• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
17 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
หัวใจรสกาแฟ 4



เป็นเรื่องปกติมากที่ระหว่างเวลา ๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. โรงอาหารในมหาวิทยาลัยจะสับสนวุ่นวาย แม้เสียงหึ่งๆจะดังกวนโสตประสาทแค่ไหนแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถทำให้เพื่อนสาวที่อยู่ตรงหน้าตื่นจากภวังค์ได้เลย หลังจากสังเกตอากัปกิริยาเพื่อนซี้ได้สักพัก พิริยาพร ก็อดรนทนไม่ไหว “นี ไปซื้อผลไม้เป็นเพื่อนฉันหน่อยดิ”

“ก็เดินไปเองซิ แค่นี้เอง” นลินีผู้กำลังกำซาบกับข้าวราดแกงเผ็ดของโปรดทำหน้างงๆ ก็ทุกทียัยเปิ้ลมันเดินไปเองนี่นา ไม่เห็นจะต้องแห่กันไปเป็นขบวนให้เกะกะหน้าร้านผลไม้เลย

“เออน่า…บอกว่าไปด้วยกันก็ไปซิ” พิริยาพรไม่รอช้าออกแรงฉุดคร่า อีกฝ่ายแม้ยังทำหน้าเป๋อ แต่ก็ลุกเดินมาตามแรงฉุดของเพื่อน “นี่นีแกไม่สังเกตเหรอว่าไอ้อั้มมันแปลกๆ” ทันทีที่หลุดพ้นรัศมีการได้ยินของเพื่อนอีกคนที่ยังนั่งโต๊ะ พิริยาพรก็เปิดฉากซัก

“แปลก!... แปลกยังไง” อีกฝ่ายยังทำหน้าเฉย

“สองวันมาแล้วนะ ที่มันกินแต่บะหมี่เกี๊ยวทั้งเช้าทั้งกลางวัน แล้วแกไม่เห็นเหรอว่ามันมองบะหมี่เกี๊ยวหวานจ๋อยขนาดนั้น ทำท่ากระลิ้มกะเหลี่ยตาเล็กตาน้อยกว่าจะละเลียดกินแต่ละคำเงี้ย โอโห้! แกเอ๊ย ….ยิ้มแล้วยิ้มอีกอยู่นั่นแหละ ถ้ามันไม่ปัญญาอ่อนเกินไปนะ ฉันว่าไอ้อั้มมันอาจพยายามบรรจงจุมพิตเกี๊ยวให้เป็นเจ้าชายขึ้นมา”

คราวนี้นลินีหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่กับตำนานเจ้าชายเกี๋ยว “บ้าแล้วเปิ้ล เกี๊ยวนะไม่ใช่กบ แล้วเปิ้ลคิดว่าไงล่ะ ”

“ก็ถ้าตามตำราท่านว่าอาการแบบเนี้ยเขาเรียกคนกำลังมีความรัก...แต่” พิริยาพรนิ่วหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก “ถึงไอ้อั้มมันจะติ๊งต๊องไปหน่อย...รึจะไม่หน่อย...ช่างมันเถอะ” หญิงสาวโบกไม้โบกมือก่อนจะพูดต่อโดยไม่เว้นวรรค “...แต่ฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่ามันหลุดโลกถึงขนาดอินเลิฟกับกบ...เอ๊ยเกี๊ยว”

“ก็จริงใครจะอินเลิฟกับเกี๊ยวล่ะถ้าคนก็ว่าไปอย่าง” นลินีเห็นด้วยกับทฤษฎีของแม่คนช่างสงสัย

“คน….อย่าบอกนะว่า……..เอ่อ…..” พิริยาพร ชะเง้อไปมองหน้าลุงคนขายบะหมี่เกี๊ยวประจำโรงอาหาร ส่ายหน้า “โธ่! สงสัยไอ้อั้มมันคงโดนเสน่ห์ยาแฝด ก็ลุงแกแก่ขนาดนั้น”

“บ้าอีกแล้วนะเปิ้ล นี่ มีไรจะเล่าให้ฟัง” นลินีไขข้อข้องใจเพื่อนซี้ด้วยการเล่าถึงเรื่องที่มีชายหนุ่มซึ่งคุ้นๆว่าจะอยู่คณะรัฐศาสตร์มาส่งอัมพิกาถึงหน้าหอตอนสองทุ่มกว่าเมื่อวานซืน ซ้ำในวันรุ่งขึ้นยังได้รับการยืนยันจาก เป็นหนึ่ง แฟนของเธอที่เรียนรัฐศาสตร์อีกว่า เห็นรูมเมตของเธอนั่งกินบะหมี่เกี๊ยวกับเพื่อนเขาสองต่อสองตอนทุ่มครึ่ง

