• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
26 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
หัวใจรสกาแฟ 6



ช่วงเวลาที่สถาบันศึกษาในละแวกยังปิดกลางภาคกันอยู่ กลุ่มลูกค้าที่เป็นนักศึกษาของ ‘ร้านไออุ่น’ จึงห่างหายไป ทำให้พนักงานในร้านได้มีเวลาพักหายใจหายคอ จะวิ่งวุ่นก็เฉพาะในช่วงเที่ยงกับช่วงเย็นถึงสามสี่ทุ่มที่เป็นเวลาของลูกค้าวัยทำงาน

“ปิดเทอมนี่เหงาเหมือนกันเนอะ ไม่มีนักศึกษามาส่งเสียงเจี้ยวจ๊าว” บริกรหน้าตี๋ประจำร้านบ่นอุบอิบกับผู้ร่วมงานรุ่นน้องซึ่งกำลังยืนเหม่ออะไรไม่รู้

“เฮ้ย..ไอ้รุตต์ ใจลอยไปไหนว่ะ” เมื่อเห็นว่าคนที่พูดด้วยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ ตรีโกณเลยลงมือฟาดหลังอักใหญ่

“อะไร พี่ตี๋ บอกกันดีๆก็ได้ เห็นว่าเป็นพี่หรอกนะ ไม่งั้นเดี๋ยะมีโต้กลับ” นิติรุตต์แกล้งทำหน้าเข้มกลบเกลื่อน เพราะเมื่อกี้เนี่ย หัวจิตหัวใจมันลอยไปไหนต่อไหนแล้ว มีแค่ตัวเท่านั้นแหละที่อยู่ในร้าน

ก็ตั้งเกือบสองอาทิตย์แล้วนะที่ไม่ได้กวนโมโหใครคนนั้น อยากโทรไปหาก็ไม่กล้า สุดท้ายเลยทำได้แค่เอามือถือส่งรูปภาพไปทักทายสามสี่ครั้งเอง แล้วแต่ละรูปที่ส่งก็เป็นรูปกาแฟทั้งนั้นไม่มีอะไรที่จะทำให้ยัยจอมโวยสงสัยเลย ยัยนั่นก็ใจแข็งดีเหลือเกินไม่เคยโทรกลับมาหาไม่ส่งข้อความหรือรูปภาพใดๆทั้งสิ้น เฮ้อ!….อยากรู้เหมือนกันจะมีไหมสักเสี้ยววินาทีที่คิดถึงเราบ้าง

“เมื่อไหร่ มอ.แกเปิดเทอมว่ะรุตต์”
“อีกสองวันพี่ อดทนหน่อยแล้วกันเดี๋ยวก็มีสาวๆเดินผ่านหน้าร้าน ให้พี่ดูไม่หวาดไม่ไหว” ใช่อีกสองวัน อดทนหน่อยนะนายรุตต์ เดี๋ยวยัยนั่นก็กลับมาให้ปะทะคารมแล้ว

เสียงกรุ๊ง กริ๊ง ดังที่ประตู ตรีโกณรี่เข้าไปรับลูกค้าแต่พอรู้ว่าใครเท่านั้นแหละ บริกรหนุ่มก็ต้องเก็บอารมณ์ที่แสนเอือมระอาเต็มที แม้ว่าผู้มาใหม่จะเป็นสาวน้อยเฟรชชี่ น่าจะสร้างสีสันให้กับร้านกาแฟ แต่เพราะพฤติกรรมแย่ๆที่เคยทำไว้น่ะซิ ที่ทำให้ไม่อยากต้อนรับ แต่ลูกค้าก็คือลูกค้าแล้วงานบริการเกี่ยงได้หรือในเมื่อลูกค้าคือพระเจ้า

“รับอะไรครับ” บริกรถามเสียงเรียบ พอๆกับหน้าที่ปั้นให้เฉยสุดๆ ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นยักษ์วัดแจ้งแน่นอน

“ขอ first kiss ค่ะ แล้วก็ sweet heart ด้วย” สาวสายเดี่ยวสั่งไปสายตาก็ชำเลืองบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ เธอเลือกที่นั่งที่ใกล้เคาน์เตอร์ที่สุด กะไว้ว่าจะได้เห็นหน้าคนชงกาแฟชัดๆ

แล้วตรีโกณก็ยื่นใบรับรายการอาหารให้บารีสต้าจัดการ ส่วนตัวเขาปลีกไปเตรียมคุ๊กกี้ใส่จาน ไม่มีการพูดจาใดๆทั้งสิ้นระหว่างพนักงานทั้งสอง แต่ถึงกระนั้นแค่มองหน้ากันก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างเซ็งเต็มที

