WELCOME! WELCOME! and WELCOME!
 
Wilderness

ผู้แต่ง: Tensiel

แปล: ตรองสิริ

สำนักพิมพ์: ROSE

ทิ้งช่วงไปนานเพราะไม่รู้จะเลือกเรื่องอะไรมาเขียนดีค่ะ เกลียดเหตุผลนี้มาก แต่มันเรื่องจริงเลยนะเนี่ย ปัญหาของเรานี่นะคะ ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะเขียนหรืออ่านไม่ทันอะไรแบบนั้น เปล่าเลย ปัญหาก็คือ บางเรื่องอ่านไปแล้วทิ้งช่วงนานไปหน่อย ก็เลยทำให้ลืมรายละเอียดไปหลายอย่าง แล้วก็เลยทำให้ขี้เกียจมาเปิดอ่านดูอีกรอบ ปกติก็เป็นคนความจำดีหรอกค่ะ แต่บางทีเราอ่านหนังสือติดลมไปหน่อย เรื่องนี้จบปุ๊ป ต่อด้วยเรื่องใหม่ทันที ก็ไม่พ้นต้องดองเรื่องเก่าไปก่อน ดังนั้น หลายๆ เรื่องเลยนะคะที่เราเอามาเขียนนี่คือ อ่านเกิน 1 รอบ เพราะต้องมาอ่านทวนใหม่อีกรอบ ขยันอะไรขนาดนั้นเนาะ

 

สำหรับ Wilderness เนี่ย ครั้งแรกที่อ่านจบ (หมายถึงรอบแรกน่ะค่ะ) เรากะว่าจะไม่เขียนถึงดีกว่า เพราะมัน... ยังไงดีล่ะ ลังเลน่ะค่ะ มันมีอะไรหลายอย่างที่เรารู้สึกว่าจะเขียนถึงดีไหมนะ แต่สุดท้าย ไม่รู้นึกยังไง หยิบมาอ่านอีกรอบ ก็ปรากฏว่า เออ... ก็เขียนถึงได้นี่ มันก็เป็นหนังสือที่อ่านสนุกเรื่องนึงเหมือนกัน สารภาพตามตรงก็คือ เราไม่ค่อยอินกับแนว mpreg ล่ะมังคะ คือถ้าเป็นปกติ เราคงไม่อ่านเลย ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ แต่ว่าเราไม่ชอบอ่านแนวนี้ แล้ว Wilderness มันต่างไปยังไงล่ะ

คือข้อแรกเลย เราไม่รู้ว่ามันจะมีการรีเฟอร์ถึงประเด็นนี้ ถ้ารู้เราคงไม่ซื้อมาอ่านตั้งแต่แรก แต่พอมันไม่รีเฟอร์ถึง แล้วพออ่านๆ ไป มันก็รับได้อยู่นะ ข้อสอง เพราะนิยายเรื่องนี้มันออกแนวแฟนตาซีเต็มสูบเลย มันเลยไม่ค่อยรู้สึกขัดเขินอะไรเวลาอ่าน  คือเราอ่านแล้วรู้สึกโอเค เข้าใจได้ และเมคเซ้นส์ พอเราหยิบมาอ่านรอบสองก็ไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่จะเขียนถึงแล้ว ก็พอไหนๆ ก็หยิบมาอ่านแล้ว ก็เขียนถึงซะเลยก็แล้วกัน




เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องของเหล่าอสูรทั้งหลาย ที่ก็ใช้ชีวิตรวมกับมนุษย์ทั่วไปตามปกตินี่แหละค่ะ เพียงแค่มนุษย์ไม่รู้และแยกไม่ออกเท่านั้นเอง โดยอสูรทั้งหลายก็จะถูกแบ่งเป็นตระกูลต่างๆ ไป โดยประมุขอสูรทั้งปวงก็อยู่ตระกูลยอ ส่วนอสูรเลือดราชันย์ที่หายากยิ่งนั้นปรากฏอยู่เพียงไม่กี่ตน ที่โดดเด่นที่สุดเกินใครก็คือ แทกูกยอง แห่งตระกูลแทนั่นเอง เอาเป็นว่าจริงๆ ก็มีอยู่หลายตระกูล แต่หลักๆ คือสองตระกูลนี้นะคะ แล้วอีสองตระกูลนี้ก็ไม่ค่อยจะถูกกัน ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องการคานอำนาจอะไรกันเทือกนี้นั่นแหละค่ะ

ทีนี้แทกูกยอง พระเอกอสูรสุดหล่อของเรื่องเนี่ย ก็จะออกแนวคุณสมบัติล้ำเลิศไปหมดล่ะไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปสมบัติหรือทรัพย์สมบัติ แต่ข้อเสียก็ช่างมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นนิสัยเอาแต่ใจ ไม่สนโลก ไม่สนใจเรื่องการแย่งชิงอำนาจอะไรทั้งสิ้น เวลาโกรธเกรี้ยวเลือดขึ้นหน้าก็อำมหิตน่าดูเชียว แล้วชีวิตของแทกูกยองนั้นทุ่มเทให้กับคนเพียงคนเดียวก็คือ อีซึงโด เท่านั้น อีซึงโดจริงๆ เป็นคนธรรมดานะคะ แต่เพราะมีสายเลือดของผู้ชี้ทางที่สำคัญต่อเผ่าอสูรมาก แถมยังเป็นอีกหนึ่งแรร์ไอเท็ม ที่หายากพอๆ กับอสูรเลือดราชันย์นั่นล่ะค่ะ

