• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
5 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
หัวใจรสกาแฟ 1

ณ. ร้านกาแฟเล็กๆราคามิตรภาพ ที่ตั้งอยู่ในย่านมหาวิทยาลัย...

เสียงหัวเราะลั่นเกินความจำเป็นจากบรรดานักศึกษาทั้งหญิงชายซึ่งจับกลุ่มกันสังสรรค์กันอยู่ด้านหนึ่งของร้านทำให้ท่านผู้จัดการร้านนามว่า สมบูรณ์ นิ่วหน้าหันไปมอง

“รุตต์...ขนมทั้งหมดนี่ของโต๊ะเพื่อนแก...แล้วบอกพวกมันว่าเบาๆกันหน่อย เดี๋ยวพวกมันจะอดได้ส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์” ท่าน ผจก. ทำเสียงเข้มพร้อมปาดเหงื่อที่หน้าอวบอูมครั้งที่เกือบร้อย ความจริงเขาเองก็ค่อนข้างสนิทสนมกับเด็กกลุ่มนี้ดีเนื่องจากเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนคณะรัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยใกล้ๆร้าน เหมือนกับ นิติรุตต์ ซึ่งเป็นนักศึกษาที่มาทำงานล่วงเวลาที่ร้าน และที่สำคัญเด็กกลุ่มนี้มาอุดหนุนบ่อยๆจนจะกลายเป็นแก๊งค์ขาใหญ่คับร้านอยู่รอมร่อ แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าสมบูรณ์จะยอมให้อภิสิทธิ์ทำเสียงดังไล่ลูกค้ารายอื่นๆ

ทันทีที่วางของบนโต๊ะผองเพื่อน พนักงานแห่งร้านไออุ่นก็บอกต่อข้อความจากผู้จัดการใหญ่ “เฮ้ย! เงียบๆกันหน่อยซิว่ะ เดี๋ยวเจอลมบ้าหมูสลาตัน พวกนายจะอดได้ส่วนลดไม่รู้ด้วย”เท่านั้นแหละร้านไออุ่นจึงค่อยเงียบเสียงลงหน่อย

“ว่างหรือยังล่ะรุตต์ มานั่งด้วยกันซะทีเถอะ...” เสียงเชิญดังมาจาก เป็นหนึ่ง ชายหนุ่มผิวขาวที่แม้จะกำลังนั่งแต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่ามีรูปร่างสูงโปร่งอกผายไหล่ผึ่ง พร้อมดวงตาเรียวคมจมูกโด่งและรูปหน้าที่ทำให้นิติรุตต์เข้าใจคำว่า ‘หน้าหยก’ แจ่มแจ้ง

“ได้ ตอนนี้ว่าง แต่ถ้ามีลูกค้าเข้ามาใหม่เราต้องขอตัวนะเดี๋ยวพี่บุ๋นแกจะอวยพรเอาอีก” พูดจบบริกรก็ลงนั่งร่วมวงสนทนาข้างๆพ่อพระเอกกิมย้ง

“เฮ้ย!...ไอ้หนึ่งถอยมือถือรุ่นใหม่นี่หว่า” หนุ่มในแก๊งค์เกือบจะใหญ่อีกคนคว้ามือถือของเพื่อนร่วมโต๊ะชูหลา ด้วยว่ามันเป็นมือถือยี่ห้อชั้นนำและที่สำคัญยังเป็นรุ่นล่าสุดที่ราคาปาไปเป็นหมื่น จากนั้นหัวข้อในวงสนทนาจึงมุ่งไปที่สรรพคุณของเจ้าเครื่องมือสื่อสาร

“ฮั่นแน๊....เอารูปนีทำวอลล์เลยนะเอง ไหนดูซิมีรูปไหนอีก ของสวยๆงามๆอย่างเนี่ยข้าชอบ ” เจ้าคนที่คว้ามือถือเอ่ยแซวเมื่อเห็นสาวหน้าใสบนหน้าจอมือถือ ซึ่งจำได้แม่นยำว่าเป็นหวานใจของเพื่อนมาแรมปี

ส่วนเจ้าของมือถือเริ่มจะเดือดร้อนกับสายตาวาววับที่เพื่อนๆจับจ้องไปที่รูปนางแบบ จึงพยายามแย่งมือถือคืน “เฮ้ย อย่ายุ่งน่าเปี๊ยก นีไม่ใช่อาหารตาของใครๆนะโว้ย”

