ดอกไม้ในความคิด
Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
19 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 

ขี้เมาเล่าเรื่อง : St.Patrick's Day ...เมื่อเบียร์เปลี่ยนเป็นสีเขียว




1.ชง

ถนนสายนั้นเป็นเพียงถนนสายธรรมดาอย่างที่เราเห็นกันดาษดื่นตามย่าน

เก่าแก่กลางเมืองเล็กๆ ในอเมริกา หากแต่วันนี้ เสียงปี่สก๊อตที่กังวานไหว

แทรกซึมไปทั่วทุกอณูสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิกลับทำให้ถนนสายนี้มีชีวิต

ชีวาดึงดูดทุกผู้คนให้ลุกขึ้นมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเขียวหรือประดับประดา

ด้วยเครื่องประดับสีเขียวมุ่งหน้ามารวมกันที่นี่
.

.



เสียงปี่สก๊อตและกลองเข้าไประริกรัวอยู่ภายใน ย้อมใจให้ทุกคนมึนเมามน

ตราแห่งเทศกาลเฉลิมฉลอง เพราะนี่คือ วาระการฉลองที่เรียกว่า St.

Patrick's Day เป็นวันซึ่งทุกคนในเมืองพร้อมใจกันออกจากบ้าน ออกมาทัก

ทายสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิแรก หลังจากกักขังหัวใจตนเองตลอดฤดูหนาว

อันยาวนาน เปลื้องเสื้อผ้าแห่งฤดูหนาว สวมใส่อาภรณ์เขียวออกมาเริงระบำ

ต้อนรับดอกไม้ที่กำลังแย้มบานแห่งฤดูใบไม้ผลิ
.

.


2.กินดื่ม

St. Patrick's Day เป็นเทศกาลงานฉลองของชาวไอริช โดยจะฉลองกันใน

วันที่ 17 มีนาคมของทุกปี ในวันนี้ ทั้งชาวไอริชและไม่ใช่ไอริชจะแต่งกาย

ด้วยชุดสีเขียว ซึ่งเป็นสีหนึ่งในสามสีหลักของธงชาติไอร์แลนด์ สีเขียว ขาว

และส้ม สีเขียวหมายถึง ชาวคาทอลิก ส่วนสีขาวนี่ บอกตรงๆ ว่า ไม่แน่

ใจเลยจริงๆ ว่า เป็นตัวแทนของอะไร และชาวโปรแตสแตนท์ จะแทนตัวเอง

ด้วยสีส้ม ประกอบกันเป็นสีแห่งความเป็นชาติบนธงไอร์แลนด์

.

.



เทศกาลนี้ถือเป็นเทศกาลแห่งความสนุกสนานบันเทิง ทั้งๆ ที่เป็นเทศกาล

แห่งการระลึกถึงเซนต์แพทริก นักบุญคนสำคัญแห่งไอร์แลนด์ St.Patrick

เกิดในปี คศ 385 และตาย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปี คศ 461 ดังนั้น ชาว

ไอริชจึงถือเอาวันนี้มาจัดเทศกาลเฉลิมฉลองเป็น St. Patrick's Day เพื่อ

แสดงความระลึกนักบุญแพทริก

.

.



ชาวไอริชมีความเชื่อเกี่ยวกับเซนต์แพทริกว่า สามารถชุบคนตายให้ฟื้น

คืนชีวิตและขับไล่งูทุกประเภทให้ออกไปจากแผ่นดินไอร์แลนด์ ทั้งๆ ที่แผ่น

ดินนี้ หางูทำยายากอยู่แล้ว แต่ก็นั่นแหละ ความเชื่อก็คือความเชื่อ ทุกความ

เชื่อล้วนอาศัยศรัทธาเป็นที่ตั้ง และทุกคนก็มีสิทธิ์ที่เลือกจะเชื่อในวิถีที่ตน

ศรัทธา

.

.



