ดึ๋ง ดึ่ง ดึ่ง ดึ๊ง
Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW รีวิว น้ำตบแพลงก์ตอน SENA Marine Plankton Water Serum Concentrate

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวใหม่มาฝาก เป็นรีวิวที่แอบดองไว้นานมากกกกกก 

จริงๆเคยลง Mini Review ไว้ตั้งแต่ช่วงที่ลองใช้ได้สองวีคแรก ตอนนี้ใช้หมดขวดเรียบร้อย 
เลยถือฤกษ์นี้ เอามาลงรีวิวเต็มๆ อัพเดตหลังใช้หมดขวดแรกให้อ่านกันเลยดีกว่า 
มาค่ะ เริ่มเลยนะ 



ข้อมูลจากแบรนด์ 

Sena marien plankton water serum 
ให้พลังงานแก่เซลล์ผิว เพิ่มภูมิต้านทานให้ผิวได้รวดเร็ว 
-ทำให้ผิวขาวสดใส
-แก้ฝ้ากระ ผิวสีคล้ำ 
-กระตุ้นเมตาบอลิซิ่มของเซลล์ให้เพิ่มขึ้นจึงเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่รวดเร็วสูงสุด 
-ปกป้องเซลล์จากมลภาวะ (ป้องกันแสงแดด).ANTI UV A,B (ป้องกันแสงแดด) 
-ANTI FREE RADICAL ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพ 
ช่วยป้องกันและลดเลือน ฝ้า กระ 
-เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่เซลล์ ทำให้ผิวนุ่มและเต่งตึงขึ้น 
-เสริมสร้าง COLLAGEN ให้เกิดขึ้นในชั้นผิวอย่างรวดเร็ว 
-ปกป้องและซ่อมแซม DNA และ HSP ของเซลล์ให้สมบูรณ์ เพื่อลบและลดริ้วรอย 
-ช่วยคงผิวสาวสดใสไว้ให้ผิวคุณดูอ่อนกว่าวัยลงนับสิบปี 

150ml ราคา1490 บาท 

เรามาดูของจริงกันเลยนะคะ 



น้ำตบแพลงก์ตอนตัวนี้เค้าจะมาในรูปแบบขวดแก้วทึบแสง ฝาเกลียวสีเงินปิดแน่นหนา 
แพ๊คเกจทำออกมาสวยงามน่าใช้มากๆ ขวดค่อนข้างใหญ่ บรรจุ 150ml ใช้ได้นานมากๆ 
แต่ถ้าใช้มาส์กหน้าด้วย ก็อาจจะหมดไวขึ้นค่ะ 



ขวดเค้าบรรจุมาในกล่องเรียบๆ มีรายละเอียดต่างๆอยู่รอบกล่องครบถ้วน 
ฉลากมีทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษค่ะ 

เมื่อเปิดฝาขวดออกครั้งแรกจะมีจุกพลาสติกสีขาวอุดไว้กันหก เปิดออกก็ใช้งานได้เลยค่ะ 



เนื้อสัมผัส
เป็นน้ำใสๆ เหลวคล้ายน้ำเปล่า มีกลิ่นหอมอ่อนๆทาไปบนหน้าแล้วซึมค่อนข้างไวทีเดียวค่ะ 
ทาไปแล้ว เบาๆผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มัน ไม่ลื่น สบายผิวมากๆค่ะ 
สามารถทาสกินแคร์อื่นๆต่อได้เลย ไม่ส่งผลกระทบต่อสกินแคร์ชั้นต่อๆไปด้วย 
สามารถใช้ทาได้ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน 

สำหรับการทาตอนเช้า เท่าที่ลองมา ก็ไม่ทำให้หน้ามันไวขึ้นต่อย่างใดนะคะ โอมากๆ 



วิธีการใช้ 
ใช้ทาเป็นตัวแรก ก่อนทาสกินแคร์ชั้นอื่นๆ และยังสามารถใช้มาส์กหน้าได้ด้วย 
โดยการแช่เม็ดมาส์กหรือมาส์กชีทแบบแห้ง แช่ให้แผ่นมาส์กชุ่มแล้วนำมามาส์กหน้า 15-20 นาที 
จะรู้สึกเย็นสบายผิว และช่วยกระชับรูขุมขนด้วยค่ะ 

ผลการใช้
เบลล์ทดลองใช้ทั้งทาเช้าและเย็น ใช้ร่วมกับสกินแคร์อื่นๆตามปกติ 
และใช้มาส์กหน้าก่อนนอน อาทิตย์ละ 2 วัน 
หลังผ่านไป 2 อาทิตย์แรก ได้ผลประมาณนี้ค่ะ 



ผิวดูใสขึ้น รูขุมขนเล็กลงหน่อยนึง ผิวเลยดูละเอียดขึ้น แต่ที่ห็นชัดคือรอยสิวจางลงไวกว่าปกติ 
ตรงคางรอยสิวดูดีขึ้นเยอะเลย ผิวนุ่มขึ้นชัดเจน อาจจะไม่เห็นจากรูป แต่มันสัมผัสได้จริงๆ 
หลังจากนั้นก็ใช้มาเรื่อยๆ จนตอนนี้หมดขวดแรกแล้ว ได้ผลประมาณนี้ค่ะ 



โดยรวมหน้าดูกระจ่าง ดูสดใสขึ้น รอยต่างๆจางลง 
มาดูใกล้ๆกันดีกว่าค่ะ 



จะเห็นว่าผิวดูเนียนละเอียดขึ้น รอยต่างๆจางลงชัดเจน โดยเฉพาะพวกรอยแดงจากสิว 
แม้อาจจะไม่ได้จางลงถึงขนาดไม่มีรอยเลย แต่ก็ดูดีขึ้นมาก ผิวนุ่มชุ่มชึ้นขึ้นกว่าแต่ก่อน 
นับเป็น Step แรกของการดูแลผิวที่ตอนนี้ขาดไม่ได้เลยค่ะ 
บอกเลยว่า เป็นน้ำตบที่ชอบมากๆๆๆๆอีกตัว คือใช้แล้วเห็นผล ในราคาที่ไม่แรงไป 
ตอนนี้เลยขึ้นขวดที่สองแล้วค่ะ 


สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามนี้เลยค่ะ 
Line ID : senaofficialth 
Line@ :@senaonline 

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ 
เจอกันใหม่รีวิวหน้านะจ๊ะ 
บายๆ
Smiley





 

Create Date : 13 มีนาคม 2559    
Last Update : 13 มีนาคม 2559 20:37:37 น.
Counter : 4404 Pageviews.  