“สวัสดีค่ะพี่รุตต์” ไม่พูดเปล่าแม่สาวเอวต่ำยังส่งสายตาหวานหยาดไปยังคนที่เอ่ยชื่อ ซึ่งอีกฝ่ายได้แค่ฉีกยิ้มแบบจำใจให้แว๊บเดียวเท่านั้น แล้วก็ก้มหน้าก้มตาชงกาแฟต่อไป

คิดๆแล้ว นิติรุตต์ ก็ให้โมโห ‘พี่ตี๋’ นัก ไม่น่าไปบอกชื่อเราเล้ย ดูซิ คุณเธอเลยเอามาเรียกอย่างสนิทสนมใหญ่ แต่จะว่าเป็นความผิดของพี่ตี๋คนเดียวก็ไม่ได้ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้





วันแรกที่สาววัยกระเต๊าะคนนี้เข้ามาในร้านเมื่อประมาณอาทิตย์กว่าได้ ตรีโกณก็ให้การต้อนรับอย่างดีตามปกติ เธอก็สั่งกาแฟทานเหมือนลูกค้าทั่วๆไป ต่างแต่เพียงว่าสายตาเธอจับจ้องมาที่คนชงกาแฟแทบไม่กระพริบ ตอนแรกนิติรุตต์คิดว่าสาวน้อยคนนี้คงแอบมานั่งจำสูตรและวิธีชงกาแฟแบบที่สมัยก่อนเขาเคยทำอยู่บ่อยๆ

แล้วเธอถามถึงชื่อคนชงกาแฟกับตรีโกณ ทำชมเชยว่าชงกาแฟอร่อย เลยอยากรู้จักชื่อคนชง แล้วเมื่อนิติรุตต์ว่างงานชงกาแฟเธอก็เดินมาคุยถึงหน้าเคาน์เตอร์ซะเลย ถามว่ากาแฟอันนั้นอันนี้ต่างกันอย่างไร แรกๆนิติรุตต์ก็อธิบายด้วยความเต็มใจ คิดว่าเด็กสาวคนนี้คงสนใจกาแฟเหมือนกับตัวเขาสมัยก่อนที่เที่ยวตะเวณชิมตามร้านต่างๆไปทั่ว

แต่แล้วเรื่องกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อเธอแสดงจุดประสงค์ว่าอยากรู้อะไรๆจากเขามากกว่าเรื่องกาแฟ อยากเป็นอะไรๆกับเขามากกว่าลูกค้า เมื่อในอีกสองครั้งให้หลังที่เธอเข้ามาในร้านอีกเธอถึงกับออกปากถาม

“เนยขอเบอร์โทร พี่รุตต์ได้ไหมคะ” นิติรุตต์ตอบยิ้มๆไปว่าเขาไม่มีโทรศัพท์ส่วนตัว แต่แทนที่สาวเจ้าจะรู้ตัวเลยกลายเป็นว่าแทบทุกวันถ้าไม่มานั่งทำตาหยาดอยู่ในร้าน เธอก็จะโทรเข้ามาขอคุยกับเขาที่เบอร์ร้านซะเลย เรื่องที่คุยก็ไม่เป็นเรื่องเป็นราว จนนิติรุตต์ต้องออกอุบายไปว่าถ้าใครโทรเข้าร้านแล้วขอคุยกับเขาให้คนที่รับสายบอกไปเลยว่าไม่ว่างหรือไม่อยู่ แต่เธอก็ยังมานะมานั่งหรือโทรมาทุกวันวันละหลายเวลาจนบรรดาคนในร้านที่เคยรับโทรศัพท์เอือมระอา





“กาแฟที่สั่งได้แล้วครับ “ ตรีโกณที่รับหน้าที่ดูแลลูกค้ารายนี้โดยปริยายเพราะบริกรคนอื่นๆทำไม่รู้ไม่ชี้ ใจจริงคิดอยากให้ไอ้รุตต์มันจัดการของมันเอง แต่ เอ้อ…ดูหน้ามันก็สงสาร อย่างกับถูกแม่นี่ใช้สายตาเขมือบไปทั้งตัวงั้นแหละ

“เนยไม่ได้มาร้านตั้งสี่วัน พี่รุตต์คิดถึงเนยบ้างไหมคะ โทรมาก็ไม่เคยเจอเลย” คำถามแบบทีเล่นทีจริงของเด็กสาวทำเอาคนชงกาแฟอึ้งกับความปากกล้า

“ก็ปกตินี่ครับ ใครจะเข้าร้านกาแฟทุกวัน ลูกค้าประจำของที่นี่ยังไม่ได้มานั่งทุกวันเลย ” อุตส่าห์ตอบเลี่ยงๆ แต่ที่อยากตอบจริงๆคือ ผมไม่เคยเสียเวลาไปคิดถึงคุณเลยสักนิด

