ดอกไม้ในความคิด
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
11 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

หิ้วไวน์ไปหา Danny,the paisano of Tortilla Flat @ Monterey



(รักโปสการ์ดใบนี้ ตรงที่บอกเล่าเรื่องราวอดีต)

ในวัยสิบขวบ มือซุกซนของฉันไปคว้าหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้นหนังสือของพ่อมา

โดยไม่ตั้งใจ เพียงเพราะชื่อฟังดูน่าท้าทายให้ค้นหา หนังสือเล่มนั้นเป็น

หนังสือแปล โดยคุณประมูล อุณหธูป เรื่อง "โลกียชน"

.

.


ห้าชั่วโมงผ่านไป เด็กสิบขวบคนนั้นก็ตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ถือได้ว่า โลกียชนเป็นหนังสือแปลเล่มแรกในชีวิตที่ประทับรอยในความทรงจำ

อย่างไม่รู้ลืมตลอดมา
.

.

.
.

หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหลายเล่มที่สามารถอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้

เบื่อ จนจดจำทุกตัวละครได้อย่างขึ้นใจ ไม่ว่าจะเป็นแดนนี่ ปิลอง หรือไพเร็ท

เพราะวีรกรรมทำเพื่อเหล้าของสหายพายซาโนมีสีสันแทบจะกระโดดออกมานอก

หนังสือ จนกระทั่งมีโอกาสได้มาอาศัยอยู่ในแผ่นดินอื่นซึ่งเป็นแผ่นดินแม่ของนัก

เขียนคนนั้น หนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกที่ฉันซื้อในอเมริกาจึงเป็น Tortilla Flat

ของ John Steinbeck ต้นฉบับเดิมของโลกียชนที่ได้รับการแปลอย่างสละสลวย

โดยฝีมือของนักแปลนามอุโฆษ ประมูล อุณหธูปนั่นเอง

.

.

Tortilla Flat หรือโลกียชนในภาคภาษาไทย ไม่เพียงแต่เป็นวรรณกรรมอเมริกัน

ชั้นเยี่ยม หากแต่ถือเป็นเพชรน้ำงามของวงวรรณกรรมโลกเลยทีเดียว

.

.

แม้คุณวินทร์ เลียววาริณ ยังเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า

"นวนิยายเรื่อง โลกียชน ส่งผลกระทบต่อวรรณกรรมโลกอย่างมาก เป็นหนังสือ

"ของแท้" เพราะสามารถผ่านกาลเวลา ไม่ว่าจะมองมันในฐานะนักอ่านหรือนัก

เขียน โลกียชนหรือ Tortilla Flat ก็ยังคงเป็นหนังสือเก่าที่สวยงามยิ่ง และไม่เคย

ตกสมัย โลกียชนเป็นบทพิสูจน์ว่าเนื้อหาที่เรียบง่าย กระทบใจ ยังเป็นเรื่องที่ดีที่

สุด และเขียนยากที่สุด ไม่แปลกใจที่หนังสือเล่มนี้กลายเป็นแบบอย่างให้นักเขียน

รุ่นหลังทั่วโลก"

.

.


แม้แต่งานชุด "เสเพลบอยชาวไร่" หรือชาวคณะแจ้ง ใบตอง ของคุณ‘รงค์ วงษ์

สวรรค์ ก็น่าจะได้แนวคิดจาก Tortilla Flat มาไม่น้อย แต่ที่ชัดเจนที่สุด เห็นจะ

เป็นนิยายกำลังภายในของโกวเล้ง เรื่อง วีรบุรุษสำราญนั่นเอง

.

.


.

.

Tortilla Flat เป็นเรื่องของมิตรภาพ น้ำมิตรและน้ำเมาของคนสันหลังยาวกลุ่ม

หนึ่ง โดยมีแดนนี่เป็นหัวโจก คนกลุ่มนี้เป็นพายซาโนที่ยากจนและขี้เกียจขนาด

หนัก วันๆ ไม่ทำอะไรมากไปกว่า คิดแต่การหาไวน์มากรอกท้องและจ้องขโมย

ของชาวบ้านเพื่อเอามาแปรสภาพเป็นเงินไปซื้อเหล้า สหายพายซาโนใช้ชีวิต

แบบเรื่อยเฉื่อย แต่สุขสมบนความไม่มีอะไรในชีวิต บางทีก็ลงทุนไปทำงานรับ

จ้างเพียงเพื่อเอาเงินไปซื้อยกทรงให้สาว หรือลงแดงเหล้าหนักๆ ก็ยอมไปทำงาน

เพียงไม่กี่ชั่วโมงเพื่อเอาเงินมาซื้อไวน์กิน บางวันก็ขโมยไก่ชาวบ้าน แต่บางวันก็

ทำตัวเป็นคนดีด้วยการช่วยเหลือคนอื่น เอาแน่ไม่ได้กับคนกลุ่มนี้ แต่อย่างหนึ่งที่

บอกได้คือ วีรกรรมเถื่อนๆของทั้งกลุ่ม ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตาไปกับ

มิตรภาพอันงดงามของก๊วนพายซาโน

.