REVIEW รีวิว เซ็ทดินสอเขียนขอบปาก Ver.88 Holiday Lip Pencil Set

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้มีของออกใหม่มายั่วกันอีกแล้ว
คราวนี้ยังอยู่กับแบรนด์ Ver88 Eity Eight ค่ะตอนนี้เค้าปล่อยของใหม่ออกมาสองตัว
คราวที่แล้วเบลล์รีวิวรองพื้นไปแล้ว คราวนี้มาถึงคิวดินสอเขียนขอบปากสุดปังกันบ้าง
Ver.88 Holiday Lip Pencil Set



เชื่อว่าแค่เห็นกล่อง สาวๆก็คงอยากเล่นแล้วแน่ๆ
รีวิวนี้เบลล์จะไม่บรรยายอะไรมาก เน้นรูปชัดๆกันไปเลยดีกว่าเนอะ
มาเริ่มที่แพ๊คเกจกันก่อน เซ็ทนี้เค้าจะมาในรูปแบบกล่องเหล็กสวยงาม



ลิปเซ็ทนี้ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ไทย แต่ผลิตที่เกาหลีนะคะ
ด้านหลังกล่อง ข้อมูลเป็นภาษาเกาหลี ส่วนฉลากภาษาไทยจะเป็นสติ๊กเกอร์แปะไว้อีกทีค่ะ
เปิดมาด้านใน มีน้องดินสอ 6 สี เรียงตัวสวยงาม



มาดูที่ตัวดินสอใกล้ๆค่ะ



ดินสอแต่ละแท่งจะมีสติ๊กเกอร์กันการแกะแปะเอาไว้ที่ปลอก
 ที่ปลายมีสกรีนชื่อสีเอาไว้ชัดเจน

มาเริ่มเปิดปลอกกันเลยเนอะ…



หน้าตาเหมือนดินสอสีไม้ตอนเด็กๆ
อร๊ายยยย อยากระบายสีแล้ว มาๆลงมือเลยดีกว่า

เบลล์ลองขีดๆบนกระดาษขาว เพื่อให้เห็นเนื้อสีแต่ละแท่งว่าออกมาเป็นยังไง ก็ได้ประมาณนี้ค่ะ



เนื้อสีชัดเจน สีตรงกับบนแท่งมากๆงั้นลองทาบนปากเลยละกันเนอะ

ต้องออกตัวก่อนว่า เบลล์เป็นคนที่ปากแห้งมากกกกกกกก
ในรูป before นี่คือพยามสครับมาแล้ว ก็ยังมีร่องรอยปากแห้งแตกให้เห็นอยู่บ้าง
แต่ก็ถือว่าน่าจะเป็นรีวิวที่ดี ถือเป็น worse case ไปเลยละกันว่า ถ้าสาวๆที่ปากแห้งจะทารอดมั้ย 555
เบลล์ลองแล้วรอดนะคะ ได้ผิวแมทๆ แต่ไม่แห้งเกินไป ติดทนดีงาม
ตอนทาอาจจะระบายยากนิดๆ เพราะเนื้อเค้าจะหนืดหน่อยๆค่ะ แต่ทาไปแล้วโอเคเลย
ไม่ทำให้ปากแห้งหนักไปกว่าเดิม สีชัด เม็ดสีแน่นดีทุกสี เริ่ดๆ


พูดถึงเนื้อสัมผัสไปแล้ว มาดู swatch สีบนปากเบลล์เลยแล้วกันค่ะ
เรียงไปเลยทีละสี 6 สี 6 อารมณ์



881 SUMMER FLING สีส้มพีช ไม่สว่างเกินไป ทาแล้วหน้าไม่ดำ
แถมยังช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้นด้วย สดใสดีค่ะสีนี้ ชอบๆ



882 SWEET SPOT ชมพูหวานๆ ใครสายแบ๊วต้องลองค่ะสีนี้ น่าร๊าก



883 PLUM LUSH สีชมพูเข้ม ขับผิวสุดๆ สีนี้เม็ดสีเข้มชัดเจนมากๆ



884 PINK ADOBE สีชมพูตุ่นๆ สุภาพเรียบร้อย
สีใกล้เคียงสีปากเดิมมากๆ แต่จะเข้มชัดกว่านิดนึง สีนี้ใช้ได้เรื่อยๆค่ะ



885 SABLE SMOKE โอ๊ยสีนี้สวยมากกกกก
คือ นู๊ดๆชมพูเจือส้มนิดๆ สุภาพ น่ารัก ทาแล้วดูเด็ก เบลล์ชอบสีนี้สุดค่ะ



886 INDIAN ROSE สีแดงเข้ม ไม่ฉูดฉาด ควรมีซักแท่งติดบ้านเอาไว้
เผื่อวันไหนอยากแซ่บก็ควักออกมาทาได้เลย สวยๆ

รวมมิตร 6 สี สวยทุกสีค่ะ



โอเคค่า ทาให้ดูครบแล้วทั้งหกสี สำเร็จภารกิจยั่วน้ำลายสาวๆ 55555
อ่อๆ ลืมบอกราคาไป กล่องนี้ ลิป 6 แท่ง ราคา 990 บาท คุ้มๆๆ
ใครอยากได้ ตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางต่างๆตามนี้เลยค่ะ

IG : ver88official
Website : www.eityeight.com

สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่รีวิวหน้านะคะ

บ๊ายบาย






 

Create Date : 09 มีนาคม 2559    
Last Update : 9 มีนาคม 2559 12:58:15 น.
Counter : 11835 Pageviews.  

REVIEW รีวิว รองพื้นและแปรงสุดเก๋ 88 Eity Eight Liquid Foundation SPF30 PA+++



สาวๆจ๋า วันนี้เบลล์มีรีวิวรองพื้นตัวใหม่มาฝากกัน เป็นรองพื้นเนื้อบางแต่ให้การปกปิดดี 
ทาแล้วผิวดูเนียนโกลว์นิดๆ ได้ลุ๊คผิวเกาหลีๆ คือ ลองแล้วก็แอบชอบเบาๆ 
รองพื้นตัวใหม่ที่กำลังพูดถึงก็คือ ตัวนี้เลยค่ะ Eity Eight Liquid Foundation SPF30 PA+++
เค้ามาพร้อมกับแปรงทารองพื้นหน้าตาเก๋ไก๋ ขนนุ่มนิ่ม ที่พอใช้คู่กันแล้วเริ่ดทีเดียว 
เรามาเริ่มลงดีเทลที่ตัวรองพื้นกันก่อนดีกว่า 

รองพื้น Eity Eight Liquid Foundation SPF30 PA+++

บรรจุภัณฑ์ 
มาในกล่องลายส้มดำ มีรายละเอียดระบุไว้รอบกล่อง



ที่ใต้กล่องจะมีระบุสีเอาไว้ รองพื้นรุ่นนี้ตอนนี้เค้าออกมาวางจำหน่ายเพียงแค่ 2 สี คือ 
NO.21 Light Beige และ NO.23 Natural Beige 
เบลล์ใช้สีเข้มสุด NO.23 ค่ะ 