แต่ที่แน่ๆ เซนต์แพทริกเป็นผู้ที่นำเอา แชมร็อค ( Shamrock) ซึ่งเป็นพืชที่

มีใบสามแฉก มาใช้ในการสอนเกี่ยวกับเรื่อง Trinity หรือตรีเอกานุภาพ พระ

บิดา พระบุตร และพระจิต นับว่า แยบคายดีมาก ในการนำเอาแชมร็อคมา

อธิบายเรื่องตรีเอกานุภาพ เพราะแชมร็อคเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ทั่วไปตามท้องทุ่ง

ของไอร์แลนด์


.

.


เทศกาลนี้จัดขึ้นในช่วงที่เรียกว่า ช่วง Lent ของคริสต์เตียน คือ เป็นช่วง

ระหว่าง Mardi Gras และ Easter เป็นช่วงที่ชาวคริสต์จะลด ละ เลิก นิสัย

หรือความชอบบางอย่างของตนในช่วงนั้น เทียบให้เห็นง่ายๆ กับสังคมชาว

พุทธอย่างเราๆ ก็คงเหมือน "เลิกเหล้าเข้าพรรษา" นั่นแหละค่ะ

.

.


ในวันนี้ ชาวไอริชจะไปโบสถ์ในช่วงเช้าและเฉลิมฉลองในตอนบ่าย ส่วน

มาก ก็จับกลุ่มกันเมามากกว่าจะทำอย่างอื่น เพราะคนที่นั่นขึ้นชื่ออยู่แล้วใน

เรื่องความเป็นปีศาจสุราและความเป็นคนเลือดร้อน ชอบทะเลาะวิวาท จะว่า

ไป เรื่องนี้ก็เหมือนเป็น Stereotype เพราะขึ้นชื่อว่าคนแล้ว ไม่ว่าชาติไหนก็

มีดีมีชั่วเหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่คนสก๊อตและไอริชนี่ขึ้นชื่อกว่าเพื่อน

โทษฐานผลิตของเมากินเองได้ดีเยี่ยมแล้วไม่หนำยังมอมเหล้าชาติอื่นไป

ทั่วโลก เบียร์ยี่ห้อดังของไอร์แลนด์ และเป็นที่รู้จักกันดีคือ Guinness หรือ

ที่คนไทยเรียกอย่างบ้านๆ ว่า เบียร์ตราหมาดำนั่นแหละ


.

.



ช่วงงานฉลองตอนบ่ายนี่แหละค่ะ ที่ชาวไอริชจะกินดื่ม และเต้นระบำที่เรียก

ว่า " Irish Dance" ที่หลายคนคงเคยเห็นในภาพยนตร์
.

.



สาวๆ จะเริงระบำรำฟ้อนกระโดดขึ้นลงด้วยปลายเท้าเหมือนบัลเล่ต์ แต่ไว

กว่ามาก แถมสลับขาได้อย่างสง่างามในกระบวนท่าเดียวกัน ดูไกลๆ เหมือน

ตุ๊กตาเริงระบำ เพราะเวลาเต้น จะต้องเชิดหน้า ตามองตรง ผมเป็นลอนสลวย

งดงามตามจังหวะการกระโดดขึ้นลง ซึ่งสาวๆ เหล่านี้ เน้นว่าต้องสาวจริงๆ

แบบที่เรียกว่า อายุไม่เกินยี่สิบ จะไม่มีกระเพื่อมหรือกระฉอกเลยแม้แต่นิด

เดียว ในยามเต้นรำ ล้วนแต่เอวบางร่างน้อยทั้งสิ้น ปล่อยให้คนเอวช้างร่าง

หนาหน้าตาแก่แรดอย่างฉันและเพื่อนนั่งกรึ่มเบียร์ไปด้วย จ้องอนงค์นางไป

ด้วยเป็นอาหารตา

.

.


