All Blog
ที่พักในฝัน สวรรค์ @ ศรีพันวา , ภูเก็ต
เมื่อปลายเดือนพฤษจิกายน ได้มีโอกาสไปพักที่ศรีพันวามาค่ะ ซื้อ voucher ไว้ตั้งกะงานท่องเที่ยวเดือนเมษาได้มั๊ง แต่ก็เกิดเหตุตลอด เลยเลื่อนมาเรื่อยๆ จนมาจองไว้ครั้งสุดท้าย 28-30 พฤศจิกา หมายหมั้นเหลือเกินต้องไปให้ได้ จองที่พัก จองตั๋วเครื่องบิน air asia เรียบร้อย

ประมาณวันที่ 25 พ.ย. เราก็คุยกับสามีเรื่องที่จะไปศรีพันวา

คุณสามี : "หวังว่าคราวนี้คงไม่เกิดเหตุอะไรอีกนะ"
เรา : หัวเราะ เหอ เหอ "คงไม่มีไรอีกแล้วล่ะ"
แล้วเรา 2 คน ก็หัวเราะพร้อมกัน 5555

ปรากฏว่า วันรุ่งขึ้น พันธมิตรยึดสนามบินคับท่านผู้อ่าน !!!
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...นี่ชั้นจะไม่ได้ไปจริงๆเหรอ(วะ)

เง้อออ...เอาน่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเค้าก็คืน เค้าปิดไม่ได้นานหรอก เดี๋ยวก็ตกลงกันได้..

วันที่ 27 พ.ย. เหตุการณ์ยังไม่ดีขึ้น เริ่มแล้วคับ จะไปเช้าวันที่ 28 ทำไงดีเนี่ย สนามบินจะเปิดทันรึป่าว เราก็คุยกับสามี เตรียมทางออกอื่นๆไว้ เช่น ขับรถไป หรือ นั่งรถไฟ หรือ นั่งรถทัวร์ แต่ที่คิดกันไว้ คือ จะไม่ขอเลื่อนแล้วล่ะ ยังไงก็ต้องไป เหอ เหอ

สุดท้าย รีบกลับบ้านแต่หัววัน เพื่อเตรียมตัวไปขึ้นรถทัวร์ที่ขนส่งสายใต้ใหม่ ไม่สนแล้วว่าตกลง flight จะยกเลิกรึป่าว เพราะรอไม่ไหว เกิดรอถึงเช้า แล้วเพิ่งประกาศ flight cancel กว่าจะนั่งรถทัวร์ไปอีก ก็คงไปถึงภูเก็ตเย็นๆ ไม่ไหวแน่ เสียเวลา enjoy ที่พักสวยๆหมด 555

(สำหรับรีวิวทริปทั้งหมด จะแยกไปไว้ในหัวข้อ wonderful trip นะคะ ส่วนอันนี้จะเป็นรีวิว ศรีพันวา อย่างเดียวพอ)

และก็ต้องบอกว่า ทริปนี้เราโชคดีมากๆ เพราะ วันเสาร์ เราได้เจอคุณปลาวาฬ ซึ่งพอคุณปลาวาฬรู้ว่า เรา 2 คน นั่งรถทัวร์ร่วม 12 ชม.มาที่ภูเก็ต เค้าก็เลย offer ให้ที่พักฟรีอีก 1 คืน...เย้ๆๆๆๆ...งานนี้ไม่เอาไม่ได้แล้วค่ะ 555 รีบลางานต่ออีก 1 วัน (วันจันทร์) โชคดีที่ไม่ได้จองตั๋วรถทัวร์ขากลับไว้ (และ flight วันที่ 30 ก็ยังคงต้อง cancel ชัวร์ๆ) กลายเป็นว่า ได้อยู่ 4 วัน 3 คืน จากราคา 2 คืน 42,000 บาท กลายเป็น 3 คืน 42,000 บาท ... อู๊ยยย คุ้มสุดๆ...ต้องขอบคุณคุณปลาวาฬไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะค๊า..


~~~~~~~~~~~~


เอาล่ะ งั้นเรามาดูรูปที่พักกันเลยดีกว่าเนาะ..


ขอต้อนรับเข้าสู่ศรีพันวาค่า...




เริ่มตั้งแต่ lobby ซึ่ง lobby ที่นี่แปลกดีค่ะ เพราะต้องลงบันไดไปก่อน
แล้วในส่วน lobby นี่เอง ถ้าอากาศดีๆ เค้าก็จะเปิดหน้าต่าง รับลม เย็นสบาย แต่ถ้าอากาศร้อน ก็ปิดหน้าต่างเปิดแอร์
แล้วยิ่งถ้าเป็นตอนกลางคืน สามารถดัดแปลงเป็นบาร์เล็กๆ มีวงดนตรีสดๆมาเล่นได้ด้วย
เจ๋งดีค่ะ...ชอบๆ




ธีมสีของที่นี่จะเป็นเทา-ส้มค่ะ เพราะงั้นชุดโซฟาต่างๆ
ก็จะสีเข้าธีมหมด




เช็คอินเรียบร้อย เราก็ไปห้องพักกันค่ะ ตาม voucher ของเราเป็นราคา one bedroom แต่ว่าใน voucher เค้าจะ upgrade ห้องเป็น two bedroom ให้(โดยใช้แค่ห้องเดียว) ถ้าห้องว่าง เพราะห้อง two bed วิวจะดีกว่า one bed ค่ะ

เริ่มตั้งแต่เข้าประตูกันมาเลย




เข้ามาในวิลล่า ก็กว้างขวางมากค่ะ
ทางลงบันไดที่เห็น ก็คือ ลงไปห้องอีกห้องนึงค่ะ (แต่เราอยู่ชั้นบนค่ะ)




เข้ามาถึง ด้านขวามือจะเป็น pool และมีศาลาอยู่ซ้ายมือค่ะ
pool ที่นี่ใหญ่มากๆๆค่ะ ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยไปพักมา
ว่ายกันแบบสะใจไปเลยอ่ะ (ปกติจ้วงได้ 3-4 ครั้งก็ติดแล้ว)






ศาลาก็ใหญ่ดี ลมโกรก วิวก็สวย นอนอ่านหนังสือสบายสุดๆค่ะ




จากศาลามองกลับไปที่ห้องพัก




คือ แค่อยู่ข้างนอก ก็ยังถ่ายรูปไม่ยั้งแล้วอ่ะค่ะ
แบบว่า ยังไม่ได้เข้าห้องเลยนะ 555




เอาล่ะ..ทีนี้มาดูในห้องบ้างดีกว่า
ในส่วน living room กว้างขวางมากๆ โซฟาใหญ่ แบบนอนอีก 2 คนได้สบายๆ




