• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
หัวใจรสกาแฟ 11



(พบกันอีกแล้วนะครับในช่วงเวลาดีๆ ห้าโมงถึงหนึ่งทุ่ม กับการหวนรำลึกเพลงดังวันวาน ผมขอประเดิมเพลงแรกด้วยรีเควสของน้องโอ๋ แฮะๆ ผู้ช่วยสุดสวยของผมเองครับ ผลงานหวานปนเศร้าของ นันทิดา แก้วบัวสาย ‘เขียนไว้ข้างเตียง’ ครับ)

สิ้นเสียงหล่อของดีเจ อินโทรหวานใสก็กังวานออกมาจากวิทยุเครื่องเก่าประจำร้านกาแฟเล็กๆซอย 12 บริกรในร้านยังคงเป็นคนเดิม ทั้งยังมีลูกค้าขาประจำคุ้นเคยมานั่งพักเอาแรงหลังเลิกงาน เช่นเดียวกันกับสาวแรกรุ่นที่นั่งจิบนมร้อนแกล้มแซนวิชหมูหยองพริกเผาตามลำพัง

เมขลาไม่ค่อยมา ‘ร้านไออุ่น’ บ่อยนัก แม้ร้านกาแฟแห่งนี้จะเป็นที่แรกที่ทำให้เธอได้รู้จักกับเขาในงานเลี้ยงสายเทค จากนั้น เขาก็จะนัดกับเธอที่อื่นเพื่อให้ไกลจากรัศมีของใครบ้างคน

(ใจเล็กๆ มันเจ็บลึกๆ อยู่ลับๆ กับสิ่งลวงๆ รอน้ำค้าง เพียงหยดเล็กๆ หล่อเลี้ยงไว้ ให้อยู่ต่อไป)

ครั้งแรกที่เจอกันเมื่อประมาณ 6 เดือนก่อน เมขลาในฐานะน้องปีหนึ่ง และ เขาในฐานะพี่เทคปีสี่ เขาให้ความสนิทสนมกับเธอมากกว่าน้องเทคในปีอื่นๆ ก็เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่หลงเข้ามาในสายของเขา และเช่นกัน ที่เมขลาให้ความสนใจเขามากเป็นพิเศษ ก็เพราะปู่เทคของเธอดูโดดเด่นไม่เฉพาะในสายเทคเท่านั้น แม้ในคณะเองเขาก็นับเป็นคนดังระดับต้นๆ รูปหล่อ ฐานะดี เป็นกันเองสนุกสนาน

เพราะฉะนั้นแม้จะรู้ตั้งแต่แรกว่า เขา มีใครอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเมขลาคิดว่ามันไม่ผิดไม่ใช่หรือถ้าเธอจะยอมเป็นอีกคนให้เขาเลือก ใครจะรู้เผื่อเขาจะเห็นว่าเมขลาดีกว่า อาจเปลี่ยนใจจากเธอคนนั้นก็ได้ ในเมื่อเมขลามีโอกาสก็ควรคว้าไว้ไม่ใช่หรือ

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะทั้งๆที่รู้ว่าเขามีใครแต่เมขลาก็ทุ่มให้เขาหมดหัวใจที่มี แอบหวังว่าเขาจะยกหัวใจให้ตัวเองเช่นกัน แต่แล้ววันนี้นี่เองที่เมขลารู้ว่าเธอคิดผิดมาตลอด

(ครั้งพอแดดชโลมลบเลือนทุกอย่าง ชีวิตอันบอบบางจางหาย รู้ดีว่าเป็นใจไม่มีราคา เป็นแค่คนถัดมาเท่านั้น)

เหตุการณ์เมื่อตอนเที่ยงที่เขานัดเจอเธอในมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัยเริ่มกระจ่างชัดในความทรงจำอีกครั้ง

“เราเป็นแค่พี่น้องกันก็พอนะ เมน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วนี่ว่าเรื่องของเรามันต้องลงเอยแบบนี้” น้ำเสียงของเขาแม้จะยังอ่อนโยนหากแต่ใจความก็ทำเอาเมขลาผู้นั่งก้มหน้าอยู่ฝั่งตรงข้ามน้ำตาไหล ทำได้เพียงพยักหน้ารับ

“เม อย่าร้องไห้ซิ… แค่นี้พี่ก็สงสารเมใจจะขาด แต่เพื่อไม่ให้ใครต้องเจ็บไปมากกว่านี้ เราเลิกกันเถอะ เมก็จะได้เจอคนดีๆที่เขาพร้อมจะมีเมคนเดียว อายุเราแค่นี้เองนะยังมีสิทธิ์เจอใครตั้งมากมาย”

