www.Chadalaem.com // Welcome to my Beauti-land
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
สาระ // สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ...คอนแทคเลนส์ หรือเลนส์สัมผัส



จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา Food and Drug Administration

*สามารถ download เอกสารทางให้ความรู้ จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา Food and Drug Administration ได้ที่นี่ค่ะ สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ คอนแทคเลนส์ หรือ เลนส์สัมผัส


คอนแทคเลนส์ หรือเลนส์สัมผัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีวิวัฒนาการของการคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาการที่ต้องสวมใส่แว่นตาสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตา และเพื่อให้เกิดความสะดวกและประโยชน์สำหรับผู้ที่มีสายตาผิดปกติที่ไม่สามารถใช้แว่นตาได้ เช่น สายตาสั้นมาก หรือใช้ในการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับตาหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น ในปัจจุบันได้มีกระแสแฟชั่นใส่คอนแทคเลนส์ หรือเลนส์สัมผัสเพื่อความสวยงาม ที่ทำให้มองเห็นตากลมโตแบบดาราเกาหลี หรือ ญี่ปุ่น ระบาดเข้ามาสู่วัยรุ่นไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหญิง

โดยคอนแทคเลนส์ ประเภทนี้เหมือนกับคอนแทคเลนส์แฟชั่นที่มีหลายสีให้เลือก แต่บริเวณตรงกลางมีลักษณะเป็นเลนส์ใสและบริเวณขอบเลนส์มีสีดำ หรือ สีเข้มต่างๆ ที่จะทำให้มองเห็นว่าผู้ใส่มีตาดำขยายใหญ่และกลมโตกว่าปกติ รวมทั้งสามารถหาซื้อได้ง่าย มีวางจำหน่ายตามร้านค้าแผงลอยทั่วไป ซึ่ง การใส่คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกวิธีนั้น อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตา กระจกตาเป็นแผล และอาจทำให้ตาบอดได้

จากผลการศึกษาของภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาล 435 ราย ปรากฏว่ามีจำนวนร้อยละ 18.6 (81 ราย) ที่ใช้คอนแทคเลนส์ โดยพบว่าร้อยละ 34 ของผู้ใส่คอนแทคเลนส์มีการใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่ถูกต้อง และร้อยละ 67 ไม่ได้ถอดคอนแทคเลนส์ ออกขณะนอนหลับในตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ใส่ คอนแทคเลนส์ร้อยละ 72 (42 ราย จาก 58 ราย) มีการติดเชื้อที่กระจกตาซึ่งบางรายมีอาการลุกลามจนต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาใหม่

การติดเชื้อที่กระจกตายังเป็นปัญหาในประเทศไทย การใส่คอนแทคเลนส์ และการใส่คอนแทคเลนส์นอนตลอดทั้งคืนยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ และถึงแม้ว่าการรักษาด้วยยาจะได้ผลดี แต่ภาวะการติดเชื้อที่กระจกตาอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นตามมาได้ ดังนั้น จักษุแพทย์ควรแจ้งให้ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ตระหนักถึงอันตรายเหล่านั้น และควรให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้ในการดูแลรักษาคอนแทคเลนส์ด้วย

1. ลักษณะของคอนแทคเลนส์

ลักษณะทั่วไปของคอนแทคเลนส์มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใส บางๆ ที่ผลิตขึ้นในรูปแผ่นกลมคล้ายกระทะ ทำให้มีความโค้งพอดีกับตาดำ ตัวเลนส์ที่ใช้จะมีกำลังหักเหของแสงเช่นเดียวกับเลนส์ที่ใช้กับแว่นตา ในระยะเริ่มแรกที่มีคอนแทคเลนส์นั้น เลนส์จะมีลักษณะใส ไร้สี ส่วนคอนแทคเลนส์สีนี้เพิ่งมีการใช้ในระยะสิบปีที่ผ่านมานี้ โดยวิธีการใช้จะต้องนำคอนแทคเลนส์มาวางบนตาดำ และน้ำตาจะเป็นตัวยึดให้เลนส์ติดกับกระจกตา และจะสามารถขยับเลนส์ได้เมื่อกลอกตาไปมา