มีโต๊ะทานข้าว นั่งได้ 3 คน




จาก living room สามารถลงสระน้ำได้เลย อิอิ





จริงๆที่ living room นี่มี LCD TV กับเครื่องเสียง ipod และ DVD พร้อมเลยนะคะ แต่เราถ่ายมามันสีดำๆ ไม่สวย (เพราะย้อนแสง) เลยไม่เอามาลงนะคะ

ถัดไปก็เป็น ห้องครัวค่ะ




สิ่งที่ปลื้มมากมายคือ น้ำดื่ม+เครื่องดื่มทุกอย่างที่มีให้ในตู้เย็น + ขนมต่างๆ + มาม่า พวกนี้ฟรีหมด และเติมให้ทุกวันค่ะ




เดินถัดเข้าไปจากห้องครัวก็จะเป็น closet ไว้เก็บเสื้อผ้า





และถัดไปก็เป็นห้องน้ำ มีประตูไม้ปิดเป็นสัดส่วนค่ะ (จะเลือกเปิดไว้ หรือปิดไว้ก็ได้)


ซึ่งห้องน้ำนี้จะมีทั้งโซน indoor ก็จะมี อ่างล่างหน้า 2 อ่าง (ไม่ต้องแย่งกัน อิอิ) shower และ toilet




และก็มีโซน outdoor มีทั้งอ่างแช่ตัว (มี bath salt กับใยบวบขัดตัวให้ด้วย) และก็ rain shower
และด้านนอกนี้เอง ยังมีเตียงผ้าใบ เผื่อใครสนใจจะนอนอาบแดด ดูวิวค่ะ




นอกจากนี้ ในห้องน้ำ ก็ยังมีอุปกรณ์ต่างๆครบครันค่ะ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหน ด้านใน ด้านนอก อ่างอาบน้ำ ก็มีพวกสบู่ แชมพูให้ครบหมด สมแล้วที่เป็น 5 ดาว อิอิ



มองกลับไปเห็นห้องนอน ล้อมรอบด้วยสระน้ำ สวยเชียว ...แบบว่าเค้าออกแบบดี๊ดี น้ำล้อมรอบห้องนอนเลยอ่ะค่ะ





วกกลับไปดูห้องนอนนิดนึงละกันนะคะ (จริงๆแทบไม่ต้องถ่ายห้องนอนเลยอ่ะ แหะ แหะ เพราะเห็นห้องนอนจากเกือบทุกมุม)




แต่ที่ชอบคือ ห้องนอนสามารถมองเห็นวิวได้ 3 ด้านเลยค่ะ แล้วถ้าอยากเปิดหน้าต่าง (3 บาน) รับลม ก็สามารถทำได้นะคะ ถ้ากลัวร้อน ก็ยังมีพัดลมเพดานด้วยค่ะ ทำให้ห้องนอนดูโปร่งมากๆ



และอย่างที่บอกตอนแรกว่าเราโชคดี ได้ห้องพักฟรีอีก 1 คืนนะคะ ซึ่งอีกคืนเนี่ย เผอิญต้องเปลี่ยนห้อง เพราะห้องเก่ามีคนจองไว้แล้ว แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ดีเสียอีก ห้องใหม่ วิวใหม่ ชอบค่ะ อิอิ

เลยถือโอกาสถ่ายรูปอีกห้องมาให้ดูกันเลยนะ (ก่อนที่จะไปรีวิวส่วนอื่นๆต่อ เผื่อไม่ให้ขัดอารมณ์)


อีกห้องนึง จะเป็นโทนน้ำตาลอ่อนค่ะ ห้องก็เลยดูสว่างกว่า (แต่จะรู้สึกเก่ากว่านิดนึง เหอ เหอ)





ข้างหลัง จริงๆที่เป็นม่าน สามารถรูดเปิดได้นะคะ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย ด้านบนก็มีพัดลมเพดานเหมือนกันค่ะ





ถ่ายในห้องให้ดูรวมๆนะ โทนสีจะคนละแบบกับห้องแรกอ่ะค่ะ




ก่อนจะไปดูส่วนอื่นต่อ ถ่ายด้านนอกอีกรูปละกัน อิอิ





+*~*~*~*~*~*+


ช่วงที่พักที่ศรีพันวา เราได้ทานอาหารที่นั่น 2 มื้อค่ะ
เลยถือโอกาสรีวิวร้านอหาร Baba ที่เป็นร้านอาหารร้านเดียว (ในปจบ)
ไปเลยในรีวิวนี้ละกันนะคะ




โซนด้านใน ก็ตกแต่งสวยงาม ใช้สีธีมเดียวกับที่ lobby คือ เทา-ส้ม
เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ถูกเลือกมาอย่างดีค่ะ






นอกจากนี้ยังเห็นวิวทะเลสวยงาม
ยิ่งได้นั่ง chill chill ด้านนอก ลมเย็นๆ บรรยากาศดีมากๆค่ะ




มื้อเย็น มื้อแรก เราเลือกทานที่รีสอร์ทเลย
อาหารที่สั่ง จำชื่อเต็มๆไม่ได้แล้ว 555
แต่ถ้าดูตามภาพ ก็ประมาณ ปลาหมึกทอดกินกับผักสลัด สลัดกุ้งย่าง
และสุดท้าย เป็น steak ซอสเห็ด (ขออำภัยนะคะ จำชื่อไม่ได้จริงๆ)
อาหารอร่อยทุกอย่างค่ะ เนื้อก็นุ่มมากๆๆๆๆ
แต่ ราคา ก็อ่ะนะ...ละไว้ในฐานที่เข้าใจ อิอิ





ต่อด้วย มื้อเช้า breakfast ที่นี่ มากับแพคเกจอยู่แล้วค่า...ฟรีนะ
แต่ อลังการมากๆๆๆ ขอบอก
จะสั่งให้มาเสริฟที่ห้องก็ได้ หรือ ไปทานที่ห้องอาหาร baba ก็ได้ค่ะ
โดยเค้าจะมีใบรายการมาให้ติ๊กว่าจะเลือกอะไร


เราถามว่า เลือกได้ รายการละกี่อย่าง (เช่น พวกไข่ ก็จะมีทั้งไข่ดาว ไข่คน ฯลฯ และใข่ดาว ก็ยังเลือกได้ว่าจะสุกมากน้อยแค่ไหน ไข่คน ก็เลือกได้ว่าจะใส่อะไรบ้าง แฮม พริกหวาน ฯลฯ)
เค้าก็ตอบว่า เลือกได้ทุกอย่าง รายการละกี่อย่างก็ได้...