ประโยค ‘เราเลิกกันเถอะ’ ของเขาทำเอาคนฟังใจจะขาดจริงๆ แต่เมขลาก็พอจับสำเนียงได้เหมือนกันว่าคนพูดก็พูดด้วยความยากเย็น อีกฝ่ามืออบอุ่นที่ลูบศรีษะปลอบประโลมก็ทำด้วยกิริยาอ่อนโยน เขาคงฝืนใจตัวเองอย่างหนักหนาเช่นกันที่ต้องบอกเลิก

(ยิ้มตอนที่เจอ เจอเขา แล้วชื่นใจ พอจากไป ในใจโหยหา……………)

“เราเลิกกันก็เป็นเรื่องดีกับทุกคน…พี่ไม่อยากเป็นไอ้ผู้ชายสารเลวจับปลาสองมือต่อไปอีกแล้วนะ พี่ไม่อยากทำร้ายจิตใจทั้งเมและนี ถึงเมจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่นี ….นีเขาเป็นคนดีนะแล้วเขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไร
ช่วงนี้นีเขาแปลกๆ พี่ไม่แน่ใจว่าเขาระแคะระคายอะไรบ้างรึเปล่า ถ้าเขารู้…คงเสียใจมาก ”

แล้วในประโยคต่อมาของเขา เมขลาก็ได้รู้ว่า สาเหตุที่เขาต้องการเลิกลาความสัมพันธ์แบบชั้นสองกับเธอไม่ใช่เพราะสงสารเมขลาหรอก แต่เป็นเพราะเขากลัวตัวจริงของเขาจะเสียใจมากกว่า

(เขาเป็นของคนอื่น ท่องเอาไว้ในใจ เขาเป็นของคนอื่น เขียนเอาไว้ข้างเตียง)

เมขลาจำได้ว่าบ้างครั้งเขาเผลอปรับทุกข์กับเธอในเรื่องราวของนลินี ซึ่งส่วนมากจะเป็นเรื่องของความคิดที่ไม่ตรงกัน รสนิยมที่ไม่ต้องกัน หากเทียบระหว่างนลินีกับเมขลาแล้ว เมขลาค่อนข้างมั่นใจว่าเธอเข้ากับเป็นหนึ่งได้ดีกว่าแน่ๆ หากเธอจะเป็นผู้มาก่อนเท่านั้น

แต่ในเมื่อเธอมาที่หลัง และฝ่ายชายเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าเขาแคร์คนนั้นมากกว่าเธอ ทางเดียวที่เมขลาคิดว่าจะทำเพื่อผู้ชายที่เธอรักได้ก็คือ

“เราเป็นพี่เป็นน้องกันดีกว่านะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก เมเข้าใจพี่ใช่ไหม? ”
“ค่ะ….เมเข้าใจ เมอยากเห็นพี่หนึ่งมีความสุข เมรักพี่หนึ่งนะคะ อะไรที่ทำให้พี่หนึ่งมีความสุข เมยอม”

(ของที่ขอยืมมา แลกมาด้วยน้ำตา เมื่อมันถึงเวลา คืนให้เจ้าของ…)

เมขลาเช็ดน้ำตาที่หลั่งรินเงียบๆ ยกนมร้อนขึ้นจิบคิดว่าจะช่วยเยียวยาความรู้สึกตัวเองได้บ้าง แต่เปล่าเลยหญิงสาวฝืนกินได้ไม่ถึงครึ่งแก้ว แซนวิชหมูหยองทั้งสองชิ้นก็ยังไม่มีร่องรอยใดๆ เมขลาเรียกบริกรเข้ามาคิดเงิน

“น้องทานไม่เท่าไหร่เลยนะครับ เดี๋ยวพี่เอาไปห่อให้ดีกว่าเผื่อกลับบ้านหิวๆ จะได้เอามากินอีกไงครับ คอยสักครู่นะครับ” บริกรหน้าตี๋ผู้ให้การต้อนรับเธอด้วยดีตั้งแต่เข้าร้าน ซ้ำตอนนี้ยังอุตส่าห์มีน้ำใจนำเอาส่วนที่เธอกินไม่หมดไปห่อให้ โดยที่ลูกค้ายังไม่ได้ออกปาก ยังไม่ทันเอ่ยขอบใจบริกรใจดีก็ยกส่วนที่เหลือเดินไปเคาน์เตอร์

