ดอกไม้ในความคิด
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

SPOOKY HALLOWEEN : คืนนี้..ผีลืมหลุม


.

.



-1-




อาทิตย์ลับดวงไปแต่ย่ำเย็น หลบฉากให้จันทร์เสี้ยวสลดแสงค่อยแย้มสีซีดเซียวขึ้นมาเกี่ยวดวงแอบมุมม่านกำมะหยี่สีดำที่โอบห่มผืนฟ้า ลมหนาวปลายเดือนตุลาคมกรรโชกพัดหวู่หวิว แหบโหยครวญครางกับกิ่งก้านไร้ใบที่โยกตัวไปมาตามแรงลม ไกวเงาตะคุ่มๆ ทาบทอพร่างพรายบนพื้นหญ้าซีดจาง นกเค้าแมวคูเสียงเครือโฉบกระพือวูบเป็นเงาดำตัดผ่านต้นเมเปิ้ล ลมโชยมาอีกระลอกพัดหญ้าเอนไหวซู่ผสานเสียงแผ่วพร่าพึมพำกระซิบของแมลงกลางคืน ท่ามความหม่นสลัวของหมอกชื้นที่เริ่มคลี่คลุมทั่วอาณาบริเวณ

.

.

ร่างขาวโพลนร่างหนึ่งโผล่มาอย่างเงียบๆ ดูเลือนลางลอยเลื่อนฝ่าสายหมอกมาตามทางเท้าราดซีเมนต์แคบๆ ใกล้เข้ามาทุกขณะ พลันมาหยุดยืนหน้าบ้านที่ประดับโคมรูปฟักทองแกะสลักแสยะยิ้มน่าสะพรึงด้วยแสงวูบวับของเปลวเทียนภายใน เหมือนประหนึ่งแสดงความยินดีกับการสิ้นสุดแห่งชีวิตและการกลับมาของวิญญาณ

.

.


นี่คือ สัญลักษณ์แห่งการต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของชีวิตหลังความตาย และคืนนี้ เป็นคืนที่วิญญาณทุกดวงจะลุกจากหลุมศพ เพื่อเสาะหาร่างมนุษย์สิงสู่ เพื่อกลับคืนสู่ชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เพราะคืนนี้ เป็นคืนเดียวในรอบปีที่วิญญาณของคนเป็นและคนตายจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน

.

.

เจ้าของร่างสะท้านเยือกเป็นครั้งสุดท้าย เดินฝ่าไอหมอกหนาวชื้นเข้าไป ทีละก้าว ทีละก้าว แล้วตัดสินใจเด็ดขาด เคาะประตูหน้าบ้าน

.

.


“Trick or treat?"

“ Treat ! ”

.

.

เสียงตอบดังมาก่อนที่ เจ้าของเสียงจะเดินมาเปิดประตู เจ้าบ้านยืนยิ้มแฉ่งใต้หน้ากากผี กวัดแกว่งห่อลูกอมในมือไปมา พลางยื่นขนมเต็มกำมือให้เจ้าผีตัวขาวหน้าบ้าน

.

.
“Happy Halloween ! ”




.

.


-2-




เพราะคืนนี้เป็นค่ำคืนแห่งฮาโลวีน เกือบทุกบ้านในอเมริกาที่รักการเล่นสนุกและการแจกขนมเด็ก จึงประดับประดาบ้านเรือนให้สยองขวัญที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเฉลิมฉลองราตรีปีศาจนี้กันอย่างเต็มที่

.

.


หากพร้อมเล่นสนุกในเทศกาลนี้ เจ้าของบ้านจะต้องเปิดไฟไว้เป็นสัญลักษณ์หรือไม่ก็ตกแต่งหน้าบ้านด้วยโคมฟักทองแกะสลัก ซึ่งใส่เทียนไขไว้ข้างใน ที่เรียกกันว่า Jack O’ Lantern เพราะในช่วงค่ำจะมีผีน้อยผีใหญ่แวะมาเยือนบ้านไม่ขาดสาย พร้อมตะโกน Trick or treat

.

.