“โฮะๆ...หวงด้วย...เรื่องอะไรจะคืนง่ายๆ เฮ้ยพวกเราดูนี่ น่าส่งภาพนี้ไปประกวดที่เวบ....” เปี๊ยก เอ่ยชื่อเวบไซด์ดังที่กำลังจัดให้มีการประกวดภาพถ่ายสาวหน้าใส เพื่อเฟ้นหาดาวดวงใหม่ประดับวงการไซเบอร์ “ข้าว่านียังน่ารักกว่ายัยบาร์บี้ ที่ตอนนี้ได้คะแนนโหวตสูงสุดซะอีก”

“คนนี้เหรอค่ะ พี่นลินี แฟนพี่หนึ่ง” เสียงสวยที่เอ่ยถามมาจาก เมขลา นักศึกษาปีหนึ่งร่วมคณะและยังเป็นหลานเทคของเป็นหนึ่ง ด้วยความที่เธอเพิ่งจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของแก๊งค์และค่อนข้างจะสนใจปู่เทครูปหล่อเป็นพิเศษรวมไปถึงเรื่องเนื้อที่ในหัวใจของเขา

“ครับน้องเม แต่ไม่ได้อยู่คณะเราหรอกเป็นสาวมนุษย์นู้น...” คำยืนยันอ่อนหวานของเปี๊ยกทำให้เมขลาหน้าสลดไปวูบหนึ่งก่อนจะตีหน้ารื่นเอ่ยชม “พี่เค้า สวยดีนะคะ น่าอิจฉา”

เมื่อมือถือเจ้าปัญหาเวียนมาถึงคิวของบริกรร้านไออุ่นแม้จะไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะการจะมีข้าวของราคาแพงสับเปลี่ยนเวียนใช้ดูจะเรื่องปกติมากสำหรับ เป็นหนึ่ง หนุ่มหล่อเนื้อหอมทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดังแต่นิติรุตต์ก็อดดูรูปไม่ได้ กดดูไปเรื่อยๆจนถึงภาพที่มีผู้หญิงหน้าใหม่เข้ามาอีกสามคน พวกเธอใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกันกับนลินี

“แล้วคนนี้ใครล่ะหนึ่ง” สิ่งที่ทำให้บริกรหนุ่มสะดุดตาจนถึงกับต้องเอ่ยปากถามน่าจะเป็นนัยน์ตากลมดำบ้องแบ๊วกับพวงแก้มใสสีชมพูระเรื่อรับกับริมฝีปากอิ่มย้อยซึ่งกำลังแย้มยิ้มอย่างร่าเริง ถ้าไม่ติดที่ชุดนักศึกษาที่เธอใส่อยู่ เธอคนนั้นก็คงไม่ต่างอะไรจากเด็กสาวมัธยม

“เปิ้ล อั้ม ยุ้ย เพื่อนนีเขาที่อยู่หอเดียวกัน เมื่อวานเราไปส่งนีที่หอก็เลยลองถ่ายรูปเล่นๆกันดู”

“คนตรงกลางที่นั่งข้างๆนีชื่ออะไรนะ” บริกรคนขยันถามซ้ำจนเป็นหนึ่งชักผิดสังเกต

“จะรู้ไปทำไมว่ะรุตต์”

“ก็ เผื่อเจอพวกเขาจะได้ทักทายถูกไง คือ…” บริกรร้านไออุ่นใช้นิ้วจิ้มไปที่สาวริมซ้ายสุดกับริมขวาสุดของรูป “เราว่าเราเคยเห็นสองคนนี้มานั่งกินไอติมที่ร้านเรา แต่คนนี้ไม่เคยเห็น”

“อ๋อ จะหาข้อมูลลูกค้าก็ไม่บอกนึกว่านายสนใจใครเราจะได้เป็นพ่อสื่อให้...” หนุ่มหน้าหยกหลิ่วตาล้อเลียนก่อนจะอธิบายยาวเฟื้อย “คนขวาสุดชื่อยุ้ยอยู่คณะวิทย์ฯ ส่วนสองคนที่เหลือน่ะอยู่เอกเดียวกับนี คนซ้ายสุดชื่อเปิ้ล คนตรงกลางชื่ออั้มเป็นรูมเมตนี พอใจม๊ะ”