“โธ่! อย่าเห็นเนยเป็นแบบลูกค้าคนอื่นซิคะ เนยน่ะคิดถึงพี่รุตต์จะตาย สงสัยจะติดใจกาแฟของพี่รุตต์ ถ้าไม่ติดว่าต้องไปเที่ยวหัวหินกับที่บ้านนะเนยจะแวะมาทุกวันเลย ความจริงพี่รุตต์น่าจะมีโทรศัพท์มือถือนะคะ เนยจะได้โทรมาหาได้”

“ผมมันจน ไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับมือถือน่ะ ”

“จริงซิ เนยมีเครื่องเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว มีซิมแบบเติมเงินพร้อมเลยอยู่ในรถ เดี๋ยวเนยไปเอามาให้พี่รุตต์ดีกว่า ไว้ให้เนยโทรหานะคะ” ยังไม่ทันที่จะปฏิเสธ เด็กสาวที่เรียกตัวเองว่าเนยก็แว๊บออกจากร้านไป

ทันทีที่สาวสายเดี่ยวหายไปจากร้าน ท่าน ผจก. โบราณนิยมก็เริ่มกระแนะกระแหนล้อเลียน “นี่ไอ้รุตต์ แกใส่น้ำมันพรายไปในกาแฟรึไงหา นังเด็กสาวนี่ถึงได้หลงแกนัก ดูๆก็เป็นลูกคนมีตังค์ ไม่น่าตาต่ำมาชอบแกเล้ย“

“อ้าว พี่บุ๋น ตกลงเข้าข้างใคร ” นิติรุตต์ค่อยอารมณ์ดีขึ้นหน่อยอย่างน้อยก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสาวคนนั้นช่วงเวลาหนึ่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าเธอเข้ามาแล้วเอาไอ้มือถืออะไรนั่นมาให้เขาไม่มีทางรับเด็ดขาด เด็กสาวคนนี้สวยเซี้ยวเปี้ยวจี๊ดก็จริง แต่เขาก็หาได้ติดใจสักนิดไม่ จะว่าไปตั้งแต่มีเรื่องสนุกๆกับเธอคนนั้นสายตานิติรุตต์ก็แทบไม่มีไว้มองสาวไหนอีกเลย

กรุ๊ง กริ๊ง เสียงกระดิ่งดังอีกครั้ง นี่แม่สาวใจกล้าคนนั้นคงกลับมาแล้วสินะ ว่าแล้วนิติรุตต์ก็ทำทีก้มหน้างุดๆ ทำเป็นไม่สนใจดีกว่าเพื่อเธอจะรู้ตัวมั่ง

“สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ” เสียงพี่ตี๋ต้อนรับถามว่าจะกินอะไรสงสัยจะเป็นรายใหม่ เฮ้อ! ดีเหมือนกันจะได้ชงกาแฟให้มันยุ่งๆไปเลย

“ลาตเต้เย็นที่หนึ่งค่ะ อ้าวแล้วแกล่ะจะกินอะไรมองเมนูอยู่ได้” เสียงแหลมสูงของลูกค้าสาวร้องถามเพื่อนที่มาด้วย ผู้กำลังลังเลความจริงเธอชอบกินกาแฟอยู่แล้วกินได้แทบทุกชนิดแต่พอจะสั่งทีไรติดขัดทุกทีเลือกไม่ถูก

“แกเป็นหวัดไม่ใช่เหรอกินกาแฟร้อนไปล่ะกันนะ เดี๋ยวฉันสั่งให้เอง เลือกอยู่ได้ หิวจะแย่” สาวเสียงแหลมบ่นเพื่อนเสร็จก็หันใปเจรจากับบริกรหน้าตี๋ “พี่มีกาแฟร้อนอะไรอร่อยๆแนะนำไหมคะ?”

“ชอบแบบไหนล่ะครับ ”

“แบบไม่ขมมากน่ะค่ะ เพื่อนหนูมันไม่ชอบขม เอางี้พี่บอกคนชงกาแฟว่าเอาอะไรมาก็ได้แก้วหนึ่งที่เหมาะกับคนเป็นหวัด ” บริกรรับรายการแบบงงๆ แล้วก็เอาประโยคนั้นนั่นแหละมาสั่งกับบารีสต้า

“อ้าวพี่ตี๋ ไหงสั่ง หมูๆ แบบนี้ล่ะ แล้วผมจะรู้เหรอว่าอะไรถูกปากคุณเธอ” กำลังหงุดหงิดเรื่องแม่สาวสายเดี่ยวนั่นไม่หาย ลูกค้ากวนประสาทก็มีมาอีกแล้วเหรอเนี่ย

“ไม่รู้โว้ย ก็เขาสั่งมาอย่างเนี่ย”

เซ็ง ๆ ๆ สุดจะเซ็งๆๆ นิติรุตต์พยักหน้าหงึกๆ แล้วก็ส่ายตาขอดูหน้าลูกค้าหน่อยเถอะ สั่งได้กวนดีแท้ เห็นเป็นผู้หญิงผิวเข้มตาคมหน้าคุ้นๆ สงสัยจะเรียนที่มอ. นี่เขาคงเริ่มทยอยกลับเข้าหอกันแล้วมั้ง แต่อีกคนหนึ่งไม่เห็นเพราะนั่งหันหลังให้ซ้ำยังมีกระถางต้นไม้เบ้อเร่อบังพอดี ถ้าไม่ติดว่าจะเสียชื่อร้านนะสั่งแบบนี้มันน่า….