แน่นอนว่า เรื่องบันเทิงแบบนี้ ฉันและผู้ชายสามัญประจำบ้านไม่เคยพลาดแม้แต่ปีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีหน้ากากตาโปน เขี้ยวหมูป่า ขนาดมโหฬารแกมรุงรังของอินโดนีเซียที่เรียกว่า “Rangda” มาใส่หลอกเด็กๆ ทุกปี ส่วนฉันมีหน้ากากไม้สีแสบตาน่าสะพรึงกลัวของศรีลังกาไว้หลอกเด็กเป็นคู่สยองขวัญชวนเผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง

.

.
จริงๆ แล้ว หน้ากากสองชิ้นนี้ เป็นของสะสมส่วนตัวที่เก็บดองไว้นานสิบห้าปีแล้ว สมัยเดินทางไปทำงานข่าวที่นั่นที่นี่ แต่เพราะเรานึกสนุกเลยเอามาใส่เล่นในคืนฮาโลวีน และได้ผลทุกครั้งในการเรียกเสียงกริ๊ดจากเด็กๆ ทำให้คนแก่ๆ สองคนได้ใจ เลยใส่หน้ากากสองอันนี้เรื่อยมาทุกปี

.

.

อีกอย่างที่น่าสนุกคือ เราตระเตรียมขนมแสบๆ คันๆ ลิ้นเอาไว้ตั้งแต่ต้นเดือน เช่น ลูกอมเปรี้ยวกระฉูด , ช็อคโกแลตลูกตา , แหวนอมยิ้มรูปหัวกะโหลก หรือขนมตึ๋งหนืดชิ้นส่วนมนุษย์ ไว้ถุงใหญ่ประมาณถุงของขวัญของลุงซานตาคลอสนั่นเชียว แต่ข้างในรับรองได้ว่า มีแต่ขนมพิลึกกึกกือที่เราสรรหามาอย่างดี ไว้รอรับมือกับฝูงผีตัวเล็กเด็กแถวบ้าน

.

.

ในอเมริกา ประเพณีนี้ถือเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งของเด็กๆ ที่เฝ้ารอคอยดูว่า บ้านไหนมีโคมฟักทองหรือไม่ก็ตกแต่งบ้านชวนขนหัวลุก รวมทั้งมีหุ่นฟางประดับหน้าบ้านบ้าง เพราะถือเป็นสัญญาณว่า บ้านนั้นเต็มใจต้อนรับให้เข้าไปขอขนม

.

.

การประดับประดาหน้าบ้านด้วยหุ่นฟางและฟักทองนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยวด้วยเช่นกัน ถือเป็นสัญลักษณ์การสิ้นสุดของฤดูร้อน พร้อมจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว หากจะทำตามธรรมเนียมปฏิบัติจริงๆ ขนมหลักที่นำมาแจกเด็กๆ จะเป็นขนมรูปเม็ดข้าวโพดสีขาวเหลืองหรือเหลืองส้มที่เรียกว่า Corn Candy รสหวานแสบไส้ กินทีไร แสบลิ้นทุกที

.

.

พอเหล่าตัวแสบมาถึงบ้านที่หมายตาไว้แล้ว ก็จะถามว่า Trick or treat? ส่วนเจ้าของบ้านจะก็จะตอบว่า “ Treat” พร้อมแจกขนมหวานให้เหล่าภูติน้อย แต่ถ้าเราเลือกตอบว่า Trick นั่นหมายถึง เราท้าทายให้ผีน้อยอาละวาดแลบลิ้นปลิ้นตารวมทั้งอาจยกฟักทองหน้าบ้านทุ่มโครมแหลกเละ

.

.