“อย่างไอ้รุตต์มันจะมีอาร๊าย ถ้าไม่เรียนก็ทำงานหาเงินงกๆ ไม่รู้จะงกไปถึงไหน มันไม่ไปหลีหญิงหร๊อก เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา” เป็นนายเปี๊ยกเช่นเคยที่ปากเปราะ แต่ก็อย่างที่เพื่อนในกลุ่มรู้ดีว่าเป็นการหยอกเย้าไม่ใช่ดูถูกดูแคลน

“แหม! พี่เปี๊ยกพูดอย่างนี้ผู้หญิงอย่างเมก็เสียหายหมดเลยนะคะ กลายเป็นว่าพวกเราคอยแต่จะหลอกหาของฟรีทำให้พวกผู้ชายอย่างพี่ เสียทั้งเงินและเวลา” เมขลาต่อว่า

“เปล่าจ้าน้องเม พี่เปี๊ยกไม่ได้ว่าอย่างนั้นซะหน่อย พี่เปี๊ยกหมายความว่า...” นายเปี๊ยกยักคิ้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “สมมุติถ้าน้องเมเป็นแฟนพี่เปี๊ยกนะ พี่เปี๊ยกก็ต้องอยากเลี้ยงข้าวหรือพาน้องเมไปดูหนังไปเที่ยว ซึ่งมันเป็นความเต็มใจของพี่เปี๊ยกเองไม่ใช่ถูกน้องเมหลอก แต่รวมๆแล้วมันก็เสียตังค์อยู่ดี สำหรับไอ้รุตต์เพื่อนแสนงกของพี่เปี๊ยกมันคงคิดว่าไม่คุ้ม แต่พี่เปี๊ยกว่ามันคุ้มนะถ้าน้องเมตกลง....”

พี่เปี๊ยกทำตาปรอยแต่น้องเมหัวเราะกิ๊ก “โอ้ย เมว่าเมไม่คุ้มหรอกค่ะ แต่ไม่เป็นไรเมจะรับไว้พิจารณา ขอไปปรึกษาพี่ฝนก่อนนะคะว่าคุ้มหรือเปล่า”

เท่านั้นแหละพี่เปี๊ยกเป็นต้องร้องโอดโอยท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นและยุแยงของผองเพื่อน ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า สายฝน สาวเศรษฐศาสตร์หวานใจของนายเปี๊ยกน่ะคุมเข้มขนาดไหน

ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาว่า งก ขอตัวลุกจากโต๊ะเพื่อไปต้อนรับลูกค้ารายใหม่ เช่นเดียวกับหัวข้อในวงสนทนาที่เปลี่ยนเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ฟุตบอลคู่หยุดโลกในค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง

และเมื่อเวลาล่วงไปจนถึงใกล้จะบ่ายโมง สมาชิกในกลุ่มจึงได้ฤกษ์ออกจากร้านเพื่อกลับไปร่ำเรียนในช่วงบ่ายนิติรุตต์เองก็เหมือนกัน ขบวนแก็งค์เกือบใหญ่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับเสียงคุยเซ็งแซ่ จะมีก็แต่ปู่เทครูปหล่อกับหลานเทคสุดสวยซึ่งเดินปิดท้ายดูเหมือนจะพูดหนุงหนิงกันอยู่สองคนราวกับว่าไม่ได้มากับผองเพื่อนร่วมโขยง

บริกรร้านไออุ่นมองคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกตะขิดตะขวงใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เขาเห็นเป็นหนึ่งเป็นแบบนี้ออกบ่อย ออกนอกลู่นอกทางแอบควงคนโน้นคนนี้แต่สุดท้ายก็ไม่ยั่งยืน ที่ยั่งยืนที่สุดก็คงจะเป็นนลินี

คนที่เป็นหนึ่งย้ำหนักแน่นว่าเป็น ‘หนึ่งเดียวในดวงใจ...หากทั่วไปคือกำไรชีวิต’




ท่ามกลางความวุ่นวายใต้ตึกห้าชั้นของคณะมนุษยศาสตร์ ในเวลาบ่ายสี่โมงหากเมื่อมีรถเก๋งสีดำเข้มเป็นมันปลาบประดับสัญลักษณ์สามแฉกด้านหน้ามาจอดเทียบที่หน้าคณะเสียงเจี๊ยวจ๊าวคล้ายจะหยุดกึกไปในอึดใจ และเมื่อชายหนุ่มเจ้าของรถก้าวเท้าออกมาก็ทำให้สาวน้อยหน้าใสหลายคนเหลียวมองด้วยสายตาชื่นชม และอีกหลายคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ คงจะมีก็แต่ พิริยาพร นักศึกษาปีสี่เจ้าถิ่นที่ฉีกยิ้มกว้างขวางวิ่งรี่ไปให้การต้อนรับผู้มาเยือน