“เม แซนวิชกับนมได้แล้วนะ แล้วกลับบ้านยังไงล่ะ เอ่อ……..หนึ่งไปส่งรึเปล่า” คราวนี้บริกรที่เอาห่อของมาให้กลับกลายเป็นรุ่นพี่ที่คณะอีกคน ที่แม้จะไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่แต่ก็คุ้นหน้าคุ้นตา เพราะเขาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเป็นหนึ่ง

“เมกลับเองค่ะ ฝากขอบคุณพี่คนตะกี้ด้วยนะคะ พี่รุตต์” เมขลาหยิบห่อของก่อนจะก้มหน้าเดินซึมออกจากประตูร้าน

ตึบ….. ห่างจากร้านไออุ่นมาไม่ถึง 30 เมตร ก็ชนกับใครเข้าให้ เพราะเมขลาเอาแต่ก้มหน้างุด ส่วนคนที่ถูกเมขลาชนหรืออาจจะเป็นคนที่เดินซุ่มซ่ามมาชนเมขลาเองเอ่ยขอโทษเสียงดังช่วยเรียกสติสัมปชัญญะเมขลากลับมาได้อย่างดี

“ขอโทษค่ะน้อง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ?” จากชุดนักศึกษาที่คนเอ่ยขอโทษใส่ เมขลาก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย แรงปะทะมีไม่มากแค่ทำเอาเซๆเท่านั้น หญิงสาวตอบกลับอย่างมีมารยาท

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ ขอโทษพี่ด้วยนะค….” ยังพูดไม่ทันจบเมขลาก็ต้องสะดุ้งสุดหัวใจเมื่อกวาดตาไปพบว่าเธอคนนั้นไม่ได้มาคนเดียวแต่มีเพื่อนหญิงพ่วงมาอีกตั้งสาม และหนึ่งในสามเป็นใบหน้าที่เมขลารู้จักดีแม้เธอคนนั้นจะไม่เคยรู้จักเมขลาเลย

อารามตกใจสุดชีวิตทำให้เมขลาออกวิ่งอย่างลืมตัวท่ามกลางสายตาที่มองตามแบบงงๆ ของสี่สาว เมขลาต้องการเพียงจะไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค่นี้ก็เจ็บเหลือเกินแล้ว ทำไมจะต้องมาเห็นให้ตอกย้ำเข้าไปอีก

“ซุ่มซ่ามตามเคยนะแก น้องเขาคงตกใจหน้าแกแน่ๆ วิ่งแจ้นไปนู้น” พอจบเสียงแหลมๆแกมตวาด ก็มีเสียงเย็นๆดุต่ออีกทอด

“เดินให้มันดูทางมั่งซิอั้ม หันหลังมาคุยอยู่นั่นแหละ เท้าไปทางตาไปทาง เดี๋ยวเถอะสักวันได้ล้มกลิ้งไปกลางถนนให้รถมันเหยียบเล่นหรอก”

“แหมมมมม…รุมว่ากันเข้าไป จ๊ะ ๆ ๆ ป้าเปิ้ล ป้านีจ๋า หนูผิดไปแล้ว หนูจะไม่ทำอีกแล้ว” คนถูกรุมว่าพูดเสียงยานทำตาปริบๆ

“เฮ้ย! น้องเขาทำของมือถือตก” คราวนี้เป็นเสียงของคนที่พูดน้อยที่สุดเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นวัตถุสีเงินหล่นอยู่กับพื้น ยุวดีหยิบมันขึ้นมาแต่ยังไม่ทันได้พิจารณาชัด ก็ถูกอีกคนแย่งไป

“โอ้โห รุ่นนี้เพิ่งออกนี่ น่าจะยังไม่มีขายในไทยเลย”

“นี่เปิ้ล อย่าไปเล่นของน้องเขาซิ เดี๋ยวเขาหาว่าแอบใช้โทรศัพท์เขาหรอก” นลินีพูดเตือนพิริยาพร เพราะถ้าน้องคนนั้นเดินกลับมาแล้วเห็นสภาพเพื่อนเธอกำลังจิ้มจุ่มโทรศัพท์ของเขาอยู่คงไม่ดีแน่

“ฉันจะหาเบอร์โทรคนที่ติดต่อเขาได้ต่างหากล่ะ จะได้ให้เขาบอกน้องคนนั้นมาเอาโทรศัพท์คืนไปป่านนี้อาจยังไม่รู้ตัวเลยมั้งว่าทำมือถือหล่น แหม…ใส่ร้ายกันจริงนะนี ไปนั่งดูกันในร้านดีกว่า แล้วหนึ่งจะมาเมื่อไหร่เนี่ย ฉันหิวจะแย่สั่งของกินคอยเจ้าภาพคงไม่น่าเกลียดหรอกนะ ”







เพราะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ซ้ำพนักงานประจำยังเหลืออยู่เพียงสองคน ดังนั้นตรีโกณซึ่งไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะชี้นิ้วสั่งได้จึงต้องวิ่งวุ่น จะว่าท่าน ผจก.เอาเปรียบก็ไม่ได้เพราะถ้าให้ขานั้นวิ่งเสริฟของวิ่งรับลูกค้าไม่เกินสามรายเป็นได้หอบพุงกระเพื่อมแน่ ฉะนั้นเขาจึงรับหน้าที่รับออร์เดอร์และเสริฟซะเอง ส่วนท่านสมบูรณ์ปล่อยให้ชงกาแฟเช็ดโต๊ะเก็บถ้วยชามไปล้างก็พอแล้ว โชคดีหน่อยพอห้าโมงมีเด็กมาทำงานล่วงเวลาช่วยแบ่งเบางานไปได้โข

“สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ” ตรีโกณเข้าทักทายกลุ่มลูกค้าสาวอย่างร่าเริง แม้จะแสนเหนื่อยแต่ตรีโกณก็ยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีเสมอ เช่นเดียวกับเจ้าวิทยุ ดีเจเสียงเท่ห์และสปอร์ตโมษณายืดยาว

“สั่งเร้วพวกเรา ไม่ต้องเกรงใจ เพราะชั้นไม่ใช่เจ้าภาพ” พิริยาพรกระตือรือร้นคว้าเมนูไปดูราวกับเป็นเจ้าภาพซะเอง

“เอาขนมปังปิ้งพริกเผาหมูหยองสองที่ บราวนี่ช็อคโกแลตสี่ แล้วก็…..”
“สั่งอะไรเยอะแยะยัยเปิ้ล กินหมดเหรอ” เมื่อเห็นว่าแม่เพื่อนตัวดีตั้งท่าจะเหมาร้าน อัมพิกาก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปาก ถ้าเจ้าภาพตัวจริงมาเห็นเข้าน่าเกลียดตายเลย จะหาว่าบรรดาเพื่อนแฟนเห็นแก่กินไม่มีน้ำใจรอ

“ฉันสั่งเผื่อพวกแกด้วยไง ใช่จะกินคนเดียวซะเมื่อไหร่ พี่ขาไอ้ snowy christmas มันเป็นยังไงคะ” พิริยาพรยังไม่ลดละ ส่ายตาไปเห็นกระดาน special menu ขึ้นรายการเครื่องดื่มชื่อแปลกๆ อดใจไม่ได้เอ่ยถามถ้าน่าสนใจจะได้สั่ง

“เป็นนมเย็นปั่นผสมไอศครีมรสสตรอเบอร์รี่ มีแยมสตรอเบอร์รี่หย่อนก้นแก้ว ปิดหน้าด้วยวิปครีมแล้วก็ลูกสตรอเบอร์รี่อีกที หน้าตาน่ารักมากเลยนะครับ เวลาทานให้เอาช้อนตักแยมสตรอเบอร์รี่ทานพร้อมกับไอศครีมปั่น รสชาติจะออกเปรี้ยว หวาน มันส์ หอม ทางร้านเราคิดขึ้นมารับเทศกาลคริสต์มาส เห็นปีนี้ไม่ค่อยหนาวเลยเพิ่มความเย็นซะหน่อย”

หลังฟังคำบรรยายที่เรียกน้ำลายทั้งสี่สาวก็สามัคคีสั่งเจ้า snowy christmas มาลิ้มลองก่อนบริกรจะจากไป แม่คนช่างพูดยังอุตส่าห์เน้นย้ำ
“พี่ขา…….บอกนายคนชงด้วยนะคะ ถ้าไม่อร่อย ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนเขย”

“ยัยเปิ้ล เอาอีกแล้วนะฉันบอกแกตั้งกี่หน จำบ้างซิ” อัมพิกาเริ่มโมโห อุตส่าห์อารมณ์ชื่นแล้วเชียว เพื่อนตัวดีทำพิษอีกจนได้

“เดือดร้อนอะไรไม่ทราบ ยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลยน่ะ กินปูนร้อนท้อง” พิริยาพรลอยหน้าสวนเข้าให้เห็นอีกฝ่ายเถียงไม่ออก หญิงสาวกระหยิ่มในใจ ‘สะใจจริ๊ง…’