“โอ้โห ไม่เบาเลยนะยัยอั้มเนี่ย...ริอาจมีกิ๊กไม่ปรึกษาเพื่อนฝูง ว่าแต่..นายคนนั้นน่ะ..หล่อไหมนี” พิริยาพรทำหน้าอยากรู้อยากเห็นอย่างเข้าถึงอารมณ์คนชอบสอดสุดๆ ด้วยความที่ตัวเอง ไม่เค้ย ไม่เคยจะมีแฟนกับเค้าสักที เที่ยวกรี๊ดคนโน้นทีคนนี้ที จนอกหักข้างเดียวมาหลายครั้ง กามเทพก็ไม่ยักเห็นใจประทานคู่มาให้ แต่อัมพิกาที่วันๆเอาแต่เรียนตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ไม่เคยจะไปชอบใครที่ไหน ทำราวกับว่าต่อมรักไม่มีในตัวเจ้าหล่อนงั้นแหละจนเพื่อนแซวว่าเธอดาวน์หมู่บ้านคานฯเอาไว้แล้ว แล้วจู่ๆกลับตาลปัตรลงคานมาได้ไงเนี่ย

“เราว่าเปิ้ลคงเคยเห็นนะ หน้าเรียวๆหน่อย ผมตั้งๆ ตัวสูง ผิวสองสี จมูกโด่งๆ เห็นหนึ่งว่าเขาทำพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟตรงซอย 12 ด้วยนะ”

“ร้านไออุ่นนะเหรอ อืมม์ อาจจะเคยเห็นมั้ง ไม่แน่ใจ ฉันไปที่นั่นครั้งสุดท้ายหลายอาทิตย์อยู่นะ” พิริยาพรลำดับความคิด ครั้งสุดท้ายเธอไปนั่งกินไอศครีมกับยัยยุ้ยรูมเมต แล้ววันนั้นฝนตก ฟ้าร้อง แล้วก็ไฟดับ
แล้ว...หน้าคมๆคิ้วเข้มๆ ของบริกรที่เอาเทียนมาวางบนโต๊ะให้ตอนไฟดับก็วาบขึ้นมา

“อ้อ….น่าจะใช่นายนั่น เฮ้ย อย่างนั้นเค้าเรียก ดาร์ค ทอลล์ แอนด์ แฮนด์ซั่ม โว้ย ฉันยังว่าจะแอบกรี๊ดเลย แต่พอดีตอนนั้นสี่ห้องหัวใจมีแต่อาจารย์พี่อ๊อด หึ…ว่าแล้วก็เจ็บใจรีบแต่งงานทำไมไม่รู้ อยู่เป็นอาหารตาอาหารใจให้ลูกศิษย์นานๆหน่อยก็ไม่ได้”

นลินีส่ายหัว ความจริงก็ปลงได้ตั้งนานแล้วไอ้นิสัยใจง่ายของพิริยาพรเนี่ย เห็นใครดูดีเป็นตกหลุมรักเขาไปหมด ตั้งแต่รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน ยันรุ่นน้อง กระทั่งอาจารย์ก็ไม่เว้น ไหนจะนิสัยที่ชอบสาระแนเขาไปทั่ว แล้วได้รู้เรื่องยัยอั้มอย่างนี้ ก็น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน เห็นประกายตาวาวๆไม่รู้ว่ามีแผนกระทำการ สอใส่เกือก อะไรไว้มั่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าในที่สุดแล้วพิริยาพรไม่มีอะไรที่เป็นพิษเป็นภัย อาจพูดมากไปหน่อยแต่ก็จริงใจ แล้วไอ้เรื่องกรี๊ดๆ ก็ไม่ได้หวังไปแย่งชิงของของใครเขา แค่กรี๊ดพอให้หัวใจกระชุ่มกระชวยเท่านั้นเอง