เอาเป็นว่า แทกูกยอง กับ อีซึงโด เนี่ยเค้ามีความผูกพันใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เพราะเหล่าอสูรนี่พวกนางจะซัฟเฟอร์มากอยู่ในช่วงพระจันทร์เต็มดวง โดยเฉพาะพวกอสูรเลือดราชันย์พวกนี้ ถึงจะแข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ต้องทนทรมาณกับความเจ็บปวดของร่างกายยิ่งกว่าใคร ผู้ชี้ทางจึงเข้ามาทำหน้าที่เหมือนยาที่ช่วยบรรเทาอาการ ฟื้นฟูอาการเจ็บปวดเหล่านี้ให้ แถมยังมีคุณสมบัติทำให้ร่างกายสบายขึ้นด้วย แค่อยู่ใกล้ๆ สัมผัสเนื้อตัวเท่านั้นเอง ทีนี้อีซึงโดก็เป็นคนทำหน้าที่นี้ให้กับแทกูกยองมาตั้งแต่ไหนแต่ไรมา แต่ก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้น จะเรียกว่าโศกนาฏกรรมก็ไม่ผิดนัก ทำให้แทกูกยองเผลอไปทำร้ายอีซึงโดจนเกิดเป็นแผลใจขึ้นมา แม้ต่างคนต่างรู้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ที่สุดก็ทำให้ทั้งสองต้องแยกกัน และมีลูกชายที่เป็นผลพวงของเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นด้วย

ที่จริงสองคนนี่ก็รักกันมากแหละค่ะ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง จึงทำให้เกิดช่องว่างอันยากประสานขึ้น แต่แทกูกยองก็รักอีซึงโดมากจริงๆ เพราะถึงจะแยกกันอยู่ แต่พี่แกก็คอยตามไปดูแล อยู่ใกล้ๆ ทั้งตามใจ ทั้งเอาใจ ไม่ล้ำเส้นเลย เรียกว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมอีซึงโดเป็นเด็ดขาด ตัวเองก็เว้นระยะจากอีซึงโดด้วย เพราะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายอึดอัดและลำบากใจ สำหรับอสูรนิสัยมุทะลุ ที่ไม่ว่าต้องการอะไรก็ต้องได้แล้ว แทกูกยองยอมลงให้กับอีซึงโดแค่คนเดียวจริงๆ น่าชื่นชมกับความรักของอสูรตนนี้มากเชียวค่ะ

ตอนหลังอีซึงโดถึงค่อยๆ ยอมใจอ่อน แล้วก็เริ่มเปิดใจรับเอาลูกชายเพียงคนเดียวของทั้งคู่เข้ามาในชีวิตในที่สุด ที่จริงอีซึงโดรักลูกนะคะ แต่เพราะเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจเจ้าตัวมากในตอนนั้นทำให้เกิดความกลัวขึ้นหลายอย่าง กว่าจะเปิดใจได้อีกครั้ง แทกูกยองต้องใช้เวลานานถึง 5 ปีทีเดียว พร้อมกันนั้นชีวิตของอีซึงโดก็มีอสูรเลือดราชันย์มาให้ได้ดูแลอีกตนนึง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลยอนั่นเอง

อสูรน้อยยออึนแทที่จริงก็มีชีวิตที่น่าสงสารไม่น้อยล่ะค่ะ ถึงขั้นหมดอาลัยกับชีวิตและหนีออกจากบ้านเพื่อไปตายเอาดาบหน้าเลยทีเดียว คือจะไปหาที่ตายจริงๆ เลยนะ เด็กตัวแค่นี้เอง แต่เคราะห์ดีที่ตัดสินใจหลบเข้าบ้านของอีซึงโดโดยบังเอิญ ชีวิตก็เลยเปลี่ยนมานับตั้งแต่นั้น แม้จะเป็นคู่ปรับของแทกูกยองที่จิกกัดกันตลอดเวลา แต่ก็เพราะเป็นอสูรสายเลือดราชันย์เหมือนกัน ยออึนแทก็ได้แทกูกยองนี่แหละคอยสอนนั่นสอนนี่ บวกกับการดูแลเอาใจใส่ของอีซึงโด และความน่ารักของแทอีกยอง ลูกชายของแทกูกยองกับอีซึงโดนั่นแหละค่ะ อสูรน้อยเลยเหมือนได้ตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีชีวิตชีวาและมีบทบาทเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ

นิยายเรื่องนี้เอาจริงๆ อ่านสนุกดีค่ะ เพราะมีเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครหลายๆ คู่ หลายๆ ตัวที่นำเสนอออกมาได้น่าสนใจดี สลับไปกับการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบในเรื่องของการชิงอำนาจกันในหมู่อสูรกันเองนี่แหละ อ่านไปลุ้นไป ตัวแทกูกยอง แม้ไม่อยากจะวุ่นวายกับเรื่องพวกนี้แค่ไหน แต่พอมันนำปัญหามาให้คนในครอบครัวที่ตัวเองรักเท่านั้นแหละ สุดท้ายก็ออกหน้าลุยเองทั้งในที่ลับและที่แจ้งเลย ชิงไหวชิงพริบให้ลุ้นกันไปอีก

อีกหนึ่งตัวละครที่เราว่าน่าสนใจและกวนตีนไม่แพ้พระเอกก็คือ นัมคังอู อสูรทรงพลังอีกตนที่นิสัยพอฟัดพอเหวี่ยงกับแทกูกยอง ทั้งความไม่ยี่หระ ไม่แยแสใคร ไม่สนโลก ทำอะไรตามใจตัวเองอย่างที่สุด แต่ก็เป็นคนนิสัยตรงไปตรงมาใช้ได้เลย ไปๆ มาๆ นัมคังอูที่ทีแรกต่อยตีกับแทกูกยองจนเลือดสาด ก็กลายมาเป็นคู่หูจำเป็นกับแทกูกยองเสียอย่างนั้น แม้ทั้งคู่จะยืนยันว่าเกลียดขี้หน้ากันแถมปากคอเราะร้าย จิกกัดกันทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า แต่กลับมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเสียยิ่งกว่าใคร เป็นความลงตัวที่ประหลาดมาก แล้วก็ตลกมาก จังหวะชิตคอมมากค่ะคู่นี้

นิยายเรื่องนี้ตัวละครเยอะมากค่ะ ดังนั้น จะขออนุญาตไม่หยิบมาพูดถึงมาก เพราะเดี๋ยวพอพูดถึงตัวนี้ ก็จะอดพูดถึงตัวนั้น และตัวโน้นขึ้นมาเรื่อยๆ อีกไม่ได้ เดี๋ยวจะลากยาวจนกลายเป็นวิทยานิพนธ์ไปเสียอีก กลับมาที่คู่พระเอกนายเอกของเราหน่อยดีกว่า คู่นี้พอได้เคลียร์ใจกันไปแล้ว ปรากฏว่ารักกันหวานชื่นซะ ชาวอสูรถึงกับไม่ไหวจะมองบนกันนะคะ หวานชื่นแค่ไหนก็เรียกว่าต้องระวังเรื่องการตั้งท้องกันขนาดนั้นเลยทีเดียว ว่ากันว่าผู้ชี้ทางเพศชายนั้นโอกาสท้องจะน้อยกว่า แต่อีซึงโดของเรานี่คือ แหกกฎทุกข้อ แถมแทกูกยองนี่คือขอให้ได้อยู่ใกล้ๆ ให้ได้ออดอ้อนเถอะ ขนาดคนอ่านอย่างเรายังอยากจะแหม..... เวลาอยู่กะคนอื่นนี่คือช่างหัวทุกสิ่ง แต่พออยู่กับคนรักล่ะก็ทูนหัวทูนเกล้าเอาอกเอาใจซะไม่มีค่ะ อยากจะรู้ว่าอสูรเลือดราชันย์จะแพ้ทางผู้ชี้ทางขนาดไหน อยากจะให้ลองไปหาอ่านกันนะคะ

พออ่านรอบสองไปก็รู้สึกว่ามันสนุกขึ้นจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะ เราก็มีเส้นบางๆ ขีดเอาไว้เหมือนกันว่าจินตนาการมันไปได้ไกลแค่ไหน ระดับ Wilderness เราโอเคนะคะ แต่ถ้าเยอะกว่านี้ก็อาจจะไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องคิดเหมือนเรา เพราะคนเราก็ชอบอะไรไม่เหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ เราถึงเลือกที่จะไม่เขียนถึงเรื่องที่เราไม่ชอบ เพราะไม่อยากให้คนอื่นที่ชอบเค้าเสียความรู้สึกน่ะค่ะ เราไม่ชอบก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดี ก็แค่ไม่ถูกจริตเราเท่านั้นเองค่ะ แต่ในเรื่องของจิตนาการและการวางพล็อต สำหรับเรื่องนี้เรายกนิ้วให้นะ รายละเอียดเยอะก็จริง แต่ก็อ่านได้สนุกเชียวค่ะ นิยายความยาว 3 เล่ม แบบไม่หนาจนน่าหนักใจอะไรมากมาย 

อย่าลืมลองไปหาอ่านกันดูนะคะ ยิ่งใครที่มาสายแฟนตาซีน่าจะชอบได้ไม่ยากค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะว่าเราจะหยิบเรื่องอะไรมาเขียนถึงอีก
 


Create Date : 01 สิงหาคม 2563
Last Update : 1 สิงหาคม 2563 15:24:24 น. 0 comments
Counter : 44 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

fingers-crossed
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวังว่าจะได้รับความบันเทิงจากการเข้าเยี่ยมชม Blog กันถ้วนหน้าจ้ะ
[Add fingers-crossed's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com