ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW Seoul Secret Purify Aging Cream ครีมคอลลาเจนผสมโสมเกาหลี

⁞ สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่มาให้อ่านกันอีกแล้วจ้า คราวนี้เป็นครีมทาผิวสูตรใหม่

จาก Seoul Secret แบรนด์ที่โด่งดังมาจากคอลลาเจนรูปแบบเม็ด ที่เคลมว่ามีอนุภาคเล็กกว่าคอลลาเจนทั่วไป 
เป็นคอลลาเจนเกรดพรีเมี่ยมโมเลกุลเล็กระดับ Ultra Low Molecular Weight (หน่วยโมเลกุลเล็กกว่า 500 ดาลตัน) 
ซึ่งทางแบรนด์ได้เคลมว่าสามารถดูดซึมได้ทันที จากคอลลาเจนที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากๆ 
(แอบเห็นหลายคนพูดถึงและบล็อกเกอร์หลายท่านก็มีรีวิวถึง ลองเสิชข้อมูลดูนะจ๊ะ) 
คราวนี้ทางแบรนด์เค้าก็นำเจ้าคอลลาเจนที่ว่านี้ มาผสมกับสารสกัดจากโสมเกาหลีซังซัม 
หรือ โสมร้อยปีที่หายากในป่าลึก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่หายากที่สุด จนออกมาเป็นครีมบำรุงผิวตัวนี้เลย… 
Seoul Secret Purify Aging Cream


ต้องบอกก่อนนิดนึงว่าอันนี้ทางแบนด์ส่งของมาให้ลองนะคะ ห่อมาซะหวานแหววเลย

ทีนี้เรามาค่อยๆเปิดดูทีละชั้นดีกว่า เริ่มจากรอบๆกล่องก่อนเลยค่ะ

กล่องเค้าจะมาเป็นกล่องกระดาษสีขาวเรียบๆ มีลายคาดสีชมพูอ่อนๆ 
รายละเอียดต่างๆที่พิมพ์บนกล่องเป็นภาษาอังกฤษและเกาหลี 
ด้านนอกเค้าจะซีลพลาสติกไว้อีกชั้น พร้อมแปะฉลากภาษาไทยกำกับไว้ 
และที่หน้ากล่องจะมีแปะสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมกันปลอมไว้ด้วยล่ะ

ส่วนด้านบนและด้านล่างจะเรียบๆ มีพิมพ์วันผลิต วันหมดอายุและเลขล๊อตผลิตเอาไว้ที่ก้นกล่องแบบนี้

พอแกะซีลพลาสติกออก และเปิดฝา จะเจอกับลิ้นกล่องที่พับกันกระปุกกลิ้งไว้อย่างดี

แล้วเราก็จะเจอกับกระปุกครีมสีเงินผิวด้าน หน้าตาดูเรียบหรูทีเดียว

บนกระปุกก็จะมีพิมพ์รายละเอียดไว้รอบด้านเป็นภาษาไทย พร้อมพิมพ์วันผลิต วันหมดอายุและเลขล๊อตผลิตไว้ที่ก้นกระปุก 
เมื่อเปิดฝากระปุกออก จะเจอกับฝาชั้นใน เป็นพลาสติกกั้นไว้อีกชั้น กันครีมหกเลอะเทอะ 

เนื้อครีมสีขาวเนียนละเอียด

ส่วนกลิ่น เนื้อครีมไม่ได้มีกลิ่นน้ำหอมแบบครีมทั่วไปนะคะ เจ้า Seoul Secret Purify Aging Cream 
เค้ามีกลิ่นโสมที่ชัดเจน ช่วยย้ำว่ามีส่วนผสมของสารสกัดจากโสมเกาหลีซังซัมนั่นเองจ้า 
แต่สาวๆก็อย่ากลัวไป ลิ่นโสมมันไม่ได้แรงจนฉุนนะ ทาไปแล้วกลิ่นจะจางลงจ้า 

สรรพคุณที่ทางแบรนด์เคลมไว้ คือ ช่วยลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวกระจ่างใส กระชับรูขุมขน 
ลดเลือนจุดด่างดำเนื้อครีมบางเบา ไม่เหนอะหนะ ใช้ทาบำรุงกลางวันและกลางคืน 
หมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบาง ไม่มีกันแดด 

เบลล์ได้ลองใช้ครีมตัวนี้เป็นเวลา 14 วัน เบลล์ทาทั้งเช้าและก่อนนอนค่ะ 
เรามาดูกันว่าผลที่ได้จะเป็นยังไง… 


ความรู้สึกหลังการใช้ 
พบว่าแม้ครีมจะดูเหมือนข้นๆ กลัวจะทาตอนเช้าแล้วหน้าจะมันไว กลัวเมคอัพเยิ้ม แต่ไม่เลยค่ะ 
ทาตัวนี้แล้วไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่มนะ แต่งหน้าใช้ชีวิตได้ตามปกติสบายๆ (เบลล์ผิวผสม) 

หลังจากลองใช้ไป 14 วัน พบว่าผิวเรียบเนียนขึ้น ส่วนที่แห้งมากๆ ก็กลับมาชุ่มชื้นขึ้น 
รูขุมขนบางส่วนกระชับขึ้น ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น รอยจางๆดูจางลงเล็กน้อย 
ส่วนรอยด่างดำที่ชัดๆไม่ได้หายหรือจางลงแต่อย่างใด อันนี้คงต้องลองดูระยะยาวค่ะ 
ดูมีแนวโน้มที่ดี โดยรวมแม้จะไม่ได้ขาวขึ้นอย่างชัดเจน 
แต่รู้สึกได้เลยว่าผิวดูมีน้ำมีนวลมากขึ้นค่ะ ลองซูมให้ดูใกล้ๆค่ะ…



สรุป โดยรวมถือว่าเป็นครีมบำรุงผิวที่โอเคเลยทีเดียวค่ะ 
จากที่ลองใช้ไปสองสัปดาห์เห็นผลประมาณนี้ ถือเป็นแนวโน้มที่ดี 
เอาไว้จะต้องลองใช้ระยะยาวต่อเนื่องกันไปแล้วค่อยมาดูผลกันอีกทีค่ะ

สำหรับใครที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามรายละเอียดท้ายบล็อกนี้ได้เลยค่ะ 
สำหรับบล็อกนี้คงต้องขอตัวแล้วจ้า 

บ๊ายบาย 
Smiley

รายละเอียดผลิตภัณฑ์: 
บรรจุ 30 กรัมราคา 680 บาท 
เลขที่จดแจ้ง อย. 10-1-5643916 
สถานที่จัดจำหน่าย
บจก.ยูลิฮัน กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด 
450/2 อาคารบุญญสถิตย์ ถนนพระรามที่ 3 
แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. 10120 

สั่งสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call center 02-2914272 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
แฟนเพจของ Seoul Secret : //www.facebook.com/SeoulSecretThailand 
เว็บไซท์: //www.seoulsecret.com 
Line: seoulsecret






 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2557 23:12:12 น.
Counter : 33238 Pageviews.  