หลังจากเลือกซื้อผลไม้พอเป็นพิธีทั้งสองก็ชวนกันกลับโต๊ะ อัมพิกากินเส้นบะหมี่หมดแล้วยังเหลือเพียงเกี๊ยวก้อนสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งตอนนี้หญิงสาวกำลังจินตนาการไปว่า นายคนที่เคยแย่งทั้งเกี๊ยวและหมูแดงทำตาปริบๆ อยู่ตรงหน้า เพราะเกี๊ยวก้อนสุดท้ายอยู่ในมือเธอและกำลังเดินทางเข้าปากรอมร่อ ‘วันนี้ฉันเป็นผู้ชนะนะนายรุตต์ นายไม่มีวันมาแย่งเกี๊ยวจากฉันได้ตลอดหร๊อก เหอะๆๆ’

“หวานไหมจ๊ะ เกี๊ยวน่ะ” เสียงแจ๋นๆของพิริยาพรขัดจังหวะขึ้น ทำเอาสะดุ้ง เฮ้อ! เสียงอารมณ์หมดยัยเปิ้ลนะยัยเปิ้ล

“ไงอั้ม ได้ข่าวว่าเมื่อวานซืนไปออกเดทมาเหรอย่ะ ไม่เห็นบอกเล่า” พิริยาพรเริ่มงานของเธอตามนิสัย

อัมพิกาสะดุ้งหันขวับไปจ้องหน้ารูมเมตผู้ที่ตอนนี้ทำตาละห้อยยิ้มแหยๆเพราะระลึกถึงความผิดที่พลั้งปากของตัว... “บ้า เดทอะไรกัน ไม่ใช่สักหน่อย” หญิงสาวปฏิเสธลั่นนึกไม่ออกว่าไอ้ที่จำใจไปร้านกาแฟเอย นั่งกินบะหมี่เอย มันเป็นเดทตรงไหน เพราะเดทในจินตนาการของเธอมันต้องดูหนังเดินห้างกินอะไรที่หรูๆหน่อย แล้วที่สำคัญต้องไปกับชายหนุ่มในฝันผู้แสนจะสุภาพ นุ่มนวล อ่อนโยน และเป็นสุภาพบุรุษ ต่างกับนายนั่นยิ่งกว่าอีกากับพญาหงส์...แน่ล่ะวาสนานายนั่นน่ะเป็นได้แค่อีกาหน้าดำ

“แหม! ก็เดทกับหนุ่มรัฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ร้านไออุ่นไง ชิงมีแฟนก่อนฉันได้ไงย่ะ”

“ไม่ใช่ นะ ไม่ใช่ๆ” อัมพิการู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงทั้งเขินทั้งโมโห อุตส่าห์ยืนยันเสียงแข็งขนาดนั้น ดูซิยัยเปิ้ลยังทำตาล้ออยู่ได้...โมโหยัยนีด้วยปกติก็ไม่เห็นเป็นคนพูดมากไหงต้องไปเล่าให้ยัยเปิ้ลฟังด้วยก็ไม่รู้ หญิงสาวรวบรวมสัมภาระแล้วลุกพรวด “ยังไม่อิ่มกันใช่ไหม อั้มอิ่มแล้ว จะกลับคณะเดี๋ยวนี้แหละ ไปล่ะนะ” ไม่อยากเห็นหน้าเพื่อนพอๆกับนายนั่นนั่นแหละ ทำไมนะตั้งแต่ฉันเจอนายถึงมีแต่เรื่องซวยๆทั้งนั้นเลย





หญิงสาวเดินถือชามไปวางที่ไว้ภาชนะ มือขวาถือชามมือซ้ายอุ้มหนังสือกองโต กำลังเดินก้มหน้างุดๆกระฟัดกระเฟียดสารพัด จนกระทั่งเกือบถึงที่วางภาชนะ

ตุบ!!!

ไม่รู้ชนใครเข้าให้ โชคดีนะที่มือซ้ายยอมสละหนังสือมาช่วยมือขวาประคองชามก๋วยเตี๋ยว ไม่งั้นเป็นได้หกราดคนที่เดินชนนั่นแหละ แต่กลายเป็นว่าหนังสือของเธอตกซะเอง วางชามก่อนล่ะกันแล้วค่อยเก็บหนังสือ

“ขอโทษค่ะ” เห็นผู้ชายที่ถูกชนยังมีน้ำใจก้มเก็บหนังสือ ทำให้อัมพิการู้สึกว่าโลกนี้ยังมีสุภาพบุรุษดีๆอยู่ เฮ้อ! ค่อยใจชื่นหน่อย “อุ๊ย…ขอบคุณนะคะที่ช่วยเก็บ”