กรุ๊ง กริ๊ง สาวสายเดี่ยวเอวต่ำกลับเข้ามาในร้านอีกครั้ง หญิงสาวนั่งเงียบๆที่โต๊ะติดเคาน์เตอร์ตัวเดิม เห็น ‘พี่รุตต์’ ของเธอกำลังชงกาแฟง่วนเลยไม่อยากกวน

ว่าแล้วนิติรุตต์ก็จัดการชงกาแฟอย่างประณีตบรรจงเกินกว่าเหตุ เพราะอะไรนะเหรอขี้เกียจเสวนากับลูกค้าสาวที่นั่งจ้องเอาจ้องเอาน่ะซิ

บารีสต้าทำลาตเต้เย็นก่อนแก้วแรก โดยการผสมเอสเปรสโซ่ลงไปในนมร้อนเติมน้ำเชื่อม กะให้เมื่อใส่น้ำแข็งรสกาแฟจะออกหวานเจือมันส์และขมนิดๆ คนให้เข้ากัน สีดำของกาแฟที่ผสมกับขาวของนมสดทำให้ลาตเต้ที่ออกมาเป็นสีน้ำตาลอ่อน จากนั้นก็เทใส่แก้วใสที่บรรจุน้ำแข็งเต็ม ตกแต่งด้วยวิบครีมด้านบนเป็นอันเสร็จ

ชายหนุ่มกำชับบริกรหน้าตี๋ที่จะยกไปเสริฟว่า ให้ถามกาแฟร้อนของอีกคนด้วยจะเอาอะไรกันแน่ ‘ ผมไม่ใช่เทวดานะพี่จะได้เที่ยวรู้ใจคนกิน’

เมื่อมีจังหวะสาวสายเดียวก็เรียกนิติรุตต์เก็บเงิน พูดคุยเสียงใสราวกับสนิทสนมมานาน
“คุณพ่อโทรมาตามอีกแล้วค่ะพี่รุตต์ เนยต้องไปแล้วล่ะ นี่มือถือกับแบตเดี๋ยวคืนนี้เนยโทรมาหานะ ” หญิงสาววางมือถือไว้หน้าเคาน์เตอร์โดยไม่รอคำอนุญาต

“กรุณาเอาของคุณไปเถอะครับ ผมรับไม่ได้” นิติรุตต์ตอบเสียงเครียด ไม่ยอมเอื้อมมือไปรับสิ่งที่หญิงสาวยื่นให้
“ไม่รู้ล่ะเนยจะวางไว้ตรงนี้ แล้วคืนนี้คุยกัน” หญิงสาวผลุนผลันออกจากร้าน ไม่ยอมเก็บมือถือเจ้ากรรมคืน

“คุณ เดี๋ยวเอาของคุณคืนไปด้วยซิ”

เมื่อเห็นไม่ได้การณ์นิติรุตต์ก็คว้าเจ้ามือถือนั่นวิ่งตามไป ไม่อยากมีสิ่งของอะไรของเธอคนนั้น ไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรมากไปกว่านี้ พอพ้นประตูหน้าร้านชายหนุ่มร้องเรียกพลางวิ่งตาม เธอคนนั้นแกล้งทำเป็นสะดุดล้ม จนคนตามมาข้างหลังหยุดไม่ทันเลยชนเข้าโครมเบ้อเร่อ ไม่รู้อีท่าไหน แต่ภาพที่ออกมาเป็น..

สาวสายเดียวนอนหงายหลังติดพื้นทางเท้าหน้าร้าน ส่วนมือชงกาแฟนอนทับอยู่ข้างบน ช่างเป็นภาพที่ชวนคิดไปในทางสองแง่สองง่ามสำหรับผู้พบเห็น ซึ่งแน่นอนล่ะว่าอย่างน้อยก็คนทั้งร้านไออุ่น

แทนที่ฝ่ายหญิงจะเขินอายกลายเป็นว่าเธอเอามือทั้งสองโอบรอบคอของชายหนุ่ม กระซิบข้างหูหน้ายิ้มตาวาว
“พี่รุตต์ ตัวหนักจัง ” พอเริ่มตั้งหลักได้นิติรุตต์ก็ผุดลุกขึ้นยืน แต่ก็เป็นไปด้วยความทุลักทุเลก็มือแม่สาวนั่นที่เกี่ยวคออยู่เหนียวยังกับหนวดปลาหมึก