โอ้ ! มายก๊อดดด ... อลังการมั้ยล่ะ


breakfast ของเรากะคุณสามี เลยได้ออกมาหน้าตกอย่างงี้




แล้วเพื่อนๆเห็นมั้ยคะ อาหารทุกจานถูก seal มาอย่างดีอ่ะ
แบบว่า สะอาด ถูกหลักอนามัยสุดๆ (เพราะกว่าจะเดินจากร้านอาหารมาถึงห้อง มันอาจจะสกปรกได้ใช่มั้ยคะ)
อันนี้ก็เป็นอีกอย่างที่ประทับใจค่ะ...ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆด้วย


นอกจากนี้ แพคเกจของเรา ก็ยังแถม lunch สำหรับ 2 คน ให้ 1 มื้อค่ะ


โดยจะเลือกเป็น lunch set special ของเค้าก็ได้
หรือจะเลือกตามเมนูก็ได้ 2 อย่าง และ ของหวาน 1 อย่างด้วย


คุณสามีเราเลือกเป็น lunch set ของเค้า (จำชื่อไม่ได้อีกล่ะ)
รู้สึกจะเป็นพาสต้าผัดกับกุ้ง และ onion soup
ส่วนของเรา สลัดทูน่า กับ steak and cheese แซนวิชค่ะ




แล้วก็มีของหวานให้ด้วย




มื้อนี้ ก็เรียกว่ากินกันคุ้มไปเรยย อิอิ


ก่อนจบรีวิวร้าน baba...ฝากรูปนี้ไว้หน่อย
ถ่ายตอนกลางคืน ร้านเค้าสวยดีค่ะ




+*~*~*~*~*~*~*~+


สุดท้าย ขอชื่นชมกับสิ่งละอันพันละน้อย ที่ทางศรีพันวาใส่ใจเป็นอย่างดี




ไม่ว่าจะเป็น ipod ที่มีเพลงบรรจุอยู่เต็ม (มีเยอะจริงๆ ฟัง 4 วันยังไม่ครบ)
มีทุกหมวด ไม่ว่า chill out , Jazz แม้แต่ spa ก็ยังมีเลยอ่ะ ฟังแล้วหลับดีเหลือเกิน

มีของขวัญมอบให้แขกที่มาพักคนละ 1 ห่อ ข้างในก็มีผ้าขาวม้า รองเท้าแตะ กางเกงเล และผ้าปิดตา ชอบมากๆค่ะ

ผลไม้ต้อนรับ และเครื่องดื่ม ขนม ที่มีให้ไม่อั้น ฟรีหมด

หนังสือท่องเที่ยวเก๋ๆให้อ่านเพลินๆ

น้ำมันหอมระเหย ที่มาเติมให้ทั้งกลางวัน และก่อนเข้านอน
ทำให้ห้องหอมฟุ้งตลอดเวลา

ดอกไม้สวยๆที่จัดในห้องทุกๆจุด แสดงถึงความใส่ใจจริงๆค่ะ


ก่อนกลับ เรากะสามี ก็ได้ซื้อของที่ระลึกจากศรีพันวาไปหลายอย่าง อิอิ
ไม่ว่าจะเป็น หมวก เสื้อ ร่ม 2 คัน และกระเป๋าชายหาด
ของเค้าออกแบบสวยดีอ่ะค่ะ คุณภาพก็ดี และใช้ได้จริง (ไม่เหมือนบางรีสอร์ท เห็นแล้วไม่กล้าใช้ 555)





สรุป ประทับใจทุกอย่างจริงๆ
ไว้จะหาโอกาส (+ เงิน อิอิ) มาใหม่ให้ได้นะจ๊ะ ...Sripanwa ที่รัก





+*~*~*~*~*~*~*~+


My comment

จริงๆไม่ต้องมี comment สรุปก็ได้เนอะ เพราะเขียนชมซะทุกอย่างขนาดนั้น 5555 แต่ไม่ได้ค่ะ แบบว่าอยากให้เครดิตอย่างอื่นๆนอกเหนือจากที่เห็นในภาพด้วย

1. ที่พัก : อันนี้สวยงามสุดจะบรรยายอยู่แล้ว แล้วก็ได้รับการใส่ใจในทุกๆรายละเอียดอย่างที่รีวิวมาแล้วทั้งหมดข้างต้น

2. พนักงาน : นี่แหละค่ะ ที่ทำให้ต้องเขียน comment อีกที เพราะบริการที่ได้รับนั้นดีสุดจะบรรยายค่ะ พนักงานทุกคนยิ้มแย้ม บริการดีมากๆ จำชื่อแขกได้ทุกคน (เรากะแฟนเดินไปไหนมาไหน พนักงานจะทักทายแบบเรียกชื่อตลอด) อันนี้รวมหมดทั้ง พนักงานหน้า front แม่บ้าน ร้านอาหาร ยาม หรือแม้แต่คนเรือที่พาเราออกไป half day trip ข้างนอกด้วย สมแล้วที่เป็น 5 ดาวค่ะ (เอ หรือว่า 6 ดาวหว่า) เป็นอะไรที่ประทับใจมากๆๆค่ะ

3. อาหาร : บอกได้เลยว่าได้คุณภาพทุกอย่างค่ะ เช้า กลางวัน เย็น ชอบมากๆ (แม้แต่ข้าวต้มกุ้ง ยังให้กุ้งตัวใหญ่มากๆ กินซะเปรม อิอิ) เสียแต่ว่า ราคาแพงไปนี๊ดส์ 555

โดยรวม เอาไปเรยยย 6 ดาวค่ะ เยี่ยมในทุกๆอย่าง ถ้ามีโอกาส มาพักที่นี่กันให้ได้นะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ



Create Date : 02 มกราคม 2552
Last Update : 5 มกราคม 2552 18:41:08 น.
Counter : 17086 Pageviews.

