ไปไหนไปกัน..คว้ากล้อง.. ส่องเลนส์..

นอนฟังเสียงน้ำไหลริมลำธาร ในหมู่บ้าน Shirakawago




ไหน ๆ ก็ได้ดั้นด้นมาถึงหมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago แล้ว ... เช้าไปเย็นกลับไม่จุใจคนอย่างเรา

พักเลย .. ครั้งแรกนู้นเราพักที่ Hisamatsu Minsyuku บริการเค้าก็ดีจริง แต่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง



เลยจองที่พักที่นี่ YOkichi Minsyuku : มีคุณ Saeko Kawabuchi เป็นเจ้าของ
351 Ogimachi, Shirakawa-mura, Ohno-gun,
Gifu-pref 501-5627 Tel. 05769-6-1417 Fax 05769-6-1854


เราไม่ได้โทรมาจอง หรือจองกับ information center ของ Shirakawago หรอกค่ะ เราจองเร็วไป เค้าไม่เปิดให้จอง แต่จองกับ Japaneseguesthouses.com เคยใช้บริการเวปนี้ตอนจองที่พักบน Murodo ค่ะ



กางแผนที่แล้วจองเลย .. ตัวบ้าน หมายเลข 28 อยู่ริมแม่น้ำ Shokawa ... เดินจากสถานีรถบัสมาแป๊บเดียวบนถนนเมนหลักของหมู่บ้าน ..



เรามาถึงก่อนเวลาเช็คอิน คุณซาเกโกะ คาวาบุชิ มาต้อนรับ อธิบายการพักในบ้าน ระเบียบบ้าน เวลารับประทานอาหาร เวลาใช้ห้องน้ำ แจกแผนที่และแผ่นพับ บัตรส่วนลดสถานที่ในหมู่บ้าน แล้วให้เราไปเดินเล่นในหมู่บ้านก่อน แล้วค่อยกลับมาเข้าที่พัก



ริมแม่น้ำที่ว่า ... น้ำไม่เยอะ เรียกลำธารได้มั้ยคะ .. แต่ขอโทษค่ะ เสียงน้ำไหลไหลแรงมาก ..



ตัวบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวหลังคากัสโซ่ มีห้อง 2 ฝั่ง คือฝั่งติดถนนและฝั่งติดแม่น้ำ .. ห้องกั้นด้วยประตูบานเลื่อน สามารถถอดออกให้ห้องทะลุเชื่อมกันหมดได้ บ้านหลังนี้ใช้เป็นที่จัดพิธีจัดเลี้ยงในงานประจำปีในหมู่บ้าน ถอดบานประตูออกแล้วได้ห้องใหญ่จุคนได้ทังหมู่บ้านเลยล่ะ



ที่นี่เลี้ยงสุนัขไว้ตัวนึง นางนอนเฝ้าเหงา ๆ อยู่หน้าบ้าน แต่ตอนเช้า พ่อบ้านจะพานางออกไปเดินเล่น นางร่าเริงมากค่ะ ..

เราได้ห้องพักฝั่งที่อยู่ติดแม่น้ำ ด้านหลังบ้าน เป็นส่วนตัวไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาให้เสียบรรยากาศ แถมยังเปิดประตูออกไปฟังเสียงน้ำไหล เดินสำรวจสวนผักหลังบ้านได้



สวนหลังบ้าน แหล่งเสบียง .. การมาพักในหมู่บ้านต้องอาศัยรับประทานอาหารเช้าและค่ำกับเจ้าของบ้านค่ะ เพราะไม่มีร้านไหนขาย .. ค่ำมาเค้าก็กลับบ้านกัน ร้านค้าส่วนหนึ่งเป็นคนนอกพื้นที่มาเปิด เช้าไปเย็นกลับ



เห็นสภาพห้องพักกันแล้ว แน่นอนว่าคืนนี้ฟินแน่ ๆ .. แต่ไปเดินเล่นกันก่อนค่ะ หิวข้าวเที่ยงสุด ๆ ...