ระหว่างที่รออาหารทั้งสี่สาวนั่งฟังเพลงไปพลาง พิริยาพรก็ควักเอามือถือที่รุ่นน้องคนนั้นทำตกเอาไว้จิ้มๆสักพักก็โวยวายว่าไม่รู้จะปลดล็อคปุ่มกดยังไง เธอมันเป็นคนประเภท ‘โลเทค’ ซะด้วยซิ ไอ้มือถือที่ใช้อยู่ก็เป็นรุ่นกลางเก่ากลางใหม่หน้าตาธรรมดา

นลินีขอเอาไปดูบ้างเพราะเธอพอจะคุ้นเคย มันเป็นรุ่นเดียวกับที่เป็นหนึ่งใช้ หลังจากปลดล็อคได้หญิงสาวก็กดไปดูเบอร์โทรออกเลือกเอาเบอร์ล่าสุดกะว่าจะโทรไปบอกคนนั้นให้บอกเจ้าของอีกที

“เอ๊ะ! ….”

“อะไรเหรอนี?” เห็นนลินีชะงักไปอัมพิกาจึงสงสัย สังเกตหน้าเพื่อนเหมือนตกใจอะไรสักอย่าง

“โทรไปหาเขาเลยซินี แล้วบอกให้เขาบอกน้องคนนั้นมาเอาที่นี่หรือที่มอ.ก็ได้” ยุวดีเสริม

นลินีกลั้นใจกดโทรออกจากเบอร์ที่เครื่องโทรออกล่าสุด หญิงสาวพยายามฝืนไม่ให้เสียงและมือสั่น ระหว่างต่อคลื่นสัญญาณ จิตใจก็ว้าวุ่นไปสารพัด

‘เด็กคนนี้รู้จักเป็นหนึ่ง เขาเป็นอะไรกันนะ คบกันแบบไหน เขาอาจรู้จักกันแบบนักศึกษาร่วมสถาบันก็ได้ เป็นหนึ่งรู้จักคนเยอะจะตาย แต่เวลาล่าสุดที่เครื่องนี้โทรไปหาเป็นหนึ่งก็เมื่อเที่ยงนี้เองนะ ไม่น่าอย่าบ้าซิยัยนี’

เมื่อสายติดนลินีก็แทบหายใจไม่ออกฝ่ายนู้นรับสายกรอกเสียงมาแบบไม่เป็นทางการ

“เม โทรมามีอะไรรึเปล่า พี่กำลังรีบ มีนัดกับนีน่ะ” ด้วยความตกใจและไม่รู้จะพูดอะไรดีนลินีกดวางสาย ‘น้องคนนั้นชื่อ เม จากน้ำเสียงของหนึ่งเขาคงสนิทกันทีเดียว และที่สำคัญน้องคนนั้นคงรู้เรื่องเธอกับเป็นหนึ่งด้วยซิ ’

“ไม่มีคนรับเหรอ ไม่เห็นนีพูดอะไรเลย ลองเบอร์อื่นก็ได้นี่” คนอื่นๆอาจไม่รู้ถึงความผิดปกติ แต่อัมพิกาสังเกตได้ว่ามันต้องมีอะไรแปลกแน่ๆ ไม่นั้นนลินีไม่อึ้งขนาดนี้ ยังไม่ทันที่ใครจะทำอะไรก็มีเสียงสายเข้าจากมือถือเจ้าปัญหา ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน “รับซินี รับเลย” นลินีกดปุ่มรับสายก่อนจะยกโทรศัพท์แนบหู

“เป็นอะไรหรือเปล่าเม ทำไมเมื่อกี้วางสายล่ะ”
“…!….” ไม่มีเสียงตอบจากนลินี ผู้ที่กำลังเอามืออีกข้างบีบต้นขาตัวเองแน่น

“เม อย่าไม่พูดไม่จาแบบนี้ซิ ” เสียงในโทรศัพท์ที่นลินีได้ยินนั้นแสนจะสั่นพร่า คงคล้ายๆหัวใจนลินีที่พร่าไหวเช่นกัน

“พี่เข้าใจว่าเมเสียใจมาก พี่ก็ไม่ต่างกันหรอก แรกๆมันอาจเจ็บหน่อย แต่ต่อไปมันจะดีขึ้น พี่ขอให้เมอดทน อย่าคิดมากรักตัวเองให้มากๆ”

“…!….”

