากๆ ดูไม่แห้งแป๋แห้งกรังแต่งอย่างใด
นับเป็นข้อเสียเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

เห็นแบบนี้แล้วต้องเริ่มสงสัยกันแล้วแน่ๆเลยว่าจะหาซื้อได้ที่ไหน
เพื่อนๆสามารถไปลองเทสเนื้อแป้งกันได้ที่ shop ต่างๆตามนี้เลยค่ะ

ร้าน Watsons สาขาสยามสแควร์ ซ.3 (ข้างลิโด้), Central พระราม 2,
Central West Gate, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ชั้น G


หรือใครไม่สะดวกไปลอง ก็สามารถสั่งซื้อ online ได้ตามช่องทางต่างๆตามนี้เลยค่ะ
www.lazada.co.th , www.moxy.co.th

หรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก็ไปได้ที่
www.facebook.com/1028Thailand หรือ Instagram @1028Thailand ค่ะ


สำหรับรีวิวในวันนี้ก็คงจบเพียงเท่านี้ค่ะ คราวหน้าจะมีอะไรเด็ดๆมาแนะนำอีก ขอให้ติดตามชมนะคะวันนี้ขอตัวละจ้า

บ๊ายบายยย
Smiley



หมายเหตุ ผลลัพธ์ที่ได้ อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวเฉพาะบุคคลนะคะ รีวิวนี้เป็นการทดสอบจริงบนผิวเบลล์ซึ่งเป็นผิวผสมจ้า




 

Create Date : 30 กันยายน 2558    
Last Update : 2 ตุลาคม 2558 13:45:57 น.
Counter : 21015 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.