ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

เปิดกล่อง VanityTrove เดือนธันวา มาแบบโกลวๆ

เย้ๆ กลับมารีวิวเปิดกล่องกันอีกแล้ว เดือนๆนึงนี่ผ่านไปไวจริงๆ
กลับมาเปิดกล่องกันอีกแล้ว VanityTrove เดือนนี้จัดมาเน้นๆเรื่องผิวโกลวเป็นธรรมชาติ
กล่องที่เบลล์ได้ จะมีโปรดักพวก สกินแคร์ซะมาก จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้ในคลิปด้านล่างเลยค่ะ



เบลล์ได้ทำคลิปเปิดกล่องไว้แล้ว เชิญชมได้เลยค่ะ ^ ^




ใครสนใจ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บของ VanityTrove ได้เลยค่ะ

เจอกันใหม่บล๊อกหน้า
บ๋าบายยยยยย ^ ^




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2555    
Last Update : 7 ธันวาคม 2555 19:30:01 น.
Counter : 2156 Pageviews.  

bellyly เปิดกล่อง Vanity Trove พฤศจิกายน 2012 (คุ้มเว่อร์!)

มาเปิดกล่องกันอีกแล้วจ้า คราวนี้เป็นกล่องสุดคุ้มจาก Vanity Trove
เป็นของเดือนพฤศจิกายน 2012 เป็นกล่องที่เซอร์ไพร์ซมากๆ
เปิดออกมาเจอ Clarins แน่นกล่อง เรียกได้ว่าแทบจะยกเคาน์เตอร์มาให้ลองเล่นถึงบ้านเลย



จะแน่น จัดเต็มขนาดไหน ดูรายละเอียดได้ในคลิปเลยจ้า




มาลงคลิปยั่วไว้ แล้วไปดีกว่า
เจอกันบล๊อกหน้า บ๊ายบายยยยย
Smiley


อย่าลืมไปเล่นเกมในแฟนเพจเบลล์นะคะ ตอนนี้มีเกมให้เล่นกันหนุกๆ
เดี๋ยวได้ของรางวัลแล้วจะมายั่วอีกรอบ 55555
ใครสนใจ ตามลิ้งไปโลด...
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=494974433868604&set=a.494902883875759.118900.321093777923338&type=1&relevant_count=1







 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2555 18:53:34 น.
Counter : 2068 Pageviews.  

REVIEW+SWATCH บลัชเนื้อนุ่ม สีสวยโกลวๆกับ Maybelline Cheeky Glow Blush

ดีจ้าสาวๆ เจอกันอีกแล้ว
วันนี้จะมารีวิวบลัชออนที่กำลังอินเลิฟอยู่ในช่วงนี้ ใช้วนไปวนมาวันละสี
แต่ก็อีกตามเคย ธัญญาช้าตลอดๆ 55555 ของที่นำมารีวิวในวันนี้ ก็ไม่ได้เพิ่งออกใหม่อะไรขนาดนั้น บลัชรุ่นนี้ออกมาได้พักใหญ่ๆแล้วล่ะ แต่ที่เพิ่งทำรีวิว
ก็เป็นเพราะเบลล์ใช้เวลาลองจนมั่นใจว่าเลิฟจริงอะไรจริง เลยเขียนรีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

แต่ก็นะ! ไม่รู้ Maybelline จะขยันออกคอลเลกชั่นใหม่อะไรกันบ่อยๆ
ปั๊มเงินไม่ทันสอยเลยจริงๆ555 นี่ก็เพิ่งออกดินสอเขียนคิ้วกับเจลไลน์เนอร์ตัวใหม่อีกแล้ว...
ธัญญาตามไม่ทันเลยจริงๆ

เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องของเราดีกว่า วันนี้จะรีวิวบลัช Cheeky Glow ที่ใหม่มาระยะใหญ่ๆละ
เป็นบลัชที่ตอนแรกเราแอบเห็นรูปจากบล๊อกเกอร์ท่านอื่นๆแล้วแอบกรี๊ดดดดดด
เพราะเกิดการสับสนกับเจ้าบลัชเด้งดึ๋งอันโด่งดังที่ยังไม่เข้าไทย
หรือชื่อเค้าเรียกว่า Bouncy Blush ซึ่งเจ้าสองตัวนี้ ถ้าไม่เอามาจับชนเทียบกัน
ก็อาจจะเข้าใจผิดได้ เพราะแพคเกจนางช่างใกล้เคียงกันซะเหลือเกิน
ทั้งฟอนต์ตัวอักษรบนแพคเกจก็เหมือนกัน จะต่างกันก็ที่ขนาดตลับนิดหน่อย
บวกกับเนื้อบลัชคนละอย่าง เอาเป็นว่า ก็ต้องรอต่อไปสำหรับ Bouncy Blush
เพราะยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าไทย (แต่เบลล์ทนไม่ไหว แอบหิ้วมาจากสิงคโปร์มาสองตลับ
เอาไว้มีเวลาจะมารีวิวนะ) ทีนี้มาเวิ่นต่อกับเจ้า Cheeky Glow
เบลล์คาดเดาว่า ที่ทาง Maybelline ขายตัวนี้ก่อน Bouncy Blush
คงเป็นเพราะ เพิ่งจะ Discon. บลัชตัวเก่าที่ออกมานานนม
ด้วยเนื้อบลัชแบบฝุ่นของ Cheeky Glow ก็สามารถเข้ามาแทนที่ได้สบายๆ

Cheeky Glow Blush มาในตลับพลาสติกเบาๆ ฐานสีขาว ฝาใสๆ ทำให้เห็นสีด้านในชัดเจน
แต่แอบตินิดนึงว่าแพคเกจแอบก๊องแก๊งเล็กน้อย เมื่อเทียบกับตัวก่อนๆ
แต่เอาเถอะ ด้วยความที่น้ำหนักเบา มันก็ทำให้เราสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สบายยิ่งขึ้น
และเท่าที่พกมาเป็นเดือนแล้ว ยังไม่พบอาการบลัชแตกร้าวแต่อย่างใด
ทั้งแพคเกจ ทั้งเนื้อบลัช ยังทนทานถึงตอนนี้ ผ่านจ้า!

ด้านหลังตลับมีฉลากแปะอยู่และสามารถลอกออกเพื่ออ่านรายละเอียดด้านในได้

ด้วยชื่อรุ่น เค้าให้ชื่อว่า Cheeky Glow แก้มโกลว์ๆผ่องๆเรืองๆ
ทำให้เนื้อบลัชที่ออกมาจะไม่ใช่เนื้อด้าน หรือเนื้อแมท แต่ก็ไม่ถึงกับวิ๊งกระจาย
เนื้อจะแอบมีชิมเมอร์เล็กมากๆปะปนอยู่จางๆ ทำให้เวลาปัด แก้มจะดูมีมิติ โกลว์ๆเบาๆ
แต่ทั้งนี้ บลัชรุ่นนี้ยังให้สีที่ชัดและติดทนพอสมควร ยิ่งวันไหนลงรองพื้นด้วยแล้ว
บลัชจะติดทนเป็นพิเศษ เนื้อบลัชรุ่นนี้ดีตรงที่ ไม่ค่อยเป็นแป้งๆ เวลาแปรงจิ้มลงไป
ไม่ค่อยหลุดเป็นผงๆให้รำคาญใจ และที่เริ่ดคือ แค่แตะแปรง สีบลัชก็ติดขึ้นมาง่ายๆเลย
ไม่ต้องขูด ไม่ต้องถูแต่อย่างใด เนื้อบลัชที่ติดแปรงขึ้นมา มีความพอดีสำหรับการปัด
ทำให้ควบคุมสีได้ง่าย ปัดแล้วไม่ต้องกังวลว่าจะแดงเกินไป

