All Blog
เมื่อเวทีแห่งนี้...(กำลังจะ)มีพี่เลี้ยง..
เดิมทีกิ๊กไม่เคยจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาตั้งแต่มิสาเกิดแล้วค่ะ
เพราะคุณแม่ย้ายมาอยู่ที่คอนโด (จ.-ศ.) เพื่อช่วยเลี้ยงมิสาตอนที่กิ๊กไปทำงาน
แล้วพอเสาร์-อาทิตย์ เราหยุดอยู่บ้าน ก็ช่วยกันดูกับพี่หยี่ 2 คน
ซึ่งขอบอกว่า เป็นอะไรที่พอนึกย้อนกลับไป
ก็รู้สึกมีความสุขมากๆๆๆ รู้สึกดีใจมากๆๆๆ
ที่เราได้ใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างคุ้มค่า เท่าที่ working mom คนนึงจะทำได้
(ไม่นับเรื่องการที่มิสามีคุณยายมาดูแล ซึ่งก็เป็นอะไรที่ดีมากอยู่แล้วนะคะ)

มันเหนื่อยมากนะ ที่ไม่มีพี่เลี้ยง
เสาร์-อาทิตย์ เวลาจะไปไหนที
ก็เหนื่อยน่าดู ของก็ต้องหอบเอง
บางทีก็ต้องอุ้มจนแขนล้า (เพราะมิสาบางทีก็ไม่นั่งรถเข็นซะงั้น)
ถ้าไปกินข้าวกลางวันนี่ กิ๊กไม่เคยกินอิ่มซักมื้อ
เพราะมิสานั่งไม่ได้นาน ก็ต้องเอามาเล่น มาอุ้ม มาเดิน
ยิ่งถ้ากินมื้อที่มิสาก็ต้องกินข้าวด้วย
ก็ไม่ต้องกินกันล่ะ ป้อนลูกคำ แม่คำ
สุดท้ายไม่กิ๊ก ก็พี่หยี่ ก็ต้องอิ่มก่อน
แล้วมาดูมิสา...
คือ วุ่นวายตลอด 555


แต่ว่า....มันก็เป็นอะไรที่ happy
อยากบอกไว้ตรงนี้เลย สำหรับคุณแม่ที่ไม่มีพี่เลี้ยง
แล้วคุณเหนื่อยมากๆๆๆๆๆ (จนคิดว่า น่าจะจ้างพี่เลี้ยง)
มันเป็นอะไรที่น่าภูมิใจ น่าดีใจ และมีความสุขค่ะ
เพราะชีวิตทุกวันของลูกมีคุณค่า
การที่คุณได้ใช้ชีวิตกับเค้าให้มากๆๆ เป็นอะไรที่ดีที่สุด
เพราะเวลาย้อนกลับมาไม่ได้แล้วนะคะ
(วันนี้ของลูกมีวันเดียวค่ะ - วลีที่กิ๊กเคยเขียนไว้ในบล๊อคตอนก่อน)



แต่หลังจากที่กิ๊กลาออกจากงาน
แล้วมาทำธุรกิจส่วนตัว....
มันกลายเป็นว่า กิ๊กจำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กซะงั้นแหละ

(งงมั้ย ลาออกจากงาน แต่กลายเป็นต้องมีพี่เลี้ยง 555)

เพราะว่า กิ๊กอยากเอาลูกไปออฟฟิศด้วย
เพื่อกิ๊กก็จะมีเวลา ได้เห็น ได้เล่นกับเค้ามากขึ้น
(แต่ไม่ได้เลี้ยงง่ะ)
และคุณแม่เอง ก็ได้มีเวลาพักมากขึ้นด้วย
แต่ถ้าเอามิสาไปออฟฟิศ กิ๊กก็ไม่สามารถ เลี้ยงเค้าที่ออฟฟิศได้
เพราะว่าก็ต้องทำงาน
สรุปว่า ต้องหาพี่เลี้ยงเด็ก ...


