ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW แป้ง Ver.88 Bounce Up Pact แป้งพัฟเด้งดึ๋ง แป้งดินน้ำมัน สาวเกาหลี

⁞ สวัสดีจ้าสาวๆ อ่านชื่อหัวบล็อกแล้วอาจจะเกิดอาการงงๆ สงสัยกันล่ะสิ ว่ามันคืออะไร 

แป้งอะไรเด้งดึ๋ง อะไรคือแป้งดินน้ำมัน อะไรเกาหลี อะไรๆๆๆ 
ใจเย็นๆนะ เบลล์จะไม่ปล่อยให้งงกันนาน เรามาดูรีวิวแบบจัดเต็มกันเลยดีกว่าค่ะ 

เจ้าแป้งพัฟเด้งดึ๋งที่ว่า มีชื่อเต็มๆว่า Ver.88 Bounce Up Pact 
ที่เราให้คำขยายความว่าแป้งเด้งดึ๋ง แป้งดินน้ำมัน ก็เป็นเพราะว่า 
ลักษณะเนื้อแป้งเค้ามีความยืดหยุ่น จิ้มแล้วหยุ่นๆ เด้งๆ ปั้นได้คล้ายดินน้ำมัน 

คุณสมบัติที่ทางแบรนด์เคลมไว้ คือ
• ปกปิดเรียบเนียนไร้ที่ติ 
• ใบหน้าขาวกระจ่างใสยิ่งกว่า 
• อนุภาคอีลาสติกยืดหยุ่น3มิติ ช่วยทาให้หน้าดูเรียว วีเชพ 
• ควบคุมและดูดซับความมัน ให้แป้งติดทนยาวนาน 18ชม. 
• ปกป้องผิวหน้าจากแสงแดด SFP50 PA+++ 
• รวมทุกรองพื้นใน 1 ตัว BB+Primer+Foundation 
• ใช้ไดทุกสภาพผิว บางเบา ไม่หนักหน้า 
• หน้าเด้ง สวยเด่น ทุกมุมกล้อง กันน้ำ กันเหงื่อ 

คุณสมบัติมากมายขนาดนี้ จะจริงมั้ย ทาแล้วจะเป๊ะแค่ไหนเดี๋ยวเรามาพิสูจน์ให้ดูกันแน่นอน 
แต่ก่อนที่เราจะไปลองจิ้มเนื้อแป้ง เรามาดูแพ๊คเกจภายนอกกันก่อนซักนิด 

 หน้าตาเค้าเป็นแบบนี้…



กล่องสีส้มสดใส ด้านหน้ากล่องไม่มีอะไรมาก มีแค่ชื่อและ ค่า SPF แบบตรงไปตรงมา 
ด้านหลังเป็นรายละเอียดภาษาเกาหลีล้วนๆ แปลไม่ออกแฮะ 555 

ตอนแรกกล่องจะถูกซีลด้วยพลาสติกใสอีกชั้นแบบนี้



ด้านใต้มีบาร์โค้ด และวันผลิตจะอยู่ด้านหลังกล่องค่ะ 



เมื่อเปิดกล่องออกมา จะเจอกับตลับแป้งกลมๆ สีดำเรียบๆเท่ๆ แบบนี้



ภายในแบ่งเป็นสองชั้น คือชั้นวางพัฟฟองน้ำ และชั้นแป้ง



พัฟเค้านุ่มมากๆ และที่ พิเศษเป็นไฮไลท์เลยก็คือเนื้อแป้งอันเป็นที่มาของคำว่า 
แป้งพัฟเด้งดึ๋ง หรือ แป้งดินน้ำมัน นั่นเอง…



เปิดมาครั้งแรกจะเห็นแป้งเป็นแบบรูปซ้าย คือ มันดูแข็งๆแห้งๆ ไม่เห็นจะเด้งเลยใช่ป่ะ 
แต่พอเอานิ้วจิ้มไปเท่านั้นแหละ โอ้ววววว มันหยุ่นๆล่ะเธอ เนื้อมันคล้ายๆดินน้ำมันเลย 
เอานิ้วจิ้มๆแล้วปั้นได้เลยนะTexture แบบนี้ทำให้นึกถึงบลัชออนรุ่นนึงของ Maybelline 
ลักษณะความหยุ่นจะคล้ายๆกันเลยค่ะนี่ไง มันปั้นได้แบบนี้…



จิ้มไปจิ้มมาก็แอบสนุกเหมือนกันนะ 555 

ลองเทียบว่าใช้พัฟฟองน้ำจิ้ม กับนิ้วจิ้ม จะเป็นแบบนี้



ถึงแม้ว่าแป้งจะจับตัวเป็นก้อนดึ๋งๆในตลับ แต่พอเราเอานิ้วหรือฟองน้ำปาด 
เนื้อแป้งมันก็ติดออกมาได้ง่ายทีเดียว 

ลองปาดบนแขนให้ดูกันชัดๆว่าเนื้อเค้าเป็นยังไง



เนื้อเนียนมากๆ ทาไปแล้วกลายเป็นแป้งแห้งๆ ไม่เหนียว ไม่มัน ไม่เหนอะหนะ 
ทั้งๆที่ดูจากความเด้งดึ๋งในตลับแล้วมันน่าจะหนักและเหนอะ 
แต่พอลองแล้วบอกเลยว่าไม่หนักผิว เบาๆแต่ปกปิดได้ดี ติดทนนะ 
แบบว่าเอานิ้วถูกๆไม่หลุดนะจ๊ะ และที่สำคัญคือ เค้ากันน้ำด้วยจ้า 
กันได้ในระดับที่ทาไปเล่นสงกรานต์ได้สบายๆ ไม่เชื่อดูรูปต่อไปฮะ



รูปซ้าย ราดน้ำผ่านผิวที่ทาแป้ง Ver.88 น้ำไม่เกาะผิว แป้งไม่ละลาย ไม่หลุดออก 
รูปขวา ซับน้ำออก แป้งยังอยู่ทนเหมือนไม่เคยผ่านอะไรมาก่อน 
จะบอกว่า กันน้ำดีเว่อร์!