บลัชรุ่นนี้เค้าออกมา 4 สีด้วยกัน สีน่ารักๆทั้งน๊านนนนน

01 Peachy Sweetie


สีชมพูพีชหวานๆ จะผิวขาว ผิวสองสี ปัดได้หมดค่ะสีนี้ ชมพูสุดๆ
ถือว่าเป็นบลัชสิ้นคิด คิดอะไรไม่ออก ปัดสีนี้ จบ

02 Wooden Rose


สีชมพูนู้ดนมๆ สีนี้สาวผิวขาวปัดออกมา เกิด เกิด เกิด สีซอฟท์ๆปัดได้ทุกโอกาส
ชอบสีนี้สุดแล้ว ปัดแล้วดูเป็นคุณหนูๆ 555


03 Creamy Cinnamon

ถ้าดูจากตลับอาจจะมองเป็นสีน้ำตาลส้มนู้ดๆ แต่ปัดออกมาแล้วได้ส้มอมแดงๆซะงั้น
แต่ก็แล้วแต่คนนะ อยู่ที่ undertone ของผิว ถ้าโทนเหลืองจะออกแดงซะมากกว่า
สีนี้แต่งคู่กับสโมคกี้เข้มๆก็เริ่ดอยู่น๊า


04 Fresh Coral



สีนี้ถ้าดูจากตลับน่าจะแดงๆหน่อย ดูเข้มสุดในรุ่นแล้ว แต่พอปัดออกมาผิดคาดเล้กน้อย
เบลล์ปัดแล้วได้สีออกชมพูอมส้มนิดๆ สวยไปอีกแบบ สีนี้ก็ปัดได้เรื่อยๆเช่นกัน

ครบแล้ว 4 สี

และอีกตามเคย ยังไงก็อยากให้เพื่อนๆไปลองปาดสีจริงกันที่เคาน์เตอร์ก่อนควักเงินซื้อนะคะ
ถึงแม้ราคามันจะจุ๋มจิ๋มน่ารักก็ตาม ถ้าสอยมาแล้วไม่ถูกกับผิวจะหาว่าเบลล์ไม่เตือนนะเออ

สุดท้ายก็หวังว่าบล๊อกนี้จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจนะคะ ไม่รู้จะช่วยยั่วกิเลส
หรือช่วยอะไรกันแน่ 5555

วันนี้คงต้องขอตัวไปปั่นงานต่อแล้วจ้า

บ๊ายบายยยยยย^ ^





 

Create Date : 16 ตุลาคม 2555    
Last Update : 16 ตุลาคม 2555 20:16:49 น.
Counter : 15960 Pageviews.  

REVIEW+SWATCH รวมอายแชโดว์วิ๊งกระจายแบบครบสี Maybelline Hyper Diamonds Eyeshadow

สวัสดีค่ะสาวๆ บล๊อกก่อนๆ ถ้าใครได้อ่าน
จะทราบว่าเบลล์กำลังเคลียร์กรุเครื่องสำอางขุดเอาของที่ดองไว้ ทะยอยออกมารีวิว
ครั้งที่แล้ว เบลล์รีวิวบลัชออนสวยๆจาก Maybelline ไปแล้ว
มาวันนี้ ถึงคิวของอายแชโดว์วิ๊งวับกันบ้าง
นั่นก็คือ Maybelline Hyper Diamonds Eyeshadow นั่นเอง
อายแชโดว์รุ่นนี้ วิ๊งกระจาย วิ๊งวับ ระยิบระยับ สมชื่อเลยค่ะ วิ๊งยิ่งกว่าเพชร!!