ส่วนมากแล้ว เจ้าของบ้านมักจะตอบว่า treat ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้กลัวผีแต่อย่างใด แต่บ้านที่แจกขนมมักจะมีปาร์ตี้ขี้เมาหลังแจกขนมเด็ก สู้แจกไปไวๆ ซะดีกว่า จะได้ถึงรอบขี้เมารำวงซะที เช่นบ้านฉัน พอแจกขนมหมดแล้วก็ปิดไฟหน้าบ้าน เป็นสัญญาณว่า เลิกเล่นแล้ว ห้ามเคาะประตูเรียก จากนั้นก็โทรตามเพื่อนฝรั่งที่ยังหลงผิดคบหาพวกเราอยู่ให้เหน็บขวดน้ำเปลี่ยนนิสัยมาฉลองฮาโลวีนกันที่บ้านต่อ เป็นอันเสร็จพิธีการฉลองฮาโลวีนในแบบของเมรีเมรัยออฟไทยแลนด์อย่างสมบูรณ์แบบ

.

.


-3-




เรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาลฮาโลวีนมีอยู่หลายตำนาน แต่เท่าที่พอสรุปได้คือ เทศกาลนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว

.

.

ในสมัยก่อนคริสตกาล วันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันที่ชาว Celt ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในไอร์แลนด์ ถือเป็นวันสิ้นสุดฤดูร้อน และในวันรุ่งขึ้นคือ วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเชื่อกันว่า วันที่ 31 ตุลาคมนี้ คือ วันที่เชื่อมมิติระหว่างคนเป็นและคนตาย วิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาจะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่ กลับคืนสู่ความมีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

.

.

.
บางตำนานอ้างถึงว่าฮาโลวีนเป็นเทศกาล บูชาเทพเจ้า แห่งความตาย ก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาว โดยมีการบวงสรวงด้วยการนำเหล้าและอาหารออกมาวางนอกบ้าน เพื่อให้เทพเจ้าแห่งความตายได้ดื่มกิน

.

.

ส่วนในวันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันปล่อยผี ซึ่งวิญญาณจะกลับมายังโลก เพื่อเข้าสิงร่างของคนที่มีชีวิตอยู่ ชาวบ้านที่กลัวว่าจะถูกวิญญาณเข้าสิง ก็จะดับไฟเตาผิงในบ้าน เป็นการหลอกผี เพราะสมัยก่อน ไม่มีฮีตเตอร์ บ้านในเมืองหนาว มักใช้เตาผิงในการเพิ่มความอบอุ่นภายใน เชื่อกันว่า เมื่อไฟดับลง ทั้งบ้านจะเย็นยะเยือก ทำให้วิญญาณไม่อยากย่างกรายเข้ามา

.

.

จากนั้น ชาวบ้าน ก็จะออกไปรวมตัวกันก่อกองไฟ พร้อมทั้ง แต่งตัวให้เหมือนผี รวมตัวกันส่งเสียงร้องไปรอบๆ หมู่บ้าน เพื่อให้วิญญาณเข้าใจผิดว่าเป็นพวกเดียวกัน บางครั้งมีการใช้ความรุนแรงถึงขั้นเผาผู้ต้องสงสัยว่าถูกวิญญาณเข้าสิง แต่เมื่อชาวโรมันรับธรรมเนียมนี้มาปฏิบัติ ก็เปลี่ยนมาเป็นการเผาหุ่นแทน


.

.
ในปีค.ศ. 731 สมัยพระสันตะปาปาเกรโกรี่ที่ 3 ได้กำหนดให้ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมมันคาทอลิกเฉลิมฉลองให้เหล่านักบุญ ( All Hallow Eve) ในวันที่ 1 พฤศจิกายน แทนวันที่ 13 พฤศจิกายน เพื่ออุทิศวันนี้ให้แก่สำนักของเหล่านักบุญทั้งหลาย อันเป็นสำนักย่อยในพระมหาวิหารเปโตรในกรุงโรมนั่นเอง



.

.

ในค.ศ.998 นักบุญโอดิโล อธิการอาราม แห่งคลุนนี่ ประเทศฝรั่งเศสได้เพิ่มวันที่ 2 พฤศจิกายนเข้าไปอีก 1 วัน เพื่อเป็นวันที่ระลึกให้แก่วิญญาณผู้ล่วงลับ ต่อมาชาวคาทอลิกในไอร์แลนด์มีความคิดว่า เมื่อมีการฉลองให้แก่เหล่านักบุญและวิญญาณที่ล่วงลับแล้ว วิญญาณที่เหลืออาจจะล่องลอยวนเวียนอยู่ในนรก ดังนั้น ชาวไอริชจึงเริ่มธรรมเนียมการตีกระทะและหม้อในตอนเย็นของวันก่อนวันฉลองเหล่านักบุญทั้งหลาย คือ วันที่ 31 ตุลาคม เพื่อให้ดวงวิญญาณร่อนเร่รับรู้

.

