All Blog
ขอไปกับเค้าด้วยคน...Alila, Cha-am
เห็นใครๆก็ไปกัน เลยขอไปกับเค้าด้วยคนค่ะ ซื้อ voucher ที่พักตั้งแต่งานท่องเที่ยว มีนา 52 แบบว่าเค้าเริ่มฮิตๆกัน...ปรากฏท้องคับท่าน เลยต้องเบรคการเดินทางไปพักนึง ไปๆมาๆ จนเดือนตุลา voucher จะหมดอายุแล้ว เลยต้องหาทางไปซะหน่อย กว่าจะได้ไป ใครๆเค้าก้ไปกันมาหมด รีวิวนี่ก็เพียบเลย เหอ เหอ

พอดีที่บ้านกิ๊ก เค้ามีทริปครอบครัวไปหัวหินเหมือนกัน ก็เลยจองวันไปวันเดียวกันไปเลย รู้สึกแปลกแยกเล็กน้อย เพราะไม่ยอมไปนอนกับที่บ้าน 555 เสียดายนะ เพราะที่พักของที่บ้าน ก็สวยมากๆอ่ะ

ที่พักของที่บ้านคือ Prime Nature villa คุณอาเป็นคนไปจองมาจากงานท่องเที่ยวเหมือนกัน ได้บ้านหลังใหญ่มากกก มีสระว่ายน้ำในตัว หลังใหญ่ มี 3 ห้องนอน หลังเล็กมี 2 ห้องนอน อยู่กันได้เป็นสิบคน แต่ราคาถูกมากกกกก 3 วัน 2 คืน แค่ 15,000 บ. เองอ่ะ แล้วหลังจากงานนั้น ก็ไม่เห็นเค้ามาออกบูธอีกเลย (สงสัยรู้ตัวว่าขายถูกมากไป 555)

นี่ไงรูปบ้านที่พัก หลังนี้อยู่ริมถนนเลย ใครจะมุ่งหน้าเข้าหัวหิน เห็นแน่นอน..



ไม่มีรูปข้างในสวยๆให้ดูนะ เพราะตอนกิ๊กไปถึง ทุกคนไปถึงกันหมดแล้ว แล้วมันก็เละไปหมดแล้ว 555

อ้อ มีเหลืออยู่ห้องนึง ประมาณนี้..



สระว่ายน้ำก้ใหญ่มากกก แนวยาวๆนี่ว่ายเหนื่อยเลยนะ (แต่ถ่ายมาได้แค่ครึ่งเดียว ไม่ครบ)



ที่ Prime Nature เค้าไม่ได้เป็นรีสอร์ทอ่ะค่ะ เป็นเหมือนบ้านขาย แล้วมาปล่อยเช่าเป็นคืนๆ ซึ่งไม่รู้จะคุ้มรึป่าว เพราะอย่างที่บอก ราคาคืนละ 7,500 บ. ถูกโพดๆๆๆ

อ้อ เค้ามีสระว่ายน้ำส่วนกลางด้วย ที่อยู่ริมทะเล มีพวกคลื่นวิทยุไปจัดคอนเสริต์ทีนี่เรื่อยๆนะ




แวะมาเจอที่บ้านแล้ว เราก็กลับไป check in ที่ Alila กันเลย....พอไปถึง จริงๆกิ๊กได้ห้องพักชั้น 3 แต่พอพนักงานเห็นเราท้อง (กิ๊กท้องได้ 7 เดือนแล้ว) ก็เลยบอกว่า ย้ายลงมาชั้น 1 มั้ยคะ เพราะที่นี่ไม่มีลิฟท์ (กิ๊กเองก็ลืมคิดไปเลยว่าท้องอยู่ เดินขึ้นบันไดเยอะๆมันก็ไม่ดี เลยไม่ได้ request เค้าล่วงหน้า) ...สุดท้ายเลยได้ upgrade ห้องเป็น Garden Terrace room

ตอนแรกแอบดีใจที่ได้ upgrade เพราะห้องข้างล่างมันแพงกว่า แต่พอเห็นห้องจริงๆ ไม่ค่อยชอบแฮะ เพราะมันดูมืดๆ ไม่โปร่ง โล่ง สบาย เหมือนชั้น 2 - 3 อ่ะ ..แล้วโดยส่วนตัว คิดว่าคงไม่ค่อยปลื้มกับรีสอร์ทดีไซน์ modern แบบนี้อ่ะ มันดูทันสมัย ดิบๆ เหลี่ยมๆ ยังไงไม่รู้ ...

เอารูปไปเล็กๆน้อยๆละกัน เพราะมีคนรีวิวเยอะแล้ว 555







และนี่คือส่วนที่ทำให้ garden terrace แพงขึ้นมาอีกหน่อย..garden เล็กๆนี่แหละ (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่เห็นมันจะมีประโยชน์อะไร เพราะไม่รู้จะมานั่งทำไม นั่งไปก็เห็นแต่ต้นไม้ ไม่มีวิวอะไร เหอ เหอ)



voucher ที่ซื้อ เค้ามีแถม afternoon tea ด้วย เลยไปลองซะหน่อย



ถ่ายรูปกับสระว่ายน้ำ ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งดีไซน์ของที่นี่ (อืดมากก)



แต่ว่ากิ๊กก็ไม่ได้ว่ายสระที่นี่หรอกนะ ดูในรูปเหมือนมันใหญ่ แต่ของจริง ไม่ใหญ่เท่าไร่...เรา 2 คน กลับไปว่ายน้ำที่ Prime Nature กับญาติๆแทน