โดยปกติแล้ว จะเจอแต่แบรนด์ญี่ปุ่น-เกาหลี ที่ชอบทำอายแชโดว์แบบวิ้งๆมาขาย
และแบรนด์โซนตะวันตกมักจะขายเนื้อแมท-เชียร์-ซาติน ไปจนถึงเนื้อมุข เมทัลลิก
จะไม่ค่อยเจอแบรนด์ฝรั่งทำอายแชโดว์วิ๊งๆ แต่มาเจอรุ่นนี้ ยอมแพ้เลยจริงๆ
เมเบลลีนทำออกมาได้ดีผิดคาดมากๆค่ะ

แต่ก็แอบเสียดายที่เมเบลลีนออกอายแชโดว์ตัวใหม่ออกมาแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวนี้จะยังมีขายอยู่
หรือจะดิสคอนไปเลย ไม่แน่ใจ แต่ท่าทางจะหาซื้อได้ยากขึ้น แต่อยากแนะนำไว้ตรงนี้เลยว่า
เป็นอายแชโดว์ที่ควรซื้อเก็บ กักตุนไว้ยามฉุกเฉิน 55555
จะว่าไป ก็แอบสำนึกผิดนิดนึงที่เพิ่งขุดมารีวิว ของดีๆแบบนี้ มีเวลาปั๊บก็รีบปล่อยรีวิวเลย
เผื่อสาวๆจะยังสอยไว้ได้ทัน ไม่อยากให้พลาดจริงๆค่ะ

เอาล่ะเข้าเรื่องเลยละกัน อายแชโดว์รุ่นนี้ มีทั้งหมด 6 เฉดสี 6 พาเลท คือ
เทา ชมพู น้ำเงิน ม่วง น้ำตาลและทอง โดยในแต่ละพาเลทจะมี 5 ช่อง 5 สี
มีระดับความเข้มของสีที่ต่างกัน จะเน้นเนื้อกลิตเตอร์ซะมาก จะไม่เนื้อแมทเลย
ก็สมชื่อรุ่น ว่า Hyper Diamonds วิ๊งชนะเลิศมากๆ ถ้าสงสัยว่าวิ๊งเว่อร์ขนาดไหน
เชิญชมที่คลิปเลยจ้า ถ่ายรูปเป็นภาพนิ่งมันไม่เห็นความวิ้ง เลยจับภาพเป็นคลิปสั้นๆมาให้ชมกัน
อ่ะ เชิญชม...



ในส่วนของแพคเกจ เป็นพลาสติกแข็งๆ ไม่ก๊องแก๊ง ฝาปิดใส ทำให้มองเห็นสีในตลับชัดเจน
แต่ละพาเลทให้แปรงฟองน้ำอันจิ๋วมาด้วย แปรงมีสองหัว คือหัวเล็กและหัวใหญ่ใช้แต่งคัดเบ้า
เน้นรอยพับตาได้สบายๆ

ทีนี้ มาเจาะดูแต่ละพาเลทดีกว่า


1. BR-1 น้ำตาล

พาเลทนี้จะออกโทนสีน้ำตาล ทอง ชมพู เป็นสีที่ใช้ได้เรื่อยๆได้ทุกโอกาส
เป็นโทนสีสุภาพไม่แฟชั่นจ๋าจนเกินไป แต่ติดอยู่นิดหน่อย คือสีชมพูที่ให้มาในพาเลท
อาจจะไม่เหมาะกับสาวๆผิวโทนเหลือง เพราะทาแล้วอาจจะออกเป็นสีแดงๆได้
แต่ถ้าผิวอันเดอร์โทนชมพูไม่มีปัญหาเลยจ้า ทาออกมาคุณหนูสุดๆ
พาเลทนี้แอบมีสีใกล้เคียงกับ Urban Decay NAKED Palette ด้วยนะ
แอบเทียบสีมาให้ชมกัน แม้จะไม่ตรงเป๊ะ แต่เชื่อเถอะว่า ใช้แทนกันได้ ต่างกันจิ๊ดเดียว



2. GD-1 ทอง

พอได้ลองเอาพาเลท BR-1 มาเทียบสีกับ NAKED แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะลองเอาพาเลทนี้มาเทียบด้วย

