ไปไหนไปกัน..คว้ากล้อง.. ส่องเลนส์..
ลุยลาวใต้ด้วยการขับรถเที่ยวเอง - ปราสาทวัดพู

แผนเที่ยวลาวใต้ ..
เริ่มจากคนฝั่งธน และคนหาดใหญ่ อยากมาเที่ยวอุบล มาดูดอกไม้ป่าเล็ก ๆ บานไสว

แต่คนฝั่งธน ..บอกว่า นาน ๆ จะได้ออกมาไกลถึงอุบล ขอเลยเถิดไปถึงฝั่งลาวใต้ด้วย
ทีแรกก็หาทัวร์ท้องถิ่นให้ เริ่มต้นเดินทางจากอุบล

ทำไปทำมา สมาชิกเริ่มถอนตัว หาทัวร์ก็ยาก เพราะเริ่มแพงขึ้น วันเดินทางก็เป็นวันธรรมดา ส่วนมาเค้าเป็นทัวร์เสาร์อาทิตย์ ถ้ามาน้อย ๆ คน

มีคนให้ข้อมูลว่า เอารถตัวเองข้ามไปฝั่งลาว .. ไม่ยาก และไม่แพง ..

เริ่มต้นจากการไปทำ Passport รถ .. แล้วถ้าไปแค่ลาวใต้ไม่กี่เมืองที่เราจะไป ไม่ต้องใช้ใบขับขี่สากล



ค่าทำพาสปอร์ตรถ ก็แค่ 55 บาทเองค่ะ รอแป๊บ ๆ ก็ได้มาแล้ว
สติ๊กเกอร์ ตัว T ติดไว้กระจกหน้าและหลัง ให้เห็นชัด ๆ ครบปี ไปต่ออายุได้ (ถ้าคิดจะข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านอีก)

วิธีการรายละเอียด ตาม นี้เลยค่ะ

วิธีนำรถยนตร์ข้ามไปลาว
เตรียมเอกสารให้พร้อมเลยนะคะ เพราะที่ ตม.ด่านช่องเม็ก หาที่ถ่ายเอกสารยาก รอนาน บางทีน้องก็ไปกินข้าว ต้องรอ


สมาชิกของทริป ที่บินตรงมาจาก กทม. ลงเครื่องมาก็เอารถไปรับจากสนามบิน
แวะชิมก๋วยจั๊บเจ้าอร่อย ที่ local มาก ๆ คนพื้นที่บางคนยังไม่รู้จัก

ก๊วยจั๊บดับเพลิง .. เพราะอยู่ใกล้สถานีดับเพลิง เมืองอุบล
จะสั่งใส่อะไร กี่อย่าง ก็ 40 บาทเท่ากัน ชามขนาดอิ่มพอดี



จิ๊กรูปมาจาก Buddy ... งานนี้เป็นคนขับ แทบจะไม่ได้ขยับกล้อง
แต่เขียนลง blog เพราะคิดว่า น่าจะมีคนอยากรู้ ..

จากนั้นเราก็เดินทางไปด่านช่องเม็ก ที่ อ.สิรินธร จ.อุบล ค่ะ แวะเขื่อนสิรินธร นิดหน่อย



มาถึงด่านช่องเม็ก ตอนเที่ยงพอดี จัดการให้ท้องอิ่มก่อนไปผจญภัยดาบหน้า ได้อาหารจานเดียวง่าย ๆ แถวนั้น

แล้วเราก็ทำเรื่องข้ามด่าน ..

ฝั่งประเทศไทย

ไปถึงด่านต้องทำไงบ้าง
1 เอา Passport คนไปด้วย ถ้าไม่มี ต้องไปทำบัตรผ่านแดน (ข้ามไปนะคะ ลืมไปแล้ว)
2 เข้าไปที่ ตม.จะเห็นช่องบอกถ่ายเอกสารและติดบาร์โคด บัตรผ่านแดนถ่ายเอกสาร 2 แผ่น
3 ถ่ายเอกสารคู่มือรถที่มีชื่อเราเป็นเจ้าของ 3 แผ่น
4 ถ่ายเอกสารทะเบียนภาษีรถ 3 แผ่น
5 บัตรประชาชน 3 แผ่น หลังจากนั้นก็เดินไปที่ตู้ ตม.ที่ด้านนอกที่รถผ่านเข้าออก (เราถ่ายมาแค่ 2 แผ่น.. แป่ว ..) 
6 พาสปอร์ตรถ

ตื่นเต้นมาก แค่ด่านฝั่งไทยก็ลน..แล้ว ถ่ายเอกสารมาไม่ครบ ต้องไปถ่ายเพิ่ม รถก็จอดทิ้งไว้ รอติดต่อเสร็จ เค้าประทับตราให้ ให้เอกสารมาแล้วค่อยขับรถผ่านเข้าไป

คราวนี้ก็ถึงด่านลาว ..