.



ดังนั้น คำว่า "ฮาโลวีน" หรือ " Halloween" น่าจะเพี้ยนมาจาก " All Hallows Eve" คือ คืนก่อนวัน " All Hallows Day" หรือ " All Saint's Day" (วันที่ 1 พฤศจิกายน) ซึ่งเป็นวันที่คาทอลิกปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญต่างๆ นั่นเอง

.

.

ช่วงศตวรรษที่ 14-15 เป็นช่วงเวลาที่กาฬโรคระบาดไปทั่วยุโรป ส่งผลให้ประชากรตายไปกว่าครึ่ง แต่ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากเช่นนี้ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานชุด "ระบำแห่งความตาย" หรือ Dance of Death or The Dance Macabre ออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาพวาดข้างกำแพงสุสานที่เป็นรูปปีศาจเดินนำฝูงชนที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ไปยังหลุมฝังศพ บางท้องถิ่นก็มีการแต่งกายคล้ายกับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากโรคร้าย



ตำนานฮาโลวีนต่อเนื่องยาวนานมาถึงปี ค.ศ. 1605 มีตำนานเล่าว่า มีชาวอังกฤษคนหนึ่งเป็นสมาชิกของผู้ต่อต้านกลุ่มคาทอลิก ในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 1 และนายคนนี้มีหน้าที่ดูแลคลังดินปืนที่จะนำไปวางระเบิดรัฐสภาอังกฤษ แต่เนื่องจากทำงานไม่รอบคอบ เลบถูกจับได้ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 1605 จากนั้น ก็ถูกตัดสินให้รับโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

.
จากนั้นก็มีพวกที่รักสนุกสวมหน้ากากผีไปเคาะประตูบ้านพวกคาทอลิก เพื่อขอขนมเค้กกับเบียร์มาดื่มกิน จนแม้ชาวอังกฤษส่วนหนึ่งอพยพมายังอเมริกา ก็นำธรรมเนียมนี้มาด้วย โดยปรับให้มีความสนุกสนานมากขึ้น อีกทั้งปรับเวลาการเล่นให้เร็วขึ้น จากวันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นวันที่ 31 ตุลาคม

.

.


เรื่องราวตำนานทั้งหลายของฮาโลวีนนี้ เมื่อประชากรจากยุโรปอพยพโยกย้ายมาสู่อเมริกา จึงนำธรรมเนียมต่างๆ ติดมาด้วย โดยผสมผสานธรรมเนียมและความเชื่อต่างๆ จากแผ่นดินยุโรปจนกลายมาเป็นวันฮาโลวีนแบบอเมริกา

.

.

นั่นคือ ผู้คนจะออกมาแต่งตัวเป็นผีและวิญญาณต่างๆ ในวันก่อนฉลองเหล่านักบุญ ซึ่งก็คือ วันที่ 31 ตุลาคมนั่นเอง ธรรมเนียมอีกอย่างนอกเหนือจากการแต่งตัวเป็นผีก็คือ การไปเคาะประตูบ้านชาวบ้าน แล้วทักทายว่า " Trick or Treat?"

.


สัญลักษณ์ของวันฮาโลวีนอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ โคมไฟฟักทอง หรือ Jack O’ Lantern มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมานานของชาวไอริชว่า แจ็คเป็นจอมตืด ขี้โกง แถมขี้เมา เมื่อถึงวันที่แจ็คต้องตาย ซึ่งวันนั้นตรงกับวันฮาโลวีนพอดี ซาตานจึงเดินทางมารับวิญญาณแจ็คไปนรก แต่ขณะนั้นพ่อยอดชายแจ็คกำลังสำราญกับการกรึ่มเหล้าอยู่ จึงร้องบอกซาตานว่า เมื่อดื่มด่ำร่ำเมรัยจนได้ที่แล้ว ก็จะยอมไปลงนรกกับซาตาน

.