ฉันดันทะลึ่งไปถามแม่สามีว่า แม่เต้นได้ไหม แบบนี้ อยากเห็น เพราะแม่เป็น

ไอริชที่อพยพเข้ามาอยู่อเมริกาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา แม่สามีไม่ตอบอะไร

หัวเราะฮ่าๆ เหล่มองลูกสะใภ้เล็กน้อย ขยับพุงให้เข้าที่ พลางสับไก่

เสียงดังสะท้านใจพิกล เห็นแบบนี้เลยจำต้องวิ่งหน้าตั้งถอยออกมาตั้งหลัก

หน้าบ้านแม่ เพราะเสียวเพลงดาบปังตอบินแบบไอริช หมดคำถามโดย

ปริยาย

.

.


ในวันนี้ ชาวไอริชจะกินอาหารจานที่เรียกว่า corned beef and cabbage

ฉันก็เลยสั่งมากินแกล้มเบียร์ด้วยเหมือนกัน แต่หลังจากที่ก๊งไปหลายแก้ว

เลยทำให้หลงๆ ลืมๆ ทั้งสติและสตางค์ เริ่มไม่ครบบริบูรณ์ จ้วงไปหลาย

คำแล้ว เพิ่งนึกได้ว่า จะต้องถ่ายรูปนี่หว่า เลยเหลือซากแค่นี้เอง ขออภัย

.

.



ส่วนรสชาตินั้นสุดแสนจะบรรยาย หากใครนึกไม่ออก ให้นึกถึงกระหล่ำปลี

ต้มเขละๆ จืดๆ ไร้รสชาติ กินกับเนื้อเป็นก้อนๆ นะคะ นั่นแหละ รสชาตินั้น

เลย จะว่าไป ต้มจับฉ่ายบ้านเรายังเข้าท่าซะกว่าอีก เรื่องนี้ รสนิยมส่วนตัว

ค่ะ ใครชอบอาหารฝรั่งชืดๆ แบบนั้นก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากขอ

แลกข้าวราดกะเพราหมูกรอบซักจาน จะแหล่มกว่านี้มาก

.

.



นอกจากอาหารจานหลักในวัน St. Patrick's Day แล้ว ยังมีเจ้า shamrock นี่

แหละ ที่เป็นพระเอกของงาน shamrock เป็นใบไม้เล็กๆ ที่มีสามแฉก

ชาวไอริชเลือกแชมร็อคมาใช้เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของ St.Patrick's Day

เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งการกลับมาของฤดูใบไม้ผลิ นอกจากนี้ ในช่วง

ศตวรรษที่สิบเจ็ด shamrock กลายเป็น สัญลักษณ์แห่งชาติไอร์แลนด์ที่เป็น

ความภาคภูมิใจของไอริชมาจนถึงปัจจุบัน

.

.


ส่วนองค์ประกอบของงานฉลองอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ The Leprechaun

คนไอริชเรียกเจ้าตัวซุกซนแต่ขี้เมานี้ว่า "lobaircin" หรือ เรารู้จักกันในนาม

The Leprechaun

.

.



The Leprechaun นี้มีที่มาจากนิทานพื้นบ้าน เล่ากันว่า เจ้า Leprechaun

เป็นคนตัวเล็กๆ สีเขียว มีเวทมนต์ ใส่หมวกทรงสูง ทำหน้าที่เฝ้าหม้อบรรจุ

ทองคำ และที่สำคัญ เป็นสุดยอดของขี้เมาทั้งปวง เชื่อกันว่า หากเราจับ

The Leprechaun ได้ จะสามารถบังคับให้เจ้าตัวเขียวนี่พาเราไปเอาหม้อ

บรรจุทองคำ คิดๆ แล้ว อยากเอาเหล้าล่อมันมาติดบ่วงจริงๆ เผื่อจะได้รวย

กับเค้ามั่ง

.

.



เจ้า Leprechaun นี่แหละค่ะ เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในเมืองนี้ด้วย

พอดี เมืองที่เป็นเหมือนบ้านที่สองของฉันนี่มีมหาวิทยาลัย TOP TEN

ของอเมริกา คือ Notre Dame University ตั้งอยู่ ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ บาทหลวง

ชาวไอริช ดังนั้น ตัว Mascot ที่ออกมาแรดทุกทริปการแข่งขันอเมริกัน

ฟุตบอลคือ เจ้า Leprechaun นี่แหละ

.