“พูดอะไรบ้างซิเม…อย่าเอาแต่เงียบแบบนี้ พี่เป็นห่วงเรานะรู้ไหม พี่เสียใจนะแต่เราจบกันวันนี้ดีที่สุดแล้ว ” นลินีกดวางสายแล้วเลยปิดโทรศัพท์ซะเลย ไม่ต้องการจะรับฟังอีกแล้ว แค่นี้ก็เกินพอ

“นีทำไมไม่บอกเขาล่ะ ให้น้องคนนั้นมาเอาโทรศัพท์คืน” อัมพิกาซักไซร้
“ไม่เป็นไรหรอกอั้ม เรารู้แล้วว่าจะฝากใครไปคืนได้” นลินีตอบกลับบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น หญิงสาวไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอาการที่เธอเป็นอยู่เรียกว่าช๊อคหรือเปล่า ทั้งใจทั้งกายมันชาๆยังไงไม่รู้

“รู้ได้ไงล่ะนี” คราวนี้เป็นพิริยาพรที่สอบสืบ แต่ยังไม่ทันที่นลินีจะชี้แจ้งการ ล่วงรู้ ของตัวเอง เสียงโทรศัพท์ของเธอเองก็ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อของเบอร์ที่เรียกเข้านลินีก็สูดหายใจหนักยาวก่อนจะกดรับ

“สวัสดีค่ะ”

“นีครับ พอดีผมมีเรื่องด่วนมากเลย คงไปตามที่นัดไม่ได้ขอโทษจริงๆนะนี เอาไว้วันหลังนะ รับรองไม่พลาดแน่ แล้วนี่อยู่ที่ร้านกันรึเปล่า ถ้าไงรบกวนนีสำรองจ่ายเลี้ยงเพื่อนไปก่อนนะ ผมจะใช้ให้พรุ่งนี้เลย แต่ตอนนี้จำเป็นจริงๆ คือ ที่บ้าน……..” คนปลายสายให้เหตุผลอะไรอีกยืดยาวที่นลินีรู้สึกว่ามันเป็นเสียงที่ผ่านหูมาแล้วก็ผ่านไป หญิงสาวไม่สามารถรับรู้เนื้อหาสาระอะไรทั้งสิ้น

“ไม่เป็นไรหรอกหนึ่ง นีเข้าใจ”

ใครคนนั้นที่ทำให้หนึ่งต้องผิดนัดกับนีจวนเจียนขนาดนี้คงสำคัญมาก ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่บ้านจริงๆ หรือจะเป็นคนไหนก็แล้วแต่ หนึ่งคงแคร์เขามากซินะ จะเป็นคนเดียวกับน้องเจ้าของมือถือที่หนึ่งบอกว่า เป็นห่วงมาก รึเปล่า

แล้วเมื่อไหร่กันหนึ่ง ที่หนึ่งจะบอกนีด้วยตัวหนึ่งเอง นีไม่อยากเป็นผู้หญิงที่ชอบจับผิดแฟนตัวเอง นีไม่ชอบโวยวายต่อว่าต่อขานใคร เพราะเอาเข้าจริงเราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่ นีเคยบอกหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอว่า นียินดีจะรับฟังหนึ่งทุกเรื่อง

“อาหารที่สั่งได้แล้วครับ” เสียงของบริกรลอยเข้ามาตัดภวังค์ของนลินีที่ไปไกลไหนต่อไหน หญิงสาวเงยหน้ายิ้มทักทายบริกรซึ่งความจริงก็คือเพื่อนของคนรักของเธอนั่นเอง

“เจ้าภาพมีธุระด่วน มาไม่ได้ เดี๋ยวงานนี้เราเลี้ยงเองนะ” นลินีรายงานกับเพื่อนที่กำลังตะลึงความน่ารักของเจ้า snowy christmas ในแก้วใสทรงสูงเพรียว สีแดงสดใสของแยมสตรอเบอร์รี่นอนก้น ไล่มาเป็นสีชมพูของนมผสมไอศครีมสเตอเบอร์รี่ช่วงกลาง ก่อนจะปิดด้านบนด้วยสีขาวหิมะของวิปครีมตัดด้วยสตรอเบอร์รี่สีแดงสะดุดตาแซมใบไม้เล็กๆสีเขียวสดอีกที ชวนให้นึกถึงสีสันของคริสต์มาสเสียจริงๆ

ความจริงนอกจากเมนูพิเศษแล้วร้านไออุ่นยังอุตส่าห์จัดให้มีต้นคริสต์มาสขนาด 3 ฟุตอยู่กลางร้าน พร้อมของประดับน่ารักๆทั่วต้น มีไฟกระพริบล้อมรอบพร้อมเสียงกล่องดนตรีที่เป็นเพลงคริสต์มาส ฉะนั้นแม้เวลาใดที่ไม่เปิดวิทยุลูกค้าก็จะได้ยินเสียงใสๆเบาๆดังกรุ๊งกริ๊งตลอดเวลา ซึ่งลูกค้าทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบ

