Better Together
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
9 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
รถโดยสารสาธารณะ ตอน รถประจำทาง (รถเมล์)

มาอัพแต่ไว เนื่องจากว่างมาก เขียน blog ไปพลาง ดีกว่าอยู่เฉยเอย

ยังเป็นพลเมืองระดับมีกินมีใช้ไปวัน ๆ ไม่มีรถยนต์เป็นของตนเองค่ะ การเดินทางสายหลัก ๆ ยังคงต้องอาศัยรถโดยสารประจำทาง โดยเฉพาะรถเมล์ ตั้งแต่มหา'ลัย จน ทำงาน ก็ยังคงห้อยโหยขึ้นลงอยู่เช่นเดิม ตอนไปเรียนนี่ค่อนข้างโชคดีค่ะ รถที่ขึ้นทางด่วนลงประตูน้ำจากบ้านมีหลายสาย (ประมาณ 3-5) แม้มันจะแน่นหนักหนาสาหัสเพียงใด หากโชคคุณดี ทั้งขาไปและขากลับ อาจได้ยืนแบบสบาย ๆ หรือไม่ก็ได้นั่ง (Yahoo!!) วันใดหากมีความงกผลุดขึ้นในสายเลือดก็จะเดินทางด้วยรถธรรมดา ช่วงเวลาเร่งด่วนก็แน่นอีกนั่นแหล่ะค่ะ แถมเจอปัญหาการจราจรติดขัดอีก สองชั่วโมงถึงมหา'ลัยถ้าไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วนก็ได้นั่ง แต่ไม่ว่าอย่างไร ถ้านั่งรถธรรมดาก็สู้ค่ะ เพื่อฝึกความประหยัดและฝึกความอดทดไปในตัว แต่พอทำงานมันต่างกันค่ะ มีรถสายเดียวที่ไปได้ และก็ไม่เคยว่างอย่างที่ใจปรารถนาแม้แต่น้อย

เวลาขึ้นรถเมล์ เราก็จะมีที่ประจำส่วนตัว ถ้าเป็นรถธรรมดาก็ไม่หน้าสุดก็หลังสุด เดินในที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคนอื่นขึ้นมาจะได้ขึ้นได้ บางครั้งรำคาญแทนพนักงานเก็บค่าโดยสารเลยค่ะ ข้างในว่างจริง ๆ ยังไม่ลงก็ไม่เดินเข้าไป คนที่จะขึ้นต่อเราก็ขึ้นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นรถแอร์ยูโร ที่ประจำคือเสาหลังพนักงานขับรถค่ะ เวลาแน่น ๆ ก็ขึ้นไปยืนพื้นยกระดับด้านข้างเสียเลย ไม่เบียดกับใคร หรือถ้ารถโล่ง ๆ ก็เน้นไปที่เสาของประตูหลังค่ะ ได้พิงแบบไม่ต้องโหน ช่วยให้ยืนสบายขึ้น แต่ที่ว่ามานี่จะทำให้ไม่ได้นั่งจนถึงที่หมาย หากมีความหวังว่าอยากนั่งบ้างก็เดินเข้าไปด้านใน ๆ ของรถ ยิ่งแถวหลัง ๆ ยิ่งดีค่ะ ที่นั่งมากทำให้มีโอกาสที่หนึ่งในผู้นั่งจะลุกลงรถ อย่าหาว่าอย่างนู้อย่างนี้เลยนะคะ บางที่ก็จ้องว่า ฮั่นแน่!! เครื่องแบบนักเรียน/ชุดทำงานนี้ ลงป้ายไหน แล้วเราจะได้นั่งตอนไหน (อิอิ มารร้ายไหมคะ) แต่บางทีทั้งที่วางแผนอย่างดิบดีก็พลาดจนได้ ครั้งหนึ่งเคยมองว่าน้องเขาต้องลงบางนา แต่เศร้ามาก ๆ ค่ะ ขึ้นทางด่วนจนเราลงแล้วน้องเขายังไม่ลงเลย T_T พักหลัง ๆ นี่เลยเลือกเสาหลังคนขับนี่แหล่ะค่ะ ขอแค่ที่ยืนเท่านั้น ไม่หวังได้นั่งแล้ว

พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารกับบริการ
บางครั้งแม้ขึ้นชื่อว่าเป็นพนักงานขสมก. ก็ใช่ว่าจะให้บริการดีกว่ารถร่วมฯ พนักงานรถร่วมฯ ก็ไม่ได้บริการแย่เสมอไป ส่วนใหญ่ตัวเองจะได้ขึ้นรถขสมก. และเนื่องจากยืนหลังคนขับ ก็มักจะได้ยินเรื่องราวต่าง ๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่เขาพูดให้(พนักงานเก็บค่าโดยสาร)ฟัง บางครั้งก็พูดถึงเพื่อนร่วมงาน (หลัง ๆ มานี่เลยแอบอ่านชื่อพนักงานขับรถที่เราขึ้นไว้ เวลาเขาพูดถึงจะได้รู้จักหรือเดาถูก ล้อเล่นนะคะ) พูดถึงสวัสดิการที่น่าอิจฉาของพนักงานขสมก. ฟัง ๆ แล้วนึกสงสารพวกรถร่วมฯ ว่ามีแบบนี้บ้างรึปล่าว แล้วก็มีเสียงสบถให้บรรดาพวกรถที่ขับปาดหน้า วันใดคนแน่น คำสุดฮิตที่พนักงานเก็บค่าโดยสารจะทักทายผู้โดยสารแทนคำว่าสวัสดีก็คือ "เดินในสิค่ะ" "ตรงกลางว่างช่วยเดินเข้าไป" "แบ่ง ๆ กันไปนะคะ รถขาดระยะ" "พี่เสื้อขาวด้านหลังว่าง" (ใครเสื้อขาวสะดุ้งหมด) ส่วนพนักงานขับรถก็จะทักทายด้วยคำว่า "ไปไม่ได้รอคันหลังนะครับ" "รถเสริมตามมาแล้วครับ" "ช่วยขึ้นมาด้านบนด้วยครับ ประตูต้องปิดนะครับ" "กรุณาอย่าบังกระจกหน้านะครับ" น่าสงสารมากเลยค่ะ สงสารพนักงานขับรถ พนักงานเก็บสตางค์ ผู้โดยสารที่ขึ้นไม่ได้ ต้องห้อยตรงประตูโตงเตง และสงสารตัวเอง หากเป็นยูโรโชคดี แอร์เย็น ถ้าเป็นรถปรับอากาศสีฟ้าก็ยังพอไหว แต่ถ้ารถธรรมดานี่แทบเป็นลมกันทั้งคนนั่ง คนยืน คนขับ

พูดถึงการรับส่งผู้โดยสาร รถเมล์มี สามประเภทค่ะ คือแบบจอดรับแทบจะปูพรมแดงให้ขึ้น แต่ตอนลงแทบ xxx ลงมาจากรถ (ส่วนใหญ่เป็นกับรถร่วมฯ) กับอีกประเภทจะรับจะส่งก็รีบ ๆ ๆ คนขึ้นก้าวขายังไม่ทันครบสองขาก็กระชากรถออกตัวไปเลย พอจะลงก็ให้ก้าวไว สรุปจะขึ้นจะลงก็จงรีบก้าวไว ๆ (อันนี้เป็นกับขสมก.และรถร่วมบางคันที่กำลังแข่งกันอยู่) ประเภทสุดท้ายจอดให้ขึ้นลงดี ๆ (พนักงานขับมีมารยาท) ก็มีเหมือนกันค่ะ แต่รับรองได้เลยค่ะว่าน้อยมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ถ้าช่วงไหนมีข่าวคนประสบอุบัติเหตุจากรถเมล์ สังเกตสิคะ ว่าจะกลายเป็นประเภทที่สามกันเยอะหน่อย พอเรื่องซาก็กลับเป็นรถประเภทที่หนึ่งและสองกันเหมือนเดิม

เรื่องรถขาดระยะเป็นอีกเรื่องทีน่าปวดหัวของผู้โดยสาร บางครั้งได้ยินพนักงานขับรถคุยกับพนักงานเก็บค่าโดยสารว่า นายท่าไม่ปล่อยออกจากอู่ ก็พนักงานด้วยกันยังบ่นเลยว่าอย่างนู้นอย่างนี้ เฮ้อ... โดยส่วนตัวเชื่อค่ะว่า ในเที่ยวไปและเที่ยวกลับของแต่ละช่วงเวลา ปริมาณผู้โดยสารแตกต่างกับแน่ อย่างแถวบ้าน ช่วงชาวขาออกมากกว่าขาเข้า ส่วนช่วงเย็นขาเข้ามากกว่าขาออก หรืออาจเช็คจากรายได้ในช่วงเช้าบ่ายดูก็ได้ ถ้าวางแผนกันดี ๆ เผื่อเวลารถติด เพิ่มรถเสริม และดูปริมาณผู้โดยสาร คิดว่าน่าจะแก้ปัญหาเรื่องรถขาดระยะได้บ้างนะ