ลองที่แขนไปแล้ว มาลองที่หน้าเลยดีกว่า เบลล์ทาครึ่งหน้าเทียบกันให้ดูก่อน



จะเห็นชัดเลยว่าสีขาวไปสำหรับเบลล์ (แต่เราสามารถใช้เฉดดิ้งช่วยได้ในขั้นตอนต่อๆไป) 

เรื่องสีที่ขาวไป เบลล์ขอถือเป็นข้อเสียนึงของแป้งตัวนี้ เพราะเค้ามีแค่เบอร์เดียว คือ No.21 
เบลล์ว่าถ้าใครที่คล้ำกว่าเบลล์ก็แอบใช้ยากละ เพราะต้องหาแป้งสีเข้มมาช่วยสร้างมิติ 
ไม่งั้นหน้าจะดูลอยมากๆเลยค่ะแต่สำหรับสาวผิวขาวเหลือง ให้ผ่านฉลุยเลยจ้า



ในเรื่องการปกปิด เบลล์ต้องบอกว่าเค้าทำได้ดีทีเดียวนะคะ 
ถ้าใช้พัฟฟองน้ำทา จะให้ความบาง แต่ถ้าต้องการปกปิด ก็ทาทับเพิ่มระดับการปกปิดได้ 
หรือจะใช้นิ้วกดย้ำๆก็ช่วยได้เช่นกัน 

ในรูป เบลล์ไม่ได้ลงเบส หรือคอนซิลเลอร์ใดๆ เบลล์แค่ทาบำรุง กันแดด 
แล้วลงแป้ง Ver.88 Bounce Up Pact เพียวๆเลยจะเห็นเลยว่า ปกปิดได้ดีมากๆ 
เนียนกริบ แพนด้ากลบได้โดยไม่ต้องใช้คอนซิลเลอร์ 

ลองซูมๆเข้าไปใกล้ๆ



ถ้าไม่นับเรื่องสีที่ขาวไป พวกรอยด่างดำต่างๆ รอยกระ ไฝ ก็ถูกแป้งกลบจนเนียน 
แทบจะมองไม่เห็นถ้าไม่สังเกตดีๆยกนิ้วให้เลย ปิดได้เริ่ดมากๆ 
ในขณะที่ไม่เหนียวเหนอะ ไม่หนักผิวแต่อย่างใด 
ถ้าเทียบกับการทารองพื้นที่ให้ระดับการปกปิดเท่านี้ Ver.88 เบาผิวกว่าเยอะมากๆค่ะ 
แต่แถมทาเสร็จไม่ต้องปัดแป้งฝุ่นนะ เค้าเซ็ทตัวแห้งเป็นแป้งอยู่แล้ว ประหยัดแป้งฝุ่นได้อีก เริ่ดนะ 

สำหรับคำเคลมที่ทางแบรนด์อ้างไว้ เบลล์ว่าก็เป็นจริงเกือบทั้งหมดนะคะ

• ปกปิดเรียบเนียนไร้ที่ติ
>> อันนี้กริบจริงๆ
• ใบหน้าขาวกระจ่างใสยิ่งกว่า 
>> ข้อนี้ขึ้นอยู่กับสีผิวผู้ใช้ด้วย ถ้าขาว-กลาง ก็ทำให้ขาวขึ้น 
แต่ถ้าเป็นคนผิวเข้มเบลล์ว่ามันอาจจะไม่เข้ากับผิวนะคะ
• อนุภาคอีลาสติกยืดหยุ่น3มิติ ช่วยทาให้หน้าดูเรียว วีเชพ 
>> อันนี้ไม่รู้สึกนะคะ ขอข้ามไป
• ควบคุมและดูดซับความมัน ให้แป้งติดทนยาวนาน 18ชม. 
>> ในเรื่องความทนทาน เบลล์ยังไม่เคยลองจนครบ 18ชม.นะ 
แต่เท่าที่ลอง ก็ทน อยู่ได้เช้ายันเย็น สีจะดรอปลงนิดๆ แต่ไม่หมอง 
จุดที่ผิวมันมากๆก็แอบเอาไม่อยู่ แต่ซับๆเกลี่ยๆก็กลับมาดูดีได้ โอเคเลยนะ
• ปกป้องผิวหน้าจากแสงแดด SFP50 PA+++ 
>> ก็น่าจะได้ตามนั้นค่ะ 
แต่เบลล์ก็ยังแนะนำให้ทากันแดดอีกหนึ่งชั้นก่อนแต่งหน้าเป็นประจำนะคะ
• รวมทุกรองพื้นใน 1 ตัว BB+Primer+Foundation 
>> ตัวเดียวอยู่จริงๆค่ะ
• ใช้ไดทุกสภาพผิว บางเบา ไม่หนักหน้า 
>> เบลล์ผิวผสม ใช้แล้วโอเคเลยนะ แต่ถ้ามันขั้นเทพเบลล์ไม่แน่ใจค่ะ 
ต้องลองๆ เบลล์ใช้แล้วไม่หนักหน้าจริงๆ โอเค ผ่าน
• หน้าเด้ง สวยเด่น ทุกมุมกล้อง กันน้ำ กันเหงื่อ 
>> เด้งจริง กันน้ำได้จริงๆ ผ่านๆๆๆ 

จากทั้งหมด เบลล์ติดอยู่เรื่องเดียวคือสีมันขาวไป เวลาใช้ต้องแก้ในขั้นตอนเฉดดิ้ง 
เบลล์ใช้บรอนเซอร์เนื้อแมท ปัดกรอบหน้าทั้งหมด ก็พอจะช่วยได้นะคะ 
แล้วค่อยแต่งหน้าส่วนอื่นๆตามลำดับ ก็จะได้ลุ๊คประมาณนี้



ฟินิชชิ่งผิวที่ได้จะดูไม่แมทเท่าไหร่นะคะ ตัวแป้งเหมือนจะช่วยกระจายแสง หน้าดูโลกวๆนิดๆ 
แต่ผิวไม่มันนะ ผิวแห้งๆเหมือนทาแป้งเลยค่ะ แต่พอโดนแสงก็ให้ความเงานิดๆ 
ไม่ต้องปัดไฮไลท์ก็สวยแล้วจ้าลุ๊คนี้เบลล์ไม่ได้ใช้เบสเมคอัพอื่นๆเลยนะ 
กันแดดแล้วแป้ง Ver.88 Bounce Up Pact ตัวเดียว ไม่ใช้คอนซิลเลอร์อื่นๆใดๆช่วยเลย 
ไม่ลงแป้งฝุ่นทับด้วยนะ ตัวเดียวเพียวๆแต่งผิวออกมาได้เนียน ปกปิดดีเริ่ดขนาดนี้ ประทับใจจริงๆค่ะ 
แถมราคาไม่แพงด้วย 490 บาทเท่านั้น เริ่ดโน๊ะ 

เอาล่ะรีวิวละเอียดยิบขนาดนี้ อยากลองกันแล้วล่ะสิ 

สาวๆที่สนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ link ข้างล่างนี้เลยนะคะ
FB/IG/Line ID : ver88official 

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ 
ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะเจอกันใหม่บล็อกหน้า 

บ๊ายบาย
Smiley





 

Create Date : 16 มีนาคม 2558    
Last Update : 16 มีนาคม 2558 21:07:07 น.
Counter : 85675 Pageviews.  