แล้วก็พบว่า OMG!! มีสีที่คล้ายกันมากๆถึง 3 สีด้วยกัน และเป็นสีที่เบลล์ใช้บ่อยใน NAKED เช่น
Creep / Half Baked / YDK /Smog

จะบอกว่า พาเลทนี้ แทบจะแทน NAKED ได้เลย ถ้าเป็นคนที่ชอบแต่งสีเดิมซ้ำๆ
แถมราคาน่ารักกว่าเย๊อออ 555 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยความที่ราคามันช่างต่าง
คุณภาพก็ย่อมมีข้อแตกต่าง พิกเมนท์ของ Maybelline บางสี อาจจะไม่แน่นเท่า UD
อย่างสีดำในพาเลท GD-1 เห็นได้ชัดเลยว่า เนื้อสีจางกว่า
แต่ถ้าเทียบสีทอง กับสีน้ำตาล เนื้อสีนุ่มชัด ติดดี เกือบจะเทียบเคียงกับ UD ได้เลยแหละ

...อ่านดูแล้วเริ่มสนใจแล้วอะซี่ 55555นอกจากพาเลทนี้จะมีสีที่ใกล้เคียงกับ NAKED แล้ว
โทนสีในพาเลทนี้ถูกเลือกมาให้อย่างดี เป็น 5 สีที่ใช้ได้ทุกงาน หลากหลายโอกาส
เป็นโทนสีสุภาพ ใช้จับคู่กับสีแก้ม สีปากได้หลากลายมากๆ จะแต่งเบาๆ ก็ได้
จะคัดเบ้า จัดสโมคกี้อายส์ก็สบายมาก นับว่าเป็นพาเลทสิ้นคิด
เพราะคิดอะไรไม่ออก หยิบพาเลทนี้มาแต่ง รับรอง รอดทุกงาน


3. BU-1 น้ำเงิน

พาเลทโทนสีน้ำเงิน ในพาเลทประกอบด้วยสีฟ้า2สี ขาว และน้ำเงินอีก2 สี
เป็นเฉดสีที่จะแต่งให้ออกมานุ่มสุขุมก็ทำได้ หรือจะแต่งโทนสดใสก็ทำได้
แต่งตาสีนี้จะช่วยขับนัยน์ตาสีน้ำตาลได้สวยมากๆ เบลล์เคยใช้พาเลทนี้แต่งสโมคกี้
คู่กับชุดเดรสซาตินสีน้ำเงินเข้ม ก็ออกมาดูหรูเข้ากับงานราตรีได้อย่างดี
ใครที่ยังไม่เคยลองแต่งตาสีๆ โทนสีน็เป็นสีที่เหมาะที่จะลอง เพราะไม่แรงจนเกินไป
และแต่งได้ง่ายอีกด้วย


4. PK-1 ชมพู

โทนสีชมพูหวานมากๆ สีที่จัดมาให้ในพาเลทนี้ ประกอบด้วยสีขาวมุข ขาวชิมเมอร์ ชมพูอ่อน
ชมพูเข้ม และน้ำตาลอมม่วงๆเทาๆ เป็นชุดสีที่สวย ให้ลุ๊คหวาน เจ้าหญิงๆ
แต่ถ้าใครอันเดอร์โทนเหลือง อาจจะไม่เหมาะกับพาเลทนี้ค่ะ เพราะสีชมพูที่ให้มา
ทาแล้วออกเป็นชมพูแดงๆมากกว่าชมพูหวาน เบลล์ลองแล้วเหมือนตาช้ำ ร้องไห้มาซะงั้น T^T
แต่พอไปลองกับเพื่อนที่มีผิวอันเดอร์โทนชมพู เกิด เกิด เกิด สวยเลยจ้า แลดูหวานมากๆ
เป็นพาเลทที่ให้สีเบาๆอ่อนๆ เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มแต่งหน้า
หรือน้องๆนักศึกษาแต่งหน้าไปเรียนแบบเบาๆ