25 comment
อุ่นไอรัก อิงไอหนาว @ บ้านสิงห์คำ รีสอร์ท เชียงใหม่
ทริปเชียงใหม่ที่ผ่านมา เราพักที่พราวภูฟ้า 2 คืน ค่ะ ส่วนอีก 1 คืน พักที่บ้านสิงห์คำ ซึ่งเป็นที่พักที่ซื้อ voucher ไว้ตั้งกะเดือนเม.ย. แบบว่าซื้อล่วงหน้า 9 เดือนเลยง่ะ ซึ่งขอบอกว่า เป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะมันเป็นภาระอย่างแรงที่เราจะต้องใช้มันค่ะ แต่ตอนแรกที่ซื้อเนี่ย กะว่าพักบ้านสิงห์คำ 1 คืน แล้วก็พราวภูฟ้า 1 คืน ปรากฏว่า พราวภูฟ้า (งานเดือนก.ย.) เค้าไม่ขายอ่ะ เค้าขายแพคคู่ 2 คืนไปเลย...สรุป ทริปเชียงใหม่คราวนี้ เลยเป็น 4 วัน 3 คืน ซะงั้น 555 (ตกลงจองล่วงหน้าให้มันประหยัดขึ้น หรือแพงขึ้นหว่า)

รีสอร์ทที่นี่จะเป็นเหมือนสไตล์ล้านนาอ่ะค่ะ เล็กๆอีกเหมือนกัน (แบบว่าชอบพักแบบรีสอร์ทเล็กๆอ่ะ) บรรยากาศสบายๆ สงบๆ ไม่วุ่นวายกะใคร ดูรูปเลยละกัน

พอดี เราเข้ารีสอร์ทตอนค่ำแล้วอ่ะค่ะ รูปในห้องพัก เลยจะเป็นตอนกลางคืนแทน ส่วนรูปบรรยากาศรอบๆจะเป็นตอนเช้านะคะ





บริเวณรอบๆรีสอร์ท มีสระว่ายน้ำด้วยแหละ (แต่ก็ไม่ได้ว่ายเช่นเคย)





ห้องพักเรียงรายกันไป บรรยากาศหน้าห้องน่านอนเล่นอ่านหนังสือ แต่ว่าตอนเช้าแดดจัดไปนิดง่ะ



สำหรับที่นั่งทานอาหารเช้า จะอยู่ชั้น 2 ออกแบบได้น่ารักดีเหมือนกัน เป็นแบบนั่งกับพื้น สบายๆ เหมือนอยู่บ้าน



ถึงจะดูง่ายๆ แต่ก็มีชา กาแฟบริการครบครัน



มีทีวีจอใหญ่เบ้อเริ่ม (ที่เห็นในรูป คือ presenter ค่ะ 555)



มาดูห้องพักบ้างค่ะ...เราพักห้อง superior ค่ะ รูปแรกถ่ายตอนเช้า และหลังจากนี้จะเป็นบรรยากาศกลางคืนเลยนะคะ





ลักษณะห้องก็คือ จะมีเตียงอยู่ตรงกลางเลยอ่ะค่ะ แล้วก็มีทีวี กะตู้เย็น อยู่ปลายเตียง แต่ข้อเสียคือ มีที่วางของน้อยจังเลยง่ะ



ดูชัดๆ โต๊ะวางทีวี แล้วก็เป็นโต๊ะเครื่องแป้งในตัวค่ะ...แก้วน้ำ น่ารักมาก ใช้ขันมาแทน แต่มันดูแปลกๆอ่ะ ไม่ค่อย practical เท่าไร่ เพราะขันมันดูเล็กๆ เหมือนใช้เวลาสรงน้ำพระ 555



แต่ที่กว้างขวางมากกว่าห้องนอน ก็คือ ห้องน้ำค่ะ กว้างมาก เป็นโซน open air นิดนึง



Shower จะมี 2 อัน อันนึงเป็นฝักบัว อีกอันจะเป็นเหมือนน้ำตก



มีตู้เก็บเสื้อผ้าด้วย



บรรยากาศภายนอก ยามค่ำคืนค่ะ





สรุปแล้ว เราว่าก็เป็นรีสอร์ตเล็กๆที่อบอุ่นดีทีเดียวค่ะ ใครชอบบรรยากาศสงบหน่อย ไม่วุ่นวาย ก็เชิญเลยนะคะ เสียดายที่เรามีโอกาสอยู่แป๊บเดียว มาถึงก็ค่ำ ตอนเช้าก็ยังออกเช้าอีก ก้เลยไม่ค่อยได้ดื่มด่ำกับสถานที่เท่าที่ควร (เช่น นอนอ่านหนังสือสบายๆ ฟังเพลง ประมาณนั้น)

อ้อ แต่ข้อเสีย คือ มียุงค่ะ ยุงเยอะ มาจากห้องน้ำที่ open แล้วก็มีต้นไม่ด้วย ทางรีสอร์ตเลยแก้ปัญหาโดยจุดตะไคร้หอมในห้อง แต่ขอบอกว่า กลิ่นตะไคร้หอมแรงมาก ยุงไม่ตาย แต่คนเวียนหัวมากๆๆๆค่ะ



Create Date : 29 มกราคม 2551
Last Update : 29 มกราคม 2551 19:11:48 น.
Counter : 2100 Pageviews.

6 comment
อุ่นไอรัก..อิงไอหนาว @ พราวภูฟ้า รีสอร์ต จ.เชียงใหม่
เมื่อปลายธันวาที่ผ่านมา (2007) เราได้มีโอกาสไปเชียงใหม่มาถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกต้นเดือนธ.ค. ไปเชียงใหม่ ดอยอ่างข่าง - ดอยอินทนนท์ 3 วัน 2 คืน และ ปลายธ.ค. ไป ชิลล์ ชิลล์ ตัวเมืองเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืนค่ะ และที่พักที่ภูมิใจนำเสนอเป็นแห่งแรก (และถ้ามีเวลาจะมีแห่งต่อๆไป 555) ก็คือ พราวภูฟ้า อ.แม่ริม ค่ะ

หลายๆคนต้องเคยเห็นรูปของพราวภูฟ้ามาบ้างแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าที่นี่อ่ะ เคยถ่ายรูปลงนิตยสารเยอะมากๆๆ เค้าจะเน้นสไตล์แบบ hip resort น่ะค่ะ เป็นรีสอร์ทเล็กๆ มีแค่ 9 ห้องเองค่ะ ทำเล ก็อาจจะไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่หน่อยนึง แต่ว่าก็คุ้มค่าที่จะขับไปนะคะ เพราะที่แม่ริม อากาศดีมาก ตอนที่ไป เชียงใหม่เอง ไม่หนาวเท่าไร่ (อย่างที่รู้ว่าอุณหภูมิแปรปรวนสุดๆ) แต่ที่แม่ริม อากาศดี ตอนกลางคืนก็หนาวสุดใจเลยค่ะ และระหว่างทางที่ขับไปรีสอร์ทนั้น ก็มีที่แวะเที่ยวเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นปางช้างแม่สา น้ำตกแม่สา รร.สอนลิง แม่สา ศูนย์พฤกศาสตร์ ฯลฯ