REVIEW รีวิว แชมพูสูตรไร้ซิลิโคน และ คอนดิชันเนอร์ Pantene PRO-V AQUA PURE

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์จะมารีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ชมกันค่ะ ที่จริงแล้วมีวางขาย

ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปมาแล้วตั้งแต่ช่วงเดือน กรกฏาคม 57 ที่ผ่านมาแล้วค่ะ นั่นคือ 
Pantene PRO-V AQUA PURE เป็นสูตรใหม่ที่ปราศจากซิลิโคน 
เน้นความเบาสบายของเส้นผม แต่ยังคงบำรุงอย่างดีเหมือนเดิม
เป็นอะไรที่เหมาะกับสาวๆที่มีปัญหาผมเส้นเล็ก ลีบแบนมากๆค่ะ 

สาวๆเคยประสบปัญหาผมฟีบ ลีบแบน สูญเสียความสดชื่นลง แม้หลังสระผมได้ไม่นานมั้ยคะ 
ยิ่งใครที่มีผมเส้นเล็ก น่าจะเข้าใจปัญหานี้ดี เบลล์เองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ 
เวลาสระผมเสร็จใหม่ๆนะ สบายหัวมากๆ ผมพริ้วเชียว แต่พอทิ้งไว้ไม่นาน ผมก็เริ่มฟีบลง 
เส้นผมทิ้งตัวตรงดิ่ง ดูไม่มีวอลลุ่มเลยค่ะ บางทีจะต้องออกงานด้วย ยิ่งไม่มั่นใจเข้าไปอีก 
พาลอยากจะเลิกใช้คอนดิชันเนอร์ไปเลย แต่บทจะเลิกใช้ ผมก็ขาดการบำรุง 
เลยต้องใช้บ้าง วันเว้นวัน และวันไหนจะออกงานก็จะงดคอนดิชันเนอร์ เพื่อกันไม่ให้ผมลีบระหว่างวัน 

Pantene PRO-V AQUA PURE จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยแชมพูสูตรไร้ซิลิโคน 
Pantene PRO-V AQUA PURE Shampoo และ Conditioner ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี คลีน-รินซ์ 
ช่วยให้ล้างออกง่ายและรวดเร็ว ช่วยขจัดสารตกค้างส่วนเกิน มีสารบำรุงผมในรูปแบบลิคควิด 
ซึ่งจะไม่แข็งตัวแล้วเคลือบอยู่บนเส้นผมแบบสารบำรุงทั่วไป และในส่วนของ Conditioner 
ยังลดปริมาณซิลิโคนลงครึ่งนึง จากสูตรอื่นของ Pantene 
ทำให้ผมได้รับการบำรุงให้ชุ่มชื้นด้วยคอนดิชันเนอร์ แต่ยังเบาสบาย 
พริ้วไหวได้ตามใจ แถมยังไม่ทิ้งสารตกค้างด้วย



พูดถึงคุณสมบัติและความเจ๋งของ Pantene PRO-V AQUA PURE กันไปแล้ว 
เรามาดูหน้าตาผลิตภัณฑ์กันเลยดีกว่าค่ะ 

Pantene PRO-V AQUA PURE Shampoo จะมาในขวดขาวขุ่นโปร่งแสง โชว์ความใสของเนื้อแชมพูข้างใน 
ส่วน Pantene PRO-V AQUA PURE Conditioner จะมาในขวดสีขาวทึบแบบนี้... 



ด้านหลังขวด ก็จะมีรายละเอียดต่างๆทั้งวิธีใช้ ส่วนประกอบ สถานที่ผลิต ปริมาตร ฯลฯ


เบลล์ขอซูมๆในส่วนฉลากมาให้อ่านกันชัดๆ เผื่อใครสนใจดีเทลของส่วนผสม จัดไปจ้า...



ในส่วนของฝา เป็นฝาแค๊ปเปิดปิดสะดวก ปิดแน่นดีค่ะ ไม่หกเลอะเทอะ 
ฝาขวดแขมพูจะอยู่ด้านบนแบบนี้....



ส่วนฝาคอนดิชันเนอร์ จะอยู่ที่ก้นค่ะ



ด้านหลังมีรายละเอียดล๊อตและวันหมดอายุ 

พูดถึงรูปร่างหน้าตาภายนอกกันไปแล้ว เรามาดูข้างในขวดกันดีกว่า 
ว่าเนื้อแชมพูกับคอนดิชันเนอร์จะเป็นยังไง



แชมพู จะเป็นน้ำใสๆ เนื้อค่อนข้างเหลวเมื่อเทียบกับแชมพูทั่วไป มีกลิ่นหอมอ่อนๆตามแบบแพนทีน 
คอนดิชันเนอร์ เนื้อหยุ่นๆ สีขาวขุ่น ค่อนข้างข้นที่เดียว ส่วนกลิ่น ก็เป็นแบบเดียวกับแชมพูเลยจ้า 

