เดินเรื่อยเปื่อย... ไปปราสาทฮิเมจิ

บล็อกวันนี้เน้นรูปใหญ่เข้าไว้... เพราะเนื้อหาจะไม่มีอะไรมาก... Smiley
คือ เรื่องของเรื่อง เรานัดเพื่อนที่สถานีฮิเมจิ
แต่เรามาก่อนเวลา กลัวจะสาย... ซึ่งมาก่อนเวลาของเราเนี่ย... เกือบ 2 ชั่วโมง... Smiley
ทำไงล่ะคราวนี้... การเดินฆ่าเวลาก็เกิดขึ้นสิคะ... ฮ่าๆๆ
และเมื่อเราเป็นคนที่ชอบปราสาทมากจับจิตจับใจ มันดูเท่อ่ะ... Smiley
เราก็เลยมุ่งตรงไปที่ปราสาทฮิเมจิกันเลยจ้าาา... Smiley
ได้ข่าวว่าเค้าปิดปรับปรุง... เอ๊ะ... ปิดบูรณะจะดีกว่านะ
ซึ่งการบูรณะปราสาทนี่จะมีขึ้นทุก ๆ 100 ปี แต่ก็ยังเปิดให้เข้าชม
ซึ่งเพื่อนบอกว่า... มันเริ่ดมากนะ บูรณะปราสาทเนี่ย ไม่ใช่จะหาดูง่าย ๆ นะ
กว่าจะมีอีกทีร้อยปีเชียวนะแก๊... แกตายไปแล้วป่านนั้น
เอิ่มม... เราก็คนบิ๊วง่ายมาก ของอย่างนี้ก็ต้องไปชมสิคะ พลาดได้ไง... หึหึ... Smiley

การเดินทาง... ง่ายมาก... เริ่มจากสถานี JR Himeji Station
เดินออกทาง central gate แล้วเลี้ยวขวา ก่อนออกจากตัวสถานีจะมี tourist information อยู่ด้านซ้าย
ออกจากสถานี ข้ามแยกมา จะเจอสถานี Sanyo Himeji เป็นสถานีรถไฟของเอกชนน่ะค่ะ
แล้วคราวนี้ก็เดินตรงมาตามถนน Otemae-dori อย่างเดียวเลย ประมาณ 15 นาที
หรือ... จากสถานี JR Himeji Station จะมี loop bus อยู่ เป็นรถบัสที่วิ่งวนรอบเมือง
5 นาทีถึง... ง่ายกว่าเนอะ... ฮ่าๆๆ... แต่เราเลือกที่จะเดินเอานะคะ 
เหนื่อยมั้ย... ไม่เหนื่อยค่ะ เพราะเราเดินเรื่อย ๆ ชมวิว อากาศหนาวด้วยแหละ เลยเดินสนุก
จริง ๆ จะสนุกกว่านี้ถ้าเดินที่ถนน Miyuki-dori ซึ่งเป็นถนนที่ขนานกับOtemae-dori
ที่บอกว่าสนุกว่า เพราะมิยุกิโดริ เป็นถนนที่มีร้านรวงเต็มไปหมด เหมือนถนนชอปปิ้งตรงอาซากุสะ หรือซานโนมิยะ ยังไงยังงั้น



เดินมาเรื่อย ๆ ก็มาเจอนี่ค่ะ... กว้างใหญ่ ใหญ่โตดี
นี่ขนาดเป็นช่วงรีโนเวทนะ ถ้าไม่รีโนเวทคงสวยเด่นกว่านี้มาก เพราะด้วยตัวปราสาทก็ได้ยินคำล่ำลือมามากมาย
เป็นปราสาทที่ติดอันดับท็อปเท็นบ้างล่ะ เป็นปราสาทที่ยังคงสภาพเดิมบ้างล่ะ
เอาล่ะ... จะได้เห็นกันล่ะที่นี้... หึหึ