ชมรูปสวยๆจากตาม magazine กันมาเยอะแล้ว คราวนี้ไปชมรูปถ่ายจากมือสมัครเล่นกันดีกว่าค่ะ...555

ถึงแล้วนะคะ hip resort ของเรา



ถึงแล้วก็จะเป็นที่จอดรถ จอดได้ประมาณ 10 คัน (ก็น่าจะเพียงพอค่ะ) เห็นทางเข้ารีสอร์ทปุ๊บ ก็ชอบเลย เพราะเป็นสไตล์น่ารักๆดี



มาถึงแล้วก็ต้องไป check in กันก่อนนะคะ ซึ่งบริเวณ check in กับร้านอาหารรีสอร์ทก็จะอยู่ที่เดียวกันค่ะ







ร้านอาหารที่นี่ต้องบอกว่า น่านั่งมากๆเลยนะคะ เราไปถึงตอนบ่ายๆ อากาศกำลังดี ลมพัดสบายๆ เห็นมีกลุ่มเพื่อนๆเค้ามานั่งดื่มกาแฟกัน แบบสบายๆ แล้วก็ได้ชมวิวสวยๆด้วย ส่วนตัวเองไม่มีโอกาส เพราะตอนกลางวันไปตะลอนข้างนอก แต่ได้มีโอกาสทานข้าวเย็นที่นี่ ก็ต้องบอกว่าบรรยากาศโรแมนติกมากๆเลยแหละ อากาศหนาวๆ นั่งทานข้าวท่ามกลางแสงเทียน...และที่สำคัญ อาหารอร่อยมากๆทุกอย่างเลยค่ะ

บริเวณร้านอาหาร จะมีสนามหญ้ากว้างๆ เห็นวิวเขาสวยๆ ค่ะ (แต่ถ่ายรูปไม่สวยเลยง่ะ )





ส่วนร้านอาหารมองเข้าไปจากสนามค่ะ



นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำเล็กๆด้วย เป็นบ่อน้ำเกลือค่ะ น่าแช่ (ไม่ใช่ว่าย)ดีนะ แต่ว่าหนาวขนาดนี้ ไม่กล้าค่ะ



ดูบริเวณรอบๆกันมาเยอะแล้ว ทีนี้มาดูห้องพักกันบ้างดีกว่าค่ะ...ทางเดินไปบ้านพัก



ลักษณะคือจะมีสวนตรงกลาง แล้วก็บ้านพักรอบๆ โดยทุกหลังจะติดลำธารด้านหลังบ้านค่ะ

เราพักแบบ Private villa โดยบ้านพักจะมีลักษณะแบบนี้ค่ะ (แต่หลังนี้ไม่ใช่ของเรานะคะ ของเรามันดูรกไปหน่อย เลยไมได้ถ่ายมา)



บ้านของเราเป็นเบอร์ 6 ค่ะ (ห้องที่ถ่ายลงหนังสือบ่อยๆ อิอิ) พอเปิดประตูเข้าไป ก็ต้องบอกว่า สวยถูกใจ ค่ะ



ภายในห้องนอนอาจจะเล็กไปสักหน่อยอ่ะค่ะ แต่ว่าก็มีอุปกรณ์ต่างๆครบครัน มีทีวีจอแบนติดข้างฝา และก็มีตู้เย็นด้วย



ตู้เก็บเสื้อผ้า มีเสื้อคลุมให้ 2 ตัว และมีผ้าห่มเพิ่มให้ 1 ผืน 555



มีระเบียงเล็กๆนอกห้อง เอาไว้นั่งชิลล์ ชิลล์ ฟังเสียงลำธาร แต่ว่า ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตอนที่ไป ทางเรีสอร์ท ปล่อยมุมนี้ให้มีต้นไม้ขึ้นครึ้มไปหมด ดูน่ากลัวมากกว่าน่านั่ง ไม่รู้ว่ามีเจตนาเอาไว้บังแดดยามเช้า (หรือบ่าย)รึป่าว เพราะว่าห้องกรุกระจกอ่ะค่ะ



มองเข้าไปจากระเบียงค่ะ..นี่เลยภาพถ่ายตาม magazine แต่ทำไมถ่ายออกมาได้แค่นี้ฟระ 555



คราวนี้มาดูส่วนที่สำคัญของห้องนี้บ้างค่ะ...ห้องน้ำไงล่ะ ส่วนของห้องน้ำจะแยกออกมาจากห้องนอน (แต่ว่ายังอยู่ในหลังเดียวกันนะคะ) ทางเดินไปห้องน้ำค่ะ



จริงๆเราชอบอะไรที่เป็นแบบนี้นะคะ เพราะว่ามันได้ใกล้ชิดธรรมชาติดีอ่ะ แต่อยากบอกว่า เวลาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ทรมานสุดๆ เพราะตรงทางเดินและห้องน้ำเป็น open air แล้วกลางคืนเนี่ย ก็หนาววววสุดใจอ่ะค่ะ เดินไปห้องน้ำทีนี่แบบ อยากจะตาย...ทำให้อยากกลั้นฉี่ทั้งคืน 555

แล้วเห็นฝาขาวๆข้างประตูมั้ยคะ อันนั้นน่ะ ไม่ใช่ปูนนะคะ แต่ว่าเป็นผ้าบางๆเองอ่ะ คาดว่าตอนแรก เหมือนกับจะเปิดเปลือยเลย แต่คงไม่สะดวก กรณีมากับเพือน (หรือคนอื่นที่ไม่ใช่แฟน) ทางรีสอร์ทก็เลยหาผ้าบางๆมาปิดแทนอ่ะค่ะ กันโป๊ได้ แต่ไม่กันหนาวค่ะ

เปิดประตูห้องน้ำไป ก็เจอแบบนี้ค่ะ





ก่อนจบรีวิว แถมรีวิวอาหารเช้ากะอาหารเย็นค่ะ...

มื้อเช้า มีให้เลือกเป็นชุดเลย (ไม่ได้มีบุฟเฟต์นะคะ เพราะมีคนน้อย) ทั้ง American breakfast ข้าวต้มเครื่อง และข้าวต้มกุ๊ย ซึ่งเลือกกับได้ 3 อย่าง ซึ่งเค้าจะทำให้ใหม่ๆเลย เราเลือกแบบนี้ 2 วันเลยค่ะ 2 คน กับ 6 อบ่าง แบ่งกันกิน อร่อยมากๆ



ส่วนมื้อเย็น (เลือกกินที่นี่ 1 วัน) เราสั่งสเต๊กลาว ยำถั่วพลู และส้มตำซาโยเต้ ก็อร่อยทั้ง 3 อย่างเลยค่ะ เนื้อนี่นุ่มมาก ไม่เหนียวเลย หมักได้รสชาติ ส่วนซาโยเต้ ก็หวาน กรอบ แทนมะละกอได้ดีค่ะ







และสุดท้าย สมาชิกฝ่ายต้อนรับคนสำคัญของรีสอร์ท..เจ้า "น้ำเย็น"ค่ะ น่ารักมากๆๆ ขี้อ้อนที่สุด มันจะเดินทักทายไปทุกๆโต๊ะ แล้วก็รอคอยอย่างมีความหวัง 555 น่ารักมากๆๆ ตัวใหญ่ กอดมันส์ดีค่ะ




Create Date : 27 มกราคม 2551
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2551 11:18:15 น.
Counter : 1388 Pageviews.