“อ้าว…เป็นงั้นไป คุณหญิงแม่ตามตัวด่วนอีกล่ะซิ นีฉันว่านะ ต่อไปแกมีหวังประสบปัญญา แม่ผัวลูกสะใภ้แหงๆ” พิริยาพรพูดขณะก่อนจะก้มดูดเครื่องดื่มแสนสวยอย่างเต็มรัก

“งั้นมื้อนี้นีไม่ต้องเลี้ยงหรอก เดี๋ยวพวกเราแชร์กันออกก็ได้เนอะ” ยุวดีเสนอความเห็นบ้างซึ่งเพื่อนอีกสองคนพยักหน้าเห็นด้วย ก็ใครจะอยากเบียดเบียนเพื่อนล่ะไปกินอะไรก็เข้าหุ้นกันทุกที

“อร่อยไหมครับอั้ม” บริกรที่ยกของมาเสริฟยังไม่ยอมเดินจากไป เหลียวเห็นลูกค้าคู่ปรับเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน ไม่เห็นพูดจาเหมือนคนอื่นๆ

“ก็…งั้นๆ หวานๆเย็นๆ” อัมพิกาตอบโดยไม่มองหน้าคนถาม หญิงสาวทำท่าว่าหิวเต็มประดา

“ไม่อร่อยเหรออั้ม งั้นแกสั่งอะไรมาใหม่ซิเดี๋ยวแก้วนี้ชั้นจัดการให้” ได้โอกาสพิริยาพรจึงรีบคว้า ก็เจ้า snowy christmas อร่อยจะตาย รสส่วนกลางที่เป็นนมปั่นกับไอติมออกหวานอมเปรี้ยวแล้วก็หอมมันด้วยนมสด มีชิ้นเนื้อสตอเบอร์รี่ปนให้ได้สะดุดลิ้นบ้างเวลาดูดจู๊บบบบ… หรือจะตักเอาแยมเย็นเจี๊ยบรสหวานจัดเปรี้ยวนิดๆมากินตัดกับดูดน้ำนุ่มๆก็เข้ากันอย่าบอกใคร

“ฮื้อ..เรื่อง” อัมพิกาคว้าแก้วไว้ได้ทันก่อนคนมือยาวจะมาหยิบฉวย ท่าทางหวงของที่แม้เจ้าตัวจะบอกว่า ‘ก็…งั้นๆ’ ก็ทำให้คนทำมีกำลังใจขึ้นโข ความจริงแค่เห็นเธอคนนี้เดินเข้าร้านก็แทบจะไชโยโห่หิ้ว แม้วันนี้จะเหนื่อยทั้งเรื่องเรียนเรื่องงาน แต่เห็นหน้าเธอคนนี้ทีไร บารีสต้าแห่งร้านไออุ่นเป็นหายเหนื่อยทุกที คงจะดีมากถ้าเธอคนนี้จะนั่งในร้านเป็นกำลังใจให้เขานานๆ

“รุตต์ รู้จักน้องคนที่เพิ่งออกจากร้านไปก่อนที่พวกเราจะเข้ามาใช่ไหม คนที่ใส่ชุดมอ.เราน่ะ ผิวขาวๆใส่กระโปรงสั้นๆ“ นลินีอธิบายลักษณะของ เธอคนนั้น จนนิติรุตต์นึกได้ว่าเป็นใคร

“อ้อเป็นรุ่นน้องที่คณะน่ะ ” นิติรุตต์พยายามตอบด้วยสีหน้าเรียบที่สุด

“น้องเขาทำมือถือตก เราฝากรุตต์เอาไปคืนเขาให้หน่อยนะ” นลินียื่นมือถือพร้อมสบตาซึ่งมีนัยยะที่เธอและนิติรุตต์เข้าใจกันเพียงสองคน สำหรับนลินีเธอไม่ต้องการจะให้เพื่อนๆรู้ โดยเฉพาะพิริยาพร เดี๋ยวจะโวยวายใหญ่ สำหรับนิติรุตต์ ชายหนุ่มยอมรับว่าตอนแรกที่นลินีอธิบายลักษณะของ เมขลา เขาตกใจไม่น้อย นึกหวาดเสียวแทนเพื่อน แต่เมื่อเห็นนลินีนิ่งก็ค่อยวางใจขึ้นมานิด เขาค่อนข้างมั่นใจว่าไอ้เรื่องที่เป็นหนึ่งปกปิดเธอคนนี้มาหลายเดือนคงจะแตกแล้ว ดูง่ายนิดเดียวก็นลินีมั่นใจนักหนาว่าเขาจะต้องรู้จัก เมขลา