.





ส่วนชาวบ้านบางนี้ และจากบางอื่นทั่วโลกก็จะแห่ไปเชียร์ GO IRISH

GO กันให้ลั่นสนาม ทุกนัดที่ทีมนี้ลงสนาม เห็นหน้าตาตัวการ์ตูน Fighting

Irish มั้ยคะ หน้าตาเปรี้ยวมาก แบบอย่ามาแหยมนะว้อย ประมาณขี้เมาสู้

ตาย

.

.



ในวันที่ 17 มีนาคมของทุกปี แทบทุกเมืองในอเมริกาที่มีชุมชนชาวไอริชมา

ก่อร่างสร้างตัวอยู่ จะจัดงาน St.Patrick's Day นี้ขึ้น เมืองเล็กๆ ของฉันก็

เช่นกัน ในสมัยก่อน ชาวไอริชอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่เป็นชุมชนใหญ่ พอๆ

กับชุมชนของชาวโปล์ ที่ลงเรือข้ามมหาสมุทรจากโปแลนด์มาตั้งรกรากที่

อเมริกา เชื้อสายฝั่งพ่อสามีจะเป็นชาวโปล์ ปู่ของสามีเดินทางจาก

โปแลนด์มาอเมริกาด้วยเงินแต่สามดอลล์เท่านั้น ส่วนทางแม่เป็นไอริชที่

อพยพมาอเมริกาหลายชั่วอายุคนแล้ว ส่วนฉัน เป็นคนไทยพลัดถิ่น ที่อาศัย

เกาะเทศกาลเฉลิมฉลองมั่วไปเมากับชาวบ้านเค้า เช่นเดียวกับคนไทยบน

แผ่นดินไทย ไม่ว่าเทศกาลไหน เราก็มั่วนิ่มไปฉลองด้วยได้ทุกเทศกาล ไม่

ว่าเทศกาลไทย จีน แขก ฝรั่ง พี่ไทยเราไปทุกงานอยู่แล้ว
.

.



ในตอนเช้า ทุกคนในเมือง จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเขียว แล้วไปดูขบวน

พาเหรดกลางเมือง ที่สนุกคือ หลังจากขบวนแห่ นายกเทศมนตรีของเมืองก็

จะย้อมแม่น้ำเป็นสีเขียว ให้เข้ากับเทศกาลที่มีโทนสีเขียวเป็นหลัก ในตอน

บ่าย เป็นช่วง "รักเมา" อย่างแท้จริง

.

.



ผับทุกแห่งเนืองแน่นไปด้วยพลพรรคเสื้อเขียวตั้งแต่บ่ายยันดึก โดยเฉพาะ

ผับไอริช ที่ฉัน สามี และผองเพื่อน แวะไปกรึ่มเบียร์กันมา ที่พิเศษคือ

ทุกร้านจะย้อมสีเบียร์ให้เป็นสีเขียว เรียกว่า เมากันให้หน้าเขียวไปเลย แต่ยิ่ง

ดื่ม แบงค์ดอลล่าร์สีเขียวมันก็จะละลายไปกับเบียร์เขียวเสีย สุดท้าย คนที่

ยิ้มรับเงินสีเขียวๆ ก็คือ เจ้าของร้านเหล้า ขืนฉันดื่มมากกว่านี้ รับรอง ยังไม่

ทันสิ้นเดือน ต้องออกไปล่าเจ้า Leprechaun แน่ๆ


.

.


แท้จริงแล้ว เรื่องขบวนแห่ St. Patrick's Day เริ่มต้นขึ้นในอเมริกานี่เอง

เป็นการแตกยอดมาจากประเพณีในไอร์แลนด์ โดยเริ่มมีขบวนพาเหรดครั้ง

แรกในบอสตัน ปี 1737 ปีนั้น ถือเป็นการฉลองเทศกาล St. Patrick's Day

ครั้งแรกในอเมริกา

.