9 comment
ป่วย เปื่อย @ Le Meridien, ภูเก็ต
เมื่อกลางเดือนก.ย. ที่ผ่านมา (โอ้ เป็นรีวิวที่ดองเค็มจริงๆ 555) เราได้มีโอกาสไปเยือนภูเก็ตอีกครั้ง แต่คราวนี้ไปกับคุณแม่และน้องสาว เราไปพักกันที่ Le Meridien มาค่ะ (คุณแม่ชอบพักที่พักแบบสไตล์โรงแรม ตรงข้ามกับเราที่ชอบพักแนวบูทีคมากกว่า)

ก่อนไปตื่นเต้นมากๆ เพราะชอบภูเก็ตมากๆ รู้สึกว่ามีอะไรให้ทำ ให้เที่ยวเยอะดี น้ำทะเลก็ใส หาดทรายก็สวย คือมีทั้งความเป็นเมือง และก็มีความเป็นธรรมชาติด้วย เตรียมซื้อชุดใหม่ ใส่ถ่ายรูปกะน้ำทะเลสีฟ้า....

....แต่แล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง คืนวันศุกร์ก่อนเดินทาง อยู่ๆก็เป็นไข้ขึ้นมาซะหยั่งงั้น เป็นไข้แบบจริงๆจังๆเลย คือ ไข้ขึ้น ตัวร้อน ปวดหัว เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว และเจ็บคอ เดินเกือบไม่ไหว ไม่เคยเป็นแรงๆแบบนี้มาก่อน (อย่างดีก็ปวดหัว กินยา 2 เม็ดก็หาย) แต่ยังไงก็ต้องไป ความรักเที่ยวมันมีมากกว่า สุดท้าย พอบินไปถึงภูเก็ต ต้องไปหาหมอที่นู่น แล้วก็กลับมานอนซมที่รร.อย่างเดียว...เฮ้อออ ให้มันได้หยั่งงี้สิ

เอาน่า แต่ไหนๆก็ไปถึงภูเก็ต ได้พักรร.ห้าดาว กับเค้าแล้ว เลยต้องรีวิวที่พักเค้าซะหน่อยค่ะ...แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า เมอริเดียน ภูเก็ต เนี่ย เป็นรร.เก่าแก่รร.นึงเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นรร.ใหญ่ มีหาดส่วนตัว แต่รูปแบบของรร.ก็จะเหมือนรร.เก่าๆทั่วไปนั่นแหละ สไตล์ก็จะเน้นไทยๆนิดนึง เพื่อต้อนรับแขกต่างชาติ ซึ่งพอไปถึงก็เป็นหยั่งงั้นจริงๆ มีแต่ฝรั่งทั้งรร. แล้วก็มีญี่ปุ่นเยอะเหมือนกัน ส่วนครอบครัวเรา ก็น่าจะเป็นคนไทยกลุ่มเดียวในนั้น เหอ เหอ

มามะ มาดูรร.กันเลยดีกว่า...หน้ารร.จ้ะ



บริเวณล๊อบบี้ จะเป็นแบบเปิดโล่ง ไม่มีแอร์ แต่ก็รับลมดี








ที่นี่จะมีห้องพักประมาณ 3 ปีก (ตึก)ได้ สูง 4 ชั้น และมีทั้ง sea view กะ garden view ของเราได้ห้อง sea view ชั้น 2 ....เปิดห้องเข้ามาเลย






ห้องที่นี่ค่อนข้างเล็กนะคะ และก็มีลักษณะเหมือนรร.สมัยก่อนอ่ะ แต่ดีหน่อยที่เค้าน่าจะ renovate ข้างในใหม่ เพราะห้องก็ดูใหม่ดี และเฟอร์นิเจอร์ก็มีลายน่ารักๆเหมือนกัน อย่างตู้วางทีวีนี่...



เปิดด้านล่างออกมาก็จะเป็นตู้เย็น



ระเบียงด้านนอก จะเป็นสระว่ายน้ำ กะทะเลค่ะ แต่ห้องเราอยู่เตี้ยไปหน่อยเลยไม่ค่อยเห็นทะเลเลย





มาดูห้องน้ำบ้าง...ก็ธรรมดาค่ะ แต่ว่าน่าจะทำใหม่เหมือนกัน เพราะยังดูใหม่ดี





และถึงแม้จะป่วย นอนซมยังไง ก็ต้องออกมาเดินเล่นรับลมที่ชายหาดบ้าง... มุมนี้ถ่ายจากหาด มองเข้าไปในรร.ค่ะ



และน้ำทะเลที่ภูเก็ต ก็ยังใส สีสวยเหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าตอนที่ถ่าย ฟ้าครึ้มไปนิด เลยเห็นน้ำทะเลสีไม่สวยเลย แต่ว่าจริงๆใสมากๆนะ



สระว่ายน้ำที่นี่ก็กว้างใหญ่มากๆค่ะ มี 2 สระ สระนึงเป็น free form ไม่ลึกมาก ส่วนอีกสระจะเป็นสี่เหลี่ยม ลึกมากเลยทีเดียว



และระหว่าง 2 สระ จะมีร้านอาหารอยู่ตรงกลางค่ะ ร้านนี้ ตอนเช้าเป็น buffet อาหารเช้า (ฟรี) ส่วนตอนเย็น ก็เป็น buffet inter มีการแสดงของไทยๆให้ชมด้วย



รูปหมดแล้วค่ะ อย่างว่านะ คนป่วยๆ ก็ไม่ค่อยมีรมณ์จะถ่ายรูปเท่าไร่

สรุปเรื่องรร.ละกันนะคะ เนื่องจากเป็นรร. 5 ดาวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การบริการ ห้องพัก facility ต่างๆ เยี่ยมค่ะ มีกิจกรรมเยอะ ทั้งยิงธนู กอล์ฟ fitness มี kids room ด้วย ห้องอาหาร มีหลายห้องเลย ไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง บุฟเฟต์ Seafood มีหาดส่วนตัว มีสระว่ายน้ำใหญ่มากกก....แต่สำหรับเรา เผอิญไม่ค่อยชอบแนวรร.ใหญ่ๆ เป็น pattern เดิมๆ ก็เลยยังไม่โดนใจซักเท่าไร่ง่ะ

แต่จริงๆที่ตั้งใจไปภูเก็ตคราวนี้ ก็อยากไป Phuket Fantasy กะ จัง ซี ลอน ค่ะ แฟนตาซี เคยไปแล้ว แล้วก็ติดใจมากๆ ชอบอาหารบุฟเฟต์เค้า เยอะดี แล้วก็อร่อย 555 และก็ชอบดูสัตว์อ่ะ ชอบช้าง การแสดงก็ยิ่งใหญ่ อลังการดี ส่วน จัง ซี ลอน ไม่เคยไป เห็นเค้าเพิ่งเปิด และโปรโมต ใหญ่โต ก็อยากจะไปดู...เอาภาพจัง ซี ลอน มาให้ดูนิดหน่อยค่ะ







โดยรวมๆ ก็ยังไม่ค่อยคึกคักเท่าไร่นะคะ ร้านก็เปิดเกือบครบ แต่คนยังไม่เยอะเท่าไร่ พี่ที่เค้าเป็นคนภูเก็ต (และเป็นคนพากิน พาเที่ยวทุกรายการ) ไม่แนะนำให้มาเลย แกบอกว่ายังไม่มีอะไร แต่ตัวแกเองชอบมาบ่อยๆ เพราะมาเดิน คาร์ฟูล ถ้าไม่เดิน คาร์ฟูล ก็ไม่รู้จะมาทำไม 5555

สรุปทริปนี้ของเรา ก็ถือว่าได้มาพักผ่อน ถึงแม้จะไม่ได้เที่ยวอะไรมากมาย แต่แค่ได้นอนพักในห้องรร.สบายๆ กะเดินเล่นชายหาดน้ำใสๆ และที่สำคัญมากับครอบครัวอันเป็นที่รัก แค่นี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ



Create Date : 26 ตุลาคม 2550
Last Update : 26 ตุลาคม 2550 15:37:35 น.