จอดรถไว้ แล้วจ่ายค่าผ่านทางค่ะ รถ 200 บาท และ คนละ 200 บาท จ่ายแยกกัน
สิริรวมก็จ่ายแค่ 600 บาท ไม่มีค่าน้ำยาล้างล้อ เพราะตรงนี้เป็นด่านเล็ก ไม่มีวิ่งผ่านรางน้ำยา

เค้าจะให้ใบอะไรขนาด A4 มา ให้เราเอาไปยื่นตรงด่านวังเต่า ซึ่งอยู่ในเขตเมืองลาว อีกที ใหัเค้าประทับตราให้



จากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ เลยค่ะ เราจะไปปราสาทวัดพู เมืองจำปาสักก่อน ก็เลี้ยวขวาก่อนถึงด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง ด่านแรก
(เหตุผลที่ไปก่อน จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง ซ้ำไปซ้ำมา .. ให้เรางงเอง)

แต่ปรากฎว่าไม่รอดค่ะ พอเลี้ยวขวามา ทางเข้าปราสาทวัดพู ก็เจอด่าน จ่ายไป 20,000 กีบ (อ่านว่า ยี่สิบพันกีบ) ... บัตรผ่านด่าน บางทีก็ใช้ขากลับได้ บางทีขากลับต้องจ่ายเพิ่ม ก็เป็นงง ๆ อยู่ค่ะ ยื่นบัตรเดิมให้เค้า ถ้าใช้ได้เค้าก็ให้ผ่านไป ถ้าไม่ได้ ต้องซื้อเพิ่ม เค้าก็จะบอกเองค่ะ

เส้นปราสาทวัดพูที่เราไป เป็นเส้นใหม่ ที่เค้าตัดถนนผ่านเลียบแม่น้ำโขง ถนนดีใช้ได้ค่ะ ขับง่าย (ยังไม่รู้จัก ความโหดที่แท้จริงของการขับรถในลาว) วิวสวย 


เมืองลาวใช้รถพวงมาลัยขวาค่ะ ขับชิดเลนขวา .. ใครชอบขับรถแช่เลนขวา จะไม่มีปัญหา .. แต่ จขบ. งง ลืมตัวชิดซ้ายอยู่เรือย รถสวนต้องบีบแตรใส่

ระยะทางจากด่านช่องเม็ก ถึงปราสาทวัดพู ..ก็ 77 กม. ขับกินลมชมวิวไป เราก็ไปถึงใน 2 ชม.
เปิด googlemaps ไปเลยค่ะ ..

อ้อ ซื้อ sim internet ของลาวค่ะ ... ใช้ได้ดีเหมือนกัน เปิดพี่กูเกิ้ลทั้งวัน ซื้อที่ด่าน ตอนลงไปทำเรื่องข้ามลาว มีคนเดินมาขาย อย่าคิดมากค่ะ ซื้อเลย และซื้อประกันรถตามเค้าแนะนำ อยู่บริเวณใกล้กันกับที่เค้าทำเรื่องผ่านแดน แลกเงินกีบมาให้เรียบร้อย





พี่กูเกิ้ลแมป ก็พามาถึงปราสาทวัดพูอย่างง่ายดาย จ่ายค่าเข้าไปตามระเบียบ
จะมีรถมารับเข้าไปที่ตัวปราสาท



โชว์ตั๋วแล้วก็นั่งเลย



ระยะทางก็ไกลพอสมควรถ้าเดิน แต่นั่งรถก็แป๊บเดียว ผ่านบาราย มีคนมาหาปลาด้วย 



ขากลับก็ขึ้นรถตรงที่เค้ามาจอด แป๊บ ๆ คันใหม่ก็มาค่ะ ไม่ต้องกลัว



ด่านแรกก็จะเจอ เสานางเรียง เรียงรายตรงทางเข้าปราสาท



ปราสาทหินวัดพู เป็นมรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว เป็นโบสถ์พราหมณ์ที่สร้างถวายพระศิวะ ตั้งอยู่บนเนินเขาภู หรือเรียกกันว่าภูเก้า (หมายถึงมวยผม)