REVIEW ลองใช้ทั้งกินและทาแบบเต็มสตรีมกับ HAKUBI C และ HAKUBI WHITE C GEL

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มาอัพบล็อกรีวิวอีกแล้วค่ะ คราวนี้เป็นรีวิวสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องความไบร์ทของผิว

ยิ่งช่วงผิวโทรมๆนะ จัดสองสิ่งนี้เข้าไป อาทิตย์เดียวเริ่มเห็นผลเลยค่ะ ผิวแน่นขึ้นดูขาวขึ้น 
อะแหม เกริ่นนำออกตัวแรงกันขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวจะหาว่าโม้ เบลล์ได้ทดลองกับตัวเองมาแล้ว 
และเห็นผลจริงๆ เลยนำมารีวิวให้ชมกันชัดๆค่ะ

สองสิ่งที่ว่านั้น ก็คือ HAKUBI C และ HAKUBI WHITE C GEL นั่นเองจ้า
หน้าตาแพคเกจข้างนอกจะเป็นกล่องสีน้ำเงินวาวๆ แบบนี้...



HAKUBI C และ HAKUBI WHITE C GEL เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทยา SATO Pharmaceutical จากประเทศญี่ปุ่น ถ้าลองเสิชข้อมูลคร่าวๆจะพบว่ามีเครือข่ายในหลายประเทศใหญ่ๆ ตัวบริษัทเองดูน่าเชื่อถือทีเดียว ในส่วนของ HAKUBI C และ HAKUBI WHITE C GEL นั้น
ก็เป็นของที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรงค่ะ 

ทีนี้ เรามาดูรายละเอียดในแต่ละชิ้นกันเลยดีกว่า 
เบลล์ขอเริ่มจาก  HAKUBI WHITE C GEL กันก่อนนะคะ

ภายนอก แพคเกจตัวเจลจะเป็นกล่องยาวๆแบบนี้ค่ะ


(รูปแอบใหญ่ไปนิด แต่เบลล์ตั้งใจถ่ายรูปใหญ่ๆมา สาวๆจะได้อ่านฉลากกันได้ชัดๆจ้า)

ตัวกล่องเองพิมพ์ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ของที่นำเข้ามาขายในไทยอย่างถูกต้อง
จะมีสติ๊กเกอร์ฉลากภาษาไทยแปะทับหลังกล่องเอาไว้ด้วย ที่ฉลากจะกำกับข้อมูลรายละเอียด วิธีใช้
ส่วนประกอบ ผลิตโดย นำเข้าโดย ไว้อย่างละเอียดชัดเจน
ส่วนวันที่ผลิต วันหมดอายุ และล็อตผลิต จะอยู่ที่ฝากล่องด้านล่างค่ะ



ที่ฝากล่องด้านในจะมีกาวติดไว้ ทำให้เวลาเราแกะกล่องในครั้งแรกจะต้องออกแรงนิดนึง
แล้วกาวจะหลุดออก เห็นเป็นรอยกาวบนลิ้นกล่องข้างใน
ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอของที่แกะแล้ว หรือของปลอมย้อมแมว

และเมื่อเราแกะกล่องออกมาจะเจอกับหลอดเจลแบบนี้ค่ะ



มาดูรายละเอียดบนหลอดเจลกันบ้าง...



รายละเอียดบนหลอดเขียนเหมือนที่กล่องเลยค่ะ แต่เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ
ขนาดหลอดไม่ใหญ่ค่ะ วางในฝ่ามือสบายๆ 
ฝาหลอดเป็นฝาเกลียวแบบนี้..



ปากหลอดบีบมีความพิเศษตรงที่ มีคอขอดที่เล็กมากๆ เป็นแบบ Double Locking 
ช่วยล็อกเนื้อเจลไม่ให้โดนอากาศ ช่วยคงคุณภาพและใช้งานได้สะดวก 
แถมยังช่วยควบคุมปริมาณเนื้อเจลตอนบีบได้ดีมากๆ ไม่ทะลักพุ่งพรวดออกมาค่ะ
จุดนี้ต้องแอบบอกนิดนึงว่า HAKUBI เจลเค้าจะค่อนข้างเหลวใส 
ถ้าเป็นหลอดแบบอื่น วางหลอดเฉยๆจะต้องไหลเยิ้มออกมาแน่นอน 
แต่หลอดของ HAKUBI ถ้าไม่ออกแรงบีบ เจลก็ไม่ไหลเลอะออกมาเลยค่ะ เริ่ดมากๆ

พูดถึงเนื้อเจลแล้ว จะไม่โชว์รูปหน่อยก็กะไรอยู่ จัดไปจ้า..



อย่างที่บอกไปตอนแรกว่า เนื้อเจลของ HAKUBI ค่อนข้างเหลวใส  มีสีเหลืองนิดๆ
เวลาบีบออกมาจะไหลๆ เนื้อเจลเค้าบางและซึมไวมว๊ากกกกกกกกกกกก 
เกลี่ยง่ายมากๆ ทาไปเบาๆ ตอนทาจะรู้สึกชุ่มชื้นผิว ตอนเริ่มซึมจะมีช่วงที่รู้สึกเหนียวนิดๆ
แต่เผลอแป๊บเดียวซึมหายไปแล้วค่ะ!!! ที่สำคัญพอซึมแล้วสบายผิวมากๆ 
ให้ความรู้สึกแห้งๆ เหมือนไม่ได้ทาอะไรเลย ไม่ทิ้งความมันเงา หรือวาวแต่อย่างใด 
น่าจะถูกใจคนที่ไม่ชอบให้ผิวเหนอะๆหนึบๆเวลาทาครีมอย่างแน่นอน

ในส่วนของกลิ่นไม่มีกลิ่นน้ำหอม แต่ตอนทาได้กลิ่นเหมือนขนมแนวๆคาราเมล
ไม่รู้หิวหรือคิดไปเองรึเปล่า5555 แต่คิดว่าเป็นกลิ่นของ MAP นี่แหละค่ะ 
เพราะเคยใช้ยี่ห้อื่นที่มีส่วนผสมของ MAP ก็กลิ่นคล้ายๆกัน ทาไปก็หิวไป 55555

ทีนี้เรามาดูข้อมูล ส่วนประกอบและคุณสมบัติเด่นๆของ HAKUBI WHITE C GEL กันบ้างดีกว่าค่ะ

HAKUBI WHITE C GEL ปริมาณ 20g. / ราคา 1,190 บาท

HAKUBI WHITE C GEL มีส่วนประกอบสำคัญคือ 
• Magnesium Ascorbyl Phosphate (MAP) 6% (อนุพันธ์วิตามินซีเข้มข้น 6%)
ความเข้มข้นเหมาะสมกับผิวหน้า 
มีความคงตัวและซึมซาบสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธภาพ
ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นโดยไม่ระคายเคือง
• Dipotassium Glycyrrhizinate หรือ Licorice Extract 
ช่วยลดการระคายเคืองจากความร้อนและแสงแดด
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว
• Sodium Hyaluronate
ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นชั้นใต้ผิว
เผยผิวพรรณเปล่งปลั่งและช่วยลดเลือนริ้วรอย