“แหม!...ตรงเวลาดีจัง” หญิงสาวผิวเข้มตรงเข้าควงแขนชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอย่างไม่อายสายตาใคร นอกจากจะไม่อายด้วยแล้ว เธอยังเชิดหน้าสูงพร้อมปรายหางตาตวัดมองสายตาอยากรู้อยากเห็นแกมอิจฉาของผู้คนรอบด้านด้วยความสะใจ “เปิ้ลล่ะคิดถึ๊ง คิดถึงหนึ่ง แทบไม่เป็นอันเรียนเลยนะเนี่ย” พิริยาพรพูดด้วยกำลังเสียงดังกว่าปกติที่คนสองคนที่อยู่ใกล้กันจะพูดคุย เหมือนจงใจป่าวประกาศ

“ผมก็คิดถึงเปิ้ล” เป็นหนึ่งตอบเสียงนุ่ม ในขณะที่ถูกพิริยาพรควงแกมลากไปสู่โต๊ะๆหนึ่งที่มีนักศึกษาสาวนั่งอยู่แล้วสามคน

“ไม่ต้องมาทำปากหวาน เปิ้ลรู้ว่าหนึ่งคิดถึงใครมากว่าเปิ้ล” พิริยาพรลดเสียงตรงประโยคสุดท้ายอย่างกระเง้ากระงอดและเมื่อเธอพาเหยื่อมาถึงที่หมาย หญิงสาวก็จัดการยัดเหยื่อลงนั่ง

“อ่ะถึงล่ะ ที่นี้เราก็หมดหน้าที่ ที่หลังแฟนใครไปรับกันเองนะ ให้ฉันไปแทนอย่างเงี๊ยะ ใครเค้าไม่รู้จะหาว่าฉันกับหนึ่งเป็นกิ๊กกัน กุลสตรีอย่างฉันเสียหายหมด” พูดจบกุลสตรีก็จัดการกับฝรั่งที่วางอยู่บนโต๊ะคำโต หากยังไม่วายชำเลืองมองอย่างเหลือใจกับสายตาของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งควงมาซึ่งทอดอ่อนเชื่อมมองเพื่อนสาวของเธอ แม้เขาจะไม่ได้กล่าวพูดใดๆแต่กิริยานั้นมันบอกได้ดียิ่งกว่า

ถึงคนทั้งคู่จะคบกันมาเข้าปีที่สองแล้วก็เถอะ พิริยาพรก็อดปลาบปลื้มไปกับเพื่อนไม่ได้ ก็แหม! มันยังกับความรักในเทพนิยาย เจ้าชายผู้งามสง่าตกหลุมรักกับนางซินก้นครัว

เป็นหนึ่ง นักศึกษาหนุ่มหล่อจากคณะรัฐศาสตร์ทายาทเจ้าของโรงแรมหรูห้าดาว ชื่อของเขาโด่งดังตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง และดังขึ้นเรื่อยๆตามเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ใครจะไปนึกว่าเมื่อขึ้นปีสาม หนุ่มหล่อคนนี้จะเทียวไปมาหาสู่ นลินี สาวคณะมนุษย์ผู้อยู่อย่างเงียบเชียบจนฝ่ายหญิงใจอ่อนยอมคบหาด้วย พิริยาพรรู้เรื่องราวจากการคาดคั้นเอากับเพื่อนว่า นลินีและเป็นหนึ่งรู้จักกันตอนออกค่ายเมื่อก่อนจะขึ้นปีสามและความสัมพันธ์ก็ถูกสานต่อมาเรื่อยๆจนกลายเป็นความรักในที่สุด

“เปิ้ล อั้ม ยุ้ย ไม่ไปกับเราจริงๆเหรอ” เสียงเชิญชวนช่วยให้พิริยาพรดึงตัวเองออกจากเทพนิยาย กำลังจะขยับปากว่า “ก็น่าสน” อยู่แล้วเชียวดันถูก ยุวดี หรือ ยุ้ย ผู้เป็นรูมเมตแต่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ตัดหน้า “ไปกันเถอะจ้ะ วันนี้เราว่าจะลากเปิ้ลไปเป็นเพื่อนพิมพ์งานที่ห้องคอมคงกลับหอกันสองสามทุ่มเลย”