ความรู้สึกหลังใช้ สำหรับแชมพู ขณะสระ จะให้ฟองพอดีๆ ไม่มากไม่น้อยไป 
เมื่อล้างน้ำออก จะรู้สึกเลยว่าล้างออกง่ายมากๆ แค่โดนน้ำผมก็สะอาดเอี๊ยดเลยจ้า5555 
เบลล์ลองใช้แบบไม่ลงคอนดิชันเนอร์ จะลองดูว่าผมจะแห้งพันกันมั้ย ปรากฏว่าไม่เลยค่ะ 
ผมเบาสบายมากๆ ไม่แห้งฟู ไม่พันกัน แต่จะให้ครบสูตรก็ต้องบำรุงตามด้วย Conditioner 
ขณะลูบไปบนผม จะรู้สึกว่า เนื้อครีมมันเกาะไปกับผมดีมากๆ ลูบหาย ลูบหาย ลื่นปรื๊ด 
และตอนล้างออก กลับล้างออกง่ายเว่อร์ ไม่ต้องเสียเวลาล้างน้ำนานๆ เวิร์คมากๆค่ะ 
พอเป่าแห้ง ผมนุ่มพริ้ว สบายหัวมากๆ อยากจะสะบัดผมตลอดเวลา 555555



ผลที่ได้รับก็ตรงกับคำเคลมเป๊ะๆเลยจ้า คือ รู้สึกผมสะอาด สดชื่น เบาสบาย 
แต่ยังได้รับการบำรุงอย่างพอดี ทำให้ผมไม่ลีบแบน พริ้วไหวได้ตามใจเลยจ้า 

สำหรับปริมาณบรรจุและราคา ตามนี้เลยค่ะ 

Pantene PRO-V AQUA PURE Shampoo 
 ขนาด 400 มล. ราคา 149 บาท 
 ขนาด 500 มล. ราคา 179 บาท 
 ขนาด 750 มล. ราคา 249 บาท 

Pantene PRO-V AQUA PURE Conditioner
 ขนาด 320 มล. ราคา 149 บาท
 ขนาด 460 มล. ราคา 179 บาท 
 ขนาด 670 มล. ราคา 249 บาท

สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปเลยจ้า

สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่... 

แต่ถ้าอยากร่วมกิจกรรมดีๆ หรืออัพเดทเรื่องราวดีของทางแพนทีน ดูได้ที่

รีวิวนี้ คงจบเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆไม่มากก็น้อยนะจ๊ะ 
เจอกันใหม่บล็อกหน้า วันนี้ไปแว้วววว 

บ๊ายบาย 
Smiley







 

Create Date : 21 ธันวาคม 2557    
Last Update : 21 ธันวาคม 2557 23:19:39 น.
Counter : 18759 Pageviews.  

REVIEW รีวิว GoodSkin Labs TRUE HYDRATION 24H Gel Cream

⁞สวัสดีวันอาทิตย์จ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวมาแปะอีกแล้ว รีวิวนี้แอบดองไว้นานมากๆๆๆ 

อันที่จริงเบลล์ใช้จนหมดกระปุกแล้วค่ะ แต่ยังไม่ว่างเอามาเขียนจริงจังซักที วันนี้แหละ! ถึงเวลาของเค้าแล้ว...

GoodSkin Labs
TRUE HYDRATION 24H Gel Cream

GoodSkin Labs TRUE HYDRATION 24H Gel Cream เป็นมอยส์เจอไรเซอร์แบบเจลครีมที่เน้นเติมน้ำให้ผิว 
และคงความชุ่มชื่นให้กับผิวยาวนานถึง 24 ชม. 


ข้อมูลผลิตภัณฑ์

เบลล์ขอยกมาจากเว็บของแบรนด์มาเลยนะคะ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน..

GoodSkin Labs TRUE HYDRATION 24H Gel Cream
50ml / ราคา 1,500 บาท

ส่วนผสมเอกสิทธิ์เฉพาะ TH-24 Complex ที่จะมอบความชุ่มชื่นล้ำลึกแก่ผิว 
True Hydration ที่มีส่วนผสมของ TH-24 Complex อุดมด้วยส่วนผสมที่มอบความชุ่มชื่นขั้นสูง ได้แก่ 
กรดไฮยาลูโรนิก ที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าโซเดียม ไฮยาลูโรเนต, ซอร์บิทอล, ทรีฮาโลส และกลีเซอรีน
เพื่อช่วยแก้ปัญหาความแห้งกร้านในสี่ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การมอบความชุ่มชื่นทันทีที่เนื้อผลิตภัณฑ์สัมผัสกับผิว, 
มอบความชุ่มชื่นแก่ผิวต่อเนื่องและยาวนานตลอดทั้งวัน, เสริมความสามารถในการรักษาระดับความชุ่มชื่นของผิว 
และเป็นตัวกลางนำความชุ่มชื่นเข้าสู่ผิว ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมเจลยังช่วยเก็บกักน้ำและความชุ่มชื่นภายในผิว 
จึงทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ นุ่มนวล และดูเรียบเนียนอย่างยาวนาน 
ยิ่งไปว่านั้น True Hydration ยังช่วยเสริมปราการปกป้องผิวอันบอบบางให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น 
เพื่อผิวที่ดูเปล่งปลั่งแลดูสุขภาพดี ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถมอบความชุ่มชื่นแก่ผิวหน้าได้ทันทีที่ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับผิว 
และ สามารถใช้เติมความชุ่มชื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทันทีที่ใช้
95% รู้สึกว่าผิวชุ่มชื่นและเนียนนุ่มยิ่งขึ้น

หลังใช้ 24 ชั่วโมง
91% รู้สึกว่าผิวสดชื่นและแห้งตึงน้อยลง

หลังใช้ 4 สัปดาห์
91% รู้สึกว่าผิวดูเปล่งปลั่งแลดูมีสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัด

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่า TRUE HYDRATION ตัวนี้ไม่ได้เน้นคุณสมบัติอื่นๆใดๆเลย นอกจากเรื่องความชุ่มชื้นอย่างเดียว 
โดยเน้นว่าเห็นผลทันทีที่ใช้ แถมยังช่วยคงความชุ่มชื่นตลอด24ชม. ใช้แล้วจะจริงอย่างที่เคลมไว้หรือไม่ เดี๋ยวมาดูกันค่ะ

เบลล์ขอย้อนกลับมาที่ตัวผลิตภัณฑ์อีกนิด เรามาดูกันว่า เจ้ากระปุกชมพูๆนี้ ข้างในจะเป็นยังไง...