Counter : 1539 Pageviews.

1 comment
ทริปในฝัน ที่สมุย @ Sila Evason Resort and Spa
และในวันที่ 2 ที่สมุยนี้เอง ก็ได้ถึงวันที่เรารอคอยแล้วค่ะ เพราะจะไปพักที่ ศิลา เอวาซอน ที่พักในฝันของเรา โดยตั้งใจไว้แล้วว่า ช่วง 3 วัน 2 คืนนี้ ก็จะไม่ไปเที่ยวไหน จะใช้เวลา chill chill สบายๆ อยู่ enjoy รีสอร์ทให้คุ้ม 555

ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆกัน ช่วง weekend ที่เราไปสมุยนั้น พายุเข้า ก็เลยมีฝนพรำๆบ้าง และฟ้าก็ไม่เปิด เรียกว่าแทบไม่ได้เห็นแดดเลยแหละ และก็ทำให้น้ำทะเลสีไม่ฟ้าใสเท่าที่ควรจะเป็น เศร้าเล็กน้อย แต่ก็ยังรู้สึกว่าโชคดี ที่เราตั้งใจจะอยู่กันแต่ในรีสอร์ทอยู่แล้ว ไม่ได้แพลนไปไหน (ถ้าตั้งใจไป คงล่มอ่ะ) เพราะงั้นการที่เจอฝนบ้าง เลยไม่ได้ทำลายความสุขของเราลงไปเลยค่ะ

ต้องบอกก่อนสำหรับคนที่ไม่เคยพักรีสอร์ตเครือเอวาซอน ว่าที่นี่ จะเป็นรีสอร์ตที่ค่อนข้างเน้นความเป็นธรรมชาติมากๆๆๆ โดยเฉพาะอย่างที่สมุย ตัวบ้านพักเนี่ยจะถูกสร้างแทรกตัวอยู่บนเขา มีต้นไม้ ต้นหญ้า บ้านก็ทำจากไม้ไผ่ อุปกรณ์อะไรต่างๆในบ้าน ก็ทำจากไม้ เรียกว่า กลมกลืนกับธรรมชาติมากๆ แต่ในความเป็นธรรมชาตินั้นเอง ก็แฝงความสบาย ปนความหรูหรา และบริการระดับ 6 ดาว (ให้มากกว่า 5 ดาวเลยแหละ) ไว้ด้วย เพราะงั้น ถ้าใครจะคาดหวังว่าจะได้เจอการจัดตกแต่งแบบสไตล์นู่น สไตล์นี้ มีเฟอร์นิเจอร์หรูหราเนี่ย คิดผิดเลยนะคะ..

แต่ยังไงก็ดี ต้องขอออกตัวก่อนว่า ห้องที่เราไปพักนั้นเป็นแค่แบบ pool villa นะคะ ห้องก็เลยอาจจะดูไม่สวยสะใจ เหมือนที่เพื่อนๆอาจจะเคยเห็นคนอื่นๆ review มา เพราะที่เราเคยเห็นเค้าจะพักระดับ presidential suite และ pool suite กัน ซึ่งวิวจะสวย และห้องจะกว้างขวางกว่ามากกก ประกอบกับช่วงที่เราไปไม่มีแดดค่ะ ทำให้พอถ่ายรูปออกมา น้ำทะเลเลยเป็นสีขุ่นๆ ไม่สีฟ้าใสเหมือนเวลาที่แดดจัด

เอาล่ะ เกริ่นมาเยอะ มาเริ่มดูรูปกัน...

เมื่อเรามาถึงรีสอร์ตปุ๊บ..butler ก็จะพาเรามานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆที่บาร์นี้ก่อนนะคะ ระหว่างที่เค้าไปทำการ double check ห้องอีกที แล้วก็ให้สั่งเครื่องดื่มอะไรก็ได้..ฟรีหมดดด เจ๋งดีอ่ะค่ะ แฟนเราสั่งเบียร์ขวดนึง ส่วนเราสั่งแตงโมปั่น สิ้นคิดมากๆๆ





ไปห้องกันเลยดีกว่าค่ะ..ห้องของเราอยู่ฝั่ง sunrise นะคะ ที่เลือกฝั่งนี้ เพราะว่าถ้าตอนเย็น ห้องฝั่งนี้จะร่ม เล่นน้ำ นั่งเล่นมองทะเลได้ (คือ ชอบ enjoy ตอนเย็นๆมากกว่าตอนเช้า) แต่ไปๆมาๆ ช่วงที่ไปไม่มีแดดทั้งวัน เพราะงั้นจะ rise จะ set เหมือนกันหมดค่ะ



เห็นมั้ยคะ นี่แค่ประตูเข้าห้องนะ ก็ทำจากไม้ไผ่แล้วอ่ะ ไม่รู้ทำไม เอวาซอนชอบทำทางเข้าห้องเป็นแบบป่าๆ ไม้ๆ 555 คือตอนเปิดเนี่ย แทบจินตนาการไม่ถูกว่าในห้องจะเป็นยังไง

พอเข้าไปถึงก็จะเจอเตียงแบบนี้ค่ะ





อันที่จริงมองจากเตียงไป จะเห็นวิวทะเลแบบเต็มๆเลยนะคะ แต่เนื่องด้วยมุมกล้อง ถ่ายไม่ค่อยเป็นอ่ะค่ะ เลยถ่ายได้แค่ข้าง



พยายามอีกที



ได้เท่านี้แหละนะคะ เอาเป็นว่า ของจริงๆเห็นวิวทะเลกว้าง แบบไม่มีต้นไม้มาบดบังเลยค่ะ...



ทีนี้ลองหันไปด้านซ้ายมือของห้องบ้าง..บอกตามตรง เห็นครั้งแรกตกใจค่ะ



คือ แบบว่า..กะลังคิดว่า เอ ห้องเราก็ห้อง pool villaนะ ทำไมมีแค่นี้เองเหรอ 555 แต่ปรากฏว่า พนักงานเดินมาเปิดบานเฟี้ยมไม่ไผ่ออกค่ะ




ให้ดูชัดๆ กับอ่างล้างหน้าค่ะ ทำจากไม้อีกแล้ว



มีอ่างน้ำให้แช่ด้วยนะ เวลาแช่ ต้องเปิดหน้าต่างออกไปค่ะ ตอนเราแช่มีฝนปรอย ๆ ได้กลิ่นดิน กลิ่นฝน โรแมนติกไปอีกแบบ..