“พี่รุตต์ดึงเนยขึ้นหน่อยซิคะ เจ็บหลังจังเลยไม่รู้อะไรหักไปบ้างรึเปล่า” หญิงสาวที่ถูกเขาล้มทับเอาข้อศอกยันตัวในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน เอื้อมมือยาวขอความช่วยเหลือ นิติรุตต์เลยจำต้องฉุดให้ลุกขึ้นมาที่นี้เธอเลยกุมมือเขาแน่นไม่ยอมปล่อย

“ไปส่งเนยที่รถหน่อยนะคะ พี่รุตต์ เจ็บเท้าจังสงสัยจะแพลง ” เห็นท่าเดินกะโผลกกะเผลกที่ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าเป็นภาพมายา ก็เลยออกจะสงสาร เอ้า…เดินไปส่งก็ดีจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง คุยในร้านก็ออกจะเกรงใจ ผจก. เพราะเดี๋ยวจะรู้ว่านิติรุตต์ไล่ลูกค้าจากร้านเป็นการถาวร ถึงท่าน ผจก. จะไม่ชอบนิสัยลูกค้ารายนี้แต่ก็ยังหวังว่าจะให้เธอเข้าร้านมาช่วยเพิ่มยอดขายอยู่ดี คุยกันนอกร้านจะได้สะดวกปากหน่อย

“ขอบคุณค่ะ พี่รุตต์เนี่ยนอกจากชงกาแฟอร่อยแล้วยังใจดีอีก อย่างนี้ลูกค้าคงติดใจตาย” เมื่อมาถึงรถ สาวสวยที่มีชื่อเรียกเล่นๆว่าเนย เอ่ยปากขอบคุณ พร้อมส่งสายตาที่ให้ความหมายมากกว่านั้น

“รับมือถือของคุณคืนไปด้วยครับ” นิติรุตต์ไม่ได้ยื่นให้กับมือหรอกเพราะรู้ว่าเธอคงไม่มีทางรับ แต่ชายหนุ่มวางมันไว้ที่หน้ารถซะเลย เป็นการบังคับคืนเหมือนที่เขาเคยถูกบังคับรับมาแล้ว

“โธ่! อย่างงี้เนยก็ต้องมานั่งร้านไออุ่นทุกวันซิคะ ถึงจะได้คุยกับพี่รุตต์ ” หญิงสาวส่งสายตาอ้อนวอน

“ถ้าคุณมาร้านไออุ่น เพราะอยากกินกาแฟจริงๆ ก็มาเถอะครับ แต่ถ้ามาเพราะอยากคุยกับผมก็อย่ามาเลย”

“พี่รุตต์น่ะ พูดอย่างนี้ไล่ลูกค้านะรู้ตัวไหม”

“ผมไม่ได้ไล่นี่ถ้าคุณเป็นลูกค้าที่อยากมากินกาแฟจริงๆก็มาอีกได้ แต่ถ้ามาด้วยวัตถุประสงค์อื่นมันก็คงคล้ายๆกับที่คุณพูดนั่นแหละ” หึ..บอกชัดเจนขนาดนี้แล้วยังจะมีหน้ามาอีกไหม

“หยาบคายมากนะคะสำหรับคนที่ทำงานบริการ แล้วพูดกับลูกค้าแบบนี้ แต่รู้ไหม ยิ่งพูดแบบนี้ยิ่งท้าทาย พี่รุตต์คิดว่าเนยมีวัตถุประสงค์อะไรเหรอ”

“คุณรู้ตัวดีอย่าให้ผมพูดเลย”
“พูดซิคะ เนยไม่รู้ตัวหรอก” หญิงสาวเชิดหน้าท้าทาย

เฮ้อ…ถ้าน้องสาวเราเป็นอย่างนี้มั่งคงกลุ้มไม่น้อย นิติรุตต์รำพันในใจ “ถ้าจะให้พูดผมก็จะบอกคุณแค่ว่า กรุณาอย่ามายุ่งกับผมเลย แค่นี้แหละครับ ผมคงต้องกลับไปทำงานแล้ว ผมไม่มีเวลาว่างมากพอสำหรับเรื่องไร้สาระ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ทำท่าจะเดินกลับจริงๆ แต่อีกฝ่ายฉุดแขนเอาไว้

“เล่นตัวจังเลยนะ ทำไมมีแฟนแล้วรึไง” เสียงคนถามขุ่นบ่งบอกว่ากำลังมีโมโหเต็มที

นิติรุตต์ถอนหายใจ เอ้อหนอ….เอาว่ะ จะได้เลิกแล้วต่อกันสักที
“ใช่ผมมีแฟนแล้ว” ตอบไปก่อนแล้วกัน มีไม่มี เขาไม่มารู้กับเราหรอก