วันรุ่งขึ้น ก็เดินเก็บภาพเล็กน้อย...คือแบบ เป็นความตั้งใจตั้งกะตอนซื้อ voucher ไง เห็นคนมาถ่ายรูปกันเยอะ...แต่กว่าจะได้มา "ท้องป่อง" ซะนี่ เหอ เหอ










My Comment

ส่วนที่ประทับใจเลย คือ บริการค่ะ พนักงายิ้มแย้มดี บริการดีมากๆๆ แต่โดยรวม รีสอร์ทเก่าแล้วอ่ะ รู้สึกเลยว่า เก่าแล้ว 555 มันดูไม่ค่อย "ไฉไล" เหมือนในรูปถ่ายแล้วอ่ะค่ะ...ใครชอบรีสอร์ทแนวโมเดิร์น ก็เชิญนะคะ แต่สำหรับเรา ครั้งเดียวก็พอแล้วอ่ะ เพราะไม่ปลื้มแนวนี้เท่าไร่



Create Date : 13 มีนาคม 2553
Last Update : 13 มีนาคม 2553 15:22:37 น.
Counter : 1790 Pageviews.

6 comment
พา"น้องเวนิซ"ไปเที่ยวหัวหิน @ Asara Resort & Spa
อิอิ จั่วหัว "น้องเวนิซ" ให้ขำๆกันไปงั้นแหละ...เพื่อนๆที่เปิดเข้ามาดูแล้วคิดว่า blog นี้จะมีรูปเด็กๆ น่ารักๆให้ยลโฉมกัน ผิดหวังได้เลยนะจ๊ะ อิอิ เพราะ "น้องเวนิซ" ที่เราว่านั้น ยังอยู่ในพุงกลมๆของเราอยู่เลย อายุครรภ์ตอนนั้น ก็ประมาณ 8 สัปดาห์จ้า (ชื่อ "เวนิซ" เป็นนามสมมติ เพราะน้องเค้าถือกำเนิดที่ประเทศอิตาลี ที่จข. blog เพิ่งไปมาเมื่อตอนสงกรานต์จ้า)

ช่วง 2- 3 เดือนแรก เรามีแพ้ท้องนิดหน่อย ไม่มาก แต่ที่มากๆเลย คือ ออกแนวโทรมๆๆๆมากกว่า คือ ไม่อยากแต่งตัว ไม่แต่งหน้า ไม่ซื้อเสื้อผ้า ฯลฯ โทรมมากก ไม่มีอารมณ์ทำไรเลย อยากอยู่เฉยๆ....เพราะฉะนั้นทริปหัวหินคราวนี้ เลยได้แต่นอนอยู่ที่รีสอร์ทอย่างเดียวจริงๆ

และอีกอย่าง ช่วง 1 ถึง 3 เดือนแรก ยังเป็นช่วงอันตรายอยู่ ไม่ควรเดินทางไกล แต่อิแม่อยากเที่ยวค่ะ ถ้าไม่ได้เที่ยว ลงแดงตาย...ไหนๆ ก็หอบหิ้วพากันไปญี่ปุ่นมาแล้ว ตั้งกะ 6 สัปดาห์ (แต่ไม่ได้รีวิวลง blog ง่ะ) ก็ยังปลอดภัยดี...แค่หัวหินนี่ จิ๊บๆเนอะ (แถมตอนที่พาเด็จแม่ไปพัทยา - รีวิว Z Through - ตอนนั้นนังแม่ก็ว่ายน้ำแหลก - ยังไม่รู้ตัวว่าท้อง เอิ๊ก เอิ๊ก อายุครรภ์ก็ 5 สัปดาห์เอง)

ดูรูปที่พักกันเลยละกัน เพราะก็ไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนอ่ะ เหอ เหอ...ห้องที่เราพักเป็นห้อง Holiday Suite ค่ะ...จริงๆมีห้อง deluxe ด้วย แต่ต่างกันแค่มีระเบียงยื่นออกไป ซึ่งเพิ่มเงิน 6-700 บาทนี่แหละ เราก็เลยไม่เอา 555 เพราะคิดว่า คงไม่ได้ chill chill ข้างนอกเท่าไร่หรอก กลัวร้อน..

เปิดประตูเข้าไป ก็จะเจอโซฟานั่งเล่น สบายๆ ดูทีวีได้ค่ะ




ทีวีเนี่ย จะหมุนได้ ดูได้ทั้งนั่งโซฟา หรือว่าอยู่ที่เตียง



เปิดประตูระเบียงออกไป อากาศดีมากก (ห้องที่นี่ มี 2 ระเบียงนะคะ ตรงโซฟาก็มีอีกระเบียงนึง)




วิวงามๆ จากระเบียงค่ะ



ถัดเข้ามาจากระเบียง...โปรดสังเกต กรอบรูปตกแต่งต่างๆนะคะ เราว่ามีเอกลักษณ์มากๆเลยอ่ะ



เตียงนอนนุ่มๆ



จริงๆผังห้องที่นี่ ก็ยังจัดว่าไม่ได้กว้างมากนะคะ แค่ว่าเป็น suite ก็เลยมีโซฟาเพิ่มขึ้นมา 1 ตัวเท่านั้นเอง....แต่เราว่าส่วนที่ค่อนข้างกว้างมากๆเลย ก็คือ ห้องน้ำนี่แหละค่ะ...เราชอบประตูห้องน้ำมาก พอเลื่อนเข้ามาติดกัน ก็จะเป็นผนังสวยๆ