พอแกะกล่องออกมาจะเจอกับขวดแก้วขุ่น 
เค้าทำแพ๊คเกจออกมาดูน่าใช้ทีเดียวค่ะ



ฝาครอบสีดำเงา ดูหรูหรา เปิดออกมาเจอหัวปั๊ม 
ปั๊มรองพื้นออกมาใช้ได้สะดวกไม่หกเลอะเทอะ



เนื้อสัมผัส 
เนื้อรองพื้นค่อนข้างเหลว เนื้อบางแนบผิว เกลี่ยง่ายมาก บีบออกมานิดเดียวก็เกลี่ยได้ทั่ว



จากที่ลองกับข้อพับจะเห็นว่ารองพื้นสามารถปกปิดรอยเส้นเลือดได้ดี
ตามรอยย่นของข้อพับก็ไม่ตกร่อง ไม่ดูหนาเตอะ ทำได้ดีทีเดียวค่ะ 

ทีนี้ก่อนจะไปดูภาพที่ลงรองพื้นบนหน้า เบลล์ขอพูดถึงแปรงรองพื้น 
ที่ออกมาพร้อมกับรองพื้นรุ่นนี้กันก่อน 


แปรงทารองพื้น Eity Eight Curved Face Brush




แปรงรูปทรงแปลกตา จับถนัดมือ ขนาดหัวแปรงค่อนข้างใหญ่ แต่ถือเป็นข้อดีนะคะ 
เพราะทำให้เราเกลี่ยรองพื้นได้ทั่วหน้าไวขึ้น ปาดไม่กี่ทีก็สวยแล้ว



แถมแปรงรุ่นนี้ยังมาพร้อมปลอกเก็บแปรง เปิดปิดง่าย ปิดได้มิดชิด 
ไม่ต้องกลัวขนเสียทรงไม่ต้องกลัวฝุ่นหรือเศษสกปรกมาเกาะขนแปรง 
ใช้เสร็จเก็บเข้าปลอกโยนลงกระเป๋าเครื่องสำอาง เดินทางต่อได้เลย 
แปรงไม่เลอะไม่พังแน่นอน จุดนี้ชอบมากๆค่ะ 

เรามาโฟกัสที่ขนแปรงกันบ้าง อยากจะบอกว่า นุ่มมากๆๆ และขนแน่นดีทีเดียว 
ทำให้เกลี่ยรองพื้นได้เนียนมากๆถึงแม้ว่าจะเป็นขนสังเคราะห์ แต่ปลายเส้นขนเค้าทำออกมาดี 
ไม่คม ไม่บาดผิวเลยค่ะ



ความพิเศษของแปรงนี้ อยู่ที่ curve ที่ปลายขนแปรง โค้งเว้ารับกับส่วนนูนของใบหน้าได้ดี 
และความแบนของแปรงทำให้เราสามารถซอกซอนเข้าส่วนที่เข้าถึงยากๆได้ 
อย่างซอกข้างปีกจมูก หัวตา ก็เข้าถึงได้ง่ายค่ะ



เวลาใช้งาน เบลล์จะปั๊มรองพื้นไว้ที่หลังมือ แล้ววอร์มเนื้อรองพื้นนิดนึง แล้วค่อยทาลงบนผิว 
หรือจะใช้แปรงจุ่มเนื้อรองพื้นแล้วปาดๆไปเลยก็ได้ แต่เบลล์แนะนำให้ใช้นิ้วแต้มๆเนื้อรองพื้นลงบนผิวก่อน 
แล้วค่อยใช้แปรงเกลี่ย ปาดไปในทิศทางเดียวกัน คล้ายๆเวลาทาสีค่ะ 
เกลี่ยจากกลางใบหน้าออกมาด้านนอกเกลี่ยแป๊บเดียวก็เนียนทั่วหน้าละ 

ก็ถือว่าเป็นแปรงรองพื้นที่ใช้ได้ดีทีเดียวค่ะ ใครยังไม่เคยลองแปรงหน้าตาแบบนี้ อยากให้ลองดูค่ะ 
ได้ฟีลไม่ซ้ำกับแปรงรองพื้นแบบเดิมๆ ชอบๆๆๆ 

ทีนี้เรากลับมาดูผลลัพธ์เมื่อใช้แปรงตัวนี้คู่กับรองพื้น Eity Eight Liquid Foundation SPF30 PA+++ กันบ้าง 

ผิวที่ได้หลังจากทา 1 รอบ



เนื้อรองพื้นรุ่นนี้เค้าค่อนข้างบาง แนบไปกับผิวดีมาก ไม่หนัก ไม่หนาเตอะ ไม่มีวิ๊งๆ 
แต่ทาไปแล้วให้ความโกลว์นิดๆ ไม่มันย่อง ดูเป็นผิวดีค่ะ 
แต่แอบติดที่สีรองพื้นเค้าขาวไปสำหรับเบลล์ หน้าเลยดูลอยๆหน่อยนะคะ 
แหม อยากให้เค้าผลิตออกมาหลายๆสี ถ้าได้สีที่ตรงกับผิวจะเริ่ดมากเลยค่ะ 

รองพื้นตัวนี้ให้การปกปิดที่ดีมาก แค่รอบเดียวก็ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ 
ปิดรอยแดง รอยด่างดำได้บ้าง แต่ไม่ 100% ซะทีเดียว 
แต่จะบอกว่า รองพื้นตัวนี้สามารถทาทับเพื่อเพิ่มระดับการปกปิดได้ 
เบลล์ใช้นิ้วเกลี่ยเพิ่มตรงช่วงรอยแพนด้าใต้ตา ก็ปิดได้ดี ไม่ง้อคอนซิลเลอร์เลยค่ะงานนี้



จบปิ๊งในตัวเดียว เริ่ดเลยค่ะ 
ทาออกมาแล้วผิวดูเงาๆนิดๆ พอเซ็ทตัวแล้วจะไม่เหนอะ ไม่หนึบผิวเลย 
ใครผิวแห้งแทบไม่ต้องใช้แป้งฝุ่นเลย ผิวจะดูเงาสวยมากๆค่ะ 
แต่ถ้าใครผิวมันไว อาจจะต้องใช้แป้งฝุ่นช่วยเซ็ทสักนิดเบาๆ เท่านี้ก็สวยทั้งวันแล้วค่ะ 

เบลล์ลองทาทั้งหน้าแบบไม่มี point makeup โชว์ผิวให้เห็นชัดๆ ผิวดูดีมากเลยค่ะ 
(ติดแค่สีมันขาวไป T^T เสียดายจัง)