.


.

.

Tortilla Flat ดำเนินเรื่องโดยใช้ฉากใน Monterey ทั้งหมด ซึ่งเป็นถิ่นที่ จอห์น

สไตน์เบ็ค คุ้นเคยเป็นอย่างดี ถือเป็นนวนิยายเรื่องแรกที่ใช้ฉากในมอนเทอร์เรย์

ส่วนอีกเรื่องที่ใช้เมืองนี้เป็นฉากคือ Cannery Row

.

.



(คนที่เคยอ่านเดอร์ตีญ่า แฟลต คงจะจำตึกนี้ได้เพราะนี่คือ แหล่ง

อุตสาหกรรมหลักของเมือง)



.

.


จากหนังสือเล่มบางๆ ภาคภาษาไทย ทำให้ฉันขวนขวายหาหนังสือทุกเล่มของ

จอห์น สไตน์เบ็คมาอ่านอย่างเอาเป็นเอาตายและหลงรักตัวอักษรของนักเขียน

คนนี้ ไม่ว่าจะเป็น The Grapes of Wrath หรือในชื่อภาษาไทยคือ ผลพวงแห่ง

ความคับแค้น ส่วนอีกสองเรื่องที่อ่านแล้วตราตรึงมาก คือ Of Mice and

Men และ East of Eden สำหรับ East of Eden นี่ฉันถือเป็นมหากาพย์เลยทีเดียว

อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายหนไม่รู้เบื่อ สะเทือนใจกับเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างพี่

น้องและปมความเกลียดชังที่หยั่งรากลึกในใจ

.

.

หนังสือของจอห์น สไตน์เบ็คได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยคุณประมูล อุณห

ธูปและคุณณรงค์ จันทร์เพ็ญ ซึ่งเป็นคนหลังนี้เป็นนักแปลฝีมือดีอีกคน เมื่ออ่าน

ฉบับแปล แล้วมีโอกาสอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ ทำให้เรารู้ว่า การเป็นนักแปล

ฝีมือดีนั้นเป็นอย่างไร สองคนนี้ ฉันถือว่าเป็นนักแปลชั้นครู แต่ในส่วนของคุณ

ประมูลควบตำแหน่งนักเขียนอีกตำแหน่งหนึ่ง และทั้งคู่เป็นนักแปลที่จูงฉันเข้า

ไปรู้จักกับวรรณกรรมโลกอีกหลายเล่มเมื่อครั้งยังเยาว์

.

.




(เหลือแค่รูปปั้นไว้กลางลาน เพื่อระลึกว่า ครั้งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นฉากในนวนิยาย)

.

.


John Steinbeck เกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1902 ที่ Salinas , California

เข้าเรียนที่โรงเรียนใน Salinas สำเร็จการศึกษาในปี 1919 และศึกษาต่อที่

มหาวิทยาลัย Stanford ในสาขาวิชาภาษาอังกฤษ แต่ในที่สุดก็ออกจาก

Stanford ในปี 1925 แล้วเดินตามความฝันของตนเองไป New York เพื่อขอ

แจ้งเกิดในฐานะนักเขียน แต่ช่วงสองปีที่อยู่ที่นั่น ชีวิตทางการเขียนกลับไม่

ประสบความสำเร็จ นวนิยายที่เขียนไม่ได้รับการตีพิมพ์และไม่เป็นที่รู้จัก เมื่ออก

หักจากนิวยอร์ก สไตน์เบ็คจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่ California

.

.



.

.

.
นวนิยายเล่มแรกของ John Steinbeck คือ Cup of Gold ตีพิมพ์ในปี 1929 แต่ก็

ไม่ได้รับความสนใจจากผู้อ่านเท่าใดนัก ส่วนนวนิยายอีกสองเล่มที่ตามมาคือ

เรื่อง The Pastures of Heaven และ To A God Unknown ทั้ง

สองเล่มเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุด

.

.




.