ด้านในห้องน้ำ ก็ดูจัดวางสวยดี แต่แฟนเราไม่ชอบโต๊ะตรงกลางห้อง เค้าว่ามันเกะกะ เดินเตะไปไม่รู้กี่รอบ 555



ห้องน้ำเนี่ย มีทั้ง indoor shower , bath tub , และก็ outdoor shower ค่ะ





หมดส่วนห้องนอน ก็ไปเดินเล่นสำรวจรีสอร์ทกันนิดนึงแล้วกันนะคะ...แต่อย่างที่บอกว่า จข. blog อยู่ในช่วงเปื่อย ไม่ค่อยมีอารมณ์ทำอะไรเท่าไร่ เลยเก็บรูปมาได้นิดๆหน่อยๆ

สระว่ายน้ำ มี 2 สระ...สระที่เห็นในรูปจะเป็นสระของโซนห้อง Suite



แล้วยังมีอีกสระ อยู่ติดชายหาด สระนี้กว้างใหญ่มากๆๆๆๆ (จริงๆมันมี 2 ส่วน คือ เป็นสี่เหลี่ยมกะเป็นฟรีฟอร์ม แต่เราถ่ายมาได้แค่สระสี่เหลี่ยม เพราะฟรีฟอร์มมันถ่ายแล้วเก็บไม่หมด)



สระนี้ เราได้มาว่ายตอนเย็นๆด้วย สระสี่เหลี่ยมจะค่อนข้างลึกค่ะ เอาไว้ว่ายออกกำลังเลยอ่ะ แต่สระฟรีฟอร์มไม่ลึกเท่าไร่ มีจากุชชี่ด้วย อิอิ

และที่เราชอบมาก ก็คือ ทางรีสอร์ท เค้ามีการจำลองชายหาดมาให้แขกของรีสอร์ทด้วย คือ จริงๆ รีสอร์ทก็ติดทะเลอยู่แล้วอ่ะนะ แต่หาดหัวหิน เวลาน้ำขึ้น มันจะสูงมากๆ จนไม่เหลือหาดเลยอ่ะค่ะ เค้าก็เลยจำลองชายหาดขึ้นมา ซึ่งเราว่าก็สวนตัวดี ถ้าไม่มีแดด ลมเย็นๆ นอนอ่านหนังสือสบายมากๆ



และมีเตียงแบบนี้ที่เราชอบมากๆ



ตอนเย็นได้ออกไปทานข้าวข้างนอกหน่อยนึง ไปลอง ร้านอยู่เย็น มาค่ะ คนเยอะมากๆๆๆ แต่อาหารก็ไม่ช้านะ...รสชาติใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับติดใจต้องมากินอีก 555 จานเด็ด แนะนำ ต้มยำปลาทู ค่ะ ..ติดใจมากๆ



รูปหมดแล้วอ่ะค่ะ...blog นี้รูปน้อยไปหน่อยนะ คนถ่ายอยู่ในช่วงไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลย 555 แถมรูปคู่นี่ไม่ต้องห่วง..โทรมค่ะ !! เลยไม่มีอารมณ์ถ่าย...

ถ่ายมาภาพเดียว เป็นที่ระลึก...อายุครรภ์ 8 สัปดาห์ (หน้า+ชุด โทรมมาก -- อายจริงๆ )






Create Date : 01 สิงหาคม 2552
Last Update : 1 สิงหาคม 2552 15:52:12 น.
Counter : 1581 Pageviews.

6 comment
ในที่สุดก็ได้ไปซะที...Rest Detail , Hua hin
เฮ้อออ..สำหรับ Rest Detail นี่ก็เหมือนที่ชื่อตอนบอกเลยค่ะ แบบว่ารอมานานมั่กๆๆๆ จองไว้ตั้งกะงานท่องเที่ยวไทยเดือนมีนา (ครั้งแรกที่เค้ามาออก) แบบว่า เห็น booth ปุ๊บ ก็ชอบเลย แล้วที่สำคัญ ก็ชอบห้องแบบ Rest Horizon มากๆ ก็เลยจองห้อง type นี้ไว้ 1 คืน จ่ายเงินเต็มจำนวน 6,200 บาท voucher หมดเขต 31 ตุลาคม

ก่อนหน้า voucher หมดเขต 3 เดือน (ต้นเดือนสิงหา) ก็เลยโทรไปจอง ขอวันเสาร์-อาทิตย์ ปรากฏว่า เต็ม คับพี่ท่าน เซ็งเลยอ่ะ อุตส่าห์จองล่วงหน้าตั้ง 3 เดือน ยังเต็ม อีก เหลือแต่เป็นวันธรรมดาหมดเลย แล้วแบบว่าขอต่อรองให้ยืดเวลาให้หน่อยก็ไม่ได้ (เพราะนี่มัน 3 เดือนล่วงหน้านะ แต่เค้าเต็มแล้วอ่ะ มันไม่น่าจะเป็นความผิดเราเท่าไร่) อาทิตย์-จันทร์ ก้เต็มหมดอีก สรุป คือ ต้องไปวันธรรมดาจริงๆ เง้อออ...แล้วที่สำคัญ ห้อง type นี่เท่านั้นที่เต็ม คือ ถ้าเป็น rest green นี่ก็ไม่เต็ม แต่ว่าเราดันจอง 6,200 ไปแล้ว ซึ่งเค้าก็คงไม่คืนเงินแน่ๆ...เพราะฉะนั้น นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จองแบบต่ำสุดไว้ก่อน แล้วค่อยขอ upgrade เพิ่งตังค์ทีหลัง ดีที่สุด