“รีบไปไหนน่ะอั้ม ไม่มองทางเลย ดีนะเนี่ยน้ำก๋วยเตี๋ยวไม่ราดผมเข้าให้”

ไอ้เสียงดุๆ ห้าวๆแบบนี้มัน…

“นาย!…” โอ้ย! ขอถอนความคิดเมื่อครู่ อีตานี่คงไม่ได้ยินหรอกนะ “เอาหนังสือฉันมานะ” อัมพิการีบตวาดขอคืนหนังสือ เมื่อเห็นว่าคนเก็บให้ถือเอาไว้ซะเอง

“บอกมาก่อน จะไปไหน”

“กลับคณะ” หญิงสาวตวาดห้วนๆให้มันสนน้ำสมเนื้อกับอีกฝ่าย

“เดี๋ยวเดินไปส่ง”

“ไม่ต้อง….” แต่เสียงร้องห้ามของหญิงสาวคงจะช้าไปเสียแล้ว เพราะอีกฝ่ายพาร่างสูงหอบหนังสือกองโตเดินตัวปลิวไปทางคณะมนุษย์ฯ ในเมื่อห้ามไม่ได้ อัมพิกาก็ได้แต่ซอยเท้าตาม ซึ่งนั่นอาจเป็นการดีกว่าที่จะอยู่โรงอาหารต่อและได้ยินเพื่อนซี้นาม พิริยาพร พูดว่า “เชอะ ม่ายช่าย ม่ายช่าย บอกว่าจะรีบกลับคณะ ที่แท้ก็นัดแฟนไปเดินจู๋จี๋”

“เอามานะ แล้วไม่ต้องไปส่งกลับรัฐศาสตร์ไปเลย” ทันทีที่ตามทันอัมพิกาก็ออกปากไล่

“หนังสือหนักจะตายอั้มถือไงไหว คนเค้าอุตส่าห์มีน้ำใจจะขอบใจสักนิดไม่มี” นิติรุตต์พูดหน้าตาย แต่หัวใจกำลังอมยิ้ม ไม่รู้ทำไมเห็นผู้หญิงคนนี้ตาเขียวๆทีไรมีความสุขทุกที

“เขามีปัญญาถือของเขาก็แล้วกัน” โมโหๆๆๆๆๆ ถ้าให้ตานี่ไปส่งถึงคณะฯ โอ้ย! ถ้าคนอื่นๆเห็นอีกล่ะ จะไม่ซวยไปกันใหญ่เหรอเนี่ย

“เห็นเขาว่า สาวมนุษย์ฯมีแต่สวยๆ ขอไปเยี่ยมๆมองๆหน่อยนะ”

“ทะลึ่ง คิดแต่เรื่องลามกซิในสมองน่ะ จะบอกให้รู้ไว้เลยว่า ไม่มีสาวมนุษย์ฯคนไหนสนใจนายหร๊อก”

“อืมม์…….ไม่รู้ซินะ…..” นิติรุตต์หันมายักคิ้วใส่ตาเขียวๆของคนข้างหลังก่อนจะหันกลับไปมองทาง “อย่างน้อยก็มีคนหนึ่ง เห็นวิ่งตามยิกๆ ตั้งแต่โรงอาหารมาแล้ว”

“อี ต า บ้ า” สุดที่จะทน ไม่เพียงตะโกนลั่นเท่านั้นกำปั้นน้อยๆทั้งสองของอัมพิกาก็รั่วใส่แผ่นหลังคนที่เดินนำข้างหน้าเป็นการใหญ่

“โอ้ย! ทุบผมทำไม เจ็บนะอั้ม” ใช่เจ็บ เจ็บที่หลังแค่กลับคันๆที่ใจ ชายหนุ่มไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆจะทุบได้แรงขนาดนี้ ถ้าไม่ติดว่ามือทั้งสองหอบกองหนังสืออยู่นะ ไม่มีทางซะหรอกที่จะปล่อยให้กำปั้นน้อยๆนั่นแผลงฤทธิ์ซะจุก แต่ในเมื่อมือไม่ว่างเร่งเดินอีกนิดดีกว่าจะได้ทิ้งระยะห่าง