เนื้อผลิตภัณฑ์
เป็นเนื้อเจลครีมสีขาวขุ่นโปร่งแสงนิดๆ เนื้อข้นดีทีเดียวค่ะ ข้น นุ่ม เนียน แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ
เกลี่ยง่าย ทาแล้วสบายผิว เหมือนให้ผิวได้ดื่มน้ำเลยค่ะ รู้สึกชุ่มชื่นขึ้นทันทีที่ทา
ไม่มันวาว ไม่เหนียว ไม่หนักผิว



ความรู้สึกและผลหลังการใช้งาน
เบลล์เองก็ได้ลองใช้กระปุกนี้มาเรื่อยๆ ใช้ทุกวันเช้าและก่อนนอน ใช้จนหมดกระปุกแล้ว
จึงนำมาเขียนรีวิวให้อ่านกันในครั้งนี้ค่ะ
อย่างที่บอกไปแล้วว่าเนื้อเจลครีมเกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่ทิ้งความมันวาว สบายผิว 
ทาแล้วหน้ามันช้าลง แต่งหน้าติดดีขึ้น ผิวดูฟู อิ่มแบบสุขภาพดี
และที่รักมากๆคือ ทาแล้วชุ่มผิวยาวนาน ส่วนจะนานได้ถึง 24ชม. ตามคำเคลมมั้ย
เบลล์ก็ตอบไม่ได้ค่ะ แต่ที่แน่ๆเจ้า TRUE HYDRATION ตัวนี้ ก็ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นได้นานทั้งวัน
จากเช้าจนกลับบ้านล้างหน้าอาบน้ำนอน เรียกได้ว่า เพียงพอสำหรับทั้งวัน 
และจากที่ลองใช้มาเป็นระยะเวลานาน ก็พบว่าผิวดีขึ้นในแง่ความชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง
ผิวมันน้อยลง แต่ในเรื่องความขาวหรือจุดด่างดำ ไม่ได้เห็นผลอะไร เพราะ 
TRUE HYDRATION ตัวนี้ ไม่ได้มีคุณสมบัติอื่นๆ ช่วยเรื่องชุ่มชื้นอย่างเดียวจริงๆ
เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ทาแล้วรู้สึกดีมากๆ ใช้หมดกระปุกแล้วคิดว่าจะซื้อใช้ต่อแน่นอนค่ะ

แต่จะพูดไปอย่างเดียว อาจจะไม่เชื่อว่าดีจริงมั้ย
เบลล์มีรูป Before/After แบบซูมๆผิวให้ดูกันด้วยค่ะ 



จากรูปจะเห็นชัดเจนว่า ทาแล้วจากผิวแห้งๆที่เห็นเป็นขุยแห้งๆเงาๆ ทาไปแล้วผิวดูอิ่มฟูขึ้น
รูขุมขนปิด กระชับขึ้น ผลพลอยได้ที่ได้คือผิวดูเนียน ละเอียดขึ้น 

ซูมเข้าไปใกล้ๆอีกนิด...



ชัดเลยยยย 5555

นี่แหละค่ะ ใช้แล้วดีจริงๆ อยากให้ไปลองดูนะคะ แล้วจะรักเหมือนกัน :)

สำหรับใครที่สนใจ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...


และสามารถหาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ GoodSkin Labs ทุกสาขา และ Online Shopping ที่


สำหรับรีวิวนี้ คงจบเพียงเท่านี้ค่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ
เจอกันใหม่รีวิวหน้านะจ๊ะ

บ๊ายบายยย
Smiley




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2557    
Last Update : 14 ธันวาคม 2557 17:58:23 น.
Counter : 2855 Pageviews.  

REVIEW รีวิว รักษาสิวที่ TheMed Clinic

สวัสดีจ้าสาวๆ 

วันนี้เบลล์จะมารีวิวประสบการณ์รักษาสิวกับ TheMed Clinic ให้อ่านกันนะคะ 
ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า ปกติเบลล์ไม่ใช่คนที่สิวขึ้นบ่อย หรือขึ้นง่ายอะไร 
ปกติจะขึ้นเฉพาะช่วงก่อนประจำเดือนมา อย่างมากก็เดือนละสามเม็ด และเป็นเม็ดเล็กๆไม่หนักหนา 
แต่เมื่ออะไรๆเปลี่ยนไป มีหลายปัจจัยทำให้ผิวเบลล์เปลี่ยน จากไม่เป็นสิว ก็สิวเห่อสะสม 
อาจจะด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น สภาพแวดล้อมเปลี่ยน (ไปทำงานต่างจังหวัด2วีคติดกัน) 
สภาพการทำงานที่ค่อนข้างตึงเครียด ประกอบกับเปลี่ยนสกินแคร์บ่อยๆเพราะต้องลองอะไรใหม่ๆ
แล้วมารีวิวให้ชมกัน ก็เลยเป็นที่มาของ “สิวเห่อ” ระรอกนี้... 



บางคนเห็นรูปแล้วอาจจะบอกว่า นี่เยอะแล้วหรอ? 
คือ ถ้าเทียบกับคนที่สิวขึ้นเยอะๆ แบบเบลล์คงเรียกว่าน้อยมาก5555 
แต่สำหรับเบลล์เอง จากที่ไม่เป็นสิวเลย เป็นนิดๆหน่อยๆทายาก็หายเอง 
แต่มาเจอแบบนี้ แถมทายาก็ไม่หายเนี่ย เบลล์เครียดมากเลยนะคะ 
เบลล์เลยรีบวิ่งไปปรึกษาคุณหมอที่ TheMed Clinic ที่ดูแลเบลล์อยู่มาต่อเนื่อง 
(แอบงอแงไม่ไปหาอยู่พักนึง แหะๆT^T ) กลับไปหาอีกครั้งพร้อมกับปัญหาสิวสุดกลุ้ม 

จากที่ปรึกษาคุณหมอถึงสาเหตุก็ได้คำตอบเป็นไปตามคาดล่ะค่ะ 
ทุกอย่างที่คาดไว้ประกอบกันแถมด้วยอาจจะล้างเครื่องสำอางไม่หมดจด 
นอกจากสิวเก่าไม่หาย สิวใหม่ก็ตามมาเรื่อยๆ ผิวอยู่ในช่วงที่อ่อนแอ ระคายเคืองง่ายกว่าที่เคยค่ะ 

หลังจากปรึกษาคุณหมอแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการรักษาค่ะ 
การรักษาสิวที่ TheMed Clinic จะเป็นจ่ายเป็นคอร์สนะคะ ราคาจะเหมารวมทุกขั้นตอนที่เบลล์ทำ 
ไม่ว่าจะฉายแสง มาส์กหน้า กดสิว ฉีดสิว จะกี่เม็ดก็ราคาเดียวค่ะ อ่อแถมรวมค่ายาไปแล้วด้วยนะคะ 

ขั้นตอนการรักษา
ในแต่ละครั้ง เป็นไปตามนี้เลยค่ะ แต่อาจจะสลับก่อนหลังบ้างบางที ตามแต่ห้องว่าง 

1. ทำความสะอาดหน้า ล้างเครื่องสำอางออกจนหมด อาจจะเว้นตาไว้ค่ะ 

2. กดสิวและฉีดสิว จะกดสำหรับสิวอุดตัน สิวมีหัว ส่วนสิวเม็ดเป้งๆที่ไม่ยอมสุก ไม่ยอมหาย 
คุณหมอจะเป็นคนฉีดยาเข้าไปในสิวเอง ถ้ายาชนะเชื้อสิว วันรุ่งขึ้นสิวจะยุบเลยค่ะ เวิร์คมากๆ 
แต่ถ้าเชื้อสิวแรงมาก ยาสู้ไม่ได้ สิวก็จะเป่งขึ้นมาอีกครั้ง และจะต้องไปรักษาใหม่ค่ะ 
(เบลล์เคยเจอทั้ง2เคสเลยล่ะ) 
ส่วนตอนกดสิวจะเป็นพี่พนักงานในร้านกดให้ค่ะ แรงดีทีเดียว 
กดปึ้ดเดียวหัวหลุดออกมาให้เห็นเลย แอบสะใจ แต่ก็เจ็บนะ5555 บางเม็ดนี่น้ำตาซึมอะ T^T 
ส่วนฉีดสิวไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ เหมือนมดกัด เจ็บแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ ผลที่ได้น่าพอใจมากๆค่ะ 
*ในครั้งแรกๆอาจจะยังไม่มีการกดสิวนะคะ คุณหมอจะให้ยาไปทาละลายหัวสิวที่อยู่ใต้ผิวหนัง เพื่อให้ครั้งต่อๆไป คุณหมอจะสามารถกดสิวออกมาได้ค่ะ*



3. ฉายแสง Acne eLight พระเอกของคอร์สนี้เลยค่ะ 
Acne eLight เป็นการฉายแสงฆ่าเชื้อสิว ช่วยลดรอยแดง-ดำ บนใบหน้า ลดความมันบนใบหน้า 
ราคาครั้งละ 2,000 บาท หากซื้อเป็นคอร์ส ราคา 9,750 / 10 ครั้ง 
ในเรื่องของราคา เบลล์ว่าถ้าสำหรับคนที่เป็นสิวเยอะๆ ไม่หายซักที 
เบลล์แนะนำให้ซื้อเป็นคอร์สจะคุ้มกว่าค่ะ เพราะเท่าที่ทำมา สองสามครั้งแรกสิวยังจะไม่หายสนิท 
ดูเหมือนจะหาย แต่ทิ้งไว้ก็กลับมาเป็นอีกค่ะ และถ้าซื้อเป็นคอร์ส 
ในคอร์สจะรวมยาและขั้นตอนอื่นๆให้ด้วย คุ้มกว่าเป็นรายครั้งจริงๆค่ะ 
ในส่วนรายละเอียดลึกๆเบลล์อยากให้ลองเข้าไปปรึกษาคุณหมอที่คลินิกดูก่อนจะดีที่สุดค่ะ 

กลับมาที่ขั้นตอนการฉายแสง ในขั้นตอนนี้ เราจะนอนปิดตาบนเตียงนิ่งๆ แอร์เย็นๆ 
ห้องมืดๆ และมีเครื่อง Acne eLight มาจ่อบนหน้าเรา เครื่องจะฉายแสงสีน้ำเงินไปตามโปรแกรม 
แม้เราจะปิดตาสนิท ก็ยังรับรู้ถึงแสงวาบได้ แรกๆอาจจะตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ 
ส่วนความรู้สึกอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรนะคะ นิ่งๆ ไม่แสบไม่ร้อน นอนชิลๆได้เลย 
ทำไปสองสามครั้งจะชิน และแอบหลับไม่รู้ตัว 5555 



4. มาส์กหน้าด้วยสูตรเฉพาะของทางคลินิกค่ะ
พี่พนักงานจะผสมเนื้อมาส์กกันสดๆเลย แล้วพอกบนหน้าเรา ความรู้สึกจะเย็นๆ 
อาจจะด้วยมาส์กเค้าแช่เย็นมาด้วยล่ะ555 มาส์กไปก็หลับไปชิลๆอีกแล้ว 
พอมาส์กเซ็ทตัว พี่เค้าก็จะมาลอกมาส์กออก หลังมาส์กจะรู้สึกว่าหน้าดูสดใสขึ้นทันทีค่ะ 



5. ออกมารับยาที่หน้าเคาน์เตอร์(ถ้ามียานะคะ)
เราก็เอายากลับไปทาตามคุณหมอสั่ง แล้วก็กลับมาหาใหม่ตามนัดค่ะ 
เพื่อให้เห็นผลไว คุณหมอแนะนำให้เข้าไปรักษาต่อเนื่อง ทุกๆ2สัปดาห์ค่ะ 




ผลการรักษา

จากที่เบลล์เข้าไปรักษาต่อเนื่อง หลังจากทำไปครั้งแรก(ไม่มีกดสิว)
กลับมาก็รู้สึกเลยว่าสิวบางเม็ดเริ่มแห้ง และหายไวขึ้นค่ะ 
ในระว่างการรักษาเบลล์หยุดสกินแคร์ทุกตัวยกเว้น moisturizer ของ GoodSkinLabs 
ทาอยู่ตัวเดียว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไปค่ะ เพราะช่วงที่ทายาสิว วันแรกๆจะมีอาการผิวแห้งมากๆ 
จนผิวลอกบ้างประปราย เป็นธรรมดาของการทายาสิวอยู่แล้วล่ะ 
และหลังจากทำไปได้ 3-4 ครั้ง สิวใหม่ก็ไม่ค่อยขึ้นแล้ว ผิวหน้าดูดีขึ้นมากๆ 
เรามาดูรูปผลการรักษา เมื่อผ่านไป 1 เดือน กับ 2 เดือน เลยดีกว่า...