.
ปี 1930 Steinbeck แต่งงานกับCaral Henning ภรรยาคนแรก หย่าแล้วแต่งงาน

ใหม่กับ Gwyn Conger แล้วย้ายไปอยู่ Pacific Grove หลังจากตีพิมพ์หนังสือ

เรื่อง Totilla Flat ในปี 1935 ก็เริ่มมีชื่อเสียง จนได้รับเหรียญทองจากสมาคม

California Commonwealth สาขานวนิยายดีเด่นโดยนักเขียนชาว

California ในปีนั้นเอง

.

.

จากนักเขียนที่ไม่มีใครรู้จักกลายมาเป็นนักเขียนที่ทั่วโลกยอมรับ สไตน์เบ็คสร้าง

สรรค์นิยายออกมาเรื่อยๆ รวมถึงงาน The Grapes of Wrath ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้าง

ชื่อเสียงให้เขามากที่สุด

.

.



(จารึกสมัยใหม่ บอกเล่าตำนานแห่งมอนเทอร์เรย์)

.

.

Steinbeck ได้รับรางวัล Nobel สาขาวรรณกรรม ในปี 1962 นอกจากนี้ ยังได้รับ

รางวัลทางวรรณกรรมอีกมากมาย ทั้ง The Grapes of Wrath และ Of Mice and

Men ต่างกลายเป็นงานชิ้นสำคัญซึ่งยังคงใช้ถกเถียงกันในชั้นเรียนมาจนถึง

ปัจจุบัน

.

.


ผลงานทางวรรณกรรม

Cup of Gold (1929)


The Pastures of Heaven (1932)


The Red Pony (1933)


To a God Unknown (1933)


Tortilla Flat (1935)


The Harvest Gypsies: On the Road to the Grapes of Wrath (1936)


In Dubious Battle (1936)


Of Mice and Men (1937)


The Long Valley (1938)


The Grapes of Wrath (1939)


Forgotten Village (1941)


Sea of Cortez: A Leisurely Journal of Travel and Research (1941)


The Moon Is Down (1942)


Bombs Away: The Story of a Bomber Team (1942)


Cannery Row (1945)


The Wayward Bus (1947)


The Pearl (1947)


A Russian Journal (1948)


Burning Bright (1950)


The Log from the Sea of Cortez (1951)


East of Eden (1952)


Sweet Thursday (1954)


The Short Reign of Pippin IV: A Fabrication (1957)


Once There Was A War (1958)


The Winter of Our Discontent (1961)


Travels with Charley: In Search of America (1962)


America and Americans (1966)




ส่วนผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์หลังถึงแก่กรรม คือ


Journal of a Novel: The East of Eden Letters (1969)


Viva Zapata! (1975)


The Acts of King Arthur and His Noble Knights (1976)


Workings Days: The Journals of The Grapes of Wrath (1989)

.

.

John Steinbeck เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปี 1968 ที่ New York ภรรยาคน

ที่สาม Elaine Scott และลูกชาย Thomas ฝังร่างนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่นี้ไว้บนแผ่น

ดินอันเป็นที่รักยิ่งที่บ้านเกิดใน Salinas

และก่อตั้ง THE NATIONAL STEINBECK CENTER ที่นี่ด้วยเช่นกัน




2.


ฉันตั้งใจจะหิ้วไวน์ไปกำนัลแดนนี่และผองเพื่อน

จึงมุ่งหน้าออกจากซานฟรานซิสโก ขับรถลงใต้บนถนนสาย HIGHWAY 1 ผ่าน

ซานตาครูซ มุ่งตรงสู่มอนเทอร์เรย์ กะจะไปให้ถึงมอนเทอร์เรย์ก่อนค่ำ เพราะกลัว

ไวน์ที่หิ้วไปจะฝาดเฝื่อนเปลี่ยนรสไปเสียก่อน แน่นอน ต้องเป็นไวน์จากแคลิฟอร์

เนียเท่านั้นถึงจะสบใจแดนนี่และผองเพื่อนพายซาโน และจะต้องเป็นไวน์ที่ดีกว่า

ไวน์ของร้านตา Torrelli ด้วย

.

.



.

.

ฉันไปถึงมอนเทอร์เรย์ในตอนบ่าย ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง บนชาย

หาด ไม่มีพายซาโนหลงเหลือแม้แต่คนเดียว ไม่มีใครเปิดหมวกปีกกว้างแล้วหลิ่ว

ตาทักทาย "อามิโก้" (amigo) อีกต่อไปแล้ว

.

.