หลังจากรั่วกำปั้นจนเหนื่อย ที่เหนื่อยไม่ใช่แค่ออกแรงทุบเท่านั้นยังออกแรงเท้าที่เรียกว่าต้องวิ่งตามจึงจะทัน อัมพิกาก็ยืนหอบฮักๆ ปล่อยให้เหยื่อกำปั้นทิ้งระยะห่างออกไป คราวนี้หญิงสาวไม่ได้เร่งเดินตามอีกแล้ว เดินไปเรื่อยๆ เมื่อถึงคณะก็เห็นบริกรตัวป่วนวางกองหนังสือตรงม้าหินอ่อนหน้าคณะ

“เรียนห้องไหน เดี๋ยวจะหอบขึ้นไปส่งให้”

โอ้ย! นายนี่ชักจะไปกันใหญ่แล้ว อัมพิกานึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเพื่อนๆนั่งอยู่เกือบเต็มห้องเพราะนี่มันก็ใกล้จะบ่าย แล้วเห็นเธอพร้อมบริกรขนหนังสือไปวางให้ถึงที่จะเป็นอย่างไร

“อย่านะ ขอร้องล่ะ เอาวางไว้นั่นแหละเดี๋ยวฉันเอาขึ้นไปเอง” หญิงสาวขอร้องเสียงอ่อน แบบที่ไม่เคยอ่อนให้คู่ปรับมาก่อน กลับทำให้อีกฝ่ายเริ่มได้ใจ

“อุตส่าห์หอบมาตั้งนานก็ต้องบริการให้ถึงที่หมายซิ”

“โธ่! นายรุตต์ขอร้องล่ะแค่นี้ก็ถูกล้อจะตายอยู่แล้ว”

เห็นหญิงสาวทำหน้าอย่างกับคนจะร้องไห้จริงๆ อีกฝ่ายก็สงสารอยู่หรอกนะ แต่ก็ยังอยากแกล้งอยู่น่ะซิ “ล้อเรื่องอะไรเหรอ บอกผมได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามตาใสซื่อ

ตาบ้าเอ๊ย ก็นายนั่นแหละต้นเหตุสำคัญ แต่คงป่วยการถ้าจะต่อว่า พูดไปก็รังแต่จะเข้าเนื้อเปลี่ยนแผนดีกว่า อัมพิกาแสร้งยิ้มหวานที่ดูยังไงก็เหมือนแยกเขี้ยวอยู่ดี “ อั้ม ขอบใจ รุตต์ มากนะที่มาส่ง แต่ใกล้บ่ายแล้วรุตต์เดินกลับคณะฯเถอะนะเดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน ใกล้ๆแค่นี้อั้มหอบไปเองได้ รุตต์ไม่ต้องห่วงหรอก นะนะนะ กลับไปเถอะนะ” หญิงสาวทำหน้าอ้อนวอนสุดๆ กัดฟันพูดแบบที่คิดว่าชาตินี้จะไม่พูดเพราะๆกับนายนี่เป็นอันขาด แต่คราวนี้กรณียกเว้น ขอเอาตัวรอดไปก่อนล่ะกัน

“ก็ได้ถ้าอั้มต้องการแบบนั้น เอ่อ…ผมมีของจากร้านไออุ่นมาฝาก เมื่อวานมีคุ๊กกี้ตัวใหม่มาให้ลูกค้าลองชิมฟรี เอาไปกินเล่นๆล่ะกันนะ เป็นคุ๊กกี้ลูกเกดรูปหัวใจ ออกเปรี้ยวๆหวานๆ ลองชิมดูล่ะกัน ผมไปล่ะนะ”

ครั้นจะง่ายก็ง่ายแฮะ อัมพิกาคิดในใจ เพราะพ่อตัวดีวางห่อคุ๊กกี้บนกองหนังสือแล้วก็ก้าวสวบๆออกไปเลย หญิงสาวหยิบเอาห่อคุ๊กกี้มาพิจารณา ดูๆก็น่าหม่ำเหมือนกันเอาไว้กลับไปกินแกล้มกาแฟที่หอคืนนี้ดีกว่า แต่พออ่านฉลากที่ปิดมากับห่อเท่านั้นแหละ เล่นเอาหน้าร้อนวูบวาบ ใจเต้นหวิวๆ เฮ้อ! ใครนะช่างตั้งชื่อ

Sweet Heart หวานอมเปรี้ยว


“ฮั่นแน่! หนูอั้มของเรามีหนุ่มมาส่ง”