แต่งหน้าต่อจนเสร็จ ได้ Finish look ผิวสวย ปากแซ่บ ลืมหน้าเดิมไปเลย 55555



เบลล์ลองแต่หน้าแต่เช้า แล้วออกไปเที่ยว เดินในห้าง ลุยๆเลือกเฟอร์สวยๆ เดินนอกห้างร้อนๆ 
ตบท้ายวันด้วยการไปกินซีฟู๊ดปิ้งย่าง outdoor นั่งหน้าเตาถ่านร้อนๆ 
ถามว่าหน้ามันมั้ย มันก็มีบ้าง ไม่ได้คุมมันแน่นเป๊ะทั้งวันขนาดนั้น 
ซับหน้าก็มีหลุดตามน้ำมันออกมานิดหน่อยค่ะแต่มันดีตรงที่เจออากาศอบๆร้อนๆ 
รองพื้นเค้าบาง สบายผิว ไม่อึดอัด หน้าไม่เยิ้ม ไม่ไหลเละ 
ออกนอกบ้านราว 12 ชม. กลับมาบ้านรองพื้นก็ยังอยู่บนผิวราวๆ 70-80% 
ไม่เละนะ มีหลุดบ้างนิดหน่อยตรงโซนปราบเซียน อย่างขอบจมูก คาง 
แต่โดยรวมผิวยังโอเคทีเดียวค่ะ ที่สำคัญสีไม่ดรอปเลย ขาวยังไงตกเย็นกลับมาบ้านก็ขาวอย่างนั้น 

โดยรวมคือ ประทับใจ ทำได้ดีเกินคาดมากค่ะ 
ข้อเสียอย่างเดียวที่เจอเลย คือ เรื่องสี เบลล์ใช้เข้มสุดของเค้า ยังขาวเกินไป 
ถ้าใครลองแล้วได้สีตรงผิวเป๊ะ ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนต้องเริ่มอยากลองแล้วแน่ๆเลย 
สนนราคารองพื้นคู่กับแปรง 990 บาท เท่านั้น
เบลล์ว่าคุ้มอยู่น๊า ส่วนจะซื้อได้จากที่ไหนบ้าง 
เพื่อนๆสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางต่างๆด้านล่างนี้ ได้เลยค่ะ 


สำหรับรีวิวนี้คงจบเพียงเท่านี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์ช่วยในการตัดสินใจได้นะคะ 
และสำหรับรีวิวหน้า แอบบอกก่อนเลยว่าเด็ด! เป็นของใหม่ของแบรนด์ Eity Eight เหมือนกัน 
จะเป็นอะไร เดี๋ยวมารอชมกันได้ในบล็อกหน้าเลยค่า 

วันนี้ขอตัวละจ้า 
บายๆ:) 










 

Create Date : 03 มีนาคม 2559    
Last Update : 3 มีนาคม 2559 19:23:28 น.
Counter : 36436 Pageviews.  

REVIEW รีวิว L'Oreal REVITALIFT FILLER [HA] ฟิลเลอร์แบบทาเพื่อผิวฟูดูกระชับ

สวัสดีจ้าสาวๆ วันนี้เบลล์มีรีวิวสกินแคร์เซ็ทใหม่จาก L'Oreal มาฝากกันค่ะ 

คราวนี้เป็นสกินแคร์ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาผิวแก่กว่าวัย น่าจะถูกใจสาวๆวัยเดียวกับเบลล์แน่ๆ 
ด้วยอายุใกล้เลขสามแล้ว หลายคนน่าจะเริ่มมีปัญหาผิวมีริ้วรอย อาการหย่อนคล้อยเริ่มมาเยือนลางๆ 
ก็คงอยากจะหาตัวช่วยชะลอความชรากันแน่ๆ วิธีที่จะแก้ริ้วรอยต่างๆก็คงไม่พ้นการฉีดฟิลเลอร์ 
จะไปทำก็แอบกลัวเข็มอยู่ลึกๆ แต่ตอนนี้มีข่าวดีค่ะ 
L'Oreal เค้ามีสกินแคร์ที่เกิดจากแนวคิดเดียวกับการฉีดฟิลเลอร์ มาในรูปแบบเอสเซนส์และครีม 
แค่ทาก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้เบลล์มีโอกาสได้ลองใช้สกินแคร์เซ็ทใหม่นี้แล้ว 
ให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจทีเดียว เรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าสกินแคร์ที่ว่าจะเป็นยังไง 

ตามมาค่ะ ตามมา...


L'Oreal REVITALIFT FILLER [HA] เป็นสกินแคร์ที่เกิดจากแนวคิดเดียวกับการฉีดฟิลเลอร์ 
เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวฝ่อตัว อันเป็นต้นตอของวิกฤตผิว ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวแก่กว่าวัย 
ซึ่งปัญหาผิวฝ่อตัวนั้น เกิดจากการสูญเสีย Hyaluronic Acid (HA) ใต้ผิวหนัง ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องทุกๆปี 
โดยจะลดลงอย่างชัดเจนเมื่ออายุเลย 30 ไปแล้ว พอเมื่อ HA ใต้ผิวเราลดลงถึงขั้นวิกฤต
จะทำให้เกิดอาการผิวหย่อนคล้อยรุนแรง จนกรอบหน้าดูเสียรูป เห็นริ้วรอยลึกชัดเจน 
ที่บริเวณร่องแก้ม ใต้ตา หางตา และ คาง ซึ่งวิธีที่จะแก้ได้ ก็คือการฉีดฟิลเลอร์ 
เพื่อเติมเต็มสาร HA เข้าไปดันผิวฝ่อให้ฟู กลับมาอิ่มเอิบดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง 

จากแนวคิดนี้เอง L'Oreal REVITALIFT FILLER [HA] จึงอุดมไปด้วย HA อนุภาคขนาดเล็ก 
เข้มข้นถึง 10x ให้คุณสมบัติเด่น 3 ประการ คือ
เติมร่องริ้วรอยลึกให้ตื่น 
ยกผิวหย่อนคล้อยให้ดูกระชับ 
ดันผิวฝ่อให้ฟู 

ในเซ็ท L'Oreal REVITALIFT FILLER [HA] ที่เบลล์ได้ทดลองใช้ ประกอบด้วย 
1. ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ฟิลเลอร์ เอสเซนส์ (999 B.) 
2. ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ฟิลเลอร์ เดย์ครีม (949 B.) 