ซึ่งพี่เลี้ยงเด็กที่เล็งไว้ ก็ไม่ได้ไปหามาจากศูนย์ที่ไหน
แต่เป็นลูกจ้างทำงานบ้านคนปัจจุบันนั่นเอง
ที่จะได้เลื่อนฐานะมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก (และก็หาแม่บ้านคนใหม่)
กิ๊กขอเรียกเธอว่าขวัญแล้วกัน

ขวัญมาอยู่กับเราตั้งแต่กิ๊กท้องได้ประมาณ 8 เดือน
มาอยู่ได้ 4 เดือน (กิ๊กคลอดมิสาแล้ว)
ขวัญก็กลับบ้านไปช่วงเดือนมีนา ก่อนสงกรานต์
กิ๊กนึกว่า ขวัญจะไม่กลับมาแล้ว
เพราะกลับไปทีเป็นเดือน
แต่พอหลังสงกรานต์ ขวัญก็ติดต่อกลับมา
บอกว่า จะขอกลับมาทำงานอีก
กิ๊กกับพี่หยี่ก็ดีใจมากกกก
เพราะขวัญทำงานดี บ้านสะอาด มีระเบียบเรียบร้อย

ขวัญเคยบอกกิ๊กตั้งแต่มาทำงานบ้านใหม่ๆแล้ว
ว่า เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน และเลี้ยงเด็กได้
แต่ว่าทั้งกิ๊กและพี่หยี่ก็ไม่มีความไว้ใจในตัวขวัญเลย...บอกตามตรง
3 เดือนแรก ขวัญไม่ได้แตะตัวมิสาเลยด้วยซ้ำ
จนเกือบ 6 เดือนที่มิสานั่งได้แข็งนั่นแหละ
ที่กิ๊กให้ขวัญมาช่วยด้วยน้องบ้างนิดๆหน่อยเวลาไปอาบน้ำ หรือกินข้าว
(คือ มานั่งเฝ้ามิสา แต่ยังไม่ได้อุ้มไปไหนมาไหนเช่นเคย)


แต่แล้วขวัญก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เมื่อมิสาคลานได้
เนื่องจากว่าคุณแม่กิ๊กแก่แล้ว เค้าก้มจับมิสามากๆไม่ไหว
ก็ได้ขวัญมาช่วยตามน้อง จับน้องไม่ให้ไปชนนู่นนี่
ซึ่งกิ๊กก็เริ่มเห็นแววขวัญแล้ว ว่าเค้ารักเด็ก เล่นกับเด็กเป็น

ถึงแม้ว่าจะได้แค่มาดูน้องนิดๆหน่อยๆ
แต่หน้าที่หลักของขวัญ ก็คือ เป็น hair stylist ให้มิสา 555
ทั้งติดกิ๊บ มัดจุก...ขวัญออกแบบเองทั้งหมด
ขวัญชอบแต่งตัวให้น้องน่ารักๆ
แล้วมันก็ทำให้กิ๊กรู้สึกว่า ขวัญก็เอ็นดูมิสา ชอบเล่นกับมิสาเหมือนกัน

ความมั่นใจในตัวขวัญเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมิสาอายุขวบกว่า และเริ่มเดินได้
คุณยายก็เริ่มให้ขวัญมาช่วยดูน้องมากขึ้น
เพราะมิสาเดินเก่งเหลือเกิน ตามจับกันไม่ไหว

นอกจากนี้ เวลาที่มิสาอยู่กับขวัญ
มิสาจะหัวเราะกรี๊ดกร๊าด ดี๊ด๊า ยิ่งกว่าอยู่กับแม่ซะอีก 555
เพราะขวัญเล่นกับเด็กเป็น
ตรงกันข้ามกับกิ๊ก ซึ่งต้องยอมรับเลยว่า กิ๊กเล่นกะเด็กไม่ค่อยเป็น
ส่วนใหญ่กิ๊กจะคุย สอนนู่นนี่นั่นไปเรื่อย
แต่ถ้าเล่นกะเด็ก ต้องใช้แรงงานเยอะ เด็กถึงจะชอบ
เช่น เล่นเตะบอล โยนบอลนี่ มิสาชอบมาก
แต่กิ๊กสังขาลไม่ให้ ตามเก็บบอลไม่ไหว
ก็จะบอกมิสา ไปเล่นกับพี่ขวัญไป 555

แต่ก็ใช่ว่า ขวัญจะเล่นกะเด็กเป็นอย่างเดียวนะ
เพราะขวัญเค้าเป็นเด็กช่างสังเกต
เค้าเห็นกิ๊ก เห็นคุณยาย สอนอะไรมิสา
เค้าก็จะสอนตาม..
ยกตัวอย่างเช่น flash card
เค้าเห็นกิ๊กสอน flash card รูปสัตว์ให้มิสา
เค้าก็สอนบ้าง
ตอนแรกกิ๊กไม่รู้หรอกว่า ขวัญสอน
แต่พอตอนหลัง มิสาดันรู้จักสัตว์ที่กิ๊ก คุณแม่ และพี่หยี่ไม่ได้สอน
แล้วมันจะเหลือใครสอน ถ้าไม่ใช่ขวัญ 555
(ซึ่งจริงๆ คือ ขวัญสอนเยอะสุด
ถ้าอยากรู้ว่า มิสารู้จักตัวอะไรแล้วบ้าง
ต้องไปถามขวัญ 555)