5. WN-1 ม่วง

พอบอกว่าเป็นโทนสีม่วง หลายๆคนอาจจะคิดว่า เอ๊ะ แต่งตาม่วง จะไม่ดูตาช้ำ
เหมือนโดยต่อยมาใช่มั้ย บอกเลยว่า ไม่ใช่เลยสำหรับพาเลทนี้ โทนม่วงที่เลือกมาลงในตลับ
เป็นม่วงที่สวยมากๆ สามารถแต่งออกมาหวานๆได้เลยสำหรับสาวผิวขาวอันเดอร์โทนเหลือง
หวานได้ไม่น้อยหน้าพาเลทสีชมพูเลยแหละ เบลล์ใช้พาเลทนี้แต่งหน้าในคลิปนี้...
Makeover แปลงสาวหมวยเป็นนางแบบเกาหลี ...
(คลิปนี้ฮาเกิน เป็นคลิปแรกที่ทำแล้วทะลุหมื่นวิวไปแล้ว... น้ำตาจะไหล)



กลับมาเรื่องรีวิวกันต่อ555
นอกจากจะแต่งให้ดูหวานๆได้แล้ว ยังแต่งสโมคกี้ได้ลุ๊คเซ็กซี่อีกด้วย
ถือว่าเป็นพาเลทที่คุ้มสำหรับสาวผิวโทนเหลืองอีกพาเลทนึง


6. GY-1 เทา

พาเลทสุดท้ายแล้วสำหรับคอลเลกชั่นนี้ เป็นโทนสีเบสิคอีกโทนที่ควรมีในครอบครอง
นั่นก็คือ โทนเทา-ดำ โทนนี้เอาไว้แต่งสโมคกี้โดยเฉพาะ
ในพาเลทจะมีสีขาว สีเงิน เทา และดำ แยกเฉดความเข้มมาให้แล้ว
ทำให้คนที่กำลังหัดสโมคกี้ แต่งได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
และด้วยความที่พิกเม้นท์ของพาเลทนี้อาจจะไม่ได้หนักแน่นเท่าพาเลทอื่นๆ
ก็อาจจะนับเป็นข้อดีสำหรับมือใหม่หัดแต่ง เพราะจะทำให้ตอนแต่งไม่ค่อยพลาด
ถึงพลาดก็ลบออกง่ายกว่าอายแชโดว์ที่เนื้อสีจัดๆนั่นเอง


รีวิวครบ 6 เฉดสีแล้ว ลงรูปรวมอีกซักรูป...

เชื่อว่าสาวๆคงอยากจะพุ่งตัวออกไปสอยมาเล่นซักสองสามพาเลทแล้วแน่เลย 5555
ยังไงก็ตาม อยากให้เพื่อนๆได้ไปลองปาดเนื้อ ดูสี กันที่เคาน์เตอร์ดูก่อนซื้อนะคะ
รีวิวนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเท่านั้น
ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆบ้างไม่มากก็น้อย

เอาล่ะ บล๊อกหน้าจะขุดอะไรออกมารีวิวอีกขอให้ติดตามชมนะคะ
วันนี้ขอตัวละค่ะ

บ๋ายบาย ^ ^



ปล.
ของที่นำมารีวิวครั้งนี้มีบางชิ้นซื้อเอง บางชิ้นทางแบรนด์ให้มา
รวมกันครบหกสีพอดี เลยจัดฉลองรีวิวซะเลย! 




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2555    
Last Update : 15 ตุลาคม 2555 17:28:19 น.
Counter : 24753 Pageviews.  