.

แต่ครั้นพอเมาได้ที่ก็ออกอุบายหลอกล่อว่าถ้าซาตานมีอิทธิฤทธิ์จริง ก็ให้ลองแปลงร่างเป็นเหรียญให้ดูหน่อย ซาตานหลงเชื่อ รับคำท้าของแจ็ค แต่เมื่อซาตานแปลงร่างเป็นเหรียญแล้ว ตาแจ็คก็จัดการเก็บเหรียญใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อซึ่งอยู่ติดกับไม้กางเขนเพื่อไม่ให้ซาตานกลับมาเป็นร่างเดิม

.

.

ต่อมาแจ็คได้ยื่นข้อเสนอกับซาตานว่า หากอยากกลับมาสู่ร่างเดิม จะต้องสัญญาว่า จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับตนอีก เป็นเวลา 1 ปี ซาตานกัดฟันกรอด เพราะไหนๆ ก็เสียค่าโง่ให้แจ็คไปแล้ว เลยจำใจเลยตามเลย

.

.

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ซาตานก็กลับมาหาแจ็คอีกครั้ง แต่คราวนี้ แจ็คออกอุบายหลอกอีกว่า ให้ซาตานปีนต้นไม้ไปเก็บผลไม้ให้หน่อย เมื่อซาตานจอมซื่อบื่อปีนขึ้นไป ยอดชายนายแจ็คก็จัดการแกะสลักเปลือกไม้เป็นรูปไม้กางเขน ทำให้ซาตานไม่สามารถปีนลงมาได้ แล้วแจ็คก็ยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าซาตานอยากลงจากต้นไม้ จะต้องสัญญาว่าภายใน 10 ปีจะไม่มาเอาวิญญาณของตน ซึ่งซาตานก็จำต้องตกลงให้คำมั่นสัญญาอีกจนได้ พร้อมแอบซดน้ำใบบัวบกด้วยความแค้นที่โดนหลอกเป็นหนที่สอง

.

.

แต่ในที่สุด แจ็คก็ไม่สามารถหนีพ้นไปจากความตายได้ แต่เมื่อสิ้นใจ กลับไม่มีที่ไปเพราะ สวรรค์ไม่ต้อนรับแจ็ค เนื่องจากเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย ส่วนนรกก็ไม่ต้องการ เพราะดันหลอกซาตานเอาไว้ถึงสองครั้งสองครา สุดท้าย แจ็คเลยกลายเป็นผีเร่ร่อนอยู่ในความมืดมิดเพียงลำพัง

.

.

แต่กระนั้น ทั้งๆ ที่ถูกหลอกจนกระอัก ซาตานก็ยังเวทนาโยนถ่านที่ยังไม่มอดให้กับแจ็ค 1 ก้อน ไว้ส่องทาง เพื่อรักษาถ่านให้ส่องสว่างอยู่นานที่สุด ผีนายแจ็คก็ได้แกะหัวเทอร์นิปให้เป็นรู และใส่ก้อนถ่านลงไป แล้วผีแจ็คกับตะเกียงเทอร์นิปก็ล่องลอยไปตามที่ต่างๆ ซึ่งคนไอริชเรียกผีแจ็คกับตะเกียงว่า Jack of Lantern ภายหลังได้เพี้ยนเป็น Jack O' Lantern

.

.

เมื่อชาวไอริชอพยพไปอยู่อเมริกา ก็นำธรรมเนียมนี้ติดไปด้วย แต่ที่อเมริกานั้น ช่วงปลายตุลาคม เป็นช่วงเก็บเกี่ยวฟักทองพอดี ผู้คนจึงเปลี่ยนจาก การแกะสลักเทอร์นิปมาเป็นฟักทองแทน



ส่วนประวัติความเป็นมาของการเล่น Trick or Treat นั้น ยังสรุปไม่ได้ว่ามีที่มาจากไหน บ้างก็ว่ามาจากพวกเซลติก ที่ในเทศกาล Samhain คือ ช่วงระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงแห่งการเก็บเกี่ยวพืชผล และถือเป็นวันปีใหม่ ผู้คนจะออกไปเคาะประตูตามบ้านเพื่อขออาหาร

.