อ่ะ... เดี๋ยวนะ... ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ขอรายละเอียดคร่าว ๆ ของประสาทหน่อยก็ดีเนอะ
เดี๋ยวจะหาว่าบล็อกนี้ไร้สาระจริง ประวัติไม่มีงี้ ไม่มีความรู้เลยสิท่า... ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นงั้น... Smiley
ปราสาทฮิเมจิ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า "ปราสาทนกกระสาขาว" เพราะมีสีเป็นสีขาว
ติดอันดับความสวยงาม 1 ใน 3 และเป็นปราสาทแห่งเดียวมั้งที่เป็นมรดกโลก (World Heritage)
ปราสาทนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1333 โดย Akamatsu Norimura
มีการขยายประสาทครั้งแรกปี 1581 โดย Toyotomi Hideyoshi
ขยายครั้งที่สอง ปี 1601 ในสมัยของ Ikeda Terumasa
ขยายอีกครั้งหนึ่งในปี 1617 ช่วงสมัยของ Honda Tadamasa
รายละเอียดแค่นี้พอ ขี้เกียจลอก ใครอยากอ่านเต็ม ๆ ก็ตาม Wikipedia ไปได้เลยนะจ๊าาา... ฮ่าๆๆ

อ้อ... ขอเพิ่มอีกนิดค่ะ อันนี้เราว่าเท่มาก... ปราสาทฮิเมจิเนี่ยรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดและการทำลายจากสงครามโลกครั้งที่สอง
และยังรอดพ้นจากแผ่นดินไหว Hanshin หรือที่เรารู้จักกันในนามแผ่นดินไหวครั้งใหญ่โกเบด้วยนะเออ
(อ่ะ... เศร้าอีกและ พอพูดถึงแผ่นดินไหวนี้... Smiley)

เอาล่ะจ้าาา... มาข้ามสะพาน Sakuramonhashi แล้วเข้าไปข้างในกันเลยดีกว่า... Smiley




เข้ามาแล้วเห็นตัวปราสาทยิ่งใหญ่เหมือนภาพเปิดบล็อกข้างบน... สวยมาก ยิ่งใหญ่ดีจริง
เดินไป ถ่ายรูปแมวไป เพราะแมวตัวอ้วนเยอะมาก อยากจะอุ้มกลับบ้านจริง ๆ
จะเข้าไปข้างใน ก็ต้องซื้อบัตรก่อนนะคะ ปกติราคาบัตรอยู่ที่ 600 เยน
แต่ช่วงนี้ไม่ปกติเพราะเป็นช่วงบูรณะ ราคาเลยลดมาที่ 400 เยนค่ะ... Smiley



เดินเข้ามาหลังจากซื้อบัตรแล้วก็จะพบกับตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญ
ทำให้รู้ว่านักท่องเที่ยวขาจร คือแวะมาระหว่างเดินทางเยอะอยู่

ปราสาทฮิเมจิเนี่ยถือว่าเป็นประสาทที่มีความสมบูรณ์ของการเป็นปราสาทญี่ปุ่นอีกด้วยนะ
คือ มีฐานหินสูง กำแพงสีขาว และมีสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่สมบูรณ์สมเป็นปราสาท
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ การตั้งรับหากมีข้าศึกบุก ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าไปยังปราสาทหลักที่ีคดเคี้ยวเป็นเขาวงกต
หรือช่องที่กำแพงที่ใช้ใส่ปืนใหญ่ หรือโยนหินใส่ศัตรู
รวมถึงทางเดินที่บางช่วงแคบและมีกำแพงสูง เพื่อสามารถโจมตีศัตรูจากด้านบน
โอ้ววว... เจ๋งมาก... ตอนเดิน ๆ อยู่ระหว่างทางคดเคี้ยวนั่นเรื่มอยากเป็นซามูไรจริง ๆ



เจ๋งเนอะ... Smiley
เริ่มมาถึงลานกว้าง หลังผ่านทางคดเคี้ยว...