[SR] Review ทรีทเมนท์ Blue MATE กับ Oxy Xtra Med ผิวไบร์ทขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

สวัสดีค่ะสาวๆ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เบลล์ได้ไปลองทำทรีทเม้นท์กับ Doctor Younger
หลังจากที่ครั้งที่แล้วไปลองเครื่อง Prolite IPL มาแล้วติดใจ ครั้งนี้เลยลองทำทรีทเม้นท์เบาๆดูบ้าง
แต่ก็ยังคงเน้นเรื่องเดิม คือ เพื่อผิวกระจ่างใส เพราะเบลล์เองก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอื่นๆเท่าไหร่
ติดอยู่เรื่องเดียวคือ เรื่องความหมองคล้ำกับรอยด่างดำนั่นเอง

วันนี้เบลล์จะทำ2ตัว คือ Blue MATE กับ Oxy Xtra Med ฟังชื่อแล้วอาจจะงงกันว่ามันคืออะไร
Blue MATE เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับ Electroporation หรือ
เพิ่มประสิทธิภาพการส่ง Serum ผ่านผิวหนัง ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
และให้ผลยืนยาวขึ้น ช่วยเพิ่มวิตามินและสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว ทำให้ผิวเต่งตึง
กระชับและขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผ่านระบบ Photo-stimulating
or photo-draining massage ที่ทำงานอย่างอ่อนโยน

โดยเจ้าเครื่อง Blue MATE จะใช้ควบคู่กับ Serum บำรุงผิวจากอิตาลี มีให้เลือก 2 อย่าง คือ
1. Lifting and Smooth Serum เร่งการสร้างคอลลาเจน
และช่วยยกกระชับผิวหน้า มอบความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึกและอ่อนโยน
2. Whitening and Repair Serum กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดการสร้างเม็ดสี
พร้อมปกป้องผิวและต่อต้านความชราจากแสงแดด ทำให้หน้าขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ในการใช้เครื่องนี้ จะใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่ครั้งนี้เบลล์ทำอีกอย่างต่อไปเลยทีเดียว นั่นก็คือ

Oxy Xtra Med เป็นเทคโนโลยีการนำพาออกซิเจนและเซรั่มบำรุงผิว เข้าสู่ผิวหน้าอย่างล้ำลึก
(Oxygen Infusion) เพื่อหน้าที่ขาวเนียน เปล่งปลั่ง สดใส ไร้ริ้วรอย และความหมองคล้ำ
เค้าบอกว่าขณะทำจะรู้สึกสบายผิว ไม่เจ็บ และไม่ทำให้เกิดบาดแผล
นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกเซรั่มที่จะใช้กับเครื่องนี้ได้ด้วย ได้แก่
1. Lifting Serum ยกกระชับผิวให้เต่งตึง
2. Whitening Serum ช่วยเรื่องความขาวเนียน สดใส ไม่หมองคล้ำ
3. Filling Serum ช่วยเติมริ้วรอย ร่องลึกต่างๆ ให้ดูอ่อนเยาว์
ซึ่งในครั้งนี้เบลล์ใช้ร่วมกับ Whitening Serum เพราะจะเน้นเรื่องความไบร์ท หน้าขาวใส

ทีนี้มาดูกันดีกว่า ว่าตอนทำรู้สึกยังไงบ้าง...

ก่อนจะเริ่ม ก็จะทำความสะอาดผิวหน้า เช็ดจนสะอาดเรียบร้อย...

ตอนทำ Blue MATE สบายมากๆ เหมือนได้นวดหน้าเบาๆ
เจ้าเครื่อง MATE จะถูกนำมาวนๆ คลึงๆบนผิว ที่ได้ปาดเนื้อเจลไว้แล้ว
เนื้อเซรั่มจะค่อยๆซึมลงผิว ขณะทำเราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่นอนผ่อนคลายสบายๆ
แอบเผลอหลับไปวูบนึงด้วย เพราะมันสบายจริงๆ นี่ถ้ามีเพลงคลอเบาๆ คงเคลิ้มสุดๆไปเลย
ในส่วนของ MATE จะใช้เวลาราว 40 นาทีค่ะ

ส่วน Oxy Xtra Med ตอนทำแอบขำตอนแรก เพราะเค้าจะทาเซรั่มบนผิวเป็นส่วนๆ
แล้วใช้หัวพ่นออกซิเจนมาเป่าแนบไปกับผิว ก็จะมีเสียงปุ๊ๆๆ ปุดๆ
เพราะลมที่ยิงออกมาไปสัมผัสกับผิวชุ่มๆ ก็เลยเกิดเสียง แต่ทำไปพักนึงก็ชิน
ถ้าใครอยากรู้ว่าตอนทำเป็นยังไง เบลล์ถ่ายคลิปสั้นๆมาฝากค่ะ...