อยู่ห่างจากตัวเมืองเก่าจำปาศักดิ์ประมาณ 6 กิโลเมตร
ลักษณะของปราสาทเป็นเทวสถานขอม คล้ายกับเขาพระวิหาร
สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 12 ในสมัยของพระเจ้ามเหนทรวรมัน
โดยพระยากัมมะธา ถือว่าเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด






ชั้นกลางซึ่งมีปรางค์ 2 หลังขนาบข้าง สันนิษฐานจากภาพสลักรูปเทพเจ้าว่า ปรางค์ด้านขวามือเป็นสถานที่บวงสรวงบูชาสำหรับบุรุษ ส่วนปรางค์ทางซ้ายมือเป็นสถานที่บวงสรวงสำหรับสตรี







ถัดมาเป็นบันไดสูงชันที่ทอดสู่ชาลาชั้น 3 ผ่านทิวแถวของต้นจำปาเรียงรายสองข้างทางมาถึงปรางค์ประธานตั้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของเทวรูป ทับหลัง และต้นไม้น้อยใหญ่







จขบ. ไม่ได้เดินขึ้นไปถึงชั้นบน .. รออยู่แถวต้นจำปาลาวนี่เอง ..
ขาล้า ๆ .. เลยไม่เดินต่อ เพิ่งกลับมาจากทริปปีนเขาที่ญีปุ่น และต้องขับรถอีกไกล



ได้ยินเสียงคนบอกกันว่า ให้หาดอกจำปาลาว 6 กลีบ .. แหม ดอกไหน ๆ ก็มีแค่ 5 กลีบ ยากไป ..



จับเด็ก ๆ แถวนั้นเล่น มาขายน้ำศักดิ็สิทธิ์บ้าง ขายขนมบ้าง .. แล้วก็วิ่งเล่นกัน ไล่กันกลับบ้าน



ที่นี่มีแพะของชาวบ้านมาหาอาหารกิน .. เจ้าตัวโตนี้่ คุ้ยขยะ .. เค้ามีฝาปิด นางก็เอาหัวดันออก แล้วก็จกถุงพลาสติกมากิน ห้ามก็ไม่ทัน ..



ส่วนตัวลูกนี่.. กินธูปค่ะ .. เฮ้อ ...

สรุปว่าตัวเองเลยขึ้นไปไม่ถึงตัวปราสาทวัดพูจริง ๆ ..
จิ๊กรูปจากบัดดี้มาโชว์แทนก็แล้วกันนะคะ



ปราสาทวัดพููแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดูไศวนิกาย แต่ปัจุบันศิวลึงค์ได้ถูกนำออกมาและเปลี่ยนไปเป็นพระพุทธรูปแทน ชาวบ้านนิยมนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา และเรียกปรางค์ประธานแห่งนี้ว่า หอไหว้

มองจากภาพด้านบนลงไปข้างล่าง เห็นบทสรุปของปราสาทแห่งนี้ตามที่เล่า



ขากลับออกมา ผ่านร้านขายอาหาร .. บ้าน ๆ แต่ดูน่ากิน







แต่ยังไม่ชิมค่ะ เราจะเข้าไปพักเมืองปากเซ ค่อยไปหาอะไรกินในปากเซ



เส้นทางกลับไปปากเซ ก็เส้นเดิมค่ะ มีความรื่นรมย์คือ วิวดี ขับรถเลียบแม่น้ำโขงไป
แวะบ้างเป็นบางจุด ..



วัดอะไร จำชื่อไม่ได้ แต่อยู่ติดริมโขง ติดถนนแบบมองเห็น ก็เลยจอดชมวิว



มีฝรั่งมาปั่นจักรยานมานั่งอ่านหนังสือริมโขง .. ก่อนหน้าเราจะมา

จริง ๆ น่าจะมาพักเมืองนี้มากกว่าที่ปากเซนะคะ ชอบบรรยากาศจำปาสักมากกว่าปากเซ



่่ความใกล้จะค่ำ .. อยู่รอพระอาทิตย์ตกไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวต้องเข้าปากเซ



สวย ไม่อยากจากไปไหน ..

ในที่สุดก็มืดระหว่างทางค่ะ ก่อนถึงปากเซ .. คือพอผ่านด่านเก็บเงินที่จะเข้าปากเซแล้ว ถนนเหลือแค่ 2 เลน รถเยอะมาก ..
แล้วดันมีวงเวียน ขับรถชิดเลนขวาแล้วเข้าวงเวียนนี่ เป็นอะไรที่งงสุดยอด ...