“แล้วอั้มล่ะ” นลินียังคงไล่เลียงหญิงสาวไม่ได้ชวนเพื่อนตามมารยาทแต่ชวนด้วยน้ำใสใจจริงและความเคยชิน ก่อนหน้าที่ชีวิตจะมีเป็นหนึ่งเข้ามาเธอก็ไปไหนมาไหนกับผองเพื่อนเป็นปกติ นลินีไม่อยากให้เพื่อนๆคิดว่าเธอให้ความสำคัญกับแฟนจนลืมเพื่อน

“อั้ม...!” นลินีเรียกซ้ำ เมื่อเหลียวไปเห็นว่า อัมพิกา ผู้กำลังก้มหน้าอ่านการ์ตูนในมือทำท่าอย่างกับไม่ได้ยินอะไรเลย “ยัยอั้ม!” คราวนี้นลินีต้องเขย่าตัวพร้อมแผดเสียง

“อะ...อะไรเหรอนี” ผู้ถูกเรียกสะดุ้งทำหน้าเล่อล่า เมื่อทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว และอัมพิกาเพิ่งรู้ว่านอกจากเธอ นลินี พิริยาพร และยุวดีแล้ว ยังมีเป็นหนึ่งมาเพิ่ม “อ้าวหนึ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมอั้มไม่เห็นล่ะ หวัดดีวันอังคารจ้ะหนึ่ง” หญิงสาวทักทายเป็นหนึ่งอย่างเก้อๆ

“ผมมาได้สักพักแล้วล่ะอั้ม สงสัยอั้มอ่านหนังสือเพลินอยู่มั้งเลยไม่เห็นผม” เป็นหนึ่งตอบรับคำทักทายหากยังไม่วายนึกในใจ เพื่อนแฟนสาวของเขาแต่ล่ะคนนิสัยห่างกันลิบลับไม่รู้คบกันได้ยังไง

ยุวดี จะพูดน้อยแต่เป็นเหตุเป็นผลและตรงประเด็นสมกับที่เรียนวิทยาศาสตร์

ในขณะที่ พิริยาพร กลับพูดเก่งเอามากๆเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดแต่ก็สนุกสนานเฮฮาดี

ส่วน อัมพิกา คนนี้เหมือนจะติ๊งต๊องหน่อยๆ นลินีเคยบอกว่าอัมพิกาเป็นคนขี้เล่น และไม่ได้เป็นคุณหนูเหมือนกับรูปลักษณ์ภายนอกที่อาจหลอกตา แต่เวลาโดนขัดใจล่ะก็ เธอจะกลายสภาพจากนางฟ้ามาเป็นนางมารในบัดดล แต่เป็นหนึ่งกลับรู้สึกว่าอัมพิกาเหมือนเด็กๆน่ารักน่าเอ็นดูและเขายังไม่เคยเห็นเธอวีนแตกสักที

นลินีทวนคำเชิญอีกครั้งและคำตอบที่ได้รับก็คล้ายคำตอบของสองคนแรก “อั้มจะแวะไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดกลางแล้วก็ว่าจะกลับหอ นีไปเที่ยวกับหนึ่งให้สนุกเถอะนะ”

เป็นหนึ่งตระเวนส่งบรรดาเพื่อนแฟนที่ห้องสมุดและสำนักคอมพิวเตอร์จนกระทั่งเหลือนลินีกับเขาในรถเพียงสองคน ชายหนุ่มละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยมากุมมือนุ่มนิ่มของคนข้างๆ “คิดถึงนีจัง ไม่เจอกันตั้งหนึ่งวัน”

“คำพูดหวานๆแบบนี้เอาไว้พูดกับเปิ้ลดีกว่านะหนึ่ง นีจั๊กกะจี้หูยังไงก็ไม่รู้”

“อ๊ะๆ อย่าบอกนะว่าหึงผมกับเปิ้ล” เป็นหนึ่งหันมามองพร้อมเลิกคิ้วล้อ

“นีไม่ตามหึงหรอกเสียเวลา แล้วถ้าจะหึงก็คงไม่เป็นยัยเปิ้ล” นลินีเอ่ยยิ้มๆ หากทำเอาหัวใจคนขับรถกระตุกไปวูบ