นอนสบายๆไปซักพักก็เผลอหลับอีกแล้ว 55555555555 ตัว Oxy นี่เห็นผลมากๆ
เวลาทาเซรั่มไปบนผิว แล้วใช้เครื่องเป่าๆไปพักนึง ผิวที่ทาเซรั่มส่วนนั้นจะนุ่มๆ ชุ่มชื่นทันที
แล้วเนื้อเซรั่มก็ซึมหายไปไวมากๆ เพราะแบบนี้ เค้าเลยต้องค่อยๆแยกทาทีละส่วนๆ
ไม่ได้ปาดไปทั้งหน้าทีเดียว พอเสร็จส่องกระจกดู โอววววววว ผิวดูขาวขึ้น ไบร์ทขึ้นเลยทันที
หลังจากทำเสร็จทั้งสองอย่างแล้ว พี่พนักงานก็จะเช็ดหน้า ทาบำรุงและกันแดดให้
แล้วเราก็ไปแต่งหน้าได้ตามสบาย มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ ทั้งแปรง หวี ไดร์ กระจกบานโต
เริ่ดอ่ะ!เล่ามาถึงจุดนี้แล้ว มาดูรูปผลลัพธ์กันเลยดีกว่า
(รูปไม่ได้รีทัชนะคะ จะยังเห็นจุดด่างดำ ไฝ และขี้แมลงวัน ชัดเจน 5555
และทั้งสองภาพ ถ่ายในที่เดียวกัน สภาพแสงเหมือนกัน การตั้งกล้องเหมือนกันค่ะ)

สรุปผลการทำทรีทเม้นท์ทั้งสองตัว เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ได้ทั้งความผ่อนคลาย
และผิวหน้าที่ดูสดใส สว่างขึ้น และมีความชุ่มชื่นขึ้นทันที สังเกตว่าทำเสร็จแล้ว พอแต่งหน้า
ผิวจะมันช้าลงมากๆ เพราะผิวชุ่มชื่นแล้ว ผิวก็จะผลิตน้ำมัน ขับออกมาช้าลงกว่าปกติ
หลังทำทรีทเม้นท์แล้วแต่งหน้าติดทนขึ้น แป้งติดหน้าดีขึ้นมากๆ รูขุมขนกระชับขึ้น
เวลาทาแป้งแล้วไม่ตกร่องรูขุมขนชัดแบบก่อนทำ โดยรวมแล้วประทับใจมากๆค่ะ
แนะนำว่าถ้าวันไหนจะต้องแต่งหน้าจัดเต็มออกงาน ในโอกาสสำคัญๆ
การทำทรีทเม้นท์ล่วงหน้า 1 วัน จะเหมาะมากๆ เพราะจะทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้น
และเครื่องสำอางติดได้เนียนขึ้นกว่าปกติค่ะ

เอาล่ะ วันนี้ก็เล่าเรื่องมายาวแล้ว หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับสาวๆ
หรือเพื่อนๆที่กำลังสนใจการทำทรีทเม้นท์นะคะ
ถ้าครั้งหน้ามีโอกาสได้ไปลองอะไรดีๆจะมาเล่าสู่กันฟังอีกแน่นอน.

บ๊ายบายจ้า^ ^



ปล.
ขอบคุณ DoctorYounger มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2555    
Last Update : 12 ตุลาคม 2555 18:39:30 น.
Counter : 4579 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.