โดยส่วนประกอบสองส่วนข้างต้น มีคุณสมบัติการยับยั้งการสร้างเม็ดสี หรือ เมลานิน
ทำให้ผิวเราขาวกระจ่างใสขึ้นนั้นเองค่ะ

คุณสมบัติโดดเด่นที่ทำให้ HAKUBI แตกต่างจากวิตามินซีทั่วไป
1. HAKUBI มีส่วนประกอบของ อนุพันธ์วิตามินซี 6% ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นๆ คือ
• อนุภาคสามารถแทรกซึมผ่านผิวหนังได้ดีกว่า 
• โครงสร้างคงตัว ทนต่อการเสื่อมสภาพได้ดีกว่า 
• ไม่ระคายเคืองผิวหนัง
2. การดูดซึมสู่ผิวหนังดีกว่าวิตามินซีทั่วไปถึง 6 เท่า
3. เห็นผลใน 2 สัปดาห์

การออกฤทธิ์ของ HAKUBI C Gel
1. ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว (เมลานิน) 
2. ทําให้เมลานินมีสีจางลง 
3. เร่งการสร้างเส้นใยคอลลาเจนให้แก่ผิวหนัง
ผลที่ได้คือ ผิวกระจ่างใส รูขุมขนกระชับ และผิวแลดูมีสุขภาพดี

ต้องใช้นานเท่าไหร่ถึงเห็นผล
ในส่วนนี้ทางแบรนด์เคลมว่า เพียงทาบางๆ หลังล้างหน้า วันละ2ครั้ง เช้าและก่อนนอน
ติดต่อกันเป็นเวลา 2สัปดาห์ จะช่วยเผยผิวกระจ่างใส เรียบเนียน

** ส่วนตัว เบลล์ใช้เวลาทดลองประมาณ 2 สัปดาห์ ตามที่เค้าเคลมไว้เลยจ้า
แล้วเดี๋ยวมาดูผลลัพธ์กันในช่วงท้ายรีวิวค่ะ Smiley **

อ่านมาถึงตรงนี้ เรารู้จักกับ HAKUBI WHITE C GEL กันไปแล้ว
ตอนนี้ขอย้ายกลับมาทำความรู้จักกับ HAKUBI ในรูปแบบเม็ด หรือ HAKUBI C กันบ้างดีกว่าค่ะ



ภายนอก แพคเกจจะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆแบบนี้ค่ะ



ตัวกล่องพิมพ์ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย กำกับข้อมูลรายละเอียด วิธีใช้
ส่วนประกอบ ผลิตโดย นำเข้าโดย ไว้อย่างละเอียดชัดเจน และที่สำคัญมี อย. เรียบร้อยค่ะ 

ส่วนวันที่ผลิต วันหมดอายุ และล็อตผลิต จะอยู่ที่ฝากล่องด้านล่างค่ะ



สังเกตฝาเปิดจะไม่ได้เป็นระบบลิ้นแบบกล่องทั่วไป จะเป็นฝาแปะกาว ปิดสนิทแน่นหนา
ด้านข้างจะมีรอยปรุสำหรับให้แกะได้เพียงครั้งเดียว ป้องกันการแกะโดยผู้ไม่หวังดี
ทำให้เรามั่นใจได้ว่ากล่องจะไม่ถูกเปิดมาก่อนถึงมือเรานั่นเองค่ะ
แล้วเมื่อแกะแล้ว จะมีลิ้นฝากล่องซ่อนด้านใน ทำให้กล่องยังสามารถเปิดปิดได้ค่ะ

มาดูด้านในกล่องกันบ้าง เมื่อแกะกล่องแล้ว เราก็จะเจอกับขวดแก้วใสๆแบบนี้..



ฉลากที่ขวดก็มีพิมพ์รายละเอียดทุกอย่างครบ แถมเป็นภาษาไทยด้วยค่ะ

มาดูความใส่ในในรายละเอียดของแพคเกจกันอีกจุด...



เมื่อเปิดขวดออกมาจะเจอกับพลาสติกใสขยุ้มอยู่ที่ปากขวด ไม่ต้องตกใจนะคะ
อันนี้เป็นตัวป้องกันไม่ให้เม็ดยากระทบกันเสียหาย  เป็นวิธีปกติของการบรรจุยาเม็ดแบบญี่ปุ่น
(เบลล์เคยซื้อยาที่ญี่ปุ่น เค้าก็บรรจุแบบนี้เป๊ะเลยจ้า)

และเมื่อดูที่ใต้ฝา จะเจอกับซองบรรจุสารกันความชื้น ซ่อนไว้ใต้ฝาพลาสติกอีกชั้นนึง
ช่วยกันไม่ให้วัตถุกันชื้นมาโดนกับเม็ดยาโดยตรงนั่นเองค่ะ (เค้าละเอียดจริงๆ)

เรามาดูตัวเม็ดยากันบ้างค่ะ


เม็ดยาเป็นเม็ดกลมๆสีขาว มีขนาดเล็กทีเดียว ทำให้ทานง่ายไม่ติดคอ
เบลล์เทียบขนาดเม็ดยากับเหรียญบาทให้ดูค่ะ ว่าเล็กจริงๆ



ทีนี้เรามาดูข้อมูล ส่วนประกอบและคุณสมบัติเด่นๆของ HAKUBI C กันบ้างดีกว่าค่ะ

HAKUBI C ปริมาณบรรจุ 60 เม็ด (ทานได้30วัน) / ราคา 830 บาท

ส่วนประกอบสำคัญ ของ HAKUBI C ไม่ใด้มีแต่วิตามิน C 
แต่มีซีสเตอีนเข้มข้นที่มาพร้อมวิตามิน C,B5,B6 
มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์กลูตาไธโอนในร่างกาย 
มีความปลอดภัย และดูดซึมได้มากกว่าการกินกลูตาไธโอนจ้า  

คุณสมบัติเด่นๆจากส่วนประกอบของ HAKUBI C 
• L-Cysteine เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างกลูต้าไธโอน
• วิตามินC นอกเหนือจากประโยชน์ต่อร่างกายที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว 
วิตามินซียังช่วยให้ผิวขาวใสขึ้น เพราะช่วยลดการสร้างเม็ดสี หรือเมลานิน
ที่เป็นตัวการของฝ้ากระ จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ 
เป็นตัวสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวไม่หย่อยคล้อย 
และยังเป็น Co-Factor ในร่างกายในการสร้างสารกลูต้าไธโอนอีกด้วย
• วิตามิน B5 หรือ Calcium Pantothenate ช่วยป้องกันริ้วรอย
ทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ช่วยให้ทนต่อความเครียดได้มากขึ้น ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
และช่วยควบคุมฮอร์โมนแอนโดรเจนและกรดไขมันไม่ให้มากเกินไป 
จึงมีส่วนช่วยลดสิวและผิวหน้ามัน
• วิตามิน B6 หรือ Pyridoxine HCl 
ช่วยปรับความแปรปรวนของฮอร์โมนซึ่งเป็นตัวการของการเกิดสิว
และช่วยให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