“มีแล้วก็เลิกได้ แฟนพี่รุตต์มีดีกว่าเนยที่ไหนไม่ทราบ”

“เธอก็เป็น ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง อาจไม่รวยไม่สวยเท่าคุณ แต่ผมรักเธอหมดหัวใจ จนคิดว่าไม่มีตาและใจไว้ให้ใครแล้ว ก็เท่านั้น” นิติรุตต์ตอบสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงหนักแน่น

“โง่ งี่เง่าที่สุด ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาให้ผู้ชายโง่ๆ อย่างคุณเหมือนกัน” หญิงสาวกระแทกประตูรถปิดดังปัง แล้วออกรถแบบพุ่งหลาว เฮ้อ…. หมดเรื่องหมดราวกันทีนิติรุตต์ถอนหายใจอย่างโล่งออก

ชายหนุ่มเดินยิ้มกริ่มกลับร้าน ที่ยิ้มก็เพราะขำน่ะซิ เรานี่ ช่างปั้นเรื่องแฟนได้เป็นตุเป็นตะ ผู้หญิงธรรมดาที่เรารักจนหมดหัวใจ คนไหนน้า… จะใช่คนนั้นหรือเปล่า คนเดียวกับที่แอบคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าฝ่ายนู้นจะคิดยังไง ก็เธอเล่นยืนยันป่าวๆ ‘เราไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย’





“อั้ม แกทนมองอยู่ได้ไงว่ะ เป็นชั้นนะอย่างเนี่ยมีตบ” หลังจากที่เห็นหนังสดฉากวาบหวิวที่หน้าร้านไออุ่น พิริยาพร ผู้กำลังดื่มด่ำกับ ลาตเต้เย็นถึงกับสำลัก หันมามองหน้าเพื่อนสาวที่ชวนมากินกาแฟฉลองเปิดเทอมด้วยกัน ก็ในเมื่อเข้าใจว่าผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนเพื่อน และถือคติที่ว่า ‘แฟนเพื่อนก็เหมือนแฟนเรา นอกใจเพื่อนก็เหมือนนอกใจเรา’ ด้วยอุปนิสัยอย่างเธอเมื่อเห็นเพื่อนนิ่ง พิริยาพรเลยเป็นเดือดเป็นร้อนแทนซะเลย

“เกี่ยวอะไรล่ะ นายนั่นกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย” อัมพิกาตอบหน้าตาเฉย นายนั่นจะเฟลิตกับใคร มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรานี่ แต่ทำไมใจมันหวิวๆ นะขอบตาก็ออกจะร้อนๆ คงเพราะพิษหวัดแน่ๆเลย ไม่น่าออกมากินกาแฟเป็นเพื่อนยัยเปิ้ลเลย นอนอยู่ในห้องซะก็ดี จะได้ไม่ต้องมาเห็นอะไรทุเรศๆ แบบนี้ด้วย ช่างทำกันได้ไม่อายฟ้าดิน ขนาดกลางวันแสกๆในที่สาธารณะยังขนาดนี้ ลับตาคนจะขนาดไหน

“เปิ้ลอิ่มแล้วใช่ไหม อั้มอยากกลับไปนอน” อัมพิการู้สึกว่าตอนนี้อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้นโดยเฉพาะคนลามกนั่นด้วย

“แล้วกาแฟของแกล่ะ จะกินอะไรไม่เห็นสั่งเลย” เห็นเพื่อนยังไม่ได้สั่งกาแฟกินเพราะคนทั้งร้านมั่วแต่ตะลึงดูหนังสดกันอยู่ จึงเอ่ยถาม

“ไม่กงไม่กินแล้ว เปิ้ลจะกินต่อก็อยู่ไปเลยนะอั้มกลับล่ะ” ไม่พูดเปล่าอัมพิกาก้าวสวบๆออกมาจากร้านซะเลย ตอนนี้รู้สึกว่าทั้งตัวถูกรุมทึ้งไปทั้งพิษไข้แล้วก็อะไรอีกไม่รู้ ปวดหัวมากราวกับมีคีมเหล็กมาบีบ ไหนจะความร้อนที่เพิ่มทวีคูณ รู้สึกว่าอยากให้น้ำตาไหลพรากๆ เผื่อจะทุเลาความแสบร้อนของตาทั้งสองข้างได้ พิริยาพรเลยต้องรีบจ่ายเงิน เพื่อจะตามออกมา

ขณะที่อัมพิกากำลังออกแรงที่ไม่ค่อยจะมีผลักบานประตูก็ปรากฏว่ามีใครอีกฟากมาช่วยดึงเปิดให้