แถมวนไปวนมาตามพี่กูเกิ้ลบอก กว่าจะถึงที่พัก (ลองไม่เปิดพี่กู ขับเอง สวนเลนสนั่น เค้าบีบแตรสนั่น.. โอย ขาสั่น)

เราไม่ย้ายไปพักที่ไหน พักที่เดียวแล้วขับรถเที่ยวค่ะ .. ที่พักของเราก็คือ Alisa Guest House ที่มีด้านหลังเป็น โรงแรม Alisa .. แต่ราคาคนละเกรด ไปจอดรถไว้ที่หน้าโรงแรมได้ .. ของเราเอาง่าย ๆ ค่ะ ประหยัด





ห้องพักก็ไม่เลวค่ะ ไม่หรู แต่สะอาด จองเตียง 3 คนนอน ไว้ แต่เพื่อนไม่มา 1 ยกเลิกห้องไม่ได้ เลยเลยตามเลย .. นอนสบายดี คนเดียวนอนเตียงใหญ๊ใหญ่

จากหน้าต่างห้องเรา มองเห็นรถที่เราจอดไว้หน้าโรงแรมอลิสา ด้วย อุ่นใจค่ะ ..




ไปหาของกินกัน เดินแถว ๆ หน้าโรงแรม แป๊บเดียวก็เจอร้านอาหารชื่อดัง ให้ได้ฝากท้องไว้ทุกเช้า เย็น





สิ่งที่ประทับใจมากกว่าอาหาร คือ ความกระตืนรือล้นในการให้บริการของเด็ก ๆ ลูกจ้างในร้าน .. แถมยังมีลูกหลานเจ้าของร้าน ยังอยู่ในชุดนักเรียน เรียน รร.นานาชาติ เลิกเรียนแล้วมาช่วยพ่อแม่รับ order เสริฟอาหาร คุยกับฝรั่งได้แบบไม่อายเลย







ท้องอิ่มก็เดินกลับโรงแรม ค่าเสียหาย จำไม่ได้ค่ะ บัดดี้เป็นคนจด ราคาอาหารจานเดียวก็ราว ๆ 25 พันกีบ - 40 พันกีบแล้วแต่ความรู้หรา





มีโต๊ะมาตั้งริมถนนเยอะเลย ได้ความว่า เป็นวันหวยออก เค้ามาขายหวยลาว
ดูแล้วงง ... มีตัวเลข แถมมีสัตว์อะไรด้วยไม่รู้ ..



อุปกรณ์การขายหวย ..



สรุปก็ไม่ได้ซื้อค่ะ เพราะ ... งง

ขอนอนเอาแรงก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะไปเที่ยวน้ำตก ..


 


Create Date : 04 กรกฎาคม 2563
Last Update : 4 กรกฎาคม 2563 21:47:27 น. 5 comments
Counter : 234 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณKavanich96, คุณtuk-tuk@korat, คุณไวน์กับสายน้ำ


 
อยากไปเที่ยวแล้ว...


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 5 กรกฎาคม 2563 เวลา:6:20:54 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 7 กรกฎาคม 2563 เวลา:2:24:20 น.  

 
อยากไปวัดพูค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 กรกฎาคม 2563 เวลา:13:19:47 น.  

 
ผมก็ เกร็งในการขับรถชิดขวา เผลอ ๆ จะชนคนอื่นเพราะเรา
เคยชินกับชิดซ้าย 555

ถ้าที่ไหนมีวงเวียน หรือตอนเลี้ยวสี่แยกหรือสามแยก



โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 10 กรกฎาคม 2563 เวลา:5:42:57 น.  

 
จำได้แล้วค่ะ ..
วัดริมแม่น้ำโขงที่เราแวะ คือ วัดทาด เมืองจำปาสัก แขวงจำปาสัก ค่ะ


โดย: poongie วันที่: 13 กรกฎาคม 2563 เวลา:19:34:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

poongie
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




มามะ มาเที่ยวกัน มามะ มาถ่ายรูปกัน..
I'm an one who fall in love with photographing and travelling, Let's travel by my photos together.
...การท่องเที่ยว คือกำไรของชีวิต.. ช่วงนี้เลย .. หัด .. ค้ากำไร .. เกินควร ถึงรูปจะไม่สวย เรื่องจะไม่เด่น แต่ขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อกนะคะ
Visitor Map
Create your own visitor map!
New Comments
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2563
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
4 กรกฏาคม 2563
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add poongie's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.