ระยะเวลาในการรับประทาน 
ดูจากฉลากแนะนำให้ทานวันละ1ครั้ง ละ 2 เม็ด ต่อเนื่อง 3-4 เดือน 
จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส เนื้อผิวละเอียดเรียบเนียน และช่วยลดการเกิดสิวอีกด้วย

**ระยะการทดลองเพื่อนำมารีวิว**
เบลล์เพิ่งจะได้ลองเพียงแค่ประมาณ 2 สัปดาห์ 
ทั้งกิน HAKUBI C ก่อนนอนวันละ 2 เม็ด
และทา HAKUBI WHITE C GEL ตอนเช้าก่อนแต่งหน้าและก่อนนอน
จะทาเป็นตัวแรกก่อนลง moisturizer ที่ใช้ประจำค่ะ
ทำแบบนี้ทุกวัน และถ่ายรูปเก็บบันทึกผลการทดลองใช้ 

จากสภาพผิวค่อนข้างโทรมจากการไปลุยต่างจังหวัดมา2สัปดาห์
จากผิวมีผดเล็กๆ บางส่วนแห้งกร้านไม่ทราบสาเหตุ (อาจจะแพ้น้ำ)
และมีสิวขึ้นประปราย มีทั้งสิวกำลังจะขึ้น และสิวแบบที่หัวสิวเพิ่งแตก 
ใช้ HAKUBI ไปสองวีค ผลออกมาเป็นแบบนี้จ้า....

(ดูจากรูปเล็กกันก่อนเพื่อให้เห็นภาพรวม)



จะเห็นว่าผิวดูขาวสว่างขึ้น ดูเปล่งปลั่งสดชื่นขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
เบลล์ลองเอาแถบสีมาเทียบให้ดูค่ะ ว่าขาวขึ้นจริงๆ
(ไม่มีการรีทัชเพิ่มเติมใดๆ ขณะถ่ายในสภาพแสงแบบเดียวกันค่ะ)



แถบสีที่คาดทับทั้งสามรูป เป็นสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวในรูป before 
เวลาเทียบกับรูปบนสุดจะเห็นว่า แถบสีดูกลมกลืนใกล้เคียงมากกว่า
เมื่อเทียบแถบสีกับรูป after ล่างสุด จะเห็นเลยว่า สีในแถบนั้นดูโดดขึ้นมา 
ขอบแถบสีดูตัดกันชัดเจนกว่า และดูมีสีเข้มกว่าสีผิว นั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าผิวขาวขึ้นจริงๆจ้า Smiley

แล้วก็มาดูใกล้ๆ ใกล้จนเห็นรูขุมขนชัดๆ...



(ชัดไปมั้ย เห็นแม้กระทั่งหนวดและขนจมูก กรี๊ดดดดดด -*- )

จากรูป เบลล์ซูมมาให้เห็นกันใกล้ๆชัดๆเลยว่า ผิวดูดีขึ้นจริงๆ 
สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ รอยต่างๆดูจางลง ยิ่งรอยใหม่ๆหายไวมากๆ
ผิวขาวสว่างขึ้น และผิวดูละเอียดขึ้น รูขุมขนเล็กลง
แม้จะไม่ปิดสนิท แต่ก็เล็กลงแบบมองเห็นได้ โดยเฉพาะช่วงแก้มข้างจมูก
ผิวจุดที่กร้านๆ กลับนุ่มขึ้น และดูเป็นปกติมากขึ้น ผิวรู้สึกว่าแน่นกระชับขึ้น 
ช่วยฟื้นฟูผิวโทรมๆจากการไปลุยต่างจังหวัดมา ให้คืนสภาพได้ไวมากๆค่ะ 
และส่วนที่เห็นผลที่สุดคือ เรื่องความขาว เบลล์ทาแป้งตัวเดิมสีเดิม 
จากที่ทาแล้วสสว่างกว่าผิวหน่อยนึง ผ่านไปสองอาทิตย์เริ่มรู้สึกว่าสีแป้งเริ่มพอดีกับผิวแล้วจ้า

ขอสรุปสั้นๆอีกรอบนะคะ
ข้อดี สำหรับ HAKUBI WHITE C Gel เนื้อเจลซึมไว ทาง่าย สบายผิวมากๆ
เห็นผลชัดเจน ผิวขาวขึ้น ใสขึ้น รอยจางลง รูขุมขนกระชับขึ้นจริง 
และผิวฟื้นตัวไวมากๆ ส่วนตัวชอบมว๊ากกกกกค่ะ
ข้อเสีย อย่างเดียวเลย คือ ราคาแอบสูงไปนิดนึง (20g. / ราคา 1,190 บาท)
แต่ใช้แล้วเวิร์คมากค่ะ อันนี้คงต้องยอม5555

เอาล่ะ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เป็นยังไงบ้างคะ เริ่มสนใจกันแล้วใช่มั้ยล่ะ :)
เพื่อนๆสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ได้ที่ link นี้เลยค่ะ

และสำหรับคนที่สนใจจะหาซื้อ  HAKUBI มีวางจำหน่ายในร้านตามรูปภาพด้านล่างนี้...

และยังสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาแผนปัจจุบันชั้นนำทั่วไปได้เลยค่ะ

อย่างไรก็ตาม รีวิวนี้เป็นผลจากการทดลองกับตัวเองของเบลล์คนเดียว อาจจะยังไม่มีน้ำหนักพอให้ปักใจเชื่อ
แต่เพื่อนๆยังสามารถลองเสิชดูรีวิวจากบล็อกเกอร์ท่านอื่นๆประกอบการตัดสินใจได้เช่นกันค่ะ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านนะคะ 


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
บ๊ายบายยยย
Smiley







 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2557 18:25:49 น.
Counter : 24776 Pageviews.  

REVIEW Skinplants Rose Hip Oil + Shea Butter ลองแล้วผิวดีขึ้นจริงๆ

สวัสดีวันอาทิตย์จ้า วันนี้มาอัพบล็อกรีวิวกันอีกแล้วค่ะ คราวนี้ถึงคิวของดีที่ดองไว้นาน
ที่ดองไว้ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่ใชัดีมาก ใช้แล้วติด ใช้ทุกวัน ใช้เกือบหมดขวดแล้ว
แต่เพิ่งมีเวลาเลยเอามารีวิวให้ชมกันค่ะ และคราวนี้ไม่ได้มาเพียง1 แต่จะรีวิวควบสอง
สองสิ่งนั้นก็คือ ...

Skinplants Shea Butter และ Skinplants Rose Hip Oil



ความรู้สึกแรกเมื่อเปิดกล่องคือ แพคเกจเค้าดูดีมากๆ ดูเรียบๆแต่น่าเชื่อถือ
เบลล์ขอรีวิวไปทีละตัว ขอเริ่มจากเจ้าตัวเล็ก Skinplants Shea Butter
แพคเกจเป็นกล่องเล็กๆแบบนี้่...



แกะกล่องออกมา จะเจอกับตลับอลูมิเนียมน่ารักๆแบบนี้...



ตลับขนาดประมาณลิปบาล์มทั่วไป พกง่าย ฝาแน่นไม่หลุดง่ายค่ะ
เปิดออกมาจะเจอกับเนื้อเชียบัตเตอร์ขาวจั๊ว!