ผู้โดยสาร
แทบทุกคนที่ก้าวขึ้นรถเมล์อยากได้นั่งค่ะ เพราะเสียค่ารถเหมือนกัน ไม่มีตั๋วนั่งตั๋วยืน แต่บางครั้งความเห็นแก่ตัวจนน่าเกลียดนี่มันก็เกินไป บ่อยครั้งมากที่เห็นเด็กขึ้นรถ คนแก่ขึ้นรถ คนท้องขึ้นรถ หรือคนธรรมดาที่อุ้มเด็กเล็กขึ้นรถ ไม่มีคนลุกให้นั่งหรือแบ่งให้เด็กนั่งเลย บางคนเห็นก็เห็นว่าเป็นที่นั่งสำรองก็ไม่ยอมลุก (บางทีพนักงานเก็บค่าโดยสารไล่ยังไม่ลุกเลย) น่าเกลียดมาก ๆ หรือบางครั้งเห็นคนถือของขึ้นมาถ้ามันไม่ใช่ทีวีตู้เย็นก็ช่วย ๆ เขาถือหน่อยจะเป็นไรไป ผู้โดยสารที่ไม่มีนำใจมีจำนวนมาก เห็นแล้วมันน่าเบื่อ น่าสะอิดสะเอียน น่ากระทำทารุณกรรมยิ่ง แต่ใช่ว่าจะหาคนดีไม่ได้เลยนะคะ คนดี ๆ ก็มีอยู่ บางครั้งตัวเองถือของขึนรถก็มีคนช่วยถือ มีครั้งหนึ่งสมัยเรียนมหาวิทยาลัย กลับบ้านดึก ๆ ก็เหนื่อย ๆ คิดว่าดึกแล้วรถคงว่าง มันก็ว่างค่ะ แต่ก็ไม่ได้นั่ง ก็เลยโหนแบบเอาหน้าซุกแขนตัวเอง มีคนใจดีค่ะ ลุกให้นั่ง เราก็กล่าวขอบคุณตามมารยาท พอมองไปด้านข้าง ก็เขียนว่า ที่นั่งสำรองสำหรับคนชรา เราก็มองกลับไป เขาก็ยิ้ม ๆ อืม...นะไม่คิดมากค่ะไม่คิดมาก อีกครั้งก็เคยเจอแบบขึ้นปุ๊บลุกให้นั่งด้วยที่นั่งสำรองสำหรับสตรีมีครรภ์ทันใด (วันนั้นใส่เสื้อยืดค่ะ) ก็ไม่คิดมากอีกนั่นแหล่ะค่ะ ไม่คิดมาก (แต่อดคิดไม่ได้หลายวันเหมือนกันนะ) เอาน่ะอย่างน้อยผู้ชายที่ลุกหรือหลีกทางให้ผู้หญิงนั่งหรือขึ้นรถก่อนก็ดูเป็นสุภาพบุรุษเหมือนกันนะคะ (ผู้ชาย : "ผมก็เสียค่ารถมาเท่าผู้หญิงนะ", "ผมให้เกียรติผู้หญิงเท่าเทียมผู้ชายตามที่เรียกร้องสิทธิสตรี" หุหุ)

บางครั้งอยากทำตัวดีก็ช่วยคนอื่นถือของ บางทีก็ไม่นั่งให้คนอื่นนั่งแทน หรือมีที่ว่างก็ไม่เดินไปนั่ง (อันนี้ขี้เกียจเองค่ะ) เรื่องลุกให้คนอื่นนั่งก็มีเหมือนกัน เสียใจที่สุดตรงที่ครั้งหนึ่งมีเด็กมายืนข้างหลังแล้วเราไม่เห็น ก็ตั้งน๊าน นาน จนกระเป๋ามาสะกิดบอกเราว่าช่วยลุกให้เด็กนั่งหน่อย น้ำตาแทบร่วงเลยค่ะ รู้สึกเหมือนเป็นคนไม่ดี เป็นยายทุเทศ น่ารังเกียจ พอจะลุกให้นั่งพ่อเด็กก็บอกว่าเดี๋ยวลงแล้วเขาเลยไม่ให้ลูกเขานั่ง เราก็นั่งไม่เป็นสุขจนลงรถเลยค่ะ (ไม่รู้พวกนั่งเฉย ๆ เขาจะรู้สึกอย่างไร) ขออีกเรื่องนะคะ มีอีกครั้งหนึ่ง ขำตัวเองจริง ๆ (หรือร้องไห้ดีก็ไม่รู้) มีผู้หญิงใส่ชุดกระโปรงยาวเหมือนคลุมท้องแต่มันผ้ายืดรัดรูปตรงท้อง เราหันไปเห็นเขายืนอยู่ข้าง ๆ ก็รีบลุกให้นั่ง ด้วยความเป็นคนดี นึกว่าเขาท้อง เขาก็นั่งแล้วหันมากล่าวขอบคุณยิ้มสวยให้ (สวยจริง ๆ ค่ะ เขาดูเป็นคนสวย) แต่พอเขานั่งเรายืนอยู่ข้าง ๆ เขา มองไปที่ท้องที่มันน่าจะยื่นสักนิด แต่ปล่าวเลย หน้าท้องแบนราบ ชนิดไม่มีไขมันเหมือนเราเลยแม้แต่นิดเดียว แบบว่าเอวเป็นเลยนะค่ะ (ยังกะเล่นแอบเชปเปอร์มาหลายเดือน) ที่หน้าท้องเพียงแต่มันเป็นผ้าย่น ๆ ยืด ๆ สรุปก็คงไม่ท้องหรอกค่ะ เขาก็ยิ้ม ๆ ตลอดทางเลยค่ะ