บ้างก็ว่ามาจากยุคกลางของยุโรป ที่เหล่าคริสเตียนจะเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขอขนม ในวัน All Saint's Day โดยสัญญาว่าจะสวดมนต์ให้กับญาติที่เสียชีวิตของผู้ให้ทานนั้น

.

.

ส่วนการเล่น Trick or treat ในอเมริกา คาดว่ามีที่มาจากพิธีสวดให้วิญญาณในช่วงต้นคริสตวรรษ โดยชาวคริสต์จะตื่นแต่เช้าในวันนั้น และเดินขอ "soul cakes" ที่ทำจากขนมปังลูกเกดสี่เหลี่ยม ยิ่งได้ขนมดังกล่าวมากเท่า ผู้ขอก็จะสวดมนต์ภาวนาให้ญาติที่เสียชีวิตของผู้บริจาคขนมให้มากขึ้นเท่านั้น

.

.
ไม่ว่าเทศกาลฮาโลวีนจะมีตำนานมาจากแหล่งใดบ้างก็ตาม แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ ถือเป็นวันแห่งความสนุกสนานก่อนฤดูหนาวอันยาวนานจะมาเยือน เป็นเทศกาลที่เด็กๆ ตั้งตารอ และผู้ใหญ่ต่างบันเทิงเริงใจ ยกเว้นพวกเคร่งศาสนาจัดเท่านั้นที่ค่อนแคะว่า เป็นเทศกาลของซาตาน นั่นเป็นเรื่องของความเชื่อ และแต่ละคนก็มีความเชื่อหลากหลายออกไป เรื่องศรัทธาและความเชื่อนั้น ไม่มีผิดถูก

.

.
แต่สำหรับฉันแล้ว เมื่อไหร่ที่ได้กลิ่นความสนุก ฉันก็มักจะลอยไปตามกลิ่นนั้นเสมออย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ เพราะเปล่าประโยชน์ที่จะล่ามโซ่ลูกลิงในหัวใจ นอกจากปล่อยตนให้เริงใจไปกับวิถีแห่งงานเฉลิมฉลอง







.
-4-


จันทร์เสี้ยวลับลาไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงแสงหรุ่บหรู่ของหมู่ดาวปลายฟ้า ลำแสงสีขาวเรื่อเรืองทาบทอขอบฟ้ารำไร ลมหนาวโชยพลิ้วหอบกลิ่นหอมละมุนละไมของรุ่งสางมาจางๆ ฝูงผีที่ออกอาละวาดแต่หัวค่ำต่างกลับบ้านไปด้วยเสียงหัวเราะร่าเริงพร้อมขนมถุงใหญ่

.

.

หนึ่งฤดูกาลผันผ่านไปอีกครา ลมหนาวพัดมาอีกระลอก ปลิดเอาใบเมเปิ้ลแดงฉานราวหยดเลือดใบสุดท้ายแห่งปีร่วงคว้างไปตามแรงลม รอคอยการผลิบานอีกครั้งของดอกหิมะ ก่อนป่นเปื่อยกลายเป็นหนึ่งเดียวกับธุลีดิน



ตีพิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร "หัวใจเดียวกัน" ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 , 2552




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2552
10 comments
Last Update : 9 ธันวาคม 2552 22:45:38 น.
Counter : 666 Pageviews.

 

พวกที่มาแปะข้อความโฆษณานี่ ขอความกรุณาไปบล้อคอื่นนะคะ

ถ้าเจอ ดิฉันลบเรียบ

 

โดย: Kala_mydog 2 พฤศจิกายน 2552 23:23:22 น.  