เนื้อสัมผัส

เนื้อเชียบัตเตอร์เนียนลื่น แต่ไม่มันเยิ้มค่ะ ไม่ได้เป็นเนื้อแบบนิ่มๆเละๆ เนื้อเค้าค่อนข้างอยู่ตัว แม้ในอากาศร้อนๆ
เวลาใช้งานจะต้องเอานิ้วลงไปวนๆ วอร์มเนื้อบัตเตอร์ให้ละลายออกมา แล้วทาในบริเวณที่ต้องการค่ะ
เวลาทาใช้เวลาแป๊บเดียวก็ซึมลงผิวหมดเลย ไม่ทิ้งความมัน หรือเหนอะหนะไว้เลย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
ไม่มีรส (แอบชิมไปแล้ว เพราะเป็นคนชอบเลียปากตัวเอง 5555) ชอบผิวสัมผัสแบบนี้มากๆค่ะ

คุณสมบัติของ Shea Butter
เค้าจะอุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย มีวิตามินA และ E จากธรรมชาติ
ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ช่วยกักเก็บน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื้น และด้วย Shea Butter ตัวนี้เป็น Organic 100%
ทำให้อุ่นใจได้เลยว่าไม่มีสารเคมีอันตราย สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย แม้แต่เด็กเบบี๋ก็ใช้ได้ค่ะ

ผลการทดลองใช้
เท่าที่เบลล์ลองใช้กับริมฝีปากมาพักนึง จากที่เป็นคนปากแห้งมากๆ ผิวลอกตลอดๆ
ใช้ลิปมันอะไรก็ไม่เคยหายขาด หลังจากลองใช้แล้ว ริมฝีปากดูดีขึ้นค่ะ แม้จะยังมีส่วนที่แห้งอยู่บ้าง
แต่โดยรวมถือว่าโอเคมากๆ ปากนุ่มขึ้น และที่ชอบมากๆคือ เวลาทาไปแทบไม่รู้สึกว่ามีอะไรหนักๆมันๆมาเคลือบปากเลย สบายผิวมากๆค่ะ



นอกจากจะทา Shea Butter กับริมฝีปากได้แล้ว ยังสามารถทาส่วนอื่นๆของร่างกายได้หมดค่ะ
โดยเฉพาะจุดที่ด้าน หรือหยาบแห้ง อย่างข้อศอกก็ช่วยให้นุ่มขึ้นได้
อันนี้่เบลล์ลองไปหน่อยเดียว ไม่ได้ทาประจำเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูค่ะ

สำหรับคนที่สนใจ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่..
//skinplants.com/product-shea-butter-soft.php


ต่อด้วยรีวิวสิ่งที่สองตามมาติดๆ ... Skinplants Rose Hip Oil ตัวนี้เบลล์กรี๊ดมาก!!

แพคเกจข้างนอกจะเป็นกล่องสูงๆแบบนี้...





เปิดกล่องออกมา เจอขวดแก้วหน้าตาไฮโซแบบนี้...



แพคเกจเป็นขวดแก้วขุ่น มาพร้อมกับฝาแบบดรอปเปอร์ ใช้สะดวกดีค่ะ

และในกล่องยังมาพร้อมกับใบแนบเขียนคุณสมบัติไว้ละเอียดยิบ...



คุณสมบัติคร่าวๆของ Rose Hip Oil
Rose Hip Oil อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น อย่าง Omega3 , Omega6 และ Omega6
มาพร้อมกับวิตามินC และ E ช่วยบำรุงผิว ฟื้นฟูกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และช่วยชะลอความเสื่อมของผิว
ให้ดูอ่อนวัย และที่เด็ดสุดคือ ช่วยลดรอยด่างดำ รอยแดงต่างๆ ลดรอยแผลเป็น ผิวไม่เรียบ หรือแม้แต่ผิวแตกลายก็ช่วยได้

และถ้าใครติดตามวงการความงามมานาน น่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงของ Rose Hip Oil ว่าใช้แล้วดี
โดยส่วนตัว เบลล์ไม่เคยใช้มาก่อนเลย ก่อนทดลองใช้ก็ลองเสิชดูรีวิวคนอื่นๆ ทั้งไทยและเทศ
ก็พบว่ามีรีวิวมากมาย แม้แต่เว็บรีวิวเครื่องสำอางชื่อดัง อย่าง Makeup Alley ก็ยังได้เรทติ้งที่ดีมากๆ
ผลตอบรับดีขนาดนี้ ก็ยิ่งตื่นเต้นที่จะได้ลองด้วยตัวเอง ว่าแล้วก็ไปลองกันเลย...



เนื้อสัมผัส
พอบอกว่าเป็น oil หรือน้ำมัน ก็คงต้องจินตาการไปก่อนแล้วว่า มันจะต้องมันมากแน่ๆเลย
แต่พอได้ลองจริงๆ ผิดคาดมากๆค่ะ เนื้อเป็นน้ำมัน แต่ซึมไว้ ปาดหายปาดหาย
ทาแล้วให้ความรู้สึกดี สบายผิว ไม่มัน ไม่เหนอะเลยยยยยย เลิฟมากๆ
ส่วนกลิ่น แปลกๆบอกไม่ถูก เค้าไม่ได้ใส่น้ำหอมอะนะ Organic สุดๆ บางคนอาจจะบอกว่าเหม็น
แต่เบลล์ว่า พอทนได้ค่ะ 5555

วิธีใช้
ถ้าทาตัว ก็หยดมาสามสี่หยดแล้วทาไปสดๆก็ได้ค่ะ ทาได้ทั้งตัว แต่มันซึมไวมว๊ากกก
อาจจะเฉลี่ยไม่ได้ครบทั้งร่าง เลยแนะนำให้หยดแล้วผสมกับโลชั่นที่ใช้อยู่แล้วทาปกติเลยค่ะ
ส่วนเบลล์เอง ใช้ทาหน้า เบลล์หยดมาสองหยดเท่านั้น ผสมกับครีมทาหน้าตัวที่ใช้อยู่... ตัวนี้..


MISSHA Super Aqua เป็นเจลใสๆ หยด Rose Hip Oil แค่สองหยด คนๆแล้วทาทั่วหน้าลามไปถึงคอ
เบลล์ทาแค่ก่อนนอน วันละครั้งนะคะ ผลออกมาเริ่ดมากกกกกกก จริงๆแค่คืนแรกก็รู้สึกได้เลย
ตื่นมาผิวจะดูแน่นๆ ฟูๆ นุ่มขึ้น เบลล์ลองใช้ต่อเนื่องทุกคืน เป็นเวลาประมาณ 12 วัน
แล้วถ่ายรูปมาเทียบ  พบว่า.....เฮ้ยยยยยยย!!!!!