นอกจากเล่นและสอนแล้ว
ขวัญยังทำหน้าที่อื่นๆได้อีกหลายอย่าง
เช่น ป้อนข้าว ป้อนนมมิสา
ป้อนข้าวนี่ ถ้ามิสากินกะขวัญจะเงียบเลย
แป๊บเดียวหมด
แต่ถ้า แม่ป้อน ยายป้อน...ชีจะลีลามาก งอแงง๊องแง๊ง กว่าจะกินได้
ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ส่วนป้อนนม ขวัญเป็นคนคิดวิธีเอาช้อนป้อนนมน้อง 555
เหตุเพราะ มิสาไม่ชอบกินนม
ไม่ว่า ขวด แก้วหัดดื่ม หลอดดูด ไม่เอาทั้งนั้น
พี่ขวัญเลยเทนมใส่ถ้วย เอาช้อนป้อนมันซะเลย
แล้วมิสาก็กินได้เป็นออนซ์ๆด้วยนะ
กลายเป็นได้กินนมเยอะขึ้น (แม้วิธีจะไม่ค่อยถูกต้อง แต่ก็ดีกว่าไม่กินเลย)
ต้องยอมรับขวัญจริงๆงานนี้



จากข้อดีทั้งหมดข้างต้น
ก็พอจะสรุปได้ว่า ขวัญเหมาะกับเป็นพี่เลี้ยงเด็กของมิสาที่สุด
ทุกคนในครอบครัวเลยพร้อมกันเลื่อนขั้นขวัญด้วยความเต็มใจ
โดยที่ไม่ต้องไปนึกถึงการจ้างพี่เลี้ยงเด็กจากศูนย์
เพราะคุณภาพคับแก้วขนาดนี้ อิอิ
(กิ๊กเห็นเพื่อนๆ จ้างพี่เลี้ยงจากศูนย์ ต้องไปนั่งคัด นั่งเลือก
เงินเดือนก็แสนแพง บางทีก็อยู่ไม่ทน...น่าปวดหัวมากก)

ขอแถมอีกเรื่อง
(ไหนๆ blog นี้ก็ของขวัญไปแล้วนี่เนอะ 555)
สดๆร้อนๆ เมื่อหัวค่ำ
กิ๊กเพิ่งรู้ว่า ทุกครั้งหลังป้อนข้าวมิสา
ขวัญจะเช็ดฟันกะเหงือกให้มิสาทุกครั้ง
ที่รู้เพราะปกติ กิ๊กกับพี่หยี่ จะเช็ดฟันให้มิสาอยู่แล้ววันละ 2 ครั้ง
คือ ตอนอาบน้ำตอนเช้า กับก่อนเข้านอน
เราก็เลยไม่เคยสนใจว่า ต้องเช็ดฟันระหว่างมื้ออีก
แต่วันนี้ หลังขวัญป้อนนมมื้อก่อนนอนเสร็จ
กิ๊กก็อุ้มมิสา แล้วบอกว่าจะพาไปเช็ดลิ้น (คือ ทั้งฟันทั้งลิ้นแหละ แต่พูดสั้นๆ)
ขวัญเลยถามว่า ต้องเช็ดลิ้นด้วยเหรอคะ
ปกติหลังกินข้าว ขวัญเช็ดแต่ฟันกะเหงือก 555
(แค่นี้ก็ over-expect มากแล้วค่ะคุณขวัญ อิอิ)
เลยได้รู้ว่า โอ้วว พี่เลี้ยงของชั้น
ไม่ใช่ธรรมดานะจ๊ะ
เรียกว่า อนามัยดีที่เดียว


อ้อ ! บอกก่อนว่า คุณสมบัติดีขนาดนี้
แต่ขวัญไม่ใช่คนไทยนะคะ 555
ขวัญเป็นคนปะม่าค่ะ
(แต่ไม่ต้องกลัวมิสาพูดไม่ชัด
เพราะขวัญเป็นพม่าที่พูดไทยชัดเป๊ะ !
หน้าก็เหมือนคนไทย เป๊ะ !)
ซึ่งกิ๊กก็ได้ตอบแทนความดีของขวัญ
โดยการไปขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้เรียบร้อยแล้วค่ะ อิอิ
เพราะฉะนั้น ขวัญอยู่อย่างถูกกฎหมายค่ะ