สุดท้าย ก็เลยต้องเอาวันธรรมดา คือ วันที่ 22 ตุลา ออก 23 ตุลา แทน อย่างน้อยก็ติดวันหยุด 1 วันฟะ อิอิ แถมได้ราคาวันธรรมดาอีก ไม่ต้องเพิ่มเงิน แต่ถ้าเข้า 23 ออก 24 จะต้องเสีย weekedn surcharge 1,500 บาทแน่ะ โชคดีไป

จองเสร็จ ก็นั่งดูรีวิวเพื่อนๆที่ไปพักที่นี่ มีรีวิวเยอะมากกก ทำให้ยิ่งอยากไป และในที่สุด ก็ได้ไปค่ะ...เนื่องจากรีวิวกันเยอะแล้ว เราขอแปะรูปเฉยๆก็แล้วกันนะ อิอิ (ง่ายๆงี้เลย)

ป้ายทางเข้า กับสัญลักษณ์ ลิง 3 ตัว






ไปถึงก็ไม่ผิดหวังอ่ะค่ะ รร.ตกแต่งสวยดี สีขาวสะอาดตา แต่ก็เล่นสีสันได้ลงตัว







แค่ lobby ก็กดได้หลายภาพแล้วอ่ะค่ะ สวยทุกมุมจริงๆ...อดใจไม่ไหว





พอและๆ รีบไปดูห้องกันดีก่า ห้องของเราเป็น Rest Horizon ค่ะ เราได้ชั้น 4 (ทั้งหมดเค้ามี 12 ห้องเอง แล้วก็มักจะเต็มตลอดเลยสำหรับ type นี้)












ส่วนของห้องน้ำ มี design สวยเก๋ แปลกตา เค้าทำประตูเป็นบานเลื่อน เปิด ปิดได้ แบบนี้





มองเข้าไปจากห้องนอนค่ะ (จริงๆห้องน้ำเค้าก็สวยดี แต่ความรู้สึกเราจะรู้สึกแปลกๆนิดนึง ที่มีห้องน้ำ อยู่บนหัวนอน ยิ่งเปิดแบบซีทรูด้วย มันยิ่งเห็นชัด เหอ เหอ)



กระเบื้องเค้าก็ลายสวยดี เฉพาะห้องน้ำ ก็หมดไปหลายรูป อิอิ





ส่วนสำคัญที่สุดของห้อง Rest Horizon ก็คงเป็นเจ้าสิ่งนี้ค่ะ






ตอนที่เรามา ทางที่พัก จะ upgrade ให้เป็น pool village ด้วย แต่เราไม่เอาค่ะ (เคยอ่านเจอเพื่อนๆหลายคนในพันทิพก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน คือ หมายหมั้นปั้นมือ ต้องเป็นห้องนี้เท่านั้น อิอิ) เพราะ อยากจะแช่จากุชชี่ ชื่นชมบรรยากาศวิวทะเล ^^




มองออกไปเห็นวิวสระว่ายน้ำ และทะเลๆๆๆๆ






ตึกข้างๆ ก็สวยไม่แพ้กัน






ก่อนออกจากห้อง ขอนางแบบถ่ายเดี่ยวหน่อยนะคะ อิอิ






ทีนี้ เราลงไปเดินเล่นดูบ้างค่ะ...นี่เป็นร้านอาหาร Rest Scene ค่ะ เป็น pool side เลยนะ






เราชอบมากๆ เพราะเค้าจัดโต๊ะสวยดี อิอิ
แต่ว่าไม่ได้ทานที่นี่หรอกค่ะ เพราะได้ยินคำร่ำลือมา เลยไม่กล้าเสี่ยง 555








สระว่ายน้ำ แต่เราว่า design เฉยๆอ่ะ ถ้าเทียบกับว่า ส่วนอื่นๆสวยซะขนาดนี้ แต่สระว่ายน้ำ ธรรมดาจัง เหอ เหอ






ถ่ายรูปเล่นนิดนุงนะ






ตกเย็น เราไป dinner ที่ Coco 51 ค่ะ..ไปถึง 6 โมงกว่าๆ ไม่มีคนเลย ยังนึกว่าจะมีอยู่โต๊ะเดียว ที่ไหนได้ พอเริ่มดึกเข้าหน่อย คนเต็มร้านเลยค่ะ และ 99% เป็นฝรั่งทั้งนั้น...ส่วนอาหาร ขอบอกว่า อร่อยใช้ได้ค่ะ บรรยากาศ ก็ chill chill ดี มีฝรั่งมาเล่นดนตรีสดให้ฟัง...แต่ราคา ขอบอกว่า แพงเลยล่ะค่ะ หุ หุ (ดูรีวิวละเอียดใน Eat out in my style นะคะ)



จบไป 1 วันค่ะ...
วันรุ่งขึ้น ก็ถึงเวลาของ breakfast แล้วค่ะ
ห้องอาหาร สำหรับอาหารเช้าของที่นี่ ก็ตกแต่งสวยเหมือนกัน





มีทั้ง indoor และ outdoor ...อากาศดีๆยามเช้า เราเลือกนั่งด้านนอกกันค่ะ




สำหรับอาหารเช้าที่นี่ ก็ต้องบอกว่าใช้ได้เลยล่ะค่ะ มีให้เลือกเยอะดี รสชาติก็โอเคนะ ที่เราชอบ เพราะมี ปาท่องโก๋ + โรตี จิ้มนม และก้มีขนมปัง(จิ้ม)สังขยาด้วยอ่ะ ชอบๆๆๆ อิอิ