ผิวแน่นละเอียดขึ้น และที่สำคัญรอยแผลจากสิวเก่า มันหายไปไวมากๆ คือรู้สึกดีกับผิวมากๆ
บอกเลยว่าใช้แล้วติดใจจริงๆค่ะ ถึงขนาดที่จะต้องหาซื้อขวดเล็กๆ เทแบ่งออกมา
เพื่อพกไปทำงานต่างประเทศด้วย มีอีกสองสามรูปให้ดูค่ะ ว่าผิวดีขึ้นจริงๆ






สังเกตดีๆ รอยย่นใต้ตา ริ้วเล็กๆ ดูตื้นขึ้นด้วย โอย เริ่สมากกกก

*รูปที่ถ่ายมา ไม่ผ่านการปรับแสง แต่งภาพ หรือรีทัชใดๆนะคะ
มีการจัดแสงถ่ายรูปเหมือนเดิม สีอาจจมีเพี้ยนบ้าง แต่รอยต่างๆ มันหายจริงๆ ตามภาพเลยค่ะ**

หลังจากได้ลองใช้ก็รู้สึกว่า  Rose Hip Oil นี่มันเริ่ดจริงๆ เป็นสกินแคร์เพียงไม่กี่อันที่รู้สึกว่า
แม้จะได้สปอนเซอร์มาลองใช้ แต่มันใช้แล้วดีจริงๆ ใช้แล้วติดใจจนคิดว่าจะต้องซื้อใช้ต่ออีกแน่นอน

อ่านมาถึงตรงนี้ สาวๆี่สนใจ เบลล์อยากให้ลองศึกษาข้อมูลด้วยตนเองเพิ่มเติม
เพราะรีวิวเบลล์เป็นเพียงส่วนเล็กๆในการช่วยตัดสินใจ (หรือตัวยั่วกิเลสก็ไม่รู้555)
ของอะไรที่เวิร์คสำหรับเบลล์ ก็อาจจะไม่ถูกกับผิวบางคนก็ได้ ผิวเราไม่เหมือนกัน
จะดีไม่ดีต้องลองด้วยตนเองเท่านั้นจ้า

สำหรับบล็อกรีวิวนี้ คงจบเพียงเท่านี้ ใครที่สนใจ Rose Hip Oil ลองเข้าไปอ่านดีเทลเพิ่มเติมได้ที่
//skinplants.com/product-rosehipoil.php

วันนี้คงต้องขอตัวไปพักละจ้า
เจอกันใหม่เมื่อว่างมาอัพบล็อก 5555

บ๊ายบาย
Smiley

ปล. ขอบคุณ Skin Plants ที่ส่งของมาให้ลองนะคะ
//skinplants.com/index.php
https://www.facebook.com/skinplants?fref=ts





 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2557 15:48:15 น.
Counter : 86225 Pageviews.  

REVIEW แบบซูมๆ ลองใช้ NIVEA White โลชั่นชนิดล้างออก

สวัสดีจ้า วันว่างๆมาอัพบล็อกกันอีกแล้ว คราวนี้เบลล์มีรีวิวโลชั่นตัวใหม่จาก NIVEA มาให้ชมกันค่ะ
กับ NIVEA In-Shower Extra Whitening Skin Conditioner
ความพิเศษเค้าอยู่ที่ เป็นโลชั่นชนิดล้างออก ใช้ขณะอาบน้ำ
ทำไมถึงต้องใช้ขณะอาบน้ำ... เพราะขณะผิวเปียก เป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนเราจะเปิดกว้าง
รับการบำรุงได้เต็มที่ แค่ล้างออก ผิวก็ขาวกระจ่างใส อิ่มน้ำ ทั้งเรือนร่าง
ต่างกับการทาโลชั่นขณะตัวแห้ง ผิวไม่เปิดรับการบำรุงอย่างเต็มที่นั่นเองจ้า


เรามาดูที่แพคเกจกันก่อนดีกว่า
NIVEA In-Shower Extra Whitening Skin Conditioner มาในรูปแบบขวดบีบคล้ายขวดครีมนวดผม
หน้าตาเป็นแบบนี้..

เห็นขวดทรงนี้อาจจะคุ้นๆตา เพราะ NIVEA เคยออกโลชั่นชนิดล้างออกไปแล้ว 2 ตัว คือ
NIVEA In-Shower Extra Whitening Skin Conditioner สำหรับ ผิวธรรมดา และ สำหรับผิวแห้ง
ขวดทรงเดียวกันต่างกันที่สีของฉลาก คุณสมบัติจะเน้นเรื่องความชุ่มชื้น ให้ผิวเด้งอิ่มน้ำทันทีหลังอาบน้ำ
ส่วนตัวที่นำมารีวิวในบล็อกนี้ NIVEA In-Shower Extra Whitening Skin Conditioner
มีคุณสมบัติเด่น ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เนียนนุ่มทั่วเรือนร่าง
โดยเคลมไว้ว่า
“ผสานคุณค่าวิตามินซี 50 เท่า จาก คามู คามู สุดยอดผลไม้จากป่าอะเมซอน
ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด
โดยมีปริมาณวิตามินซีเข้มข้นถึง 50 เท่าเมื่อเทียบกับมะนาว”

ในส่วนของคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใสนั้น โดยส่วนตัวเบลล์ทดลองใช้มาระยะสั้นๆ
เลยยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นจริงรึเปล่า
แต่ในเรื่องของความเนียนนุ่มชุ่มชื้นอันนี้เห็นผลชัดเจนมากๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลองใช้เลยค่ะ
เดี๋ยวจะลงรูปให้ดูในตอนท้าย ตอนนี้ขอย้อนกลับมาที่แพคเกจกันต่ออีกนิดนะคะ
ขวดโลชั่นเค้ามาพร้อมฝาเปิดแบบบานพับ เปิดปิดง่าย ไม่ต้องหมุน
มือเปียกๆก็เปิดใช้สะดวก ไม่ลื่นหลุดมือ

รูที่เจาะไว้ ขนาดกำลังดี โลชั่นไหลออกสะดวก ควบคุมปริมาณได้ง่ายค่ะ
ส่วนเนื้อโลชั่น ไม่หนืดไม่เหลวเกินไป ทาตัวขณะผิวเปียกได้กำลังดี

เวลาใช้งาน บีบเนื้อโลชั่นออกมาแล้วลูบไปบนผิวเปียกๆหลังจากล้างสบู่ออกจนสะอาดแล้ว
เบลล์ซูมให้เห็นกันชัดๆเลยว่า เนื้อโลชั่นเค้าลงไปเกาะในร่องรูขุมขน
ให้ความรู้สึกเหมือนโลชั่นเคลือบผิวเอาไว้

รูปซ้าย ขณะผิวเปียกหลังล้างสบู่แล้ว
รูปขวา ลูบไล้โลชั่น NIVEA In-Shower Extra Whitening Skin Conditioner
ความรู้สึกขณะทาโลชั่น ด้วยความที่ผิวเราเปียก ช่วยทำให้เกลี่ยโลชั่นได้ง่าย
ทาไปแบบลื่นๆ แป๊บเดียวก็ทั่วตัว แล้วก็ล้างออก ขณะล้างจะรู้สึกว่าผิวลื่นๆ
แต่พอเช็ดตัวแล้วให้ความรู้สึกว่าผิวนุ่มจนน่าประหลาดใจ ไม่รู้สึกถึงเนื้อโลชั่นกองบนผิวแต่อย่างใด
สบายผิวมากๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นกว่าการทาโลชั่นตอนตัวแห้งเสียอีก
และที่สำคัญกลิ่นหอมๆของโลชั่นก็ยังติดตัวอยู่ด้วย แต่ถ้าพูดไปเฉยๆก็อาจจะไม่เห็นภาพ
เบลล์ถ่ายรูปก่อนและหลังการใช้ NIVEA In-Shower Extra Whitening Skin Conditioner
มาให้ชมกันใกล้ๆด้วยค่ะ