คุณน้องขาใส่ชุดหญิงไทยใจงามไปเดินอวดโฉมให้ชาวประชาดู ..



นี่เป็นบ้านฝั่งตรงข้ามบ้านพักของเรา เปิดให้นักท่องเที่ยวพักเช่นกันค่ะ ..



รับประทานอาหารเที่ยงในร้านค้าเส้นกลางหมู่บ้าน .. จัดเลยค่ะ เนื้อย่างฮิดะอันขึ้นชื่อของจังหวัดกิฟู .... ย่างบนใบแมคโนเลีย (คราวนี้รู้แล้วนะคะ ว่าใบอะไร .. เค้าจะไปเก็บใบไม้แห้งนี้จากในป่า เลือกที่สมบูรณ์ นำมาล้าง ตากแห้ง มัดขายเป็นพับ ๆ .. ชาวหมู่บ้านนิยมเอามารองเนื้อ หรือรองมิโซะ ย่างบนไฟ จะได้กลิ่น ..หอม อันเป็นธรรมเนียมวิธิกินอาหารของคนที่นี่) จัดไปค่ะ ชุดพร้อมข้าวพร้อมซุป ..

เนื้อฮิดะ นุ่มละลายในปาก อร่อยชนิดใครไม่กินเนื้อ เสียดายไปเลยค่ะ ...

อิ่มแล้วมีแรงไปเดินเที่ยวกันต่อ แดดเดือน ก.ย. นี่ร้อนมาก ๆ ค่ะ ..











เขียว สบายตา ดอกไม้ก็บานสบายใจ





เวลาเหลือเฟือ .. เดินไปชายหมู่บ้าน เส้นทางที่เราไม่ได้เดินไปชมเมื่อมาคราวก่อนโน้น..



ดูในแผนที่เหมือนกับว่าการเดินรอบหมู่บ้านจะหนักหนาสาหัสเอามาก ๆ แต่พอเดินจริง ๆ .. ไม่เหนื่อยค่ะ มีอะไรให้ดูเรื่อย ๆ .. สำคัญว่า เวลาน่ะ ..พอมั้ย



มุมยอดฮิตในโปสการ์ดค่ะ ... บ้าน 3 หลังมีฉากหน้าเป็นทุ่งนา



จังหวะไม่ดี เค้าเกี่ยวข้าวไปแล้ว เลยได้ทุ่งนาเขียวกะหรอมกะแหรมเป็นกับแกล้ม .. คนญี่ปุ่นปลูกข้าวหมุนเวียนได้ตลอดปี (ยกเว้นช่วงหิมะตก) นาข้าวของเค้าจะมีข้าวหลาย ๆ รุ่นอายุ .. คนญี่ปุ่นตกใจเล็กน้อยที่รู้ว่าไทยส่วนมากทำนาได้ปีละครั้งเดียว มีส่วนน้อยที่ทำได้ 2 ครั้ง .. เค้ามีพื้นที่น้อย ต้องปลูกข้าวบ่อย ๆ ถึงจะมีข้าวที่เป็นอาหารหลักกินได้ทั้งปี ข้าวของคนญี่ปุ่นไม่ต้องการน้ำมาก ต้นข้าวไม่ต้องสูง แต่รวงหนัก ๆ .. เนื้อ ๆ เต็ม ๆ





ข้าวที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว กับข้าวรุ่นเด็กที่จะเติบโตมาแทนที่ ..



ข้าวรุ่นสาวกำลังเป็นทุ่งรวงทองก็มีค่ะ บอกแล้ว เค้ามีหลายรุ่น ..











เดินจนครบเป็นวงกลม.. ได้เหงื่อ เพราะร้อนมาก ... ยังไม่ถึงเวลากินข้าว แต่เข้าห้องพักได้แล้ว ... กลับที่พักสุดฟินดีกว่า...