นิติรุตต์รับของฝากก่อนจะขอตัวกลับมาทำงาน ชายหนุ่มไม่รู้ว่ามีสายตาสงสัยของมนุษย์เจ้าปัญหามองตามอยากจะหาโอกาสขูดรีดความจริงจากเขา

“แกรู้ได้ไงน่ะนีว่ารุตต์รู้จักกับน้องเขา” พิริยาพรเอ่ยถามสิ่งที่หล่อนติดใจทั้งที่ปากเคี้ยวบราวนี่ตุ้ยๆ

“ก็น้องเขาโทรเข้ามาไง บอกให้ฝากรุตต์ไว้ก็ได้ เขาเรียนคณะเดียวกันรู้จักกัน” นลินีลักไก่ตอบ

“แต่ตอนเขาโทรมาชั้นไม่เห็นแกพูดอะไรเลย” พิริยาพรซักต่อ

“น้องเขาคงหยอดเหรียญมั้งแล้วมันตัดไปเลย พอเราจะเล่าให้ฟังหนึ่งก็โทรเข้ามาซะก่อน” นลินียังคงเลี่ยงหลบไปได้อย่างกลมกลืนแต่ก็แค่เฉพาะพิริยาพรและยุวดีเท่านั้นที่ไม่ติดใจ

เพราะอีกคนที่เหลือมั่นใจว่าน้องคนนั้น เจ้าโทรศัพท์นั่น ต้องมีอะไรที่นลินีและนิติรุตต์รู้กัน แต่ปกปิดไม่ให้คนอื่นรู้ อัมพิการู้ดีว่านลินีเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง แต่ก็ไม่เกินกว่าคนที่อยู่ร่วมห้องกันมาตั้งแต่เรียนยันนอนตลอด 4 ปี จะจับพิรุธไม่ได้ ‘คอยดูนะจะต้องรู้ให้ได้ มันเรื่องอะไรกันแน่’







สวัสดีค่ะลูกค้าที่แวะมาอุดหนุน วันนี้ได้ฤกษ์เปลี่ยนเมนูด้านบนใหม่ เป็นเครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟ เผื่อลูกค้าบางท่านที่ไม่ทานกาแฟค่ะ เมนูนี้นายรุตต์เขาคอนเฟิร์มความน่ารักและอร่อย




วันหยุดยาว อิจฉาคนได้ไปเที่ยวจังเลย ข้าน้อยไม่ได้ไปไหนอ่ะ โดนสกัดดาวรุ่งวันจันทร์ต้องทำงาน




ถ้าใครได้ไปเที่ยวก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ สำหรับคนที่ไม่ไปไหนก็เชิญแวะเวียนมาแก้เหงาที่นี่ก็ได้ค่ะ

ปล.พอแปะตอนนี้อ่านไปอ่านมา ข้าน้อยเริ่มหลงรักพี่ตี๋ซะแล้ว




Create Date : 05 กรกฎาคม 2552
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 3:01:16 น. 6 comments
Counter : 167 Pageviews.

 
เมนูใหม่ก็อร่อยน่าลองนะคะ
เหมาะกับอากาศร้อนๆ ช่วงนี้ดี

ขอให้คุณพินทุอิมีความสุขกับ
ช่วงวันหยุดพักผ่อนนะคะ

วันจันทร์จะได้มีแรงไปทำงาน..


โดย: เมย์ IP: 78.69.65.82 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:4:47:16 น.  

 
เมนูนี้สงสัยว่าอิชั้นจะทานไม่ได้อ่าค่ะ

เพราะเพิ่งฟื้นไข้เมื่อวานนี้เอง

เลยอดเที่ยวเลยอ่ะ

เง้ออออ


โดย: pimmy IP: 125.27.238.114 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:52:10 น.  

 
อยากกิน Snowy Christmas


โดย: pantee IP: 115.87.75.43 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:33:25 น.  

 
snowy christmas น่ากินจังเลยค่ะ


โดย: ... IP: 58.8.180.215 วันที่: 8 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:11:02 น.  

 
หวานแหววมาเชียวนะคะ


โดย: ฟ้าเคียงเดือน IP: 58.9.103.217 วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:42:37 น.  

 
ทำไม ตอนนี้มันสั้นจังค๊า
(หรือรู้สึกไปเองหว่า)


โดย: ต้นอ้อสีม่วง IP: 125.26.180.240 วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:56:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.