(นี่แหละค่ะ ที่บอกว่า โรงงานปลากระป๋องในอดีตกลายเป็นร้านค้าไปหมด)

.

.

สถานที่นั้นเหลือเพียงรอยความทรงจำของนักอ่านผู้หลงรักแดนนี่ ในบริเวณที่

เคยเป็นโรงงานปลากระป๋อง กลายเป็นร้านอาหารและแหล่งshopping

มีรูปปั้นจอห์น สไตน์เบ็ค ตั้งอยู่ เพื่อบอกเล่าตำนานแดนนี่และสหายพายซาโน

เท่านั้น ว่าครั้งหนึ่ง ละแวกนี้เคยเป็นฉากอันสถานบรมสุขของเหล่าชนหลังยาว

แห่ง Tortilla Flat

.

.



(กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งไปซะแล้ว)

.

.


ไม่ไกลกันนัก เป็นพิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งมอนเทอร์เรย์ ทุกอย่าง กลายเป็นสวน

สนุกขนาดใหญ่ ไม่เหลือเค้าและร่องรอยของกลุ่มชนสำราญเลยแม้แต่น้อย

.

.

ฉันสงสัยว่า หากแดนนี่มีตัวตนจริงและมีชีวิตยืนยาวมาถึงปัจจุบันจริง จะใจหาย

เพียงใดหนอ ที่มอนเทอร์เรย์เปลี่ยนไปขนาดนี้ หรือแดนนี่อาจจะแค่หัวเราะลั่น

แล้วยกไวน์ที่ซื้อด้วยเงินสงเคราะห์จากรัฐกรอกปากอย่างสำราญใจ เพราะไม่ยึด

ติดอะไรอยู่แล้ว นอกจากสุราและสหาย เห็นแล้วอดนึกถึงหลักไตรลักษณ์ไม่ได้

ไม่มีสิ่งใดหรอกที่ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะความเปลี่ยนแปลงเท่า

นั้นที่เป็นนิรันดร์

.

.



(ชายหาดเป็นโขดหินมากกว่าทราย วันที่ไป ยังเห็นสิงโตทะเลขึ้นมานอนผึ่งแดดเลย)


.

.
ชายหาดยามบ่ายว่างวาย ไม่มีแม้คนผ่านทาง ฉันเปิดจุกไวน์ นั่งดื่มเงียบๆ

ลำพัง บนโขดหินอ้างว้าง ลมทะเลพัดไอชื้นเค็มมากระทบเต็มผิวหน้า ฉันชูขวด

ไวน์ " salud" ให้กับสายลมยามบ่าย แล้วยกดื่มอึกหนึ่ง ยกมือปาดไวน์ที่เลอะ

ตรงมุมปาก จากนั้นก็เทไวน์สีทับทิมลงบนโขดหินแห่งมอนเทอร์เรย์ แผ่นดินอัน

เป็นตำนานแห่งพายซาโน

"Amigo, Danny , salud"




"Amigo" - คำกล่าวทัก เหมือนคำว่า สวัสดี

"Salud" - คำพูดเวลาชนแก้วดื่ม เหมือน "Cheers" ในภาษาอังกฤษ







"เจริญขวัญ"

ตีพิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร "หัวใจเดียวกัน"

ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 , 2552>




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2552
2 comments
Last Update : 15 กันยายน 2552 23:33:14 น.
Counter : 521 Pageviews.

 



มาส่งความรักย้อนหลังค่ะ

 

โดย: teansri 15 กุมภาพันธ์ 2552 19:19:19 น.  

 

เคยอ่าน of mice and men อ่านแล้วอึ้ง พยายามหาเรื่องอื่นมาอ่านอีก แต่ แต่ละเล่มอย่างหนา แถมแพงโคตร ไม่มีปัญญาซื้อ

 

โดย: Febie 17 กุมภาพันธ์ 2552 19:23:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Kala_mydog
Location :
Indiana United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




**งานเขียนทุกชิ้นที่ปรากฏในเวบไซต์นี้
เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบทประพันธ์นั้นๆ แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามกระทำการดัดแปลง แก้ไข
หรือแอบอ้างไปเป็นผลงานของตน
โดยไม่มีการอ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์
หากผู้ใดมีความประสงค์
จะนำข้อมูลดังกล่าวออกเผยแพร่ ตีพิมพ์
หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นใด
โปรดติดต่อเจ้าของบทประพันธ์โดยตรง**



สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด



"เจริญขวัญ" (kala_mydog)

Friends' blogs
[Add Kala_mydog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.