หมดแล้วค่ะ สำหรับรูปที่พัก ขอสรุปเลยละกันนะ

my comment

Rest Detail เป็นรร .ที่ใหญ่แห่งนึงเลยล่ะค่ะ (ตอนแรกนึกว่าเป็นแบบบูทีค เล็กหน่อย ไรงี้) ตกแต่งสวย บรรยากาศดี ห้องพักก็สวย พนักงานบริการใช้ได้ ดูเหมือนจะดีหมดค่ะ แต่ที่เราไม่ชอบเล็กน้อย คือ คนเยอะค่ะ 5555 แบบว่า รร.เค้าใหญ่ไง แล้วก็ออกงานท่องเที่ยว ออกโปรบัตรเครดิต คนก็เลยรู้จักเยอะมากๆๆ แบบว่า เลยทำให้รู้สึกพลุกพล่าน ก็เหมาะจะมากันเป็นครอบครัวนะคะ แต่ถ้าจะถามถึงความ Romantic คงต้องอยู่แต่บนห้องอ่ะ หรือไม่ก็แนะนำให้พักฝั่ง pool village แทน น่าจะเงียบสงบกว่า

รวมรูปสิ่งละอันพันละน้อย ที่เราประทับใจ

- ไม้ขีดไฟ เค้าทำกล่องน่ารักดี
- ถาดรวมอะไรซักอย่าง ให้มาก่อนนอน มีขนมให้ด้วย แล้วก็มีเหมือนโปสการ์ดในหลวง กับรูปของพระราชวังไกลกังวล ชอบค่ะ
- อาหารเช้า ที่มีโรตี กับ ขนมปังสังขยา ชอบมาก
- อาหารเช้า ไข่ดาว กับ ไส้กรอก ไม่มีโชว์ในบุฟเฟต์ไลน์ แต่ขอได้ตลอดค่ะ




และท้ายสุดๆ ขออีกซักที รวมรูปนางแบบเองแหละ อิอิ ..รูปขวาล่าง เป็นตากล้องถ่ายดีวีดีค่ะ (ดีวีดี ถ่ายรูปได้ด้วยค่ะ) งานนี้ พี่ท่านเลยไม่มีรูปเลย





ไว้พบกันใหม่ทริปหน้าจ้า....




Create Date : 28 ตุลาคม 2551
Last Update : 28 ตุลาคม 2551 22:15:47 น.
Counter : 748 Pageviews.

7 comment
พาหลานเที่ยวทะเล @ Sheraton หัวหิน
ทริปนี้ตอนแรกตั้งใจจะไปกับแฟนค่ะ จองรร.เรียบร้อย ปรากฎพี่ท่านไม่ว่างอาทิตย์นั้นขึ้นมาซะเฉยๆ ก็เลยจำเป็นต้องหาตัวสำรอง 555 เลยคิดถึงน้องสาว กะหลานๆ เพราะพอดีห้องที่จองไว้เป็นห้อง lagoon access แล้วหลานสาวเนี่ย ชอบว่าย(เล่น)น้ำมากๆๆๆ ก็เลยหนีบไปด้วยดีก่า...แต่ไปๆมาๆ คุณอาเราอยากไปด้วย (ดีเลย มีเจ้ามือเลี้ยงข้าว 555) ก็เลยจองเพิ่ม garden view อีก 1 ห้อง ก็เลยไปกัน 5 คน ครอบครัวสุขสันต์ไป

สมาชิกที่ไป มีดังนี้..ซ้ายสุด คุณน้องสาว กลาง- หลานสาวคนเล็ก (อายุ 9 ขวบ ดูออกมั้ยอ่ะ ตัวเล็กเหลือเกิน บอกใครๆว่า 7 ขวบเค้าก็เชื่อ อิอิ) และ ขวาสุด - หลานสาวคนโต (อายุย่างเข้าวัยรุ่น 15 ขวบได้ แต่บอกใครๆว่า 12 ก็เชื่ออีกเช่นกัน เหอ เหอ) ส่วนในรูปใหญ่ คนที่ใส่หมวก นั่งหันหลัง คุณอาเราเอง เหอ เหอ




ไปดูรูปบรรยากาศของที่นี่ดีกว่า ... บริเวณ lobby กว้างขวางดี เหมาะรับแขกจำนวนมาก ข้อเสีย คือ lobby เปิดโล่ง ถ้ามีลม ก็ดีไป เย็นสบาย แต่วันที่เราไป ไม่มีลมซักนิด ร้อนมากๆ..ระหว่างนั่งรอ check in ก็เลยเหงื่อแตกกันไป เหอ เหอ



ระหว่างทางเดินไปห้องพัก ก็ต้องผ่าน นี่เลยค่ะ Kids club ออกแบบได้สวยดี จนหลานเราสงสัยว่า ข้างในมันเอียงรึป่าว 555 เหมาะจะไว้เป็นฉากถ่ายรูป เพราะสีสันได้ใจเหลือเกิน แต่ด้วยแดดแรงขนาด..เลยต้องขอบาย



พาลัดมาดูสระว่ายน้ำเลยละกันนะ..หลายๆคนคงเคยเห็นรูปของที่นี่มาบ้างแล้ว ลักษณะของสระจะเป็นเหมือนรูปตัวยู ล้อมรอบด้วยอาคารที่พัก 2 ชั้น ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของที่นี่ คือ สระว่ายน้ำใหญ่ดี สามารถเลื้อยลงจากห้องได้เลย อิอิ...แต่ว่าในขณะเดียวกัน เราว่าสระว่ายน้ำใหญ่ (ซึ่งก็เชื่อมกับสระรูปตัวยูน่ะแหละ) เค้าก็ทำได้ดีไม่แพ้กันนะ ใหญ่โตดี เป็น infinite pool ด้วย