อ่ะฮ่า... มาถึงที่แห่งประวัติศาสตร์อีกที่... เป็นตำนานอันน่ากลัวววว... Smiley
ฮ่าๆๆ... จริง ๆ ก็ไม่ขนาดนั้น เอาล่ะ ทีละภาพเนอะ

รูปที่เป็นปลา ๆ นั่น... อันนั้นเป็นที่ประดับยอดปราสาทในการบูรณะแต่ละสมัยน่ะค่ะ
ก็จะแตกต่างกันในรายละเอียดกันไป รวมถึงกระเบื้องและมุมหลังคาด้วยนะคะ
ถ้าเราเดินเข้าไปข้างในก็จะมีบอกไว้ พร้อมรายละเอียด
แต่... เป็นคนกลัวความมืดมากถึงมากที่สุด แถมนักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะวันนี้
รอแล้วรอเล่าไม่มีใครนำเข้าไป ก็เลยด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ข้างนอกก็ได้... Smiley

เห็นรูปฐานหินสูงนั่นใช่มั้ยคะ
เป็นหินก้อนใหญ่ที่มีหินก้อนเล็กใส่ปิดช่องว่างเพิ่มความแน่นหนา วางกันอย่างมีระเบียบจริง ๆ
คนสมัยก่อนนี่เค้าเก่งเหมือนกันเนอะ อยากมีไทมแมชชีนกลับไปดูตอนสร้างอ่ะ... Smiley
ทางระบายน้ำก็ทำซะสวยงามเลย อดทึ่งในรายละเอียดไม่ได้

และ... อันท้ายสุด... รูปบ่อน้ำ... ต้นตำรับตำนานอันน่ากลัวววว... Smiley
คือ... บ่อน้ำนี้เรามองดูรู้สึกแปลก ๆ แต่แรก ไม่รู้สิ เป็นคนเห็นบ่อน้ำแล้วมโนไปใหญ่โตมั้ง
ก็เลยไปอ่านข้อความที่ป้าย... เหอะๆๆ... ถึงกับถอยห่างจากบ่อน้ำอีก 5 ก้าวยาว ๆ... Smiley
บ่อน้ำนี้มีชื่อว่า... Okiku's Well
แล้ว Okiku เป็นใคร... เธอเป็นสาวใช้ของ Tessan Aoyama ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ติดตามของขุนนางในปราสาทฮิเมจิชื่อ Norimoto Kotera
หน้าที่ของ Okiku คือดูแลทำความสะอาดจานทองคำประจำตระกูล 10 ใบ
วันนึง Aoyama เนี่ยคิดทรยศเจ้านายตัวเอง วางแผนกำจัด Kotera
คราวนี้ Okiku เนี่ยก็มารู้แผนนี้เข้า เลยไปบอกคนรักที่ชื่อ Motonobu Kinugasa ที่มีตำแหน่งเป็นผู้ติดตาม Kotera เหมือนกัน
แต่ Motonobu เป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ ก็เลยไปเตือน Kotera ตามคำบอกของ Okiku
แผนกำจัดก็ล้มสิคะคราวนี้ Aoyama จับได้ว่าแผนแตกเพราะ Okiku
เลยจัดการฆ่า Okiku แล้วจับโยนลงในบ่อน้ำนี้
เป็นเรื่องสิคะ... หลังจากนั้น ก็มีคนได้ยินเสียงที่แสนจะเศร้าของ Okiku ดังมาจากบ่อน้ำทุกคืน
"หนึ่งชิ้น... สองชิ้น... สามชิ้น........."
ต่อมา Motonobu ก็นำคนไปจัดการ Aoyama คนทรยศ
หลังจากนั้น Okiku ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเทพเจ้าประจำศาลเจ้า Junisho Shrine
แล้วก็ไม่มีใครได้ยินเสียงนับจานนั้นอีกเลย
เอ่อ... เจอตัวจนได้ ต้นตำรับผีนับจาน แต่ก็มีตำนานแบบผี ๆ เลยละเอียดกว่านี้
แต่เราอย่ามาเขียนที่นี่เลยเนอะ ไม่งั้นจากปราสาทฮิเมจิ จะกลายเป็นปราสาทผีสิงได้
จะผิดจุดประสงค์ จขบ มาก... Smiley

และเมื่ออ่านป้ายจบ... เหอะๆๆ... มองซ้ายขวาหาเพื่อนร่วมทาง... ปลอดภัยกว่า... Smiley