เสียงปี๊ดแสบแก้วหูทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยง แล้วก็แทบอยากแทรกแผ่นดินหนีหาย เนื่องจากเสียงนั้นมาจากบรรดากลุ่มเพื่อนร่วมเอกที่เป็นชายไม่แท้

“ต๊าย นี่ไปแอบมีกิ๊กตั้งกะเมื่อไหร่”

“ใครน่ะอั้ม หล่อน่าหม่ำม๊าก”

ดูเหมือนบรรดาผองเพื่อนจะยิงคำถามไม่หยุดปาก เล่นเอาอัมพิกาตั้งหลักไม่ทันได้แต่อ้ำอึ้ง อย่างไม่รู้ตัวหญิงสาวเหลียวหานายต้นเหตุทันที แปลก!หมอนั่นมีวิชาหายตัวได้รึไงนะ ไม่เห็นแม้แต่เงา ไม่รับผิดชอบการกระทำของตัวเองอีกแล้ว







รบกวนผู้ผ่านมาอ่านท่านใด เห็นความผิดพลาด ช่วยทิ้งข้อความบอกกันด้วยนะคะ บางทีแปะไปตามันก็ลาย




Create Date : 17 มิถุนายน 2552
Last Update : 17 มิถุนายน 2552 22:46:47 น. 6 comments
Counter : 174 Pageviews.

 
ปัดฝุ่นๆ มาจองที่ก่อน

ฮ่าๆ (ตามมารังควาญพี่เก๋อ่ะ)


โดย: ต้นอ้อสีม่วง (ต้นอ้อสีม่วง ) วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:8:19:13 น.  

 
ยังกรี้ดได้อีก รุตต์ออกจะดีขนาดนี้
ชิ้ ไม่เหมือนคณะอ้ออ่ะ มีแต่ทุ่งหย้าและป่าเขา ใคร้มันจะเดินมาส่ง
ขนาดชวนมันขี่รถเครื่องมาด้วย มันยังไม่มา เฮ้อ

พี่เก๋ ตัวหนังสือสีม่วงหนูหายไปไหนน่ะ
สวยแล้วนะ ม่วงชมพู แต่ขอแบบเข้มๆอ่ะค่ะ ถ้าสีอ่อนๆมันอ่านยากอ่ะค่ะ


โดย: ต้นอ้อสีม่วง วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:9:07:05 น.  

 
เอ๋...

ไม่เห็นชื่อคุณ พินทุอิ ในถนนนักเขียนนานจัง

แอบมาเขียนนิยายในบล็อคนี่เอง


^^


โดย: เชอร์เบต จี๊ดด ด IP: 58.8.27.34 วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:12:50:07 น.  

 
ฮัลโหล น้องอ้อ ดีใจนะเนี่ยที่น้องอ้อแวะมาทักทาย หลังจากที่พี่ห่างหายไปหลายปี (อิอิ ) น้องอ้อจะตามกรี๊ดนายรุตต์ทุกตอน ก็เชิญตามสบายเลยจ๊ะ พี่ไม่ว่า (แต่ไม่รู้อั้มจะว่ารึเปล่า ตกลงกันเองน้า)

หวัดดี ค่า คุณ เชอร์เบต จี๊ดด ด เย้ๆๆๆ เจอเพื่อนเก่าอีกคนหนึ่งแล้ว เพิ่งเริ่มลงบล๊อกค่ะ เอาเรื่องเก่าที่แต่งไว้มาลง ไม่อยากลงในถนน เพราะเคยลงแล้ว เปลืองเนื้อที่เขา เอาไว้ลงเรื่องเก่าๆหมดแล้ว อาจจะเอาเรื่องใหม่ไปแปะไว้ที่ถนนอีกก็ได้ แล้วแวะมาทักทายกันอีกนะคะ


โดย: พินทุอิ วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:16:28:24 น.  

 
งั้นเดี๋ยวรออ่านเรื่องใหม่ในถนนนักเขียนดีกร่า...อิอิ

แล้วจะออกมาต้อนรับกลับสู่ถนนนักเขียน (รอบสอง) ให้เอิกเกริกไปเลย

5555555555555555555


^^


โดย: เชอร์เบต จี๊ดด ด IP: 61.90.13.86 วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:23:09:46 น.  

 
น่ารักจังเลยค่ะ


โดย: เก๋ IP: 66.27.114.75 วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:16:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.