อาบน้ำอาบท่าให้ชื่นใจ แล้วค่อยไปดักแสงเย็นของวิวบนเขา .. แล้วค่อยกลับลงมารับประทานอาหารเย็น ..



คุณน้องขาเปลี่ยนเครื่องทรงแล้ว ... สดใสซาบซ่า ..



วิวจากจุดชมวิวบนเขา .. (อาบน้ำแล้วก็มาเดินให้เหงื่อออกอีก .. 55)









คุ้งน้ำบ้านพักของเรา ..

แสงเย็นเน่าซะ ... ได้มาแค่นี้



กลับไปรับอาหารเย็นดีกว่า ... เราควรตรงต่อเวลาค่ะ






ได้กินเนื้อฮิดะย่างอีก..ฟินได้อีก..

พักที่นี่ .. สบาย ๆ ค่ะ วันที่พักมีแขก 3 ห้อง เป็นครอบครัวไต้หวันมีเด็กมาด้วย 2 คน เสียงดังเล็กน้อย รับได้ค่ะ อีกห้องเป็น 2 สาวชาวตะวันตก พักฝั่งติดถนน...



ทีแรกกะจะลงไปเดินริมลำธาร .. แต่ขอโทษค่ะ .. เค้าคือแม่น้ำ มีความต่างระดับกับตัวบ้านมาก ถ้าจะไปเดินเลียบริมแม่น้ำต้องไปลงอีกทางนึง ถึงจะลงไปได้ แต่ไม่เป็นไรค่ะ แค่ฟังเสียงน้ำไหลก็พอ (พอตกกลางคืน เสียงน้ำไหลแรงมาก ..เพราะทั้งหมู่บ้านเงียบมาก)

ตากลม ชมวิวแม่น้ำได้ไม่นานค่ะ .. ต้องรีบปิดประตู ยุงจะหาม..
เมื่อไม่มีสิ่ง entertain ใด ๆ ..ยามค่ำ .. (ไม่มีทีวีนะคะ) เราก็ออกไปเดินเล่นค่ะ .. เจ้าของที่พักเตรียมไฟฉายให้เราด้วย เพราะข้างนอกมืดมาก



ลืมเล่าเรื่องอาบน้ำ .. พักมินชุกุแบบนี้ใช้ห้องน้ำรวมร่วมกันทุกคนในบ้านค่ะ .. แต่ละบ้านก็จะมีกฎกติกาในการใช้ห้องอาบน้ำต่างกัน .. อย่างบ้านนี้ อาบได้เฉพาะมื้อค่ำค่ะ มื้อเช้าห้องอาบน้ำไม่เปิด (แต่ห้องสุขาเปิดนะคะ แยกห้องกัน) ...

จัดห้องอาบน้ำในบ้านซะก่อน .. เข้าทีละคนก็ได้ค่ะ เวลาใช้ก็ล็อคห้องจากข้างใน .. ใครตะขิดตะขวงใจไม่อยากแช่น้ำอุ่นก็ไม่ต้องแช่ .. แค่คนชินแล้ว แช่โล้ดค่ะ .. การได้แช่ตัวในน้ำอุ่น ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยขบจากการเดิน เดิน เดิน และเดินเที่ยวได้เป็นอย่างดี





ส่วนมื้อเช้า พี่ไทยไม่อาบน้ำไม่ได้หรอกค่ะ .. ใช้บริการโรงอาบน้ำสาธารณะในหมู่บ้านสิคะ เค้าให้บัตรส่วนลดมาจำไม่ได้ค่ะ ว่าเหลือกี่ร้อยเยน



ชุดออกไปอาบน้ำยามเช้า .. เดินเที่ยวได้อีก ..





เดินไปไม่ไกลหรอกค่ะ แต่ออกแนวเถลไถลนิดนึง .. ถึงแล้ว โรงเตี้ยมสุดเก๋เป็นทั้งเรียวคังและโรงอาบน้ำ ..