“อ้าวอั้ม กลับมาแล้วเหรอ ” โชคดีจริงๆ นิติรุตต์คิด กำจัดผู้หญิงคนนั้นออกไปได้ซ้ำกลับเข้าร้านยังได้เจอคนที่อยากเจอเข้าจังๆ

“หลบไป” อัมพิกาออกคำสั่ง เสียงแหบพร่า


“อั้มเองเหรอที่สั่งกาแฟตะกี้ มีคนชงให้ยัง อย่าเพิ่งรีบกลับเลยนะ เดี๋ยวผมชงให้แป๊บเดียว” นิติรุตต์ยังคงชวนคุยยิ้มร่าที่หน้าประตูร้านนั่นแหละ

“หลบไป ฉันจะกลับ” คนที่ถูกพิษหวัดเล่นงานพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่ฝ่ายนู้นก็ยังไม่ยอมหลบ เลยต้องเบี่ยงตัวหลบออกมาจากหน้าประตูร้านเอง พอออกมาได้ก็ตั้งท่าว่าจะรีบจ้ำให้เร็วที่สุด แต่ก็ช้าไปกว่าอีกฝ่ายที่คว้าข้อมือเอาไว้ ดึงให้ออกมาพ้นประตูร้าน

“ไม่สบายมากเหรออั้ม เป็นไงมั่งไปหาหมอแล้วยัง” นิติรุตต์ถามด้วยความเป็นห่วง ก็เห็นหน้าหญิงสาวซีดจนซูบ

“ปล่อยฉันนะ คนลามก ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย ” อัมพิกาพยายามสะบัดข้อมือหวังให้หลุดจากการเกาะกุมด้วยแรงอันน้อยนิด เสียงที่เปล่งออกมาก็ช่างแหบพร่าราวกับกระซิบ

“ทำไมว่าผมแบบนั้นล่ะอั้ม โกรธผมเรื่องอะไรอีกล่ะ” เอ…เมื่อตอนก่อนกลับบ้านก็ตกลงกันเรียบร้อย แล้วมันอะไรกันอีก เจอหน้ากันแทนที่จะทักทายกันดีๆ ปวดหัวจริงวุ้ย…จะมีใครที่ทำให้คนอย่างนายรุตต์ปวดขมองคิดไม่ตกเท่าผู้หญิงตรงหน้าบ้างล่ะเนี่ย

“นี่นายปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” พอออกมาทัน พิริยาพร ผู้ที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนเพื่อน ซ้ำตอนนี้ยังเข้าใจไปว่า ผู้ชายตรงหน้าแอบนอกใจแฟนซึ่งก็คือเพื่อนสาวของตัวเอง เลยพาลเกลียดขี้หน้าไปด้วย โถ…นี่แหละหนอ ผู้ชาย โชคดีนะที่เธอกับอัมพิกากลับมาหอก่อนวันเปิดเทอมเลยได้มารู้เช่นเห็นชาติ ไม่งั้นซื่อใสยังยัยอั้มไม่ทันนายกะล่อนนี่แน่

ด้วยความงุนงง นิติรุตต์เลยปล่อยมือหญิงสาว จะว่าไปแล้วเขาไม่เคยคิดอาจเอื้อมล่วงเกินเธอคนนี้แม้ปลายเล็บแต่ที่ต้องยึดไว้ก็เพราะเห็นเธอตั้งท่าจะหนีน่ะซิ คราวนี้แม่เพื่อนตัวดีเลยฉุดลากอัมพิกาซึ่งแทบจะปลิวติดมือไป

“เดี๋ยว บอกผมหน่อยได้ไหมว่ามันเรื่องอะไร” ชายหนุ่มดักหน้า ความจริงอยากปล่อยให้คนป่วยกลับไปนอนพักใจแทบขาด แต่ขอรู้สาเหตุที่ทำให้เธอคนนั้นกับเพื่อนเป็นฟืนเป็นไฟหน่อยเถอะ

“เชอะ ยังมีหน้ามาถามอีก นายไม่ต้องมายุ่งกับเพื่อนฉันอีกเลยนะจำไว้ ไอ้ ไอ้…ไอ้ผู้ชายหลายใจ“ ชี้หน้าว่าเสร็จ พิริยาพรก็ลากเพื่อนสาวดิ่งกลับหอ ปล่อยให้ฝ่ายที่ถูกตราหน้าว่า “ผู้ชายหลายใจ” ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

นิติรุตต์อึ้ง คิดไม่ออกเลยว่าเขาไปเป็นอย่างที่พูดตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าเป็นแต่ก่อนที่ถูกต่อว่าว่ากวนประสาทจะไม่เถียงเลย เพราะเขาตั้งใจจะกวนเธอคนนั้นเล่นจริงๆ ก็มันสนุกดีออก แล้วไอ้หลายใจเนี่ยมันมาจากไหนว่ะ ชายหนุ่มเกาหัวแก๊กๆ เดินเข้าร้าน