ถัดจากสระว่ายน้ำ ก็จะเป็นสนามหญ้า มีเตียงผ้าใบสำหรับฝรั่งนอนอาบแดดเต็มไปหมด...สระว่ายน้ำสีฟ้าๆตัดกับสนามหญ้าสีเขียวๆ เราว่าสวยดีค่ะ ยิ่งในวันฟ้าใสแบบนี้ รูปแจ่มสุดๆ



ร้านอาหารร้านนี้อยู่ตรงกลางสระ น่านั่งมากๆๆๆ



โดยเฉพาะศาลานี่ ชอบมากๆค่ะ



เอาล่ะ...ทีนี้มาดูรูปห้องกัน อย่างที่เราบอกว่า เราจองไว้ 2 ห้องนะคะ ซึ่งจริงๆแล้ว ทั้ง 2 ห้องจะตกแต่งเหมือนกันค่ะ เราคิดว่า ทุก type - garden view, lagoon view, garden terrace, lagoon access ก็คงตกแต่งเหมือนกันหมด แต่แตกต่างกันที่วิวนอกห้องเท่านั้นเอง อย่างห้องนี้ คือ garden view ค่ะ





วิวก็จะเป็นต้นไม้แบบนี้อ่ะ ไม่ได้เป็น garden เหมือนชื่อนะคะ...ถัดจากต้นไม้ไป ก็เป็นรั้วแล้วค่ะ (ถ้าจะเห็น garden ก็คงเป็น garden ของที่ข้างๆมากกว่า 555)



คราวนี้มาดูห้อง lagoon access ของเราบ้าง มาแบบเต็มๆเลยนะ แบบว่า ประทับใจมาก ตั้งกะดูรีวิวของคนอื่นมา คราวนี้ได้พักเองบ้าง ดีใจๆ



มุมทีวิ...มีรายการให้เลือกดูเยอะแยะค่ะ ทั้งเคเบิ้ล แล้วก็ช่อง 3 5 7 9 แต่ว่า ไม่มีเครื่องเล่น DVD ให้ค่ะ เพราะฉะนั้นใครคิดจะเอาหนังไปดูเอง หรือว่าเอาแผ่น CD ไปเปิดฟังเพลง chill chill เอง..อดค่ะ (เราก็เอาหนังไป นึกว่าจะได้เปิดดูซะหน่อย )



และนี่ก็โซฟาสีสดใส (และเตียงนอนของหลานรัก 555) ด้านหลังเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีหน้าต่างบานเลื่อน ถ้าอยากเซ็กซี่มากับคู่รัก ก็เปิดได้ค่ะ แต่มากะหลานๆ คงต้องขอบาย...เดี๋ยวหลานเสียนิสัย อิอิ



มีมุมมินิบาร์ให้ด้วย...ที่ชอบมากๆคือ เมื่อตอนมาถึงเค้ามีน้ำแข็งบริการให้ในกระติกเรียบร้อยค่ะ ซึ่งหาได้ยากแล้วอ่ะ ส่วนมากต้องโทรไปขอเอา



เข้าไปดูห้องน้ำบ้าง



กว้างดีค่ะ แต่อ่างเนี่ย น่าจะเป็นจากุชชี่ซักนิดนะ อิอิ...

รูปนี้ถ่ายจากโซฟาด้านนอก มองทะลุบานเลื่อนเข้ามา (คุณหลานตัวแสบ เธอขอเข้ากล้องด้วย บอกว่าจะถ่ายห้องน้ำ เธอก็ไม่ยอมไป หุ หุ)



และมาถึงส่วนสำคัญของห้องกันบ้างนะคะ ก็ห้อง Lagoon Access นี่นา ก็ต้องสามารถเลื้อยจากห้องลงสระได้เลย..ใช่ป่ะ



สำหรับกระจกเนี่ย เราไม่แน่ใจว่าติดทำไมนะคะ เห็นบางห้องมี บางห้องก็ไม่มี มันทำให้ทัศนียภาพลดลงน่ะ แทนที่ถ้ามองออกไปจะเห็นสระน้ำสวยๆ ก็ต้องมองผ่านกระจก...แต่อาจจะทำเพื่อความปลอดภัยก็ได้



อันนี้เป็นวิวสระน้ำที่เห็นจากห้องพัก



รูปสุดท้าย มองจากระเบียงเข้าไปในห้องพักค่ะ



สรุปนะคะ

ที่พักสวย สระว่ายน้ำใหญ่ดีค่ะ เหมาะกับมาเป็นครอบครัวที่สุด (แต่คู่รักก็โอเคนะ) ราคาก็อาจจะแพงไปนิด สำหรับ Lagoon access นะ แต่ถ้าห้อง garden view ซื้อตามงานท่องเที่ยว ก็คุ้มราคาดีค่ะ

พนักงาน ก็โอเคค่ะ ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแลลูกค้า(คนไทย)ดีพอสมควร แต่ก็ยังรู้สึก ไม่ค่อย professional เท่า เอวาซอน หรือ โซฟิเทล คือ พนักงานจะทักทาย ยิ้มแย้มให้ทุกๆคน ที่นี่จะเป็นบางคน อาจจะเป็นเพราะรร.ยังใหม่อยู่ ต้องใช้เวลาในการเทรนหน่อยก็ได้

อาหารเช้า ก็อลังการพอใช้ได้...แต่ขอบอกว่า ถ้าแขกเข้าพักเต็มล่ะก็ ตอนเช้าจะวุ่นวายมากๆๆเลยค่ะ (เหมือนโต๊ะจะไม่พอ และพนักงานเก็บโต๊ะก็ไม่พอด้วยค่ะ)

ไว้พบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ




Create Date : 25 สิงหาคม 2551
Last Update : 26 สิงหาคม 2551 11:02:41 น.
Counter : 1498 Pageviews.