แล้วก็มี outdoor shower ด้วย



กลับมาที่ห้องนอนอีกนิด ด้านหลังห้องก็เป็นกระจก มองออกไปเห็นใบไม้ใบหญ้าอีกแล้วค่ะ คือ เอาเป็นว่า 3 ด้านของห้อง กรุกระจกหมดเลย ยกเว้นด้านห้องน้ำค่ะ



ทีนี้ เราจะไปดูส่วนสำคัญของห้อง pool villa กันบ้างนะคะ ต้องเดินลงบันไดไปชั้นล่างค่ะ ก่อนลง หันกลับมามองเตียงนุ่มๆน่านอนนิดนึง



นั่นไง private pool ของเรา..มีระเบียงให้นั่งชมทะเลด้วย





มาดูใกล้ๆค่ะ



มีมุมโซฟาให้นั่งเล่นนอนอ่านหนังสือด้วย ลมเย็นๆ ได้มานั่งอ่านหนังสือตรงนี้ มองทะเลแบบเต็มๆ มีฟามสุข..





และที่ขาดไม่ได้ แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของเอวาซอนเลย ต้นมะพร้าว เพื่อการอนุรักษ์น้ำ



ทีนี้มาเดินเล่นรอบๆดูกันบ้างนะคะ จริงๆตัวรีสอร์ทรอบๆก็ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้มีตกแต่งดอกไม้สวยๆ บ้านสวยๆ เพราะอย่างที่บอก เค้าเน้นธรรมชาติอ่ะค่ะ ต้นไม้ ต้นหญ้ามีมายังไง เค้าก็ปล่อยเอาไว้อย่างนั้น ไม่ได้ไปตัด ตกแต่งอะไร บ้านก็เป็นไม้ไผ่ๆอย่างที่เห็นในรูป

ลองไปดูสระว่ายน้ำและกัน มุมนี้มองจาก reception ดูมันสู๊ง สูง



แต่พอไปถึงใกล้ๆ ต้องบอกเลยนะว่า แทบลืมหายใจ..เป็นสระว่ายน้ำแบบ infinite ที่สวยที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมาเลยล่ะค่ะ แล้วก็ใหญ่มากๆด้วยนะ



ที่ล้างตัว ก็ยังเป็นไม้ไผ่



คือ เคยเห็นที่ศรีพันวามา นั่นก็ว่าสุดยอดแล้ว ที่นั่นวิวสวยมากๆๆๆ แต่สระไม่ใหญ่ และก็ทำได้ไม่กลมกลืนเท่าที่นี่ ที่นี่นะ ขอบสระกับทะเลตัดกันแบบแยกไม่ออกเลยล่ะ เหมือนกับสระน้ำ มันสุดลูกหูลูกตาเลยอ่ะค่ะ



มาดูสปากันบ้างนะคะ ได้มีโอกาสไปสปาคนละ 1 ชม.ค่ะ สบายมากๆ ส่วนของ reception สปาค่ะ



ภายในห้องสปา..ดูสิ ยังเห็นวิวทะเลแบบเต็มๆอีกอ่ะ





ต่อไปเป็นห้องอาหารกันบ้างค่ะ ตอนเช้าจะมีบุฟเฟต์ที่นี่ แล้วก็เปิดบริการทั้งกลางวัน และเย็นด้วย



ส่วนมากแล้วคนที่มากิน ก็มักจะเลือกนั่งที่ริมสุด เพื่อจะได้เห็นวิวทะเลแบบเต็มๆ (เรียกว่ามาที่นี่เห็นวิวทะเล กันจนเอียนได้เลยแหละ อิอิ) แต่เรากลับชอบมุมนี้ค่ะ



ทีนี้เราลองไปดูชายหาดของที่นี่บ้างนะคะ ตอนแรกเห็นอยู่บนเขา เราก็ไม่คิดหรอกว่าจะมีชายหาดด้วย แต่ที่ไหนได้ มีชายหาดส่วนตัวค่ะ แถมตอนเดินไป มองเห็นอ่าวเล็กๆ สวยมากก





สุดท้าย เป็นรูปรีสอร์ท มองขึ้นไปจากชายหาดค่ะ แล้วจะเห็นว่าที่เราบอกว่า ปลูกบ้านแทรกตามต้นไม้เป็นยังไง อิอิ



สรุปเลยละกันนะคะ..ยกนิ้วให้ 6 ดาวไปเลยค่ะ ในแง่ความสวยงามของรีสอร์ท และการบริการของพนักงาน พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายตลอด ขออะไรก็ให้ แล้วรีสอร์ตระดับนี้ เค้าจะไม่หวงของอ่ะค่ะ อย่างอาหารเช้า ขอเอากลับไปทานที่ห้องยังให้เลยอ่ะ (แหม ก็ราคาเป็นหมื่นนะ จะเหนียวอะไรกะแค่นี้ ใช่มะ) มี wireless internet ให้เล่นฟรีด้วย

แต่ข้อเสียสุดๆ ที่มีอยู่อย่างเดียวก็คือ ยุงเยอะมากๆๆๆค่ะ เนื่องจากเป็นป่าด้วยอ่ะ ต้นไม้เยอะ แล้วห้องก็ไม่มีมุ้งลวดค่ะ คงเพราะอยากให้เห็นวิวเต็มๆสวยๆ (เลยเป็นกระจก) เพราะงั้น เปิดประตู เปิดหน้าต่างปุ๊บ ยุงว่อนเลยค่ะ แล้วยุงป่านะ น่ากัวจิงๆ กลับมา เรากะสามี เป็นตุ่มแดงๆเพียบเลยง่ะ



Create Date : 09 พฤษภาคม 2550
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2551 11:12:26 น.
Counter : 2187 Pageviews.

6 comment
1  2  3  

BlogGang Popular Award#13



Beauty & Bambi
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]



นิยามตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบ เที่ยว กิน ช๊อป ค่ะ...แต่ตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้อัพเรื่องเที่ยวบ่อยๆ เพราะลูกยังเล็กอยู่...ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอัพเรื่องลูกซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ^_^

*** เราไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คที่ blog เท่าไร่ ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วมีคำถาม รบกวนถามมาทางหลังไมค์ หรือ อีเมลล์เลยนะคะ (ดูอีเมลล์จาก profile ได้ค่ะ) เรายินดีตอบทันทีค่ะ แต่ถ้ามาทิ้งคำถามไว้ที่ blog มันอาจจะนานกว่าเราจะมาอ่านเจออ่ะค่ะ ***
New Comments