เรื่องขึ้นลงรถก็เหมือนกัน บางครั้งก็กรูกันเข้าไป ดันกันเข้าไปค่ะ ดันกันเข้าไป ชนิดคนกลัวรถหนี รถกลัวคนขึ้น เรื่องนี้ขอยอมแพ้ค่ะ สู้ไม่ไหว ถ้ารถไม่จอตรงหน้าจริง ๆ ก็จะยอมแพ้ขอขึ้นทีหลังแบบไม่ได้นั่งก็ได้ หรือถ้ารถเข้าจะเป็นปลาไหลแบบวิ่งไปรับผู้โดยสารไปก็ขอไปคันหลังเลยสิ้นเรื่อง


ปฏิเสธไม่ได้หรอกนะคะว่าใคร ๆ ก็อยากมีรถยนต์เป็นของตนเอง จะได้ไม่ต้องใช้บริการรถโดยสารธารณะที่ต้องแย่งกันขึ้นลงตลอด แถมยังเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ไหนจะขโมย ไหนจะพวกจ้องอนาจารหญิง ความปลอดภัยขึ้นลงจอดตรงป้าย หรือหนีรถประเภทโบกแล้วไม่จอด น่าเบื่อจริง ๆ ค่ะ รถเมล์เมืองไทย ก็เพราะอย่างนี้ไงคะ ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนเมืองหลวงถึงเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพราะเขาไม่อยากใช้บริการรถเมล์ไงคะ ส่วนรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินก็ยังไม่ได้มีให้บริการในทุกที เชื่อเลยค่ะว่าถ้าระบบการขนส่งที่มีบริการอย่างพอเพียงและมีมาตรฐานทั้งรถและพนักงาน และบริการ ก็คงไม่มีคนอยากขับรถออกมาเองให้มันเมื่อย(ยกเว้นจ้างคนขับ) และเปลืองน้ำมันหรอกค่ะ แต่ทุกวันนี้บริการยังเป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีคนอยากใช้บริการหรอกค่ะ ที่ใช้เพราะว่าจำเป็นมากกว่า

อยากเห็นระบบขนส่งในเมืองหลวงของไทยมีประสิทธิภาพกว่านี้ค่ะ (แต่ถึงจะไม่มีประสิทธิภาพยังไงก็ยังคงใช้บริการอยู่ค่ะ )


Create Date : 09 มิถุนายน 2548
Last Update : 9 มิถุนายน 2548 17:28:52 น. 10 comments
Counter : 328 Pageviews.

 
เมื่อก่อนก้อเคยนั่งรถเมล์เหมือนกานแต่ตอนนี้เลิกนั่งแย้วค่ะหั่นไปแท็กซี่แทน ไปกาน4คนออกคนละครึ่ง


โดย: epicky วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:13:42:20 น.  

 
เกรงว่าจะไม่มีวันได้เห็นนา ระบบขนส่งเมืองไทยมีประสิทธิภาพเนี่ย อยากเห็นเช่นกันค่ะ



โดย: L.I.R.A. วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:14:02:40 น.  