เบลล์จะขอรีวิวไปทีละตัว แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์กันว่า 
เมื่อใช้ L'Oreal REVITALIFT FILLER [HA] ทั้งสองชิ้นแล้วจะเป็นอย่างไร 

1. ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ฟิลเลอร์ เอสเซนส์ 



บรรจุภัณฑ์
อันนี้เค้ามีความเก๋ไก๋ ทำขวดเอสเซนส์ให้ออกมาหน้าตาคล้ายๆเข็มฉีดยา 
สะท้อนแนวคิดการฉีดฟิลเลอร์ ทำออกมาได้สวยงาม น่าใช้มากๆ 
เบลล์ว่า ถ้าสาวๆเห็นตัวจริงแล้วจะต้องอยากหยิบจับมาเล่นแน่นอน


ไม่ใช่แค่หน้าตาขวดจะเหมือนเข็มฉีดยา 
แต่ฟังก์ชั่นการใช้งาน เค้ามีปุ่มกดอยู่ที่ท้ายหลอดเหมือนเข็มฉีดยาด้วย! เก๋ไก๋ชนะเลิศค่ะคุณ 
และนอกเหนือจากความเก๋ไก๋ของหน้าตาและฟังก์ชั่นแล้ว 
หลอดเอสเซนส์เค้ายังเป็นหลอดแบบสุญญากาศ ช่วยรักษาคุณภาพของเนื้อเอสเซนส์ 
ให้เรามั่นใจได้ว่ามีประสิทธิภาพเท่าเทียมกันทุกหยดที่ใช้จริงๆค่ะ 

เนื้อผลิตภัณฑ์ 
เนื้อเอสเซนส์ค่อนข้างเหลว แต่ไม่ถึงกับใสแบบน้ำ มีสีขุ่นเล็กน้อย ทาแล้วลื่นๆ ชุ่มชื้นดีมากค่ะ



แถมเนื้อเอสเซนส์ยังซึมสู่ผิวไวมากๆ เบาสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ 

2. ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ฟิลเลอร์ เดย์ครีม



บรรจุภัณฑ์ 
หน้าตาแพ็คเกจสวยงาม ด้านในเป็นกระปุกแก้วเรียบเท่ตามสไตล์ L'Oreal 
เปิดฝาออกมาจะมีฝาพลาสติกปิดอีกชั้น ช่วยกันไม่ได้ครีมหกเลอะเทอะ ดูสะอาดน่าใช้ค่ะ


เนื้อผลิตภัณฑ์ 
ครีมเข้มข้นสีขาวขุ่น เนื้อเนียนละเอียด ทาแล้วลื่นๆ ชุ่มชื้นค่ะ


เกลี่ยลงบนผิวง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนจนเวียนหัว เนื้อครีมซึมลงผิวค่อนข้างไว 
พอเซ็ทตัวเข้ากับผิวแล้วก็แห้งสบายผิว สามารถทากันแดด แต่งหน้าทับต่อได้เลย 


ผลการทดลองใช้
จากหลังกล่องผลิตภัณฑ์ เค้าแอบเคลมว่า ช่วยฟื้นให้ผิวฟูขึ้นภายใน 4 ชั่วโมงหลังทา 
ด้วยความอยากรู้ เรามาพิสูจน์กันเลยดีกว่าค่ะ 

หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว เบลล์ทาเอสเซนส์ก่อน แล้วตามด้วย Day Cream 
แล้วไปทำกิจกรรมต่างๆตามปกติ เป็นเวลา 4 ชม. แล้วกลับมาถ่ายรูปสังเกตผลค่ะ 

ได้ผลตามนี้เลย... 

 1. ร่องใต้ตา



ผิวดูฟูขึ้นเล็กน้อย ทำให้รอยเหี่ยวเล็กๆที่ใต้ตาดูเรียบขึ้น 

 2. แก้มและหางตา 


รูปนี้เห็นชัดเลยว่าริ้วรอยที่หางตาดูฟูขึ้น ผิวเรียบขึ้น รูขุมขนตรงแก้มดูละเอียดขึ้นเล็กน้อย 

3. หน้าผาก 


ผิวย่นๆที่หน้าผากดูฟูตึงขึ้น ทำให้รอยย่นจางๆ ดูจางลงอีก 

จากผลลัพธ์ที่เบลล์สัมผัสมา ผิวอาจจะไม่ได้กลับมาเรียบตึงเป๊ะแบบหน้ามือหลังมือ 
แต่ก็เห็นผลเป็นแนวโน้มที่ดี สามารถคาดหวังผลได้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว 
เบลล์ก็คิดว่า L'Oreal REVITALIFT FILLER [HA] น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าลอง น่าสนใจ
สำหรับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวเหี่ยวย่น ผิวฝ่อตัว ถึงแม้อายุจะยังไปไม่ถึงเลขสาม 
ก็ไม่อยากให้รอจนเหี่ยวแล้วค่อยแก้ไข เริ่มดูแลผิวกันตั้งแต่เนิ่นๆกันดีกว่าค่ะ 
เพื่อผิวเต่งตึง อิ่มเอิบ มีน้ำมีนวลดูอ่อนเยาว์กันไปนานๆ 

สำหรับใครที่สนใจ สามารถหาซื้อ 
ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ฟิลเลอร์ เดย์ครีม ราคา 949 บาท 
และลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ฟิลเลอร์ เอสเซนส์ ราคา 999 บาท
ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป 

และสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
สำหรับรีวิวนี้ คงจบเพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆไม่มากก็น้อยนะคะ 
เจอกันใหม่รีวิวหน้าจ้า 

 บ๊ายบาย :)





 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2559 21:54:48 น.
Counter : 3317 Pageviews.  

REVIEW รีวิว THANN Shiso Collection และเล่าประสบการณ์นวดอโรมาที่สปา THANN Sanctuary Spa

สวัสดีจ้าสาวๆ 

เมื่อหลายเดือนก่อนเบลล์มีโอกาสได้ไปร่วมงาน Unveil the miracle of Shiso for your radiant skin
ที่ THANN Sanctuary เอ็มโพเรี่ยม งานนี้เป็นงานเปิดตัว Skincare Collection ใหม่ของ THANN (ธัญ) 
แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว เส้นผม และผลิตภัณฑ์อโรมาเธอราปี รวมทั้งบริการสปา 
เป็นแบรนด์ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก 