ต่อเรื่องปราสาทฮิเมจิกันดีกว่า... ถึงไหนแล้วเนี่ย... Smiley



ตามทางเดิน ก็พอจะเห็นความเก่าอยู่บ้าง รอยแตกตามตัวกำแพง หรือตะปูที่ประตูที่หลุดหายไป
มัวแต่ถ่ายรูป หันมาอีกที เพื่อนร่วมทางหาย... ให้มันได้อย่างงี้สิ... Smiley
เลยรีบเดินเข้ามาที่ตัวปราสาทดีกว่า
เนื่องจากปราสาทปิดบูรณะ และจะเสร็จการรีโนเวทนี่ปี 2015 นู่นแน่ะ
ก็เลยกลายเป็นมาชมการรีโนเวทแทน เสียค่าเข้าชม 200 เยนจ้าาาา... Smiley
(รวมแล้วมันต่างจาก 600 เยน ก่อนจะปิดรีโนเวทตรงไหนหนิ... Smiley)
ซื้อบัตรแลัว ก็เข้าไปด้านในได้ ไม่ต้องกลัวว่าต้องปีนขึ้นบันไดเมื่อยขาแบบที่นิกโก้นะคะ
ที่นี่มีลิฟท์จ้าาาาาา... Smiley
การชม... จะชมจากชั้นบนลงมาล่างค่ะ
แต่ต้องยอมรับเลยว่าระบบในการจัดการการเข้าชมการรีโนเวทดีมาก
ระบบเซฟตี้พร้อมอยู่แล้วประเทศนี้ เค้าจะก่อโครงสร้างเป็นเหมือนตึกเลยค่ะ
วัสดุของโครงก็เป็นวัสดุที่มีคุณภาพ ทนทาน และแข็งแรง
ไม่รู้ทำไมนะ เราแอบนึกถึงเวลาที่ไปวัดพระแก้วหรือวัดโพธิ์แลัวเห็นช่างที่ซ่อมภาพเขียนกำแพงน่ะค่ะ
เราว่ามีเสน่ห์พอกัน แต่งต่างกันก็ตรงการให้คุณค่าและการจัดให้เข้าชมนี่แหละ



เนี่ยค่ะ... เราก็จะสามารถเห็นการทำงานของช่างตามภาพสองภาพนี้เลย
สองภาพนี้เป็นคนละชั้นกัน แต่ละชั้นก็จะมีวีดิโอคลิปแสดงการทำงานภายในด้วย
เป็นคล้ายพรีเซนเทชั่นนะคะ ไม่ใช่ถ่ายทอดสดงี้... ฮ่าๆๆ
ช่างพวกนี้ต้องเป้นผู้ชำนาญค่ะ เค้าทำกันอย่างละเอียดเลยทีเดียว
ซึ่งจะพยายามรักษาสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด บางทีถึงขั้นตามหาชิ้นส่วนตกหล่นมาแปะใหม่กันเลยทีเดียว



อันนี้เป็นชั้นล่างสุดค่ะ จัดเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติและรายละเอียดคร่าว ๆ ของการบูรณะ
มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษค่ะ

ดูเสร็จ ชอบอ่ะ อยากกลับไปเห็นในสมัยก่อนจริง ๆ เลยว่าจะเจ๋งขนาดไหน
ใกล้ถึงเวลานัด เลยออกมาพร้อมกับหมายมั่นปั้นมือว่า... หลังบูรณะเสร็จ จะต้องกลับไปอีกให้ได้... Smiley

ป.ล. กลับมาแก้คำผิดค่ะ เพราะพิมพ์ผิดเยอะเหลือเกิน... Smiley



Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2556 22:15:28 น.
Counter : 3643 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

melody_bangkok
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็มีโลกส่วนตัวสูงมากมาย แต่ในบางครั้งก็พยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้าไปในโลกส่วนตัวของคนอื่น... :P
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ... ^^
Daisypath Vacation tickers
กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
20
21
23
27
28
 
 
All Blog