 
คร่อกกก อ่ะ นึกว่ามีเด็กมายืนข้างๆ ตื่นดีก่า

ช่ายครับ แล้วก็รณรงค์ให้คนอย่าใช้รถส่วนตัว แต่ไม่ปรับปรุงสภาพรถ หรือการให้บริการ รถมันก็เลยติดหยั่งงี้อ่ะ

ไม่ได้ขึ้นรถเมล์มานานแล้วครับ แหม่ เล่าซะเห็นภาพเลย

อ่ะ ว่าแต่สาบานว่าทำงานแล้วนะเนี่ย เล่าได้ยาววววมาก


โดย: คูต้าว IP: 203.113.85.243 วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:16:40:51 น.  

 
อิจฉาพวกที่ไม่ต้องพึ่งรถเมล์แล้ว

อิจฉาคนมีเพื่อนร่วมทาง ร่วมด้วยช่วยกันหาร

สาบานได้เลยค่ะว่าตอนนี้ทำงานแล้ว แต่ไม่มีงานให้สักอย่างร่วมอาทิตย์ ยังไม่มีเครื่องและโต๊ะเป็นของตัวเอง อาศัยเครื่องเก่า ๆ ข้างล็อกมานั่งเล่น ดีกว่าอยู่เฉย ๆ (สงสัยจะได้เงินเดือนฟรี) ขอโทษนะคะ ยาวไปนิด อัดอั้นมานานไม่มีที่ระบาย หุหุ

แล้วก็สงสัยจะต้องสถิตย์ใน blog อีกนานจนกว่าจะมีงานทำ (เว็บอื่นก็ไปไม่ได้)


โดย: ZAZaSassY วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:17:19:52 น.  

 
อิจฉาคนขึ้นรถเมล์ มีรถเมล์ผ่านใกล้บ้าน ตั้งแต่ขับรถนี่ชีวิตก็เร่งรีบ ไม่เคยได้มองอะไรข้างทางเหมือนสมัยยังนั่งรถเมล์ ไม่มีโอกาสลงรถไปแวะตรงนั้นตรงนี้ รถติดไม่มีสิทธิ์เดินหนี ฯลฯ

อยากมีรถเมล์ผ่านหน้าบ้านเหมือนสมัยก่อนจังงง


โดย: ultraman seven วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:21:33:18 น.  

 
อืมๆๆ บางทีไม่รู้ต้องเกิดเรื่องร้ายๆอีกเท่าไร ประสิทธิภาพของรถเมลล์ถึงจะดีขึ้น ก็คงได้แต่หวังว่าเร็วๆนี้จะดีขึ้นเนอะ เราไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์แต่เมื่อก่อนนั่งบ่อย โห เวลารถติด เหนื่อยมากยืนเป็น 2-3 ชม. กว่าจะถึงบ้านอ่ะ


โดย: คนขี้เหงาคนหนึ่ง วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:23:58:52 น.  

 
แวะมาฟังหนู ZAZaSassY ระบายความคับข้องใจ
และมาร่วมตั้งความหวังด้วยคน
ว่าขอให้รถโดยสารประจำทางบ้านเรา
ได้พัฒนาคุณภาพการให้บริการให้ดีขึ้นโดยเร็ว


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 10 มิถุนายน 2548 เวลา:12:05:22 น.  

 
ชอบตรงที่มีน้ำใจอยากลุกให้เด็กกับคน(ถูกคิดว่า)ท้องนั่งค่ะ
พี่ว่าผลเป็นยังไงไม่สำคัญ สำคัญที่เจตนานะ ว่ามั้ย ^^


โดย: ฟ้าใสทะเลคราม วันที่: 13 มิถุนายน 2548 เวลา:22:31:02 น.  

 
หวัดดีจ้า..
ขับรถเสียชิน พอนั่งรถเมล์ก็หลงไปหลงมาน่ะ
ไม่รู้สายไหนผ่านไหนบ้างสุดท้ายก็ต้องเรียกแทกซี่
แต่ถ้าทางตรงๆ ก็ใช้บริการถ้ามีเวลาพอนะ ประหยัดพลังงานช่วยชาติ หลอกคนให้จอดรถได้หลายคนเหมือนกัน แล้วก็ตอนนี้น้ำมันแพงจนน้ำตาร่วง..ฮือๆๆๆ..
ไม่จำเป็นก็จะไม่ไปไหนหรอก อยู่บ้านเล่นเน็ตดีกว่า อิอิ
ถ้ารถไฟฟ้าออกมานอนเมืองได้นะ สุดยอดเลยแต่ก็อีกหลายปี..



โดย: ป่ามืด วันที่: 16 มิถุนายน 2548 เวลา:2:12:56 น.  

 
นอกเมือง


โดย: ป่ามืด วันที่: 16 มิถุนายน 2548 เวลา:2:13:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ZAZaSassY
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]























Friends' blogs
[Add ZAZaSassY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.