ในงานนี้เบลล์ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด จากลุ่ม Shiso Collection ซึ่งเน้นในเรื่องการฟื้นฟูผิว 
เพื่อความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยสารสกัดจากใบชิโสะ (Shiso Extract) 
ที่มีคุณสมบัติเด่นในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ด้วยสัดส่วนของสารบำรุงต่างๆที่น่าสนใจ เช่น 
• วิตามิน A มากว่าผลกีวีถึง 300 เท่า 
• วิตามิน C มากกว่าผลเลมอนถึง 160 เท่า 
• วิตามิน E สูง พร้อม B1 B2 B6 K แร่ธาตุและโปรตีนหลากหลายชนิด 
มีคุณสมบัติ ช่วยให้ความชุ่มชื้น ปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพ 
ทั้งนี้ THANN ได้นำเอา “นาโนเทคโนโลยี” มาใช้ในการสกัดสารจากใบชิโสะ 
เพื่อให้ได้สารบำรุงทรงคุณค่าโดยปราศจากการใช้สารเคมี เพื่อให้ได้อนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนเมตร 
ช่วยให้ซึมลึกเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้ และค่อยๆปลดปล่อยสารบำรุงอย่างต่อเนื่อง 
ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทาง THANN ได้แนะนำในงานนี้ ประกอบด้วย 
• Revitalizing Face Mask 
• Facial Serum 
• Age Inversion Face Cream 
• Oil Free Facial Sunscreen SPF30 PA+++ 
ด้วยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 นี้จะทำงานประสาน เสริมประสิทธิภาพการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องตลอดวัน 

และจากที่ได้ไปร่วมงาน ทาง THANN ก็ใจดีมากๆค่ะ ได้มอบผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชิ้นให้เบลล์กลับไปลองใช้ที่บ้าน 
และตอนนี้เบลล์ก็ได้ลองใช้ครบแล้ว(ใช้เวลาลองนานมากกกก 555)
ขอเชิญติดตามอ่านรีวิวได้เลยค่ะ 



มาเริ่มกันที่ชิ้นแรก Revitalizing Face Mask ซึ่งเบลล์ได้ลองใช้ตั้งแต่ในงาน 
อันนี้ต้องบอกเลยว่า “มัน เริ่ด มว๊ากกกกก”

Revitalizing Face Mask ราคา 1,090 บาท 



ผลิตภัณฑ์สำหรับมาร์กหน้าเพื่อผลลัพธ์แห่งผิวกระจ่างใสเพียงครั้งแรกที่ใช้ 
ในรูปแบบของ Essence และ Powder Extract เข้มข้น 
รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติที่คัดสรรเพื่อประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิว อาทิ
• Grape Extract ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ 
• Mulberry Root Extract ลดเลือนจุดด่างดำ และความหมองคล้ำของผิว 
• Ougon Extract สารสกัดจากพืชทะเลทราย ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว 
• Trehalose Extract ปกป้องและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว 
• Nano Shiso Extract เติมความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆ 
รวมถึงทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ 

รูปแบบแพคเกจเป็นกล่องสี่เหลี่ยมแบบนี้ค่ะ


ในกล่องจะบรรจุมาส์ก 3 ชุด
ซึ่งมาสก์ตัวนี้ เค้าจะมาเป็นซองแยกของเหลวกับผงมาส์กแบบนี้...



เวลาจะใช้ ให้ฉีกซองแล้วเทผสมกัน คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด 
แล้วปาดลงบนผิวหน้าให้หนาพอสมควร แล้วรอจนมาส์กเซ็ทตัว ค่อยลอกออก 



แต่ก่อนที่จะทำการมาส์กหน้า เค้าแนะนำว่าให้ทำความะอาดและสครับผิวหน้าก่อน 
เพื่อให้สารบำรุงจากมาส์กเข้าทำงานได้เต็มที่ 

ความรู้สึกขณะมาส์กหน้า
มันจะเย็นๆ สบายผิวมากๆๆๆ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆผ่อนคลาย สบายสุดๆเลยค่ะ 
พอลอกมาส์กอกแล้ว ผิวดูกระจ่างใส สว่างขึ้น ผิวดูสดชื่นขึ้นจริงๆ 
จากโทรมๆมาส์กไปทีเดียว คือดีงามขึ้นมาทันที 



เบลล์ว่าผลที่ได้จะคล้ายๆเวลาเราไปทำทรีทเมนท์มาส์กที่คลินิกเลยค่ะ 
เรียกได้ว่า ถ้าวันไหนโหมงานหนักๆ ผิวโทรมไม่ไหวแล้ว ต้องการปลุกผิวแบบเร่งด่วน 
เบลล์แนะนำให้ลองมาส์กตัวนี้เลยค่ะ ราคาอาจจะสูง แต่เห็นผล และรู้สึกได้จริงๆ คุ้มมากค่ะ 
เอาไว้หมดแล้วจะไปซื้อมาใช้อีกแน่ๆค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆ


Facial Serum ขนาด 30ml. ราคา 2,500 บาท



เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิวที่ถูกพัฒนามาเพื่อรับมือกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ 
ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแล้วว่าสามารถลดเลือนริ้วรอย 
พร้อมฟื้นคืนความยืดหยุ่นให้ผิวได้ในขั้นตอนเดียว ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจาก 
• Centella Extract เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน และโครงข่ายผิว 
• Banana Flower Extract กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน และคืนความยืดหยุ่นสู่ผิว 
• Nano Shiso Extract เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆ 
รวมถึงทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ 

แพ๊คเกจด้านนอกเป็นกล่องสีเหลี่ยมมีรายละเอียดตรบถ้วนแบบนี้ค่ะ



ด้านในจะเป็นขวดปั๊มสุญญากาศ ขนาดพอดีมือ 



เนื้อเซรั่มสีขาวขุ่น กลิ่นหอมอ่อนๆไม่ใช่แนวน้ำหอมนะคะ เค้าจะเป็นกลิ่นหอมจากใบชิโสะ 
ทาแล้วได้กลิ่นจางๆ ผ่อนคลายๆ เนื้อเซรั่มเกลี่ยง่าย ซึมค่อนข้างไว ทาไปแล้วสบายผิว 
ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ก็ไม่ได้ทาแล้วแห้งสนิท ผิวจะรู้สึกชุ่มชื้นๆค่ะ เบลล์ชอบเทกเจอร์ตัวนี้มากๆเลยล่ะ



เบลล์ใช้ทาทั้งเช้าและก่อนนอน ทาไปแล้วไม่ทำให้ผิวมันขึ้น แต่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นทั้งวัน แต่งหน้าติดดีขึ้นค่ะ 
 สำหรับผลการทดลองใช้ เดี๋ยวเบลล์จะเขียนสรุปในตอนท้ายทีเดียว 
เพราะเบลล์ได้ทดลองใช้ทั้ง Facial Serum และ Age Inversion Face Cream ไปพร้อมๆกัน 
เลยอาจจะตอบไม่ได้ว่าผลที่ได้รับ เป็นผลจากตัวไหนอย่างแน่ชัด 
เบลล์คาดว่าเป็นผลจากทั้งสกินแคร์ทั้งเซ็ทค่ะ