10 comment
วันเดียวก็เที่ยวได้ @ La a natu , ปราณบุรี
หมายเหตุก่อนอ่าน : review หน้านี้ เราเพิ่งหัดเอารูปใส่กรอบ แล้วก็จัด file รูปใหม่ ฝีมือยังอ่อนหัด อาจจะไม่สวยเท่าไร่ จะค่อยๆปรับปรุงนะคะ

*********************


ทริปนี้เกิดจากคุณน้องสาวของเรา ไปซื้อ voucher ไว้จากในงานท่องเที่ยวตั้งกะปีก่อน ซึ่งตอนที่ซื้อเนี่ย เป็นราคาซื้อ 1 คืน แถม 1 คืน ซึ่งพอไหนๆจะไปแล้วคุณเธอก็เลย upgrade ห้องเป็นแบบ Pool villa แล้วก็ไปกัน 2 คน แม่ลูก (กับคุณแม่เราน่ะแหละ) ไปอาทิตย์ กลับ วันอังคาร...ว่าแล้ว งงมั้ยคะ ว่าเราไปเกี่ยวอะไรกับทริปนี้ด้วย อิอิ

มามะ..จะตอบให้ค่ะ ...ตัวเราเอง ด้วยความอยากไปสุดๆ แต่ไม่สามารถลางานได้ขนาดนั้น (เพราะดันใช้ไปกับเที่ยวที่อื่นหมด) ก็เลยขออาสาตามไปแบบไปเช้า - เย็นกลับ เหอ เหอ (พยายามๆๆๆจริง เรื่องเที่ยวไม่มีพลาดค่ะ)

จริงๆเรากะสามีจะไปพร้อมกับแม่และน้องด้วย พอขากลับ ก็จะนั่งรถตู้กลับมากัน 2 คน แต่ไปๆมาๆ ตอนเช้าตรู่ คุณสามีเกิดถูกที่ทำงานเรียกตัวกะทันหัน (วันอาทิตย์นะเนี่ย) ก้เลยไม่ได้มาด้วย ปล่อยให้คุณภรรยาอย่างเรา ต้องติดสอยห้อยตามคุณแม่กะคุณน้องมาคนเดียว

ออกจาก กทม. 8 โมงก่าๆ ขับเรื่อยๆ แวะปั๊ม แวะ outlet สุดท้าย แวะกินข้าวกลางวันกันที่สังเวียนซีฟู๊ด โดนมัดมือชกกุ้งผัดพริกไทยดำ 1 จาน 800 บาท เค้าบอกว่า ราคาตามน้ำหนัก เผอิญเราไม่ได้ระบุ เค้าเลยทำมาให้ 1กิโล ไม่รู้คิดได้ไง คนแค่ 3 คน สั่งกับข้าวไป 5 อย่าง ยังเอากุ้งมาให้ 1 โลอีก ไม่รู้ให้คนหรือให้อะไรกิน...เฮ้อออ



รีวิวที่พักกันเลยละกัน....รีสอร์ทแห่งนี้ ตามที่เห็นเค้ารีวิวกัน ก็จะเป็นลักษณะเหมือนบ้านๆ ที่ด้านล่าง เปิดชานโล่ง ล้อมรอบไปด้วยทุ่งข้าว เขียวขจี แต่ปจบ. ตอนที่เราไป เค้าบอกว่า ข้าวเพิ่งเกี่ยวเสร็จไป ก็เลยลงต้นอะไรซักอย่างแทน เพื่อทำการปรับสภาพดินไว้ก่อน เตรียมลงข้าว ในฤดูถัดไป

พอไปถึงรีสอร์ท ก็จะเจอทางเข้า...ซึ่งจะต้องเดินข้ามสะพานไม้ยาวๆ (ข้ามทุ่งข้าว) ไป ได้บรรยากาศไปอีกแบบ



มาดูบริเวณ reception บ้างค่ะ ก็ออกแบบได้สวย โปร่ง โล่ง สบายๆ ตอนเราไปลมเย็นดีมากๆ...ถัดจาก lobby ไปอีกหน่อย มีโต๊ะไม้ไว้นั่งเล่น ตอนเย็นๆเค้าจะจัดเอาหมอนมาวาง เป็นโต๊ะ dinner ได้อีก ส่วนชั้นล่าง (ของ lobby) จะเป็นที่นั่งทานอาหาร มีโต๊ะไม้ซัก 2 โต๊ะได้ค่ะ แต่ตรงนี้ก็เปิดโล่ง ลมเย็นสบายดี

เดินขึ้นไปชั้นบนอีกนิดเป็นสระว่ายน้ำ แต่เราว่ามันไม่น่าว่ายตรงที่สระเป็นสีน้ำตาล (อ้อ เค้าตั้งชื่อว่าเป็น chocolate pool อะไรซักอย่างนี่ล่ะค่ะ)



เอาล่ะ มาดูห้องพักกันเลยดีกว่า ห้องที่(น้อง) เราพัก ชื่อว่า Vanilla suite ค่ะ เป็นห้องแบบ pool ห้องเดียวที่มีอยู่ของ resort ตัวบ้านจะมีลักษณะ 2 ชั้นค่ะ เปิดเข้าไปจะเป็นชั้นบนก่อน (ทางเข้าอยู่ชั้น 2) เป็นห้องนอน มีห้องน้ำในตัว มีระเบียงห้อง เห็นทะเลชัดเจน วิวดี สวยมากๆค่ะ