จากรูปซ้าย ก่อนใช้ผิวจะมีร่องย่นๆ ดูเหี่ยวนิดๆ แต่พอได้ใช้ NIVEA In-Shower Extra Whitening Skin Conditioner
ในรูปขวา จะเห็นชัดเลยว่าผิวดูเต่งตึงขึ้น อิ่มขึ้น ร่องผิวดูแคบลง
เห็นแบบนี้ เชื่อว่าหลายๆคนคงเริ่มสนใจกันแล้วล่ะสิ เห็นแต่รีวิวก็ยังไม่อยากให้ปักใจเชื่อ
จนกว่าจะได้ลองใช้ด้วยตัวเองใครที่กำลังสนใจ สามารถลองหาซื้อไซส์เล็กๆ มาลองกันดูก่อน
ถูกใจค่อยไปซื้อไซส์บึ้มมาใช้ต่อก็ยังไหวโลชั่นตัวนี้เค้ามีวางขายหลายขนาดด้วยกันค่ะ
• ขนาดบรรจุ 100 มล. ราคา 75 Baht
• ขนาดบรรจุ 250 มล. ราคา 155 Baht
• ขนาดบรรจุ 400 มล. ราคา 199 Baht
เห็นราคาแล้ว ถือว่าไม่แพงเลย นับว่าเป็นอะไรที่สามารถหาซื้อมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
สามารถหาซื้อได้ที่แผนกโลชั่นตามห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วประเทศค่ะ
หรือใครจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าไปที่ link นี้ได้เลยค่ะ
//www.nivea.co.th/products/Body-care/in-shower-body-moisturizers/in-shower-extra-whitening-skin-conditioner_TH
โอเค สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ ใครที่ได้ลองใช้แล้วชอบไม่ชอบยังไงมาเม้ามอยกันได้นะจ๊ะ
วันนี้ขอลากันไปด้วยภาพนี้ ... (แอ๊บเป็นนางเอกละครหลังข่าว แต่งหน้าอาบน้ำจ้า 55555)


บ๊ะบายย
Smiley







 

Create Date : 28 เมษายน 2557    
Last Update : 28 เมษายน 2557 21:17:22 น.
Counter : 5578 Pageviews.  

REVIEW ทำสีพร้อมดัดผมแบบญี่ปุ่นๆที่ Rikyu by BOY Tokyo สยามสแควร์

เฮโหลวๆสาวๆ วันนี้เบลล์มารีวิวทำผมที่ร้าน BOY อีกแล้วค่า กลายเป็นร้านประจำไปแล้ว555
ร้านนี้เป็นร้านทำผมสไตล์ญี่ปุ่นๆ อยู่ชั้น2 โรงหนังสกาล่า สยามสแควร์ค่ะ



ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3-4 ที่เข้าไปทำผมที่ร้านนี้ ใครยังไม่เคยอ่านรีวิวอันเก่าๆ ย้อนไปอ่านได้
โดยคลิกที่รูปข้างล่างนี้ค่ะ


REVIEW ตัด เล็ม และทำสี กับร้านทำผมสไตล์ญี่ปุ่น Rikyu by boy Tokyo


REVIEW ทำสี ไฮไลท์ ตัด และ ดัดผมม้า แอ๊บแบ๊วแอบแซ่บ สไตล์ญี่ปุ่น Rikyu by BOY Tokyo สยามสแควร์


ครั้งก่อนๆเบลล์เคยทำ ตั้งแต่ ตัดผม ทำสีธรรมดาแบบคนปกติ
ไปจนถึงทำสีสดๆแซมๆ และเคยลองดัดผมม้าด้วย

จากสภาพผมปัจจุบัน คือไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมจากครั้งที่แล้วเลย
ปล่อยยาวมาตลอด จะสังเกตเห็นว่า ผมยังไล่ระดับดีอยู่เลย (แปลว่าช่างตัดดี ยกเครดิตให้พี่เต้ค่ะ)
ผมม้าที่ดัดไว้ ปลายก็ยังงอนๆอยู่ แค่ยาวลงมาถึงคางแล้ว
ส่วนโคนผมดำงอกยาวมากแล้ว คงต้องทำสีใหม่

มาครั้งนี้ อยากลองอะไรใหม่ๆ แต่ขอย้อนกลับไปเป็นทรงผมเบสิคๆบ้างดีกว่า
เลยตัดสินใจว่า จะลองดัดผมดู พี่เต้เลยลองสเก็ชรูปทรงผมให้ดูก่อน
และอธิบายว่่าทรงนี้จะออกแนวเซอร์นิดๆ ไม่หวานแบ๊ว จะดูโตขึ้นกว่าเดิม



ส่วนสี ก็ทำสีน้ำตาลประกายชมพู (Pink Brown) ทั้งหัว
และทำทับปอยสีชมพูสดที่เคยทำเมื่อปีที่แล้ว
(จริงๆก่อนทำสีรอบนี้ ก็ยังสีชมพูอยู่นะ ติดทนมากกกก แต่แค่ไม่สดเท่าทำใหม่ๆ มีซีดลงบ้างค่ะ)
สีที่ทับไปก็จะทำให้ปอยผมสีชมพู มีสีเข้มขึ้น แต่ไม่เท่ากับส่วนอื่นๆ

ว่าแล้ว ก็ลงมือเลยดีกว่า...

เริ่มจากตัดผมก่อน เอาความยาวออกนิดหน่อย เอาปลายผมเสียออก
และตัดปอยผมข้างๆแก้มให้สั้นลง เหมือนในรูปสเก็ตช์
ในรูป ทรงผมดูญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น นึกถึงทรงผมในแม๊กกาซีนญี่ปุ่น
ที่ผมเค้าจะดูเบาๆลอนคลายๆ เหมือนมีลมอยู่ในผม อะไรประมาณนั้น
เดี๋ยวมารอดูกันดีกว่า ว่าสุดท้ายจะได้อย่างที่จิ้นไว้ป่าว555

พี่เต้ก็ตัดไปเรื่อย ไอ่เราก็นั่งถ่ายรูปไปเรื่อย...