เป็นหนึ่งชำเลืองมองใบหน้ารูปไข่โค้งละมุนพร้อมจมูกเล็กหากเป็นสันรับกับดวงตาเรียวคมของแฟนสาว นลินีไม่ใช่คนสวยฉูดฉาดหากดูแล้วละมุนละไมสบายตาสบายใจ แต่บ่อยครั้งเหลือเกินที่เขาอ่านความรู้สึกนึกคิดภายใต้ดวงหน้าละไมที่มักจะยิ้มนิดๆนั้นไม่ค่อยออกเอาเสียเลย

“นีก็พูดอะไรไม่รู้ ฟังเพลงดีกว่าเนอะ” ชายหนุ่มละมือมาเปิดเครื่องเสียงซึ่งปรับเป็นคลื่นวิทยุยอดนิยมคลื่นหนึ่งก่อนจะนำมือกลับไปกุมมือของนลินีเหมือนเดิม

เอ๊ะ เอ๊ะ ใครกันที่เพิ่งเดินผ่าน แต่มองทางนั้น เอ๊ะ คนนี้ก็ดูดีดูน่ารัก เอ๊ะ เอ๊ะ เธอมองฉันเหมือนเธอหวั่นๆ เธอบอกว่าฉันนั้นไม่ดีไม่ควรทำ ทำไมทำอย่างนั้น...

บทเพลงจากนักร้องเสียงนุ่มทำให้นลินีเปลี่ยนจากอมยิ้มเป็นหัวเราะคิ๊ก “เพลงเพราะดีนะหนึ่ง นีชอบเสียงพี่นภจังเลย คนอะไรก็ไม่รู้ร้องเพลงได้มีเสน่ห์มากๆ” แล้วหญิงสาวก็คลอเสียงใสๆไปกับเพลง

โลกนี้ช่างสวยงาม ไม่อยากจะพลาดความงดงามนั้น ฉันหาทุกคำมาอธิบายเท่าไหร่ แค่อยากให้เธอเข้าใจว่าจริงๆแล้ว...

ภายในรถที่เปิดแอร์เย็นเฉียบเสียงเพลงจากคลื่นวิทยุและแม่นกการเวกเสียงใสที่นั่งข้างๆ ชั่วเวลานี้เป็นหนึ่งรู้สึกราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่บนวิมานทิพย์มีนางฟ้ารูปงามขับขานบทเพลงเพราะพริ้ง ชายหนุ่มกุมมือน่าถนอมนั้นแน่นเข้าไปอีกเพื่อส่งผ่านความรักจากหัวใจไปถึงเธอโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ก่อนจะร่วมประสานเสียงอย่างร่าเริง

ฉันรักเธอ แม้ว่าอาจจะเผลอมองใคร แต่ว่าไม่ได้คิด เธอนั่นแหละที่คิดมาไปรู้ไหม ยังไง ยังไง ก็รักเธอ





“เผลอ” นภ พรชำนิ




Create Date : 05 มิถุนายน 2552
Last Update : 9 มิถุนายน 2552 21:13:26 น. 4 comments
Counter : 213 Pageviews.

 
พื้นหลังลายตาจัง ทำมห้อ่านมองไม่เห็นตัวหนังสือเลย


โดย: แวะมาพัก IP: 115.67.125.136 วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:8:32:51 น.  

 
ลอมล่อ...ที่ถูกต้องเขียน..รอมร่อ...นะคะ


โดย: jea IP: 222.123.213.9 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:9:54:32 น.  

 
เข้ามาแก้ไข แล้วนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ ทั้ง คุณแวะมาพัก และคุณjea

ดีใจจังที่มีคนคอมเม้นท์ รู้สึกหายเหงาไปหน่อยค่ะ ไม่งั้นเหมือนพูดอยู่คนเดียว


โดย: พินทุอิ วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:22:41:06 น.  

 
ฮาโหลพี่เก๋ ไม่ต้องเหงานะ อ้อมาตามติดๆ ก็แหม ไม่กระซิบกันเลยอ่า สงสัยกลัวอ้อทวงแน่เลย เศร้ากว่าพี่เก๋อีกนะเนี่ย


โดย: ต้นอ้อสีม่วง วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:8:30:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.