.



จากนั้นเป็นต้นมา จึงถือเป็นประเพณีที่ทำสืบเนื่องกันมาทุกปี ในเมืองใหญ่ๆ

ที่มีชุมชนไอริชอาศัยอยู่ เช่น บอสตัน นิวยอร์ค ชิคาโก้ และฟิลาเดลเฟีย

โดยเฉพาะที่ชิคาโก้ ถือเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งของการเฉลิมฉลองเลยทีเดียว

เพราะมีการย้อมแม่น้ำชิคาโกทั้งสายให้กลายเป็นสีเขียว น่าตื่นตาตื่นใจไม่

น้อย

.

.



ในเมืองที่เราอยู่นั้น เริ่มการเฉลิมฉลองกันตั้งแต่คืนวันศุกร์ มีรถรางตระเวณ

รับส่งฟรีตามผับต่างๆ ในเมือง ส่วนวันเสาร์ มีขบวนพาเหรดเฉลิมฉลองใน

ย่านดาวน์ทาวน์ แน่นอนว่า พลพรรครักการเมาจะไม่พลาดอย่างแน่นอน

.

.



เราออกไปดูขบวนแห่ในเช้าวันเสาร์ หลังขบวนแห่ผ่านไป ฉันกับพลพรรค

เสื้อเขียวอันประกอบด้วย สามีและเพื่อนสามีก็ตามไปดูการย้อมแม่น้ำใน

เมือง แต่ไม่ได้ย้อมทั้งสายหรอกค่ะ คาดว่า งบน้อย เลยปิดกั้นทางน้ำเป็น

สายเล็กๆ ย้อมเท่านี้ พอแล้ว เอาแค่พอหอมปากหอมคอ

.

.



พอช่วงบ่าย เราก็แวะเวียนเข้าผับนั้นผับนี้จนขาสั่นพั่บๆ แต่ก็ยังเก็บแรงไว้

ฉลองในวันจริงคือ วันอังคารที่ 17 มีนาคมอีกรอบ

.

.


พอกลางคืนของ St. Patrick's Day พลพรรคเสื้อเขียวก็รวมตัวกันออกร่อน

อีกรอบ ผับไอริชทุกแห่งในเมืองแน่นเอี๊ยด พอดี เจอผับไอริชที่คนไม่เยอะ

นัก เลยพุ่งเข้าใส่ นั่งฟังดนตรีไอริชไป จิบอะไรเย็นๆ ไปเพลินๆ

.

.



พอหน้าเริ่มตึง แต่กระเป๋าเงินเริ่มหย่อน พลพรรคเสื้อเขียวก็ออกเดินรอบๆ

ดาวน์ทาวน์ พอๆ กับขี้เมาก๊กอื่น ที่พากันเดินแอ่นไปแอ่นมา รับลมเย็นๆ รอ

สร่าง
.

.




3 สร่าง

เราเดินทอดน่องไปช้าๆ บนถนนที่อึงอลด้วยเสียงแห่งเทศกาลงานฉลอง ยิ่ง

ดึก ยิ่งอึงคะนึงไปทั่วถนนสายนั้น ก็แค่ถนนสายเล็กๆ ธรรมดา ในเมืองเล็กๆ

เมืองหนึ่งเท่านั้นเอง

.

.

เสียงปี่สก๊อตและขลุ่ยดังแว่วมาจากผับไอริชที่ไหนสักแห่ง เรายิ้มหัวร่าเริงให้

กัน พลางขยับเท้าก้าวตามเสียงจังหวะดนตรี อย่างช้าๆ ในตอนแรก และเร่ง

จังหวะเร็วขึ้นๆ ระเรื่อยไปบนถนนสายนั้น สายลมแห่งใบไม้ผลิพัดมา เรา

รู้สึกว่า กำลังลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์




ข้อมูลบางส่วน : แปลและเรียบเรียงจาก

http://www.history.com/content/stpatricksday





The Irish Washerwoman - Celtic Bagpipes







 

Create Date : 19 มีนาคม 2552
11 comments
Last Update : 20 มีนาคม 2552 20:14:08 น.
Counter : 3245 Pageviews.