และอย่างที่บอก ชั้นบนเป็นห้องนอน ส่วนชั้นล่างก็จะเป็นห้องนั่งเล่น มีโซฟาสวยเก๋ และก็มีชิงช้าด้วย...จากชั้นบน มองลงมาห้องโถงด้านล่างจะเป็นแบบนี้ค่ะ



เอารูปใหญ่ไปเลยนะ...แบบว่า ชอบ อิอิ

โถงด้านล่าง ก็อย่างที่บอกค่ะ มีโซฟาเก๋ไก๋ มีทีวีจอแบน เครื่องเล่นดีวีดีเพรียบพร้อม และก็มีห้องน้ำแยกต่างหาก



และจากห้องนั่งเล่นนี้เอง ก็จะมองเห็นส่วนสำคัญทีสุดของห้องนี้ นั่นก็คือ pool นั่นเองค่ะ pool ที่นี่ใช้น้ำเกลือค่ะ และนอกจาก pool ก็ยังมีจากุชชี่ให้นอนเล่น chill chill ด้วย (แต่ข้อเสียของ pool คือ น้ำเย็นม๊าก มาก ค่ะ เล่นได้แป๊บเดียว ต้องรีบมาแช่จากุชชี่อุ่นๆ สบายตัวกว่ากันเยอะเลย)

อ้อ แต่ที่เราชอบอีกอย่างคือ ตรง pool เนี่ย สามารถเปิดหน้าต่างไม้ไผ่ออกไป รับวิว และรับลมเย็นได้ ทำให้เวลาเล่นน้ำ จะมองเห็นทะเลไปด้วย มีฟามสุกค่ะ แต่อาจจะไม่เป็นส่วนตัวนิดนึงถ้าคนเดินผ่าน (ก็ถ้าอยากส่วนตัว ก็ปิดหน้าต่างได้ค่ะ)



และจากตรงโซน pool นี้ ก็สามารถเปิดประตู เพื่อจะเดินลงทะเลได้ค่ะ (มองจากรูปด้านล่าง เห็นประตูที่เปิดมั้ยคะ นั่นล่ะ ห้องเราเองค่ะ) ซึ่งวิวตรงนี้ เราชอบมากๆค่ะ สนามหญ้าเขียวๆ ตัดกับหาดทราย และทะเลสีคราม (ในวันแดดออก)...แม้ว่า รีสอร์ทนี้จะไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็มีพื้นที่ติดทะเล ซึ่งออกแบบได้ลงตัวดีค่ะ...ต่อไปเป็นรูปเดี่ยวๆเลยนะ เพราะรูปสวย ไม่อยากเอาไปรวมกัน อิอิ










สรุป : จากที่ได้ใช้เวลากว่าครึ่งวันที่รีสอร์ทนี้ ก็ต้องบอกว่าประทับใจดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็น landscape ของ รีสอร์ท หรือแม้จะตัวห้องพักเอง ก็ออกแบบได้สวย ลงตัวดี ประโยชน์ใช้สอยก็ลงตัว อย่างห้องน้ำ ก็มี 2 ห้องแยกกัน ชอบๆ อิอิ แต่ถ้าจะพัก แนะนำให้พักเป็น tropical cottage หรือ Loft suite (แบบที่เราพัก) นะคะ เพราะถ้าพัก Tropical villa เราว่า มันดูอึดอัดไปนิดนึง เพราะกระจุกรวมกัน 4 หลัง เห็นแต่วิวทุ่งข้าว แต่ไม่เห็นทะเลง่ะ

***********************


จบจากการรีวิวรีสอร์ท ก็ขอเวลานางแบบบ้างนะคะ 5555 อีก 1 กิจกรรมนอกจากเล่นน้ำ และแช่น้ำแล้ว เราก็ต้องถ่ายรูปกันด้วยใช่ป่ะ อิอิ








ตอนบ่ายๆ คุณสามีขับรถมารับ(จากกทม.) ด้วยความเป็นห่วงไม่อยากให้เรากลับรถตู้คนเดียว ... ซึ้งจริงๆ ขอบคุณนะคับ



และปิดท้ายด้วยรูปของเหล่านางแบบและนายแบบ...(โปรดสังเกตุ งานนี้คุณแม่อิชั้น อายุ 60 ก็ยังสามารถนะคะ อิอิ)



จบจริงๆแล้วค่ะ...ถ้ามีโอกาสคงได้พบกันอีกนะจ๊ะ...ลา เอ นาตู




Create Date : 05 สิงหาคม 2551
Last Update : 5 สิงหาคม 2551 21:30:05 น.
Counter : 1154 Pageviews.

8 comment
1  2  3  4  

Beauty & Bambi
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]



นิยามตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบ เที่ยว กิน ช๊อป ค่ะ...แต่ตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้อัพเรื่องเที่ยวบ่อยๆ เพราะลูกยังเล็กอยู่...ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอัพเรื่องลูกซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ^_^

*** เราไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คที่ blog เท่าไร่ ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วมีคำถาม รบกวนถามมาทางหลังไมค์ หรือ อีเมลล์เลยนะคะ (ดูอีเมลล์จาก profile ได้ค่ะ) เรายินดีตอบทันทีค่ะ แต่ถ้ามาทิ้งคำถามไว้ที่ blog มันอาจจะนานกว่าเราจะมาอ่านเจออ่ะค่ะ ***
New Comments