เอ๊ะ แล้วที่พูดมาทั้งหมด...จะกังวลเรื่องอะไรล่ะเนี่ย
บอกตรงๆ ถึงขวัญจะดีขนาดนี้
แต่กิ๊กก็มีความหวั่นใจนะคะ
กิ๊กรู้สึกว่า เวลาที่เราได้ทุ่มเทกับลูกมันจะน้อยลง
คือ มันมีความสบายมาแทนที่ด้วย
แต่ว่า เวลาที่เราได้ใกล้ชิดกะลูกมันก็น้อยลง
ตอนกลางคืน กิ๊กถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว
นอนคิดว่า ชีวิตเรากับมิสาจะเปลี่ยนรึป่าว

คือ ยังไงดี บางคนอาจจะคิดว่า ถ้ากลัว ก็ไม่ต้องใช้พี่เลี้ยงสิ
แต่มันก็ไม่ได้ใช่ป่ะ...คือ ยอมรับบางทีมันก็มีขี้เกียจ
อย่างไปกินข้าวกัน 3 คน (กิ๊ก พี่หยี่ มิสา)
เราก็อยากกินสบายๆ ก็ต้องเอาขวัญไป
ไม่งั้น ก็ผลัดกันกิน และไม่ทันได้รู้รสอร่อยของอาหาร
เวลามาออฟฟิศ กิ๊กก็ต้องเอาขวัญมาด้วย
ช่วงที่กิ๊กทำงาน ขวัญก็เล่นกะน้องไป
ถ้าไม่เอาขวัญมาเลย ก็ไม่เป็นอันทำงานพอดี

สรุป ก็คือ ใจนึงก็รู้สึกผ่อนคลาย จะได้สบายขึ้น
แต่อีกใจ ยอมรับเลยว่า กังวล
เพราะ มันเหมือนว่าเราจะถูก spoil ล่ะ ด้วยการมีพี่เลี้ยง
แล้วเราก็ไม่ได้อุทิศตนเพื่อลูกเหมือนเคย
มันก็โหวงๆนะ


ซึ่งหลังจากทดลองให้ขวัญเป็นพี่เลี้ยงเต็มๆไปแล้ว 1 เดือน
เรื่องความไว้ใจขวัญ บอกได้ว่าเต็ม 100%
(ห้องเด็กที่ออฟฟิศมี CCTV ซึ่งไม่เคยเห็นอะไรที่ไม่พอใจซักครั้ง !)
แต่เรื่องที่เสียใจคือ เหมือนใกล้ชิดกะลูกน้อยลงจริงๆแหละ
คือ อย่างที่บอก มันเหมือนถูก spoil บางทีไม่รู้สึกตัว
บางวันมัวแต่เล่นเน็ต นึกได้อีกที ก็เสียเวลาอยู่กับมิสาไปหลายชม.


แต่เอาล่ะ...ต่อไปนี้ ถึงจะมีพี่เลี้ยงยังไง
ก็จะต้องพยายามให้เวลากับมิสาให้มากที่สุดให้ได้
โดยการต้องลดบทบาทขวัญลงไปบ้าง
ยังไงก็จะทำให้ได้...กลับมาเหนื่อยเหมือนเดิมก็ต้องยอม

เพราะ วันนี้ของลูกมีวันเดียวนี่นา



ปล. บล๊อคนี้ ตอนแรกว่าจะบ่นเรื่องตัวเองถูก spoil โดยพี่เลี้ยงเด็ก
แต่ไปๆมาๆ เหมือนบล๊อคอวยขวัญซะงั้นแหละ 555 นึกแล้วก็ขำ
แสดงว่า ชีมีดีจริงๆ กิ๊กถึงได้เขียนออกมาซะพรั่งพรูขนาดนี้



Create Date : 25 มิถุนายน 2554
Last Update : 1 กรกฎาคม 2554 22:30:44 น.
Counter : 465 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Beauty & Bambi
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]



นิยามตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบ เที่ยว กิน ช๊อป ค่ะ...แต่ตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้อัพเรื่องเที่ยวบ่อยๆ เพราะลูกยังเล็กอยู่...ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอัพเรื่องลูกซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ^_^

*** เราไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คที่ blog เท่าไร่ ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วมีคำถาม รบกวนถามมาทางหลังไมค์ หรือ อีเมลล์เลยนะคะ (ดูอีเมลล์จาก profile ได้ค่ะ) เรายินดีตอบทันทีค่ะ แต่ถ้ามาทิ้งคำถามไว้ที่ blog มันอาจจะนานกว่าเราจะมาอ่านเจออ่ะค่ะ ***
New Comments