มีตู้หยอดเหรียญด้วย ราคาตามนั้น .. แต่เรามีบัตรลดเลยไม่กดที่ตู้ จ่ายเงินให้พนักงานต้อนรับไปเลย เช้า ๆ คนโล่งมาก



บรรยากาศ .. แอบถ่ายค่ะ ไม่มีคน ... อันนี้ indoor




ส่วนนี่ outdoor และห้องแต่งตัว เห็นคนไหว ๆ คนนั้นคือคุณน้องขาเองค่ะ ..



ละเลียดมากไม่ได้ ต้องรีบกลับไปรับอาหารเช้า .. ให้ตรงเวลา .. แต่กระนั้้นก็ได้อาบมันทุกบ่อ .. (อีกล่ะ)



มื้อเช้าเรียบง่ายไปหน่อย .. ปกติจะมีปลาย่าง แต่มื้อนี้มีไข่ แต่มีเมนูพิเศษในพื้นที่ คือ Hoba Miso : มิโซะย่างบนใบแม็กโนเลีย เค้าว่าของเค้าก็เริ่ดสุดในปฐพีแล้วล่ะ แต่อาจไม่ถูกปากหลายคน โดยเฉพาะ 2 แหม่ม มีแหม่มนึง เอามิโซะย่างทั้งหมดกวาดลงไปคลุกข้าวกิน จะห้ามก็อยู่ไกลเกิน ไม่ทันซะแล้ว ... ปรากฎว่า นางกินไม่ได้ .. ก็แหงล่ะค่ะ แค่ป้ายมาแค่ปลายตะเกียบกินกะข้าวคำโต ยังเค็มเลย

นางก็บ่น ๆ ๆ .. แล้วทิ้งตะเกียบ ออกจากห้องไปด้วยความไม่ประทับใจ .. แต่อาหารอย่างอื่น OK นะคะ ผักสด ฟักทองหวานฉ่ำ สาลี่หวานกรอบ ซุปมิโซะก็อร่อย ..



กินข้าวเสร็จยังพอมีเวลา .. ไปเดินเล่นอีกหน่อยค่อยกลับมารับกระเป๋าไปขึ้นรถบัสกลับเข้า Kanazawa เช้าพอที่ทันได้เห็นรถเก็บขยะมาจัดการกับขยะ ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาเยือน





วัดอีกวัดนึง .. ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ริมแม่น้ำ



สะพานข้ามแม่น้ำ .. ที่ใคร ๆ ต้องมาข้ามไม่งั้นมาไม่ถึง .. ฝั่งตรงข้ามเป็น information center และจุดจอดรถทัวร์ของบริษัททัวร์ (ส่วนรถสาธารณะจะจอดอีกมุมเมืองของหมู่บ้าน)



แม่น้ำ Shokawa กับวิวใบไม้ที่ยังไม่เปลี่ยนสี เดือนกันยายน .. ฤดูไหนก็สวยนะ ..



เดินเล่นได้อีกรอบ .. ประทันใจหลาย ..





ร้านค้ายามเช้า .. เตรียมเปิดร้านค่ะ





อำลาเจ้าตัวเล็ก ..

และคุณเจ้าของบ้าน ..



อิ่มเอม สมประสงค์ .. บ๊ายบายค่ะ



ความเดิม ตอนที่แล้ว

เยือนหมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago ด้วย Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass






 

Create Date : 29 เมษายน 2560
0 comments
Last Update : 1 กรกฎาคม 2560 22:03:38 น.
Counter : 1124 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
poongie
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




มามะ มาเที่ยวกัน มามะ มาถ่ายรูปกัน..
I'm an one who fall in love with photographing and travelling, Let's travel by my photos together.
...การท่องเที่ยว คือกำไรของชีวิต.. ช่วงนี้เลย .. หัด .. ค้ากำไร .. เกินควร ถึงรูปจะไม่สวย เรื่องจะไม่เด่น แต่ขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อกนะคะ
Visitor Map
Create your own visitor map!
New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
29 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add poongie's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.