2. ชนิดของคอนแทคเลนส์

2.1 คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft ContactLenses)

เป็นแผ่นพลาสติก นุ่ม ยืดหยุ่น และยอมให้ออกซิเจนผ่านได้จึงอาจทำให้ใช้ได้ง่าย และรู้สึกสบายกว่าใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง ในปัจจุบันวัสดุที่นำมาใช้ผลิตคอนแทคเลนส์จะมีลักษณะเป็นซิลิโคน ไฮโดรเจล (Silicone Hydrogels) เพื่อให้ดวงตาได้รับออกซิเจนมากขึ้นขณะที่ใส่คอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มมีหลากหลายชนิดปัจจุบันมีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ชนิดที่ใช้แล้วทิ้ง (Disposable Contact Lenses)ชนิดที่ระบุระยะเวลาการใช้ เมื่อครบกำหนดต้องเปลี่ยนใหม่เช่น ชนิด Daily หมายถึง การสวมใส่ได้ในแต่ละวัน หรือไม่เกิน 12 ชั่วโมง และชนิด Extended สามารถสวมใส่ได้ติดต่อกันตามระยะเวลาที่ระบุ เช่น 7 วันถึง 30 วัน แล้วทิ้ง แต่ไม่แนะนำให้ใส่ในขณะนอนหลับเด็ดขาด

2.2 คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่ก๊าซ

สามารถซึมผ่านได้ (Rigid Gas Permeable หรือ RGP Contact Lenses) สามารถใช้ได้นานกว่าและ ยากต่อการเกาะติดของคราบสกปรก อีกทั้งให้ภาพที่ชัดและละเอียดมากกว่า นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าเลนส์ชนิดนิ่ม แต่ไม่สะดวกสบายในการสวมใส่เท่ากับชนิดนิ่ม โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรกของการสวมใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งนี้ อาจต้องใช้เวลาถึง 1-2 สัปดาห์เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยในการสวมใส่

3. อันตรายที่เกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์

การสวมใส่คอนแทคเลนส์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะใส่เพื่อแก้ไขความผิดปกติของสายตา หรือใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นเพื่อความสวยงาม หากใช้โดยขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องหรือใช้ไม่ถูกวิธี รวมถึงการไม่ดูแลรักษาความสะอาดคอนแทคเลนส์ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่าง ๆ ต่อสุขภาพได้ เช่น

3.1 เกิดตุ่มอักเสบบนหนังตาด้านใน พบมากในผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม สาเหตุเกิดจากการระคายเคืองจากเลนส์ และอาการที่อาจเกิดต่อเนื่องตามมา เช่น ภาวะตาตก ตาแดง ระคายเคือง มองภาพไม่ชัด มีน้ำตา ตาไม่สู้แสง ฯลฯ

3.2 เกิดการอักเสบของกระจกตาและเยื่อตาขาว ส่วนที่สัมผัสกับคอนแทคเลนส์ อาการนี้มักเกิดจากการแพ้ หรือจากพิษข้างเคียงของวัตถุกันเสียหรือสารเคมีที่ใช้ฆ่าเชื้อ เป็นอาการแพ้ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นซึ่งอาจใช้เวลา 2-3 ปี นอกจากนี้ การเกิดสิ่งสะสมบนเลนส์หรืออาการตาแห้งจะทำให้อาการอักเสบเกิดมากขึ้น

3.3 อาการตาแห้ง ซึ่งมักเกิดจากการแพ้พบในผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์นาน 2-3 ปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ตาแห้งได้ เช่น

- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับ-ปัสสาวะ หรือยารักษาโรคหัวใจประเภทเบต้าบล๊อกเกอร์
- การกระพริบตาที่ผิดปกติl ตาโปนผิดปกติ
- ผิวของลูกตาผิดปกติ เนื่องจากมีจุดเหลือง ๆ บนกระจกตา หรือต้อลม หรือต้อเนื้อ
- ผิวคอนแทคเลนส์ไม่เรียบ

3.4 การอักเสบ ลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ ที่เยื่อบุผิวของกระจกตา เนื่องจากเกิดบาดแผลหรือการช้ำที่เยื่อตา ตาแห้ง มีอาการแพ้ หรือขาดออกซิเจน ซึ่งแผลจุดเล็ก ๆ อาจมารวมกันเข้าเป็นบริเวณใหญ่และเ

3.5 การติดเชื้อ เป็นอาการของโรคที่เกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์ที่เป็นอันตรายที่สุด เนื่องจากทำให้ตาบอดถาวรได้ พบในผู้ที่ใช้เลนส์ชนิดที่ใส่ติดต่อกันได้นานๆ หรือการติดเชื้อเกิดจากตัวผู้ใช้เอง หรือมาจากน้ำยาที่ใช้กับเลนส์ หรือภาชนะบรรจุเลนส์ และโดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

4. คำเตือน ข้อควรระวัง และข้อห้ามใช้สำหรับคอนแทคเลนส์

4.1 คำเตือนการใช้เลนส์สัมผัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ที่ผิดวิธีมีความเสี่ยงต่อการอักเสบหรือการติดเชื้อของดวงตา อาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียสายตาอย่างถาวรได้

4.2 ข้อควรระวังในการใช้

- การเลือกใช้คอนแทคเลนส์คู่แรก ต้องได้รับการตรวจตาเสียก่อนว่าไม่มีข้อห้ามในการใช้และต้องได้รับการประกอบขนาดที่แน่นอน เหมาะสมจากจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นไม่ควรไปซื้อเองจากร้านทั่วไป เพราะการใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่พอดีกับดวงตา อาจทำให้กระจกตาเป็นแผล เกิดการติดเชื้อ หรือตาบอดได้

-ผู้ที่มีสภาวะของดวงตาผิดปกติ เช่น ต้อเนื้อต้อลม ตาแดง กระจกตาไวต่อความรู้สึกลดลง ตาแห้ง กระพริบตาไม่เต็มที่ ไม่ควรใช้เลนส์สัมผัส

- ควรใช้น้ำยาล้างเลนส์สัมผัสที่ใหม่ และเปลี่ยนน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับเลนส์สัมผัสทุกครั้งที่แช่เลนส์สัมผัส และแม้ไม่ใส่เลนส์สัมผัส ควรเปลี่ยนน้ำยาใหม่ในตลับทุกวัน

- ควรเปลี่ยนตลับใส่เลนส์สัมผัสทุกสามเดือน

- ไม่ควรใส่เลนส์สัมผัสขณะว่ายน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตาได้

- ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสเลนส์

- หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหรือปวดตาเป็นอย่างมากร่วมกับอาการแพ้แสง ตามัวลง น้ำตาไหลมาก ตาแดง ให้หยุดใช้เลนส์สัมผัสทันที และรีบพบจักษุแพทย์โดยเร็ว

- ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ประกอบเลนส์และคู่มือ หรือฉลากอย่างเคร่งครัด และควรได้รับการตรวจตาจากจักษุแพทย์เป็นระยะ ๆแม้ไม่มีอาการผิดปกติ
- ผู้สวมใส่ต้องมีเวลาให้ดวงตาได้พักหรือปลอดจากการใส่เลนส์ ถ้าเป็นผู้มีความผิดปกติของสายตา ควรมีแว่นสายตาไว้ใช้ในระยะเวลาพักของดวงตา