 

Thank you very much for details that you wrote about the halloween night na ka. Honestly, I did not know much details before, the history of this night. Until I read from this page of your blog. Like you have said, it does not matter what's the history of this night. But one thing we can be sure is everybody have fun. Especially for kids that the halloween is a special night for them. In that night, my girl did not want to back home from the trick or treat trip, even it's raining night in our area, but she did not care about the rain. The only thing she was care about is "collecting the candies"...ei ei ei.

Thanks again na ka, the reason I come to read you blog often (mostly just reading) because you have alot interesting stories and some knowledge in your blog.

 

โดย: JC2002 3 พฤศจิกายน 2552 1:10:45 น.  

 

ขอบคุณพี่มากนะคะ ที่ไปให้กำลังใจ ทำให้ เทียนสีอยากพัฒนางานเขียนของตัวเองให้ดีกว่านี้ ค่ะ พี่

วันฮาโลวีน ไมได้ ไปไหนเลยค่ะ ไม่มีคนมาเคาะประตูด้วย 555

 

โดย: เทียนสี IP: 80.225.148.21 4 พฤศจิกายน 2552 5:43:03 น.  

 

สวัสดีครับ มาเยี่ยมตอนดึก เห็นไฮไลท์ฮัลโลวีน คิดถึงฟักทอง

 

โดย: กาแฟสอง 28 พฤศจิกายน 2552 4:22:59 น.  

 

 

โดย: teansri 28 พฤศจิกายน 2552 19:34:55 น.  

 








 

โดย: teansri 21 ธันวาคม 2552 23:53:35 น.  

 

หายไปไหนนานนะคะ สบายดีมั้ย เพื่อนบ้านที่น่ารักอีกคนยังไม่ลืมนะคะ

 

โดย: teansri 12 พฤษภาคม 2553 22:30:19 น.  

 

55 + พี่บี ตั้งบล็อกนี้เป็นหน้าหลักเหรอ เอาไว้เฝ้าบ้านช่วง
ไม่อยู่ใช่ปะ .... :))

ตะกี๊ เล่าให้แมทฟังว่าพี่กลับมาแล้ว มีของฝากด้วย เธอแซวว่า
RS (รู้โค้ดนะ) เหรอ ... น้าน ... ร้ายมั้ย :))

ช่วงนี้พี่ขจรกลับเมืองไทย ไปดูแลคุณพ่อที่ไม่ค่อยสบายค่ะ พวกเรา
ก็เลยกลายเป็นพวก ครูไม่อยู่ หนูร่าเริง อิอิ ไม่ได้ได้เจอกันบ่อย ๆ
แต่มีนัดเจอกันบ้าง ... เดี๋ยวจะลองถามพี่ ๆ เขาดูว่าอาทิตย์นี้จะว่าง
มั้ยนะ .... ถ้าว่างจะโทรไปนัดพี่บีอีกที

พักผ่อน หายเจ็ตแล็ก เด้อ ....

 

โดย: Tristy 25 พฤษภาคม 2553 0:37:28 น.  

 

กลับมาแล้วเหรอ เอาหมาไปฝากเขาเรียบร้อยแล้วใช่ป่าว ห่วงแค่เนี้ย สงสารมัน

 

โดย: ตา IP: 65.19.94.108 26 พฤษภาคม 2553 18:59:59 น.  

 

สบายดีนะคะพี่ กลับเมืองไทยเที่ยวสนุกมั้ยคะ

 

โดย: เทียนสี (teansri ) 31 พฤษภาคม 2553 16:20:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Kala_mydog
Location :
Indiana United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




**งานเขียนทุกชิ้นที่ปรากฏในเวบไซต์นี้
เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบทประพันธ์นั้นๆ แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามกระทำการดัดแปลง แก้ไข
หรือแอบอ้างไปเป็นผลงานของตน
โดยไม่มีการอ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์
หากผู้ใดมีความประสงค์
จะนำข้อมูลดังกล่าวออกเผยแพร่ ตีพิมพ์
หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นใด
โปรดติดต่อเจ้าของบทประพันธ์โดยตรง**



สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด



"เจริญขวัญ" (kala_mydog)

Friends' blogs
[Add Kala_mydog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.