Age Inversion Face Cream ขนาด 40g. ราคา 1,500 บาท



ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิว เพื่อริ้วรอยดูลดเลือนลง ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ใช้ควบคู่กับ Facial serum 
เพื่อเสริมประสิทธิภาพการรับมือปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยอย่างตรงจุด 
อุดมด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด 
• Hydrolyzed Rice Protein, Hydrolyzed Milk Protien, 
Organic Olive Oil และ Shea Butter อุดมด้วยวิตามิน อี และกรดไขมันที่จำเป็นต่อผิว 
เติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
• Black Tea Extract ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ 
• Nano Shiso Extract เติมความชุ่มชื้นสู่ผิว ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆ 
รวมถึงทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ 

รูปแบบบรรจุภัณฑ์เป็นกล่องลิ้นชักแบบนี้ค่ะ



มีรายละเอียดข้อมูลต่างๆครบ



สำหรับ Face Cream ตัวนี้ เค้าจะมาในรูปแบบหลอดบีบ ฝาเกลียวเปิดปิดง่าย 



เนื้อครีมเป็นสีขาวเจลๆ ครีมมีความนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่จับตัวเป็นขุยๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ 
ทาแล้วจะรู้สึกชุ่มชื้น เนื้อครีมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวไม่แห้งลอก 



เบลล์ลองใช้ทาทั้งเช้าและก่อนนอน ทาในช่วงเช้าก็ไม่ทำให้หน้ามันขึ้นนะคะ 
เบลล์ผิวผสม ก็ใช้ทาก่อนแต่งหน้าได้สบายๆ 

ความรู้สึกหลังใช้ทั้ง Facial Serum และ Age Inversion Face Cream
เบลล์ได้ทดลองใช้ทั้ง Facial Serum ไปพร้อมๆกับ Age Inversion Cream ทาทั้งเช้าและก่อนนอน 
ความรู้สึกจากครั้งแรกที่ได้ลอง คือทาก่อนนอน ตื่นมาหน้านุ่มมากๆๆๆๆค่ะ 
ได้ลองใช้ไปเรื่อยๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็รู้สึกว่าผิวแน่นขึ้น อาจจะเห็นไม่ชัดมากนัก 
แต่ผิวแลดูกระจ่างใส ดูสดชื่นขึ้น ไม่โทรม รอยดำจางลงนิดนึง 
ในส่วนของริ้วรอยแห่งวัย ผิวเบลล์รอยย่นยังไม่ชัดเจน เลยยังตอบอะไรไม่ได้ 
แต่เท่าที่รู้สึกก็เป็นแนวโน้มที่ดี และเป็นชุดสกินแคร์ที่ใช้แล้วเห็นผลค่ะ 

มาถึงชิ้นสุดท้าย เป็นครีมกันแดดแบบ Oil Free จะเป็นยังไง อ่านต่อได้เลยค่ะ 


Oil Free Facial Sunscreen SPF30 PA+++ ขนาด 40g. ราคา 1,000 บาท



ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด สูตร Oil-free เนื้อครีมบางเบา (Emulsion Base) 
ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่ทิ้งคราบขาวไว้บนใบหน้า ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB 
เพื่อแก้ปัญหาผิวคล้ำเสียจากแสงแดดโดยเฉพาะ ด้วยส่วนผสมที่ให้คุณค่าการบำรุงจากธรรมชาติ อาทิ
• Nano Shiso Extract สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนโมเลกุลจากใบชิโสะ 
ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ เติมความชุ่มชื้น และลดอาการระคายเคือง 
• Ougon Extract สารสกัดจากรากของต้น Scutellaria Baicalensis Georgi 
พืชทะเลทรายในตระกูลมินท์ที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ อุดมด้วยสาร Flovonoid 
ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB สาเหตุของผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ 
• White Tea Extract อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ
ให้คุณเผยผิวสวยกระจ่างใส 

บรรจุภัณฑ์เป็นกล่องลิ้นชักแบบเดียวกับ Face Cream เลยค่ะ



รอบตัวกล่องมีรายละเอียต่างๆครบถ้วน



ครีมกันแดดเนื้อเนียนละเอียด บรรจุในหลอดบีบสีเทา แพ๊คเกจเข้าเซ็ทกับชิ้นอื่นๆในคอลเลกชั่นนี้ 



เนื้อครีมกันแดดมีสีขาว แต่พอเกลี่ยลงบนผิวจะกลืนไปกับผิว ไม่โชว์สีขาว ไม่วอก ไม่ลอย 
เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบขาว ไม่เป็นขุย ทาแล้วสบายผิว มีกลิ่นของใบชิโสะ หอมอ่อนๆ 
พอเซ็ทตัวจะแห้งไปกับผิวเลยค่ะ 



ความรู้สึกหลังใช้กันแดด Oil Free Facial Sunscreen SPF30 PA++
เป็นกันแดดที่ใช้ง่าย ไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะ เนื้อบางเบาไม่หนักหน้า ทาแล้วเย็นสบายผิว 
สามารถแต่งหน้าทับได้เลยค่ะ ไม่ทำให้สีแป้งหรือรองพื้นเพี้ยน 
ด้วย SPF30 PA+++ ก็เพียงพอต่อการใช้ในวันทำงาน วันสบายๆที่ไม่ได้ออกแดดแรงๆ 
เท่าที่ใช้มา เวลาโดนแดดแรงๆก็ไม่แสบผิวนะคะ โอเคมากๆเลยค่ะ 

นอกเหนือจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ Shiso Collection แล้ว 
เบลล์ยังมีโอกาสได้ เปิดประสบการณ์นวดอโรมาที่ THANN Sanctuary Spa สาขา ดิเอ็มโพเรียม ด้วยค่ะ 



การตกแต่งเค้าสวยมากๆ เบลล์ถ่ายรูปมาไม่เยอะ อาจจะถ่ายไม่สวยเท่าไหร่ 
เลยจะขอใช้รูปของ THANN บางส่วนนะคะ 
การตกแต่งโดยรวมจะผสานงานศิลป์ที่เกิดจากการทำด้วยมือ หรือเป็นงานหัตถกรรม
มีความละเอียดอ่อน แต่เท่ ไม่โบราณ อย่างส่วนตกแต่งผนังด้านสปา ก็เป็นงานถัก 
โคมไฟเป็นงานจักสาน ดูเข้ากับพื้นไม้ให้ความอบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นกันเอง



กลับมาที่เรื่องการนวด... 
เบลล์ต้องบอกก่อนว่า นี่เป็นประสบการณ์นวดอโรมาครั้งแรกของเบลล์เลยนะ แอบตื่นเต้นอยู่ 
เพราะเวลาเข้าไปนวดเราจะต้องถอดเสื้อผ้าหมดเลย แล้วเค้าจะมีกางเกงในผ้าบางๆให้สวมไว้ค่ะ 
แต่ก็อุ่นใจได้ คนนวดเป็นผู้หญิงค่ะ แหะๆๆ 
(เบลล์ขอเล่าย่อๆนะ ไม่ได้ถ่ายรูปตอนนวดมา เขินอ่ะ บร้า… ) 