 

เครื่องมีปัญหาค่ะ ขอกลับมาอัพรูปวันหลังนะคะ

 

โดย: Kala_mydog 20 มีนาคม 2552 3:50:50 น.  

 

หวัดดีคะ แวะมาเยี่ยมเยียน เห้นชื่อพี่คุ้นๆๆว่าน่าจะอยู่อินเดียน่า เห้นแล้วนึกวันก่อนๆๆๆ เกือบจะได้ฉลอง st. patrick's day ปีนี้ที่อินเดียน่า แต่ไม่สบายแล้วบินกลับมาไทย แถมตัวเองชอบสีเขียวด้วย เสียดายจังเลย

 

โดย: Friendlyjoycy IP: 124.120.122.146 20 มีนาคม 2552 9:47:48 น.  

 

sound like lots of fun !!!! have a nice day naka

 

โดย: NLN 20 มีนาคม 2552 17:26:36 น.  

 

น่าจะจับเจ้าตัว leprechaun มาฝากซักตัว อิชั้นอยากได้หม้อทองคำ จะได้รวยซะที

 

โดย: Febie 20 มีนาคม 2552 18:28:11 น.  

 

 

โดย: miss Florence in Venice 20 มีนาคม 2552 22:15:45 น.  

 

เปลี่ยนแม่น้ำเป็นสีเขียวยังทำได้
อย่างงี้เค้าก็น่าจะเปลี่ยนมันให้เป็นเบียร์ให้เราหน่อยสิเนอะเจ๊
อ่ะคริคริคริ

 

โดย: เพลงฝนต้นลมหนาว 20 มีนาคม 2552 23:50:05 น.  

 

อ่านแล้วได้ความรู้ดีมากๆ เลย ขอบคุณมากนะคะ

 

โดย: วิสกี้โซดา 21 มีนาคม 2552 2:00:00 น.  

 

สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ

 

โดย: teansri 13 เมษายน 2552 19:40:47 น.  

 

สบายดีหรือเปล่าคะ ไม่เห็นนานแล้วล่ะค่ะ

 

โดย: teansri 20 เมษายน 2552 0:12:16 น.  

 

รักข้ามรั้ว เสนอเป็นตอนแรก 29 เมษายนนี้ เวลา 18.45 น.
ช่อง 7 สี นะ


อ๊ะ อยู่บ้านนอก อดดู อ่ะดิเจ๊

 

โดย: ดาริกามณี IP: 58.9.193.104 29 เมษายน 2552 10:18:41 น.  

 

ไม่อัพบล็อกจริง ๆ น่ะพี่บี ... มัวแต่ดูละครรึเปล่าเนี่ยะ ...

ดอกไม้ถ่ายที่ห้องสมุด Mishawaka นะคะ ไล่ตามถนน Meijer ฝั่ง
บ้านเราขึ้นมาน่ะค่ะ คิดภาพออกมั้ย .... แถว Down Town เก่าของ Mishawaka จ้าาาา ...

 

โดย: Tristy 7 พฤษภาคม 2552 22:32:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Kala_mydog
Location :
Indiana United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




**งานเขียนทุกชิ้นที่ปรากฏในเวบไซต์นี้
เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบทประพันธ์นั้นๆ แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามกระทำการดัดแปลง แก้ไข
หรือแอบอ้างไปเป็นผลงานของตน
โดยไม่มีการอ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์
หากผู้ใดมีความประสงค์
จะนำข้อมูลดังกล่าวออกเผยแพร่ ตีพิมพ์
หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นใด
โปรดติดต่อเจ้าของบทประพันธ์โดยตรง**



สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด



"เจริญขวัญ" (kala_mydog)

Friends' blogs
[Add Kala_mydog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.