อีกด้าน...









ความกลุ้มใจกับสิวก็หดหายไปบ้างแล้ว กำลังใจดีขึ้นมากๆค่ะ 
เบลล์ก็พยายามไปหาคุณหมออยู่เป็นประจำ เพื่อคงอาการไว้ค่ะ พอผ่านไปจนสิวไม่ค่อยขึ้นแล้ว 
คุณหมอแนะนำให้ปรับโปรแกรม มาใช้ Dual Yellow Laser ช่วยลบรอยสิวที่เพิ่งหาย 
ก็ได้ผลดีมากๆกับรอยแดงๆค่ะ ส่วนรอยดำๆ ก็ต้องใช้เวลารักษากันต่อไป 

เบลล์เคยรีวิว Dual Yellow ไว้แล้ว ใครสนใจ ลองย้อนกลับไปอ่านดูนะคะ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=bellyly&date=05-01-2014&group=6&gblog=62 

สำหรับประสบการณ์รักษาสิวของเบลล์ก็คงมีเท่านี้ค่ะ 
เป็นอะไรที่คนไม่เป็นสิวจะไม่เข้าใจความรู้สึกจริงๆ พอรักษาหายแล้วจะรู้สึกดีมากๆ 
เบลล์จึงเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อแชร์ข้อมูลให้กับเพื่อนๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจค่ะ 
นอกเหนือจากรีวิวของเบลล์แล้ว ยังสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่..//www.themedclinic.net/services/Laser/Acne-eLIGHT 

สุดท้ายต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่าน และติดตามนะคะ 
ไปแล้วจ้า 

บ๊ายบาย
Smiley




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2557    
Last Update : 7 ธันวาคม 2557 20:15:29 น.
Counter : 4432 Pageviews.  

REVIEW รีวิว Seoul Secret DETOXIFY FACIAL CLEANSER (โซลซีเครท ดีท้อกซิฟาย เฟเชี่ยล คลีนเซอร์)

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่มาให้ชมกันอีกแล้ว 
คราวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางค์จาก Seoul Secret ค่ะ ชื่อเต็มๆ คือ 
Seoul Secret DETOXIFY FACIAL CLEANSER

 นวัตกรรมใหม่กับการล้างเมคอัพ พร้อมทำความสะอาดลึกในขั้นตอนเดียว 
ย้อนอายุผิวให้กลับไปสะอาด บริสุทธิ์ ดั่งก่อนหัดแต่งหน้า 
และยังช่วยบำรุงผิวให้ นุ่ม ชุ่มชื่น กระจ่างใส เผยผิวสวย แบบสาวเกาหลี 

Seoul Secret DETOXIFY FACIAL CLEANSER เป็นคลีนเซอร์เนื้อเจลใสๆหน้าตาธรรมดาๆ 
แต่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาค่ะ เพราะ รวมคุณสมบัติการดีท้อกซ์ผิวหน้า 
เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ พร้อมล้างเมคอัพ 
ทำความสะอาดลึกหมดจดในขั้นตอนเดียว 

การดีท้อกซ์ผิว (Detox) คือ การล้างหรือขจัดสารพิษ สิ่งตกค้างบนผิว 
อันเป็นสาเหตุให้ผิวเกิดการต่อต้านอาหารผิวจากธรรมชาติ 
สารสกัดต่างๆจะไม่สามารถเข้าไปฟื้นฟูดูแลผิวได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ 
มีผดผื่น สิวอุดตัน เมื่อเราได้ดีท้อกซ์ผิวแล้ว ผิวเราก็จะพร้อมรับการบำรุงสำหรับขั้นตอนต่อๆไป 
ทั้งนี้ Seoul Secret DETOXIFY FACIAL CLEANSER ยังรวมคุณสมบัติการทำความสะอาด
ลึกถึงรูขุมขน ด้วย 3 การดูแล 

REMOVE ด้วยเอนไซม์จากมะละกอช่วยดึงสิ่งตกค้างออกจากผิว
และช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกอย่างเป็นธรรมชาติ 
PURIFY กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้ยืดหยุ่น และพร้อมยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นสาเหตุของฝ้า กระ จุดด่างดำและความหมองคล้ำ 
ให้ผิวสะอาดเกลี้ยงเกลา เผยผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัสอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน 
TENDER อ่อนโยนด้วยค่า pH Balance ไม่ระคายเคืองแม้ผิวแพ้ง่าย 
ผสาน Eco cert Herb Complex จากพืชสมุนไพรเกาหลีกว่า 10 ชนิด 
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวอิ่มน้ำ ควบคุมความมัน ลดปัญหาสิว
ด้วยคุณค่าจากสารสกัดจากธรรมชาติ 5 ส่วน คือ 

1. KOREAN ECOCERT Herb Complex สารสกัดจากพืชธรรมชาติ 10 ชนิด
ที่ปลูกภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ปลอดสารเคมี ให้ความอ่อนโยน 
บรรเทาอาการระคายเคืองพร้อมสารบำรุง ช่วยปรับสภาพผิวและช่วยให้ความชุ่มชื่น
2. PAPAYA FRUIT EXTRACT สารสกัดจากธรรมชาติจากมะละกอ 
ช่วยย่อยเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และผลัดออกอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวนุ่มไม่หยาบกร้าน 
ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เก่าออก อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมปรับสภาพผิว
ให้นุ่มนวลน่าสัมผัส เผยผิวใหม่ที่สดใส และช่วยลดเลือนริ้วรอย 
SUBTILISIN เป็นเอนไซม์ที่ได้จาก แบคทีเรีย Bacillus Subtilis 
ซึ่งมีคุณสมบัติในการย่อยโปรตีนที่เสื่อมสภาพ ดังนั้นจึงช่วยผลัดเซลล์ผิว
ชั้นบนสุดที่หมองคล้ำออกไปอย่างอ่อนโยนและปลอดภัย เพื่อให้เผยผิวใหม่ที่นุ่ม 
และกระจ่างใสขึ้น โดยไม่ทำร้ายผิวเหมือนสารเคมี 
3. SODIUM LAUROYL GLUTAMATE สารทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก 
อ่อนโยนแม้ผิวบอบบางผิวรอบดวงตาหรือผิวแพ้ง่าย มีค่า pH Balance 
ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 
4. LIPOBELLE GLACIER น้ำแร่บริสุทธิ์จากธารน้ำแข็งในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 
ช่วยให้ความสดชื่นและความชุ่มชื้นแก่ผิวยาวนานตลอดวัน 
5. POLYQUATERNIUM-15 ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นสูง สามารถกักความชุ่มชื่น
ไว้ในผิวได้นาน ไม่ให้ผิวแห้งกร้านในระหว่างวัน ผิวจึงนุ่มดูอิ่มน้ำน่าสัมผัส 

อ่านคุณสมบัติ จุดเด่น และข้อมูลแน่นเอียดกันไปแล้ว 
เรามาดูตัวจริงกันเลยดีกว่าเนอะ ว่าหน้าตาเค้าจะเป็นยังไง 
ใช้แล้วโอไม่โอ มาดูกันเลยจ้า...