4.3 ข้อห้ามใช้

1. ห้ามใช้เกินระยะเวลาที่กำหนด
2. ห้ามใส่นอนและว่ายน้ำเพราะอาจทำให้ติดเชื้ออย่างไรก็ตาม คอนแทคเลนส์หรือเลนส์สัมผัสถึงแม้ว่าใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาแต่ไม่อยากสวมแว่นแต่สำหรับบางคนก็ใช้เพื่อความสวยงามโดยการเปลี่ยนสีของดวงตา เช่น ให้มีสีน้ำตาล หรือสีฟ้า เป็นต้น หรือรูปแบบของดวงตาแต่ไม่ว่าจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม เนื่องจากเลนส์ที่ใช้ต้องสัมผัสผิวของดวงตาที่บอบบาง การติดเชื้อหรือฉีกขาดอาจเกิดได้ง่าย

ดังนั้น ถ้าผู้ใช้คอนแทคเลนส์ปฏิบัติตามคำเตือน ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ดังกล่าวข้างต้นก็จะมีความปลอดภัยและสามารถลดความเสี่ยงจากการใช้คอนแทคเลนส์ได้

เอกสารอ้างอิง

1. กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.ความเสี่ยงและข้อควรคำนึงเกี่ยวกับการใส่คอนแทคเลนส์. 2551.
2. กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.(ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เลนส์สัมผัส, 2551.
3. กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.ข่าวเพื่อสื่อมวลชน เรื่อง “อย. เตรียมประกาศคุมเลนส์สัมผัสแฟชั่นเป็นเครื่องมือแพทย์ เพิ่มมาตรการเข้ม!.” (โรเนียว) , 2552.
4. สมพร ขจรวุฒิเดช, เลนส์สัมผัสและแนวทางการควบคุม, พฤษภาคม 2550.
5. สุภมาศ วัยอุดมวุฒิ(2550). รู้จัก “คอนแทคเลนส์” กันอีกสักนิด. สาระสังเขปออนไลน์ ค้นคืนวันที่ 8 มกราคม 2552 จาก //www.oryor.com/oryor/admin/module/fda_fact_sheet/file/f_48_1171618356.pdf
6. U.S. Food And Drug Administration.(2006). Contat Lenses – Types of Contact Lenses. Retrieved March 2, 2009, from //fda.gov/cdrh/contactlenses/types.html
7. P.Pisit, R Usa, L.Rungroj and K.Skowrat. Contact Lenses – Related Microbial Keratitis. Journal of The Medical Association of Thailand (2007) ; 90(4) : 737-43.


Create Date : 29 สิงหาคม 2554
Last Update : 28 มกราคม 2560 14:05:31 น. 2 comments
Counter : 1525 Pageviews.

 
แวะมาทักทายน้องโอ๋ค่ะ ..ข้อความมีประโยชน์มากเลยค่ะ ^_^


โดย: ลูกแม่ดอกบัว IP: 76.168.49.121 วันที่: 29 สิงหาคม 2554 เวลา:6:48:45 น.  

 
สวัสดีค่าพี่ปุ้ม ^ ^


โดย: ชฎาแหลม วันที่: 29 สิงหาคม 2554 เวลา:8:36:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ชฎาแหลม
Location :
United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าจะเป็นการลอกเลียน หรือ นำส่วนหนึ่งส่วนในของข้อความ รูปภาพ ใน Blog Chadalaem แห่งนี้ไปใช้ โดยเผยแพร่ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
เริ่มเขียนบล๊อก 17/08/2006 ^ ^

หลังไมค์ถึง ชฎาแหลม กดที่นี่



start count 16/08/2010

free counters





ส่งคำถาม ข้อสงสัยได้ที่หน้า Wall ได้เลยค่า ^ ^

Chadalaem.com Fanpage

Promote Your Page Too

ชฎาแหลม Chadalaem

Create Your Badge



Check PageRank
Friends' blogs
[Add ชฎาแหลม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.