“เอ่อ รุตต์พี่กำลังจะบอกแกว่า คนที่จะกินกาแฟร้อนแล้วให้แกเลือกชงเองน่ะ เป็นลูกค้ารายแรกที่สั่ง first kiss ของแกไง พี่กำลังจะบอกแกว่าชงแบบนั้นให้เขากินก็คงได้มั้ง ก็พอดีแกวิ่งตามแม่สาวนั่นไปก่อน” เสียงบอกเล่าของตรีโกณไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ก็ทำไมไม่บอกก่อนหน้านี้เล่าว่าคนที่สั่งกาแฟแปลกๆแบบนั้นเป็นใคร

“แล้วนึกยังไงไปเล่นเลิฟซีนหน้าร้านน่ะ” นายหน้าตี๋อดแซว ‘ไอ้น้องชาย’ ของเขาไม่ได้ แหม! น่าอิจฉามันจะตาย อยู่ๆก็มีสาวมา ‘ให้’ ถึงที่

“ฉากฆาตกรรมล่ะไม่ว่า พี่ตี๋” บารีสต้าจอมกวนที่คราวนี้ดูเหมือนเรี่ยวแรงเหือดแห้ง นั่งหน้าตูมหน้าเคาน์เตอร์

“ไงไอ้รุตต์ รถไฟชนกันโครมเบ้อเร่อเลยเหรอแก เหอะๆ” เสียงใหญ่ๆ สำเนียงกวนๆ ของท่าน ผจก. ทักขึ้น
“โอ้ย! รถไฟอะไรเล่าพี่บุ๋น จะบ้าตาย” ใจจริงอยากหาสำนวนเผ็ดร้อนตอบโต้เช่นปกตินิสัย แต่ดูเหมือนสมองตอนนี้จะโหวงเหวงพิกล

“เอ้า ก็รถไฟขบวนเอวลอยสายเดี่ยว กับขบวนแก้มป่องตากลมน่ะซิ แล้วเป็นไงว่ะแห้วทั้งคู่ รึเปล่าแก”

จากคำแซวของทั้งท่าน ผจก. และตรีโกณ นิติรุตต์เลยพอจะปะติดปะต่อ เรื่องราวได้ อ้อ…ไอ้ที่ยัยอั้มกับเพื่อนคนนั้นทำปั้นปึง ต่อว่าเราเป็น ‘ผู้ชายหลายใจ’ คงเพราะฉากเลิฟซีนหน้าร้านแบบที่พี่ตี๋ว่า เลยเข้าใจผิดว่าเราไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น

คราวนี้นิติรุตต์ทั้งอยากหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ที่อยากหัวเราะก็เพราะมันน่าดีใจใช่ไหมที่เธอคนนั้นจะโกรธและไม่พอใจเวลาเห็นเขากับผู้หญิงคนอื่น มันใกล้เคียงกับคนที่เค้าเป็นแฟนกันเรียกว่า ‘หึง’ แต่แล้วก็อยากร้องไห้ โอ้ย! แล้วจะเอาอะไรไปแก้ต่างให้ตัวเองล่ะเนี่ย บอกความจริงก็ต้องถูกหาว่าแก้ตัว ท่าทางคราวนี้ อัมพิกาคงโกรธจริงๆ ง้อไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมาแน่ๆ





ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ




Create Date : 26 มิถุนายน 2552
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 23:20:39 น. 4 comments
Counter : 155 Pageviews.

 
กำลังลุ้นค่ะ มาอัพไวๆ นะคะ
ชอบค่ะ อั้มน่ารัก
รุตก็น่ารัก


โดย: เมย์ IP: 78.69.65.82 วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:4:44:05 น.  

 
งอนพี่รุตต์ล่ะค่า

อ่านเรื่องพี่เก๋ทีไร อยากกินกาแฟทุกทีเลยอ่ะ


โดย: ต้นอ้อสีม่วง IP: 125.26.180.243 วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:9:53:21 น.  

 
งอนนายรุตต์เลยน้องเหรอจ๊ะน้องอ้อ งั้นเอาไงดี? นายรุตต์เลี้ยงกาแฟดีไหมหว่า ;)

คุณเมย์ : แวะมาอีกนะคะ ช่วงนี้ผีขยันเข้าสิง ถ้าไม่ติดธุระด่วน จะเอามาแปะอีก (แต่ก่อนแปะขอเวลาตรวจหน่อยนึงนะคะ)


โดย: พินทุอิ วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:11:17:21 น.  

 
หาทางง้อดีๆ ล่ะนายรุตต์ ความซวยมาเยือนถึงที่จริงๆ


โดย: nasa IP: 10.45.106.137, 202.28.179.13 วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:22:30:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.