คลีนเซอร์ตัวนี้จะมาในหลอดบีบสีขาวๆสะอาดตา



ที่ปลายหลอดจะมีพิมพ์ล๊อต วันที่ผลิต และวันหมดอายุ 
ส่วนใกล้ๆฝาจะมีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมแปะไว้ด้วย เพื่อแสดงว่านี่คือของแท้ชัวร์



ฝาเกลียวเปิดปิดง่าย แต่มีข้อระวังนิดนึงจ้า เนื้อเจลเค้าจะค่อยข้างเหลว 
เวลาเปิดฝาอาจจะไหลออกมาง่าย แนะนำว่าให้ค่อยๆเทนะคะ 
แทบไม่ต้องออกแรงบีบหลอดเลยจ้า 

เนื้อเจลจะเป็นใสๆเหลวๆแบบในรูปขวา มีกลิ่นหอมอ่อนๆไม่ฉุนค่ะ 

วิธีใช้ 
คลีนเซอร์ตัวนี้ใช้ได้ทั้งแบบเปียกและแบบแห้งนะคะ 
1. ใช้เป็น Make Up Remover ขณะหน้าแห้ง สามารถนวดไปบนหน้าแห้งๆได้เลย 
เว้นรอบดวงตา แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 
*** แต่ไม่ควรใช้ล้างรอบดวงตานะจ๊ะ แนะนำให้ใช้ Eye Remover โดยเฉพาะจะดีกว่าค่ะ*** 
2. ใช้เป็น Daily Cleanser Gel ใช้ล้างหน้าขณะหน้าเปียก
แบบเจลล้างหน้าปกติได้เลยค่ะ 

ทีนี้เรามาทดสอบประสิทธิภาพการล้างเครื่องสำอางค์กันเลยดีกว่า 
เบลล์จะใช้วิธีนวดบนผิวแห้งแล้วล้างออกจ้า 

ในรูปซ้าย เบลล์ปาดเครื่องสำอางค์หลายๆแบบไว้บนแขน ทั้งกันแดด บีบีครีม 
รองพื้นแบบบาง แป้งผสมรองพื้น รองพื้นแบบติดทนนาน บลัชครีม และบลัชออนแบบฝุ่น 
เมื่อนวด Seoul Secret DETOXIFY FACIAL CLEANSER ลงไป ใช้นิ้ววนๆพักนึง 
ก็จะเป็นแบบรูปขวาเลยจ้า กรี๊ดดดดดดดดดด OMG!!!!!



ในรูปขวา จะเห็นเนื้อเจลจับตัวเป็นเลเยอร์ๆ พร้อมดึงคราบเครื่องสำอางค์ให้หลุดออกมาด้วย 
โอวววว พอคราบสีๆมันมารวมตัวกันแล้วแอบหยึยๆนิดนึง 55555 

 ซูมๆให้ดูใกล้ๆค่ะ



เท่าที่ลองใช้ จะพบว่าในการนวดรอบแรกเครื่องสำอางประเภทฝุ่น แป้ง 
หรือแม้แต่กันแดด บีบี รองพื้นแบบบางก็หลุดออกอย่างง่ายดาย 
แต่ถ้าเป็นรองพื้นชนิดที่ติดทนขั้นเทพ รอบเดียวอาจจะไม่หมดจดค่ะ 
เบลล์ก็จะลงรอบสอง ผิวก็จะสะอาดกิ๊งเลย หลังจากนั้นก็ล้างน้ำออก 
หรือใครจะล้างตามด้วยโฟมอีกรอบเพื่อความชัวร์ก็จัดได้เลยค่ะ 

ลองไปบนแขน อาจจะไม่มั่นใจ เบลล์ลองบนหน้าให้ดูด้วยจ้า



ในรูปเบลล์ไม่ได้ลงรองพื้นแบบน้ำหรือครีมนะคะ มีแต่เบสและแป้งผสมรองพื้นจ้า 
พอนวด Seoul Secret DETOXIFY FACIAL CLEANSER ลงไป 
แป๊บเดียวก็จะจับตัวเป็นก้อนๆให้เห็นเลยค่ะ 

ใครยังนึกไม่ออกว่าเป็นยังไง เบลล์มีคลิปสั้นๆมาให้ชมด้วยจ้า

ล้างหน้าข้างเดียวออกมาเป็นแบบนี้...



(น่ากลัวไปมั้ย 55555) 

เท่าที่ได้ลอง ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ เบลล์ไม่เคยใช้คลีนเซอร์ตัวไหนที่จับตัวเป็นเลเยอร์ๆ 
โชว์ให้เห็นเมคอัพหลุดออกมาจะๆแบบนี้เลย ก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น 
ให้เอฟเฟกต์ลุ้นๆตอนล้างเครื่องสำอางค์ แถมประสิทธิภาพการล้างก็ทำได้ดีมากด้วย 
ตอนล้างน้ำออกผิวไม่แห้งตึงนะคะ โอเคเลยล่ะ 

และสำหรับราคา ปกติ 990.- / 125ml ก็ถือว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ตอนนี้มีโปร 
ราคาแนะนำอยู่ที่ 490.- ค่ะ ใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่... 

Seoul Secret 02-2914272-74
Line: seoulsecret 

สำหรับรีวิวคงจบเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะจ๊ะ 
เจอกันใหม่บล็อกหน้าจ้า 

บ๊ายบาย
Smiley





 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2557 22:49:17 น.
Counter : 11999 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.