ก่อนเราเข้าไปนวด เค้าจะมีเอกสารให้กรอก มีรายละเอียดต่างๆ ให้เราเลือกกลิ่นน้ำมันที่ชอบแล้วแจ้งพนักงานที่เทคแคร์เรา ในเอกสารนั้น เราสามารถเลือกระดับความหนักของการนวดได้ด้วย 
เลือกส่วนที่ต้องการเน้นหรือเว้นก็ได้ หลังจากที่กรอกเอกสารเสร็จเรียบร้อย 
ก็เข้าไปที่ห้องนวด อยากจะบอกว่า บรรยากาศดีมากกกกกกกก ผ่อนคลายมากกกกกก 
การตกแต่งสวยงาม แสงไฟสลัวๆให้อารมณ์ผ่อนคลายสุดๆ 
(นั่งเขียนละก็อยากกลับไปนวดอีกนะ ติดใจ) 



ห้องนวดเค้าก็จะมีหลายห้องให้เลือกค่ะ การตกแต่งก็จะต่างกันออกไป 
พอเข้าห้องไป ก็จัดการวางข้าวของในตู้ (มีตู้เก็บของเรียบร้อยเลยล่ะ) 
พนักงานก็จะให้เราเปลี่ยนเสื้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่า ถอดหมดเลย 555 
แล้วใส่แต่กางเกงในผ้าที่เค้าเตรียมไว้ให้ค่ะ แล้วคลุมผ้าไว้ นอนคว่ำบนเตียง 
เวลานวด เค้าก็จะเปิดมานวดทีละส่วนๆ ไม่ค่อยอล่างฉ่าง แก้เขินได้นิดหน่อยค่ะ 
ยกเว้นตอนกลับด้านมานวดด้านหน้า จำได้ว่าตอนนั้นกำลังเคลิ้มๆเลย ป้าดดดดดด... 
นวดหน้าอกด้วยจ้า อร๊ายยยยยย เขินจุง! ...แต่... เออแต่มันก็สบายดีนะ ปิดตาแก้เขินกันต่อไป ฮ่าๆๆๆ 

ตอนที่นวด เค้าจะทาน้ำมันหอมๆ อุ่นๆลงบนผิวแล้วนวด ทำให้นวดได้ลื่นปรื๊ด 
คือ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี คือมันสบายมว๊ากกกกกก เวลาทำงานมาหนักๆติดต่อกันนานๆ 
นั่งทำงานนานๆนะ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดเอว มานวดแล้วตัวเบา สบายเลยค่ะ 
ตรงคอที่เมื่อยๆล้าๆ มันคลาย สบาย ตัวหอม และอีกจุดที่ชอบคือ เค้านวดทั้งตัวจริงๆ 
ตอนนวดหัว คือ สบายมากจริงๆ เครียดๆนี่ลืมไปเลยค่ะ 
เล่าไปก็อาจจะจินตนาการความรู้สึกไม่ออก อยากให้ไปลองด้วยตัวเองจริงๆค่ะ 
แล้วจะรู้ว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าเงินมากจริงๆ ราคานวดต่อครั้งก็แพงหน่อย 
เรทราคาราวๆสองพัน แต่นวดเป็นชั่วโมง พร้อมบริการที่สุดพิเศษ ห้องบรรยากาศดี 
ตกแต่งสวยงาม เป็นส่วนตัวมากๆ พนักงานสุภาพ มารยาทดีมากกกกกก น่ารักมากๆๆๆๆ 
สรุปเลยว่า คือ ดีงามจริงๆ แนะนำเลยค่ะ 

ที่ THANN Sanctuary Spa เค้ามีบริการนวดหลายแบบนะคะ ไม่ได้มีแค่นวดอโรมา 
ลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บเค้าได้ค่ะ มีรายละเอียด เวลา พร้อมเรทราคาครบเลยค่ะ //www.thann.info/thann_sanctuary.php

หลังจากนวดเสร็จเรียบร้อยก็จะมีผ้าอุ่น ผ้าเช็ดตัวพร้อม เราก็ทำการแต่งตัวให้เรียบร้อย 
ในห้องมีโต๊ะเครื่องแป้ง มีอุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ของ THANN ให้ลองใช้ได้ 
เผื่อลองแล้วติดใจ ที่ด้านหน้าสปาเค้ามีวางขาย ก็สามารถซื้อติดไม้ติดมือกลับไปใช้ต่อที่บ้านได้เลยค่ะ 



พอเดินออกจากห้องเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งจิบชา ทานส้มชิลๆก่อนกลับ 
โอ้ย คือ สบาย ผ่อนคลาย อารมณ์ดีสุดๆไปเลยค่ะ 
นี่ก็เป็นประสบการณ์การเข้าสปาครั้งแรกของเบลล์ ประทับใจจริงๆ 
ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ สถานที่ บรรยากาศและการบริการที่เป็นเลิศ บอกเลยว่าครั้งเดียวไม่พอ 
คงต้องมีครั้งต่อๆไปแน่นอนค่ะ 

สำหรับรีวิวนี้ก็แอบยาวไปนิด แต่ก็จัดเต็มให้เพื่อนๆที่สนใจได้อ่านเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ 
และเบลล์ก็ขอขอบคุณ THANN สำหรับประสบการณ์ดีๆแบบนี้ 
คราวหน้าจะไปอุดหนุนแน่นอนค่า 

วันนี้ขอตัวแล้วค่ะ 
บ๊ายบาย
Smiley






 

Create Date : 01 มกราคม 2559    
Last Update : 1 มกราคม 2559 23:17:39 น.
Counter : 9780 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

bellyly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





สวัสดีจ้าสาวๆ เบลล์ bellyly อาจจะเงียบหายไปจาก bloggang นานเลย
จริงๆยังไม่ได้เลิกเขียนบล็อกนะคะ ช่วงนี้ย้ายเว็บค่ะ เริ่มขยับขยายเปิดบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจชอบ และปรับปรุงหน้าบ้านให้ดูเป็นระเบียบ สวยงามอ่านได้ง่าย สบายตามากขึ้นด้วย



เบลล์ขอเชิญชวนให้ไปติดตามกันต่อ ที่



เพื่อนๆสามารถกดรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัพเบล็อกใหม่ได้ที่ Tab Subscribe ด้านขวาในหน้าเว็บใหม่นะคะ



CONTACT
Email: bellyly_ly@hot หรือ bellyly@gmail
Facebook : http://www.facebook.com/BellyBlog
Instagram : http://instagram.com/bellyly#
Twitter : https://twitter.com/bellyly_ly







Instagram
Friends' blogs
[Add bellyly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.