ช่างตั้งใจตัดมากกกกกกกกกกก
ธัญญาก็ตั้งใจถ่ายมากกกกกกกกกกกกกกกกกก 55555



พอตัดจนได้ทรงแล้ว ก่อนจะทำสี พี่เต้แถมทำทรีทเมนท์ให้ด้วยค่ะ
*** ตอนนี้ที่ร้านเค้ามีโปรโมชั่นค่ะ ถ้ามาทำเคมี ไม่ว่าจะ ดัด ทำสี หรือยืดผม
ในช่วงเช้าก่อนเที่ยงของวันจันทร์-ศุกร์ แถมอินสแตนท์ทรีทเมนท์ไปเลยยยย!!
จากปกติ  1,000 บาทค่ะ (ต้องจอง นัดหมายล่วงหน้านะคะ) ***

(อ่านรายละเอียด คลิก! )



อยากบอกว่าทรีทเมนท์ตัวนี้เวิร์คทีเดียวค่ะ เค้าจะมีตัวที่ทำทั้งก่อน ระหว่างและหลังทำเคมี
เบลล์ได้ทำทุกครั้งที่ทำสีกับร้านนี้ ทำสีแล้วผมยังนุ่มๆเงาๆ ไม่แห้งเสีย
(ลองย้อนกลับไปดูรีวิวเก่าๆได้ค่ะ)
และคราวนี้เบลล์มาดัดผม บอกตรงๆว่า ก็แอบกลัวผมเสียอยู่เหมือนกัน
เพราะเบลล์เคยดัดร้านอื่นสมัยเรียน ตอนนั้นผมเจ๊งบ๊งไปเลยจ้า หยอยเป็นฝอยขัดหม้อ
ตอนนั้นไม่คิดจะดัดอีกเลย แต่คราวนี้มาดัดร้านนี้พร้อมได้ทำทรีทเมนท์ด้วย ผมไม่เสียเลยค่ะ เริ่ด!

และก่อนจะลงสี ร้านนี้เค้าจะมีการทาครีมProtectผิวรอบตีนผม และใส่ที่ครอบหูกันสีเลอะให้ด้วย
บริการดีเป็นเลิศเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนค่ะ

แล้วเราก็มาถึงช่วงทำสี...



การทำสีของร้านนี้ก็เหมือนทุกครั้งค่ะ ละเอียดมากๆ แบ่งผมทำสีเว้นโคนก่อน
ซักพักมาเติมโคน เพื่อให้ได้ระดับสีอย่างที่ต้องการ



แล้วก็ห่อผมเอาไว้ พักไว้กี่นาทีจำไม่ได้แล้ว มีเวลาว่างก็นั่งมองนู้นมองนี่ไปเรื่อย
บรรยากาศร้านยังน่ารัก สบายๆเป็นกันเองเหมือนเดิมค่ะ

พอได้เวลา พี่เค้าก็จะมาเช็คสีผมว่าได้ที่หรือยัง
พอได้ที่แล้วก็ไปล้างออกจ้า



พอล้างออก ก็มาถึงช่วงที่รอคอย คือการดัดผมนั่นเอง
ร้านนี้มีแต่ดัดน้ำยานะคะ ไม่มีดัดดิจิตอล เพราะฉะนั้น
ลอนผมที่ได้ จะหยิกแบบผมหยักศกธรรมชาติ
ไม่ได้ออกมาเป็นหลอดๆแบบเครื่องม้วนผมจ้า

ในขั้นตอนนี้ พี่เต้ก็จะม้วนๆผมเรากับแกนไซส์ต่างๆ
(ไอ่เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ไซส์ไหนเป็นไซส์ไหน ได้แต่นั่งเชียร์อยู่ในใจ5555)



ที่ร้านนี้ เค้าจะใช้น้ำยาดัดของ ARIMINO Cosme Curl (เบลล์ไม่ได้ถ่ายรูปกบ่องมาแฮะ)
จุดเด่นยี่ห้อนี้คือ น้ำยาเค้าอ่อนโยน ให้ลอนผมเบาเป็นธรรมชาติ ทำให้ดัดซ้ำได้
จากที่ไปดัดมา ขณะดัดได้ลองดมๆ น้ำยาตัวนี้กลิ่นไม่แรงเท่าไหร่ ไม่ฉุนเท่าที่เคยดัดร้านอื่นค่ะ
ตอนรอน้ำยาทำงาน ก็หายใจได้ปกติ ไม่แสบจมูก ไม่เวียนหัวแต่อย่างใด

พอได้ที่แล้ว ก็ไปล้างออก ได้ผมแบบนี้...
(อร๊ากกก ตื่นเต้น)



พี่เค้าก็แนะนำว่า ให้เป่าผมแค่โคน ส่วนปลายปล่อยให้แห้งเองจะได้ลอนชัดขึ้น
อันนี้พี่เต้ลองเซ็ทผมให้ ใส่แว๊กซ์นิดหน่อยพอให้ผมเกาะกันได้
มีการขยำให้ดูเซอร์ๆยุ่งๆ OMG โคตรญี่ปุ่นเลยอ่าาาาาา 55555

มาหมุนให้ดูด้านหลัง เปรียบเทียบกับผมตรงๆก่อนดัด



ผมแลดูเยอะขึ้นมาก ด้านหลังจะไม่เห็นเป็นลอนชัด เซอร์มากค่ะ
แต่ด้านข้างและด้านหน้าจะเป็นลอนม้วนเข้ากรอบหน้าแอบหวานนิดๆ
โดยรวมผมทรงใหม่ดูโตขึ้นจริงๆ ถือว่าเป็นไปตามแบบที่สเก็ตช์ไว้
ที่เหลือคือ หลังจากนี้จะต้องหัดเซ็ทผมเอง จะเป็นอย่างไร คอยลุ้นกันต่อไปค่า 55555555555555

มาสรุปค่าทำผมในรอบนี้กันค่ะ ถ้าคิดเป็นค่าทำผมปกติของร้านนี้นะคะ
ค่าตัด 700 บาท
ทำสี 3,500 บาท
ดัด 3,500 บาท
ทรีทเมนท์ โปรโมชั่นฟรี (ปกติ 1,000 บาท)
ราคาถ้าบวกรวมกันหมด ก็ไม่ได้น้อยๆเลย แต่แลกด้วยบริการที่ดี มาทำแล้วสบายใจ
พี่ๆสไตลิสท์ทำงานอย่างตั้งใจ ละเอียด ปรานีตกันสุดๆ ผมที่ได้ทรงอย่างที่วาดไว้
และที่สำคัญผมไม่เสีย ถูกใจ อันนี้ถือว่าโอเคค่ะ

เอาล่ะสำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆที่กำลังสนใจเปลี่ยนทรงผม
ใครที่ชอบแนวญี่ปุ่นๆ ร้านนี้น่าจะถูกใจไม่น้อยเลยค่ะ

วันนี้คงต้องขอตัวไปพักแล้วจ้า
เจอกันใหม่บล็อกหน้า

บ๊ายบายยยยยย
Smiley



ปล.ขอขอบคุณพี่เต้และทางร้าน มา ณ ที่นี้ด้วยค่าาา Smiley


ติดตามข่าวสารของทางร้าน BOY ได้ที่
https://www.facebook.com/boyrikyu?fref=ts
//boyrikyu.com
*Rikyu 02 662 8485 3rd Floor,The 49 Terrace,Sukhumvit 49
*Boy 02 658 4544 2nd Floor,Scala 204 Siam square Soi 1
closed:Wednesday






 

Create Date : 17 เมษายน 2557    
Last Update : 17 เมษายน 2557 22:47:34 น.
Counter : 32424 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.